คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 246 : 10 การคัดเลือกโดยธรรมชาติ


     อัพเดท 23 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,419 Overall : 294,705
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 246 : 10 การคัดเลือกโดยธรรมชาติ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 8403 , โพส : 0 , Rating : 88% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เมื่อเราคิดถึงวิวัฒนาการ (evolution)   เราก็คงจะคิดถึงการที่ไพรเมทได้วิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นล้านๆปีมาแล้ว   แต่ในความจริงแล้ว   วิวัฒนาการที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา   ในบางครั้ง   การเปลี่ยนแปลงนั้นเล็กซะจนมองไม่เห็นในตอนแรกๆแต่มันก็จะมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) และความอยู่รอดของสปีชีส์   แต่การคัดเลือกโดยธรรมชาตินั้นไม่ได้นำพาไปสู่การพัฒนาสปีชีส์ใหม่ขึ้นมา   โดยส่วนมากแล้ว   กระบวนการนี้ช่วยให้สปีชีส์นั้นๆสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้โดยการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมจากรุ่นหนึ่งใปสู่รุ่นต่อๆไปและมันก็เป็นอะไรที่สามารถคาดเดาได้   ถ้าสปีชีส์ไม่มีลักษณะที่ช่วยในการอยู่รอดแล้ว   มันก็มีแค่ 2 ทางเลือก: ยอมตายหรือพัฒนาลักษณะที่หายไปขึ้นมา

                ผู้คนส่วนใหญ่นั้นคิดว่านักชีววิทยาและนักธรรมชาติวิทยาชื่อชาร์ลส์ ดาร์วินนั้นคือบิดาแห่งทฤษฎีวิวัฒนาการ   แต่ในความจริงแล้ว   แนวคิดของการวิวัฒนาการเก่าแก่กว่านั้นมาก   โดยนักปรัชญาชื่ออเน็กซิแมนเดอร์ผู้อาศัยอยู่ในประเทศกรีซโบราณนี้นเชื่อว่ามนุษย์ได้วิวัฒนาการมาจากสัตว์สปีชีส์โบราณ   และในปี 1809 (2352)   นักชีววิทยา จีน-แบ๊บทิส ลามาร์กนั้นก็ได้พูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจากสปีชีส์หนึ่งไปเป็นอีกสปีชีส์   แต่ท้ายที่สุด   ดาร์วินผู้ที่ได้เสนอแนวคิดทางการคัดเลือกโดยธรรมชาติเมื่อปี 1850 (2393) นั้นคือคนที่ได้เปลี่ยนแนวคิดทางวิวัฒนาการไปตลอดกาล




10) ผีเสื้อกลางคืนพริกไทย (Peppered Moth)
 

เจ้าสัตว์สปีชีส์นี้ได้ถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงด้วยสาเหตุโดยตรงมาจากความก้าวหน้าของมนุษย์    ผีเสื้อกลางคืนพริกไทย (Biston betularia) ปรกติแล้วมีร่างกายสีออกขาวๆซึ่งประกอบไปด้วยจุดสีดำ (ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีความเข้ม-อ่อนของสีแตกต่างกันไป)   เมื่อการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมในยุโรปเริ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด   อากาศในลอนดอนนั้นก็เต็มไปด้วยเขม่าซึ่งทำให้ต้นไม้ที่ปรกติเป็นสีขาวโดนเขม่าเกาะจนกลายเป็นสีดำ   เพราะต้นไม้ที่ผีเสื้อกลางคืนพริกไทย (ที่ในตอนนั้นตัวขาว) มักจะใช้เกาะเปลี่ยนสี   พวกมันจึงดูโดดเด่นเมื่อเกาะบนต้นไม้และทำให้เหล่านกมองเห็นได้ง่ายซึ่งทำให้ผีเสื้อกลางคืนสีขาวเหล่านี้โดนจับกินไปมาก   หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่กี่เดือน   ผีเสื้อกลางคืนพริกไทยสีเข้ม (f. carbonaria) ก็เริ่มโผล่ออกมาในพื้นที่ๆผีเสื้อกลางคืนสีอ่อนกว่าหายไปด้วยความสามารถในการพรางตัวให้เข้ากับต้นไม้เลอะเขม่าที่ดีกว่า    และหลังจากจุดสูงสุดของการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมผ่านพ้นไปไม่นาน   ผีเสื้อกลางคืนพริกไทยสีอ่อน (f. typica) ก็เริ่มกลับมา   ผีเสื้อกลางคืนพริกไทยนี้ได้ถูกศึกษากันเป็นอย่างมากในฐานะตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ   การเปลี่ยนสีของพวกมันได้ชื่อว่า industrial melanism ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมให้มีสีเข้มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อมลพิษ

