คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 188 : 11 สุดยอดเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์


     อัพเดท 9 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,204 Overall : 294,490
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 188 : 11 สุดยอดเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1826 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นคือนกในวงศ์ Paradisaeidae จากอันดับ Passeriformes สปีชีส์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในป่าทึบบนหมู่เกาะนิว กินี  ส่วนที่เหลือนั้นอาศัยอยู่บนหมู่เกาะโมลุกกะและออสเตรเลียตะวันออก  นกวงศ์นี้ประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 40สปีชีส์จาก 14สกุล  เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นเป็นที่รู้จักกันมากในเรื่องของขนอันสวยงามแปลกตาของตัวผู้ (ตัวเมียมีขนสีจืดๆ)  ซึ่งพวกมันส่วนใหญ่นั้นมักจะมีปาก, ปีกและหัวสีโดดเด่น  และขนหางยาวเว่อร์ๆ  อาหารของเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ส่วนใหญ่นั้นคือผลไม้จนไปถึงแมลงตัวเล็กๆ  นิสัยการจับคู่ของเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นก็มีไปตั้งแต่การมีคู่ตัวเดียวตลอดชีวิต (พวกที่ทั้งสองเพศไม่ค่อยมีความแตกต่างมาก) จนถึงจับกลุ่มเลือกคู่ (พวกที่ตัวผู้แตกต่างจากตัวเมียลิบโลก)  ซึ่งแต่ละสปีชีส์ (ที่มีคู่หลายตัว) นั้นก็จะมาเข้ากลุ่ม (เรียกว่า "lek") เพื่อเริ่มพิธีดึงดูดตัวเมีย  เพราะความสวยงามของเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์  พวกมันจึงเป็นที่สนใจของทั้งผู้คนในท้องถิ่น (ในนิว กินี  การค้าขายหนังและขนของเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์มีมานาน 2,000ปีแล้ว) และชาวต่างชาติจนทำให้บางสปีชีส์นั้นตกอยู่ในอันตรายต่อการสูญพันธุ์ด้วยสาเหตุมาจากการล่าและการสญเสียที่อยู่  ปรกติแล้วเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นคือนกที่มีรูปร่างเหมือนอีกา (พวกมันเป็นญาติใกล้เคียงกับนกกลุ่มนี้)  โดยตัวผู้นั้นทั้งยาวและใหญ่กว่าตัวเมีย  เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์มีขนาดตั้งแต่คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวกระจิ๋วที่ยาว 15ซม.และหนัก 50กรัมไปถึงแบล๊ก ซิ๊กเกิ้ลบิลตัวใหญ่ที่ยาว 44ซม.และหนัก 430กรัม  เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ที่เอามาต่อไปนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง (ทั้งสองเพศแตกต่างกันมาก) เท่านั้น





แม็กนิฟิเซ็นท์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Magnificent Bird-of-paradise)


