คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 129 : การอพยพของสัตว์มีกระบวนการอย่างไร???


     อัพเดท 31 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,140 Overall : 294,426
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 129 : การอพยพของสัตว์มีกระบวนการอย่างไร??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5541 , โพส : 1 , Rating : 93% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


  
การอพยพของนกฟลามิงโก ณ อ่าวเม็กซิโก
การอพยพของสัตว์นั้นเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เเละอลังการมากทีเดียว ซึ่งสำหรับคนเเล้ว การอพยพ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพของผีเสื้อโมนาชหรือการอพยพของวิลด์เดอร์บีสข้ามทุ่งหญ้าซาะวันน่า นี้ก็คือความงดงามเเละยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เเต่สำหรับสัตว์เเล้ว การอพยพนั้นจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับความอยู่รอดของมัน การอพยพนั้นคือการเดินทางของฝูงสัตว์มากมายจากที่เเห่งหนึ่งไปยังอีกที่ ซึ่งมักจะมีเหตุผลมาจากการเปลี่ยนเเปลงของอากาศเเละการหาอาหาร หรือการผสมพันธุ์ เเต่การอพยพของสัตว์บางชนิดไม่ได้มีสาเหตุมาจากที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งการอพยพนี้เรียกว่าIrruptive migration” หรือเเปลตรงตัวได้ว่า การอพยพเเบบเเตกออกมา การอพยพเเบบเเตกออกมาเป็นการอพยพของสัตว์ที่ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆเมื่ออาหารในพื้นที่ๆมันอยู่ได้หมดลง (เช่น ตั๊กเเตน) ส่วนการอพยพของสัตว์ที่มีสาเหตุจากที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นเรียกว่า Complete migration” หรือ การอพยพเเบบสมบูรณ์ เเต่ถ้าบางส่วนในฝูงของสัตว์นั้นอพยพเเละอีกส่วนอยู่ที่เดิมตลอดปี เราเรียกการอพยพนี้ว่า Partial migration” หรือ การอพยพบางส่วน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อสัตว์ชนิดนั้นมีที่อยู่ที่กว้างใหญ่ขนาดที่ส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในที่ๆมีอากาศอุ่น เเละอีกส่วนอาศัยอยู่ในที่ๆจะหนาวเกินไปเมื่อเข้าฤดูหนาว (นกเเสกนั้นคือหนึ่งในสัตว์ที่อพยพบางส่วน เพราะมันสามารถพบได้ทั่วโลก)

   
การอพยพของผีเสื้อโมนาช ณ เม็กซิโก

สัตว์ที่อยู่ในเขตภูเขานั้นจะอพยพเเบบ Altitudinal migration” หรือ การอพยพในเเนวตั้ง ซึ่งเเทนที่สัตว์เหล่านั้นจะอพยพไปยังที่ๆหนึ่ง (เเนวนอน) มันจะอพยพลงไปในที่ๆมีความสูงน้อยลงในฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมยอดเขา นกฮูกจุดเป็นหนึ่งในสัตว์ที่อพยพในเเนวตั้ง (เเต่พวกที่อยู่ในพื่นที่อื่นที่ไม่ใช่ภูเขาก็จะมีการอพยพที่เเตกต่างออกไป) การเปลี่ยนเเปลงโดยสิ้นเชิงของสภาพอากาศเเละถิ่นที่อยู่นั้นจะทำให้สัตว์อพยพเเบบ Removal migration” หรือการอพยพเเบบถาวร ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อสัตว์เหล่านั้นไม่สามารถอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่เดิมได้อีกต่อไปด้วยเหตุผลบางประการ เช่น การถางป่าเเละการถมเเม่น้ำลำคลองของคน สัตว์เหล่านี้จะอพยพไปอาศัยในพื้นที่อื่นเเบบถาวรเเละไม่กลับมาในที่เดิมอีก