http://en.wikipedia.org/wiki/Peppered_moth_evolution




9) งูกินหนู (Rat Snake)
 

งูกินหนูทั้งหมดนั้นมีอาหารเหมือนๆกัน, เป็นนักปีนป่ายที่เยี่ยมยอด, และฆ่าเหยื่อโดยการรัด   พวกมันมีปฏิกิริยาเดียวกันเมื่อตื่นกลัว (โดยการหยุดนิ่งไม่ไหวติง) และจะหลีกเลี้ยงการเผชิญหน้าเมื่อทำได้   งูกินหนูบางตัวนั้นจะกัดเมื่อถูกรบกวนถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่มีพิษก็ตาม   ถึงแม้ว่างูกินหนูจะมีอะไรเหมือนกัน   พวกมันก็มีสีแตกต่างกันไปหลากหลาย   จากลายสีเหลืองไปจนสีดำถึงสีส้มหรือสีเขียว   ซึ่งเหตุผลนั้นเป็นเพราะว่างูกินหนูสามารถพบได้ทั่วทั้งรัฐทางตะวันออกและตะวันตกของสหรัฐอเมริกาที่มีพื้นที่และอากศแตกต่างกันไป   งูกินหนูนั้นมักจะพบได้ในพื้นที่ๆมนุษย์อยาแต่พวกมันก็ยังพบได้ในพื้นที่ป่า, ภูเขาหรือตามชายฝั่งอีกด้วย   เพราะสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป   งูกินหนูนั้นจึงได้ปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบและทำให้มีประสิทธิภาพในการล่าเพิ่มขึ้น




8) แมลงต้านยาฆ่าแมลง
 

ยิ่งมนุษย์ใช้ยาฆ่าแมลงมากเท่าไหร่   โอกาสที่แมลงเป้าหมายนั้นจะสร้างภูมิต้านทางต่อสารเคมีขึ้นมาก็เป็นไปได้มาก   แมลงต้านยาฆ่าแมลงนั้นเป็นเหตการณ์ที่ไม่เพียงแต่จะเกิดบ่อย   แต่ยังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย   โดยบางครั้งใช้เวลาแค่ 1 รุ่นเท่านั้น   ลองนึกภาพฝูงแมลงที่ไม่ตายเมื่อโดนย่าฆ่าแมลงฉีด (อย่างยุงหรือแมลงสาบ) ที่สามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้ดูสิ   เหล่าลูกๆแมลงนั้นก็จะเกิดมาด้วยภูมิคุ้มกันยาฆ่าแมลง   ส่วนพวกที่ไม่มีภูมิคุ้มกันก็จะตาย   ในขณะที่ตัวที่แข็งแรงที่สุดจะอยู่รอด   เพราะแมลงนั้นสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว   แมลงรุ่นต่อๆไปก็อาจจะออกมาสู่โลกภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือนหรือไม่กี่อาทิตย์   และเมื่อแมลงหลายๆรุ่นออกมาสู่โลก   พวกมันก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อยาฆ่าแมลงเหมือนกันหมด (แมลงสาบเต็มบ้าน   ฉีดไบก้อนก็ไม่ตาย!!!)




