คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 141 : แนะนำการ์ตูนและอนิเมชั่นสัตว์ๆที่เราหลงรักแบบงูๆปลาๆ...100%


     อัพเดท 31 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,239 Overall : 294,525
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 141 : แนะนำการ์ตูนและอนิเมชั่นสัตว์ๆที่เราหลงรักแบบงูๆปลาๆ...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2325 , โพส : 1 , Rating : 60% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ทุกเรื่องในนี้มีข้อมูลบางส่วนมาจากวิกิพีเดีย
คนเขียนได้ดูทุกเรื่องแล้วเลยเอามาแนะนำ
คนเขียนไม่ได้ดูภาคไทย เพระฉะนั้นชื่อเรื่องและตัวละครจะเป็นอังกฤษหมด
จะไม่ค่อยลงอนิเมะเพราะไม่ดูมาก (อ่านแต่มังงะ)


1) Happy Feet (2006-2549) ภาค 2กำลังจะเข้าฉายพฤศจิกายน 2011 ใน IMAX 3-D

ผู้กำกับ  –   George Miller, Warren Coleman, Judy Morris

ทำเงินไปได้ – $384,335,608


Happy Feet หรือแปลไทยได้แนวๆว่า “เท้ามีความสุข” นั้นเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นของสหรัฐ-ออสเตรเลีย ที่มีผู้กำกับถึง 3คน เรื่องราวนั้นเริ่มต้นในสังคมเพนกวินจักรพรรดิที่มีเสียงร้องเป็นตัววัด (ยิ่งร้องเพลงเพนกวินเพราะเท่าไหร่ยิ่งน่าหลงไหลมากเท่านั้น) ซึ่งเพนกวินตัวเมียชื่อ นอร์มา จีน (Nicole Kidman) และเม็มฟิส (Hugh Jackman) ก็เป็นนักรองเสียงดีอันดับต้นๆในนั้น นอร์มาและเม็มฟิสได้ตกหลุมรักกันและกันและได้ให้กำเนิดลูกชื่อ มัมเบิ้ล ขึ้นมา(ตอนโตพากย์เสียงโดย Elijah Wood หรือ โฟรโด้” นั่นเอง) แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เจ้ามัมเบิ้ลนั้นมีเสียงโหดร้ายผ่าเหล่ามาก ซึ่งเสียงของมัมเบิ้ลนั้นเป็นอะไรที่สังคมไม่ยอมรับถึงแม้การเต้นของเขาจะเรียกได้ว่าเทพมากๆ เมื่อมัมเบิ้ลโตขึ้น เขาก็ได้ไปปิ๊งเพนกวินสาวเสียงดีชื่อ กลอเรีย (Brittany Murphy) เข้าและได้ไปร้องเพลงจีบ ซึ่งเขาก็ได้เสียงหัวเราะจากเพนกวินทั้งฝูงมาเป็นการตอนแทน มัมเบิ้ลนั้นทั้งอับอายและเจ็บปวด เขาได้ออกจากฝูงไป และในการเดินทางนี้เอง มัมเบิ้ลก็ได้เจอเพื่อนใหม่ๆและแม้แต่โดนคนจับไป ซึ่งเขาก็ได้ใช้การเต้นเท้าไฟนั้นครอบครองหัวใจคนมาได้ 
          Happy Feet นี้เป็นภาพยนตร์สนุกและให้ข้อคิดเกี่ยวกับผลกระทบของสัตว์และธรรมชาติที่การจับปลาเกินปริมาณและการทิ้งขยะลงน้ำก่อ นอกจากนี้ Happy Feet ยังบอกเราด้วยว่า ไม่มีใครที่เพอร์เฟ็คไปซะหมด และถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะดูไม่มีอะไรดีในสายตาเรา เขาก็ต้องมีข้อดีบ้างที่แต่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง

http://www.mnn.com/lifestyle/arts-culture/photos/top-10-eco-movies-for-kids/happy-feet






2) Bambi (1942-2485)

ผู้กำกับ  –   David Hand

ทำเงินไปได้ – $267,447,150

แบมบี้เป็นการ์ตูนของเรื่องที่ 5ของดิสนีย์ที่สร้างมาจากหนังสือชื่อ Bambi, A Life in the Woods โดยนักเขียนชาวออสเตรียชื่อ Felix Salten เรื่องราวของแบมบี้เริ่มต้นเมื่อ แม่กวางตัวหนึ่งหางขาวได้ให้กำเนิดลูกกวางชื่อ แบมบี้ (ตอนเด็ก - Donnie Dunagan, ตอนโต - Hardie Albright) เขาได้เป็นเพื่อนกับสัตว์เด็กด้วยกัน ทั้งเจ้ากระต่ายธัมเปอร์ (ตอนเด็ก - Peter Behn, ตอนโต - Tim Davis <--คนนี้พากย์เจ้าผลาวเวอร์ตอนโตด้วย), สกังค์ฟลาวเวอร์ (ตอนเด็ก -Stan Alexander) และลูกกวางตัวเมียชื่อ เฟลีน (ตอนเด็ก - Cammie King, ตอนโต - Ann Gillis) ชีวิตของแบมบี้ก็ง่ายๆน่ารักไปเรื่อยจนถึงวันที่แม่เขาถูกฆ่าโดนนายพราน ซึ่งแบมบี้ก็ได้พ่อของเขา (Fred Shields) ที่เป็นเจ้าชายแห่งป่ารับช่วงเลี้ยงต่อ เมื่อแบมบี้โตและกลับมา เขาก็ได้เจอเฟลีนอีกครั้งและตกหลุมเธอเข้า แบมบี้ได้มีความสุขอีกครั้งจนกระทั่งวันที่นายพรานตัดสินใจล่าเฟลีนและเผาป่า ซึ่งเขาก็ต้องปกป้องทั้งคนรักและเพื่อนๆสัตว์ในนั้น 
          แบมบี้นี้เป็นการ์ตูนเด็กที่เนื้อเรื่องดีที่ทำให้สมาชิกเก่าขอวงบีทเทิ้ลอย่าง Paul McCartney หันมาสนใจในการรักษาสิทธิของสัตว์ แต่โดยรวมแล้ว แบมบี้ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณสมควรจะเอาให้ลูกๆดู (เตรียมทิชชู่ไว้ด้วยล่ะเพราะเรื่องนี้ทำเด็กร้องไห้มาแล้วตอนที่แม่แบมบี้โดนยิง)

-->ภาค 2เป็นตอนที่แบมบี้ดโดนพ่อเอาไปเลี้ยงซึ่งเขาก็ต้องเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับป่ามากมาย (จำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมั่ง)

http://www.mnn.com/lifestyle/arts-culture/photos/top-10-eco-movies-for-kids/bambi







3) Chicken Run (2000-2543)