แปลเป็นไทยก็คงได้ว่าเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์สุดสง่างาม  แม็กนิฟิเซ็นท์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Cicinnurus magnificus) เป็นนกขนาดเล็กซึ่งตัวผู้มีความยาวแค่ 19-26ซม.และหนัก 194กรัม  ส่วนตัวเมียนั้นยาวประมาณ 19ซม.และหนักน้อยกว่า 128กรัม  นกตัวผู้นั้นมีปีกและแผงคอสีเหลือง, ขนหน้าอกสีเขียว, ขาสีฟ้า, และหางรูปเคียวสีฟ้า-เขียวยาว 2เส้น  ส่วนนกตัวเมียมีสีน้ำตาลและใต้ท้องดำๆ  เจ้านกสปีชีส์นี้สามารถพบได้ตามป่าทึบตรงตีนเขาและภูเขาของหมู่เกาะนิว กินีที่สูงจากน้ำทะเล 1,800-5,000เมตร  พวกมันกินผลไม้เป็นหลักและเป็นสัตว์ที่ก้าวร้าวหวงถิ่น  แม็กนิฟิเซ็นท์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ นั้นมีคู่หลายตัว  ซึ่งมันกับคู่แต่ละตัวอาจจะได้พบหน้ากันน้อยกว่า 2ครั้งนอกจากตอนที่กลุ่มตัวผู้แสดงโชว์แห่งรัก  เมื่อตัวเมียเข้ามาดูการแสดงโชว์ของตัวผู้และตกลงเป็นภรรยาแล้ว  เจ้าตัวผู้ก็จะป่ามป้ามตรงนั้นแล้วจึงปล่อยให้ตัวเมียไปดูแลลูกด้วยตัวเอง  ซึ่งตัวเมียนั้นก็อาจจะไปสร้างรังหรือไม่ก็ไปป่ามป๊ามกับตัวผู้อื่นๆ  แม็กนิฟิเซ็นท์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ ตัวเมียนั้นใช้มอส, ไบไม้, และส่วนอื่นๆของต้นไม้ในการสร้างรังแล้วจึงวางไข่สีเหลืองครีมที่ประกอบไปด้วยจุดสีเทา 2ฟอง  เมื่อลูกฟักออกจากไข่  ตัวเมียก็จะใช้เวลาประมาณ 38วันในการดูแลเ  แม็กนิฟิเซ็นท์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นมีจำนวนมากจนไม่อยู่ในอันตรายต่อการสูญพันธุ์

http://en.wikipedia.org/wiki/Magnificent_Bird-of-paradise

http://www.honoluluzoo.org/magnificent_bird_of_paradise.htm





วิลสัน
เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Wilson's Bird-of-paradise)


วิลสันเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Cicinnurus respublica) เป็นนกตัวเล็กที่มีความยาวแค่ 16ซม. (+หางเป็น 21ซม.)  เจ้าตัวผู้ของสปีชีส์นี้มีขนสีดำและแดง, หัวสีฟ้าที่มีลายสีดำพาด (ที่สดใสขนาดมองเห็นในกลางคืนได้), ขนแผงคอสีเหลือง, ปากสีเขียวสว่าง, ขนออกสีแดง, ขาสีฟ้าและหางสีม่วงโค้ง 2เส้น  ส่วนตัวเมียนั้นมีสีออกน้ำตาลและหงอนสีฟ้า  วิลสันเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นสามารถหาพบได้ในอินโดนีเซียเท่านั้น  ซึ่งมันอาศัยอยู่ในป่าตามตีนเขาและที่ราบต่ำของเกาะเวจิโอ, เกาะบาทานน่า, และจังหวัดปาปัวตะวันตกซึ่งอยู่จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป 300เมตร  อาหารของเจ้านี้ได้แก่ผลไม้และแมลงตัวเล็กๆ  วิลสันเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นถูกถ่ายวิดีโอครั้งแรกในสารคดีของ BBC ชื่อ Attenborough in Paradise ในปี 2529 โดยเดวิด  แอทเทนโบโรว์  เขาทำให้เจ้านกนี้โผล่ออกมาได้โดยการโปรยใบไม้ลงบนพื้นซึ่งทำให้มันเข้าสู่โหมดทำความสะอาด (เจ้านี้ต้องมีพื้นที่ที่สะอาดหมดจดเพื่อเป็นการดึงดูดตัวเมีย)  วิลสันเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นตกอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ซึ่งสาเหตุมาจากากรสูญเสียที่อยู่และการถูกล่า

http://en.wikipedia.org/wiki/Wilson's_Bird-of-paradise

http://www.arkive.org/wilsons-bird-of-paradise/cicinnurus-respublica/





คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (King Bird-of-paradise)


คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Cicinnurus regius Cicinnurus มาจากภาษากรีกแปลว่าขนหยิกๆซึ่งหมายถึงขนที่หัวของมัน  ส่วน regius นั้นแปลว่าราชา) เป็นเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ที่มีขนาดเล็กที่สดและมีขนสดใสที่สุด  มันมีร่างกายยาวประมาณ 16-19ซม. (+หางเป็น 31ซม. )และหนัก 50กรัม  ตัวผู้นั้นมีขนข้างหลังสีแดงสด, ขนใต้ท้องสีขาว, ขนไหล่รุปพัดมีสีเขียวตรงปลาย, เท้าสีฟ้า, และขนหางยาวที่มีปลายสีมรกต  ส่วนตัวเมียนั้นมีขนสีน้ำตาลและลายใต้ท้อง  คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นสามารถพบได้ในป่าที่ราบต่ำของหมู่เกาะนิว กินี  มันถูกขนานามว่า “อัญมณีมีชีวิต”  คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นกินผลไม้และแมลงเป็นหลัก  คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์เป็นนกที่มีคู่หลายตัวซึ่งการเต้นรำแห่งรักของตัวผู้นั้นประกอบไปด้วยการที่ตัวผู้ห้อยหัวลงและแกว่งตัวไป-มาแล้วกางปีกออกพร้อมกับแอ่นอกสีขาวๆนั้น (มองแล้วดูเหมือนลูกสำลี) เมื่อทั้งสองเพศตกลงจับคู่กันแล้ว  พวกมันก็จะผสมพันธุ์แล้วไปหาคู่ตัวอื่น  คิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวเมียนั้นจะสร้างรังและเลี้ยงลูกโดยลำพัง  โดยมันจะกกไข่นาน 17วันและเลี้ยงดูลูกนาน 14วัน  ลูกผสมระหว่างคิงเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์และแม็กนิฟิเซ็นท์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นมักจะโผล่ออกมาให้เห็นกันอยู่บ้าง

http://en.wikipedia.org/wiki/King_Bird-of-paradise

http://australianmuseum.net.au/King-Bird-of-Paradise




สกุล Paradisaea: Lesser Bird-of-paradise, Greater Bird-of-paradise, Raggiana Bird-of-paradise, Goldie's Bird-of-paradise, Red Bird-of-paradise, Emperor Bird-of-paradise เหมือนๆกันหมดยกเว้นบลูเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์

คนเขียนจะพูดเกี่ยวกับเกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ก็แล้วกันเพราะมันเป็นสปีชีส์ที่คนรู้จักกันมากที่สุด...เกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Paradisaea apoda – ชื่อนี้ Carolus Linnaeus เป็นคนตั้งชื่อให้แปลว่า “เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ไร้ขา” เพราะในช่วงแรกๆของการค้าขายไปในยุโรป  เจ้านี้จะโดนตัดขาก่อนส่งออกซึ่งทำให้คนยุโรปคิดว่าเจ้านี้เป็นนกจากพาราไดซ์ที่จะไม่ลงจากต้นไม้มาให้ขาแตะพื้นจนกว่าจะตาย) คือสมาชิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุลนี้  ซึ่งตัวผู้นั้นยาวถึง 43ซม. (ไม่นับหาง)  ส่วนตัวเมียนั้นยาวน้อยกว่าที่ 35ซม.  ความแตกต่างระหว่างเพศในเกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นสามารถเห็นได้ชัดมากเหมือนสปีชีส์อื่นๆ  ซึ่งตัวผู้นั้นมีหน้าสีเขียววิบวับ, หัวสีเหลือง, หงอนและต้นคอสีเงิน, ร่างกายสีแดงเลือดหมู, ขนสีข้างเป็นสีแดงเลือกหมูแซมขาวและมีสีเหลืองตรงปลาย  ส่วนตัวเมียนั้นมีสีแดง-น้ำตาล  แต่ทั้งสแงเพศก็มีตาสีเหลืองและจะงอยปากสีฟ้าเหมือนกัน  เกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นสามารถพบได้ในป่าตามตีนเขาและที่ราบต่ำของนิว กินีตะวันตกเฉียงใต้และหมู่เกาะอารูของอินโดนีเซีย  อาหารหลักของมันนั้นประกอบไปด้วยผลไม้, เมล็ดพืชและแมลงเป็นหลัก  เกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นเป็นพวกมีคู่หลายตัว  ซึ่งในการผสมพันธุ์  เหล่าตัวผู้ประมาณ 15ตัวจะมาจับกลุ่มเกาะคอนดึงดูดตัวเมีย (เรียกว่า “lek”) ด้วยการยื่นปีกไปข้างหน้าและสะบัดขนสีข้างไป-มาพร้อมกับกระโดดไป-กลับในขณะที่พยักหัวขึ้น-ลง  จากนั้นมันก็จะห้อยหัวลงจากกิ่งไม้และกางปีกออกและส่งเสียงร้องเรียกไปเรื่อยๆซ้ำๆจนตัวเมีนสนใจ  เมื่อจับคู่ได้แล้ว  ตัวผู้ก็จะป่ามป๊ามตัวเมียแล้วปล่อยเธอไปแล้วเต้นรำหาคู่ตัวอื่นต่อ (ตัวเมียก็ไปหาตัวผู้อื่นๆต่อ) เกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวเมียนั้นจะวางไข่ประมาณ 7ฟอง  ลูกผสมระหว่างเกรทเตอร์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์กับเร็กเจียน่าเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นมักจะโผล่ออกมาให้เห็นบ้าง

