คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 146 : 10 สัตว์น่ารักที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว


     อัพเดท 3 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,327 Overall : 294,613
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 146 : 10 สัตว์น่ารักที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 855 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เราก็คงจะรู้กันดีว่าเหตุการณ์น้ำมันรั่วชื่อ Deepwater Horizon ในอ่าวเม็กซิโกนั้นสร้างความเสียหายให้แก่ระบบนิเวศขนาดไหนเพราะเหตุหารณ์นั้นทำลายอ่าวทั้งอ่าวและทำให้สิ่งมีชีวิตอย่างน้อย 600สปีชีส์ในอ่าวลดจำนวนลงซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้เป็นความเสียหายระยะยาวอีกด้วย เพราะความเสียหายที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วก่อขึ้น สัตว์ต่อไปนี้จึงมีความเสี่ยงในการสูญพันธุ์อย่างมาก



10) ปลาค้างคาว (Batfish)

ปลาค้างคาวเดินได้ 2สปีชีส์ใหม่ (ถูกตั้งชื่อตามการที่มันใช้ครีบใหญ่ๆรูปร่างเหมือนมือในการคืบคลานไปตามพื้นมหาสมุทร) ได้ถูกค้นพบตอนที่มันเดินไป-มารอบท่อน้ำมัน Deepwater Horizon ซึ่ง 1สปีชีส์ในนั้นถูกพบเห็นทันทีรอบๆหลังจากเหตุการณ์ทอน้ำมัน Deepwater Horizon รั่วและอาจจะเป็นไปได้ว่าวินาที่ที่ปลาค้างคาวถูกค้นพบนั้นอาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เราพบมัน การค้นพบปลาค้างคาวแสดงให้เห็นว่า ภายใต้ความมืดมิดของทะเลลึกนั้นอาจจะเต็มไปด้วยสปีชีส์ใกล้สูญพันธุ์ที่ยังไม่เคยถูกค้นพบมากมายและเราอาจจะรู้เกี่ยวกับมันเมื่อสายไปแล้ว



9) ปลากัลฟ์สเตอเจี้ยน (Gulf sturgeon)
  

ปลากัลฟ์สเตอเจี้ยนนั้นก็เป็นแค่ 1ในปลามากมายหลายสปีชีส์ที่ใกล้สูญพันธุ์จากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว แต่เพราะปลากัลฟ์สเตอเจี้ยนนั้นมีสถานะใกล้สูญพันธุ์อยู่แล้ว เหตุการณ์น้ำมันรั่วอาจจะทำให้มันแย่ขึ้นไปอีกโดยการทำลายพื้นที่อาศัยแหล่งสุดท้ายของมัน และที่แย่กว่านั้นก็คือ ปลากัลฟ์สเตอเจี้ยนกำลังเตรียมตัวที่จะอพยพทวนกระแสน้ำขึ้นไปเพื่อแพร่พันธุ์ ซึ่งถ้าน้ำมันนั้นรั่วไปถึงที่แพร่พันธุ์ จำนวนประชากรปลากัลฟ์สเตอเจี้ยนทั้งยวงอาจจะหายไปหมดเลยก็ได้



8) มานาที (Manatee)
 

ก่อนที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วจะเกิดขึ้น ประชากรมานาทีในรัฐฟลอริด้าก็ได้ลดลงไป 12.5%เรียบร้อยแล้วเพราะฤดูหนาวสุดขั้วของปี 2010 (2553) และเพราะเหตุการณ์น้ำมันรั่ว ประชากรมานาทีที่เหลือนั้นอาจจะว่ายน้ำตรงเข้าไปหาคราบน้ำมันอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่และหายไปหมดเลยก็ได้เพราะเจ้าสัตว์น่ารักพวกนี้ต้องอพยพไปที่น่านน้ำในฤดูร้อนตามชายฝั่งอ่าวอยู่แเล้ว ถ้าน้ำมันรั่วทำลายบ้านเกิดของมานาทีในชายฝั่งฟลอริด้า การช่วยเหลือครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีก่อนก็อาจจะเกิดขึ้นและทำให้พวกมันไม่สามารถกลับไปบ้านเกิดตามธรรมชาติได้



7) วาฬสเปริ์ม (Sperm whale)
 

ถึงแม้ว่าวาฬสเปริ์มจะพบได้ในมหาสมุทรส่วนใหญ่ทั่วโลก ประชากรที่อยู่ตามชายฝั่งนั้นอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว ร่างไร้ชีวิตของวาฬสเปริ์มมากมายที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำมันนั้นถูกพบลอยตุ๊บป่องหรือถูกน้ำพัดมาเกยหาดตลอดชายฝั่งอ่าว นอกจากนี้ น้ำมันรั่วก็ยังทำลายระบบนิเวศในน้ำลึกซึ่งเป็นที่ๆหาอาหารวาฬสเปริ์มพวกนี้อีกด้วย จากการศึกษาของ National Oceanic and Atmospheric Administration ในปี 2009 (2552) พบว่า ความตายของวาฬสเปริ์มจำนวนแค่ 3ตัวก็สามารถสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อประชากรในแถบนั้น



