คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 135 : 16 สัตว์ทำร้ายธรรมชาติ (เพราะคนไปทำร้ายมันก่อน)


     อัพเดท 4 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,385 Overall : 294,671
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 135 : 16 สัตว์ทำร้ายธรรมชาติ (เพราะคนไปทำร้ายมันก่อน) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2775 , โพส : 4 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


สัตว์นั้นมีบทบาทสำคัญในการคงความสมดุลของระบบนิเวศให้ดีเเละสมบูรณ์เเข็งเเรง นอกจากนี้ สัตว์ก็เหมือนคนที่จะตอบสนองต่อความไม่สมดุลรอบๆตัวซึ่งอาจจะส่งผลในอันตรายที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ เเละต่อไปนีก็คือรายชื่อของสัตว์ 10สปีชีส์ที่กลายเป็นสัตว์ทำร้ายระบบนิเวศเมื่อความสมดุลของธรรมชาติเปลี่ยนไป (สังเกตดูนะส่วนใหญ่มาจากคนทั้งนั้น)



16) ช้าง
  

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสัตว์บกที่ใหญ่เเละมีพลังที่สุดอย่างช้างนั้นต้องมีผลกระทบใหญ่ยักษ์ต่อระบบนิเวศอย่างเเน่นอน เพื่อไปหาอาหาร ช้างจะหักกิ่งไม้, ถางรากไม้ออกเเละล้มต้นไม้ทั้งต้น หรือบางครั้งก็ทั้งแผงลงมา เเต่เพราะความที่ช้างชอบเดินทางผ่านที่ว่างๆมากกว่า ป่านั้นจึงสามารถฟื้นกลับคืนมาได้ในเวลาไม่นานนัก เเต่เมื่อช้างไปอยู่ในที่ๆเต็มไปด้วยรั้วเเละฟาร์มของคนเเล้ว มันก็จะทำลายพื้นที่เเถวๆนั้นหมด ต้องขอบคุณคนที่ไปจำกัดที่อยู่ของมัน



15) ตั๊กเเตน
 

ตั๊กเเตนที่ว่านี้คือตั๊กเเตนหนวดสั้น (Short-horned grasshopper) ที่เมื่อมันไปด้วยกันเป็นฝูงเเล้วจะกลายเป็นเหมือนโรคห่าครั้งใหญ่ (เหมือนในบัญญัติ 10ประการหรือใน Book of Exodus) ฝูงตั๊กเเตนนี้สามารถครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยตารางเมตรเเละประกอบไปด้วยตั๊กแตนเป็นพันล้านตัว ซึ่งฝูงจะอพยพไปเรื่อยๆและจัดการพืชพันธุ์ตามทางราบเป็นหน้ากลอง ฝูงของตั๊กเเตนนั้นจะเริ่มมารวมตัวกันหลังช่วงฝนตกเเละตามมาด้วยความเเห้งเเล้งที่ผลักดันให้ตั๊กเเตนหลายตัวไปอยู่รวมกันในที่เล็กๆ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเเละออสเตรเลียกล่าวว่า การอยู่รวมกันมากๆนั้นกระตุ้นการตอบสนองทางเคมีให้เกิดขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนเเปลงนี้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาโดมิโนขึ้น คือ ฝูงตั๊กเเตนจะเริ่มอพยพเพื่อไปหากินเเละเเพร่พันธุ์



14) ดาวมงกุฏหนาม
 

เจ้าดาวยักษ์ใหญ่ตัวนี้ได้รับชื่อมาจากหนามยาวมีพิษที่ปกคลุมไปทั่วตัวของมัน ดาวมุงกุฏหนามอาศัยอยู่ในปะการังเเละกินลูกอ่อนของเจ้าบ้าน ซึ่งถ้าเจ้าสัตว์สปีชีส์นี้มีมากเกินไปเเล้ว ปะการังทั้งแผงจะโดนทำลายอย่างมาก ที่จริงเเล้ว สาเหตุหนึ่งของการถูกทำลายของปะการังในเขตเกรท เเบร์ริเออร์ รีฟนั้นก็มาจากดาวมุงกุฏหนามที่มีสมาชิกล้นจำนวนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งการล้นจำนวนนั้นก็มีสาเหตุมาจากของเสียของการเกษตรที่ทำให้ตะไคร่น้ำเพิ่มปริมาณขึ้นเเละทำให้ศัตรูตามธรรมชาติของดาวมุงกุฏหนามไปหาเหยื่อที่มีหนามน้อยกว่าที่อื่น ในระหว่างการเพิ่มจำนวนของตะไคร่น้ำนั้น ดาวมุงกุฏหนามได้กินปะการังที่โตเเล้วเเละป้องกันไม่ให้ปะการังอายุน้อยเติบโต



