คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 179 : ทำไมเนื้อนกกระจอกเทศถึงมีสีแดง???


     อัพเดท 27 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,568 Overall : 294,854
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 179 : ทำไมเนื้อนกกระจอกเทศถึงมีสีแดง??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1912 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 
ด้วยความสูงถึง 2.7เมตรเพราะขายาวๆ, ร่างกายขนาดใหญ่, จะงอยปากใหญ่, และลูกตาที่มีขนาดเท่ากำปั้นของเด็กนี้ทำให้นกกระจอกเทศูเหมือนตัวตลกในโลกของนกไปเลย แต่อย่างไรก็ขนาดของเจ้านกยักษ์นี้คงทำให้คุณหัวเราะไม่ออกเพราะนกกระจอกเทศนั้นคือนกที่มีขนาดใหญ่และหนักที่สุดในโลก ซึ่งมันสามารถเตะสิงโตกระเด็นได้ง่ายๆด้วยลูกเตะที่รวดเร็วและทรงพลังซึ่งประกอบไปด้วยกรงเล็บยาว 4นิ้ว นกกระจอกเทศนั้นเป็นนกที่แตกต่างออกไปจากนกอื่นๆ ซึ่งอย่างแรกเลยก็คือมันอยู่ในวงศ์ที่ชื่อ
ratites (สมาชิกในวงศ์ เช่น นกอีมู, นกเรีย) นอกจากนี้ การแยกแยะนกกระจอกเทศออกจากนกอื่นๆนั้นก็ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพราะเจ้านกยักษ์นี้บินไม่ได้

  

เพราะความที่นกกระจอกเทศไม่สามารถบินหนีจากผู้ล่าได้เหมือนนกอื่นๆ มันจึงได้พัฒนาความสามารถในการวิ่งขึ้นมาแทน ซึ่งความเร็วของนกกระจอกเทศนี้สูงสุดถึง 70กม. ต่อ ชม. และมันก็ยังสามารถวิ่งในระยะไกลด้วยความเร็วคงที่ที่ 50กม. ต่อ ชม. อีกด้วย ความเร็วของนกกระจอกเทศนี้ทำให้มันเป็นสัตว์ 2ขาที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก และสถิตินี้จะดูน่าทึ่งขึ้นเมื่อคุณรู้ว่าน้ำหนักของเจ้านกยักษ์นี้มากถึง 181กก. ส่วนปีกของนกกระจอกเทศถึงแม้ว่าจะทำให้มันบินไม่ได้ แต่ปีกทั้งสองนั้นก็ไม่ได้ไร้ค่า เพราะปีกของนกกระจอกเทศนั้นช่วยในการทรงตัวขณะวิ่งและยังทำหน้าที่เป็นหางเสือเมื่อเจ้านกยักษ์เปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วสูงอีกด้วย แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะนกกระจอกเทศเพศผู้นั้นจะใช้ปีกกว้างๆทั้งสองในการดึงดูดตัวเมียเมื่อฤดูผสมพันธุ์มาถึง  ส่วนความเชื่อที่ว่านกกระจอกเทศมักจะมุดหัวลงดินเมื่ออันตรายมาถึงนั้นเป็นความเชื่อที่เข้าใจผิดมาจากการป้องกันตัวของมัน ถ้านกกระจอกเทศไม่สามารถหนีผู้ล่าได้ทัน มันก็จะล้มตัวลงนอนราบไปกับพื้น ซึ่งขนสีน้ำตาลอ่อนที่คอนั้นทำให้เมื่อมองจากไกลๆแล้วเหมือนกับว่าเจ้านกยักษ์นี้กำลังมุดหัวลงพื้นดินอยู่

  

