คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 232 : 5 สัตว์เรืองแสง 1: สัตว์บก


     อัพเดท 14 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,385 Overall : 294,671
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 232 : 5 สัตว์เรืองแสง 1: สัตว์บก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1085 , โพส : 0 , Rating : 20% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Bioluminescence นั้นคือคำที่เราใช้เรียกสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างและปล่อยแสงโดยการทำปฏิกิริยาเคมีออกมาได้จากอวัยวะพิเศษ   กระบวนการนี้มีประโยชน์หลายอย่างด้วยกัน เช่น การสื่อสาร, การหาอาหาร, การล่อเหยื่อ, และการเตือนนักล่า   แต่ถึงแม้ว่า bioluminescence จะถูกใช้เพื่ออะไรก็ตาม   เจ้าแสงเหล่านี้ก็ทำให้กลางคืนดูสวยงามไม่แพ้ดวงจันทร์และดวงดาวบนฟ้าเลย

 

5) เห็ด (รู้รึเปล่าเห็ดรานั้นเป็นญาติใกล้เคียงกับสัตว์มากกว่าพืช???)
 

Mycena lucentipes หรือที่แปลตรงตัวว่า “ก้านเรืองแสง” นั้นคือเห็ด bioluminescent ที่มีส่วนลำต้นเรืองแสงสว่างจ้าซะจนส่วนหมวกก็มีแสงไปด้วยซึ่งทำให้นักค้นคว้าเข้าใจผิดว่ามันเรืองแสงเฉพาะตอนกลางคืน    เห็ดรา (Fungi) เรืองแสงนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 60 สปีชีส์ (จากจำนวนทั้งหมด 85,000สปีชีส์) M. lucentipes ก็คือหนึ่งในสปีชีส์ที่เรืองแสงจ้าที่สุด   มันถูกค้นพบในปี 2006 (2549) ในเซ้า เปาโลประเทศบราซิลโดยนักค้นคว้าจาก Brazil's Institute of Botany   เจ้าเห็ดนี้ถูกสันนิษฐานว่าใช้การเรืองแสงในการดึงดูดสัตว์และแมลงหากินกลางคืนให้เข้ามาเพื่อที่พวกมันจะได้ทำหน้าที่เป็นผู้กระจายสปอร์ไปทั่ว (เหมือนกับผึ้งและดอกไม้) ซึ่งเป็นประโยชน์มากในป่าที่ไม่ค่อยมีลม    M. lucentipes อาจจะปล่อยแสงออกมาตลอด 24 ชม.   แต่ในตอนกลางวันที่แสงอาทิตย์จ้า   มันจะมีสีน้ำตาลอ่อนและสีแทน   แต่เมื่อความมืดแห่งรัตริกาลครอบคลุมป่า   เจ้านี้ก็จะกลายเป็นเหมือนดวงดาวบนพื้นดิน

เห็ดราเรืองแสงทั้ง 60 สปีชีส์นั้นส่วนมากพบได้ในเขตร้อน   พวกมันทั้งหมดมีสปอร์สีขาวผนังบางเพื่อจุดประสงค์ในการกระจายและสามารถย่อยสลายทั้งเซลลูโลสและลิกนินได้     แสงที่เห็ดราเหล่านี้ปล่อยออกมามีสีเหลืองเขียวความยาวคลื่น 520-530 นาโนเมตรและไม่ได้มาจากทุกส่วนของร่างกาย   โดยในบางสปีชีส์นั้นอาจจะมีแค่ส่วนหมวกที่เรืองแสงหรือใน M. lucentipes ก็คือส่วนลำต้นเท่านั้นที่เรืองแสง  และในบางสปีชีส์ก็ไม่ได้มีร่างกายเรืองแสงเลยแต่สร้างเส้นไยเหมือนด้าย (filament) เรียกว่าไมซีเลี่ยม (myecelium) ที่เรืองแสงแทน

http://www.livescience.com/2759-freaky-fungi-glow-dark.html

 



4) หอยทากบก
 

Quantula striata หรือ Dyakia striata นั้นคือหอยทากบกสปีชีส์เดียวที่สามารถสร้างแสงได้   เจ้าหอยทากขนาดกลางนี้สามารถพบได้ในสิงคโปร์, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, ฟิจิและมาเลเซีย   มันถูกค้นพบในปี 1942 (2485) โดยดร. ยาตะ ฮาเนดะ ไข่และลูกที่เพิ่งเกิดใหม่นั้นจะเรืองแสงสีเขียวในความมืดไปเรื่อยๆจนโตซึ่งมันจะเปลี่ยนมาเป็นการเรืองแสงแว๊บๆแทน (เหมือนแฟลช)   Q. Striata นั้นจะปล่อยแสงแว่บๆนี้ออกมาจากอวัยวะสร้างแสงชื่อ “อวัยวะของฮาเนดะ” ที่อยู่ตรงด้านล่างของลำตัวเมื่อโดนรบกวนเหมือนเจ้าหอยทากทะเลคลัสเตอร์วิงค์ญาติของมัน   แสงนี้มีสีเหลืองเขียวและมีความยาวคลื่นประมาณ 515 นาโนเมตร   ในตอนที่ไม่เรืองแสง   เจ้าหอยทากนี้จะมีเปลือกสีน้ำตาลตรงส่วนบนและสีขาวตรงส่วนล่าง

http://en.wikipedia.org/wiki/Quantula_striata

 