13) ปศุสัตว์
 

จากสถิติของ U.N. Food and Agriculture Organization ฟาร์มปศุสัตว์นั้นปล่อยแก๊สเรือนกระจกมากถึง 18%ของทั้งหมด โดยปศุสัตว์นั้นจะปล่อยแก๊สมีเทนนี้ออกมาผ่านทางการเรอและตด นอกจากนี้ หญ้าที่เอาไว้ให้ปศุสัตว์เคี้ยวเอื้องนั้นก็เป็นสาเหตุของการถางป่าทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งการถางป่าที่สังเกตเห็นได้เลยก็คือในป่าอะเมซอนของทวีปอเมริกาใต้ เพราะประชากรของมนุษย์นั้นมากขึ้น ความต้องการอาหารก็มากขึ้นตาม ซึ่งทำให้ปศุสัตว์พวกนี้กินหญ้ามากเกินไปเเละลดความหลากหลายของระบบนิเวศ


12) ปลาคาร์พ (Carp - ไม่ใช่ปลาคาร์พที่เลี้ยงกันน่อเพราะอันนั้นมัน Koi)
 
ปลาคาร์พเป็นสัตว์หากินบนพื้นเเม่น้ำ ซึ่งมันจะไปรบกวนเเละทำลายรากของต้นไม้ที่อยู่ใต้น้ำ เเละกินเเพลงค์ตอนไปหมด ปลาคาร์พเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อในการเปลี่ยนเเปลงธรรมชาติซึ่งมันจะเป็นสัตว์รบกวนสปีชีส์ที่อันตรายที่สุดเมื่อโดนจับไปปล่อยในที่ๆไม่ใช่ถิ่นที่อยู่เดิม ในปี 1970s (2513+) คนเลี้ยงปลาดุกนั้นของอเมริกานั้นได้นำปลาคาร์พเข้ามาเพื่อกำจัดตะไคร่น้ำจากบ่อเลี้ยงปลา เเละในทศวรรษนั้น น้ำท่วมที่เกิดได้นำเอามันลงเเม่น้ำมิสซิสซิปปี้ไป ปลาคาร์พนั้นสามารถยาวได้ถึง ~1.20ซม. หนักกว่า 45กก. เเละสามารถกระโดดออกมาจากน้ำได้เเละอาจจะทำร้ายนักตกปลาหรือผู้เคราะร้ายเเถวๆนั้น นอกจากนี้ ที่ๆปลาคาร์พอาศัยอยู่ยังไม่มีศัตรูตามธรรมชาติจะมาล่ามัน ซึ่งทำให้มันมีล้นจำนวนเเละเริ่มเดินทางเข้าสู่เกรทเลก เพื่อป้องกันการรุกรานของปลาคาร์พ สิ่งกีดขวางจึงได้ถูกสร้างขึ้นในปี 2002 (2545) ในสหรัฐอเมริกา ปลาคาร์พเอเชียนั้นหาเจอได้ในทุกรัฐยกเว้นรัฐเมน ซึ่งสหรัฐอเมริกาเเละออสเตรเลียต้องเสียเงินทุกๆปีเป็นล้านเพื่อควบคุมปริมาณเจ้าสัตว์ตัวนี้



