คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 151 : 100 สุดยอดความน่าทึ่งของฉลาม


     อัพเดท 7 ส.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,190 Overall : 294,476
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 151 : 100 สุดยอดความน่าทึ่งของฉลาม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4184 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ความน่าทึ่ง #100-91

100) เนื้อฉลามประกอบด้วยน้ำประมาณ 30-80% ซึ่งเนื้อของมันนั้นเป็นรูปร่างมาได้เพราะร่างแหโปรตีน

99) หนึ่งใน Lord Mayors of London ชื่อ Brook Watson ได้ตกเป็นเหยื่อฉลามในปี 1749 (2292) ซึ่งเขาก็สูญเสียขาไประหว่างการทำร้ายที่เกิดขึ้นตอนที่กำลังล่องเรือออกจากชายฝั่งประเทศคิวบา

98) ฟันฉลามนั้นเป็นที่นิยมและมักจะเป็นของฝากจากทะเลราคาแพง ฟันฉลามนั้นได้มาจากการที่ฉลามทำฟันหลุดไปบนพื้นทะเล ซึ่งฟันนั้นจะโดนกลบด้วยทรายอย่างรวเร็ว เมื่อเวลาผ่านไป ฟันฉลามนั้นจะซึมซับตะกอนที่ประกอบด้วยซิลิกาและแคลไซท์และเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลหรือเทา

97) การทำร้ายคนของฉลามแค่ 5-10ครั้งจากที่เกิดทั้งหมดขึ้นปีละ 30-50ครั้งเท่านั้นที่ร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งแปลว่าการเสียชีวิตจากฉลามนั้นเกิดขึ้นยากกว่ากว่าโดนกัดซะอีก

96) ถึงแม้ว่าข่าวฉลามทำร้ายคนเป็นที่นิยมของสื่อต่างๆ ในความจริง คุณเสี่ยงต่อการโดนคนกัดมากกว่าโดนฉลามกัดซะอีก

95) ในขณะที่ผู้คนทั้งเกลียดและกลัวฉลาม แถมยังให้ตำแหน่งพวกมันว่าสัตวที่อันตรายและดุร้ายที่สุดในโลกนั้น ความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากฉลามนั้นต่ำกว่าความเสี่ยงจากการโดนฆ่าด้วยต่อ, แตน, หรือสุนัขซะอีก

94) ฉลามบางสปีชีส์นั้นจะจมน้ำถ้ามันไม่ขยับตัว ฉลามอย่างเช่น ฉลามขาวยักษ์, ฉลามมาโก้, และฉลามแซลมอนนั้นไม่มีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ปั้มน้ำเข้าปากผ่านเหงือกซึ่งทำให้พวกมันต้องว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้น้ำไหลผ่านหงือกและให้ออกซิเจนแก่สมอง

93)  การจับปลาเกินปริมาณนั้นมีผลเสียต่อฉลาม เช่น ฉลามวาฬที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 30ปีและมีอายุขัย 60-100ปี ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้เร็วพอเพราะมีปลากินไม่พอ

92) จากปี 1580-2007 (21230-2550) ฉลามขาวยักษ์ฆ่าคนไปทั้งสิ้น 64ราย ซึ่งจำนวนนี้ก็ดูสูงพอควร…แต่...ถ้าลองเทียบกับจำนวนที่คนฆ่าฉลามไปแล้วมันดูกระจิ๊ดริ๊ดสิ้นดี เพราะในแต่ละปีนั้น คนฆ่าฉลามไปเป็นล้านๆตัว

91) ตับของฉลามนั้นเต็มไปด้วยน้ำมัน ซึ่งทำให้ตับเป็นอวัยวะที่ลอยน้ำได้และช่วยให้ฉลามทรงตัวในน้ำ




 

ความน่าทึ่ง #90-81

90) ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง Jaws จะเป็นอะไรที่เว่อร์มาก แต่มันก็มีเนื้อเรื่องมาจากเหตุการณ์ฉลามทำร้ายคนที่เกิดขึ้นจริงในปี 1916 (2459) ที่ชายฝั่งรัฐนิว เจอร์ซี่ ซึ่งในเหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวิต 4ค

89) ความเชื่อเกี่ยวกับฉลามที่โด่งดังมากนั้นคือ ความเชื่อที่ว่าฉลามจะไม่ทำร้ายคนในตอนเที่ยงวัน ความเชื่อนี้อาจจะจริงแต่เป็นเพราะเวลาเที่ยงวันนั้นเป็นเวลาที่ผู้คนบนหาดขึ้นฝั่งมากินอาหารเที่ยงหรือพักผ่อน ซึ่งทำให้น่านน้ำที่ฉลามอยู่นั้นว่างเปล่า ในความจริง ฉลามนั้นไม่กินอาหารเป็นเวลา 3ครั้งต่อวันเหมือนเรา แต่มันจะกินอาหารเมื่อไหร่ก็ตามที่มันหาได้

88) การชกฉลามที่จมูกหรือจิ้มตามันนั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยคุณรอดจากการโดนทำร้ายได้ ถ้าคุณชกแม่นหน่อยก็เล็งไปที่ตาหรือเหงือกได้เลย แต่ถ้าไม่ก็ชกจมูกนั่นแหละ ฉลามส่วนใหญ่จะว่ายน้ำจากไปเมื่อคุณทำอย่างนี้เพราะมันไม่อยากออกแรงมากขนาดนั้นเพื่ออาหารมื้อหนึ่ง

