คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 185 : 10 สัตว์สุดแปลกในป่าฝน


     อัพเดท 29 ต.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,141 Overall : 294,427
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 185 : 10 สัตว์สุดแปลกในป่าฝน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1961 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กบแก้ว (Glass Frog)
  

กบแก้วนั้นคือเหล่าสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในวงศ์ Centrolenidae  เหล่าสัตว์ตัวกระเปี๊ยกที่สามารถพบได้บนต้นไม้ในป่าฝนของทวีปอเมริกากลางและใต้นี้ได้ชื่อมาจากร่างกายส่วนกลางโปร่งแสงของมัน  กบแก้วหรือกบซี-ธรูเหล่านี้รู้จักกันในนาม “hyalinobatrachium pellucidum (แปลว่าผิวหนังโปร่งแสง)”  พวกมันมีพุงหรือแม้แต่หลังสีเขียวมะนาวที่คุณสามารถมองเห็นตับ ไต ไส้ พุงและหัวใจได้อย่างชัดเจนเหมือนกับกำลังมองแผ่นภาพเอ็กซ์เรย์ยังไงอย่างนั้น  ซึ่งผิวหนังใสๆของกบแก้วนี้ช่วยให้มันพรางตาศัตรูได้อย่างง่ายดายเมื่อนั่งอยู่บนใบไม้และทำให้ศัตรูไม่สามารถมองเห็นจากระยะไกลได้  กบแก้วนั้นเป็นสัตว์หากินกลางคืนที่จะลงต้นไม้มาเพื่อผสมพันธุ์เท่านั้น  กบแก้วนั้นประกอบด้วยสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 134สปีชีส์ ซึ่งทั้งหมดนั้นมีความยาวประมาณ 1.4-3ซม. (ใหญ่ประมาณเล็บมือ ตัวที่ใหญ่ที่สุดนั้นยาว 8ซม.) และมีตาอยู่ข้างหน้าหัวซึ่งผิดแผกไปจากกบต้นไม้อื่นๆที่มีตาอยู่ข้างๆหัว  กบแก้ว 60สปีชีส์จากทั้งหมดนั้นเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ด้วยประชากรจำนวนทั้งสิ้นน้อยกว่า 5,000ตัว ซึ่งสาเหตุของการลดจำนวนนั้นมาจากการสูญเสียที่อยู่ในชาวนาที่เข้ามาตัดไม้ไปใช้

http://traveltips.usatoday.com/glass-frog-amazon-rainforest-9913.html

http://www.factzoo.com/amphibians/glass-frogs-see-through-transparent.html




โลมาสีชมพู (The Pink Dolphin)
 

โลมาสีชมพู (Inia geoffrensis) หรือที่รู้จักกันในชื่อโลมาแม่น้ำอะเมซอนนั้นคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน้ำจืดที่แหวกว่ายไปเรื่อยๆในสายน้ำแห่งอะเมซอนในทวีปอเมริกาใต้  มันเป็นโลมาแม่น้ำที่แตกต่างจากญาติที่เรารู้จักกันที่การมีสันตรงหลังแทนที่จะเป็นกระโดง, การมีหนอกบนหัว, ความสามารถในการส่ายหัวไป-มาได้เนื่องจากกระดูกสันหลังที่ไม่ได้ผสานกับกระดูกคอและ...ก็อย่างที่ชื่อบอกอะน...สีชมพูจี๊ดจ๊าด  สีชมพูของเจ้าโลมาเหล่านี้สามารถจี๊ดจ๊าดไปได้ตั้งแต่สีชมพูเหมือนฟลามิงโก้จนถึงสีชมพูซีดๆขึ้นอยู่กับแม่น้ำที่อาศัยอยู่  โดยโลมาที่อยู่ในน้ำขุ่นนั้นจะมีสีชมพูจี๊ดจ๊าดมากกว่าพวกที่อยู่ในน้ำที่ใสกว่าเพราะแสงอาทิตย์นั้นสามารถส่องมาถึงตัวและทำให้เม็ดสีจางลงได้  โลมาสีชมพู นั้นไม่ได้อาศัยอยู่เป็นฝูงที่เรียกว่า “พ๊อด” เหมือนโลมาทั่วไปเพราะศัตรูตามธรรมชาตินั้นมีแค่มนุษย์อย่างเดียว  แต่พวกมันจะสร้างครอบครัวที่ประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 5-8ตัวโดยมีตัวผู้เป็นจ่าฝูงขึ้นมาแทน  โลมาสีชมพูยาว 2.5-3เมตรและหนัก 90กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย  โลมาสีชมพูนี้ถูกเรียกว่า “บูเฟโอ โคโลราโด้” ในประเทศเปรู และ “โบโต” ในประเทศบราซิล  มันได้ชื่อว่าเป็นโลมาที่ฉลาดที่สุดในโลมาแม่น้ำทั้ง 5สปีชีส์ด้วยสมองที่ใหญ่กว่ามนุษย์ถึง 40% และนิสัยอยากรู้อยากเห็นเข้ากับคนได้ง่าย  โลมาสีชมพูนั้นเคยเป็นสัตว์ที่มีมากเมื่อ 20ปีก่อน แต่ในปัจจุบัน พวกมันเป็นหนึ่งในโลมาที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดโดยสาเหตุนั้นมาจากการทำลายป่าและแม่น้ำอะเมซอน และการโดนลูกหลงจากอวนจับปลา