ผู้กำกับ  –   Peter Lord และ Nick Park

ทำเงินไปได้ – $224,834,564

ชิกเก้น รัน (แปลไทยได้ว่า “ไก่วิ่ง) เป็นการ์ตูนแนวสต๊อป-โมชั่นของประเทศอังกฤษที่เกิดขึ้นในฟาร์มไก่ในเมืองยอร์คเชอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นก็เกี่ยวกับฝูงไก่ไข่ (มีผู้นำชื่อจินเจอร์ (Julia Sawalha)) ที่พยายามหลบหนีจากฟาร์มไก่ที่มีสภาพเหมือนกับคุกสำหรับพวกมันโดยความช่วยเหลือของไก่โต้งพันธุ์ Rhode Island Red ที่เพิ่งมาใหม่ชื่อ ร๊อกกี้ (Mel Gibson) เมื่อเจ้าของฟาร์มตัดสินใจที่จะขายไก่เนื้อแทนไก่ไข่ เรื่องชิกเก้น รันนี้เป็นเรื่องที่ทำให้พวกรักสิทธิสัตว์เริ่มเคลื่อนไหวและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ฟาร์มไก่ในอังกฤษทั้งหลาย สำหรับเรื่องนี้ คนเขียนก็จำเนื้อเรื่องไม่ได้มากเหมือนกัน แต่จำได้ลางๆว่าสนุกดี และแฝงไปด้วยข้อคิดแนวๆว่า ไม่ว่าสถาณการณ์จะแย่ขนาดไหนก็อย่ายอมแพ้ เพราะว่าความหวังนั้นจะมาถึงแน่ๆ

http://www.mnn.com/lifestyle/arts-culture/photos/top-10-eco-movies-for-kids/chicken-run








4) Finding Nemo (2003-2546)

ผู้กำกับ  –   Andrew Stanton และ Lee Unkrich

ทำเงินไปได้ – $867,893,978

Finding Nemo (แปลไทยได้ว่า “ตามหานีโม) เป็นอนิเมชั่นทำจากคอมพิวเตอร์ของดิสนีย์ที่ทำรายได้ได้สูงที่สุดเป็นที่ 2รองจากทอย สตอรี่ (จำได้ว่ากระแส Nemo นี้ทำให้คนไปซื้อปลาการ์ตูนมาเลี้ยงกันเต็ม) Finding Nemo เป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อปลาการ์ตูนชื่อ มาร์ลิน (Albert Brooks) ที่ได้สูญเสียลูก (ที่อยู่ในไข่) ทั้งครอกยกเว้นนีโม (Alexander Gould) ไปให้แก่ปลานักล่าและทำให้เขาเป็นพ่อปลาที่หวงลูกเกินเหตุ จนทำให้นีโมไม่เชื่อฟังคำเตือนและออกนอกแนวปะการังไป (ที่อยู่ของพ่อลูกนั้นคือ Great Barrier Reef) ซึ่งนีโมก็โดนคนที่ลากอวนจับปลาจับไปโดยอุบัติเหตุ นีโมก็โดนทำอะไรไม่รู่จำไม่ได้แต่เขาลงเอยในตู้ปลาในคลินิกของทันตแพทย์คนหนึ่ง มาร์ลินนั้นตั้งแต่เสียลูกไปเขาก็ไม่ยอมจะเสียลกสุดรักสุดหวงไปอีกและได้ออกตามหานีโมสุดขอบโลก เขาได้พบเพื่อนใหม่ๆมากมายทั้งเจ้าปลาขี้ลืมชื่อดอรี่ (Ellen DeGeneres) และฉลามที่พยายามเป็นมังสวิรัติทั้ง 3ตัว มาร์ลินนั้นต้องว่ายน้ำไปหานีโมให้ทันก่อนที่นีโมจะโดนทันตแพทย์ยกให้หลานสาวนักฆ่าปลา และตัวนีโมเองก็ต้องพยายามหนีออกจากตู้ปลานั้นให้ได้ โดยสิ่งที่เขาเรียนรู้ก็คือ “น้ำทุกๆที่ไหลลงทะเล” 
          Finding Nemo นี้ก็เป็นภาพยนตร์รักธรรมชาติเนื้อเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการทำลายแหล่งน้ำและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในนั้นของมนุษย์ นอกจากนี้ Finding Nemo ยังพาดพิงถึงเรื่องของการจับปลาเกินปริมาณอีกด้วย แต่เรื่องไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นเพราะเรื่องนี้คือ เจ้าของปลาหลายคนได้ปล่อยปลาลงทะเลไปซึ่งอาจจะไปทำลายแหล่งน้ำแถวนั้น

http://www.mnn.com/lifestyle/arts-culture/photos/top-10-eco-movies-for-kids/finding-nemo








5) A bug’s life (1998-2541)

ผู้กำกับ  –   John Lasseter และ Andrew Stanton
ทำเงินไปได้ – $363,398,565


A bug’s life เป็นอนิเมชั่นเรื่องที่ 2ของดิสนีย์พิกซ่าร์ ที่มีเนื้อเรื่องมาจากภาพยนตร์ของอะกิระ คุโรซาว่าเรื่อง Seven Samurai และนิทานอีสปเรื่อง มดกับตั๊กแตน” A bug’s life เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฝูงมดแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์เพื่อเป็นอาหารให้ทั้งรังตัวเองและตั๊กแตนเจ้าถิ่น และแล้ววันหนึ่ง มดนักประดิษฐ์ชื่อ ฟลิก (Dave Foley) ได้ทำเมล็ดพืชบรรณาการตั๊กแตนร่วงลงน้ำหมดโดยอุบัติเหตุและทำให้ทั้งรังเดือดร้อน ฟลิกถูกไล่ออกมาจากรังเพื่อออกเดินทางไปหาผู้กล้าที่จะมาต่อกรกับตั๊กแตนเกเรนี้ แต่เขาก็ดั๊น...กลับมากับนักแสดงละครแมลงซะได้ แต่อย่างไรก็ดี ฟลิกและเพื่อนๆได้ออกแรงใช้หัวสมองคิดวิธีการต่อกรกับตั๊กแตนไปได้ด้วยดีและเรื่องราวก็จบอย่างมีความสุขตามภาษาการ์ตูนเด็ก คนเขียนดูเรื่องนี้แล้วก็ไม่มีอะไรมาก...เนื้อเรื่องดี ตัวละครสวย สีสันมากมาย









6) Bolt (2008-2551)

ผู้กำกับ  –   Chris Williams และ Byron Howard
ทำเงินไปได้ – $309,979,654

          Bolt ก็เป็นอนิเมชั่นอีกเรื่องของดิสนีย์ที่ได้ผู้กำกับของมู่หลานและบราเตอร์ แบร์มากำกับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าโบลท์ (John Travolta) สุนัขสีขาวตัวเล็กที่มีรายการโชว์เป็นของตัวเอง ในทุกๆวัน  โบลท์จะต้องเป็นสุนัขฮีโร่ไปช่วยเจ้านายของเขาชื่อเพนนี่ (Miley Cyrus) จากตัวร้ายสีเขียว ซึ่งเจ้าโบลท์นั้นก็สามารถยิงเลเซอร์ออกมาจากตาและทำอะไรเหนือสุนัขได้ ถึงแม้ว่าพลังเหนือสุนัขของโบลท์ทั้งหมดจะมาจากสเปเชี่ยล เอฟเฟ็ก เจ้าตัวก็เชื่อสนิทใจเลยว่ามันเป็นซุปเปอร์แมนปล่อยไอ้พวกนั้นออกมา และแล้วเมื่อเพนนี่โดนลักพาตัวไปจริงๆ เจ้าโบลท์ก็ได้เรียนรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่ามันก็เป็นแค่สุนัขน่ารักตัวหนึ่ง ซึ่งความจริงนี้ก็ทำให้โบลท์ออกตามหาเจ้าของข้ามประเทศและได้พบเพื่อนใหม่ๆทั้งเจ้าแมวชื่อ มิทเท็น (Susie Essman) และเจ้าหนูแฮมส์เตอร์น้ำหนักเกินชื่อ ไรโน (Mark Walton) ซึ่งทั้งสองก็มีอดีตอันเจ็บปวด นอกจากนี้ การผจญภัยของโบลท์นั้นก็เป็นอะไรที่จะทำให้เขาค้นพบและยอมรับตัวตนจริงๆของตัวเองอีกด้วย 
          สำหรับเรื่องนี้ก็สนุกเหมือนเกือบทุกเรื่องที่มาจากดิสนีย์ หนำซ้ำ เรื่องนี้ยังแฝงข้อคิดเล็กๆด้วยเกี่ยวกับการที่เราได้สัตว์เลี้ยงมา พอเลี้ยงไม่ไหวแล้วก็ปล่อยมันไปให้เผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยว เราอาจจะไม่ได้นึกอะไรเวลาปล่อยสัตว์เลี้ยงไป แต่พวกสัตว์น่ะทั้งเสียใจเหมือนโดนแม่ทิ้งและกลัวมากๆเลยล่ะ

http://www.womansday.com/Articles/Life/Entertainment/10-Animal-Movies-We-Love.html









