คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 171 : 10 สัตว์เมืองหนาวตัวขาวๆน่ารัก


     อัพเดท 11 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,503 Overall : 294,789
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 590 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 171 : 10 สัตว์เมืองหนาวตัวขาวๆน่ารัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 6508 , โพส : 7 , Rating : 48% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เพราะคนเขียนได้เขียนถึงสัตว์บางตัวมาแล้ว จึงไม่ขอเอามาไว้ในนี่ และอันดับทั้งหมดในนี้จัดตามความอันดับความน่ารักที่คนเขียนชอบ



10) แกะดอล (Dall Sheep)

 

เจ้าแกะนี่เข้ามาที่ 10 ก็เพราะคนเขียนไม่ค่อยชอบสัตว์ตาขวางๆ มันดูจับผิดเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้ แกะดอล (Ovis dalli dalli) เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ พวกมันอาศัยอยู่แถบสันเขาสูง, ทุ่งหญ้าและถูเขาสูงชันในพื้นที่อาร์กติกและกึ่งอาร์กติกเพื่อความสะดวกในการกระโดดขึ้นภูเขาเมื่อศัตรูโผล่ออกมาให้เห็น ซึ่งศัตรูตามธรรมชาติของแกะดอลนั้นได้แก่ หมี, อินทรีทอง, สุนัขป่าและคน เพราะแกะดอลอยู่ในพื้นที่อากาศหนาว มันจึงชอบไปอาศัยอยู่แถบถูเขาที่หันไปทางใต้เพราะได้รับแสงมากกว่าและได้พัฒนาขนกลวงที่ช่วยในการเก็บความร้อนขึ้นมา แกะดอลมีความสูง ~90ซม. โดยวัดจากไหล่ ตัวผู้หนัก ~90.7-113.4กก. ส่วนตัวเมียหนัก ~50-68กก.  พวกมันมักมีขนสีขาว แต่ความหลากหลายของสีนั้นก็อาจจะมีไปตั้งแต่ขาว-เหลืองจนถึงขาวเหมือนหิมะ แกะดอลเป็นแกะป่าสีขาวสปีชีส์เดียวบนโลก มันมีเขาโค้งสง่างามที่ใช้เวลาถึง 8ปีในการงอกอย่างสมบูรณ์ซึ่งทำมาจากเคราตินเหมือนในเล็บของเรา เขาของแกะดอลนั้นเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ใช้บอกอายุของพวกมัน ซึ่งบนเขานั้นจะมีวงแหวนอยู่และจำนวนวงแหวนนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อโตขึ้น



9) แคริบู (Caribou)

 

แคริบู (Rangifer tarandus) คือกวางในวงศ์ Artioldactyl ที่เรารู้จักกันดีในชื่อกวางเรนเดียร์เมื่อถูกเอามาเลี้ยง มันอาศัยอยู่แถบทุนดร้าในทางเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชียและกรีนแลนด์ คำว่า “แคริบู” นั้นมาจากภาษาอินเดียแดงชนเผ่ามิ๊กแม็กที่แปลว่า “นักขุดหิมะ” แคริบูมีขนกลวงนุ่ม, ขายาว, กีบเท้ากลวงใหญ่เพื่อใช้ในการขุดกองหิมะ, เขาใหญ่และจมูกทู่ๆ แคริบูนั้นเป็นกวางชนิดเดียวที่ทั้งสองเพศมีเขา ซึ่ง 97-99% ของตัวเมียนั้นมีเขาเหมือนตัวผู้ แคริบูนั้นอาจจะมีรูปร่างเหมือนกวางแต่มันก็มีลักษณะหลายอย่างต่างออกไป เช่น การไม่ค่อยกลัวคน (ยกเว้นในพื้นที่ล่าสัตว์), ความสามารถในการหลับช่วงฤดูหนาวและความเป็นฝูงสัตว์ที่เดินทางอยู่เสมอ ซึ่งการอพยพอันยิ่งใหญ่ (1,600กม.) ของแคริบูนี้มีที่มาจากแมลงวันที่มักจะกัดมันและวางไข่บนหลัง และอาหารของมันเรียกว่าไลเคนที่ใช้เวลาถึง 1ปีในการงอกใหม่ แคริบูสูง ~1.2-1.5เมตรโดยวัดจากไหล่ (+เขา 90ซม.), หนัก 226.8กก. ขึ้นไปและกินอาหารปริมาณ 5กก.ทุกๆวัน แคริบูเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ด้วยสาเหตุมาจากการล่าเพื่อเอาขนที่ทั้งหนาและนุ่มซึ่งสามารถเอาไปใช้ทำผ้าห่ม, เสื้อผ้าและปูบ้านได้ แคริบูสามารถวิ่งได้เร็วถึง80กม. ต่อ ชม.