http://www.isptr-pard.org/dolphin.html




ตุ๊กแกหางใบไม้ซาตานิก (Satanic Leaf Tailed Gecko)
  

เมื่อได้ยินชื่อเจ้าตุ๊กแกนี้ คุณก็อาจจะคิดว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงของซาตานที่อาศัยอยู่ในนรกก็ได้  แต่ที่จริงแล้ว เจ้าตุ๊กแกต้นไม้ชื่อสุดขั้วนี้อาศัยอยู่บนเกาะมาดากัสการ์ทางตะวันออกต่างหาก  ตุ๊กแกหางใบไม้ซาตานิก (Uroplatus phantasticus) นั้นอาจจะมีร่างกายที่คดงอเป็นสันๆ, ตาน่ากลัวและผิวหนังเหมือนใบไม้แห้ง  แต่ลักษณะเหล่านี้ได้ช่วยมันพรางตัวกลมกลืนไปกับแมกไม้รอบๆตัวได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งหางรูปร่างปล้องๆนั้นก็ยังเหมือนใบไม้แห้งที่โดนแมลงแทะไม่มีผิด  นอกจากการพรางตัวแล้ว  ตุ๊กแกหางใบไม้ซาตานิกก็ยังมีวิธีการอื่นๆในการหลบหลีกจากศัตรู เช่น การทำให้ตัวให้แบนเพื่อกลบเงา, การเปิดปากกว้างเผยให้เห็นเนื้อแดงแจ๋ข้างในเพื่อข่มศัตรูและในบางครั้งก็สลัดหางทิ้งแล้วจึงหนีไป  ตุ๊กแกหางใบไม้ซาตานิกมีร่างกายยาว 10-15ซม. มันเป็นสัตว์ที่มีเยื่อใสๆหุ้มลูกตาแทนที่จะเป็นเปลือกตา  ซึ่งเจ้าตุ๊กแกนี้ก็มักจะทำความสะอาดด้วยการเลียเอาฝุ่นหรือเศษอะไรก็ตามออกจากลูกตา  เพราะตุ๊กแกหางใบไม้ซาตานิกนั้นเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงรอบๆ  การบุกรุกป่านั้นจึงเป็นอะไรที่อันตรายต่อพวกมัน  นอกจากนี้ เพราะความที่ตุ๊กแกหางใบไม้ซาตานิกนั้นรูปร่างแปลก  พวกมันจึงมักจะถูกจับไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงซะเกือบหมด  

http://www.arkive.org/satanic-leaf-tailed-gecko/uroplatus-phantasticus/#text=Facts