87) นักโต้คลื่นมีโอกาสตายจากการจมน้ำมากกว่าโดนฉลามทำร้าย แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่าฉลามขาวนั้นมักจะมองนักโต้คลื่นที่อยู่บนเซิร์ฟบอร์ดผิดเป็นแมวน้ำ, วอลรัสหรือสิงโตทะเลเมื่อมองจากข้างล่าง

86) ฉลามส่วนใหญ่นั้นล่าเหยื่อด้วยตัวเอง แต่ฉลามหัวค้อนสแกลอปนั้นชอบเดินทางไปด้วยกันเป็นฝูงในระหว่างการอพยพในฤดูร้อน

85) ฉลามเสือ, ฉลามขาวยักษ์, และฉลามหัวบาต (Bull Shark) นั้นคือฉลามที่ทำร้ายคนมากที่สุด ฉลามเหล่านี้อาศัยอยู่ในน่านน้ำทุกที่บนโลก, ตัวใหญ่พอที่จะล่าเหยื่อขนาดเท่ามนุษย์ได้, มีพลังมากพอที่จะฆ่าเหยื่อในการกัดได้และอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ซึ่งทำให้พวกมันไม่กลัวที่จะโจมตี

84) ฉลามดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรตลอดไป แต่จากสถิติของ World Conservation Union ฉลามจำนวน 20% นั้นใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งตัวการหลักก็คือแหและเบ็ดจับปลาที่ไปจับฉลามเข้าโดยอุบัติเหตุ

83) หลังจากที่ฉลามกัดคุณไปครั้งหนึ่ง มันมักจะไม่กัดอีกครั้ง เพราะในการกัดคนแต่ละครั้งของฉลามนั้น มันจะกัดติดเป็นเวลาไม่กี่วินาทีและปล่อยออกเมื่อรู้ตัวว่าคุณไม่ใช่สัตว์ทะเลแสนอร่อย

82) ตัวอ่อนของฉลามนั้นไม่ได้กินกันเองเพราะความดุร้ายป่าเถื่อน แต่เป็นเพราะเจ้าฉลามน้อยเหล่านั้นต้องหาสารอาหารมากพอมาเลี้ยงตัวเองให้โตขึ้น

81) Martha's Vineyard และ Nantucket Island (อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ) นั้นคือสถานที่ๆถ่ายทำของ Amity Island ในภาพยนตร์เรื่อง Jaws ของสตีเวน สปีลเบิร์กในปี 1975 (2518) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผู้คนไปเที่ยวชายหาดทั้งสองน้อยลงถึงแม้ว่าฉลามขาวยักษ์นั้นไม่ค่อยจะโผล่มาให้เห็นในน่านน้ำทางตะวันออกเฉียงเหนือก็ตาม




  

ความน่าทึ่ง #80-71

80) ฉลามขาวยักษ์กินอาหารหนัก 11ตันทุกๆปี (เรากินอาหารหนักแค่ครึ่งตันในแต่ละปี)

79) ถ้าคุณคิดว่าฉลามนั้นมีแต่ในทะเลแล้วล่ะก็...คิดใหม่ซะเถอะเพราะฉลามหัวบาตนั้นสามารถอาศัยอยู่ในน้ำจืดอย่างแม่น้ำหรือน่านน้ำที่ไกลจากทะเลเป็นพันๆกิโลเมตรได้และมันก็ถูกพบในน้ำจืดเหล่านี้บ่อยซะด้วย

78) ฉลามส่วนใหญ่นั้นอาศัยอยู่ในทะเลเปิดซึ่งเป็นที่ๆพวกมันสามารถว่ายน้ำได้อย่างอิสระและมีปลามากมายให้กิน แต่ฉลามก๊อบลินนั้นเป็นฉลามที่อาศัยในน่านน้ำไกลออกไปจากทวีปและพื้นที่บริเวณภูเขาใต้ทะเลที่ลึกเกินไปจนเราไม่รู้อะไรเกียวกับมันมาก

77) แม่ฉลามเสือนั้นออกลูกอย่างน้อยครั้งละ 2ตัวเพราะมันมีมดลูก 2มดลูก (<--ลักษณะนามมดลูกมันอะไรหว่า???)

76) ฉลามวาฬนั้นไม่เพียงแต่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกแต่มันยังมีครอบครัวที่ใหญ่อีกด้วย โดยแม่ฉลามวาฬตัวหนึ่งนั้นสามารถให้กำเนิดลูกครอกละ 300ตัว

75) ฉลามสีฟ้านั้นเป็นหนึ่งในฉลามที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุด ซึ่งสาเหตุการลดจำนวนลงอย่างมากจนนักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลกับอนาคตของมันนั้นมาจากการจับปลามากเกินปริมาณและอุตสาหกรรมหูฉลาม

74) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าฉลามนั้นมีภูมิต้านทางต่อโรคมะเร็ง (<--คนถึงชอบจับมันกินกันจังไงล่ะ) แต่ในปัจจุบัน การศึกษาของมหาลัยโจนส์ ฮ๊อปกินส์นั้นพบฉลาม 40รายที่มีเนื้องอก

