ศิลปะและสถาปัตยกรรมจีน ที่น่าสนใจ

ตอนที่ 112 : สะพานจินอ๋าวอวี้ตง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ต.ค. 55

บทเพลง "สะพานของปักกิ่ง 北京的桥 " ที่ขับร้องโดยไช่กั๋วชิ่ง 蔡国庆 ในปี 1990 เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ให้ทั้งความรู้สึกและภาพของปักกิ่งในช่วงนั้น โดยเนื้อร้องได้กล่าวถึงสะพานต่างๆ ในปักกิ่งทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งชื่อแรกที่เอ่ยถึง คือ สะพานจินอ๋าวอวี้ตง金鳌玉蝀 หรือชื่อเรียกในปัจจุบันว่า สะพานเป่ยไห่ต้าเฉียว北海大桥ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประตูด้านทิศใต้ของสวนสาธารณะเป่ยไห่กงหยวน เป็นสะพานหินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในเขตตัวเมืองของกรุงปักกิ่ง

 


สะพานหินจินอ๋าวอวี้ตงในอดีตสมัยราชวงศ์หมิงเป็นสะพานหินเก้าช่อง

ความยาวตัวสะพานหลัก 117.58 เมตร กว้าง 9.48 เมตร

สะพานจินอ๋าวอวี้ตง เป็นชื่อเรียกในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เดิมมีชื่อเรียกว่า จินไห่เฉียว金海桥 หรือ อวี้เหอเฉียว御河桥 ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1264 สมัยราชวงศ์หยวน จึงนับเป็นสะพานเก่าแก่ที่ผ่านการบูรณะปรับเปลี่ยนมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งอยู่ทางหัวถนนด้านตะวันออกของถนนสายเก่าชื่อว่า "เหวินจินเจีย 文津街 " ใกล้กับ "ถวนเฉิง团城" หรือเมืองแห่งความกลมเกลียว เป็นสะพานที่ทอดตัวคั่นระหว่างทะเลสาบเป่ยไห่และจงหนานไห่ ในสวนสาธารณะเป่ยไห่กงหยวน

สะพานจินอ๋าวอวี้ตง ในสมัยราชวงศ์หมิงได้ทำการปรับเปลี่ยนจากสะพานไม้เป็นสะพานหินโค้ง ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยหงจื้อปีที่สอง (ค.ศ.1489)แห่งฮ่องเต้หมิงเสี้ยวจง(ครองราชย์ ค.ศ.1488 - ค.ศ.1506) และในสมัยฮ่องเต้หมิงเจียจิ้ง(ครองราชย์ ค.ศ.1522 - ค.ศ.1567) ได้มีการสร้างซุ้มประตูไว้ที่ปลายสะพานทั้งสองด้าน ด้านตะวันตกชื่อว่า "จินอ๋าว 金鳌" หรือเต่าทองคำ ส่วนด้านตะวันออกชื่อว่า "อวี้ตง玉蝀" หรือสายรุ้งหยก จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกสะพาน "จินอ๋าวอวี้ตง" ซึ่งมีลักษณะเป็นสะพานหินโค้งแบบโบราณ 9 ช่อง ตัวสะพานกว้าง 9.48 เมตร ความยาวทั้งสิ้น 156.73 เมตร ราวสะพานทำจากหินอ่อนสีขาว ส่วนหัวเสาราวสะพานทำเป็นรูปดอกบัวทรงสี่เหลี่ยมหัวเรียบตัด มองดูเหมือนเข็มขัดหยกขาวชิ้นงามสะอาดที่คาดเด่นเป็นสง่าประดับบนผืนน้ำ ซึ่งรูสะพานช่องที่หนึ่งและเก้ามีความกว้าง 3.2 เมตร ช่องสองและแปด 3.82 เมตร ช่องสามและเจ็ด 4.45 เมตร ช่องสี่และหก 5.1 เมตร ช่องที่ห้าตรงกลาง 5.74 เมตร โดยความห่างระหว่างช่องทั้งแปดใกล้เคียงกันอยู่ที่ราว 7.84 เมตร และเหนือช่องทั้งเก้าจะมีหัวมังกรติดประดับไว้พิเศษกว่าที่อื่น

 


ทะเลสาบเป่ยไห่และจงไห่ในสมัยราชวงศ์หยวน คือ สระไท่เย่ฉือ 太液池ของพระราชวัง ซึ่งตอนกลางของสระมีพื้นที่เกาะเล็กๆ ยื่นออกไป ชื่อว่า อิ๋งโจว 瀛洲 ("ถวนเฉิง" ในปัจจุบัน) เป็นที่ตั้งของตำหนักเทียนเตี้ยน ต่อมาสมัยราชวงศ์หมิงได้มีการบูรณะปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ตำหนักเฉิงกวงเตี้ยน ซึ่งจากเดิมด้านหน้าตำหนักด้านทิศตะวันออกและตะวันตกต่างมีสะพานไม้สร้างไว้ สมัยราชวงศ์หมิงได้รื้อถอนสะพานไม้ด้านตะวันออกออกไป คงไว้แต่ด้านตะวันตกและได้กลายมาเป็นสะพานเป่ยไห่ต้าเฉียวในปัจจุบัน

