คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 113 : 17 สัตว์ชื่อดัง


     อัพเดท 31 พ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,159 Overall : 294,445
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 113 : 17 สัตว์ชื่อดัง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1127 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


คนเเละสัตว์นั้นมีความสัมพันธ์พิเศษระหว่างกันมาช้านาน เรารัก, พิศวง, เเละชื่นชมพวกมัน เรายังยอมให้มันเข้ามาอยู่ในบ้านเเละเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเรา ซึ่งสัตว์เหล่านี้ได้กลายเป็น สัตว์เลี้ยง ของเรา นอกจากนี้ คนยังมีประวิติศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ป่ามาช้านานอีกด้วย โดยสวนสัตว์ที่เปิดเป็นทางการเเห่งเเรกของโลกนั้นคือสวนสัตว์ Tower Menagerie ในเมืองลอนดอน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1235 (1778) ในประวัติศาสตร์ สัตว์มากมายนั้นได้สร้างชื่อเสียงเเละเป็นที่จดจำของเรามาจนทุกวันนี้ เเละต่อไปนี้ก็คือรายชื่อของสัตว์บางตัวที่โด่งดัง


17) เจอร์ราล เเละ เอ๊ดดี้
 

มาพบกับยีราฟชื่อเจอร์ราลเเละเเพะชื่อเอ๊ดดี้ เจอร์ราลนั้นเข้ามาในสวนสัตว์เเละฟาร์ม Noah’s Ark เมื่อปี 2006 (2549) ตอนที่มันมีอายุ 2ปี ซึ่งเป้าหมายของการเอาเจอร์ราลเข้ามานั้นคือการหาตัวเมียให้มันเพื่อเพาะพันธุ์ เเต่เพราะยีราฟตัวเมียที่ว่านั้นหายาก เเพะที่ชื่อเอ๊ดดี้จึงถูกใส่เข้าไปในที่ของเจอร์ราลเเทน สวนสัตว์เเละฟาร์ม Noah’s Ark ที่ทั้งสองอาศัยอยู่นั้นมีพื้นที่ 100เอเคอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเร็กซอล เมืองโซเมอร์เซ็ทเหนือที่ห่างจากเมืองบริสตอลไป 9.7กม. ในประเทศอังกฤษ ตอนเเรก เอ๊ดดี้นั้นสมควรจะอยู่กับเจอร์ราลเเค่ชั่วคราวเท่านั้น เเต่ทั้งสองได้กลายเป็นเพื่อนรักต่างสายพันธุ์กันเรียบร้อย คู่ยีราฟ-เเพะนี้ัมักจะวิ่งเล่นไล่ตามกันอย่างสนุกสนานใน ในหน้าร้อนนั้น เจอร์ราลมักจะเลียหัวเอ๊ดดี้บ่อยๆ ถึงเเม้ว่าเจอร์ราลจะกินอาหารจากที่สูงเเละเอ๊ดดี้เล็มกินจากที่ต่ำ เเต่ทั้งสองก็ชอบที่จะกินอาหารด้วยกัน ในที่ของเจอร์ราล-เอ๊ดดี้นั้นยังมีม้าลายอีกตัวชื่อ เซเบดี อาศัยอยู่ด้วย ซึ่งเซเบดีนั้นมักจะเเกล้งเอ๊ดดี้บ่อยๆ เเต่ทุกๆครั้งที่เซเบดีไล่เอ๊ดดี้ไปรอบๆ เจอร์ราลนั้นมักจะเข้ามาช่วยเเก้ปัญหาให้