11) กระต่าย
 

วันที่ 11 กุมภาพันธ์นั้นคือวันครบรอบที่ Nelson Mandela ถูกปล่อยออกมาจากคุกบนเกาะร๊อบเบน ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ทวีปเเอฟริกาไปเล็กน้อย ตั้งเเต่ปี 1997 (2540) เกาะร๊อบเบนนี้ได้เป็นเหมือนพิพิธพัณฑ์เเละมรดกโลกที่มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นพันๆในทุกๆปี เเต่ใครล่ะที่ควบคุมเกาะเล็กๆเเห่งนี้? คำตอบนั้นก็คือ กระต่ายไงล่ะ การรายงานครั้งล่าสุดของ New York Times นั้นเปิดเผยให้เห็นว่าเจ้ากระต่ายพวกนี้อาจจะโดนนำมาปล่อยที่เกาะร๊อบเบนเมื่อ 300ปีที่เเล้วโดยนักสำรวจชาวดัทช์ ซึ่งพวกมันก็ได้ขุดรูอาศัยอยู่บนเกาะเเละจัดการพื้นหญ้าจนราบหมดโดยไม่มีใครมาดูเเล จำนวนของกระต่ายบนเกาะร๊อบเบนนี้มีมากจนทำให้นักล่ากระต่ายชื่อ Chris Wilke เข้ามาจัดการ เพราะกระต่ายตัวเมียนั้นสามารถออกลูกได้อย่างน้อย 6ครั้งต่อปีเเละเเต่ละครั้งมันก็จะออกลูก 8ตัว จำนวนกระต่ายที่ได้โดนกำจัดไปนั้นก็ตือ 5,300ตัวเเละยังเหลือที่ต้องกำจัดอีก 8,000ตัว ถ้ากระต่ายบนเกาะร๊อบเบนถูกกำจัดหมดเเล้ว บางที Chris Wilke อาจจะต้องไปที่ออสเตรเลียเพื่อพบกับ Foundation for a Rabbit-Free Australia เพื่อกำจัดกระต่ายยุโรปที่กำลังล้นจำนวนวิ่งเล่นไปมา ทำลายระบบนิเวศเเละสร้างความสูญเสียเป็นมูลค่าถึงล้านดอลลาร์ก็ได้



10) เเพะ
 

แพะนั้นสามารถสร้างความเสียหายให้เเก่ถิ่นที่อยู่ที่ปรับตัวให้เข้ากับมันไม่สำเร็จได้ เเพะสามารถเป็นนักเล็มหญ้าตัวตะกละ ซึ่งมันจะกินพืชพื้นเมือง, ต้นไม้เเละพืชพันธุ์อื่นๆ เเละทำให้ป่าเขียวชอุ่มกลายเป็นทุ่งแห้งแล้งได้ถ้าไม่มีคนดูเเล พื้นที่ๆเเพะได้สร้างความเสียหายให้นั้นได้เเก่ที่ๆอย่างเช่นออสเตรเลียเเละเกาะห่างไกลถูกตัดจากภายนอกที่คนพยายามจะตั้งรกราก เเพะนั้นเป็นสัตว์ที่อึดมากซึ่งมันจะกลายเป็นเเพะจรจัดได้ง่ายๆถ้าหลุดหนีไป



9) คางคกชานอ้อย (Cane Toad

)
 

คางคกชานอ้อยนั้นได้กลายเป็นสัตว์รบกวนที่ประสบความสำเร็จในเเถบโอเชียเนีย, เเคริบเบียนเเละสหรัฐอเมริกาในรัฐฟลอริด้ากับเท็กซัส ในตอนเเรก คางคกชานอ้อยนั้นได้ถูกปล่อยในถิ่นอื่นๆเพื่อควบคุมศัตรูพืช เเต่มันดันกลายเป็นศัตรูพืช (สัตว์รบกวน) ซะเอง เจ้าสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้, หนักได้ถึง 1.3กก.เเละยาวถึง 15ซม. นี้เป็นสัตว์ที่อันตรายที่สุดกับสัตว์ท้องถิ่นพื้นเมืองเพราะพิษของมันนั้นสามารถฆ่านก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, ปลา, สัตว์เลื้อยคลานเเละอะไรก็ตามที่พยายามจะกลืนมันเข้าไปภายในนาที คางคกชานอ้อยได้ถูกนำเข้ามาในออสเตรเลียเมื่อปี 1935 (2478) เพื่อควบคุมปริมาณของด้วงชานอ้อยที่สร้างความเสียหายให้เเก้อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล เเต่โชคร้ายที่คางคกชานอ้อยไม่เพียงแต่กลายเป็นสัตว์รบกวนซะเอง มันยังไม่ได้ฆ่าด้วงชานอ้อยที่มันสมควรจะจัดการซักกะตัว เพราะความที่ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ คางคกชานอ้อยจึงได้กระโดดหยองเเหยงทำลายพืชพันธุ์อย่างอิสระในออสเตรเลียเเละมันเคยเเม้เเต่ขโมยอาหารสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่นอกบ้านอีกด้วย