http://animals.nationalgeographic.com/animals/mammals/caribou/



8) นกนางแอ่นอาร์กติก (Arctic Tern)

 

นกนางแอ่นอาร์กติก (Sterna paradisaea) อาจจะเป็นนกขั้วโลกตัวกระเปี๊ยกแต่มันก็มีความสามารถและความพยายามไม่เบา เพราะในทุกๆปี กลุ่มนกนางแอ่นอาร์กติกนั้นจะอพยพเป็นระยะทางไกลที่สุดในหมู่นก (35,000กม. หรือมากกว่าเพราะมันไม่ได้บินเป็นเส้นทางตรง) ซึ่งการอพยพนี้ทำให้มันแทบจะไม่ได้ลงสู่พื้น (แม้แต่ตอนกินก็กินขณะที่บินอยู่) และอยู่ในโซนกลางวันตลอด นกนางแอ่นอาร์กติกมีขนสีขาว, หัวกับปลายปีกดำและจะงอยปากสีส้ม มันมีความยาว 30.5-38.1ซม. (+ปีกกว้าง 65-75ซม.) และหนัก ~907.2กรัม นกนางแอ่นอาร์กติกนั้นมีเท้าเหมือนเป็ดแม้ว่ามันจะอยู่ในวงศ์นกนางนวลก็ตาม ซึ่งเท้าเล็กๆนี้ก็ไม่ได้ช่วยในการว่ายน้ำซักเท่าไหร่และทำให้นกนางแอ่นอาร์กติกไม่ชอบน้ำอย่างมาก นกนางแอ่นอาร์กติกนั้นสามารถลอยอยู่ในอากาศชั่วเวลาหนึ่งได้โดยไม่ต้องกระพือปีก ซึ่งความสามารถนี้จำเป็นอย่างมากในการแสดง “fish flight” เพื่อดึงดูดตัวเมีย (fish flight คือพิธีกรรมในการผสมพันธุ์ ซึ่งนกตัวผู้นั้นจะคาบเอาปลาขนาดเล็กไว้ในจะงอยปากและบินโฉบเฉี่ยวบนหัวตัวเมียที่อยู่บนพื้น ถ้าตัวเมียสังเกตตัวผู้ที่อยู่บนหัว มันก็จะเข้าร่วมพิธีกรรมและผสมพันธุ์กันในที่สุด) นกนางแอ่นอาร์กติกเป็นนกที่มีอายุยืนยาวเมื่อเทียบกับนกชนิดอื่นๆ ซึ่งอายุขัยของมันนั้นอาจจะยาวมากกว่า 20ปี นอกจากนี้ นกนางแอ่นอาร์กติกยังเป็นนกที่ดุร้ายและหวงรังไม่เบาอีกด้วย ซึ่งนิสัยการเข้าทำร้ายศัตรูจนเลือดออกของมันนี้ได้ทำประโยชน์ให้นกอื่นๆ



7) นกฮูกหิมะ (Snowy Owl)

 