http://australianmuseum.net.au/Greater-Bird-of-Paradise

http://en.wikipedia.org/wiki/Greater_Bird-of-paradise




คิง อ๊อฟ แซ็กซอนนี่เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (King of Saxony Bird-of-paradise)


คิง อ๊อฟ แซ็กซอนนี่เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (ชื่อยาวไป 3บ้าน) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophora alberti มันเป็นนกที่สามารถหาพบได้ในป่ามอนทาเน่ของนิว กินีเท่านั้น alberti ที่เป็นชื่อสปีชีส์และชื่อเรียกของเจ้านกนี้นั้นถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่อัลเบิร์ต อ๊อฟ แซ็กซอนนี่ (เป็นราชาอยู่ที่นั่น) นกตัวนี้ยังถูกคนท้องถิ่นเรียกชื่อว่า “คิซาบา” ซึ่งมีที่มาจากเสียงของตัวผู้นั่นเอง คิง อ๊อฟ แซ็กซอนนี่เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์มาความยาวประมาณ 22ซม. ตัวผู้นั้นมีขนสีดำและเหลือง, ม่านตาสีน้ำตาลเข้ม, จะงอยปากสีดำ, ขาสีน้ำตาลเทา, ปากสีเขียวน้ำทะเลและขนตรงหัวสีฟ้าแซมน้ำตาลยาวถึง 50ซม.ที่สามารถชูขึ้นมาได้ตามใจตัวผู้ ขนหัวของนกชื่อยาวตัวผู้นั้นเมื่อตกลงพื้นในสภาพที่ยังใช้ได้ เจ้าอาร์คโบล์ด บาวเวอร์เบิร์ดตัวผู้ก็จะนำกลับไปสร้างรังดึงดูดตัวเมีย และคนท้องถิ่นก็จะไปเอาขนหัวนี้จากรังของเจ้านกนั่นอีกต่อ ขนหัวของคิง อ๊อฟ แซ็กซอนนี่เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ ตัวผู้นี้ทั้งแปลกและสวยขนาดที่ว่าคนยุโรปหาว่าเป็นของเก๊เมื่อได้เห็นตัวอย่างครั้งแรก คิง อ๊อฟ แซ็กซอนนี่เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวผู้นั้นเป็นนกหวงถิ่นที่จะปกป้องที่อยู่บนต้นไม้สูงของมันอย่างสุดความสามารถโดยการร้องเพลงแข่งกับตัวผู้อื่นๆ (ซะงั้น) พวกมันกินผลไม้, เบอร์รี่และแมลงเป็นอาหาร ความรักของคิง อ๊อฟ แซ็กซอนนี่เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นก็เหมือนพวกที่กล่าวๆมาแล้วทั่วๆ ซึ่งก็คือ ตัวผู้ดึงดูดตัวเมียจนสำเร็จและป่ามป๊ามแล้วก็แยกย้ายกันไปหาคู่ตัวอื่น เจ้านกตัวเมียนั้นจะออกไข่ 1ฟองและเลี้ยงดูลูกโดยลำพัง