7) The Lion King (1994-2537)

ผู้กำกับ  –   Roger Allers และ Rob Minkoff

ทำเงินไปได้ – $783,841,776 

The Lion King นั้นเป็นการ์ตูนเรื่องที่ 32ของดิสนีย์คลาสสิกที่อาจจะพูดได้ว่าเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดและเป็นการ์ตูนวาดมือที่ทำรายได้ดีที่สุดตลอดกาล ซึ่งความสำเร็จของ The Lion King นั้นสามารถเห็นได้จากทั้งหนังถึง 3ภาครางวัล,ละครเพลง, เกมและอื่นๆอีกมากมาย การ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับฝูงสิงโตแห่งผาทรนงในทุ่งหญ้าเซเรนเกติ (อันนี้ดูภาคไทยมาตอนเด็กๆ) ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของโจเซฟและโมเซ็สในไบเบิ้ลEpic of Sundiataและเรื่องแฮมเล็ตของวิลเลี่ยม เช็กสเปิยร์ เนื้อเรื่องนั้นเริ่มต้นที่การกำเนิดของซิมบ้า (ตอนโตภาคโดยMatthew Broderick โดยไม่นับตอนร้องเพลง) ซึ่งพ่อของเขาก็คือเจ้าป่าชื่อ มูฟาซ่า (James Earl Jones) และแม่ของเขาก็คือนางสิงห์ชื่่อ ซาราบี้ (Madge Sinclair) แล้วเรื่องก็ตัดมาที่สการ์ (Jeremy Irons) ผู้เป็นน้าของซิมบ้าที่พยายามจะโค่นบัลลังก์ของมูฟาซ่า ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของลูกน้องไฮฮีน่า 3ตัวเชนซี่ (Whoopi Goldberg) บันไซ (Cheech Marin) และเอ็ด (Jim Cummings) สการ์ฆ่ามูฟาซ่าและหลอกซิมบ้าให้คิดว่าเขาฆ่าพอของตัวเอง ซิมบ้าได้หนีไปในที่ไกลโพ้นและได้ถูกสองคู่หูคู่ฮา...ทิโมน (Nathan Lane) กับพุมบ้า (Ernie Sabella) เก็บมาเลี้ยงจนโต เมื่อโต ซิมบ้าได้พบเพื่อนเก่า นาล่า (ตอนโตภาคโดย Moira Kelly) อีกครั้งและทั้งสองก็ได้ตกหลุมรักกันและกัน นอกจากนี้ ซิมบ้ายังได้เรียนรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงและที่ๆเขาควรอยู่จากลิงเฒ่า ราฟิกิ (Robert Guillaume) ซึ่งทำให้เขากลับผาทรนงไปเพื่อเอาบัลลังก์ที่เป็นของเขากลับมาจากลุงในสายเลือดจอมเจ้าเล่ห์ สำหรับ The Lion King นี้คนเขียนก็คงไม่ต้องพูดมาก...เพราะรู้สึกว่ามันดีเลิศไปหมดหลังจากดูเสร็จ เนื้อเรื่องก็ดี เพลงก็เพราะ แถมไปด้วสัตว์พูดได้เป็นโขยงอีก

http://www.imdb.com/title/tt0110357/








8) The Lion King II: Simba's Pride (1998-2541)

ผู้กำกับ  –   Darrell Rooney และ Rob LaDuca

The Lion King II (เปลี่ยนจาก “II” เป็น “2” เมื่อ 31 สิงหาคม 2004 (2547)) นี้ก็เป็นภาคต่อของ The Lion King ที่เป็นเรื่องที่ถูกทำออกมาเป็นวีดีโอเลย เนื้อเรื่องในตอนนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายของเช็กสเปียร์ชื่อ Hamlet กับRomeo and Juliet ซึ่งเกี่ยวกับลูกสาวแก่นแก้วของซิมบ้า (ที่ตอนนี้เป็นเจ้าผาทรนงแล้ว) ชื่อ เคียร่า (ตอนโตภาคโดยNeve Campbell) เธอได้ไปเป็นเพื่อนกับสิงห์หนุ่มชื่อ โควู (ตอนโตภาคโดย Jason Marsden) โควูเป็นลูกของ ซีร่า (Suzanne Pleshette) ผู้เป็นจ่าฝูงสิงโตที่โดนเนรเทศไปและภรรยา??? ของสการ์ (อันนี้คนเขียนก็ไม่รู้ว่าใช่เปล่า เพราะอยู่ดีๆก็โผล่มา) ซีร่านั้นต้องการจะโค่นบัลลังก์ผาทรนง เธอเลยฝึกให้โควูฆ่าซิมบ้าโดยใช้ความเชื่อใจของเคียร่าเข้าฝูงแห่งผาทรนงไป ในฝูงผาทรนง โควูและเคียร่านั้นได้ใกล้ชิดและตกหลุมรักกันและกันเข้า ซึ่งเรื่องก็คงไปได้สวยถ้าโควูไม่ได้พาซิมบ้าไปที่ๆรงร้างแห่งหนึ่ง (โดยบังเอิญ) ซึ่งทำให้ซิมบ้าโดนทำร้ายปางตายและโควูโดนเนรเทศไป ส่วนซีร่านั้นก็ได้ฉวยโอกาสตอนที่ซิมบ้ากำลังเจ็บอยู่ยกฝูงเข้ายึดครองผาทรนง (ที่เหลือดูเอาเอง) สำหรับThe Lion King II นี้ก็เหมือนภาคแรกนั้นแหละ ทั้งความโรแมนติก ทั้งเพลงทั้งเนื้อเรื่อง (แต่ภาคนี้น่าจะมีความโรแมนติกมากกว่า) แต่ที่คนเขียนอยากดูมากขึ้นน่ะคือเจ้าทีโมนกับพุมบ้า ที่ภาคนี้โผล่มาน้อยมาก (สงสัยคนทำต้องการจะเอาคู่หูคู่ฮานี้ไปทำภาคต่อไป)









9) The Lion King 1½ (2004-2547)

