คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 240 : 9 เสือสปีชีส์ย่อย


     อัพเดท 30 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,143 Overall : 294,429
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 240 : 9 เสือสปีชีส์ย่อย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 866 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เสือเป็นสมาชิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์แมว (Felidae)   สปีชีส์ของพวกมันก็คือ Panthera tigris ซึ่งประกอบไปด้วย 9 สปีชีส์ย่อย   3 สปีชีส์ย่อยในนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้วและอีก 6 สปีชีส์ย่อยที่เหลือนั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” หรือ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” จากบัญชีแดงของ IUCN   ในช่วงศตรวรรษที่ผ่านมา   จำนวนเสือได้ลดลงไปถึง 95% ซึ่งทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์   สาเหตุของการลกจำนวนลงของเสือนั้นมาจากการบุกรุกป่าเพื่อล่าเอาหนัง, กระดูกและส่วนอื่นๆของร่างกายไปทำยาจีน (คนจีนเชื่อว่าการกินอวัยวะเพศของเสือนั้นจะทำให้พวกเขามีพละกำลังเท่ากับเสือ) การเพิ่มประชากรและที่อยู่ของคน, และการสูญเสียที่อยู่   เสือนั้นคือสัตวประจำชาติของอินเดีย




1) เสือเบงกอล (Panthera tigris tigris)
 

เสือเบงกอล, เสืออินเดียนหรือเสือรอยัล เบงกอลคือเสือที่มีจำนวนมากที่สุด   พวกมันสามารถพบได้ในป่าผลัดใบ, ทุ่งหญ้าและป่าเขตอบอุ่นแห่งอินเดีย, บังกลาเทศ, เนปาล, ภูฐาน, และพม่า   โดยจากข้อมูลของมูลนิธิช่วยเสือ   สมาชิกส่วนมาก (ประมาณ 1,520-1,909 ตัว) นั้นอาศัยอยู่ในอินเดีย   ถึงแม้ว่าเสือเบงกอลจะมีสมาชิกมากกว่าเสืออื่นๆ   พวกมันก็ยังมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” อยู่ดีด้วยสมาชิกจำนวนทั้งหมดน้อยกว่า 2,500ตัว   ซึ่งถิ่นที่อยู่ของพวกมันนั้นได้ลดลงมากกว่า 50% ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา   เสือเบงกอลนั้นมีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของเสือทั้ง 9 สปีชีส์ย่อย   ขนของพวกมันนั้นมีลายสีน้ำตาลหรือดำ   ซึ่งเสือแต่ละตัวนั้นมีลายที่แตกต่างกันออกไป (เหมือนรอยนิ้วมือคน)   เสือเบงกอลมีความยาว 2.7-3.1 เมตร, สูง 90-110 ซม.โดยวัดจากไหล่และหนัก 140-220 กก. เสือเบงกอลนั้นคือสัตว์ประจำชาติของบังกลาเทศ   ในบางครั้ง   เสือเบงกอลก็อาจจะมียีนด้อยกลายพันธุ์ 2 ยีนในพันธุกรรมและทำให้มันมีขนสีขาวหรือสีครีมแทนที่จะเป็นสีส้ม   เหตุการณ์เกิดขึ้นได้ยากมาก (1 ใน 10,000) แต่เมื่อเกิดขึ้น  เจ้าเสือก็จะถูกเรียกว่าเสือขาว   เพราะความที่เสือขาวเป็นที่นิยม   สถานที่หลายๆแห่งจึงพยายามที่จะพันธุ์พวกมันขึ้นมาโดยการผสมพันธุ์กันในสายเลือดและทำให้ลูกที่เกิดมามีความผิดปรกติทางด้านสุขภาพและทางร่างกาย




2) เสืออินโดจีน (Panthera tigris corbetti)
 