ใครหลายๆคนก็คงจำเจ้าสัตว์หน้าตาอย่างนี้ได้ในบทบาทนกฮูกคู่ใจของแฮร์รี่ พ๊อตเตอร์ชื่อเฮ็ดวิก นกฮูกหิมะเป็นนกฮูกผ่าเหล่าที่อาศัยอยู่ในทุ่งทุนดร้าที่หากินทั้งตอนกลางวันและกลางคืน อีกทั้ง มันยังเป็นนกขั้วโลกที่ไม่อพยพอีกด้วย (แต่เมื่อมันอพยพมันก็มักจะไปร่อนลงที่สนามบินเพราะเป็นพื้นที่กว้างๆว่างๆเหมือนทุนดร้า) นกฮูกหิมะได้ชื่อมาจากขนฤดูหนาวที่เกือบจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์เมื่อโตขึ้น (ในฤดูร้อนขนของนกฮูกหิมะจะเป็นสีน้ำตาลแซมจุดดำ) ซึ่งขนขาวๆของนกฮูกหิมะนี้เป็นขนที่ไม่มีเม็ดสีและทำให้มีช่องว่างเพียงพอสำหรับอากาศที่จะอุ่นร่างกาย เท้าของนกฮูกหิมะนั้นปกคลุมไปด้วยขนและมีฝ่าเท้าหนาเป็นพิเศษเพื่อรับกับอากาศหนาว สายตาของนกฮูกหิมะนั้นก็ยอดเยี่ยมมากเหมือนนกนักล่าอื่นๆ ซึ่งมันสามารถมองเห็นเหยือจากบนฟ้าไกลและโฉบลงมาเพื่อจับเหยื่ออย่างเงียบเชียบได้ เมื่อกินอาหาร นกฮูกหิมะจะกลืนเหยื่อเข้าไปทั้งตัวหรือฉีกเป็นชิ้นๆก่อนแล้วจึงค่อยกลืนซึ่งมันก็มีกระเพาะที่มีกรดเข้มข้นเพื่อช่วยย่อย (มันจะขย้อนของที่ย่อยไม่ได้อย่างขนและกระดูกออกมาเรียกว่า “pellet”) นกฮูกหิมะนั้นสามารถกินหนูได้ถึง 12ตัวต่อวัน (มากกว่านั้นถ้ามีลูก) นกฮูกหิมะเป็นหนึ่งในนกฮูกที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมันสูงถึง 68.6ซม.และมีปีกกว้าง 114.3-152.4ซม. เมื่อเข้าสู่เวลาทำรัง แม่นกฮูกหิมะนั้นจะออกไข่ 8-10ฟองในรังบนพื้น (อาร์กติกไม่มีต้นไม้) ซึ่งเมื่อลูกฟักออกมาแล้ว ทั้งพ่อและแม่จะช่วยกันเลี้ยงดู ลูกนกฮูกหิมะนั้นจะต้องพึ่งตัวเองให้ได้ภายใน 8อาทิตย์เพราะฤดูร้อนในเขตอาร์ติกนั้นสั้นมาก



6) กระต่ายอาร์กติก (Arctic Hare)

  

เมื่อพูดถึงกระต่ายก็คงไม่มีใครว่าๆมันไม่น่ารักหรอกจริงมั๊ย ซึ่งกระต่ายอาร์กติกนี้ก็เป็นหนึ่งใน 2กระต่ายขั้วโลกเหนือที่น่ารักไม่เบา กระต่ายอาร์กติก (Lepus arcticus & othus) เป็นกระต่ายไม่จำศีลที่อาศัยอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือ (L. arcticus อาศัยอยู่ในแคนาดาและกรียแลนด์ ส่วน L. othus อาศัยอยู่ในอลาสก้า) เป็นฝูงในแถบภูเขาและทุนดร้า (กระต่ายอาร์กติกไม่ชอบอาศัยอยู่ในที่ต่ำหรือป่า) มันมีขนฤดูหนาวสีขาวยาว ส่วนในฤดูร้อน ขนนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล-เทาและท้องขาวเพื่อให้เข้ากับหินและพืชรอบๆ(แต่มันมีหูสั้นๆปลายสีดำตลอดปี ซึ่งหูสั้นๆนี่ช่วยในการเก็บความร้อนในร่างกาย) กระต่ายอาร์กติกเป็นกระต่ายที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือซึ่งมันหนัก 4.1-5.4กก.และยาว 55.6-71.1ซม. มันมีเท้าใหญ่ยักษ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนรองเท้าหิมะและช่วยให้วิ่งหนีศัตรูได้ง่ายๆ เมื่อฝูงกระต่ายอาร์กติกพบศัตรูอย่างสุนัขป่าหรือสุนัขจิ้งจอก พวกมันก็จะกระโดดหนีไปทุกทิศทางด้วยความเร็ว 60กม. ต่อ ชม. เหมือนลูกบอลหิมะทั่วทุนดร้าเพื่อทำให้ศัตรูสับสน กระต่ายอาร์กติกนั้นมีกรงเล็บยาวเพื่อช่วยในการขุดหิมะ ซึ่งในบางครั้ง พวกมันก็จะขุดโพรงอาศัยและเข้าไปนอนเบียดกันเพื่อความอบอุ่น ลูกกระต่ายอาร์กติกนั้นจะเกิดในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฏาคนเป็นจำนวน 4-8ตัวต่อครอก ซึ่งลูกเหล่านี้จะเกิดมาในรังด้วยตาเปิดและมีขน (<--ข้อแตกต่างระหว่าง rabbit กับ hare) สีดำๆ

http://animals.nationalgeographic.com/animals/mammals/arctic-hare/



5) เพนกวินทั้งหลาย

 