ผู้กำกับ – Bradley Raymond

 
The Lion King 1½ หรือ The Lion King 3: Hakuna Matata นี้ก็เป็นตอนสุดท้ายของซีรีย์เรื่อง The Lion King ของดิสนีย์ซึ่งโดนทำออกมาเป็นวีดีโอเลย The Lion King 1½ เป็นตอนที่เกี่ยวกับสองคู่หูฮาทีโมนและพุมบ้าโดยเฉพาะ เนื้อเรื่องนั้นย้อนไปก่อนที่ภาคแรกจะเริ่มซะอีก ซึ่งก็เริ่มต้นที่ทีโมน เมียร์แคทจอมสร้างปัญหาในฝูง วันหนึ่ง ทิโมนได้ไปพังรูที่เพื่อนเมียร์แคทขุดไว้เพื่อเป็นหลุมหลบภัยจากพวกไฮฮีน่าและทำให้ลุงของเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังจากเหตุการณ์นั้นทีโมยตัดสินใจออกเดินทางหาที่ๆเขาจะมีชีวิตอย่างสงบสุข ในระหว่างทาง ทิโมนได้พบกับพุมบ้าหมูป่ากลิ่นตัวร้ายกาจที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ทั้งสองได้เป็นเพื่อนกันและร่วมเดินทางไปที่ๆทิโมนต้องการ ทั้งสองได้ผ่านเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นใน The Lion King ภาคแรก ทั้งตอนซิมบ้าเกิด ตอนซิมบ้าร้องเพลงและอื่นๆ นอกจากนี้ คุณยังจะได้ชมเรื่องราวในระหว่างที่ทโมนกับพุมบ้าเลี้ยงซิมบ้าจนโตมาเป็นเจ้าป่าอีกด้วย สำหรับเรื่องนี้ก็ฮามันหยด อีกทั้งเรายังได้รู้ว่าที่จริงแล้ว เจ้าสองคู่หูนี้ได้เป็นฮีโร่ในความมืดมาตลอดเลย







10) Spirit: Stallion of the Cimarron (2002 – 2546)

ผู้กำกับ – Kelly Asbury และ Lorna Cook

ทำไปได้ –$122,563,539


Spirit: Stallion of the Cimarron นี้เป็นการ์ตูนจากดรีมเวิร์คส์ที่เกี่ยวกับชีวิตของม้าไคเกอร์ มัสแตงในทางตะวันตกช่วงศตวรรษที่ 19 เนื้อเรื่องนั้นเริ่มต้นที่การกำเนิดของเจ้ามัสแตงชื่อ สปิริต (Matt Damon) ตัวนี้ ซึ่งสปิริตก็ได้โตมาเป็นจ่าฝูงม้าของเขา คอยเฝ้าระวังภัยและปกป้องสมาชิกในฝูง วันหนึ่ง สปิริตได้พบสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนและเข้าไปสำรวจถึงแม้ว่าจะได้รับเสียงคัดค้านจากแม่ก็ตามที สปิริตได้เรียนรู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มันพบนี้ก็คือ คน นั่นเอง และคนพวกนี้ก็ยังเป็นถึงคบาลอีกด้วย สปิริตถูกพวกโคบาลจับได้หลังจากการไล่ล่าที่ยาวนาน เขาได้ถูกจับไปที่ค่ายทหารสหรัฐ ซึ่งเป็นที่ๆเขาโดนจับอดน้ำและอาหารเพื่อทำให้เป็นม้าที่ขี่ได้ สปิริตได้รู้จักเด็กหนุ่มอินเดียแดงชื่อ ลิตเติ้ล ครีก (Daniel Studi) และได้หนีออกมาจากค่ายด้วยกัน ถึงแม้ว่าสปิริตจะถูกลิตเติ้ล ครีกขี่ออกมาจากค่าย แต่เขาก็มีความเป็นม้าป่าอย่างเต็มตัวซึ่งไม่ยอมให้ใครขี่ง่ายๆ จนเขาได้เจอม้าสาวชื่อ เรน (Reese Witherspoon) และตกหลุมรักเธอ สปิริตได้เกือบจะทิ้งความเป็นม้าป่าไปแล้วเมื่อตอนที่หมู่บ้านของลิตเติ้ล ครีกโดนโจมตีและตัวเขาเองโดนจับไปอีกครั้ง คราวนี้ สปิริตต้องไปทำงานที่ไกลและหนักกว่าเดิมที่ transcontinental railroad แต่ถึงกระนั้นสปิริตก็ยังไม่วายมองหาทางหลบหนีกกลับบ้าน สปิริตจะกลับบ้านได้รึเปล่านั้น...ไปดูกันเอง (-*-)  
          
การ์ตูนเรื่องนี้เป็นแนวคาวบอยที่สนุกน่าลุ้นอีกเรื่อง แถมยังได้เกร็ดประวัติศาสตร์เล็กน้อย นอกจากนี้ สปิริตยังแสดงให้เห็นถึงความรักถิ่นและความรับผิดชอบของมันอีกด้วย







11) Brother Bear (2003-2546)

ผู้กำกับ  –   Aaron Blaise, Robert Walker

ทำเงินไปได้ – $250,397,798

บราเตอร์ แบรส์นั้นคือภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องที่ 44ของดิสนีย์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังจากยุคน้ำแข็ง เนื้อเรื่องนั้นเริ่มต้นในชนเผ่าอินุอิทที่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากวิญญาณบรรพบุรุษที่มาในรูปร่างของแสงออโรร่า ในชนเผ่านั้น เด็กผู้ชายเผ่าคนหนึ่งชื่อคีไน (Joaquin Phoenix) พึ่งจะได้รับรูปสลักศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเขาก็ได้หมีแห่งรักมา คีไนนั้นไม่ได้ดีใจกับรูปสลักของเขานักเพราะหมีนั้นได้ชื่อว่าเป็นขโมยตัวฉกาจ และแล้ววันหนึ่ง หมีตัวจริงก็ได้เข้ามาขโมยแซลมอนไป ซึ่งทำให้คีไนและพี่ๆของเขาตามมันไป ในการไล่ล่านี้เอง พี่ชายคนโตของคีไน ซิทก้า (D.B. Sweeney) ได้พลาดท่าเสียชีวิตและคีไนคิดว่ามันเป็นความผิดของหมีซึ่งทำให้เขาไล่ล่าตามหมีตัวนั้นไป คีไนได้ฆ่าหมีตัวนั้นลง แต่เพราะการตายที่ไม่จำเป็นนี่เองที่ทำให้ซิทก้า (ที่กลายเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ) เปลี่ยนร่างของคีไนเป็นหมีเพื่อทำให้เขาเรียนรู้บางอย่าง คีไนตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นและได้พบความจริงน่าตกใจ แต่แม่เฒ่าของหมู่บ้านนั้นบอกให้เขาออกไปตามหาคำตอบที่จะเปลี่ยนเขากลับเป็นคน คีไนในร่างหมีได้ออกเดินทางและเจอกับลูกหมีหลงทางชื่อ โคด้า (Jeremy Suarez) ทั้งสองเริ่มเดินทางไปด้วยกันและคีไนได้ค้นพบความจริงว่าหมีที่คีไนฆ่าไปนนั้นคือแม่ของโคด้านั่นเอง นอกจากนี้ เมื่อโคด้ารู้ความจริง เขาก็ได้วิ่งหนีหายไปและเจอกับพี่ชายคนรองของคีไน เดนาไฮ (Jason Raize) ที่ออกมาตามล้างแค้นให้พี่-น้องของเขาตามไล่ล่า ซึ่งทำให้คีไนต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องโคด้า ตอนที่คนเขียนดูเรื่องนี้จบแล้วก็รู้ซึ่งเลยถึงความรักของแม่สัตว์ที่มีต่อลูก และความโหดร้ายไร้เหตุผลของมนุษย์  








12) Rio (2011-2554)