8) กระรอกเทา
 

เมือ่คุณเห็นเจ้ากระรอกน่ารักตัวนี้เเล้ว คุณคงนึกไม่ถึงหรอกว่ามันอาจจะเป็นสัตว์ที่คนอังกฤษเกลียดมากที่สุดก็เป็นได้ กระรอกเทานั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาเหนือ ซึ่งเมื่อมันเข้ามาในอังกฤษได้นำไวรัสชื่อ “Squirrel pox” เข้ามาด้วย กระรอกเทานั้นอาจจะมีภูมิคุ้มกันต่อ Squirrel pox เเต่กระรอกเเดงที่เป็นสัตว์พื้นเมืองนั้นไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสนี้ นอกจากนี้ กระรอกเทายังกินอาหารมากกว่ากระรอกเเดงถึง 7เท่าต่อ 10,000ตารางเมตร เเต่นับว่าเป็นโชคดีของกระรอกเเดงที่รอดตายมาได้ นอกจากนั้น คนอังกฤษก็ช่วยควบคุมประชากรของกระรอกเทาโดยการกินมันซะเลย ซึ่งเนื้อกระรอกเทานั้นก็เป็นเนื้อที่ ถูกศีลธรรม เเละขายดีซะด้วย โดยคำขวัญของการกินเนื้อกระรอกเทานั้นก็คือ กินเจ้าเทา ช่วยเจ้าแดง




 

7) ผึ้งเพชรฆาต
 

ในปี 1957 (2500) คนเลี้ยงผึ้งคนหนึ่งในเมืองเซ้าท์ เปาโล ประเทศบราซิลได้ทำผึ้งเเทนซาเนียนางพญาหลุดออกไป 26ตัว เเละผึ้งนางพญาพวกนี้นี่เองเป็นต้นเหตุของหายนะอันใหญ่หลวงของการเกษตร เพราะพวกมันไปผสมพันธุ์กับผึ้งทำน้ำผึ้งพื้นเมืองยุโรปเเละให้กำเนิด ผึ้งเพชรฆาต หรือ ผึ้งเเอฟริกัน ที่โด่งดังเเละดุร้ายสุดๆขึ้นมา ผึ้งเพชรฆาตเหล่านี้ได้ล้มล้างราชวงศ์ผึ้งยุโรปโดยการรุกรานรัง, ฆ่าผึ้งยุโรปราชินีเเละสถาปนาราชินีของมันขึ้นครองบัลลังค์ ผึ้งเพชรฆาตเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1990 (2533) เเละได้กระจายไปทั่ว รวมถึง รัฐเเคลิฟอร์เนีย, เนวาด้า, ยูท่าห์, เเอริโซน่า, นิว เม็กซิโก, เท็กซัส, โอกลาโฮม่า, หลุยส์เซียน่า, อาคันซอว์เเละฟลอริด้า ถึงเเม้ว่าภาพยนตร์ในปี 1974 (2517) เรื่อง Killer Bees จะประสบความสเร็จในการสร้างความหลวาดกลัวเเก่ผู้ชม เเต่ที่จริงเเล้วพิษของผึ้งเพชรฆาตนั้นไม่ได้ร้ายเเรงไปกว่าพิษของผึ้งยุโรปเลย เเต่ผึ้งเพชรฆาตนั้นอันตรายเพราะว่าเหยื่อจะโดนต่อยหลายครั้งมาก ซึ่งบางคนอาจจะโดนต่อยถึง 1,000ครั้ง ผึ้งเพชรฆาตไม่เพียงเเต่จะเป็นอันตรายกับคน เเต่มันยังผลิตน้ำผึ้งได้ไม่มากซึ่งทำให้เป็นอันตรายต่อการเกษตรกรรมอีกด้วย