7.1) โลมา

โลมาหลายสปีชีส์นั้นอาศัยอยู่ในอ่าวทางเหนือ และร่างไร้วิญญาณของโลมาปากขวดจำนวน 12ตัวนั้นได้พบเรียบร้อยแล้วหลังจากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว น้ำมันรั่วนั้นสามารถฆ่าสัตว์น่ารักพวกนี้ได้เมื่อพวกมันโผล่ขึ้นมาหายใจและอากาศที่มันหายใจเข้าไปนั้นอาจจะเป็นไอระเหยของไฮโดรคาร์บอนซึ่งจะไปทำลายปอด สัตว์จำพวกวาฬนั้นอาจจะได้รับผลกระทบต่อระบบหายใจหายใจระยะยาวเมื่ออพยพผ่านพื้นที่ๆเต็มไปด้วยน้ำมันรั่ว นอกจากนี้ น้ำมันที่ไปสัมผัสกับเยื่อบุเมือกและตาของโลมานั้นจะส่งผลในการระคายเคืองอีกด้วย ลูกสัตว์จำพวกวาฬนั้นอาจจะได้รับผลกระทบเมื่อมันดูดนมจากหัวนมแม่ที่เต็มไปด้วยน้ำมัน 




6) ปลาฉนาก (Sawfish)
 

เจ้าปลามีจมูกรูปร่างเหมือนเลื่อยนี้ครั้งหนึ่งเคยมีจำนวนมากมายในสหรัฐอเมริกา แต่ในปัจจุบัน ปลาฉนากส่วนใหญ่ที่เราพบนั้นคือปลาสตัฟฟ์ที่ติดอยู่บนผนังห้องของชาวประมงเท่านั้น เพราะพวกมันทั้ง 2สปีชีส์ (ฟันเล็กและฟันใหญ่) ที่อาศัยอยู่ในอ่าวนั้นใกล้สูญพันธุ์ด้วยเหตุผลมาจากน้ำมั่นรั่ว โดยปลาฉนากฟันใหญ่นั้นอาจจะสูญพันธุ์ไปจากที่นั้นเรียบร้อยแล้ว และพวกฟันเล็กที่เหลือก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำมันที่ไปรั่วในที่อนุบาลของมัน



5) นกพีลิแกนสีน้ำตาล (Brown pelican)
 

นกพีลิแกนสีน้ำตาลนั้นเป็นสัตว์ที่สื่อให้ความสนใจมากที่สุดในช่วงการทำความสะอาดน้ำมันรั่ว ซึ่งเจ้าสัตว์ที่ทำรังอยู่ในอ่าวที่ Breton National Wildlife Refuge นี้ก็เพิ่งจะหลุดพ้นจากสถานะใกล้สูญพันธุ์ก่อนเหตุการณ์นั้นแค่เดือนเดียว ด้วยจำนวนแค่ 34,000ตัว นกพีลิแกนสีน้ำตาลอาจจะกลับไปเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกหลังจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่เกิดขึ้น น้ำมันรั่วทำอันตรายกับนกพีลิแกนสีน้ำตาลโดยการไปปกคลุมขนตอนที่มันดำน้ำจับเหยื่อและทำให้มันบินหนีไปไม่ได้ นอกจากนี้ น้ำมันยังทำให้ขนนกพีลิแกนสีน้ำตาลติดกันซึ่งเป็นการกักอากาศไว้และทำให้มันไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย, กันน้ำและลอยตัวได้ นกพีลิแกนสีน้ำตาลนั้นยังถูกบังคับให้กินน้ำมันปริมาณมากเข้าไปเมื่อตอนพยายามไซร้ขนหรือตอนที่ไปกินของที่เต็มไปด้วยน้ำมันเข้าซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ในระยะยาว



4) ปะการังเอลก์ฮอร์น (Elkhorn coral)
 

ก่อนเหตุการณ์น้ำมันรั่วจะเกิด ปะการังเอลก์ฮอร์นในน่านน้ำของสหรัฐอเมริกานั้นก็มีจำนวนน้อยอย่างน่ากลัวอยู่แล้ว และปะการังเอลก์ฮอร์นนี้ก็เป็นหนึ่งในปะการังสำคัญที่สร้างแนวปะการัง (Reef) ในแถบคาริบเบียนและอ่าวขึ้นมา ปะการังเอลก์ฮอร์นจะแพร่พันธุ์ทุกๆปีเป็นเวลาไม่ก็วันในช่วงพระจันทร์เต็มดวงของเดือนสิงหาคม และในปีปรกติ (หมายถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอะนะ) ลูกๆของปะการังเอลก์ฮอร์นจะรอดตายแค่ 1%ในอาทิตย์แรกของชีวิตเท่านั้น ถ้าปะการังเอลก์ฮอร์นโดนน้ำมันแล้ว ประชากรทั้งแผงอาจจะโดนกวาดหายไปหมดเลยก็ได้