เสืออินโดจีนหรือเสือคอร์เบ็ทส์ (ตั้งชื่อตามนักล่าชาวอังกฤษที่ได้เปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักธรรมชาติชื่อจิม คอร์เบ็ท) นั้นสามารถพบได้ในป่าห่างไกลและแถบภูเขาในเวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, พม่าและไทย (แต่ก่อนเคยพบในจีนอีกด้วย) ซึ่งเป็นที่เข้าถึงยากและทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถรู้ถึงสถานะในธรรมชาติของพวกมันได้มาก   ขนของพวกมันเป็นสีส้มเข้มกว่าสปีชีส์ย่อยอื่นๆและลายของพวกมันนั้นทำหน้าที่ในการพรางตัวจากเหยื่อ  เสืออินโดจีนมีขนาดเล็กกว่าและมีสีขนเข้มกว่าเสือเบงกอลเล็กน้อยและมีลายที่แคบและสั้นกว่า   พวกมันมีร่างกายทรงพลังที่สามารถกระโดดข้ามรั้วสูง 3 เมตรที่ชาวบ้านสร้างไว้เพื่อล้อมคอกปศุสัตว์และเข้าไปฆ่าลูกวัวในนั้นได้   หลังจากการห่า   เจ้าเสือก็สามารถกระโดดข้ามรั้วพร้อมกับคาบเนื่อหนัก 60 กก.กลับออกไปได้   จากข้อมูลของมูลนิธิช่วยเสือ   ตัวผู้นั้นยาว 3 เมตรจากหัวถึงหางและหนักประมาณ 180 กก.ในขณะที่ตัวเมียยาวประมาณ 2.4 เมตรและหนักประมาณ 115 กก.   เสืออินโดจีนนั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยในปี 1998 (2541)   การสำรวจพบกว่าจำนวนของเสืออินโดจีนหลงเหลือยู่ประมาณ 736-1,225 ตัว   ซึ่งการบุกรุกป่าและการลดจำนวนลงเรื่อยๆในปัจจุบันนั้นอาจจะเปลี่ยนสถานะของพวกมันเป็น “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก”   ในอดีต   เสืออินโดจีนนั้นเคยเป็นสปีชีส์ย่อยเดียวกันกับเสือมาลายันมาก่อน




3) เสือมาลายัน (Panthera tigris jacksoni)
 

คำว่า “jacksoni” ในชื่อทางวิทยาศาสตร์นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแก่ปีเตอร์ แจ๊คสันผู้ที่เคยเป็นประธานของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเสือแห่ง IUCN มาก่อน   เสือมาลายันถูกแยกออกมาเป็นสปีชีส์ย่อยต่างหากจากเสืออินโดจีนเมื่อปี 2004 (2547)   พวกมันอาจจะดูเหมือนเสืออินโดจีนแต่มีขนาดเล็กกว่าและสามารถพบได้ในป่ากึ่งเขตร้อนชื้นๆในทางตอนใต้สุดของไทยและคาบสมุทรมาเลย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   เสือมาลายันนั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 600-800 ตัว  เสือมาลายันนั้นยาวประมาณ 2.4-2.6 เมตร, สูง 60-110 ซม.และหนัก 25-130 กก.    พวกมันเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย   ซึ่งประเทศนี้ก็มีเจ้าเสืออยู่บนตรงประจำชาติ   พวกมันมีชื่อเล่นเป็นภาษามาเลย์ว่า “Pak Belang” แปลว่า “ลุงลาย” ซึ่งเจ้านี้ก็ได้อยู่ในตำนานของมาเลเซียในฐานะตัวร้าย




4) เสือไซบีเรียน (Panthera tigris altaica)
 

เสือไซบีเรียนหรือเสืออามูร์ (ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อเสือแมนจูเรียน, เสือยูซูเรียนและเสือจีนตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย) นั้นคือเสือและแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่แคยมีมา   จำนวนส่วนมาก (ประมาณ 450 ตัว) อาศัยอยู่ในพื้นที่กว้าง 156,000 ตารางเมตรในแถบพริโมสกี้และคาบาโรฟสกี้ในรัสเซียทางตะวันออกไกล (จำนวนเล็กน้อยประมาณ 35 ตัวหลงเหลืองอยู่ตามชายแดนจีน-รัสเซีย)   เสือไซบีเรียนนั้นมีขนสีส้มอ่อนกว่าสปีชีส์ย่อยอื่นๆและมีลายสีน้ำตาลแทนที่จะเป็นสีดำ   ขนของพวกมันนั้นหนากว่าเหล่าเสือที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พื่อปรับตัวให้เข้ากับอากาศที่หนาวเย็นและมีขนตรงหน้าอกกับท้องขาวพร้อมกับแผงคอเล็กๆสีขาวรอบๆคอ   ตัวผู้สามารถมีน้ำหนักได้ถึง 300 กก. และยาวได้ถึง 3.3 เมตรจากหัวถึงหาง   ส่วนตัวเมียนั้นมีขนาดเล็กกว่าด้วยความยาว 2.6 เมตรและนำหนัก 100-167 กก.   เสือไซบีเรียนนั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   มลฑณจี๋หลินของจีนและจังหวัดพริโมสกี้ของรัสเซียนั้นได้ตั้งพื้นที่อนุรักษ์ตามตรงทางเหนือของคาบสมุทรเกาหลีขึ้นมาเพื่อปกป้องเจ้าเสือยักษ์นี้   และทางสวนสัตว์ทั่วโลกก็ได้พยายามที่จะเพาะพันธุ์พวกมันในที่เลี้ยงขึ้นเพื่ออนุรักษ์พันธุ์กรรมแท้ไว้และเพื่อเพิ่มจำนวนที่จะปล่อยกลับคืนสู่ป่า