http://en.wikipedia.org/wiki/King_of_Saxony_Bird-of-paradise

http://animaladay.blogspot.com/2011/02/king-of-saxony-bird-of-paradise.html




ซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Superb Bird-of-paradise)

ถ้าแปลเป็นไทยก็คงได้ว่า “เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์สุดเลิศ”  ซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Lophorina superba Lophorina เป็นภาษากรีกแปลว่าสันจมูกซึ่งหมายถึงขนตรงโคนจมูกของเจ้านี้  ส่วน superba ก็คือ superb นั้นเอง) นั้นเป็นนกขนาดเล็กสปีชีส์เดียวในสกุล Lophorina ที่มีความยาวประมาณ 26ซม.  ตัวผู้นั้นมีขนสีดำพร้อมกับหัวสีเขียวขนอกสีฟ้าวิบวับ  ส่วนตัวนั้นเป็นสีน้ำตาล-แดงจืดๆและลายทางใต้ท้อง (ลูกๆจะมีขนคล้ายๆตัวเมีย)  ซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ สามารถพบได้ทั่วไปในป่าทึบของนิว กินี  มันเป็นสัตว์กินผลไม้และแมลงที่ไม่ตกอยู่ในอันตรายต่อการสูญพันธุ์ถึงแม้ว่าจะโดนล่าอย่างหนักเพื่อขนก็ตาม  เพราะซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นเป็นสปีชีส์ที่ประกอบไปด้วยตัวเมียจำนวนน้อยมาก  การแข่งขันดึงดูดคู่ของตัวผู้นั้นจึงเป็นอะไรที่เข้มข้นดุเดือดมากซึ่งทำให้เจ้านกนี้พัฒนาการล่อใจตัวเมียที่เป็นหนึ่งในการกระทำที่ทั้งแปลกและสวยงามที่สุดในโลกของนก  พิธีการดึงดูดตัวเมียของซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวผู้นั้นจะเริ่มต้นด้วยการทพความสะอาด “พื้นที่เต้นรำ”  ซะหมดจด (ขนาดที่ก้อนดินหรือกิ่งไม้ยังโดนฝนซะเรียบด้วยใบไม้) แล้วมันก็จะเริ่มส่งเสียงดังร้องเรียกตัวเมีย  หลังจากที่ตัวเมียที่สนใจเข้ามาใกล้แล้ว  เจ้าตัวผู้ก็จะกางขนอกขึ้นเหนือหัวต่อกัน ซึ่งเมื่อมองรวมๆแล้วเหมือนหน้ารูปวงรีมีตากับปากสีฟ้าไม่มีผิด  นกตัวผู้นั้นจะกางขนออกและตีหางไปกับพื้นเรื่อยๆเป็นจังหวะพร้อมกับกระโดดไปรอบๆตัวเมีย  ถึงแม้การเต้นรำของซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวผู้จะดูน่าทึ่งเพียงไร  เปอร์เซ็นการคว้าใจตัวเมียมารองนั้นก็น้อยเต็มที  เพราะเจ้าตัวเมียช่างเลือกนี้มักจะปัดรักของตัวผู้จำนวน 15-20ตัวก่อนจะพบเจ้าชายในฝัน  เมื่อตัวเมียตกลงใจที่จะให้ตัวผู้ในฝันเป็นพ่อของลูกแล้ว  ทั้งสองก็จะป่ามป๊ามกันแล้วจึงแยกกันไปหาคู่อื่นๆต่อ  ซุเปิร์ปเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ตัวเมียนั้นจะไปสร้างรังวางไข่โดยลำพัง  ซึ่งไข่ของมันนั้นใช้เวลาฟัก 18-19วัน  เมื่อลูกฟักออกมา  ตัวเมียก็จะเลี้ยงดูอีกประมาณ 18วัน