16) เจ้าโอล ริป กิ้งก่ามีเขา
 

โอล’ ริปนั้นคือกิ้งก่ามีเขาที่รอดตายจากการจำศีลนานถึง 31ปีด้วยการฝัง โอล’ ริปนั้นได้ถูกตั้งชื่อตามตัวละครในนิยายชื่อ Rip Van Winkle ในปี 1897 (2440) กิ้งก่ามีเขาตัวหนึ่งได้ถูกจับใส่ในไทม์ เเคปซูลพร้อมกับของอย่างอื่น ซึ่งไทม์ เเคปซูลนี้ถูกฝังในหินที่อยู่ตรงมุมๆหนึ่งของ Eastland County Courthouse เมืองอีสเเลนด์ รัฐเท็กซัส 31ปีต่อมาหินกับไทม์ เเคปซูลนั้นถูกเปิดออกเเละพบเจ้ากิ้งก่าตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่ โอล’ ริปได้กลายเป็นดาราดังไปทั่ว มันได้ออกทัวร์เเสดงตัวเเละได้ไปโชว์ตัวให้ประธานาธิบดีของอเมริกาในขณะนั้นชื่อ Calvin Coolidge ในรัฐวอชิงตัน ดี ซีอีกด้วย โอล’ ริปตายใน 11เดือนต่อมา เเละร่างของมันนั้นสามารถไปชมได้ที่ Eastland County Courthouse สร้างใหม่ ในปี 1973 (2516) ร่างของโอล’ ริปได้ถูกขโมยไปโดนคนที่ไม่มีใครู้ เเละเขาได้ทิ้งจดหมายไม่ลงชื่อไว้ว่า การเปิดไทม์ เเคปซูลออกมาเเละเจอโอล’ ริปที่หายใจอยู่นั้นเป็นเรื่องหลอกลวงเเละเขาต้องการให้ผู้ร่วมเเผนการคนอื่นออกมายอมรับ ซึ่งจนถึงวันนี้ ไม่มีใครออกมายอมรับเรื่องนั้นซักคน


15) โกลดี้
 

โกลดี้นั้นคืออินทรีทองตัวผู้ที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ลอนดอนระหว่างปี 1960s (2503+) ซึ่งมันเป็นข่าวดังไปทั่วเมื่อตอนที่มันหนีออกมาจากสวนสัตว์เป็นเวลา 12วันในเดือนมีนาคม 1965 (2508)  เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นเมื่อตอนที่โกลดี้บินออกจากกรงไปเมื่อตอนที่พนักงานทำความสะอาดเข้ามาทำงานในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2508 โกลดี้นั้นได้หนีการจับตัวเป็นเวลานานถึง 2อาทิตย์ถึงเเม้ว่าเขาจะไปยืมเครื่องมือมาจากกองทัพเรือเเละกองกำลังป้องกันพลเมืองของอังกฤษก็ตามที ตอนที่โกลดี้หนีออกไปนั้น มันได้ใช้ชีวิตอยู่ในสวนสาธารณะรีเจนที่อยู่รอบๆสวนสัตว์ลอนดอน เเละบางที มันก็โผล่ไปเยี่ยมเยียนพื่นที่ใกล้ๆอย่างเมืองเเคมเดน, ถนนท๊อตเทนเเฮม คอร์ท, เเละเมืองยูสตัน การหนีออกมาของโกลดี้นั้นสร้างความสนใจให้เเก่คนอังกฤษเป็นอย่างมาก โดยสวนสัตว์ลอนดอนเองนั้นก็ได้รับโทรศัพท์กับจดหมายเป็นพันๆจากทั่วสารทิศ, เเละผู้คนในอังกฤษนั้นก็มักจะไปรวมตัวกันในสวนสาธารณะรีเจนเพื่อชมความล้มเหลวของการจับโกลดี้กลับกรง ตอนที่โกลดี้เป็นอิสระ มันได้ล่าเป็ดในสถานกงศุลอเมริกากินเเละทำร้ายสุนัขเทอร์เรียสองตัวในสวนสาธารณะนั้นอีกด้วย โกลดี้ถูกจับได้ในที่สุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม เมื่อหัวหน้าผู้ดูเเลสวนสัตว์ได้หลอกให้มันลงมากินกระต่ายตายเเล้วบนพื้นดิน ตอนที่ถูกจับนั้น โกลดี้มีสุขภาพเเข็งเเรงดีเเละได้กลับเข้าไปอาศัยในกรงอีกครั้ง วันต่อมาหลังจากการจับโกลดี้นั้น จำนวนคนที่มาเยี่ยมชมสวนสัตว์นั้นได้เพิ่มขึ้นถึง 2เท่าเลยทีเดียว