3) นกชายฝั่งและนกอพยพ...Great Lakes piping plover
 

นกชายฝั่งอย่างเช่น นกต้อยตีวิด (Plover), นกอีก๋อย (Sandpiper), และนก Oystercatcher นั้นเป็นนกที่ทำรังหรือกำลังจะทำรังอยู่บนชายหาดและแนวเกาะรอบๆรัฐหลุยส์เซียน่า เจ้านกที่ทำรังอยู่บนพื้นดินและกินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นอาหารนี้จะได้รับผลกระทบอย่างมากถ้าน้ำมันรั่วมาถึงชายฝั่ง นอกจากนี้ พื้นที่น้ำมันรั่วนั้นยังเป็นทางผ่านของนกอพยพฤดูใบไม้ผลิที่แวะหยุดตามชายฝั่งเพื่อหยุดพักและกินอาหาร โดยรวมแล้วทั้งนกชายฝั่งและนกอพยพจากทวีปอเมริกาใต้ไปป่าทางเหนือและเขตอาร์กติกทุนดร้านั้นจะมารวมกันบนชายหาดและแนวเกาะรอบๆแผ่นดินใหญ่เป็นจำนวนมากระหว่างช่วงอาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายน-อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม…หรือก็คือ 2อาทิตย์หลักของนกอพยพ ผู้เชี่ยวชาญนั้นเป็นกังวลมากว่านกหลากหลายสปีชีส์พวกนี้มีโอกาสโดนผลกระทบจากน้ำมันรั่ว ซึ่งหนึ่งในนกที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักก็คือนก Great Lakes piping plover เพราะประชากรนั้นเหลือแค่ 71คู่เท่านั้น นก Great Lakes piping plover เป็นนกที่ใช้เวลาในฤดูหนาวบนชายฝั่ง ซึ่งเป็นที่ๆมันจะหาอาหารกินตามแนวคลื่นและทำให้มันได้รับความเสียหายจากน้ำมันที่ลอยเข้าฝั่งไป นอกจากนี้ น้ำมันรั่วก็ยังสร้างความเสียหายให้แก่นก Great Lakes piping plover ใกล้สุญพันธุ์ที่อยู่ในชายฝั่งตะวันออกในตะวันตกกลางเหมือนกัน



2) ปลาทูน่าครีบน้ำเงินแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic bluefin tuna)
 

ปลาทูน่าครีบน้ำเงินแอตแลนติกเหนือที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างมากนั้นเป็นปลาที่ประชากรลดลงถึง 90% ตั้งแต่ปี 1970s (2513+) ด้วยสาเหตุมาจากการจับปลามากเกินปริมาณเพื่อเนื้อ สุดยอดอร่อย ในปัจจุบัน เหตุการณ์น้ำมันรั่วนั้นก็อาจจะทำให้ประชากรที่เหลือแถบสหรัฐอเมริกาหายไปหมดก็ได้เพราะพื้นที่น้ำมันรั่ว (อ่าวเม็กซิโก) นั้นใกล้กับพื้นที่ผสมพันธุ์ของมันมาก และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ปลาทูน่าครีบน้ำเงินแอตแลนติกเหนือจะมาถึงอ่าวเม็กซิโกในช่วงกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงตรงเป๊ะกับตอนที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วเกิด นอกกจากนี้ ปลาทูน่าตัวโตเต็มวัยก็ยังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากคราบน้ำมันที่อยู่ในความลึกเดียวกันกับเส้นทางอพยพ



1) เต่าทะเล ...Kemp's ridley turtle
 

 