http://en.wikipedia.org/wiki/Superb_Bird-of-paradise

http://australianmuseum.net.au/Superb-Bird-of-Paradise






ทเวล์ฟ ไวย์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Twelve wired bird of paradise)
แปลเป็นไทยก็คงได้ว่า “เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ 12เส้น” ทเวล์ฟ ไวย์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ (Seleucidis melanoleucus หรือ Seleucidis melanoleuca Seleucidis มาจากชื่อนกอพยพในตำนานละตินที่ถูกพระเจ้าส่งมาทำลายศัตรูพืช และ melanoleuca มาจากภาษากรีกแปลว่าดำ-ขาว) เป็นนกขนาดกลางสปีชีส์เดียวในสกุล Seleucidis ที่มีความยาวประมาณ 33ซม.  ตัวผู้นั้นมีม่านตาสีแดง, จะงอยปากยาวสีดำ, ขนหน้าอกมีสีเขียวตรงปลาย, และขนสีข้างสีเหลืองที่มีเส้นสีดำเหมือนลวด 12เส้นโผล่ออกมาจากตรงปลาย  ส่วนตัวเมียนั้นยาว 35ซม.และมีขนสีน้ำตาลกับใต้ท้องลายดำ  ทั้งสองเพศนั้นมีขาแข็งแรงที่ประกอบไปด้วยกรงเล็บสีชมพู  ทเวล์ฟ ไวย์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นสามารถพบได้ในที่ป่าราบต่ำของนิว กินีและเกาะสลาวาติ  มันเป็นสัตว์กินผลไม้, น้ำหวานดอกไม้และแมลงที่มีจำนวนมากพอดูในธรรมชาติ  แต่ในที่เลี้ยง  ทเวล์ฟ ไวย์เบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์นั้นเป็นนกที่เพาะพันธุ์ยากมาก  ซึ่งที่ๆเดียวที่เคยเพาะพันธุ์เจ้านี้สำเร็จก็คือสวนนกจูร่งในสิงคโปร์เท่านั้น

http://en.wikipedia.org/wiki/Twelve-wired_Bird-of-paradise

http://australianmuseum.net.au/Twelve-wired-Bird-of-Paradise/





อาร์แฟก แอสทราเปีย (Arfak Astrapia)
 

อาร์แฟก แอสทราเปีย (Astrapia nigra Astrapia มาจากภาษากรีกแปลว่า แสงแวบวาบหรือฟ้าแลบ ส่วน nigra เป็นภาษาละตินแปลว่าดำ) เป็นเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ขนาดใหญ่ยาวประมาณ 76ซม.โดยรวมขนหาง (ตัวเมียยาว 50ซม.) ที่มีขนวิบวับสีม่วง, เขียวและบรอนซ์  ตัวผู้นั้นมีหางที่ทั้งใหญ่และกว้างซ้อนกันเป็นชั้นๆ, ขนอกสีดำกำมะหยี่และขนหงอนขนาดใหญ่  ส่วนตัวเมียนั้นมีสีดำ-น้ำตาลและใต้ท้องสีซีดๆ  ฟรองซัวร์ ลิเวยอง (<--ใครเก่งฝรั่งเศสมาบอกการออกเสียงที่ถูกให้หน่อย  คนเขียนใช้กูเกิ้ลเอา) นักปักษาวิทยาของฝรั่งเศสนั้นได้ขนานามอาร์แฟก แอสทราเปียว่า “L’Incomparable  ซึ่งแปลว่าเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ที่หาที่เปรียบไม่ได้  อาร์แฟก แอสทราเปียนั้นสามารถพบได้ในภูเขาอาร์แฟก (ที่มาของชื่อ) แห่งรัฐปาปัวทางตะวันตกเท่านั้น  มันเป็นนกกินลูกแพนดานัสเป็นหลักที่ยังไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เพราะป่าที่อยู่อาศัยนั้นถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่มีคนเข้าไปเหยียบ  อาร์แฟก แอสทราเปียนั้นมักจะไปผสมพันธุ์กับแบล๊ก ซิกเกิ้ลบิลและออกลูกมาเป็นสปีชีส์ผสมชื่ออีเลียต ซิกเกิ้ลบิล (Epimachus ellioti) ซึ่งนักปักษาวิทยาเชื่อว่าเจ้าสปีชีส์ใหม่นี้น่าจะเหลือน้อยเต็มทีไม่ก็สูญพนธุ์ไปแล้ว