7) เหล่านกฟินช์จากเกาะกาลาปากอส
 

นกฟินช์บนเกาะกาลาปากอสหรือดาร์วินส์ ฟินช์นั้นแบ่งได้เป็น 13 ประเภทซึ่งพวกมันมีลักษณะนิสัยเหมือนกันยกเว้นอย่างเดียว...ทั้ง 13 ชนิดนั้นมีจะงอยปากแตกต่างกัน   ความแตกต่างของจะงอยปากในนกฟินช์นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการอยู่รอด   ตัวอย่างแห่งการยู่รอด 2 ตัวอย่างได้ถูกบันทึกไว้ในช่วงท้ายทศวรรษที่ 70 (2513-2523) และช่วงกลางทศวรรษที่ 80 (2523-2533)   ตัวอย่างแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อความแห้งแล้งครั้งใหญ่ได้มาเยือนเกาะกาลาปากอสเมื่อปี 1977 (2520) ซึ่งทำให้จำนวนเมล็ดพืชลดน้อยลง   นกฟินช์ที่มีจะงอยปากใหญ่และแข็งแรงที่สุดนั้นคือตัวที่สามารถกินเมล็ดพืชขนาดใหญ่ที่ปรกติแล้วไม่ใช่อาหารหลักของมันได้   เพราะความสามารถนี้   เจ้านกฟินช์จะงอยปากใหญ่จึงเป็นผู้อยู่รอด   ในขณะที่เหล่านกฟินช์ที่มีจะงอยปากเล็กกว่าซึ่งทำให้ไม่สามารถกระเทาะเปลือกเมล็ดพืชแข็งได้ตายไปเป็นจำนวนมาก   ในกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ   นกที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปนั้นจะแพร่พันธุ์และมีลูกหลานต่อไป   ส่วนพวกที่ไม่สามารถปรับตัวได้นั้นจะลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ   แต่อย่างไรก็ตาม   การปรับตัวนั้นสามารถไปได้ทั้ง 2 ทาง   โดยตัวอย่างที่ 2 นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 1984-1985 (2527-2528) ช่วงฝนตกหนักซึ่งทำให้เมล็ดพืชขนาดเล็กเปลือกอ่อนมีปริมาณเยอะแยะในขณะที่เมล็ดพืชใหญ่เปลือกแข็งนั้นมีจำนวนน้อย   ในเหตุการณ์นี้   นกฟินช์ที่มีจะงอยปากเล็กกว่าก็จะมีชีวิตรอดและสามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้




6) นกยูง
 

ยิ่งเจ้านกยูงตัวผู้มีแพนหางน่าทึ่งอลังการเท่าไหร่   โอกาสที่มันจะหาคู่ได้ก็สูงขึ้นเท่านั้น   นกยูงตัวเมียนั้นจะเลือกตัวผู้โดยเอาสีขนและลักษณะที่ทรงพลังเป็นเกณฑ์   ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า   ขนที่มีสีสว่างๆนั้นอาจจะส่งสัญญาณให้ตัวเมียรู้ว่าตัวผู้นั้นมีพันธุกรรมชั้นเยื่ยม   ซึ่งทำให้นกยูงตัวผู้นั้นเหมาะที่จะมาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อทำให้มันใจได้ว่าลูกๆจะอยู่รอดต่อไป   เพราะฉะนั้น   นกยูงตัวผู้เหล่านี้จะเป็นตัวเลือกแรกเมื่อฤดูผสมพันธุ์มาถึง   เมื่อหลายพันปีก่อน   นกยูงตัวผู้นั้นไม่ได้มีแพนหางสีสดสว่างขนาดใหญ่ไปซะทั้งหมด   แต่เพราะความที่ตัวเมียมักจะเลือกผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่มีแพนหางสีสดขนาดใหญ่   เหล่าตัวผู้ที่ไม่ได้มีหางอลังการจึงมีโอกาสในการผสมพันธุ์น้อยกว่าซึ่งทำให้พันธุกรรมของมันไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลานและทำให้นกยูงที่มีแพนหางสั้นๆสีไม่สดหายากในปัจจุบัน






5) มดทหาร (Warrior Ant)
 