   
การอพยพของปลาเเซลมอนเเปซิฟิก


สาเหตุของการอพยพ

สาเหตุหลักๆของการอพยพททุกเเบบนั้นคือเพื่อความอยู่รอด ซึ่งการอพยพส่วนใหญ่นั้นทำให้สัตว์มีความสุขต่อไปได้เมื่ออาหารในที่ๆมันอยู่มีไม่พอสำหรับทุกตัว นอกจากนี้ การอพยพนั้นยังช่วยป้องกันไม่ให้อาหารในที่ๆหนึ่งหมดลงไปอย่างสมบูรณ์อีกด้วยเเละการเดินทางในทุกช่วงเวลาหนึ่งนี้ทำให้สัตว์ทุกตัวมีโอกาสที่จะกินอาหารได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ในขณะที่การอพยพเพราะอาหารนั้นจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณของอาหารก็มีมากมาย เช่น อากาศเเละจำนวนประชากรของสัตว์ที่กินอาหารเดียวกันในที่ๆนั้น เเละด้วยสาเหตุนี้ สัตว์บางสปีชีส์นั้นได้อพยพเเบบไม่เป็นประจำที่ทำให้มันเปลี่ยนเเละปรับตัวให้เข้ากับสภาวะใหม่ๆได้ เช่น วิลด์เดอร์บีสมักจะเดินทางข้ามทุ่งหญ้าเเอฟริกาเพื่อหาเเหล่งน้ำดื่ม เเต่เมื่อเเหล่งน้ำปรกติที่มันดื่มกินนั้นเเห้งลง มันก็จะอพยพเข้าไปในพงไม้เพื่อหาหญ้าเเละน้ำกิน การอพยพในฤดูเเล้งของวิลด์เดอร์บีสนั้นยังสามารถเปลี่ยนเเปลงได้โดยเสียงพายุเเละเมฆฝนที่ก่อตัว

  
การอพยพของนกเพนกวินร๊อคฮอปเปอร์ ณ อาร์เจนติน่า

การอพยพยนั้นยังมีสาเหตุมาจากการผสมพันธุ์เเละออกลูกอีกด้วย เพราะลูกที่เกิดมาใหม่นั้นจะมีอาหารกินเพียงพอเเละห่างจากนักล่าอันตราย สัตว์อย่างปลาเเซลมอนชินุกเเละเเซลมอนอื่นๆนั้นเป็นสัตว์ที่เกิดในเเม่น้ำทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาเเละเมื่อมันโตขึ้น มันก็จะว่ายน้ำไปอาศัยอยู่ในทะเล เมื่อเวลาผสมพันธุ์มาถึง ปลาเเซลมอนชินุกก็จะว่ายน้ำกลับมาในเเม่น้ำบ้านเกิดเพื่อวางไข่ในที่ๆเดิมที่มันเกิดมา สาเหตุของการอพยพของปลาเเซลมอนนี้ก็คือ ลูกปลาเเซลมอนนั้นอ่อนเเอเกินไปสำหรับนักล่าในทะเลเเละพวกพ่อเเม่ก็สามารถมั่นใจได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จในวางไข่ที่เเม่น้ำนั้น (เพราะพ่อเเม่ก็เกิดเเละโตมาจากที่นั่น) เเต่อย่างไรก็ตาม เขื่อนเก็บน้ำที่สร้างอยู่ตามทางอพยพของปลาเเซลมอนชินุกนั้นได้สร้างปัญหาใหญ่ให้กับพวกมันมากเเละทำให้จำนวนของมันลดลงอย่างฮวบฮาบ  (ต้องขอบคุณมนุษย์อย่างเราๆ)

  
การอพยพของเเมงดาทะเล ณ รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา

การอพยพของสัตว์บางชนิดนั้นมีสาเหตุมาจากทั้งอาหารเเละการผสมพันธุ์ สัตว์อย่างวาฬบาลีน ซึ่งประกอบด้วยวาฬเช่น วาฬสีเทา, วาฬสีน้ำเงิน, วาฬไรท์, วาฬมิงค์เเละวาฬหลังค่อม นั้นจะอพยพขึ้นเหนือในฤดูร้อน (หรือลงใต้ถ้ามันอาศัยอยู่ในซีกโลกใต้) ไปยังเเถบขั้วโลกซึ่งมีคริลที่เป็นอาหารโปรดของมันกินอย่างเพียงพอ เเละเพราะความที่ลูกวาฬนั้นยังไม่มีไขมันเพียงพอที่จะปกป้องมันจากความหนาวเย็น วาฬจึงจะกลับไปน่านน้ำเขตร้อนอีกครั้งในฤดูหนาวเพื่อให้กำเนิดลูก การอพยพของวาฬเเต่ละชนินั้นจะมีเส้นทางเเละระยะทางที่ต่างกันออกไป เเต่ส่วนมากจะยาวกกว่า 1,000กม.ขึ้นไป เช่น วาฬสีเทานั้นอาจจะอพยพเป็นระยะทางกว่า ~9,656กม. (ขาไปหรือขากลับอย่างเดียว)