6) นกสตาร์ลิง
 

ในปี 1890 (2433) คนผลิตยาที่อาศัยอยู่ในนิว ยอร์ค ชื่อ Eugene Schieffelin ได้ปล่อยนกสตาร์ลิงยุโรปจำนวน 60ตัวไปในเซ็นทรัล พาร์คเพราะเขามีความฝันว่าจะทำให้เซ็นทรัล พาร์คเต็มไปด้วยนกที่อยู่ในนิยายของเช็กสเปียร์ เเต่ความฝันนี้ดันกลายเป็นอะไรที่เเย่มากเลยทีเดียวเพราะเจ้านกสีม่วง-เขียวหมือนรุ้งนี้ได้เเพร่พันธุ์จนมีสมาชิกถึง 1,000,000ตัว ซึ่งพวกมันสามารถจัดการมันฝรั่งปริมาณ 20ตันให้หมดได้ใน 1วันเเละของเสียของมันนั้นก็เต็มไปด้วยโรคมากมาย คนหลายคนได้คิดค้นวิธีที่ใช้กำจัดนกสตาร์ลิงไป ซึ่งวิธีเหล่านี้รวมถึงการใช้ผงคัน, ลวดไฟฟ้า, ยาพิษสอดไส้ขนมปัง, โคบอลท์ 60เเละพลุ เเต่วิธีทั้งหมดนี้ก็ไม่สามารถหยุดพวกมันได้ ในปี 1960 (2503) ฝูงนกสตาร์ลิงจำนวน 10,000ตัวได้บินตรงไปชนเครื่องบิน Lockheed Electra, ทำลายเครื่องยนต์เเละทำให้เครื่องบินตก ซึ่งผู้คนจำนวน 62คนจาก 72คนได้ตายในอุบัติเหตุครั้งนั้น



5) ปลาช่อนเเดนเหนือ (Northern snakehead)
 

ปลาช่อนนั้นสำหรับเราๆเเล้วคงหมายถึงอาหารที่อร่อยน่าดู เเต่สำหรับคนอเมริกาเเล้ว มันเป็นเหมือนสัตว์ที่ออกมาจากหนังสยองขวัญเพราะมันมีฟันเหมือนฉลามเเละสามารถเดินบนบกได้ ปลาช่อนแดนเหนือนั้นมาจากเอเชีย ซึ่งมันได้ปรากฎตัวขึ้นเมื่อปี 2002 (2545) ในเมืองเล็กๆเเห่งหนึ่งของรัฐเเมลีเเลนด์ ซึ่งเป็นที่ๆมันได้ทำลายสัตว์ในบ่อน้ำนั้นไปเกือบหมด เรื่องราววุ่นๆเริ่มต้นที่ ปลาช่อนแดนเหนือ 2ตัวที่ถูกชาวบ้านเเถวนั้นซื้อมาจากตลาดปลาในไชน่า ทาวน์ ซึ่งพวกเขาก็ปล่อยไปหลังจากนั้น ปลาช่อนแดนเหนือ (บางครั้งโดนเรียกว่า ช่อนซิลล่า Fishzilla”) นั้นอันตรายเพราะว่าปลาส่วนใหญ่นั้นจะว่ายน้ำไปไกลเท่าๆที่มีน้ำอยู่ เเต่มันสามารถอยู่รอดได้ถึง 4วันนอกน่านน้ำ (อันนี้ฟังเเล้วดูเว่อร์มาก มันน่าจะอยู่ได้นานเพราะที่ตรงนั้นชื้นฝนตกตลอดมากกว่า) และสามารถกระดึ๊บไปบกบนเรื่อยๆโดยการส่ายตัวไปมาเหมือนงู ปลาช่อนแดนเหนือสามารถพบได้ทุกๆที่ตั้งเเต่นิว ยอร์คไปจนถึงเเคลิฟอร์เนีย



4) หอยกาบม้าลาย (Zebra mussel)
 