73) การทำร้ายคนของฉลามนั้นมักจะเกิดใกล้ๆกับชายฝั่งไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งเหตุผลนั้นไม่ได้เป็นเพราะฉลามชอบอยู่ในพื้นที่นั้นๆ แต่เป็นเพราะพื้นที่นั้นเป็นที่ๆคนชอบลงเล่นน้ำต่างหาก

72) หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาฉลามในธรรมชาติได้นั้นก็คือการใช้เครื่องส่งสัญญาณที่จะคอยบอกที่ๆมันอยู่ เช่น Smart Position-Only Tag (SPOT) ที่บันทึกวิถีชีวิตของฉลามและส่งข้อมูลผ่านดาวเทัยม และ Pop-Up Archival Tags (PAT) ที่บันทึกบรรยากาศรอบๆตัวฉลามและจะหลุดออกมาในเวลาที่ถูกโปรแกรมไว้

71) ปากรูปร่างกลมของฉลามครุย (frilled shark) นั้นมีฟันมากกว่า 300ซี่ซึ่งทำให้มันได้รับฉายาว่า “ปีศาจล๊อกเนสยุคใหม่ แต่คุณจะไม่เจอเจ้าฉลามตัวนี้ในทะเลล๊อกเนสหรอกนะเพราะว่าบ้านของมันนั้นคือน่านน้ำรอบๆญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, และแอฟริกา




 

ความน่าทึ่ง #70-61

70) ฉลามส่วนใหญ่นั้นอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม แล้วฉลามแม่น้ำนั้นมีชีวิตรอดอยู่ในน้ำจืดได้ไงล่ะ??? ฉลามน้ำจืดพวกนี้จะดื่มน้ำมากขึ้นและปัสสาวะออกมารอบๆมันบ่อยมากกว่า 20เท่าของความบ่อยในการปัสสาวะของฉลามน้ำเค็ม

69) สัตว์อะไรที่อยู่บนโลกมายาวนานกว่าฉลาม??? แทบจะไม่มี...ฉลามนั้นได้ว่ายน้ำไป-มาบนโลกมาแล้วนานกว่า 400ล้านปี ซึ่งฉลามเหล่านี้ได้กินสัตว์มาแล้วทุกชนิดรวมถึงไดโนเสาร์และคน

68) หูฉลามนั้นเป็นอะไรที่ขึ้นชื่อในจีนและจะถูกเสิร์ฟในโอกาสสำคัญๆอย่างเช่นงายแต่งงานหรือวันครบรอบเท่านั้น หูฉลามนั้นจะมีรูปร่างและสัมผัสเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวเมื่อแห้งตัว ซึ่งจากในตำนานของจีนนั้นเชื่อว่า การกินเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ยาวเท่าไหร่ อายุของคนกินก็จะยาวเท่านั้น ตำนานนี้ไม่รู้ว่าจะจริงหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ อุตสาหกรรมหูฉลามนั้นคือสาเหตุของการเสียชีวิตของฉลามจำนวน 73ล้านตัวทุกๆปี

67) ฉลามนั้นเกิดมาในโลกในแบบที่ต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ลูกฉลามมีเขานั้นจะเกิดออกมาจากไข่ที่เรียกว่า กระเป๋าถือของพยาบาล ซึ่งเปลือกไข่ลักษณะเหมือนยางแข็งๆนี้จะช่วยปกป้องมันในขณะที่กำลังเติบโต

66) คุณต้องการมากกว่าเรือที่เห็นกันใน Jaws เพื่อตามล่าฉลามเพราะเจ้าสัตว์พวกนี้สามารถเดินทางไปได้ไกลเป็นร้อยๆกิโลเมตรในแต่ละวัน

65) คุณอาจจะเคยได้ยินว่ากระดูกของฉลามนั้นช่วยต้านโรคมะเร็ง แต่ในความจริง นักวิทยาศาสตร์พบว่ายาเม็ดที่ทำมาจากกระดูกฉลามนั้นไม่ได้ช่วยลดการเกิดของเนื้องอกลงเลย หนำซ้ำ ผลข้างเคียงของมันยังจะทำให้คุณคลื่นไส้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงทำการศึกษาโมเลกุลในกระดูกฉลามเพื่อการแพทย์ในภายหน้าอยู่

64) คุณอาจจะคิดว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์กินคนกระหายเลือดน่ากลัวซาดิสม์ บลา บลา บลา แต่ในความจริงแล้ว ฉลามแค่ 20สปีชีส์จากทั้งหมด 350สปีชีส์เท่านั้นที่ทำร้ายคน

63) ฉลามทำร้ายคนนั้นมักจะเกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนียเพราะว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกานั้นได้คุ้มครองและเพิ่มจำนวนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทะเล เช่น แมวน้ำ, สิงโตทะเล, และนามทะเล ในชายฝั่งตะวันตก ซึ่งเราสามารถพูดได้ว่าชายฝั่งแถบนั้นมีอาหารโปรดของฉลามให้กินเยอะแยะ แต่คนดันมาขวางทางมัน

62) ในขณะที่คนนั้นกลัวฉลามกัน แต่ในความจริง ฉลามต่างหากที่สมควรจะกลัวเราเพราะคนนั้นฆ่าฉลามไปถึง 73ล้านตัวทุกๆปี