ผู้กำกับ  –   Carlos Saldanha

ทำเงินไปได้ – $470,565,076

ริโอเป็นแอนิเมชั่น 3D ของ 20th Century Fox ซึ่งชื่อเรื่องนั้นเอามาจากเมืองหลวงของบราซิล ริโอ เดอจาเนโร ที่เป็นสถานที่ในเรื่อง ริโอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนกมาคอว์สีฟ้า (Spix's Macaw) ชื่อบลู (Jesse Eisenberg) ที่โดนจับจากบ้านเกิดมาตั้งแต่เด็กเพื่อเอาไปเป็นสัตว์เลี้ยง ในระหว่างทางขนส่ง บลูได้ตกลงมาจากรถบรรทุกและเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ลินดา (ตอนโตภาคโดย Leslie Mann) ได้เก็บเอามาเลี้ยง แล้วเนื้อเรื่องก็ข้ามไปตอน 15ปีต่อมา ที่ลินดาได้โตเป็นสาวเจ้าของร้านหนังสือ และบลูได้โตเป็นนกแก้วมาคอว์ที่บินไม่ได้แต่ทำอะไรได้หลายอย่างเหมือนๆคน วันหนึ่ง นักปักษาวิทยาชื่อ ตูลิโอ มอนเตอริโอ (Rodrigo Santoro) ได้มาเจอบลูเข้าและบอกลินดาว่าบลูนั้นคือนกแก้วตัวผู้ตัวสุดท้ายของสปีชีส์ นอกจากนี้ ตูลิโอยังได้พยายามชักชวนให้ลินดาเอาบลูไปที่ริโอ เดอ จาเนโรเพื่อผสมพันธุ์กับนกตัวเมียที่เขาพบ ในระหว่างทางไปที่กรงนก บลูได้พบเจอเพื่อนใหม่คือนกคาร์ดินาลหัวแดงชื่อ เพรโด (will.i.am) และนกคานารีสีเหลืองชื่อ นิโก้ (Jamie Foxx) เมื่อบลูถูกเอาไปปล่อยในกรงนกแล้ว เขาก็ได้เจอนกตัวเมียนั้น ซึ่งชื่อ จีเวล (Anne Hathaway) และได้ตกหลูมรักเธอในทันที แต่อนิจจาที่จีเวลไม่ได้คิดเช่นนั้นเพราะเธอกำลังพยายามหนีออกไปอย่างสุดความสามารถ บลูและจีเวลได้ถกเถียงกันเรื่องความเป็นสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า และในเวลาไม่นานต่อมา ทั้งสองก็ได้โดนจับไปโดยเด็กผู้ชายชาวบราซิลชื่อ เฟอร์นานโด (Jake T. Austin) และนกกระตั๊วชื่อ ไนเจล (Jemaine Clement) ไปให้เจ้าของที่มีหน้าที่ในการลักลอบค้านกหายาก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บลูและจีเวลหนีไป ทั้งสองได้ถูกล่ามโซ่ที่ขาไว้ด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็หนีออกมาได้ด้วยกันและไปโผล่ในป่าที่ซึ่งทั้งสอได้เจอนกทัวแคนชื่อ ราฟาเอล (George Lopez) ผู้ที่บอกทั้งสองว่าจะพาไปหาสุนัขบูลด๊อกชื่อ ลูอิส (Tracy Morgan) ในระหว่างทางไปหาลูอิสนั้น จีเวลก็ได้พัฒนาความรู้สึกดีๆที่มีให้บลูขึ้น หลังจากที่บลูและจีเวลหลุดเป็นอิสระแล้ว ทั้งสองก็ได้มีปากเสียงกันอีกและแยกกันไป แต่จีเวลนั้นถูกไนเจลจับได้และบลูต้องไปช่วย ในอีกด้าน ลินดาและเตอริโอก็ได้เจอเฟอร์นานโดผู้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังและกำลังรีบรุดไปช่วยนกทั้งสอง แต่ลินดา, เตอริโอและบลูจะช่วยจีเวลที่กำลังจะโดนลักลอบออกนอกประเทศผ่านทางขบวนแซมบ้าได้หรือไม่ ไปดูกันเอาเอง









13) Rango (2011-2554)

ผู้กำกับ     Gore Verbinski

ทำเงินไปได้ – $242,587,932 

แรงโก้เป็นแอนิเมชั่นแบบตะวันตกแนวปลาหลุดออกมาจากน้ำที่เกี่ยวกับกิ้งก่าคามีเลียนชื่อ แรงโก้ (Johnny Depp) เนื้อเรื่องเริ่มต้นที่เจ้าสัตว์เลี้ยงในตู้ปลาชื่อ แรงโก้ ที่อยากเป็นฮีโร่เหลือเกิน แล้วเขาก็ได้เป็นตามอยากเมื่อเจ้าของของเขาทำตู้ปลาตกแตกกลางถนน และแรงโก้ได้หลงทางอยู่ในทะเลทรายโมฮาวี แรงโก้ได้เดินมั่วไป-มาจนไปเจอเมืองตะวันตกเก่าๆชื่อ เดิร์ท ที่ผู้อยู่อาศัยนั้นคือสัตว์ทะเลทราย วันหนึ่งแรงโก้ได้ไปจัดการ (ฆ่า) นกเหยี่ยวที่เป็นศัตรูของผู้อยู่อาศัยในเมืองเข้าโดยบังเอิญและเขาได้กลายเป็นฮีโร่ของเมืองไป แรงโก้ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอและเขาก็เริ่มคุยโวทำตัวเหมือนฮีโร่ วันหนึ่ง ขวดน้ำของเมืองได้ถูกขโมยไปและแรงโก้กับพักพวกนั้นต้องไปเอากลับมาเพราะว่าขวดน้ำนั้นเป็นแหล่งน้ำแหล่งสุดท้ายของเมืองหลังจากน้ำที่เคยมีอยู่ก็ได้หายไป แรงโก้ไม่ได้นำขวดน้ำกลับมาแต่เขาได้พบความจริงว่าตัวการแท้จริงที่ขโมยขวดน้ำนั้นไปคือนายกของเมือง นายกของเมืองส่งงูหางกระดิ่งมาจัดการกับแรงโก้ ซึ่งแรงโก้ก็แพ้อย่างราบคาบและเจ้างูหางกระดิ่งนั้นก็เปิดเผยความจริงว่าแรงโก้เป็นแค่พวกอยากเป็นฮีโร่ที่เลียนแบบเอาเท่านั้น แรงโก้โดนเนรเทศออกจากเมืองและได้เป็นเจอกับโร้ดคิล (Alfred Molina) อีกครั้ง ซึ่งโร้ดคิลนั้นเป็นคนที่ทำให้แรงโก้ฮึดขึ้นมาและเป็นฮีโร่ที่แท้จริงโดยการกลับเข้าไปช่วยเมืองที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในการควบคุมของนายกสุดชั่วร้ายและงูหางหระดิ่งสุดโหด สำหรับคนเขียนแล้ว แรงโก้นี้ก็เหมือนหนังคาวบอยทั่วไป มียิงกัน มีฮีโร่ แต่สัตว์ในเรื่องทุกตัวน่ะ หน้าตาน่ากลัวสุดๆ









14) How to Train Your Dragon (2010-2553)