ถึงเเม้ว่า หอยกาบนั้นจะขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารอร่อยเหาะ เเต่หอยกาบบางชนิดก็ดันเป็นสัตว์ที่ทำลายความสมดุลของระบบนิเวศได้เหมือนกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหอยกาบม้าลายที่เป็นสัตว์รบกวนมีถิ่นกำเนิดในทะเลเเคสเปี้ยนนี่เอง หอยกาบม้าลายนั้นถูกสันนิษฐานว่าเข้ามาในเกรทเลกทางตะวันตกกลางในท้ายๆปี 1980 (2523) โดยการเกาะมากับเรือสหรัฐที่กลับมาจากยุโรป เจ้าสัตว์ที่ไม่รับเชิญนี้ได้เเพร่พันธุ์จากตะวันออกไปถึงรัฐนิว อิงเเลนด์ พวกมันกินเเพลงค์ตอนพืช (phytoplankton) ที่เป็นอาหารของพวกสัตว์กรองกินที่จะเป็นอาหารของปลาใหญ่อีกทีเเละทำให้สปีชีส์ที่ซวยมาอาศัยอยู่ใกล้ๆมันต้องอดอาหาร นอกจากนี้ ความสามารถในการเกาะที่เเข็งๆนี้ก็เป็นอะไรที่เป็นฝันร้ายอีกเพราะมันจะไปเกาะท่อเหล็ก, เครื่องผลิตพลังงานหรือเครื่องอำนวนความสะดวกที่ต้องใช้น้ำซึ่งทำให้ในเเต่ละปี รัฐบาลต่อเสียค่าใช้จ่ายไปมากกว่า $500ล้าน เพื่อจัดการเอาหอยกาบม้าลายออกจากท่อ



3) ด้วงเจาะเปลือกไม้สน (Bark beetle)
 

ด้วงเจาะเปลือกไม้สนส่วนมากจะเลือกต้นไม้ที่ตายเเล้วหรือกำลังเน่าอยู่เพื่อเเพร่พันธุ์ข้างใน เเต่บางสปีชีส์ (รวมถึง Mountain pine beetle ที่มีถิ่นกำเนิดในทิศตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ) นั้นจะทำลายเเละฆ่าต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งด้วงที่ล้นจำนวนนั้นสามารถทำลายป่าทั้งเเถบได้ นอกจากนี้ ด้วงเจาะเปลือกไม้สนยังสามารถเป็นพาหะของโรคได้อีกด้วย (American elm bark beetle เป็นพาหะนำโรค Dutch elm disease)



2) งูเหลือมพม่า (Burmese python)
 

ความนิยมเลี้ยงงูในหมู่ชาวอเมริกันในกลางทศวรรษที่ 90 นั้นได้เปลี่ยนไปในทางเเย่อย่างควบคุมไม่ได้เมื่อ เจ้าของงูเหลือมยาว 6เมตรเหล่านี้ได้เริ่มปล่อยพวกมันเข้าป่าเพราะมีขนาดใหญ่เกินไปที่จะใส่ในตู้ได้ เป็นโชคดีของงูเหลือม (เเต่โชคร้ายของสัตว์ท้องถิ่น) ที่มันสามารถเอาตัวรอดเองได้ไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป ซึ่งมันก็ได้เเพร่พันธุ์ไปมากมาย โดยเฉพาะในเขต Everglades ที่มันเป็นสัตว์ที่ทำอันตรายให้ทั้งคนเเละสัตว์ท้องถิ่นใกล้สูญพันธุ์เเถวนั้น เช่น Key Largo wood rats, Round-tailed muskrats หรือเเม้เเต่อัลลิเกเตอร์เจ้าถิ่น ถึงเเม้ว่างูเหลือมจำนวนถึง 1,300ตัวจถูกเอาออกไปจากเขต Everglades เเล้ว เเต่มันก็ยังเเพร่พันธุ์เกินจำนวนอยู่ซึ่งอาจจะทำให้การเลี้ยงงูเหลือมเป็นสัตว์เลี้ยงต้องถูกห้ามไป