เพนกวินคือนกน้ำที่ได้วิวัฒนาการมาเพื่อชีวิตในทะเล พวกมันใช้ชีวิตถึง 75% ในทะเลตลอดอายุขัยนาน15-20ปีและจะขึ้นบกมาเพื่อผลัดขนและสืบพันธุ์เท่านั้น เพนกวินในโลกนี้ประกอบไปด้วย 17สปีชีส์ (แต่น่าเสียดายที่ 12สปีชีส์ในนั้นกำลังลดจำนวนลง) ซึ่งทุกสปีชีส์นั้นอาศัยอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตรตั้งแต่ใต้สุดที่ขั้วโลกใต้อันหนาวเหน็บไปถึงเหนือสุดที่เกาะเขตร้อนแห่งกาลาปากอสซึ่งที่อาศัยของพวกมันส่วนใหญ่นั้นจะห่างไกลและปลอดศัตรู โดยรวมๆแล้ว เพนกวินเป็นนกที่เดินตัวตรงและมีสีขาว-ดำเป็นส่วนใหญ่ ปีกของเพนกวินนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นครีบ, หางนั้นได้หดสั้นลงจนดูเหมือนลิ่ม และขาหลังนั้นได้เลื่อนตำแหน่งไปไกลมากๆเพื่อการเดินบนบกด้วยเท้าพังพืด  เพนกวินแต่ละสปีชีส์นั้นมักจะมีลวดลายบนหัวไม่เหมือนกันทำให้แยกแยะได้ค่อนข้างง่ายและทั้งสองเพศก็ไม่มีความแตกต่างกัน (ยกเว้นเพนกวินหงอนที่ตัวผู้ตัวใหญ่และมีจะงอยปากใหญ่กว่า) เพนกวินนั้นมีขนาดตั้งแต่เพนกวินจักรพรรดิที่สูง 112ซม.และหนัก 27-41กก. จนไปถึงลิ๊ตเติ้ลเพนกวินที่สูง 41ซม.และหนัก ~1กก. จำนวนประชากรของเพนกวินนั้นมีมีหลากหลายเช่นกัน ตั้งแต่เพนกวินชินสแตรป (chinstrap คือสายคาดหมวกอะ) ที่มีจำนวน ~6.5ล้านคู่ (12-13ล้านตัว) จนถึงเพนกวินตาเหลืองที่มีจำนวนเพียง 7,000ตัว

                เพนกวินนั้นได้สูญเสียความสามารถในการบินไปเมื่อหลายล้านปีก่อนเพื่อชีวิตในน้ำ ซึ่งพวกมันก็เป็นนกที่ว่ายน้ำได้เร็วและดำน้ำได้ลึกที่สุดในหมู่นกด้วยกัน ในระหว่างว่ายน้ำ เพนกวินจะกระโดดออกมาจากน้ำ (“porpoising) ได้ซึ่งการกระทำนี้ช่วยลดแรงเสียดทานและทำให้พวกมันสามารถว่ายน้ำได้เร็ว 32กม. ต่อ ชม. เพนกวินสามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 20นาทีและดำน้ำได้ลึก 40เมตร สายตาของเพนกวินนั้นทำงานได้ดีกว่าในน้ำซึ่งทำให้พวกมันมองเหยื่อได้ดีแม้ในน้ำขุ่น เหยื่อของเพนกวินนั้นได้แก่ปลา, หมึก, กุ้ง, คริล และสัตว์มีกระดองอื่นๆ  เพนกวินนั้นได้พัฒนาร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยขนหนากว่านกชนิดอื่นๆ โดยขนของพวกมันนั้นขึ้นถึง 70เส้นต่อตารางนิ้ว ซึ่งขนแต่ละเส้นนั้นขึ้นใกล้กันมากๆและมีก้านงอลงเพื่อช่วยเก็บความอบอุ่น เพนกวินมีขนข้างบนสีดำและใต้ท้องสีขาวเพื่อพรางตาศัตรู เมื่อพวกมันถูกมองจากข้างล่างใต้ท้องขาวๆนั้นก็จะกลมกลืนไปกับแสงอาทิตย์และเมื่อถูกมองจากข้างบน หลังดำนั้นก็จะกลมกลืนไปกับพื้นทะเล เมื่อเพนกวินแอนตาร์กติกอยู่บนบก พวกมันก็สามารถเคลื่อนไหวไปได้อย่างรวดเร็วด้วยการไถลท้องไปข้างหน้าและใช้ครีบช่วยดัน เพนกวินนั้นจะเดินเหมือนเป็ด ซึ่งความเร็วในการเดินตลกๆนั้นก็เร็วมากกว่าความเร็วของคนเดินซะอีก

http://www.seaworld.org/animal-info/animal-bytes/animalia/eumetazoa/coelomates/deuterostomes/chordata/craniata/aves/sphenisciformes/penguins.htm

http://birding.about.com/od/birdprofiles/a/penguinfacts.htm



4) สุนัขป่าอาร์กติก (Arctic Wolf)