61) คลื่นเสียงนั้นเดินทางได้ดีและไกลกว่าในน้ำ ซึ่งทำให้ฉลามนั้นไม่มีปัญหาในการจับเสียงต่ำๆจากการเคลื่อนไหว เช่น ฝูงปลา, ผู้คนที่ว่ายน้ำอยู่, หรือแม้กระทั่งเฮลิคีอปเตอร์ที่บินอยู่ใกล้ๆผิวน้ำ




 

ความน่าทึ่ง #60-51

60) ถึงแม้ว่าคนนั้นคือศัตรูตัวฉกาจของฉลาม สัตว์อย่างวาฬเพชรฆาตและจระเข้นั้นก็ล่าฉลามด้วย ส่วนฉลามขนาดใหญ่นั้นจะล่าฉลามที่ตัวเล็กและเด็กกว่ากินเพราะเป็นเหยื่อที่ง่ายกว่า

59) ถึงแม้ว่าฉลามจะมีฟันแหลมคมเหมือนมีดโกนเป็นแถวๆหลายร้อยซี่ มันก็ไม่ได้ใช้ฟันเหล่านี้สำหรับเคี้ยวแต่เพื่อฉีกเนื้อออกมาต่างหาก ซึ่งการฉีกนั้นจะทำให้เนื้อมีขนาดเล็กลงและฉลามก็จะกลืนเข้าไปทั้งหมด

58) ฉลามนั้นไม่ได้ตาบอดสีอย่างที่คนเชื่อ ซึ่งนักดำน้ำนั้นมักจะบอกว่าพวกมันนั้นถูกดึงดูดได้โดยสีบางสี เช่น สีเหลืองของชุดดำน้ำ ถึงสีอื่นๆนั้นจะยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด นักวิทยาศาสตร์ก็รู้ว่าฉลามที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ๆสว่างนั้นจะพัฒนาเซลล์รูปกรวย (คนใช้เซลล์นี้ในการแยกแยะสี) ขึ้นมา

57) เจ้าฉลามก่อนประวัติศาสตร์ที่ชื่อ เมกาโลดอน นั้นยาว 18เมตรและคนมักจะเชื่อว่ามันคือฉลามที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่อย่างไรก็ตาม ปลาประดูกอ่อนอีกชนิดนึงที่ชื่อว่า Dunkleosteus นั้นถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ฉลาม มันก็หนักประมาณ 4ตัน ซึ่งถ้าเจ้าสองตัวนี้ว่ายน้ำในยุดเดียวกันแล้วก็คงจะเป็นปลาที่สูสีกันน่าดู

56) โครงกระดูกของฉลามนั้นทำมาจากการดูกอ่อนที่เรียกว่า cartilage ซึ่งก็คือเนื้อเยื่อยืดหยุ่นที่อ่อนกว่ากระดูกมาก นี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมฟอซซิลทั้งตัวของฉลามถึงไม่มีให้เราเห็นนอกจากฟัน...เมื่อฉลามตายลง เกลือกในมหาสมุทรนั้นก็จะละลายกระดูกอ่อนของมันไปหมดจนเหลือแค่ฟัน

55) Galeophobia นั้นคือโรคกลัวฉลาม ซึ่งมาจากคำกรีก "galeos" ซึ่งแปลว่าฉลาม

54) การตั้งครรภ์ของฉลามนั้นยาวตั้งแต่ 5เดือน-2ปี

53) ฉลามนั้นสามารถกัดด้วยแรงดันถึง 28,122,783กก. ต่อตารางเมตร (กูเกิ้ลคิดเลขให้) ในแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้มันสามารถฉีกเนื้อติดกระดูกออกอย่างง่ายดาย

52) การว่ายน้ำในน้ำเย็นนั้นอาจจะอันตราย แต่มันก็ช่วยเพิ่มโอกาสการรอดตายจากฉลามกัด เพราะน้ำเย็นนั้นทำให้อุณหภูมิของร่างกายตกลง คุณอาจจะตายจากการสูญเสียความร้อน แต่การสูญเสียเลือดนั้นก็จะลดลงด้วยซึ่งทำให้คุณมีชีวิตนานพอที่จะถูกช่วยชีวิตไว้ได้ทัน

51) ตาของฉลามนั้นอยู่ข้างๆหัวซึ่งทำให้มันมีสายตาที่กว้างไกลเกือบ 360º แต่ฉลามนั้นก็มีจุดบอดอยู่ที่ตรงข้างหน้าจมูกกับข้างหลังหาง




  

ความน่าทึ่ง #50-41

50) ฉลามหัวค้อนใหญ่เป็นฉลามที่ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆในทะเล ซึ่งมันมักจะเดินทางไกลจากชายฝั่งฟลอริด้าไปแถบขั้วโลก เจ้าสัตว์นักเดินทางนี้เป็นหนึ่งในสัตว์ที่ใช้ประโยชน์จากการขึ้น-ลงของอุณหภูมิ

49) เมื่อคิดถึง ฉลาม คนนั้นมักจะคิดถึงฉลามขาวหรือฉลามหัวค้อน แต่ในความจริงนั้น ฉลามทั่วโลกนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกอย่างน้อย 350สปีชีส์ ฉลามเหล่านี้แตกต่างกันทั้งขนาดและรูปร่าง แต่โดยรวมแล้ว พวกมันมีลักษณะพื้นฐานเหมือนกัน เช่น ตับขนาดใหญ่, โครงกระดูกอ่อนยืดหยุ่น, และระบบสัมผัสอันยอดเยี่ยม