ผู้กำกับ     Chris Sanders และ Dean DeBlois

ทำเงินไปได้  $494,878,759

How to Train Your Dragon นี้เป็นอนิเมชั่นของดรีมเวิร์คส์ที่มีเรื่องราวมาจากนิยายของเด็กชื่อเดียวกัน เนื่อเรื่องของHow to Train Your Dragon นี้เริ่มต้นในเกาะของไวกิ้งชื่อ เบิร์ก ซึ่งเป็นที่ๆมังกรนั้นได้ถือว่าเป็นสตว์รบกวนเพราะพวกมันมักจะมาขโมยปศุสัตว์ของชาวบ้านไปและทำลายบ้านเรือนบ่อยๆ ในแต่ละครั้งที่ฝูงมังกรเข้าโจมตีหมู่บ้านนั้น พวกไวกิ้ง...นำโดยหัวหน้าหมู่บ้านชื่อ Stoick the Vast (Gerard Butler)...ก็จะต่อสู้กับพวกมันอย่างสุดความสามารถ แต่ในทุกครั้งลูกชายของ Stoick the Vast ชื่อ ฮิคคัป (Jay Baruchel)...นักประดิษฐ์ผู้อ่อนแอสิ้นดี แต่หัวใจของเขานั้นเป็นไวกิ้งเต็มตัว...ก็มักจะสร้างปัญหาและเพิ่มความเสียหายเข้าไปอีก วันหนึ่ง ฝูงมังกรก็ได้เข้าโจมตีหมู่บ้านเป็นปรกติ และฮิคคัปที่ประดิษฐ์อาวุธชนิดใหม่ได้คราวนี้ก็ได้วิ่งออกไปทดลองอาวุธใหม่นั้นเหมือนเดิมโดยไม่ฟังเสียงห้ามของครูของเขา Gobber the Belch (Craig Ferguson) ฮิคคัปได้ยิงอาวุธใหม่ของเขา (ซึ่งปรากฎว่าเป็นเครื่องยิงแห) ออกไปและจับมังกรได้ตัวหนึ่ง ซึ่งเมื่อฮิคคัปตามรอยเจ้ามังกรตัวนั้นไปพบ เขาก็รู้ว่ามันคือมังกรพันธุ์ ไน้ท์ ฟิวรี่ ที่คนบอกว่าร้ายนักร้ายหนานั่นเอง ตอนแรกๆ ฮิคคัปก็พยายามที่จะฆ่าเจ้าไน้ท์ ฟิวรี่แต่เขาไม่สามารถทำได้และปล่อยมันไป ในเวลาต่อมา ฮิคคัปก็ได้ไปเป็นเพื่อนกับเจ้าไน้ท์ ฟิวรี่ (ชื่อเล่นว่า ทูธเลส) และสร้างหางเสือปลอมให้มันเพื่อทดแทนของจริงที่โดนทำลายไป ความเป็นเพื่อนระหว่างฮิคคัปและทูธเลสนั้นได้ถูกเอสทริด (America Ferrera) เห็นเขา ซึ่งทั้งสองก็แก้ปัญหานั้นมาได้ด้วยดี ทูธเลสได้พาฮิคคัปและเอสทริดไปพบกับรังมังกรซึ่งมีราชินีมังกรตัวใหญ่เบิ้มอาศัยอยู่และคอยรับส่วย ซึ่งก็คือปศุสัตว์ที่พวกมังกรขโมยมานั่นเอง เมื่อพบความจริงเข้า ทั้งฮิคคัปและแอสทริดก็ต้องหาวิธีบอก Stoick the Vast โดยไม่ให้เขาทำร้ายทูธเลสด้วย แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผน เพราะในวันฆ่ามังกรของฮิคคัป อุบัติเหตุได้เกิดขึ้นทำให้ทูธเลสโดนจับและโดนบังคับให้นำทางไปที่รังมังกรที่อาจจะเป็นจุดจบของไวกิ้งทั้งเรือก็ได้...








 15) Up (2009-2552)

ผู้กำกับ     Pete Docter และ Bob Peterson

ทำเงินไปได้  $731,342,744

Up นั้นก็เป็นอนิเมชั่นเรื่องที่ 10 ของดีสนีย์ พิกซาร์แต่เป็นเรื่องแรกที่เข้าฉายในแบบ 3-D เรื่องราวของ Up นั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับสัตว์โดยตรงแต่เป็นชีวิตของคุณปู่พ่อหม้ายแก่ๆคนหนึ่ง (เป็นเรื่องแรกเลยที่คนเขียนได้เห็นพระเอกเป็นคนแก่) ชื่อ คาร์ล เฟร็ดดริกสัน (Edward Asner) วันหนึ่งเขาได้เจอกับลูกเสือที่ต้องการจะเก็บตราลูกเสือให้ครบชื่อ รัสเซล (Jordan Nagai) ด้วยความเป็นคุณปู่ขี้โมโหและไม่อยากจะยุ่งกับรัสเซล คาร์ลได้หลอกรัสเซลให้ไปจับเจ้าตัวที่ชื่อว่า “สไนป์” มาให้ ซึ่งรัสเซลก็หลงเชื่อและวิ่งหายไป วันต่อมา คนจากพื้นที่ก่อสร้างข้างๆบ้านของคาร์ลได้ทำตู้รับจดหมายของคาร์ลหักโดยอุบัติเหตุและพยายามจะช่วยซ่อมให้ แต่คาร์ลนั้นก็ได้ไปทำร้ายคนๆนั้นด้วยความไม่ตั้งใจและต้องจ่ายค่าเสียหายราคาแพง ศาลนั้นสั่งให้คาร์ลทิ้งบ้านและไปอยู่ในบ้านพักคนชรา ซึ่งคาร์ลก็ได้หนีไปพร้อมกับบ้านของเขาโดยการลอยไปกับลูกโป่งเป็นพันๆลูก คาร์ลนั้นตั้งใจจะไปที่ Paradise Falls” ตามความฝันของเขาและภรรยาที่ตายไป ในขณะที่คาร์ลกำลังลอยอยู่ในอากาศอย่างสบายใจนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูและเดินไปเปิดด้วยความสงสัย ซึ่งเขาก็พบรัสเซลนั่นเอง เพราะคาร์ลนั้นไม่สามารถทิ้งรัสเซลไปได้ ทั้งสองจึงต้องไป Paradise Falls ด้วยกัน คาร์ลลงจอดใกล้ๆ Paradise Falls และทั้งสองก็ผูกบ้านไว้กับตัวแล้วเดินไปที่จุดหมาย ในระหว่างทาง รัสเซลได้พบนักยักษ์ที่เขาตั้งชื่อให้ว่า เควิน ผู้ต้องการจะไปหาลูกๆ เควินนั้นติดใจช๊อกโกแลตที่รัสเซลเคยให้มันและเดินตามไปด้วย ต่อมา คาร์และพักพวกก็ได้เจอกับ ดั๊ก (Bob Peterson) สุนัขอารมณ์ดีที่มีปลอกคอพูดได้ ซึ่งดั๊กต้องการจะจับเควินไปให้เจ้านาย ในเวลาต่อมา คาร์ลและพักพวกนั้นก็ได้เจอฝูงสุนัขและเจ้าของของพวกมันชื่อ Charles F. Muntz (Christopher Plummer) ซึ่งคาร์ลได้เรียนรู้ว่า Charles F. Muntz เป็นคนไม่ดีที่ต้องการจะฆ่าเควิน คาร์ลและพักพวกหนี Charles F. Muntz มาได้แต่แล้วเควินก็โดนจับตัวไป...