http://en.wikipedia.org/wiki/Arfak_Astrapia

http://australianmuseum.net.au/Arfak-Astrapia



 

ริบบ้อนเทลแอสทราเปีย (Ribbon-tailed Astrapia)
 

แอสทราเปียหางริ้บบิ้นหรือชอว์ เมเยอร์แอสทราเปีย (Astrapia mayeri ชื่อสปีชีส์ถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เฟร็ด ชอว์ เมเยอร์  นักธรรมชาติวิทยาและนักสำรวจแห่งนิว กินีผู้ค้นพบมันครั้งแรกในปี 2481) นี้เป็นเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ดำสุดสวยงามขนาดกลางที่ยางถึง 32ซม.โดยไม่นับหาง (เฉพาะในตัวผู้) ที่อาจจะยาวได้ถึง 1เมตร!!!  ริบบ้อนเทลแอสทราเปียตัวผู้นั้นมีขนสีเขียวมะกอกและบรอนซ์วิบวับ, ขนเป็นกระจุกกลมๆบนจะงอยปากและขนหางเหมือนริบบิ้นสีขาวที่ยาวมากกว่าตัวมันเองถึง 3เท่า!!! (ยาวที่สุดในโลกของนกเมื่อเทียบกับความยาวร่างกาย)  ส่วนตัวเมียนั้นมีสีน้ำตาลและขนหัววิบวับ  ริบบ้อนเทลแอสทราเปียนั้นสามารถไบได้ในป่ากึ่งภูเขาของที่ราบสูงแห่งปาปัว นิว กินีภาคกลางเท่านั้น  มันเป็นเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ที่ถูกค้นพบสปีชีส์สุดท้ายและก็กำลังอญุ่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยสาเหตุมาจากการสูญเสียที่อยู่และการล่า  ลูกผสมระหว่างริบบ้อนเทลแอสทราเปียและปริ้นเซสสเตฟานี่ส์แอสทราเปียนั้นมีชื่อเรียกเฉพาะว่า “เบอร์เนส แอสทราเปีย” 

http://en.wikipedia.org/wiki/Ribbon-tailed_Astrapia

 



ปริ้นเซสสเตฟานี่ส์แอสทราเปีย (Princess Stephanie's Astrapia)
 