 


รูปลักษณ์ของสะพานจินอ๋าวอวี้ตง หรือเป่ยไห่ต้าเฉียวในปัจจุบัน

ที่ราวสะพานหินได้ถูกเปลี่ยนเป็นรั้วเหล็กกั้นสูงราวสองเมตร

เมื่อราชวงศ์ชิงล่มสลายลง ซุ้มประตูไม้ทั้งสองเสื่อมทรุดอย่างมากเนื่องจากไม่มีงบในการซ่อมบำรุง จนปี 1933 จึงได้มีการซ่อมแซมเปลี่ยนเป็นซุ้มประตูคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ต่อมาซุ้มประตูที่สร้างขึ้นใหม่ก็ได้ถูกรื้อถอนออกไปและได้เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็นสะพาน "เป่ยไห่ต้าเฉียว" รวมถึงช่องทั้งเก้าของสะพานก็คงไว้เพียงช่องตรงกลางให้น้ำทะลุผ่านถึงกันได้เท่านั้นที่เหลืออุดปิดไม่ใช้งาน เนื่องมาจากภายหลังย่างเข้าสู่ยุคสาธารณะรัฐประชาชนจีนแล้ว รถราสัญจรไปมาในปักกิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความกว้างของสะพานจินอ๋าวอวี้ตงดูจะคับแคบไม่สะดวกต่อการคมนาคมอีกต่อไป จึงมีผู้เสนอว่าให้ทำการสร้างสะพานขึ้นใหม่และรื้อ "ถวนเฉิง" ออกไป เพื่อขยายเส้นทางการจราจรตัดถนนใหม่ให้ตรง ซึ่งถูกคัดค้านอย่างหนักจากนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมโบราณ

ในปี 1954 รัฐบาลปักกิ่งได้ตัดสินใจขยายเส้นถนนตงซื่อและซีซื่อ เพื่อความสะดวกในการเดินทางสัญจรระหว่างด้านตะวันออกกับตะวันตก โดยจะขยายความกว้างของตัวสะพานจินอ๋าวอวี้ตงออกไปทางด้านเหนือและใต้ ซึ่งจะกินบริเวณกระทบที่ตั้งของถวนเฉิงให้ต้องรื้อทำลายด้วย เมื่อข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญต่างร้อนรนและทำการประชุมหารือกันเป็นการด่วน เพื่อหาทางอนุรักษ์ถวนเฉิงและสะพานเป่ยไห่ต้าเฉียวเอาไว้ โดยลงความเห็นว่าให้ขยายสะพานด้านจงหนานไห่หรือขยายออกทางด้านใต้ จึงเขียนรายงานเสนอความคิดเห็นไปยังนายกฯโจวเอินไหล ภายหลังการพิจารณาจากข้อมูล การลงพื้นที่สัมผัสและสอบถามด้วยตนเองแล้ว นายกโจวก็ตัดสินใจว่า จะไม่มีการแตะต้องเคลื่อนย้ายส่วนหนึ่งส่วนใดของ "ถวนเฉิง" ทั้งสิ้น การขยายสะพานออกไปทางจงหนานไห่นั้น เพียงรื้อซุ้มประตู "จินอ๋าว" และ "อวี้ตง" ออกไปก็เพียงพอแล้ว

ภายหลังการสร้างขยายสะพานใหม่ สะพานจินอ๋าวอวี้ตงยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ แต่ความกว้างของสะพานที่ขยายออกไปด้านใต้เปลี่ยนจาก 9 เมตรเป็น 34 เมตร ส่วนตัวสะพานยาวเป็น 220 เมตร ความโค้งชันของสะพานลดลงจาก 8% เหลือเป็น 2% โดยมีความกว้างของพื้นผิวถนนสำหรับให้รถราแล่นสัญจรไปมาเท่ากับ 27 เมตร ที่เหลือเป็นพื้นที่สำหรับทางเท้าสองข้างทาง กว้างข้างละ 3.5 เมตร และใช้ก้อนอิฐอุดปิดช่องสะพานทั้งแปด เหลือเพียงช่องใหญ่ตรงกลางให้น้ำไหลทะลุถึงกันได้ และเพื่อความปลอดภัยก็ได้เปลี่ยนจากราวสะพานหินเป็นราวเหล็กสูงแทนในปี 1972

 


สวนสาธารณะเป่ยไห่กงหยวน

ที่มา http://thai.cri.cn/247/2012/09/04/225s201796.htm

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

167 ความคิดเห็น

  1. #134 penyoomseadai (@penyoomseadai) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 18:44
    ชอบมากๆ เลย ขอบคุณมากน่าา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
    #134
    0