บลูเบิร์ดอ๊อฟพาราไดซ์
 

เบิร์ดอ๊อฟพาราไดซ์นั้นประกอบไปด้วยสมาชิกสวยงามมากมายซะจนเลือกไม่ถูกว่าจะเอาตัวไหนมาลงเป็น 10อันดับเพราะแต่ละสปีชีส์นั้นก็มีการดึงดูดความสนใจของตัวเมียด้วยขนที่ไม่แพ้กันและกัน  ในหมู่เบิร์ดอ๊อฟพาราไดซ์  เจ้าบลูเบิร์ดอ๊อฟพาราไดซ์ (Paradisaea rudolphi) จากปาปัว นิว กินีที่มีความยาว 30ซม.นั้นดูเหมือนจะพิเศษ+แปลกกว่าพวกด้วยขนสีฟ้าสดใสและหางยาวสง่างาม 2เส้น  ซึ่งเจ้าตัวผู้จะใช้ความงามนี้ดึงดูดตัวเมียในกระบวนการที่เรียกว่า “lekking” ด้วยการหาที่แสดง (เรียกว่า “lek”) ห้อยหัวลงจากกิ่งไม้แล้วร้องว่า “วา~วา~” และกางปีกออกมา  ส่วนตัวเมียสีดำๆจืดชืดที่ช่างเลือกนั้นก็จะเลือกตัวผู้ที่มีขนสีสันสวยงามแปลกตาที่สุด  เพราะความที่บลูเบิร์ดอ๊อฟพาราไดซ์นั้นทั้งสวยงามและแปลกตา  พวกมันจึงเป็นที่ต้องการของนักล่า  และหนำซ้ำ  การสูญเสียที่อยู่ก็ยังลดจำนวนของเจ้านกสวยงามนี้อย่างต่อเนื่องจนรัฐบาลปาปัว นิว กินีต้องออกกฏหมายคุ้มครองพวกมัน

http://www.arkive.org/blue-bird-of-paradise/paradisaea-rudolphi/#text=Biology




โอกาปี
 

มันคือยีราฟ??? มันคือม้าลาย???  เจ้าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในป่าฝนของประเทศซาเอียร์ทางเหนือนี้ดูเหมือนจะโดนดร. แฟรงเก้นซไตน์เอาร่างของสัตว์ต่างๆมาประติดประต่อกัน   แต่อย่างไรก็ตามโอกาปี  นั้นเป็นสัตว์ที่ใกล้เคียงยีราฟมากที่สุด  ในความจริง  สัตว์ทั้งสองนี้คือสมาชิกในวงศ์ Giraffidae ที่เหลืออยู่  เมื่อเทียบกับยีราฟ  โอกาปีนั้นเป็นสัตว์ที่อาศัยอยาในป่าฝนทึบซึ่งมันก็ได้ลายที่ขานั้นช่วยพรางตัว  นอกจากนี้ โอกาปีก็ยังมีคอที่สั้นกว่าและมีสีขนที่แตกต่างออกไป  แต่สัตว์ทั้งสองนี้มีเขาสั้นๆทำด้วยกระดูกที่ถูกปกคลุมด้วยขนและลิ้นสีเข้มยาวๆเหมือนกัน  ซึ่งลิ้นของโอกาปีนั้นยาวเว่อร์ (มากกว่า 45.7ซม.) ขนาดที่มันสามารถเลียหูหรือตาทำความสะอาดได้!!!  นอกจากนี้  โอกาปีก็ยังเป็นสัตว์ที่วิ่งได้เร็วอีกด้วย  ซึ่งถ้าเจ้าสัตว์มีร่างกายสูง 1.5-1.8เมตรและหนัก 206.4-249.5กก.นี้ตกอยู่ในอันตราย  มันก็สามารถเหาะหนีไปได้ด้วยความเร็วประมาณ 59.5กม. ต่อ ชม.  ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของโอกาปี (Okapia johnstoni) นั้นได้ถูกตั้งตาม Harry Johnston ผู้ค้นพบมันครั้งแรกในราวๆปี 2443-44  ถึงแม้ว่าโอกาปีนั้นจะไม่ใกล้สูญพันธุ์  แต่ประชากรของมันก็กำลังลดลงเรื่อยๆซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำลายป่าฝน  ประชากรโอกาปีในธรรมชาตินั้นคาดว่ามีแค่ 30,000ตัวเท่านั้น

อ่านต่อ [Species Focus] โอกาปี ยูนิคอร์น??? ม้าลาย??? ยีราฟ???