   

การอพยพของนกเพริเเกนขาว  ณ เเม่น้ำมิสซิสซิปปี้


คิวของการอพยพ

เเน่นอนว่าสัตว์นั้นไม่ได้ตั้งปฏิทินไว้ในห้องเหมือนคน เเต่อะไรเล่าที่บอกมันว่าเมื่อไหร่ที่ต้องอพยพ สัตว์บางชนิดนั้นพึ่งสิ่งที่เรียกว่า “Photoperiod” ซึ่งก็คือปริมาณเเสงอาทิตย์ในวันหนึ่งๆในการบอกเวลา เมื่อวันเริ่มสั้นลง สัญชาติญาณของมันก็จะบอกให้รู้ว่าฤดูหนาวได้เข้ามาใกล้เเล้ว เพราะฉะนั้นก็ถึงเวลาลงใต้เเล้ว ในการทดลองพบว่า สัตว์จะมีปฏิกิริยากับ Photoperiod ที่มนุษย์สร้างขึ้นเหมือนกับอันที่มาจากธรรมชาติ   เเล้วพวกสัตว์ที่ไม่สามารถมองเห็นเเสงอาทิตย์ได้อย่างสัตว์ที่จำศีลอยู่ในถ้ำล่ะสัตว์เหล่านี้อาจจะมีปฏิกิริยากับอุณหภูมิ หรือปัจจัยภายใน เช่น ปริมาณไขมันที่เก็บไว้ในร่างกาย การอพยพยของสัตว์บางตัวนั้นเกิดขึ้นเมื่อไขมันในร่างกายลดลงเมื่ออาหารลดลงซึ่งบอกมันว่าเวลาที่จะอพยพไปยังพื้นที่หน้าหนาวมาถึงเเล้ว เเต่เพราะสัตว์บางชนิดต้องการปริมาณไขมันที่เเตกต่างกันเพื่ออพยพ มันถึงไม่สามารถรอนานได้ ซึ่งวิวัฒนาการก็ได้พัฒนาสัญชาติญาณของสัตว์เหล่านี้ให้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์อย่างนี้เรียบร้อยเเล้ว ถึงเเม้ว่าปัจจัยภายนอกที่บอกสัตว์ถึงเวลาของการอพยพนั้นจะไม่มี มันก็ยังสามารถรู้ได้ว่าเมื่อไหร่ที่ต้องออกเดินทาง ซึ่ง Circadian rhythm เเละ Circannual rhythmsนั้นคือปฏิทินภายในร่างกายที่ตั้งอยู่ในระบบประสาทของมัน ถึงเเม้ว่าเรายังไม่เข้าใจเจ้า 2สิ่งนั้นอย่างถ่องเเท้ มันก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการของสมองที่เปลี่ยนเมื่อเวลาPhotoperiodเเละฤดูกาลเปลี่ยน มนุษย์อย่างเราก็มีสิ่งนี้เหมือนกัน เเต่เราไม่ได้ใช้มันเพื่ออพยพ