 

สุนัขป่าอาร์กติก (Canis lupus arctos) นั้นคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสปีชีส์ย่อยของสุนัขป่าสีเทาที่อาศัยอยู่ในที่ๆไม่มีใครเข้าถึงใแคนาดาแถบขั้วโลกเหนือ, รัฐอลาสก้า และตอนเหนือของกรีนแลนด์มานานกว่า 2ล้านปีแล้ว เพราะความที่ถิ่นที่อยู่ของสุนัขป่าอาร์กติกนั้นเป็นพื้นที่ห่างไกลไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้ นักวิทยาศาสตร์จึงไม่ค่อยรู้ข้อมูลของพวกมันมากนัก สุนัขป่าอาร์กติกเป็นนักเอาตัวรอดของจริง ซึ่งมันสามารถมีชีวิตรอดในที่ๆมีอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ (ต่ำกว่า -30◦C เกือบตลอดปี), พื้นดินที่แข็งเป็นน้ำแข็งตลอดเวลา, ที่ๆมีแต่ความมืดเป็นเวลา 5เดือนต่อปีและที่ๆไม่มีอาหารเป็นอาทิตย์ได้ สุนัขป่าอาร์กติกนั้นอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นฝูงประมาณ 2-20ตัว ซึ่งสมาชิกในฝูงนั้นประกอบด้วยคู่หัวหน้าพ่อ-แม่และลูกๆ ฝูงสุนัขป่าอาร์กติกนั้นจะช่วยกันเลี้ยงดูลูกน้อยและล่าเหยื่อ ซึ่งเหยื่อของพวกมันได้แก่ แคริบู, มักส์ออกซ์ , กระต่ายอาร์กติก, แมวน้ำ, เลมมิ่งและนกน้ำ ในการล่าแต่ละครั้ง สุนัขป่าอาร์กติกจะใช้ฟันที่มีถึง 42ซี่เป็นอาวุธและพวกมันจะกลืนเหยื่อลงไปเป็นชิ้นใหญ่ สุนัขป่าอาร์กติกนั้นจะกินเหยื่อทั้งหมดรวมทั้งกระดูก, หนังและขน ซึ่งการกินของพวกมันแต่ละครั้งอาจจะมากได้ถึง 9กก. เพื่อปรับตัวให้เข้ากับความหนาวสุดขั้ว สุนัขป่าอาร์กติกนั้นมีหูเล็กลง, จมูกและขาสั้นลงเพื่อลดพื้นที่ผิวที่จะเจอกับอากาศเยือกแข็ง และขนที่ทั้งขาวและหนาเพื่อเก็บความร้อนในร่างกายไว้

http://en.wikipedia.org/wiki/Arctic_Wolf                 

http://switchzoo.com/profiles/arcticwolf.htm



3) หมีขั้วโลก (Polar Bear)

 