 http://www.funtrivia.com/en/subtopics/Only-Okapis-204698.html



Bagheera kiplingi
  

Bagheera kiplingi นั้นคือแมงมุมมังสวิรัติที่จะแหกกฏกลับไปกินแมลงก็ต่อเมื่อต้องทำจริงๆ  เจ้าสัตว์แปลกที่มีร่างกายยาว 5-6มม.นี้อาศัยอยู่ในป่าฝนของเม็กซิโกและคอสตา ริก้า  มันคือแมงมุมกินพืชสปีชีส์แรกและสปีชีส์เดียวจากทั้งหมด 40,000สปีชีส์!!! Bagheera kiplingi นั้นถูกตั้งชื่อตามเจ้าเสือดำบาเกียร่าในหนังสือเรื่อง The Jungle Book (เมาคลีอ่ะแหละ) ที่เขียนโดย Rudyard Kipling’s   มันเป็นหนึ่งในแมงมุมไม่กี่สปีชีส์ที่สามารถกินของแข็งได้  โดยอาหารของเจ้านี้นั้นคือน้ำหวานและปลายใบพิเศษ (Beltian body) ของต้นอาคาเซียเป็นเท่านั้น  และเพราะปลายใบต้นอาคาเซียนั้นเป็นรางวัลที่ต้นไม้ให้สำหรับฝูงมดที่อาศัยอยู่ในลำต้น ต้นอาคาเซียนั้นจึงถูกเฝ้ายามคุ้มครองด้วยเหล่ามดดุร้ายนี้ 24ชั่วโมง  เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเหล่ามดนั้นจับกิน  Bagheera kiplingi นั้นจึงต้องเหลือน้ำหวานให้เหล่ามดเป็นบรรณาการและได้พัฒนาความสามารถในการกระโดดจากยอดอ่อนหนึ่งไปยังอีกยอดอ่อนหนึ่งขึ้นมากันเหนียว  นอกจากการเป็นมังสวิรัตแล้ว Bagheera kiplingi ยังเป็นแมงมุมสปีชีส์เดียวที่อาศัยเป็นฝูง  ซึ่งในบางครั้ง แมงมุมตัวผู้นั้นก็จะเลี้ยงดูไข่และลูกๆ (ในขณะที่พ่อแมงมุมทั่วไปจะกินลูก)

http://www.science20.com/news_articles/bagheera_kiplingi_vegetarian_spider_world

http://lsned.com/facts/vegetarian-spider/



มด 24 ชั่วโมง (24 Hour Ant)
 

มดลูกปืนหรือมด 24ชั่วโมง (Paraponera clavata) นี้เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวท้องถิ่นว่ากัดเจ็บและปวดมากมาย  ซึ่งในความจริง Schmidt Pain Index บอกว่าเจ้าสัตว์หน้าตาเหมือนแตนไร้ปีกนี้กัดเจ็บที่สุดในโลก!!!  ชื่อมดลูกปืนนั้นมีที่มาจากความเจ็บปวดจากการกัดที่เหมือนโดนยิง  และชื่อมด 24ชั่วโมง (“Hormiga Veinticuatro) นั้นก็มาจากความเจ็บปวดยาวนาน 24ชั่วโมงที่ผู้โชคร้ายโดนกัดจะต้องทน  เมื่อมด 24ชั่วโมงถูกคุกคาม มันจะส่งเสียงแหลมออกมาเตือนและหยุดนิ่ง ซึ่งโครงสร้างร่างกายแข็งๆนั้นสามารถป้องกันความตายจากนกหรือกิ้งก่าได้  ถ้าเสียงเตือนไม่ได้ผล มด 24ชั่วโมงก็จะกัด ซึ่งการกัดของมันนั้นทำให้ร่างกายกระตุก, คลื่นไส้,และชาไปพักหนึ่ง  นอกจากการกัดเจ็บแล้ว  มด 24ชั่วโมงนั้นก็ยังเป็นมดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย  โดยมันมีร่างกายยาวถึง 1.8-2.5ซม.  มด 24ชั่วโมงนี้อาศัยอยู่ในป่าฝนความสูงต่ำจากประเทศนิคารากัวไปถึงปาราไกว  ซึ่งจำนวนของมันก็ปาเข้าไปถึง 30%ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในนั้นแล้ว!!!  (เพราะฉะนั้นถ้าคุณไปเที่ยวแถวๆนี้ก็ระวังไว้ล่ะ)  มด 24ชั่วโมงนั้นเป็นนักล่าดุร้ายอาศัยอยู่ตรงโคนต้นไม้ที่กินปลวกและแมลงอื่นๆหรือแม้กระทั่งขึ้นต้นไม้ไปบุกรังแตนจับเพื่อสมาชิกในรังกิน  นอกจากนี้ มันก็ยังกินน้ำหวานดอกไม้และน้ำอีกด้วย  เพราะมด 24ชั่วโมงกัดเจ็บซะขนาดนี้  ชนเผ่าชื่อ Satere-Mawe ในบราซิลถึงได้มีประเพณีเพื่อเหล่าวัยรุ่นผู้ชายในเผ่าโดยเฉพาะ  โดยเมื่อวัยรุ่นผู้ชายในเผ่าพร้อมที่จะเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว  สมาชิกในเผ่าก็จะไปจับเจ้ามด 24ชั่วโมงมาใส่ไว้ในถุงมือพิเศษ  และวัยรุ่นผู้ชายเหล่านั้นก็จะต้องสวมถุงมือที่เต็มไปด้วยสัตว์ที่กัดเจ็บที่สุดในโลกนาน 10นาที 
 