1) หนู
 

หนูนั้นเป็นสัตว์ที่ประสบความสำเร็จมากไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ซึ่งความสามารถนี้ทำให้หนูเป็นสัตว์ที่อันตรายเมื่อมันโดนเอาไปปล่อยที่ๆไม่ใช่ถิ่นเกิดพื้นเมืองของมัน หนึ่งในตัวอย่างของความเสียหายที่มาจาหหนูนั้นคือการปล่อยหนูดำไปบนเกาะ Lord Howe ที่เป็นเกาะเล็กๆในทะเลเเทสมัน เกาะ Lord Howe นี้เป็นเกาะที่มีสัตว์ท้องถิ่นพื้นเมืองมากมายเเละสัตว์พวกนี้ก็ได้ถูกผลาญราบไปจนสิ้นโดยเจ้าหนูดำนี้ หนูนั้นไม่เพียงเเต่สร้างความเสียหายให้ทุกอย่างเเล้ว มันยังเป็นพาหะนำโรคอีกด้วย เเละกองทัพหนูที่มากเกินไปนั้นก็สามารถทำลายอาหารไปมากโดยเฉพะในประเทศที่กำลังพัฒนา



0) คน
 

คงไม่มีใครเเปลกใจหรอกไช่มะ? เเน่นอนว่าในหมู่สัตว์ทั้งหมดนั้น คนเป็นสปีชีส์ที่ทลายธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ (หรือหลักๆเลย) ที่ทำให้เกิดโลกร้อน, การสูญพันธุ์ (การศึกษากล่าวว่าการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่หก (6th Mass Extiction เกิดมาเเล้ว 5ครังไปหาอ่านดูเอานะ เเละหนึ่งในนั้นคือการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์) ที่กำลังจะมาถึงนั้นมีสาเหตุมาจากคน), การใช้ประโยชน์จากผืนดินเเละผืนน้ำมากเกินไป, ประชากรล้นจำนวนเเละการสร้างโรงงาน ที่จริงเเล้ว คนเป็นสัตว์สปีชีส์เดียวที่ทำลายธรรมชาติ (อยากเถียง ลองยกตัวอย่างสัตว์มาสิ อย่างเจ้าพวกเนี๊ยะก็โดนคนเอาไปปล่อยก่อน) เเต่ก็อาจจะเป็นโชคดีของคน (เรา) ก็ได้ที่ยังรู้จักคิดเเละคนนี่เเหละที่สามารถเลือกที่จะทำลายหรืออนุรักษ์โลกไว้

 

ที่มา - http://www.mnn.com/earth-matters/animals/photos/10-animals-that-are-bad-for-the-environment/disrupting-natures-balance

http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,1958657_1958656_1958637,00.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 135 : 16 สัตว์ทำร้ายธรรมชาติ (เพราะคนไปทำร้ายมันก่อน) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2775 , โพส : 4 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 4 : ความคิดเห็นที่ 641
ในรูปนั่นเป็นงูหลามพม่านะครับ(Burmese python=งูหลามพม่า) ไม่ใช่งูเหลือมนะค้าบ คนละลายกันนะ^^
Name : bossslyvm [ IP : 171.4.33.195 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2558 / 23:06
# 3 : ความคิดเห็นที่ 509
เห็นด้วยกับอันสุดท้าย แต่ที่ดีๆก็ยังมีอยู่
PS.  นภานั้นจะใช่แน่หรือหากไร้ซึ่งเมฆา เมฆาจะมีอีกต่อไปได้แน่หรือหากไร้ซึ้งนภา
Name : Pimko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pimko [ IP : 125.26.79.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มีนาคม 2556 / 12:18
# 2 : ความคิดเห็นที่ 494
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ กำลังต้องการสัตว์ที่ทำร้ายธรรมชาติอยู่พอดี พออ่านแล้วน่ากลัว แหะๆ
Name : puypooh [ IP : 183.89.18.57 ]

วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:12
# 1 : ความคิดเห็นที่ 316
เหอๆ ไม่แปลกใจที่มีคนเลย= = (สิ่งที่มนุษย์(สัตว์ที่บอกว่าตัวเองประเสริฐ)ชอบทำกับสัตว์+โลกคือ...แย่งที่สัตว์>สัตว์ทำร้าย>ฆ่าสัตว์>แย่งที่ต่อ>...) คหสต.นะ^^~ คนดีๆก็มีแหละ
PS.  ทุกสิ่งมีด้านดีเสมอ.....ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองดูด้านไหนของมัน (ขอให้ทุกคนมองแต่ด้านที่ดีนะ จะได้เจอแต่ความสุข)
Name : คนผู้ลืมโลก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนผู้ลืมโลก [ IP : 61.90.98.222 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กันยายน 2554 / 22:38
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android