3) ไส้เดือนดิน
 

เจ้าไส้เดือนดิน Diplocardia longa นั้นจะหลั่งเมือกเหนียวๆเรืองแสงออกซึ่งเมือกนี้ประกอบไปด้วยลูซิเฟอริน (เม็ดสีสร้างแสงที่พบได้ในหิ่งห้อย) ที่ทำให้เรืองแสงตลอดเวลา D. longa นั้นจะหลั่งเมือกเรืองแสงออกมาเมื่อโดนรบกวนซึ่งเป็นการขู่นักล่าให้ถอยห่างไป   เพราะความที่แสงน่าขนลุกนี้ไม่สามารถพบได้มากในธรรมชาติ   การเรืองแสงของเจ้าไส้เดือนนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่าการกินมันไม่ใช่ไอเดียที่ดี   D. longa สามารถยาวได้ถึง 51 ซม.และสามารถพบได้ในสหรัฐอเมริกาทางตอนใต้   แสงของมันนั้นมีไปตั้งแต่ฟ้าถึงส้มโดยขึ้นอยู่กับสปีชีส์

 



2) หนอน
 

หนอนเรืองแสงนี้ที่แท้จริงแล้วก็คือตัวอ่อนของหิ่งห้อย (Lampyridae)...ใช่แล้วล่ะ...หิ่งห้อยก็เรืองแสงแม้แต่ตอนตัวกระเปี๊ยกและไร้ปีก   ซึ่งแสงนี้ถูกปล่อยออกมาจากส่วนหน้าผากและจะเป็นแสงสีเขียวไม่เปลี่ยนแปลง  เพราะตัวอ่อนหิ่งห้อยนั้นมีสารเคมีที่ทำให้เนื้อมันรสชาติแย่หรือเป็นพิษต่อสัตว์บางชนิด    แสงสีเขียวอ่อนนั้นจึงเป็นสัญญาณเตือนนักล่า 

 นอกจากตัวอ่อนหิ่งห้อยแล้ว   ตัวอ่อนของ glowworm beetles หรือด้วงในวงศ์ Phengodidae ก็เป็นหนอนที่เรืองแสงได้อีกด้วย   โดยส่วนร่างกายของด้วงตัวเมียและตัวอ่อน (รู้จักกันในชื่อ glowworms) ของด้วงเหล่านี้มีอวัยวะเรืองแสงที่ปล่อยแสงสีเหลืองหรือเขียวออกมา   และในบางครั้ง   อวัยวะเรืองแสงเพิ่มเติมตรงส่วนหัวก็สามารถปล่อยแสงสีแดงออกมาได้ (ใน railroad worm)    นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าด้วงตัวเมียนั้นเรืองแสงเพื่อดึงดูดตัวผู้ที่ขนาดเล็กกว่าและอายุสั้น (ทำไม่มีปากเพราะมันคงไม่มีชีวิตนานพออยู่แล้ว) ให้เข้ามาผสมพันธุ์   ด้วงเหล่านี้สามารถพบได้ในโลกใหม่ตั้งแต่ตอนใต้ของแคนาดาไปถึงชิลี

ในความมืด   การเรืองแสงของหนอนเหล่านี้ทำให้พวกมันมันมีลวดลายน่าทึ่งไม่เบา  

http://en.wikipedia.org/wiki/Phengodidae

 



5) หิ่งห้อย
 

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงสัตว์เรืองแสง   เราก็คงจะคิดถึงหิ่งห้อยเป็นอันดับแรก   หิ่งห้อยตัวผู้นั้นใช้การเรืองแสงเพื่อเลือกคู่   โดยการศึกษาในปี 2010 (2553) โดยกลุ่มนักค้นคว้าแห่งมหาวิทยาลัยคอนเน็คติกัทพบว่า   หิ่งห้อยตัวผู้นั้นจะบินไป-มาและเรืองแสงแว่บวาบเพื่อทำให้ตัวเมียรู้ว่าพวกมันกำลังมองหาคู่ผสมพันธุ์   และเหล่าตัวผู้นั้นจะมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่และกระพริบแสงนีออนเขียวเป็นจังหวะเข้าด้วยกันเพื่อทำให้ตัวเมียรู้ได้ว่าตัวผู้ตัวไหนเป็นคู่ผสมพันธุ์ที่มีศักยภาพดี   ในขณะเดียวกัน   หิ่งห้อยตัวเมียนั้นจะเกาะต้นไม้เพื่อสังเกตการกระพริบแสงของตัวผู้ที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละสปีชีส์   เมื่อตัวเมียพบการกระพริบแสงที่ชอบ   มันก็จะเรืองแสงกลับเพื่อส่งสัญญาณให้ตัวผู้เข้ามาผสมพันธุ์  

หิ่งห้อยนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกมากกว่า 2,000 สปีชีส์   ซึ่งที่จริงแล้ว   พวกมันก็คือด้วงมีปีก   ไม่ใช่แมลงวัน   หลังจากการใช้ชีวิตใต้ดินในสถานะตัวอ่อนมากเป็นเวลา 2 ปี   เจ้าหิ่งห้อยเหล่านี้ก็จะบินออกจากพื้นดินมาเพื่อใช้ชีวิตโตเต็มวัยสั้นๆยาวประมาณ 2 อาทิตย์เพื่อหาคู่และผสมพันธุ์   ซึ่งการกระบวนการนี้สำคัญมากขนาดที่เจ้าแมลงเหล่านี้ไม่หยุดเพื่อกินอาหารเลย

http://www.lifeslittlemysteries.com/668-fireflies-synchronous-flashes-are-booty-calls-study-reveals.html

 

ที่มา - http://www.livescience.com/14865-bioluminescent-creatures-gallery.html


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 232 : 5 สัตว์เรืองแสง 1: สัตว์บก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1085 , โพส : 0 , Rating : 20% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android