หมีขั้วโลก (Ursus Maritimus) เป็นสัตว์น่ารักที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนแผ่นน้ำแข็งลอยน้ำขนาดยักษ์แห่งขั้วโลกเหนือ ซึ่งมันก็ได้พัฒนาร่างกายมาเพื่ออากาศหนาวอย่างนี้ เช่น การมีผิวหนังสีดำกับขนกลวงเพื่อช่วยซึมซับความร้อนจากพระอาทิตย์, ฝ่าเท้าป็นแผ่นเพื่อช่วยในการเดินบนหิมะและชั้นไขมันหนาที่ช่วยอบอุ่นร่างกาย (หมีขั้วโลกมักจะร้อนตับแตกมากกว่าหนาวสั่น) หมีขั้วโลกนั้นเป็นสัตว์บกกินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตัวผู้สูง 2.6เมตรและหนัก ~408.2กก. ส่วนตัวเมียนั้นสูง 2เมตรและหนัก ~226.8กก. หมีขั้วโลกนั้นมีขนสีขาวและจมูกกับปากสีดำ ซึ่งจมูกของมันนั้นสามารถมองเห็นได้ในวันฟ้าใสไกลออกไป ~9.7กม.ด้วยกล้องส่องทางไกล หมีขั้วโลกนั้นเป็นนักล่าและนักว่ายน้ำที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมันสามารถว่ายน้ำได้เร็ว 10กม.ต่อ ชม.ได้ไกล 161กม. และได้กลิ่นซากวอลรัสหรือแมวน้ำที่ไกลออกไป ~32.2กม.ได้ เหยื่อหลักๆของหมีขั้วโลกนั้นได้แก่ แมวน้ำ แต่มันก็อาจจะกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ, ไข่, พืชและซากสัตว์ด้วยเหมือนกันซึ่งในบางครั้งเหยื่อเหล่านี้ก็ถูกฆ่าโดยการตบครั้งเดียว หมีขั้วโลกนั้นไม่ดื่มน้ำเพราะมันได้รับน้ำจากอาหารที่กินเข้าไปอยู่แล้ว หมีขั้วโลกนั้นมีอายุขัย 25-30ปีและเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 4-8ปี พวกมันนั้นจะผสมพันธุ์กับเพศตรงข้ามหลายตัวในระหว่างเมษายน-มิถุนายน แม่หมีขั้วโลกนั้นตั้งท้องนาน 28เดือนและให้กำเนิดลูกครอกละ 1-3ตัวในโพรงหิมะที่ขุดขึ้นมา (แม่หมีชอบใช้โพรงเดิมในการเลี้ยงลูก) ซึ่งแต่ละตัวนั้นไม่ได้ใหญ่ไปกว่าหนูเท่าไหร่เลย เมื่อแม่หมีขั้วโลกล่าเหยื่อ ลูกๆนั้นต้องเรียนรู้ที่จะหยุดนิ่งไม่ไหวติงเพื่อจะได้ไม่ดึงดูดความสนใจของเหยื่อ ถ้าลูกหมีขยับ มันก็จะโดนแม่สั่งสอนด้วยการตบหัว

http://endangeredpolarbear.com/fun_facts_about_polar_bears.htm



2) แมวน้ำฮาร์ป (Harp Seal)

 

แมวน้ำฮาร์ป (Pagophilus groenlandicus) เป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนบกเล็กน้อยเพราะมันชอบว่ายน้ำไปในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและอาร์กติกมากกว่า เจ้าสัตว์ขนเรียบนี้สามารถล่องลอยไปในน้ำที่เย็นเยือก เพื่อหาปลาและสัตว์มีกระดองกินได้ แมวน้ำฮาร์ปสามารถกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำได้นานถึง 15นาทีและดำน้ำได้ลึก 90-300เมตร คำว่า “ฮาร์ป” นั้นมาจากวงแหวนรูปพิณที่อยู่บนหลังของแมวน้ำฮาร์ป ในบางครั้ง แมวน้ำฮาร์ปก็ถูกเรียกว่าแมวน้ำหลังอานเพราะลวดลายสีดำบนหลังและสีข้างที่มีรูปร่างเหมือนอานบนขนสีเหลืองอ่อนหรือเทาของมันนั่นเอง แมวน้ำฮาร์ปนั้นยาว 1.6-1.9เมตรและหนัก 180กก. มันมีอายุขัย 20ปี แมวน้ำฮาร์ปทั้งสองเพศนั้นจะมาที่พื้นที่ทำรังทุกๆปีในนิวฟาวด์แลนด์, ทะเลกรีนแลนด์และทะเลขาว ซึ่งเมื่อมาถึง พวกตัวผู้นั้นก็จะต่อสู้กันด้วยฟันแหลมคมและครีบทรงพลังเพื่อครอบครองสิทธิ์ในการผสมพันธุ์ เมื่อการผสมพันธุ์เสร็จสิ้น กลุ่มแมวน้ำฮาร์ปตัวเมียนั้นก็จะมารวมตัวกันเพื่อให้กำเนิดลูกแมวน้ำน่ารักน่าหยิก ลูกแมวน้ำฮาร์ปนั้นจะเกิดบนน้ำแข็งและแม่นั้นจะแยกแยะลูกของมันออกจากลูกๆตัวอื่นโดยกลิ่นเฉพาะ แมวน้ำฮาร์ปเกิดไหม่นั้นไม่มีไขมัน แต่มันก็จะดื่มนมเตจ็มไปด้วยไขมันของแม่เพื่อเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แม่แมวน้ำฮาร์ปจะหยุดให้นมลูกเมื่อมันมีน้ำหนัก ~36กก. ซึ่งในช่วงแห่งการเรียนรู้การล่านี้ ลูกแมวน้ำฮาร์ปอาจจะไม่ได้กินอาหารนาน 6อาทิตย์และสูญเสียน้ำหนักไปครึ่งนึง ลูกแมวน้ำฮาร์ปนั้นมีชื่อเสียงมาจากขนสีขาวหิมะที่ทำให้นักล่าแมวน้ำมาที่นิวฟาวด์แลนด์เป็นเวลานาน 2ศตวรรษแล้ว ซึ่งในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การล่าแมวน้ำฮาร์ปเอาขนบนแผ่นน้ำแข็งนี้ได้เป็นข้อถกเถียงและปัญหาระหว่างเหล่านักล่าและเหล่านักอนุรักษ์ การล่าแมวน้ำฮาร์ปในปัจจุบันนั้นได้มีกฏและข้อกำหนดมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าสัตว์น่าหยิกเหล่านี้ก็ยังเป็นแมวน้ำสปีชีส์ที่ถูกล่ามากที่สุด (แสนตัวต่อปี)