48) ฉลามนั้นต้องทำงานหนักเพื่อคงความหลากหลายของยีนไว้ โดยฉลามตัวเมียนั้นจะใช้เสปิร์มจากตัวผู้มากมายเพื่อสร้างลูกฉลาม 1ครอก ซึ่งทำให้ลูกฉลามในครอกนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกันถึงแม้ว่าพวกมันจะเกิดเวลาเดียวกันก็ตาม

47) ฉลามนางฟ้า ที่รู้จักกันในชื่อ ปีศาจแห่งทราย นั้นจะฝังตัวเองในพื้นทรายและรอให้ปลาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ผ่านมาแล้วจึงโผล่ออกมาจากทรายโจมตี

46) Jaws นั้นได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อของภาพยนตร์เกี่ยวกับฉลาม แต่คุณรู้รึเปล่าว่า 6ปีก่อนสุดยอดภาพยนตร์ของสตีเว่น สปีลเบิร์กเรื่องนี้ เบิร์ท เรย์โนลด์ได้สวมชุดประดาน้ำและลงน้ำไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Shark ซึ่งภาพยนตร์เรื่องได้ใช้ฉลามตัวจริงในการถ่ายทำและทำให้สตั๊นแมนคนหนึ่งโดนเจ้านักล่านี้ฆ่า

45) ฉลามวาฬนั้นอาจจะใหญ่กว่าฉลามทั่วไป 3เท่า แต่เจ้าปลาสุดเชื่องตัวนี้ไม่เป็นอันตรายกับคน นอกจากนี้ ฉลามวาฬยังเป็นนักกรองกินที่ใช้ฟันเรียงเป็นแถวๆนั้นกรองแพลงค์ตอนกิน

44) ขนาดของฉลามนั้นจะสอดคล้องกับอาหารที่กิน โดยฉลามขนาดเล็กนั้นจะหากินตามพื้นทะเล ในขณะที่ฉลามขนาดใหญ่นั้นจะหากินในท้องทะเลหรือใกล้ผิวน้ำซึ่งเป็นที่ๆมันสามารถจับเหยื่อขนาดใหญ่ เช่น แมวน้ำ ได้ง่ายๆ

43) ลูกฉลามบางตัวนั้นทำงานหนักตั้งแต่ก่อนจะเกิดซะอีกโดยการกัดเปลือกไข่ออกมา

42) ชาวเอ็ซเท็กนั้นจะติดพริกร้อยเชือกไว้กับเรือคนูเพื่อไล่ฉลามไป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยไม่เชื่อในการกระทำที่ได้ผลชะงัดนี้มาก่อน

41) ฉลามที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังนั้นเป็นฉลามบางส่วนที่ต้องว่ายน้ำตลอดเวลาเพื่อหายใจ แต่ในปี 1970s (2513+) นักวิทยาศาสตร์นั้นได้ค้นพบสถานที่ๆเรียกว่า “ถ้ำฉลามหลับ ใกล้เม็กซิโก ซึ่งภายในถ้ำนี้มีออกกซิเจนในปริมาณสูงและเกลือปริมาณต่ำที่ทำให้ฉลามสามารถลอยตัวอยู่นิ่งๆโดยไม่ขาดอากาศตายได้




 

ความน่าทึ่ง #40-31

40) ชาวแอ็ซเท็กเป็นชาวเผ่าหนึ่งที่มีตำนานลึกลับเกี่บวกับฉลาม ซึ่งในปี 1978 (2521) นักโบราณคดีได้ค้นพบชิ้นส่วนร่างกายฉลามภายใต้ซากปรักหักพังของ Aztec Great Temple ซึ่งพวกขาสันนิษฐานว่าชาวแอ็ซเท็กใช้ฉลามเพื่อเป็นเครื่องบูชายัญต่อพระเจ้า

39) การตกฉลามที่สร้างปัญหาหนักแก่พวกมันนั้นไม่ได้เป็นที่นิยมจนกระทั่งปี 1975 (2518) หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Jaws ทำให้ผู้คนต้องการจับฉลามขาวยักษ์มาโชว์

38) ฉลามสีน้ำเงินนั้นเป็นฉลามยอดกตะกละ โดยมันจะกินๆๆและกินจนกระทั่งอาเจียนออกมา และหลังจากนั้น เจ้าฉลามน่ารักนี้ (คนเขียนคิดว่ามันน่ารักดีนะ) ก็จะกลับไปกินต่อ!!!