14) ทราเวลเลอร์
 

ทราเวลเลอร์เป็นม้าที่โด่งดังของนายพลโรเบิร์ต อี. ลี ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา ชื่อก่อนของทราเวลเลอร์นั้นคือ เจฟ เดวิส เเละมันเกิดใกล้ๆบ่อน้ำพุบลู ซัลเฟอร์ในเมืองกรีนไบรเออร์ รัฐเวอร์จิเนีย ทราเวลเลอร์ชนะการประกวดในงาน Lewisburg and Virginia fairs ปี 1859-1860 (2402-2403) มันเป็นม้าที่เเข็งเเรง โดยมันมีน้ำหนัก 500กก. เเละมีสีเทาเหล็กพร้อมกับจุดสีดำบนตัว, เเผงคอยาว, เเละหางสะพริ้ว ในปี 1961 (2404) นั้น นายพลโรเบิร์ตได้สั่งให้โจเซฟ เอ็ม. บรูนให้ไปหาม้าที่เขาจะใช้ในสงครามมา เเละทราเวลเลอร์นั้นก็ได้ถูกซื้อไปในราคา $175 ซึ่งนายพลโรเบิร์ตนั้นก็ได้เรียกมันว่า ลูกม้าชองชั้น ทราเวลเลอร์ทำหน้าที่เป็นม้าสงครามได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมันมันความอดมนสูงเเละไม่ตื่นตกใจง่าย หลังจากสงครามกลางเมืองจบลง ทราเวลเลอร์นั้นได้พานายพลโรเบิร์ตไปที่มหาลัยวอชิงตันในเมืองเล็กซิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งระหว่างทางนั้น ผู้คนที่ชื่นชมทราเวลเลอร์ได้ดึงขนของมันออกไปเก็บไว้หลายกระจุกเลยทีเดียว ในฤดูร้อนของปี 1871 (2414) (หลังจากที่นายพลโรเบิร์ตตาย 1ปี) ทราเวลเลอร์นั้นได้ไปเหยียบตะปูเข้าโดยอุบัติเหตุเเละเป็นโรคบาคทะยักขึ้น ซึ่งในสมัยนั้นไม่มีทางรักษา ทำให้ทราเวลเลอร์ต้องถูกฆ่าเพื่อจบความทรมานนั้น


13) หมีชื่อวินนิเป็ก
 

วินนิเป็ก (หรือ วินนี่) นั้นคือชื่อของหมีสีดำตัวเมียที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ลอนดอนเมื่อปี 1915 (2458) จนวันที่จากไปเมื่อ 1934 (2477) ชื่อ วินนิเป็ก นี้ถูกตั้งตามบ้านเกิดของมันในเมืองวินนิเป็ก จังหวัดเเมนิโตบา วินนิเป็กนั้นถูกซื้อมาตอนเป็นลูกหมีด้วยราคา $20 จากเมืองไวท์ ริเวอร์ ในจังหวัดออนตาริโอ โดยชายชื่อ Lt Harry Colebourn เเละมันได้ถูกส่งไปที่อังกฤษในฐานะตัวมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการของทหาร ก่อนที่ Lt Harry Colebourn จะไปทำสงครามในฝรั่งเศสนั้น เขาได้ทิ้งวินนิเป็กไว้ที่สวนสัตว์อังกฤษ ซึ่งเป็นที่ๆมันโด่งดังมีชื่อเสียงเป็นขวัญใจของคนอังกฤษเพราะความสุภาพเเละขี้เล่นของมัน หนึ่งในเเฟนๆของวินนิเป็กนั้นคือ ลูกของ A. A. Milne ชื่อ Christopher Robin ซึ่งเป็นคนที่ตั้งชื่อตุ๊กตาหมีของเขาว่า วินนี่ ที่เป็นที่มาของ วินนี่-เดอะ-พู



12) บัลโต
 

บัลโตเป็นสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ลากเลื่อนที่นำทางทีมลากเลื่อนขนส่งเซรุ่มเข้าสู่โนมได้สำเร็จในปี 1925 (2468) การขนส่งเซรุ่มนี้เป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังเพราะผู้ลากเลื่อน 20คน เเละสุนัขลากเลื่อน 150ตัวนั้นต้องขนส่งเซรุ่มเเก้โรคคอตีบข้ามรัฐอลาสก้าเป็นเวลา 5วันครึ่งเพื่อช่วยผู้ป่วยในเมืองเล็กๆชื่อโนมเเละรอบๆ โรคคอตีบนั้นคือโรคร้ายที่มีผลต่อระบบหายใจตอนบน ซึ่งอาการนั้นประกอบด้วย การเจ็บคอ, ไข้ต่ำๆ, เเละต่อมทอลซิน เเละ/หรือ โพรงจมูกตีบตัน ในปี 1925 (2468) นั้น โนมมีหมอคนเดียวคือ Curtis Welch ซึ่งเซรุ่มเเก้โรคคอตีบจำนวน 8,000หลอดที่ตุนไว้ตั้งเเต่ปี 1918 (2461) ได้หมดลงในฤดูร้อนของปี 1924 (2467) เเละการขนส่งจากเมืองจูโนมาถึงไม่ทันตอนที่ท่าเรือขนส่งปิด ชาวนอร์เวย์ชื่อ Gunnar Kaasen ได้ถูกมอบหมายให้ขนส่งเซรุ่ม ซึ่งเขาก็ได้ลากเลื่อนที่มีบัลโต้เป็นสุนัขนำทีมเพราะบัลโต้นั้นได้โชว์ให้เขาเห็นว่ามีความสามารถเหมาะกับตำเเหน่งนี้ตอนที่มันได้ช่วยให้ทีมรอดตายที่เเม่น้ำท๊อปก๊อก ในทางไปสู่โนมนั้น บัลโต้สามารถนำทีมให้อยู่บนทางได้ถึงเเม้ว่าสภาพอากาศนั้นจะเเย่มากก็ตาม ซึ่ง Gunnar Kaasen ได้ยอมรับว่า เขามองไม่เห็นทางเลย ในระหว่างที่ทีมเจอพายุหิมะนั้น ทีมของ Gunnar Kaasen ได้คลาดกับทีมอื่นทำให้ทีมของบัลโต้ต้องเดินทางไกลถึง 2เท่าเพื่อไปส่งเซรุ่ม เเละเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้บัลโต้มีชื่อเสียง หลังจากการขนส่งเซรุ่มเสร็จสิ้น ทั้ง Gunnar Kaasen เเละบัลโต้ได้กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงไปทันที ซึ่งรูปปั้นของบัลโต้ที่เเกะโดย Frederick Roth ในวันที่ 17 ธันวาคม 1925 (2468) นั้น สามารถไปดูได้ที่เซ็นทรัล พาร์คในเมืองนิวยอร์คซิตี้