5) เสือจีนใต้ (Panthera tigris amoyensis)
 

เสือจีนใต้นั้น (เสืออไลอาส ไชนิส, เสือเอมอยหรือเสือเซียะเหมิน) สามารถพบได้ในประเทศจีนตอนกลางและตะวันออก   พวกมันเป็นหนึ่งใน 10 สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลกและเสือที่ตกอยู่ในอันตรายต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดด้วยสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” จาก IUCN ด้วยจำนวนประชากรแค่ 47 ตัวในสวนสัตว์ 18 แห่งในจีนเท่านั้น   ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญกลัวว่าเจ้าเสือนี้จะหายไปเมื่อจบทศวรรษนี้   จากข้อมูลของ World Wildlife Fund (WWF) ประชากรในธรรมชาติของเสือจีนใต้ (ถ้ายังหลงเหลืออยู่นะ) นั้นไม่มีใครรู้และผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็เชื่อว่าได้สูญพันธุ์ไปในธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว    เมื่อ 40 ปีก่อน   จำนวนของเสือจีนใต้นั้นมีมากกว่า 4,000 ตัว   แต่เพราะสาเหตุที่ว่ารัฐบาลจีนนั้นประกาศให้พวกมันเป็นสัตว์รบกวน   การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จึงได้เริ่มขึ้น   นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเสือจีนใต้นั้นคือ “เสือพื้นฐาน” หรือก็คือบรรพบุรุษของเสือทั้ง 9 สปีชีส์ย่อย   เสือจีนใต้นั้นมีร่างกายเท่าๆกับเสือเบงกอลด้วยความยาว 2.2-2.7 เมตรและน้ำหนัก 110-175 กก.แต่มีขนสีอ่อนจนออกเป็นสีเหลืองกว่า   และลายนั้นก็มีจำนวนมากกว่าและแคบกว่าพร้อมด้วยมุมแหลมที่กว่า




6) เสือสุมาตรา (Panthera tigris sumatrae)
 

เสือสุมาตราได้ชื่อมาจากถิ่นที่อยู่ในเกาะอินโดนีเซียและสุมาตราเท่านั้น   พวกมันมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” ด้วยจำนวนประชากรประมาณ 400-500 ตัว   เสือสุมาตรานั้นคือเสือสปีชีส์ย่อยที่มีขนาดเล็กที่สุดและพวกมันก็มีขนสีเข้มที่สุด   ตัวผู้มีความยาว 2.4 เมตรจากหัวถึงหางและมีน้ำหนักประมาณ 120 กก.   ส่วนตัวเมียนั้นยาว 2 เมตรและหนักประมาณ 900กก.  ลายสำดำบนขนนั้นมีลักษณะกว้างแต่อยู่ใกล้กันและมักจะมาเป็นคู่   เจ้าเสือนี้มีลายตรงขาหน้า (เสือไซบีเรียนไม่มีลายตรงขาหน้า) และมีหนวดกับแผงคอมากกว่าสปีชีส์ย่อยอื่นๆ   พวกมันมีพังผืดระหว่างนิ้วเท้าซึ่งเมื่อกางออกมาแล้วทำให้ว่ายน้ำได้เร็วมาก   เจ้าเสือนี้มักจะต้อนเหยื่อ (โดยเฉพาะเหยื่อที่ว่ายน้ำช้า) ลงน้ำ  เสือสุมาตรานั้นถูกปกป้องด้วยกฏหมายอินโดนีเซียซึ่งบทลงโทษนั้นคือการถูกจับเข้าคุกและการปรับเนเงินมหาศาล   แต่ถึงกระนั้น   เจ้าเสือก็ยังถูกล่าอย่างผิดกฏหมายเพราะส่วนต่างๆของร่างกายนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมากโดยเฉพาะในวงการยาจีน      เสือสุมาตรานั้นคือสปีชีส์ย่อยที่มีอายุน้อยมากที่สุด (หมายความว่าเพิ่งแยกออกมาเป็นสปีชีส์ย่อย)   พวกมันคือสมาชิกที่ยังหลงเหลืออยู่ของเสือหมู่เกาะซุนดาทั้งหลาย (เสือสุมาตรา, เสือบาหลี, และเสือชวา)