37) เพราะความที่ฉลามนั้นเป็นนักล่าบนจุดสุดยอดของห่วงโซ่อาหารในทะเล การกินของมันก็มีผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ทั้งหมดในท้องทะเลด้วย ถ้าปราศจากฉลามขนาดใหญ่แล้ว ประชากรหมึกยักษ์จะเพิ่มจำนวนขึ้น และไปลดประชากรล๊อบส์เตอร์เพราะล๊อบส์เตอร์นั้นเป็นหนึ่งในอาหารของหมึกยักษ์

36) ฉลามล่าเหยื่อเพื่อเป็นอาหารไม่ใช่เพื่อการกีฬาเหมือนฆาตกรต่อเนื่องบางคน แต่ฉลามนั้นมีนิสัยเหมือนฆาตกรต่อเนื่อง โดยมันชอบสะกดรอยตามเหยื่อห่างๆพอที่จะแอบได้ แต่ก็ใกล้พอที่จะโจมตีได้เมื่อโอกาสมาถึง

35) Electroreception (เซลล์รับกระแสไฟฟ้า) นั้นช่วยฉลามให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในประจุไฟฟ้าแม้เพียงเล็กน้อยในน้ำทะเล ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำทะเลนั้นคือเลือด แต่ฉลามไม่ได้เห็นเลือดแล้วจึงโจมตี...มันได้กลิ่นและรู้สึกถึงเลือดต่างหาก

34) ในขณะโจมตี ฉลามขาวยักษ์นั้นไม่ได้ปิดเปลือกตาแต่กรอกลูกตาไปหลังหัวเพื่อป้องกันชิ้นส่วนจากเหยื่อเข้าตา

33) สิ่งที่ไล่ฉลามไปได้นั้นคืออะไรที่เราไม่ค่อยคิดถึงอย่าง แม่เหล็ก เพราะแม่เหล็กนั้นจะไปรบกวน Electroreception ของฉลาม แต่อย่าคิดว่าแค่เอาแม่เหล็กใส่กระเป๋าแล้วลงทะเลจะช่วยคุณจากฉลามได้ เพราะฉลามนั้นต้องเข้าใกล้แม่เหล็กมากพอที่จะทำงานได้

32) เมื่อฉลามฟังเขี้ยวลงเนื้อของคุณแล้ว การเสี่ยงเพื่อเอาชีวิตรอดที่ดีที่สุดนั้นคือการอยู่ใกล้มันเข้าไว้เพราะฉลามนั้นชอบกัดเหยื่อและสะบัดไป-มาเพื่อฉีกออก เพราะฉะนั้นยิ่งคุณอยู่ใกล้มันเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะรักษาแขน-ขาไว้ก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น

31) นักออกแบบรถชาวตุรกีชื่อ Kazim Doku ได้ออกแบบรถยนต์โดยเอาต้นแบบมาจากรูปร่างฉลาม แต่เจ้ายานพาหนะนี้คือรถเรือต่างหาก (ก็ฉลามอยู่ในน้ำนี้เนาะ) เจ้ารถเรือนี้ชนะรางวัล Audi และ Milan's Domus Academy's 2008 Desire Design Competition




 

ความน่าทึ่ง #30-21

30) ฉลามสามารถตรวจจับเหยื่อจากการเต้นของหัวใจได้ ซึ่งมันก็มีปุ่มขนาดเท่าสิวบนจมูกชื่อ ampullae of Lorenzini เพื่อการนี้ โดยปุ่มนั้นจะตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่การเต้นของหัวใจที่เหยื่อส่งออกมา

29) ถึงเราจะไม่สามารถเห็นหูของฉลาม แต่มันก็สามารถได้ยินเราได้จากระยะทางไกลออกไปถึง 244เมตรเพราะหูที่อยู่ภายใน

28) ถ้าคุณกำลังดูฉลามว่ายน้ำรอบเหยื่อเป็นวงกลมและอยากรู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเข้าโจมตีซะทีก็ดูที่นี่...ฉลามจะงอหลัง, งอครีบข้างๆตัวทั้งสองลง, และว่ายน้ำเป็นรูปซิ๊กแซก

27) ฉลามสามารถยื่นขากรรไกรบนออกมาเพื่อจับและกัดติดกับเหยื่อได้

26) Jaws นั้นไม่ใช่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่สร้างภาพนักฆ่ากระหายเลือดให้ฉลาม นักประวิติศาสตร์ชาวกรีกชื่อ เฮโรโดทัส นั้นได้บอกว่าในช่วง 500ปีก่อนคริสตศักราช กองทัพเปอร์เชียนั้นโดยทำลายล้างโดยฉลาม ซึ่งการกล่าวหาครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดถึงฉลามในทางแย่ๆ

25) ฉลามมีประสาทรับกลิ่นซุปเปอร์สุดยอดขนาดที่มันสามารถได้กลิ่นเลือด 1หยดในสระว่ายน้ำโอลิกปิกได้

24) ฉลามแต่ละสปีชีส์นั้นมีมารยาทการกินไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ฉลามแคริบเบียนที่อยู่ในฝูงที่ฉลามตัวใหญ่ที่สุดนั้นได้กินเหยื่อก่อน

23) ฉลามสามารถมองเห็นในน้ำขุ่นได้เพราะคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้ดวงตาอ่อนไหวต่อแสง โดยเนื้อเยื่อที่อยู่หลังดวงตาชื่อ tapetum lucidum นั้นจะสะท้อนแสงอาทิตย์กลับเข้าตาและทำให้ฉลามสามารถใช้ประโยชน์จากแสงน้อยนิดได้มากขึ้น

22) ถ้าเทียบกันไมล์ต่อไมล์แล้ว (1ไมล์ = 1.6กม.) เมืองโวลูเชีย รัฐฟลอริด้านั้นเป็นสถานที่ๆการทำร้ายคนของฉลามนั้นเกิดขึ้นมากที่สุดในโลกเพราะสถานที่นี้มีผู้คนลงว่ายน้ำมากมาย น่านน้ำแถวนี้มีการทำร้ายคน 210ครั้งจากปี 1882 (2425) แต่การโจมตีส่วนใหญ่นั้นจะเป็นแค่การกัดแล้วหนี