11) ดอลลี่
 

ในปี 1996 (2539) นั้น เเกะตัวเมียธรรมด๊าธรรมดาชื่อดอลลี่ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเเรกของโลกที่ถูกโคลนจากเซลล์ร่างกายจากต่อมน้ำนมของเเกะที่โตเเล้วด้วยวิธีที่ชื่อ Nuclear Transfer ชื่อของดอลลี่นั้นถูกตั้งตามนักร้องครันทรี่ชื่อดังชื่อ Dolly Parton ดอลลี่ถูกโคลนโดย Ian Wilmut, Keith Campbell, เเละทีมงานในสถาบันโรสลิน ในที่ใกล้ๆเมืองอีดินเบิร์ก ประเทศสก๊อตเเลนด์ ซึ่งดอลลี่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ในสถาบันนี้ ดอลลี่ได้ผสมพันธุ์กับเเกะภูเขาเวลช์เเละมีลูกด้วยกัน 6ตัว ดอลลี่นั้นถูกเรียกว่า “เเกะที่ดังที่สุดในโลก การโคลนเเกะที่มีสุขภาพดีเช่นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเซลล์ที่มาจากส่วนต่างๆของร่างกายนั้นสามารถสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาได้ ร่างกายของดอลลี่นั้นสามารถไปชมได้ที่ Royal Museum ในสก๊อตเเลนด์


10) อินจ๊าซ
 

ในวันที่ 14 เมษายน 2009 (2552) นั้น Dr. Nisar Ahmad Wani ซึ่งก็คือสัตวเเพทย์เเละผู้เชี่ยวชาญเรื่องตัวอ่อนจากศูนย์เพาะพันธุ์อูฐในเมืองดูไบ ประเทศสหรัญอาหรับ อิมิเรตส์ ได้ประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งอูฐตัวเเรกของโลก อูฐโคลนตัวนั้นเป็นอูฐหนอกเดียวที่มีชื่อว่า อินจ๊าซ อินจ๊าซเกิดมาจากการต้องท้องนาน 378วันที่ไม่มีอะไรมากมาย ซึ่งการโคลนอินจ๊าซนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Mohammed bin Rashid Al Maktoum ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี, รองประธานาธิบดีของสหรัฐอาหรับ อิมิเรตส์, เเละเจ้าของเมืองดูไบ อินจ๊าซนั้นถูกโคลนขึ้นมาจากเซลล์ในรังไข่ของอูฐที่ถูกฆ่าเพื่อเอาเนื้อในปี 2005 (2548) ซึ่งเซลล์นี้ได้ถูกเพาะขึ้นมาในเเผ่นเนื้อเยื่อเเละถูกเก็บในไนโตรเจนเหลว จากนั้น เซลล์นี้จึงถูกฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ของอูฐตัวเมียที่โดนเอานิวเคลียสออก จากนั้นจึงถูกทำให้รวมกันด้วยกระเเสไฟฟ้าเเละสารเคมีเพื่อเร่งการเเบ่งตัว เอมบริโอที่ได้มาจากกระบวนการนี้ได้ถูกเพาะนาน 1อาทิตย์ เเล้วจึงถูกฉีดกลับไปในมดลูกของอูฐตัวเมีย Dr. Lulu Skidmore จากศูนย์เพาะพันธุ์อูฐนั้นได้กล่าวว่า การโคลนนิ่งนี้ช่วยให้เรารักษายีนของอูฐที่มีค่าในการวิ่งเเละการให้นมในภายภาคหน้า