เพราะความที่นกกระจอกเทศนั้นอาศัยอยู่ในที่ๆมีอากาศใกล้เคียงทะเลทราย มันจึงต้องสามารถกินอาหารได้หลากหลาย ซึ่งนกกระจอกเทศนั้นก็เป็นสัตว์ที่กินอาหารเกือบทุกชนิด ทั้งพืช, กิ้งก่า, เมล็ดพืช, ตั๊กแตน, และหิน (คุณอ่านไม่ผิดหรอกเพราะหินนั้นช่วยนกกระจอกเทศในการย่อยอาหาร) นอกจากนี้ ผู้ดูแลฟาร์มคนหนึ่งยังเคยได้เห็นนกกระจอกเทศกลืนลูกเทนนิสและลูกแมวลงท้องไปด้วย!!! ในฟาร์ม นกกระจอกเทศนั้นก็เป็นสัตว์ที่ให้กำไรสูงเพราะความไม่เลือกกินของมัน นอกจากนี้ เจ้านกยักษ์เหล่านี้ยังโตเร็วกว่าปศุสัตว์และกินอาหารในปริมาณน้อยกว่าอีกด้วย ยังไม่พอ เพราะเจ้านกกระจอกเทศนี้ยังแพร่พันธุ์มากกว่าวัว (แม่นกกระจอกเทศ 1ตัวสามารถให้กำเนิดลูกถึง 1,200ตัวภายใน 30ปี<-- กำไรเห็นๆ)  และเนื้อรสอร่อยของมันนั้นก็มีราคาสูงกว่า ซึ่งเนื้อนกกระจอกเทศนี้เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา, ยุโรป, และแอฟริกาใต้ (คนเขียนเคยกินเนื้อนกกระจกเทศแล้ว อร่อยมาก รสชาติเหมือนวัวและเนื้อก็นุ่มอีกตะหาก)  เมื่ออ่านดูแล้ว คุณก็อาจจะคิดว่าทำไมเนื้อนกกระจอกเทศถึงพิเศษขนาดนี้ อย่างแรกเลยก็เป็นเพราะเนื้อนกกระจอกเทศนั้นเป็นเนื้อสัตว์ปีกสีแดง (สัตว์ปีกอื่นๆมีเนื้อสีขาว) ที่มีรสชาติเหมือนเนื้อวัวแต่ประกอบไปด้วยไขมัน, แคโลรีย์, และคลอเรสเตอรอลในปริมาณที่น้อยกว่าทั้งเนื้อวัวและเนื้อไก่มาก นอกจากนี้ เนื้อนกกระจอกเทศก็ยังมีโปรตีนสูงอีกด้วย เหตุผลที่นกกระจอกเทศ (และ ratite อื่นๆ) มีเนื้อสีแดงนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อของมัน

  

สัตว์ทุกตัวบนโลกมีเนื้อ คนเราก็มีเนื้อ แต่ถึงกระนั้น “เนื้อ” ยังไม่เคยโผล่ออกมาในแผนผังร่างกายมนุษย์ซักที...ตกลงแล้ว “เนื้อ” คืออะไรกันแน่???...เนื้อนั้นที่จริงแล้วก็คือกล้ามเนื้อ ที่ซึ่งเมื่อสัตว์ตายลง กล้ามเนื้อนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะจนกลายมาเป็นเนื้ออย่างที่เราๆเรียกกัน และเจ้ากล้ามเนื้อนี้แหละที่จะบอกได้ว่าเนื้อนั้นเป็นเนื้อแดง, ดำ, หรือขาว  “เนื้อแดง” นั้นคือเนื้อที่มีสีแดงเมื่ออยู่ในสภาพดิบ (ก่อนโดนต้ม) อย่างเช่น เนื้อวัวหรือเนื้อนกกระจอกเทศ “เนื้อขาว” นั้นก็คือเนื้อที่มีสีซีด (ขาว) ก่อนโดนนำมาปรุงอาหาร เช่น เนื้อไก่และเนื้อหมู ส่วน “เนื้อดำ” นั้นก็คือเนื้อของสัตว์เนื้อขาวที่มีสีเข้มกว่าและมีไขมันมากกว่า เช่น ปีกไก่และเนื้อกระต่าย