http://animals.nationalgeographic.com/animals/mammals/harp-seal/



1) สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก (Arctic Fox)

 

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก (Alopex lagopus) หรือสุนัขจิ้งจอกขั้วโลกนั้นอาศัยอยู่ในที่ทางเหนือมากกว่าสุนัขจิ้งจอกไหนๆ มันเป็นสัตว์ที่มีลักษณะที่ช่วยในการมีชีวิตรอดในอากาศต่ำกว่าศูนย์ เช่น ขนที่ฝ่าเท้าเพื่อป้องกันเท้าจากการโดนหิมะกัดระหว่างขุดและสร้างแรงเสียดทานระหว่างเดินบนหิมะ และร่างกายแน่นที่ประกอบไปด้วยขา หูกับหน้าสั้นกลมและขนหนา (ขนของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก หนากว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไหนๆซุ่งมำให้มันสามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำถึง -50◦C ได้) เพื่ออบอุ่นร่างกาย สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกสูง 25-30ซม.โดยวัดจากไหล่, ยาว 46-68ซม. + หาง 35ซม., หนัก 2.7-4.5กก. และสามารถวิ่งลื่นไถลไปบนน้ำแข็งด้วยความเร็ว 48.3กม. ต่อ ชม. มันมีขนสีขาวหรือสีเทา-ฟ้าในหน้าหนาวซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล-เทาในหน้าร้อน สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น เลมมิ่งและหนูนาทุนดร้าเป็นหลัก แต่พวกที่สร้างโพรงบนหน้าผาตามชายฝั่งนั้นล่านกทะเล เช่น นกพัฟฟิน เป็นหลัก เมื่อหาอะไรกินไม่ได้ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกก็จะเปลี่ยนมากินซากที่จะกินทุกอย่างแม้แต่ของเหลือของหมีขั้วโลก แต่เมื่ออาหารมีเพียงพอมันก็จะฝังไว้เพื่อกินในภายหน้า สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกนั้นมีอายุขัย 12ปีและมีฤดูผสมพันธุตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน แม่สุนัขจิ้งจอกนั้นตั้งท้องนาน 52วันและอาจจะให้กำเนิดลูกได้มากถึง 7-15ตัวต่อครอก (เคยมีมากถึง 25ตัว) ซึ่งทั้งพ่อและแม่จะช่วยกันดูแลสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกเป็นสัตว์ที่มีคู่ตัวเดียวตลอดชีวิต

http://animals.nationalgeographic.com/animals/mammals/arctic-fox/



แถม) วาฬเบลูก้า

 