http://www.wild-facts.com/tag/24-hour-ant/

http://www.wildernessclassroom.com/students/archives/2005/03/bullet_ant.html

http://scienceray.com/biology/microbiology/bullet-ant-ritual-deadly-yet-still-practiced/




โคลูโก้ (Colugo)
 

โคลูโก้ (Cynocephalus variegatus) หรือที่เรียกกันว่าลิเมอร์บินนั้นเป็นสัตว์ที่ขัดกับชื่ออย่างมาก เพราะมันไม่ใช่สัตว์จำพวกลิเมอร์แท้ๆ (พวกนั้นอาศัยในมาดากัสการ์) และมันก็ยังไม่ใช่สัตว์ที่บินได้อีกด้วย  โคลูโก้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในป่าฝนทั่วทวีปเอเชีย  มันเป็นสัตว์ที่มีสปีชีส์เป็นของตัวเองซึ่งมีร่างกายยาว 40ซม.และหนัก 1-2กก.  โคลูโก้ มีแผ่นหนัง (patagium) กว้างเท่าๆลำตัวที่ต่อระหว่างมือถึงนิ้วเท้า และนิ้วเท้าไปถึงหางซึ่งช่วยในการร่อนไปกลางอากาศ   ซึ่งการร่อนของมันนั้นสามารถไปได้ไกลถึง 70เมตรในความสูงพอประมาณ  ถึงแม้โคลูโก้จะเป็นนักร่อนชั้นเยี่ยม  มันก็ไม่ได้เป็นนักไต่ชั้นยอดเพราะมันไม่แข็งแรงขนาดนั้นและก็ไม่มีนิ้วสำหรับปีนอีกตะหาก  เมื่อโคลูโก้ต้องการร่อน  มันก็จะกระโดดดึ๋งๆอย่างช้าขึ้นต้นไม้ไปและเกาะเปลือกไม้ด้วยกรงเล็บแหลมสั้นจนไปที่สูงพอเหมาะแล้วก็ร่อน

http://www.wild-facts.com/tag/colugo-facts/



ค้างคาวขาวฮอนดูรัน (Honduran White Bat)
 