7) เสือบาหลี (Panthera tigris balica) – สูญพันธุ์
 

เสือบาหลี (“ฮาริเมา บาหลี” ในภาษาอินโดนีเซียนและ “ซามง” ในภาษาบาหลีโบราณ) นั้นคือหนึ่งใน 3 เสือสปีชีส์ย่อยที่ได้สูญพันธุ์ไปแล้วที่เคยอาศัยอยู่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย   พวกมันสูญพันธุ์ไปในช่วงปี 1940 (2483) ด้วยสาเหตุมาจากการล่า, การสูญเสียป่า, และเหยื่อที่ลดลง  เสือบาหลีตัวสุดท้ายนั้นเป็นตัวเมียที่ถูกยิงตายในปี 1937 (2480) ในบาหลีทางตะวันตก   ถ้าเสือบาหลียังมีชีวิตอยู่   พวกมันจะเป็นเสือสปีชีส์ย่อยที่มีขนาดเล็กที่สุดด้วยความยาว 1.9-2.2 เมตรและน้ำหนัก 65-100 กก.   เจ้าเสือนี้มีขนสั้นๆที่มีสีส้มเข้มกว่า (ซึ่งทำให้ท้องขาวๆดูโดดเด่นกว่าเสือสปีชีส์ย่อยอื่นๆ) และลายน้อยกว่าเสือสปีชีส์ย่อยอื่นๆและมีจุดสีดำระหว่างลายในบางครั้ง  นอกจากนี้   เสือบาหลีก็ยังมีลายแปลกๆบนหัวอีกด้วย   เสือบาหลีนั้นคือ 1 ใน 3 เสือสปีชีส์ย่อยที่สามารถพบได้ในอินโดนีเซีย (เสือสุมาตรา, เสือบาหลี, และเสือสุมาตรา)




8) เสือชวา (Panthera tigris sondaica) – สูญพันธุ์
 

เสือชวานั้นคือเสือสปีชีส์ย่อยล่าสุดที่เพิ่งสูญพันธุ์ไปแล้วในช่วงปี 1980 (2523) ซึ่งเคยอาศัยอยู่บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย   เสือชวานั้นมีขนาดเล็กกว่าเหล่าเสือบนเอเชียแผ่นดินใหญ่แต่มีขนาดใหญ่กว่าเสือบาหลี   ตัวผู้มีนำหนัก 100-140 กก.และมีความยาว  2-2.45 เมตร   ตัวเมียนั้นมีขนาดเล็กกว่าด้วยน้ำหนัก 75-115 กก.   เสือชวานั้นมีจมูกแคบและยาว   และมีลายยาวแคบๆ ที่มีจำนวนมากกว่าเสือสุมาตรา




9) เสือแคสเปี้ยน (Panthera tigris virgata) – สูญพันธุ์
 

เสือแคสเปี้ยน (เสือเฮอร์คานเนี่ยนหรือเสือทูรัน) นั้นคือเสือสปีชีส์ย่อยที่ได้สูญพันธุ์ไปในปี 1970 (2513) ซึ่งเคยพบได้ในแถบทะเลแคสเปี้ยนทางตะวันตกและใต้ในประเทศตุรกีและอีหร่านไปจนถึงเอเชียกลางรวมถึงทะเลทรายทากลามากันแห่งเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน   สาเหตุของการสูญพันธุ์นั้นมาจากการล่าทั้งเจ้าเสือและเหยื่อของพวกมัน, การสูญเสียที่อยู่, และการแตกกระจายออกไปเป็นกลุ่มเล็กๆที่ทำให้อนุรักษ์ได้ยากขึ้น   การศึกษาทางด้านพันธุกรรมจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดนั้นสันนิษฐานว่าเสือแคสเปี้ยนคือญาติใกล้เคียงของเสือไซบีเรียน   พวกมันคือหนึ่งในแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่แคยมีมา (แต่ก็ยังเล็กกว่าเสือไซบีเรียน) ด้วยความยาว 2-2.7 เมตรและน้ำหนัก 240 กก.   เสือแคสเปี้ยนมีขนสีสว่างกว่าและลายนั้นก็คบกว่า, จำนวนเยอะกว่าและอยู่ใกล้กันมากกว่าในเสือไซบีเรียน

 

ที่มา - http://www.ouramazingplanet.com/560-tiger-subspecies-images.html

http://www.livescience.com/15223-gallery-tiger-species.html

http://www.squidoo.com/Different_types_of_Tigers

http://www.panthera.org/species/tiger/subspecies



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 240 : 9 เสือสปีชีส์ย่อย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 866 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android