16) The Fox and the Hound (1981-2524)

ผู้กำกับ     Ted Berman, Richard Rich และ Art Stevens

ทำเงินไปได้  $39,900,000

The Fox and the Hound เป็นการ์ตูนเรื่องที่ 24ของดิสนีย์ที่มีเนื้อเรื่องมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ Daniel P. Mannixเรื่องราวของ The Fox and the Hound นั้นเริ่มต้นที่มิตรภาพต้องห้ามของลูกสุนัขจิ้งจอกสีแดงชื่อ ท๊อด (ตอนเด็ก:Keith Mitchell ตอนโต: Mickey Rooney) กับลูกสุนัขล่าเนื้อชื่อ ค๊อปเปอร์ (ตอนเด็ก: Corey Feldman ตอนโต: Kurt Russell) ในโลกแห่งความจริง ค๊อปเปอร์นั้นสมควรจะเป็นศัตรูกับท๊อด แต่ทั้งสองก็ยังคงมิตรภาพมาได้ถึงแม้ว่าเจ้าของของค๊อปเปอร์ (Jack Albertson) ผู้เป็นนายพรานนั้นต้องการจะล่าท๊อดเหลือเกิน แต่เขาก็ทำไม่ได้เพราะท๊อดนั้นมีเจ้าของชื่อ บิ๊ก มาม่า (Pearl Bailey) คอยปกป้อง ค๊อปเปอร์ได้โตขึ้นมาเป็นสุนัขล่าเนื้อเต็มตัวภายใต้การฝึกสอนของชีฟ (Pat Buttram) สุนัขล่าเนื้อรุ่นเก๋า และท๊อดนั้นก็ได้โตมาเป็นสุนัขจิ้งจอกที่สง่างาม ค๊อปเปอร์และท๊อดนั้นยังคงมิตรภาพความเป็นเพื่อนได้จนกระทั่งวันที่ชีพได้รับบาดเจ็บเนื่องจากการตามล่าท๊อด และค๊อปเปอร์นั้นก็ได้โทษท๊อดสำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้ ท๊อดได้เจอสุนัขจิ้งจอกตัวเมียชื่อ วิซี่ (Sandy Duncan) และตกหลุมรักเธอเข้า ทั้งท๊อดและวิกซี่ก็กำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอย่างมีความสุขถ้าทั้งสองไม่ได้โดนค๊อปเปอร์และเจ้านายของเขาตามล่า








17) Kung Fu Panda (2008-2551)...ภาค 2รอให้เป็น DVD ก่อนค่อยเอามาพูด เดี๋ยวคนที่ยังไม่ดูเสียความสนุก

ผู้กำกับ     John Wayne Stevenson และ Mark Osborne

ทำเงินไปได้  $631,744,560

ใครๆก็คงรู้จักเรื่องนี้...Kung Fu Panda เป็นอนิเมชั่นของดรีมเวิร์คส์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนโบราณที่เต็มไปด้วยสัตว์พูดได้เหมือนคน เนื้อเรื่องนั้นเริ่มต้นที่เจ้า โพ (Jack Black) แพนด้ายักษ์ซุ่มซ่ามที่หลงไหลในกังฟูเหลือเกิน แต่เพราะความที่รูปร่างพุงย้อยๆนั้นไม่เหมาะเท่าไหร่ เขาจึงต้องก้มหน้าก้มตาทำงานในร้ายก๋วยเตี๋ยวของพ่อของเขา(James Hong) ต่อไป แล้วเนื้อเรื่องก็ตัดมาที่ปรมาจารย์เต่ากังฟูแก่ๆชื่อ อุ๊กเกวย์ (Randall Duk Kim) ผู้เห็นอนาคตว่า ไท่ลอง (Ian McShane)...นักเรียนและลูกบุญธรรมเก่าของแพนด้าแดงชื่อ มาสเตอร์ ชีฟู (Dustin Hoffman)...จะแหกคุกออกมาและสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมืองเพื่อแก้แค้นและเอาสิ่งที่เรียกว่า Dragon Scroll” (แปลเป็นไทยได้ว่า คัมภีร์มังกร) ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่มีความลับเกี่ยวกับพลังมหาศาลอยู่ข้างในไป ชีฟูและอุ๊กเกวย์ได้จัดพิธีเลือก Dragon Warrior ในตำนานขึ้นเพื่อปรมาจารย์กังฟูทั้ง 5 ซึ่งก็คือ เสือสาวชื่อ ไทเกรส (Angelina Jolie), ลิงชื่อ มังกี้ (Jackie Chan), ตั๊กแตนตำข้าวชื่อ เมนทิส (Seth Rogen), งูสาวชื่อ ไวเปอร์ (Lucy Liu) และนกกระเรียนมงกุฏแดงชื่อ เครน (David Cross) เพื่อที่จะได้ไปต่อกรกับไท่ลอง แต่เจ้าโพผู้ที่เข้ามาร่วมงานด้วยก็ดันไปสร้างอุบัติเหตุและตกลงมาตอนที่อุ๊กเกวย์เลือก Dragon Warrior พอดี ซึ่งโพก็โดนเลือกโดยบังเอิญและทำให้มาสเตอร์ ชีฟูไม่พอใจอย่างมาก มาสเตอร์ ชีฟูพยายามฝึกโพอย่างหนักเพื่อที่จะให้เขาล้มเลิกความตั้งใจไป แต่แหมแพนด้ายักษ์ใหญ่อย่างโพอึดอยู่แล้วนี่ เขาก็อยู่ทนมือทนเท้าของมาสเตอร์ ชีฟูและปรมาจารย์กังฟูทั้ง 5ไปได้อย่างสะบักสะบอมจนมาสเตอร์ ชีฟูเห็นความมุ่งมั่น มาสเตอร์ชีฟูได้ค้นพบว่าเจ้าโพจะแข็งแกร่งเมื่อปกป้อง “อาหาร” และทั้งสองจึงได้ฝึกกังฟูจนลุล่วงไปได้ เมื่อฝึกเสร็จ โพและมาสเตอร์ ชีฟูก็เดินกลับบ้านพักเพื่อมาเจอปรมาจารย์กังฟูทั้ง 5โดนไท่ลองที่แหกคุกออกมาจัดการซะสะบักสะบอม เมื่อรู้ว่าแม้แต่ 5นักกังฟูที่เก่งที่สุดในเมืองยังชนะสุดยอดนักกังฟูวายร้ายนี้ได้ โพจึงได้อ่านคัมภีร์มังกรเร็วกว่าที่เขาคิด แต่ข้างในคัมภีร์มังกรนั้นไม่มีอะไรไว้เลย ซึ่งก็ทำให้ทั้งหมดตะลึงไปตามๆกัน เมื่อวิธีสุดท้ายที่ทุกคนคิดว่าจะกัดการไท่ลองได้หายไป ปรมาจารย์กังฟูทั้ง 5และโพจึงต้องเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อช่วยชาวบ้านอพยพในขณะที่มาสเตอร์ ชีฟูรอที่จะรับมือกับไท่ลองคนเดียว







18) The Aristocats (1970-2513)

ผู้กำกับ     Wolfgang Reitherman

คนเขียนได้ดูเรื่องชื่อเป็นพากย์ไทยตอนเด็กๆ ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นรู้สึกจะชื่อ “น้องเหมียวท่องโลกกว้าง” The Aristocatsเป็นการ์ตูนของดิสนีย์ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่ได้รับการอนุญาตจากวอลท์ ดิสนีย์ตัวจริงให้ทำเป็นการ์ตูนได้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในช่วงท้ายปี 1966 (2509) เรื่องราวของ The Aristocats นี้เริ่มต้นที่บ้านของเศรษฐีนีนักร้องโอเปร่าเก่าคนหนึ่งชื่อ Madame Adelaide Bonfamille (Hermione Baddeley) ซึ่งเศรษฐีนีคนนี้มีแมวสีขาว ตัวเมียแม่ลูก 3ชื่อ ดัสเชส (Eva Gabor) ที่เธอก็รักพวกมันทั้งหมดมากจนคิดจะยกมรดกให้เมื่อเธอตาย เรื่องการยกมรดกให้แมวนี้ถูกได้ยินโดยคนใช้ชื่อ เอ็ดการ์ (Roddy Maude-Roxby) ซึ่งเขาก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรจนกระทั่งตอนที่ได้ยินว่า ถ้าแมวทั้งหมดตายไปแล้ว ตัวเอ็ดการ์เองก็จะเป็นผู้สืบทอดมรดกคนต่อไป เพราะความละโมบ เอ็ดการ์จึงได้วางแผนจะเอาแมวทั้ง 4ไปทิ้งซึ่งเขาก็ทำสำเร็จโดยการวางยานอนหลับไว้ในนม เอ็ดการ์ได้เอาแมวทั้ง 4ไปทิ้งและกลับมาโดยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนพวกแมวนั้นเมื่อตื่นมา สิ่งแรกที่มันเจอก็คือ พายุฝน ซึ่งสำหรับแมวที่ไม่เคยออกไปไกลบ้านแล้ว เป็นอะไรที่น่ากลัวสิ้นดี แมวทั้ง 4ได้ขดอยู่ในตะกร้าด้วยความกลัวจนรุ่งเช้ามาถึง ดัสเชสได้เจอแมวสีส้มพเนจรชื่อ โธมัส โอ’ มอลลี่ (Phil Harris) และทั้งสองก็ได้ตกหลุมรักกัน มอลลี่ตัดสินใจช่วยดัสเชสและลูกๆกลับบ้าน และการผจญภัยของแมวทั้ง 5ก็เริ่มขึ้น