มดทหารในแอฟริกานั้นอาจจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าทึ่งที่สุดของการปรับตัว   โดยเหล่ามดในอาณานิคมหนึ่งๆนั้นสามารถปล่อยสัญญาณทางเคมีออกมาได้เพื่อบอกมดตัวอื่นๆว่ามันเป็นสมาชิกในฝูงเดียวกัน   หรือพูดง่ายๆก็คือ   สัญญาณที่บอกว่า “อย่างโจมตีชั้นนะ   เราพวกเดียวกัน” นั่นเอง   แต่อย่างไรก็ตาม   มดทหารได้เรียนรู้ที่จะลอกเลียนแบบสัญญาณเคมีของอาณานิคมมดอื่นได้วย   เพราะฉะนั้นถ้าฝูงมดทหารได้เข้าไปรุกรานอาณานิคมมดอื่นๆ   พวกมันก็จะเลียนแบบสัญญารเคมีของอาณานิคมนั้น   ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ   มดงานในอาณานิคมก็จะทำงานต่อไปภายใต้การปกครองของหัวหน้าตัวใหม่โดยไม่รู้ซักกะติ๊ดเลยว่าอาณาจักของพวกมันเพิ่งจะถูกรุกราน




4) หนูกวาง (Deer Mouse)
 

พื้นที่ที่มีชื่อว่าแซนด์ ฮิวส์ในรัฐนาบราสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นคือบ้านของหนูกวาง   ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ที่วิฒนาการด้วยสาเหตุมาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติได้อย่างรวดเร็วที่สุด   เจ้าหนูกวางเหล่านี้ปรกติแล้วมีขนสีน้ำตาลเข้มซึ่งเป็นสีที่เหมาะกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยไม้ที่ช่วยในการพรางตัวจากนักล่าและช่วยให้หลบซ่อนตัวได้ดีเยี่ยม   แต่เหล่าหนูกวางที่อาศัยอยู่ในแซนด์ ฮิวส์นั้นมีสีขนที่อ่อนกว่าจนเป็นเหมือนสีทรายซึ่งเป็นสีที่เข้ากับพื้นทรายรอบๆ   ถ้าหนูกวางไม่มีการเปลี่ยนแปลงสีขนแล้ว   พวกมันก็จะโดยนักล่าเห็นได้อย่างง่ายดายในพื้นทรายสีอ่อน   เพื่อการปรับตัว   พันธุกรรม 1 ที่ของเจ้าหนูนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปเพื่อสร้างขนที่มีสีอ่อนกว่า   แล้วมันน่าทึ่งอย่างไรนะหรอ???   การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้เวลาแค่ 8,000 ปีเท่านั้น   ซึ่งเมื่อเทียบกับเวลาแห่งการวิวัฒนาการที่ยาวนานแล้วก็เหมือนวินาที




3) แบคทีเรียกินไนล่อน
 

เพราะความที่ไนล่อนนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจนเมื่อช่วงทศวรรษที่ 40 (2483-2493)   แบคทีเรียที่สามารถกินไนล่อนได้นั้นจึงเป็นอะไรที่แปลกใหม่   แบคทีเรียในสกุล Pseudomonas นั้นสามารถย่อยสลายไนล่อนได้ด้วยเอนไซม์เฉพาะที่พวกมันมี   แต่อย่างไรก็ตาม   ความน่าทึ่งนั้นไม่ใช่แค่ความสามารถในการย่อยในล่อนแต่เป็นความสามารถในการ “มีความสามารถ” ย่อยไนล่อนต่างหาก   โดยเมื่อแบคทีเรียที่ไม่สามารถย่อยไนล่อนได้ถูกนำไปปล่อยไว้ในที่ๆมีไนล่อนเป็นอาหารเท่านั้น   พวกมันก็จะวัวัฒนาการจนกระทั่งสามารถกินไนล่อนได้   ซึ่งความสามารถนี้เกิดขึ้นทุกครั้งในการทดลอง   ความสามารถในการย่อยไนล่อนของแบคทีเรียนั้นคือหนึ่งในตัวอย่างของการคัดเลือกโดยธรรมชาติซึ่งสิ่งมีชีวิตร่างกายพื้นๆสามารถปรับตัวให้เข้ากับอาหารที่มีอยู่ในพื้นที่ได้