ปริ้นเซสสเตฟานี่ส์แอสทราเปีย (Astrapia stephaniae) หรือแค่สเตฟานี่ส์แอสทราเปียนั้นเป็นเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ดำขนาดกลางที่ยาว 37ซม. (+หางเป็น84ซม.)  ตัวผู้นั้นมีหัวสีฟ้า-เขียวและม่วงวิบวับ, ขนเหมือนไหมและหางที่ทั้งกว้างและยาวสีม่วง-ดำ  ส่วนตัวเมียนั้นมีขนสีน้ำตาล-ดำ, หัวสีน้ำเงิน-ดำและใต้ท้องสีน้ำตาลแซมขาว  ปริ้นเซสสเตฟานี่ส์แอสทราเปียนั้นสามารถพบได้ในป่าตามภูเขาของปาปัว นิว กินีภาคกลางและตะวันออกเท่านั้น  มันถูกค้นพบครั้งแรกโดยคาร์ล ฮูซสเตนในปี 2427  ซึ่งชื่อเรียกนั้นถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหญิงสเตฟานี่แห่งเบลเยี่ยมผู้เป็นภรรยาของว่าที่เจ้าชายรูดอล์ฟแห่งออสเตรีย (คนที่ถูกเอาชื่อไปตั้งเป็นชื่อสปีชีส์ของบลูเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์)  ปริ้นเซสสเตฟานี่ส์แอสทราเปียกินแมลง, กิ้งก่า, สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและผลไม้เป็นอาหาร  ในช่วงฤดูผสมพันธุ์  ตัวผู้นั้นจะมาจับกลุ่ม (lek) กันประมาณ 2-5ตัวเพื่อทำพิธีเรียกคู่ซึ่งประกอบไปด้วยการไล่ตามตัวเมีย (เมื่อตัวผู้ตัวหนึ่งเริ่ม  ตัวผู้อื่นๆก็จะทำตาม) และการกระโดดไป-มาระหว่างกิ่งไม้ (ซึ่งทำให้พิธีนี้เข้มจ้นขึ้นไปอีก)  หลังจากที่ตกลงปลงใจกันได้แล้ว  ทั้งสองเพศก็จะผสมพันธุ์และตัวเมียก็จะแยกย้ายไปหาตัวผู้อื่นๆไม่ก็ไปทำรังตามลำพัง  ซึ่งมันจะใช้เวลากกไข่นาน 22วันและเลี้ยงลูกนาน 26-27วัน

http://en.wikipedia.org/wiki/Princess_Stephanie's_Astrapia

http://australianmuseum.net.au/Stephanies-Astrapia

 



ฮูออน แอสทราเปีย (Huon Astrapia)
 

ฮูออน แอสทราเปีย (Astrapia rothschildi) คือเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ขนาดกลางที่ยาว 69ซม.  ตัวผู้นั้นมีขนสีดำหงอนสีฟ้า, หลังสีมะกอกคล้ำ, ขนบนหัวสีม่วง-เขียวยาวและหางยาวกว้างสีม่วง-ดำ  ส่วนตัวเมียนั้นมีขนาดเล็กกว่า  โดยมันยาว 47ซม.และมีขนสีน้ำตาล-ดำและใต้ท้องสีซีดๆ   ฮูออน แอสทราเปียนั้นเป็นนกที่คนไม่ค่อยรู้จักซึ่งสามารถพบได้ในป่าแทบภูเขาแห่งคาบสมุทรฮูออน  ปวปัว นิว กินีเท่านั้น  อาหารหลักๆของมันนั้นได้แก่ผลไม้และเมล็ดพืช  ชื่อสปีชีส์ของฮูออน แอสทราเปียนั้นถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักปักษาวิทยาชาวอังกฤษชื่อลอร์ด วอลเตอร์ รอธส์ชายด์  พิธรการผสมพันธุ์ของฮูออน แอสทราเปียนั้นประกอบไปด้วยการที่ตัวผู้ชูหางขึ้น-ลงซ้ำๆและห้อยหัวลงจากกิ่งไม้สลับกับการกระโดดไป-มาระหว่างกิ่งไม้

http://en.wikipedia.org/wiki/Huon_Astrapia

http://australianmuseum.net.au/Huon-Astrapia



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 188 : 11 สุดยอดเบิร์ด-อ๊อฟ-พาราไดซ์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1826 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 378

สุดยอด!!!

Name : TTTT_TTTT < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TTTT_TTTT [ IP : 171.4.202.61 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 21:50

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android