19) Dumbo (1941-2484)

ผู้กำกับ     Ben Sharpsteen

ทำเงินไปได้ – $1,600,000

ดัมโบ้นี้เป็นการ์ตูนของดีสนีย์ที่เนื้อเรื่องนั้นเกิดขึ้นในโรงละครสัตว์ซึ่งเกี่ยวกับ ดัมโบ้ (ชื่อจริงชื่อว่า จัมโบ้ จูเนียร์) ผู้เป็นลูกชายของมิซซิสจัมโบ้ ดัมโบ้เป็นช้างที่เกิดมาพร้อมหูขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มันกลายเป็นตัวตลกของเหล่าช้าง เรื่องราวของดัมโบ้นั้นก็คล้ายๆกับเรื่องราวของรูดอล์ฟกวางเรนเดียร์จมูกเเดง ดัมโบ้นั้นได้ถูกหัวเราะเยาะเย้ยจากผู้คนเพราะมันเป็นช้างที่รับบทบาทตัวตลกในละครสัตว์ หลังจากที่จัมโบ้ได้ถูกจับขังเพราะเธอปกป้องดัมโบ้จากผู้คนเเล้ว ดัมโบ้ก็ได้เพื่อนเป็นหนูชื่อ ทิโมธี่ ผู้ซึ่งพาดัมโบ้ไปหาเเม่ที่ถูกขังกรงในรถไฟของละครสัตว์ ดัมโบ้เเละทิโมธี่ได้ไปดื่มน้ำผสมเชมเปญโดยอุบัติเหตุเเละฝันร้ายเกี่ยวกับพาเหรดช้างสีชมพู หลังจากนั้นทั้งสองก็ตื่นขึ้นมาบนต้นไม้ซึ่งทั้งสองก็ไม่รู้ว่าขึ้นไปได้อย่างไร เมื่อทั้งสองลงจากต้นไม้ ทั้งสองก็โดนพวกอีกาตัวตลกล้อ เเต่หลังจากนั้น ทิโมธี่ เเละอีกาตัวตลกได้สอนให้ดัมโบ้บิน ซึ่งทำให้ดัมโบ้ได้เเก้เเค้นพวกคนละครสัตว์เเละเจอเเม่อีกครั้งในตอนจบ 







20) 101 Dalmatians

ผู้กำกับ     Clyde Geronimi, Hamilton Luske และ Wolfgang Reitherman

ทำเงินไปได้  $215,880,014

101 ดัลเมเชี่ยนนี้เป็นการ์ตูนเรื่องที่ 17ของดิสนีย์ที่ ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นมาจากนิยายของ Dodie Smith ชื่อ The Hundred and One Dalmatians เนื้อเรื่องนั้นเริ่มต้นในห้องแถวที่ตั้งอยู่ในลอนดอน ซึ่งในนั้นก็มีเจ้าสุนัขดัลเมเชี่ยนตัวผู้ชื่อ พองโก้ (Rod Taylor) และเจ้าของชื่อ โรเจอร์ แร๊ดคลิฟอาศัยอยู่ โรเจอร์นั้นเป็นนักแต่งเพลงโสดสนิทที่กำลังแต่งเพลงอยู่ (ใครก็รู้) ส่วนพองโก้สุนัขโสดนั้นก็กำลังเบื่อสุดๆ เขาได้มองออกไปนอกหน้าต่างและเจอสุนัขกับเจ้าของมากมายที่ทุกๆคู่นั้นมีลักษณะเหมือนกันจนน่าขัน พองโก้มองผู้คนไปเรื่อยๆจนเขาเจอสุนัขดัลเมชี่ยนตัวเมียชื่อ เพอร์ดิต้า (เพอร์ดี้ - Cate Bauer) ที่เดินมากับเจ้าของชื่อ แอนนิต้า (Lisa Davis) พองโก้ได้ตกหลุมรักเพอร์ดี้ทันทีและต้องการจะออกไปหาเธอ แต่เวลานั้นมันยังไม่ใช่เวลาออกเดินเล่น เจ้าพองโก้เลยไปเลื่อนเข็มนาฬิกาและเห่าบอกเจ้านายของเขา  เมื่อพองโก้ได้ออกจากบ้าน มันก็ลากโรเจอร์ไปหานางในฝันทันที และอนิจจาทั้งสุนัขและเจ้าของก็ได้เป็นสามี-ภรรยากัน หลังจากที่ทั้งหมดอยู่ด้วยกันในบ้านของโรเจอร์ไปพอสมควร เพอร์ดี้นั้นก็ได้ให้กำเนิดลูกสุนัขจำนวน 15ตัว (1 ในนั้นตายไปแต่โรเจอร์ช่วยชีวิตมันขึ้นมา และเจ้าตัวนี้ได้ชื่อว่า ลั๊กกี้”) หลังจากที่ลูกสุนัขทั้งหมดเกิด ครูลเอลล่า เดอ วิล (Betty Lou Gerson) เศรษฐีนีผู้เป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนของแอนนิต้าได้เข้ามาและยื่นข้อเสนอการซื้อลูกสุนัขทั้ง 15แต่โรเจอร์กับแอนนิต้าได้ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ ด้วยความโมโห ครูลเอลล่าได้ออกจากบ้านไปพร้อมกับพังกระจกหน้าบ้าน จากนั้น เธอได้สั่งให้ลูกน้อง 2คนไปขโมยลูกสุนัขดัลเมเชี่ยนทั้ง 15และลูกสุนัขดัลเมเชี่ยนจากที่ต่างๆมาจนรวมกันได้ 99ตัว (เมื่อรวมพองโก้กับเพอร์ดีเข้าไปก็เป็น 101ตัว) เพื่อจับถลกหนังและเอาไปทำเสื้อขนสัตว์ เมื่อลูกๆทั้งหมดโดนขโมยไป พองโก้กับเพอร์ดี้จึงหนีออกจากบ้านเพื่อไปตามเอาลูกๆ (และลูกสุนัขตัวอื่น) กลับคืนมา...


******************************************ต่อภาค 2 จ้า**************************************



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 141 : แนะนำการ์ตูนและอนิเมชั่นสัตว์ๆที่เราหลงรักแบบงูๆปลาๆ...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2325 , โพส : 1 , Rating : 60% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 320
 สนุกทุกเรื่องเลยจริงๆ แต่ lion king นี่ดูมาตั้งแต่สมัยสาวๆ กันเลยทีเดียวค่าา !!!! 55555
Name : iStrawberry < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iStrawberry [ IP : 182.53.136.180 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 / 01:58

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android