เต่าทะเลมีจำนวนทั้งหมด 7สปีชีส์ซึ่งทุกสปีชีส์นั้นได้อาศัยอยู่บนโลกมานาน 120ล้านปี (ยาวกว่าไดโนเสาร์อีก) และแต่ละตัวมีอายุขัยนานกว่า 80ปี เต่าทะเล 5สปีชีส์ในนั้น (ทั้งหมดมีสถานะ ใกล้สูญพันธุ์) อาศัยอยู่แถบชายฝั่งและพื้นที่ๆน้ำมันรั่วนั้นก็คือที่หาอาหารที่เดียวของเต่าทะเลที่ตัวเล็กและใกล้สูญพันธุ์ที่สุด... เต่าทะล Kemp's ridley... ที่กำลังทำรังอยู่ในช่วงเหตุการณ์เกิดพอดี เต่าทะล Kemp's ridley นั้นอาจจะเป็นสัตว์ตัวแรกที่หายไปเพราะเหตุการณ์น้ำมันรั่วก็ได้และเพราะความน่ากลัวนี้ U.S. Fish and Wildlife Service จึงได้ทำการย้ายสถานที่ไข่เต่าที่ใหญ่เสี่ยงที่สุดเท่าที่เคยมีมาโดยการย้ายไข่ของเต่าทะล Kemp's ridley จำนวน 70,000ฟองไปไว้ในรังที่ปลอดภัยและไกลออกไปจากพื้นที่น้ำมันรั่ว เต่าทะล Kemp's ridley อาจจะเป็นสปีชีส์ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด แต่เต่าทะเลอื่นๆก็ใกล้สูญพันธุ์ไม่แพ้กัน เช่น เต่าทะเลล๊อกเกอร์เฮดที่หนึ่งใน 2เส้นทางการอพยพหลักๆนั้นคือทางใต้ของรัฐมิสซิสซิปปี้ เจ้าเต่าตัวนี้หาอาหารในน่านน้ำอุ่นช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมแถบชายฝั่งที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วเกิดพอดี



แถม) สัตว์จำพวกหอยและปู
 

 สัตว์จำพวกหอยและปูนั้นเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์ในแถบน้ำกร่อยใกล้อ่าวที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วเกิด เพราะเขตน้ำกร่อยนั้นเป็นที่ทำรังแพร่พันธุ์ของสัตว์จำนวน 40% ของทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในอ่าว เหตุการณ์น้ำมันรั่วจึงมีผลประทบกับสัตว์ทุกตัวในบริเวณนั้น นอกจากนี้ พื้นที่ชายเลนบนฝั่งอ่าวนั้นก็ยังเป็นที่ๆกุ้งและปูสีฟ้าของรัฐหลุยเซียน่าเกิดและเติบโต โดยตั้งแต่กลางเดินพฤษภาคมไปนั้นคือฤดูแพร่พันธุ์ของกุ้งใกล้ฝั่งและช่วงเจริญเติบโตจากตัวอ่อนไปเป็นลูกกุ้งของกุ้งสีน้ำตาล ส่วนน่านน้ำชายฝั่งรอบๆปลายรัฐหลุยส์เซียน่านั้นคือที่ๆเพาะพันธุ์หอยนางรมที่สำคัญที่สุดในประเทศ น้ำมันและไฮโดรคาร์บอนนั้นเป็นพิษต่อพวกหอยนางรมซึ่งก็เป็นโชคร้ายของพวกมันเพราะไฮโดรคาร์บอนนั้นจะปนอยู่กับตะกอนในชายฝั่งเป็นเดือนหรืออาจจะปี เพราะฉะนั้น เหตุการณ์น้ำมันรั่วนี้จะไปสร้างความเสียหายให้แก่อุตสาหกรรมหอยนางรมอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ ถ้าสารเคมี เช่น สารระเหย นั้นถูกใช้เพื่อจัดการคราบน้ำมันแล้ว มันก็จะไปเพิ่มปริมาณน้ำมันแถบที่อยู่อาศัยของพวกหอยและทำให้ชาวประมงและคนแถบนั้นได้รับผลกระทบ

 

ที่มา - http://green.yahoo.com/blog/guest_bloggers/45/animals-most-threatened-by-the-gulf-oil-spill.html;_ylt=AiPCRY6lQBb5FyrgnjAtsGitV8cX

http://www.mnn.com/earth-matters/animals/photos/10-animals-at-risk-of-extinction-from-the-gulf-oil-spill/threat-of-exti



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 146 : 10 สัตว์น่ารักที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 855 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 508
แต่เพราะเหตุการนี่แหละเนอะ ทำให้นักวิทยาศาสตร์หาวิธีป้องกันและจำกัดน้ำมันร่วงได้
หนึ่งในนัั้นมีวิธีที่ใช้จุลินซีย์กินน้ำมันด้วย
PS.  นภานั้นจะใช่แน่หรือหากไร้ซึ่งเมฆา เมฆาจะมีอีกต่อไปได้แน่หรือหากไร้ซึ้งนภา
Name : Pimko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pimko [ IP : 125.26.79.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มีนาคม 2556 / 12:08
# 1 : ความคิดเห็นที่ 323
 ลงให้คบได้ป่าาะะะะะ
PS.  เคยมีรักหลายครั้ง แต่มีพี่คนเดียวที่ตัดใจไม่ได้ จริงๆนะพี่เนียร์
Name : CoMpU~Chco < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CoMpU~Chco [ IP : 124.120.207.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 / 09:47

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android