   
การอพยพของวิลด์เดอร์บีส ณ เคนย่า


วิวัฒนาการของการอพยพ

สัญชาติญาณการอพยพนั้นได้พัฒนาขึ้นมาในสปีชีส์ต่างกันเพื่อเหตุผลที่เเตกต่าง เเต่ส่วนใหญ่เเล้วสัญชาติญาณนี้จะทำปฏิกิริยากับความกดดันของประชากร ซึ่งการอพยพส่วนใหญ่เป็นเเบบ “จากที่หนึ่งที่หนาวเย็นไปอีกที่ๆอบอุ่น เเล้วจึงค่อยกลับมาในฤดูร้อน” ถ้างั้นทำไมสัตว์บางชนิดได้อาศัยอยู่ในที่ๆมีอากาศหนาวตั้งเเต่เเรกล่ะทฤษฎีเเรกนั้นได้สันนิษฐานว่า ตอกเเรกๆ สัตว์มันก็อาศัยอยู่ในที่ๆอบอุ่นซึ่งทำให้มันไม่ต้องอพยพอยู่หรอก เเต่เมื่อประชากรเพิ่มขึ้น อาหารก็จะลดลง ซึ่งในฤดูอบอุ่น พื้นที่เเถบซีกโลกเหนือนั้นเป็นพื่นที่ๆมีอาหารกินมากมายเเละทำให้สัตว์บางสปีชีส์อาศัยเเละขยายพันธุ์อยู่ในนั้น เเต่เมื่อฤดูหนาวมาถึง อาหารมีปริมาณน้อยลงเเละอากาศนั้นก็หนาวเกินไป ซึ่งทำให้สัตว์เหล่านี้กลับไปที่ๆอบอุ่นเหมือนเดิม   ทฤษฎีที่สองนั้นสันนิษฐานว่า การเปลี่ยนของอากาศนั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไมสัตว์บางชนิดถึงได้อาศัยอยู่ในที่หนาว ซึ่งสปีชีส์ที่อาศัยอยู่ในเเถบทางเหนือนั้นได้อาศัยอยู่อย่างมีความสุขทั้งปีเมื่ออากาศในขณะนั้นยังอบอุ่นอยู่ เเต่เมื่อเวลาเป็นหมื่นๆปีผ่านไป ฤดูหนาวนั้นมีอากาศที่หนาวเกินไปเเละบังคับให้สัตว์พวกนี้ต้องลงใต้ในทุกๆปี ในความเป็นจริง วิวัฒนาการของการอพยพนั้นอาจจะมาจากทั้ง 2ทฤษฎีเเต่เเตกต่างกันออกไปตามสปีชีส์ เเต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีเเรกนั้นดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่าเพราะความกดดันในประชากรนั้นคือพลังผลักดันหลักของการอพยพเเละวิวัฒนาการส่วนใหญ่ การเปลี่ยนเเปลงทางอากาศอาจจะมีมีส่วนช่วยผลักดันในเรื่องของวิธีการอพยพบ้าง เเต่มันก็ไม่ใช่เเรงผลักดันหลัก

   

การอพยพของปูเเดง ณ เกาะคริสมาสต์


การบอกทิศทางของสัตว์

การหาทางไปพื้นที่หน้าหนาวระยะทางพันๆกิโลเมตรนั้นง่ายดายมากสำหรับสัตว์ เพราะมันก็เเค่ป้อนข้อมูลเข้าไปในระบบะจีพีเอสของมันเเละตามเส้นทางที่จีพีเอสบอกไปอย่างไม่มีปัญหา...เเน่ล่ะ...ที่จริงเเล้ววิธีที่สัตว์ใช้ในการบอกเส้นทางการอพยพนั้นน่าทึ่งกว่าจีพีเอสของคนเราซะอีก ซึ่งการบอกทิศทางบางวิธีนั้นก็ลึกลับซับซ้อนซะจนเราไม่สามารถเข้าใจได้

   

การอพยพของเเมงกระกรุน ณ ประเทศปาเลา

1) พระอาทิตย์ – วิธีนี้ดูเป็นวิธีที่ง่ายเพราะคุณสามารถบอกทิศทางได้โดยมองเเค่พระอาทิตย์ เเต่ถ้าคุณต้องใช้พระอาทิตย์บอกเวลาในเเต่ละวัน, วันในเเต่ละปีเเละอากาศเเล้ว มันก็จะเป็นอะไรที่ยาวมากเลยทีเดียว เเต่สัตว์บางชนิดอย่างนกสตาร์ลิงเเละมดใช้พระอาทิตย์เป็นเครื่องบอกทาง นอกจากนี้ นกบางชนิดยังสามารถเดินทางตอนกลางคืนโดยอาศัยพระอาทิตย์ช่วยอีกด้วย ซึ่งทฤษฎีได้สันนิฐานว่ามันอ่านทางจากที่ๆพระอาทิตย์ขึ้นเเละใช้บินไปตามทางนั้น ส่วนทฤษฎีอื่นๆได้บอกว่าคลื่นเเม่เหล็กไฟฟ้าจากพระอาทิตย์ต่างหากที่บอกทาง