9) เเคว๊กก้าตัวเดียวที่ถูกถ่ายรูปตอนยังมีชีวิต
 

เเคว๊กก้านั้นคือสปีชีส์ย่อยของม้าลายที่สูญพันธุ์ไปเเล้วซึ่งเคยอาศัยอยู่ในจังหวัดเคปของเเอฟริกาใต้เเละทางใต้ของ Orange Free State เเคว๊กก้าเเตกต่างกับม้าลายตรงที่มันมีลายขาว-ดำเฉพาะร่างกายส่วนหน้าเท่านั้น ซึ่งลายขาว-ดำนี้จะจางลงตรงกลางลำตัวเเละร่างกายส่วนหลังนั้นมีสีน้ำตาล เเคว๊กก้าอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าเเห้งเเล้งของเเอฟริกาใต้ มันถูกล่าเพื่อเอาเนื้อเเละจนสูญพันธุ์ เเคว๊กก้าเป็นสัตว์ที่สูยพันธุ์ไปเเล้วตัวเเรกที่นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษา DNA รูปถ่ายรูปเดียวของเเคว๊กก้าที่ยังมีชีวิตนั้นเป็นเเคว๊กก้าตัวเมียที่อยู่ใน Zoological Society เเห่งสวนสัตว์ลอนดอนในสวนสาธารณะรีเจนในปี 1870 (2413)


8) โคอาล่าชื่อเเซม
 

เเซมนั้นคือโคอาล่าตัวเมียจากป่าของเมืองเมอร์บูทางเหนือ ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ที่มีชื่อเสียงจากวีดีโอที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตเเละสื่อต่างๆ ในวีดีโอนั้น เเซมันถูกช่วยเหลือจากไฟป่าโดยพนักงานดับเพลิงชื่อเดวิด ซึ่งตอนเเรกๆมันพยายามที่จะวิ่งหนีเเต่ในที่สุดมันก็หยุดเเละยอมรับน้ำจากเดวิด ตอนเเรกๆ การช่วยเหลือเเซมนั้นเกิดขึ้นก่อนไฟป่าครั้งใหญ่ของรัฐวิกตอเรียในปี 2009 (2552) จะลุกลามไปสุดๆ 1 อาทิตย์ ซึ่งพนักงานดับเพลิงนั้นได้เจอเเซมตอนที่เขากำลังสู้กับไฟ เเซมนั้นถูกนำตัวไปที่ Mountain Ash Wildlife Centre ในเมือง Rawson ซึ่งเเพทย์ได้พบว่า มันมีเเผลไฟไหม้ระดับ 2ที่ฝ่าเท้าเเละต้องถูกให้ยาเเก้ปวด หลังจากการผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะเเละมดลูกของเเซมด้วยจุดมุ่งหมายที่จะเอาถุงน้ำที่เกิดจาก urogenital chlamydiosis ออกนั้น เเพทย์ได้ออกมาบอกว่าอาการของเเซมนั้นไม่มีทางรักษาเเละจำเป็นที่จะต้องทำให้มันหลับไปตลอดกาลเพื่อจบความเจ็บปวดของมัน


7) จัมโบ้
 

จัมโบ้คือช้างพุ่มไม้เเอฟริกันที่เกิดในปี 1861 (2404) ในประเทศซูดานเเถบที่เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส จัมโบ้ถูกส่งไปที่ประเทศฝรั่งเศสเพื่อไปอยู่ในสวนสัตว์ old Zoo Jardin des Plantes เเละในปี 1865 (2409) จัมโบ้นั้นก็ถูกส่งไปที่สวนสัตว์ลอนดอนซึ่งเป็นที่ๆมันโด่งดังจากการบริการนั่งช้างให้เเก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ในปี 1882 (2425) จัมโบ้นั้นถูกขายให้ P. T. Barnum ผู้ที่เป็นเจ้าของละครสัตว์บาร์นัม&เบลลีย์ชื่อ "The Greatest Show on Earth" ในราคา $10,000 ซึ่งหลังจากที่ P. T. Barnum ซื้อจัมโบ้ไปเเล้ว เด็กๆในอังกฤษนั้นได้เขียนจดหมายถึงควีนวิกตอเรียไม่ให้เธอขายมันไป จัมโบ้ตายในเมืองเซนท์ โธมัส ในจังหวัด ออนตาริโอ ประเทศเเคนาดาจากรถไฟชน ตอนที่จัมโบ้ตาย มันสูงถึง 4เมตร เเละรูปปั้นเท่าตัวจริงของมันนั้นสามารถไปดูได้ที่เมืองเซนท์ โธมัส