21) ฉลามขาวยักษ์เป็นนักล่าเรื่องมาก ซึ่งอาหารของมันนั้นต้องประกอบไปด้วยไขมันปริมาณมาก ฉลามขาวยักษ์นั้นสามารถบอกได้ว่าของที่มันกัดนั้นมีสารอาหารที่ต้องการหรือเปล่าในการกัดแค่ครั้งเดียว ซึ่งถ้าสิ่งที่มันกัดไม่มีสารอาหารเพียงพอแล้ว ฉลามขาวยักษ์ก็จะว่ายน้ำจากไป




 

ความน่าทึ่ง #20-11

20) ฉลามเมกาเม้าท์เพิ่งถูกค้นพบในปี 1976 (2519) ซึ่งหลังจากการค้นพบ มันถูกเห็นอีกแค่ 41ครั้งเท่านั้น ฉลามเมกาเม้าท์เป็นฉลามกรองกินที่มีปากกว้างไปถึงหลังตา

19) ที่จริงแล้วฉลามนั้นมีระบบประสาทน้อยกว่ามนุษย์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมาจากเส้นข้างลำตัวที่ทำหน้าที่เหมือนบารอมิเตอร์ (เครื่องตรวจจับความดัน) เมื่อของแข็งๆเคลื่อนผ่านน้ำ มันก็จะสร้างคลื่นความดันที่ฉลามสามารถตรวจจับได้ ซึ่งทำให้มันรู้ถึงทั้งการเคลื่อนไหวและทิศทางของสิ่งนั้นๆ

18) ฉลามทั้งหมดไม่ได้เป็นนักล่าที่เห็นได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น ฉลามคุ๊กกี้คัตเตอร์ที่สามารถพรางตัวได้ เจ้าฉลามคุกกี้คัตเตอร์นี้มีใต้ท้องเรืองแสงทำให้ลายบนคอนั้นเหมือนปลาขนาดเล็ก ซึ่งนักล่านั้นมักจะมองลายนี้ผิดเป็นงูและว่ายเข้ามาใกล้ เมื่อนักล่านั้นว่ายน้ำเข้ามาใกล้ ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ก็จะกัดเอาชิ้นส่วนของมันไป

17) ในขณะที่ฉลามวาฬนั้นคือฉลามที่ใหญ่ที่สุด ฉลามปิ๊กมี่นั้นคือฉลามที่เล็กที่สุดในโลก ซึ่งมันยาวแค่ 20ซม. เท่านั้น เจ้าฉลามจิ๋วนี้เรืองแสงได้ซึ่งทำให้มันสามารถว่ายน้ำลึกลงไปได้มากกว่าไมล์ (1.6กม.) เพื่อล่าเหยื่อ

16) ในปี 2009 (2552) ที่ชายฝั่งหลุยส์เซียน่า ชาวประมงชื่อเคร็ก คลาเซ็นนั้นได้แทงฉลามเสือด้วยหอกเพื่อช่วยชีวิตเพื่อของเขา แต่การกระทำของเคร็กนั้นทำให้สถานการณ์แย่ลงเมื่อเจ้าฉลามเสือหันมาทำร้ายเขา แต่หลังจากการดิ้นรนของคนและสัตว์เป็นเวลาถึง 2ชั่วโมง เจ้าฉลามเสือตัวนั้นก็ถูกฆ่าลง

15) รู้รึเปล่าว่าฉลามเคลื่อนไหวแบบเดียวกันกับเครื่องบิน??? ฉลามนั้นเคลื่อนไหวไปข้างหน้าโดยการส่ายหางที่ทำหน้าที่เหมือนหางเสือซ้าย-ขวา และเมื่อมันเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแล้ว กระแสน้ำนั้นก็จะไหลผ่านครีบทั้ง 2เหมือนเป็นปีกและสร้างแรงยก

14) นักค้นคว้านั้นเคยพบเห็นสิ่งแปลกๆ เช่น ยางรถยนต์, กระป๋องน้ำมันเครื่อง, และป้ายทะเบียนรถในท้องฉลามเสือ

13) ฉลามขาวยักษ์ใช้เทคนิคเดียวกันกับที่ตำรวจใช้หาฆาตกรเรียกว่า geographic profiling เพื่อหาสถานที่ๆเหยื่อจะปรากฏตัว โดยสถานที่เหล่านี้ก็คือเส้นทางเดินทางของเหยื่อและแนวปะการังหรือคลอง

12) ฉลามหัวค้อนนั้นอาจจะดูน่าเกลียด แต่ที่จริงแล้วหัวรูปร่างแปลกๆของมันที่เรียกว่า cephalofoil นั้นช่วยให้มันตรวจจับและล่าเหยื่อได้ดีขึ้น เพราะเซลล์ตรวจจับไฟฟ้าที่มันใช้หาเหยื่อนั้นมีอยู่ทั่วพื้นที่ผิวของ cephalofoil