  

ปัจจัยขั้นต้นที่บ่งบอกว่าเนื้อนั้นเป็นเนื้อแดงหรือเนื้อขาวก็คือความเร็วในการกระตุกของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่กระตุกช้านั้นส่วนมากแล้วมักจะถูกใช้ในกิจกรรมที่กินเวลานาน เช่น การเดินอย่างต่อเนื่อง, การยืน, หรือการบิน กล้ามเนื้อกระตุกช้านี้มีโปรตีนชื่อ “ไมโยโกลบิน” (มีหน้าที่เก็บอ๊อกซิเจนเพื่อใช้ในการใช้พลังงานระยะยาว) ในปริมาณมาก ซึ่งไมโยโกลบินนั้นมีสีค่อนข้างแดง เพราะความที่นกกระจอกเทศและวัวนั้นมักจะใช้ชีวิตหมดไปกับการยืนและเดิน (แม้แต่ปีกของนกกระจอกเทศก็ยังได้ออกกำลังกายไปกับการเปลี่ยนทิศทาง) กล้ามเนื้อของพวกมันนั้นจึงเป็นกล้ามเนื้อประเภทกระตุกช้า และเพราะกล้ามเนื้อกระตุกช้านั้นมีสีแดง เนื้อของนกกระจอกเทศและวัวจึงมีสีแดง เนื้อของนกกระจอกเทศนั้นมีหลายแบบให้เลือกสรรเหมือนเนื้อวัว ทั้งเนื้อเสต็ก, ชิ้นเนื้อ, เนื้อบด,เนื้อแผ่นกลมและเนื้ออบ ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นมักจะสั่งซื้อเนื้อนกกระจอกเทศเพราะความที่มันหาได้ไม่ง่ายอย่างเนื้อวัว ในการปรุงเนื้อนกกระจอกเทศนั้นต้องปรุงด้วยความระวังเพราะมันมีไขมันน้อยมาก ความสุกของนกกระจอกเทศที่เหมาะนั้นคือสุกปานกลางและสุกหน่อยๆ

   

ในขณะเดียวกัน ไก่นั้นเป็นสัตว์ที่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อมาก ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อของมันส่วนมากนั้นเป็นแบบกระตุกเร็วที่มีไว้เพื่อการเคลื่อนไหวโดนฉับพลันอย่างเช่น การกระโดดไปในอากาศ (การ “เกือบจะ” บิน) กล้ามเนื้อกระตุกเร็วนี้เป็นกล้ามเนื้อที่ไช้ไกลโคเจนเป็นพลังงาน ซึ่งทำให้ไม่ค่อยจะมีไมโกลบินผสมอยู่มาก เพราะความที่ไกลโคเจนนั้นมีสีซีด กล้ามเนื้อของไก่จึงถูกเรียกว่าเนื้อขาว ส่วนเนื้อดำในไก่นั้นเป็นเนื้อที่แหกกฏไปซักหน่อย เพราะส่วนของร่างกาย เช่น ขา นั้นได้รับการออกกำลังมาก (ไก่มักเดินตลอดเวลา) ซึ่งทำให้เนื้อส่วนนี้ประกอบไปด้วยไมโยโกลบินในปริมาณมากเมื่อเทียบกับเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากอย่างเนื้ออก และเพราะความเคลื่อนไหวเป็นเวลานานนี้เองที่ทำให้เนื้อขามีไมโยโกลบินมากกว่าและมีสีเข้มกว่าเนื้อออก
 

 ที่มา - http://animals.howstuffworks.com/birds/ostrich-meat.htm

http://www.ostrich.com/farming/generalfarming.html

http://www.arubaostrichfarm.com/facts.html


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 179 : ทำไมเนื้อนกกระจอกเทศถึงมีสีแดง??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1912 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android