6) เต่าชื่อเเฮร์เรียต
 

เเฮร์เรียตเป็นเต่ากาลาปากอสตัวเมียที่ตายลงในประเทศออสเตรเลียด้วยอายุ 175ปี เเฮร์เรียตนั้นเกิดในปี 1830 (2373) เเละตายในปี 2006 (2549) ด้วยอายุเท่านี้ทำให้เเฮร์เรียตเป็นเต่าที่ถูกบันทึกไว้ว่ามีอายุยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2ของโลก ซึ่งเต่าที่มีอายุยาวนานที่สุดนั้นคือ Tu'i Malila ที่ตายลงในปี 1965 (2408) ด้วยอายุ 188ปี เเฮร์เรียตนั้นคือเต่าที่ชาร์ลส ดาร์วินได้ทำการศึกษาเมื่อตอนที่เขาไปสำรวจเกาะกาลาปากอสในปี 1835 (2378) ซึ่งมันได้ถูกส่งไปที่อังกฤษเเล้วจึงถูกส่งมาที่บ้านสุดท้ายในออสเตรเลีย ตอนเเรกๆ ผู้คนนึกว่าเเฮร์เรียตนั้นเป็นตัวผู้ซึ่งทำให้มันถูกเรียกชื่อว่า เเฮร์รี่ จนปี 1960s (2503+) ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2005 (2548) นั้น ผู้คนได้เฉลิงฉลองวันเกิดครบรอบ 175ขวบให้เเฮร์เรียตในสวนสัตว์ออสเตรเลีย เเฮร์เรียตตายลงในวันที่ 23 มิถุนายน 2006 (2549) จากโรคหัวใจ ผู้คนนั้นกล่าวว่าเเฮร์เรียตเป็นเต่าที่นิสัยดี ซึ่งมันชอบให้คนสนใจเเละลูกกระดอง เเฮร์เรียตใช้ชีวิตส่วนใหญ่หลับปุ๋ยข้างๆบ่อน้ำของมัน เเละอาหารโปรดของเเฮร์เรียตนั้นคือดอก hibiscus


5) กอริลล่าชื่อกาย
 

กายนั้นเป็นหนึ่งในสัตว์ที่โด่งดังที่สุดของสวนสัตว์ลอนดอน มันเป็นกอริลล่าที่ราบลุ่มตะวันตกที่มีชื่อเสียงขึ้นในปี 1960-1970 (2503-1513) ซึ่งเรื่องราวของกายนั้นได้ถูกนำมาออกรายการทีวีสำหรับเด็กเเละสารคดีบ่อยๆ กายถูกจับในประเทศเเคเมอรูน (ตอนนั้นยังเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส) เพื่อไปเเสดงในสวนสัตว์ปารีส เเต่มันโดนเเลกตัวกับเสือจากสวนสัตว์คาลคัทต้า กายมาถึงสวนสัตว์ลอนดอนเมื่อ 5 พฤษจิกายน 1947 (2490) เพื่อมาเเทนกอริลล่าตัวเก่าชื่อ เหมง ที่ตายไปในปี 1941 (2486) วันที่ 5 พย. นี้เป็นวันที่เขาเรียกว่า ค่ำคืนของกาย ฟอร์กซ (คืนที่ผู้คนจะเฉลิมฉลองวันที่กาย ฟอร์กซล้มเหลวในการลอบปลงพระชมน์คิง เจมส์ที่ 1 ในปี 1605 (2148) (Wikipedia.org)) ตอนที่กายมาถึงนั้น มันมีน้ำหนักเเค่ 10กก. เท่านั้น เพราะความที่ว่ากอริลล่าที่ราบลุ่มนั้นเป็นไพรเมทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ตัวผู้นั้นสามารถหนักได้ถึง 140-275กก.) กายจึงได้มีรูปร่างน่ากลัวน่าเกรงขาม เเต่อย่างไรก็ตาม กายนั้นมีนิสัยที่อ่อนโยน ซึ่งมีคนเคยเห็นมันได้จับนกที่บินเข้ามาในกรงอย่างเบามือเพื่อตรวจสอบอย่างระมัดระวังเเละทะนุถนอม ความอ่อนโยนของกายนี้เองที่ทำให้มันโด่งดังมีชื่อเสียง กายตายด้วยอายุมากกว่า 30ปี ในปี 1978 (2521) ด้วยโรคหัวใจกำเริบระหว่างที่สัตวเเพทย์ทำการรักษาฟันที่ติดเชื้อ