11) ฉลามนั้นมีความรู้สึกไวต่อแรงดึงดูดที่พระจันทร์กระทำต่อน้ำขึ้น-น้ำลงมาก ซึ่งระยะต่างๆของพระจันทร์นั้นมีผลกระทบต่อการกินของฉลามและทำให้มันว่ายน้ำเข้ามาใกล้ฝั่ง...และทำให้การทำร้ายคนเพิ่มขึ้น





 

ความน่าทึ่ง #10-1

10) ปรกติแล้วอายุขัยของฉลามนั้นยาวนานแค่ 25ปี แต่ฉลามบางสปีชีส์นั้นสามารถมีอายุยืนถึง 100ปี ฉลามเหล่านี้มีอายุยืนเพราะมันไม่ค่อยจะป่วยเป็นโรค แถมโครงสร้างของมันนั้นทำด้วยกระดูกอ่อนซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดเนื้องอกและทำให้ภูมิต้านทานสูงขึ้น

9) ฉลามยุคใหม่นั้นหายใจโดยกระบวนการที่เรียกว่า ram ventilation ซึ่งเป็นกระบวนการบังคับน้ำให้ผ่านเข้าปากในขณะที่ว่ายน้ำไปข้างหน้า และเมื่อฉลามพัก กล้ามเนื้อรอบๆปากของมันจะดูดน้ำเข้าไปที่เหงือก ส่วนฉลามที่ไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอที่จะทำอย่างนั้นได้ก็จะพักในเวลาที่สั้นและบ่อยน้อยลง

8) หนึ่งการทำร้ายคนของฉลามที่น่ากลัวที่สุดนั้นคือการล่มของ USS Indianapolis ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในเหตุการณ์นั้น กะลาสีเรือ 900คนต้องลอยคอเป็นเวลาถึง 4วันในทะเลฟิลิปปินส์ใกล้ๆเกาะกวม ผู้เชี่ยวชาญนั้นยังคงไม่แน่ใจว่ากะลาสีเหล่านั้นสูญเสียชีวิตให้ฉลามอย่างไร แต่เมื่อความช่วยเหลือมาถึง กะลาสีแค่ 316คนเท่านั้นที่รอดชีวิต

7) เกล็ดฉลามรูปร่างเหมือนฟันที่เรียกว่า denticle นั้นช่วยให้มันว่ายน้ำไปในทะเลโดยไม่โดนเพรียงหรือตะไคร่น้ำเกาะ ซึ่งทำให้ในปี 2005 (2548) วิศวกรได้สร้างเสื้อกันแบคทีเรียขึ้นโดยเลียนแบบลักษณะเกล็ดฉลาม

6) ฉลามบางสปีชีส์นั้นเริ่มกินกันเองก่อนจะเกิดซะอีก ซึ่งทันทีที่ลูกอ่อนฟันขึ้นนั้น มันก็จะเริ่มกินพี่น้องที่ยังไม่เกิดจนกระทั่งเหลือลูกฉลามแค่ตัวเดียวในมดลูก การกระทำนี้รู้จักกันในชื่อ intrauterine cannibalism

5) ฉลามนั้นตอบสนองต่อเสียงที่เรียกว่า “yummy hum” (เจ้าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงฮัมหรอก แต่คือเสียงความถี่ต่ำที่คนไม่ได้ยิน) ที่ปลาบาดเจ็บสร้างและดึงดูดมันเข้ามาเพื่ออาหารง่ายๆอีกมื้อ

4) ฉลามเกือบ 50สปีชีส์นั้นมีอวัยวะเรืองแสงเรียกว่า photosphere ซึ่งพวกมันใช้อวัยวะนี้เพื่อการพรางตัวและดึงดูดเพศตรงข้าม

3) ในนานๆครั้ง ฉลามตัวเมียนั้นสามารถตั้งท้องเองได้โดยไม่อาศัยตัวผู้ ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า parthenogenesis

2) ฉลามที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็นนั้นสามารถอุ่นลูกตาของมันได้โดยการใช้อวัยวะข้างๆกล้ามเนื้อภายในเบ้าตา ซึ่งความสามารถนี้ช่วยให้มันล่าเหยื่อได้ในบรรยากาศอันสุดยอด

1) ฉลามขาวยักษ์แถบชายฝั่งของเกาะแมวน้ำในแอฟริกานั้นสามารถกระโดดสูงเกือบ 3เมตรขึ้นเหนือน้ำเพื่อจับแมวน้ำชะตาขาดหรืออะไรก็ตามที่มันคิดว่าเป็นเหยื่อ

 

ที่มา - http://dsc.discovery.com/sharks/shark-facts.html

ขอบคุณ - Timothy Jameson, Victoria Plummer, Anni Pullagura, Rachel Schultz and Samantha Stallard, HowStuffWorks.com


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 151 : 100 สุดยอดความน่าทึ่งของฉลาม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4184 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 590
ขอบคุณสำหรับความรู้เจ๋งๆค่าาา >.<
PS.  - คนบ้าที่ชอบพูดเอาแต่ใจ - sEhun gaLe Faculty
Name : luciferx88 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ luciferx88 [ IP : 114.109.18.97 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ธันวาคม 2556 / 19:16
# 1 : ความคิดเห็นที่ 329
ว้าววว ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆนะคะ >w< ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับฉลามขึ้นเยอะเลย
Name : rose-maria < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rose-maria [ IP : 202.28.249.181 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2554 / 21:29

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android