วาฬเบลูก้า (Delphinapterus leucas) , วาฬสีขาวหรือแคนารีแห่งท้องทะเลนั้นมีร่างกายโดดเด่นที่สังเกตได้ง่ายที่สุดในวาฬทั้งหมด (คำว่า “เบลูก้า” นั้นมาจากภาษารัสเซียแปลว่าขาว) แต่เมื่อเกิดใหม่ ลูกวาฬเบลูก้านั้นมีสีเทาหรือน้ำตาลซึ่งจะจางหายไปจนเป็นขาวเมื่ออายุประมาณ 5ปี วาฬเบลูก้าเป็นวาฬมีฟันขนาดกลางที่ยาว 4-6.1เมตร (หนึ่งในวาฬที่เล็กที่สุด) และหนัก 907-1,361กก. มันมีหัวกลมใหญ่และไม่มีกระโดงเพื่อช่วยใรการเคลื่อนไหวใต้แผ่นน้ำแข็งได้ง่าย วาฬเบลูก้านั้นมักจะอาศัยอยู่เป็นฝูงเล็กๆเรียกว่า พ๊อด มันเป็นสัตว์ที่ชอบพูดชอบคุยและเป็นนักสร้างเสียง ซึ่งเสียงที่วาฬเบลูก้าสร้างนั้นได้แก่ เสียงคลิ๊ก, เสียงผิวปากและเสียงแกล๊ง นอกจากนี้ วาฬเบลูก้ายังสามารถเลียงเสียงอื่นๆและสร้างเสียงความถี่ต่ำที่คนไม่สามารถได้ยินได้อีกด้วย วาฬเบลูก้านั้นพบได้ทั่วไปในแถบชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติกและบางครั้งก็น่านน้ำกึ่งอาร์กติก ซึ่งฝูงวาฬเบลูก้าที่อาศัยอยู่ในอาร์กติกนั้นจะอพยพลงใต้เมื่อเข้าหน้าหนาว วาฬเบลูก้ามีอายุขัย 35-50ปี เจ้าขาวหัวโหนกนี้มีกระดูกคอ 7ชิ้นที่ไม่ติดกันซึ่งทำให้มันมีคอยืดหยุ่นได้ไม่เหมือนวาฬอื่นๆซึ่งทำให้มันสามารถงอหัวและหันหัวได้ทุกทาง นอกจากนี้ วาฬเบลูก้าก็ยังสามารถว่ายน้ำถอยหลังได้ไม่เหมือนวาฬอื่นๆอีกด้วย วาฬเบลูก้ามักจะกินอาหารหนัก 2.5-3%ของน้ำหนักร่างกาย (18-27กก.) ทุกวัน เหยื่อของมันได้แก่ หมึกยักษ์, หมึกกระดอง, ปู, กุ้ง, หอย, หอยทากทะเล, หนอยทรายและปลา เช่น ปลาค๊อด, แฮร์ริ่งและปลาตัวแบน

http://animals.nationalgeographic.com/animals/mammals/beluga-whale/

http://www.canadiangeographic.ca/kids/animal-facts/beluga_whale.asp

 

ที่มา - http://library.thinkquest.org/3500/



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 171 : 10 สัตว์เมืองหนาวตัวขาวๆน่ารัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 6508 , โพส : 7 , Rating : 48% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 7 : ความคิดเห็นที่ 530
วาฬเบลูกากับจิ้งจอกอาร์กติกน่ารักๆ>w<
PS.  นภานั้นจะใช่แน่หรือหากไร้ซึ่งเมฆา เมฆาจะมีอีกต่อไปได้แน่หรือหากไร้ซึ้งนภา
Name : Pimko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pimko [ IP : 125.26.49.77 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2556 / 09:54
# 6 : ความคิดเห็นที่ 442
รูปจิ้งจอกหายไปไหน
Name : เเพรวา [ IP : 110.49.225.195 ]

วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 18:55
# 4 : ความคิดเห็นที่ 344
รูปที่หมีนอน น่ารักมากเลยอะ ^^ ปลาวาฬ ก้อน่ารัก
Name : Namcy Chayada [ IP : 202.28.179.5 ]

วันที่: 18 ตุลาคม 2554 / 11:23
# 3 : ความคิดเห็นที่ 343
จิ้งจอกน่ารักอ่า ><

อยากได้มาเลี้ยง
Name : moki [ IP : 125.27.226.186 ]

วันที่: 17 กันยายน 2554 / 18:57
# 2 : ความคิดเห็นที่ 342
 นกปากแดงโดนใจมาก >3<
PS.  นมัสการ :) พุทโธ
Name : นส.โรคจิต < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นส.โรคจิต [ IP : 223.206.241.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กันยายน 2554 / 16:20
# 1 : ความคิดเห็นที่ 341
น่ารัก~
PS.  ไม่เข้าใจ..ไม่เข้าใจ..ไม่เข้าใจ.. เป็นธรรมดาที่บางครั้งโลกนี้มันไร้เหตุผล จนคุณอาจไม่เข้าใจ..แต่ก็โปรดเข้าใจ ว่ามันเป็นอย่างนี้เอง..
Name : haru_tatsu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ haru_tatsu [ IP : 113.53.201.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กันยายน 2554 / 12:32
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android