4) เกรย์ฟริอา บ๊อบบี้
 

เกรย์ฟริอา บ๊อบบี้นั้นคือสุนัขพันธุ์สกายเทอร์เรียที่โด่งดังในช่วงศัตวรรษที่ 19 ในเมืองอิดินเบิร์กเเละไปทั่วประเทศสก๊อตเเลนด์ เกรย์ฟริอา บ๊อบบี้ได้โด่งดังไปทั่วโลกจากข่าวที่รายงานว่ามันนั่งเฝ้าสุสานของเจ้าของเป็นเวลาถึง 14ปี จนมันตายเมื่อ 14 มกราคม 1872 (2415) หลังจากเกรย์ฟริอา บ๊อบบี้ตายได้ 1ปี หญิงใจบุญคนหนึ่งชื่อ Lady Burdett Coutts ได้สร้าง (หรือให้คนสร้าง) รูปปั้นของมันขึ้นเพื่อเป็นเกียรติเเก่สุนัขซื่อสัตย์ตัวนี้ เรื่องราวของเกรย์ฟริอา บ๊อบบี้นั้นได้ถูกถ่ายทอดลงหนังสือเเละถูกทำเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น “Greyfriars Bobby” เขียนโดย Eleanor Atkinson เเละภาพยนตร์จากดิสนีย์เรื่อง Greyfriars Bobby เเละ The Adventures of Greyfriars Bobby


3) นับส์


ไบรอัน เดนนิสคือพันตรีของกองทัพสหรัฐอเมริกาที่ได้รับใช้ประเทศหลายครั้งในประเทศอีรัก ซึ่งเขาถูกมอบหมายให้ไปประจำการที่ป้อมที่อยู่ตรงชายเเดนของอิรักเเละซิเรีย พื่นที่ที่ไบรอันไปประจำการนี้เป็นที่ๆมีฝูงสุนัขอาศัยอยู่ ไบรอันได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกสุนัขตัวหนึ่งในฝูง ซึ่งลูกสุนัขตัวนี้เป็นสุนัขโชคร้ายที่ถูกทหารชาวอิรักตัดหูออกไป ทำให้ทหารอเมริกันตั้งชื่อลูกสุนัขตัวนี้ว่า นับส์ ในครั้งหนึ่งที่ไบรอันไปพบกับนับส์นั้น เขาได้เจอเเผลเป็นรูเเผลหนึ่งบนตัวของนับส์ ซึ่งสันนิษฐานได้ว่ามาจากการถูกเเทงด้วยไขควงเเละไบรอันได้รักษาจนเป็นปรกติ ไบรอันนั้นต้องทิ้งนับส์ไปหลายครั้งหลายคราเมื่อกองทหารย้ายเเคมป์ 2วันหลังจากที่ทหารได้ย้ายเเคมป์ไปไกลกว่าที่ๆนับส์อยู่ ~121กม. นับส์ได้พาร่างโซเซของมันลากสังขารเข้ามาในเเคมป์ทหาร ซึ่งมันได้เดินทางท่ามกลางอุณหภูมิติดลบเพื่อมาหาไบรอัน โดยไบรอันนั้นก็ได้พยายามหาเงินจนเขาได้เงินมา $5,000 เพื่อเอานับส์บินกลับอเมริกาไปด้วย ในปัจจุบัน ไบรอันเเละนับส์นั้นอาศัยอยู่ด้วยกันในซานดิเอโก เเคลิฟอร์เนีย