ค้างคาวขาวฮอนดูรัน (Ectophylla alba – ชื่อสกลุ Ectophylla มาจากภาษากรีก ecktos แปลว่า “ข้างนอก” และ phyllon แปลว่า “ใบไม้” ซึ่งถูกตั้งตามจมูกรูปร่างเหมือนใบไม้ ส่วนชื่อสปีชีส์ alba แปลว่า “ขาว” ซึ่งถูกตั้งตามขนสีขาวนั้นๆ) มีขนสีขาวและหูกับจมูกสีเหลือง (หนึ่งในค้างคาว 2สปีชีส์ที่มีขนสีขาว) มันสามารถพบได้ในประเทศฮอนดูรัส (ตามชื่อบอก) , นิคารากัว, ปานามาและคอสตา ริก้า  ค้างคาวขาวฮอนดูรันนั้นเป็นสัตว์หากินกลางคืนตัวกระจิ๋วที่ยาวแค่ 5ซม.และหนัก 5-6กรัม มันเป็นค้างคาวผ่าเหล่าที่ไม่อาศัยอยู่ในถ้ำเหมือนพวกอื่นๆเพราะเจ้าสัตว์กระจิ๋วเหล่านี้สร้างบ้านกันฝนโดยการตัดใบของต้นเฮลิคอเนียลงมาเหมือนเต๊นท์และเข้าไปจับกลุ่ม 4-8ตัวกอดกันเกาะ  แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านใบไม้เขียวๆนั้นจะเปลี่ยนสีขนของค้างคาวขาวฮอนดูรันเป็นสีเขียวซึ่งเป็นการพรางตัวไปโดยปริยาย  ค้างคาวขาวฮอนดูรันนั้นมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN ซึ่งสาเหตุการลดจำนวนลงอย่างมากนั้นมาจากการสร้างบ้านเรือนและการทำไร่ทำสวนที่ไปทำลายถิ่นที่อยู่ของมัน ยกตัวอย่างเช่น ป่าของคอสตาริก้าที่กินพื้นที่ถึง 80% ของประเทศเมื่อศตวรรษที่แล้ว แต่ในปัจจุบันนั้นเหลือแค่ 20% เท่านั้น

http://www.arkive.org/honduran-white-bat/ectophylla-alba/#text=Facts



เต่ามาทา มาทา (Mata Mata)
 

เต่ามาทา มาทา (Chelus fimbriatus) นั้นคือเต่าน้ำกินเนื้อนักพรางตัวอีกชนิดที่สามารถพบได้ในทวีปอเมริกาใต้แถบใกล้ๆแม่น้ำออริโนโคและแม่น้ำอะเมซอนของประเทศบราซิลแลเวเนซูเอล่า  ชื่อมาทา มาทานั้นมาจากภาษาสเปนแปลว่า “มันฆ่า มันฆ่า”  เต่ามาทา มาทา มีหัวแบน (เจ้าแผ่นๆนี้อ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวในน้ำมาก), ผิวหนังขรุขระและกระดองที่เมื่ออยู่ในน้ำแล้วมองดูเหมือนหินหรือเปลือกไม้ (เอาไว้หลอกเหยื่อ เช่น ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวหรือหลบหลีกได้เร็ว)  ถึงแม้เต่ามาทา มาทาจะอาศัยอยู่ในน้ำ  มันก็เป็นนักว่ายน้ำยอดแย่ที่ชอบท่องเที่ยวไปในน้ำตื้นๆโดยการเดินซะมากกว่า  เมื่อล่าเหยื่อ  เต่ามาทา มาทานั้นก็จะนั่งแช่อยู่ในน้ำโดยโผล่จมูกแหลมๆขึ้นเหนือน้ำในขณะที่ร่างกายที่เหลืออยู่ใต้น้ำ  และเมื่อเหยื่อเข้ามาใกล้  (สามารถรู้ได้โดยเจ้าแผ่นแบนๆตรงหัวนั่น)  เจ้าเต่าสุดขี้เกียจนี้ก็จะยื่นหัวไปและอ้าปากกว้าง ซึ่งการกระทำนี้เป็นการสร้างสุญญากาศความดันต่ำที่จะดูดเอาทั้งน้ำและเหยื่อเข้าคอไป  หลังจากนั้น  เต่ามาทา มาทาก็จะปิดปากลงช้าๆเพื่อไล่น้ำออก  เพราะเต่ามาทา มาทามีปากที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูด  มันจึงไม่สามารถเคี๊ยวอาหารได้และต้องกลืนเข้าไปทั้งหมด

http://www.wild-facts.com/tag/matamata-turtle/

 

ที่มา – http://green.yahoo.com/blog/care2/507/10-rainforest-creatures-that-defy-imagination.html


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 185 : 10 สัตว์สุดแปลกในป่าฝน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1961 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 368
 มด 0.0    ความเชื่อ น้อ ความ เชื่อตัวกัน ฟรี ๆ = =;;;;

PS.  อยากรู้จักคนเยอะๆ แวะมาอ่านนิยายเรากันบ้างน้า
Name : Pozaidon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pozaidon [ IP : 125.24.172.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2554 / 23:30

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android