 
2) สถานที่บอกทาง – วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าอยๆอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งก็คือ “บินไปที่ภูเขานั้น เเล้วจึงบินไปทางซ้ายเล็กน้อยจนเจอทะเลเเละค่อทำรังบนต้นไม้ดีๆต้นเเรกที่หาได้” วาฬที่เดินทางไปในมหาสมุทรเเปซิฟิกใกล้ๆชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือใช้วิธีนี้ในการนำทาง ซึ่งสถานที่บอกทางของมันนั้นเป็นอะไรที่เเน่นอนมากเพราะมันก็คือทวีปอเมริกาเหนือทั้งทวีปนั้นเอง ซึ่งมันจะว่ายน้ำโดยมีทวีปอยู่ทางซ้ายตลอดทางลงใต้ เเละจะว่ายน้ำโดยมีทวีปอยู่ทางขวาตลอดทางขึ้นเหนือ

 

3) ดวงจันทร์เเละดวงดาว – การทดลองทำท้องฟ้าจำลองขึ้นมานั้นได้พิสูจน์เเล้วว่า นกมากมายได้ใช้ดวงดาวเป็นเครื่องบอกเส้นทางการอพยพ ซึ่งเรายังสามารถบอกได้ด้วยว่าดวงดาวไหนที่นกเหล่านั้นใช้บอกทาง เช่น นกอินดิโกใช้ดาว Betelgeuse บอกทาง

 

4) กลิ่น – เมื่อสัตว์นั้นอาศัยอยู่ในที่ๆหนึ่ง กลิ่นนั้นก็สามารถบอกมันให้ไปยังอีกที่หนึ่งได้ เเต่กลิ่นนี้คงไม่สามารถบอกให้สัตว์เดินทางจากอเมริกาไปเม็กซิโกได้หรอกนะ เกินไป เเต่กลิ่นอาจจะมีส่วนช่วยสัตว์อย่างเช่น ช่วยบอกทางปลาเเซลมอนไปที่ๆวางไข่ เเละกลิ่นของฝนก็อาจจะช่วยวิลด์เดอร์บีสในการอพยพ

 
5) อากาศ – ทิศทางลงมักจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่นกใช้ในการบอกทาง ซึ่งในการทดลองนั้นเผยให้เห็นว่า นกจะบินไปทางตรงข้ามกับทิศทางลมเมื่อไม่สามารถใช้พระอาทิตย์หรือดวงดาวบอกทางได้ เเต่เมื่อนกเห็นพระอาทิตย์หรือดวงดาว มันก็จะบินไปทางนั้นไม่ว่าจะทวนลงหรือตามลม

 

6) สนามเเม่เหล็ก – เราๆก็รู้กันอยู่ว่าโลกนั้นประกอบไปด้วยสนามเเม่เหล็กซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้ถ้าไม่ถือเข็มทิศ เเต่สัตว์บางชนิดนั้นมีความสามารถจับสนามเเม่เหล็กเเละใช้มันเพื่อบอกเว้นทางการอพยพ สัตว์อย่างค้างคาวเเละเต่าใช่สนามเเม่เหล็กนี้เพื่อบอกทาง เเละเเบคทีเรียบางสปีชีส์นั้นก็ใช้สนามเเม่เหล็กนี้เเหละเพื่อจัดวางตัวเองอีกด้วย ถึงเเม้ว่าเราจะไม่รู้เเน่ชัดว่าสัตว์นั้นสามารถตรวจจับสนามเเม่เหล็กได้อย่างไร เเต่สัตว์บางสปีชีส์นั้นมีเเร่เเม่เหล็กขนาดเล็กเรียกว่า “magnetite อยู่ในสมอง ซึ่งเเร่เเม่เหล็กนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ทำปฏิกิริยากับสนามเเม่เหล็กของโลกเเละทำให้ระบบประสาทส่งข้อมูลเส้นทางการอพยพไปยังสมอง

  

การอพยพของกวางพรองฮาร์น ณ รัฐไวโอมิ่ง สหรัฐอเมริกา

 

ที่มา - http://animals.howstuffworks.com/animal-facts/animal-migration.htm

ภาพจาก - http://photography.nationalgeographic.com/photography/photo-of-the-day/animals/

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 129 : การอพยพของสัตว์มีกระบวนการอย่างไร??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5541 , โพส : 1 , Rating : 93% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 493
น่ารักมากครับ แต่ขาดข้อมูลบางอย่าง
Name : walaiporn [ IP : 182.52.74.95 ]

วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:23

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android