2) ซีเคร็ตทาเรียต            
 

ซีเคร็ตทาเรียตคือเเชมป์ American Thoroughbred ที่ได้ U.S. Triple Crown มาครองครั้งเเรกในรอบ 25ปี เมื่อ 1973 (2516) ซีเคร็ตทาเรียตนั้นได้ทำลายสถิติของสนามเเข่ง Kentucky Derby ด้วยเวลา 1.59นาที เเละ Belmont Stakes ด้วยเวลา 2.24นาที (มากกว่าม้าที่เคยทำไว้ถึง 2วินาที) ซึ่งเป็นที่ๆมันได้โด่งดังไปทั่วโลกด้วยการชนะที่ทิ้งห่างที่สองถึง 31ช่วงตัวเเละการวิ่งด้วยความเร็ว ~60กม.ตลอดการเเข่ง ความเร็วนี้เป็นความเร็วที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในระยะทาง 1ไมล์ครึ่ง (ไม่เคยมีม้าตัวไหนเข้าเส้นชัยก่อน 2.25นาทีได้เลย) เจ้าของของซีเคร็ตทาเรียตนั้นชื่อ Penny Chenery เทรนเนอร์ชื่อ Lucien Laurin เเละจ๊อกกี้หลังชื่อ Ron Turcotte ในช่วงรุ่งโรจน์ของซีเคร็ตทาเรียตนั้น มันสูงประมาณ 16มือกับ 2นิ้ว (~1.7เมตรที่หัวไหล่) เเละหนัก ~533กก. หลังจากที่ซีเคร็ตทาเรียตเลิกเเข่ง มันก็ได้กลายมาเป็นม้าพ่อพันธุ์ ซึ่งลูกหลานของมันนั้นเป็นม้าชื่อดังมากมาย เช่น Lady's Secret ที่เป็นม้าเเห่งปีของ 1986 (2529) Risen Star ที่เป็นเเชมป์ควบของสนาม Preakness กับสนาม Belmont Stakes ในปี 1988 (2531) เเละ Kingston Rule ที่เป็นเเชมป์ Melbourne Cup ของประเทศออสเตรเลียในปี 1990 (2533) ซึ่ง Kingston Rule นี้เป็นม้าที่ทำลายสถิติของสนามที่ยากที่สุดของออสเตรเลีย ซีเคร็ตทาเรียตนั้นเป็นม้าที่สง่างามเเละเป็นหนึ่งในม้าที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อ่านเพิ่ม - http://writer.dek-d.com/JiPpieZz/story/viewlongc.php?id=687461&chapter=56


1) โอเบช (อ่านตามที่กูเกิ้ลอ่าน)
 

ในปี 1850 (2329) โอเบชนั้นได้กลายเป็นฮิปโปตัวเเรกที่ผู้คนได้เห็นในประเทศอังกฤษตั้งเเต่ยุดก่อนประวัติศาสตร์ เเละเป็นตัวเเรกที่คนยุโรปได้เห็นตั้งเเต่สมัยโรมันโบราณ โอเบชเป็นฮิปโปตัวผู้ที่ถูกจับบนเกาะโอเบชในเเม่น้ำไนล์ขาวเมื่อมันอายุน้อยกว่า 1ปี ซึ่ง Ottoman Viceroy (ไม่รู้ตำเเหน่งบ้าอะไร ฮ่ะๆ) ของอียิปต์ชื่อ Abbas Pasha ได้ทำข้อตกลงกับนายพลจากกงศุลอังกฤษชื่อ เซอร์ ชาร์ล ออกัสตุส เมอร์เรย์ ในการเเลกเปลี่ยนโอเบชเเละสัตว์ป่าอื่นๆกับสุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวนด์เเละเดียร์ฮาวนด์ โอเบชถูกส่งลงเรือเล็กจากเเม่น้ำไนล์ไปเมืองไคโรซึ่งมันได้รับนมกินจากฝูงวัวเเถวนั้น จากนั้น มันจึงถูกส่งไปที่เมืองเซาธ์เเธมตันด้วยรถจักรไอน้ำ P&O เเละมาถึงสวนสัตว์ลอนดอนเมื่ 25 พฤษภาคม 1850 (2393) เมื่อโอเบชมาถึงสวนสัตว์ลอนดอนนั้น มันก็ได้กลายเป็นจุดสนใจทันที ซึ่งทำให้สวนสัตว์มีผู้มาเยี่ยมชมจำนวน 10,000คนทุกวัน (จำนวนนี้นับว่าเป็น 2เท่าของจำนวนผู้เยี่ยมชมก่อนที่โอเบชจะมา) โอเบชได้ถูกจับคู่กับฮิปโปสาวชื่อ  เเอดฮีล่า เมื่อปี 1854 (2397) เเต่ทั้งคู่ไม่ได้มีลูกเลยเป็นเวลา 18ปีที่เเอดฮีล่าให้กำเนิดลูกฮิปโปตัวเมียชื่อ กาย ฟอร์กซ โอเบชตายในปี 1878 (2421) ด้วยอายุ 29ปี

 

ที่มา - http://www.listzblog.com/top_ten_world_famous_animal_stories_list.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 113 : 17 สัตว์ชื่อดัง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1127 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android