2) กิ้งก่า
 

การศึกษาเรื่องการคัดเลือกโดยธรรมชาติโดยใช้กิ้งก่าเป็นหนูทดลองนั้นเกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง   หนึ่งในการทดลองนั้นเริ่มต้นด้วยการเอาศัตรูตามธรรมชาติของกิ้งก่าออกไปจากพื้นที่ที่พวกมันอาศัยอยู่แล้วนักวิทยาศาสตร์จึงสังเกตผลกระทบต่อเหล่ากิ้งก่าที่เกิดขึ้นตามมา   สิ่งที่น่าทึ่งจากการทดลองนี้ก็คือ   นักล่าที่กินกิ้งก่าเป็นอาหารนั้นไม่ได้มีผลกระทบต่อการตายหรือความอยู่รอดของพวกมัน   เพราะยังไงๆ  กิ้งก่าที่ตัวใหญ่และแข็งแรงกว่าในพื้นที่นั้นก็จะเป็นผู้ที่มีโอกาสหาอาหารได้มากกว่าอยู่ดี   โดยกิ้งก่าที่มีขายาวที่สุดนั้นสามารถปีนได้ดีกว่า   ซึ่งทำให้พวกมันสามารถหนีขึ้นพิ้นดินเมื่อน้ำท่วมและไปกินอาหารที่กิ้งก่าตัวอื่นปีนไม่ถึงได้




1) มนุษย์

มนุษย์นั้นกำลังวิวัฒนาการอยู่หนือเปล่า???   คำตอบนั้นก็คือถูกต้องแล้วถึงแม้ว่าการวิวัฒนาการนี้จะเห็นได้ไม่ชัดก็ตาม   ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าในขณะที่เรากำลังพูดอยู่นั้น    9% ของพันธุกรรมของเราทั้งหมดกำลังวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว   โดยพันธุกรรมที่มีสาเหตุมาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาตินั้นได้แก่พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน, ระบบสืบพันธุ์และการรับรู้ทางประสาทสัมผัส   โรคภูมิแพ้เล็คโทส (Lactose intolerance) นั้นคือหนึ่งในตัวอย่างของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ   พวกเรานั้นคือสัตว์สปีชีส์เดียวที่จะไม่เป็นโรคนี้เมื่อโตขึ้น   โดยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า   โรคภูมิแพ้เล็คโทสนั้นเกิดขึ้นเมื่อวัวควายได้ถูกนำมาเลี้ยงในยุโรปเมื่อหลายศตวรรษก่อน   และเราได้สร้างภูมิค้มกันขึ้นมาเมื่อร่างกายวิวัฒนาการเพื่อสร้างเอนไซม์ย่อยแล็คโทสขึ้นมา   อีกตัวอย่างของการคัดเลือกโดยธรรมชาตินั้นก็คือการกลายพันธุ์ของพันธุกรรมสร้างฮีโมโกลบินที่ทำให้มนุษย์มี เม็ดเลือดแดงรูปเคียว   การกลายพันธุ์นี้เกิดขึ้นมาในแถบแอฟริกาและพื้นที่ๆอื่นๆซึ่งมีโรคมาลาเรียระบาด   เพราะการกลายพันธุ์นี้มีของแถมตามมาด้วยก็คือภูมิต้านทางโรคมาลาเรีย   ผู้คนที่มีการกลายพันธุ์นี้ก็จะมีโอกาสตายจากโรคมาลาเรียน้อยลง   การกลายพันธุ์ของฮีโมโกลบินนี้อาจจะเกิดขึ้นมาเป็นหลายร้อยรุ่นแล้วซึ่งสาเหตุนั้นมาจากการที่ผู้คนเหล่าได้โดนโรคมาลาเรียโจมตีตลอดจนคนบางคนได้วิวัฒนาการภูมิต้ายทานที่กล่าวไปขึ้นมา   และเมื่อผู้คนเหล่านี้รอดชีวิต   พวกเขาก็จะมีโอกาสสูงกว่าในการมีลูกหลานต่อไป    ซึ่งลูกหลานเหล่านี้ก็จะมีภูมิต้านทางโรคมาลาเรีย

 

ที่มา - http://curiosity.discovery.com/topic/ecology-and-evolution/10-examples-natural-selection.htm



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 246 : 10 การคัดเลือกโดยธรรมชาติ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 8403 , โพส : 0 , Rating : 88% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android