ย้อนรอยสายราชสกุล..ในพระบรมราชจักรีวงศ์

ตอนที่ 3 : สายราชสกุลวงศ์ในรัชกาลที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    12 เม.ย. 59

 * สายราชสกุลวงศ์ในรัชกาลที่1
       โดยผู้จัดการรายวัน

       สำหรับรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่า “ทองด้วง” หลังจากขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2325 ทรงมีพระราชโอรส 17 พระองค์ พระราชธิดา 25 พระองค์ รวมทั้งสิ้น 42 พระองค์ และทรงมีพระราชทายาทสืบราชสกุลรวมทั้งสิ้น 8 ราชสกุล ดังนี้
       
       อินทรางกูร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอินทรพิพิธมีพระนามเดิมว่า “ พระองค์เจ้าทับทิม” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 12 ในเจ้าจอมมารดาจันทา
       
       ทัพพะกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นจิตรภักดี มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทับ” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 18 ในเจ้าจอมมารดาน้อย
       
       สุริยกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระรามอิศเรศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุริยา” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 22 และที่ 1ในเจ้าจอมมารดาเพ็งใหญ่
       
       ฉัตรกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าฉัตร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 29 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาตานี
       
       พึ่งบุญ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมรักษ์รณเรศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าไกรสร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 33 ในเจ้าจอมมารดาน้อยแก้ว
       
       ดารากร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเทพ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าดารากร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 34 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเพ็งใหญ่

       
       ดวงจักร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าดวงจักร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 35 ในเจ้าจอมมารดาปาน
       
       สุทัศน์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุทัศน์” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 40 ในเจ้าจอมมารดากลิ่น



สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ราชันจอมทัพ แห่งราชจักรีวงศ์



 6 เม.ย. พ.ศ. 2325 สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทรงขึ้นเสวยราชสมบัติ สืบแทนสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พร้อมทรงพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก” ซึ่งนับเป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี ในขณะที่ทรงมีพระชนมายุ 46 พรรษา
       
       หลังจากนั้นอีก 15 วัน ซึ่งก็ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2325 พระองค์ โปรดเกล้าฯให้ย้ายราชธานีมาสร้างใหม่ ณ ฝั่งตรงข้ามกรุงธนบุรี เพราะเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม โดยโปรดให้ทำพิธียกเสาหลักเมืองสร้างกรุงเทพฯขึ้น
       
       ...ประวัติศาสตร์บรรทัดแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว...


 พระพุทธยอดฟ้าฯ ราชันจอมทัพ
       
       สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระนามเดิมว่า “ด้วง” หรือ “ทองด้วง” ทรงประสูติที่กรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 ตรงกับ วันพุธแรม 5 ค่ำ เดือน 4 ปีมะโรง ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เป็นบุตรของพระอักษรสุนทร(ทองดี) ข้าราชการกรมอาลักษณ์ กับท่านหยก ธิดาเศรษฐี
       
       เมื่อพระชนมายุได้ 12 พรรษา ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร กรมขุนพรพินิต ครั้นมีพระชนมายุ 25 พรรษา ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงกระบัตรเมืองราชบุรี ต่อมา พ.ศ. 2311 ได้เข้ามารับราชการในเมืองหลวงเป็น พระราชวรินทร์ ในกรมพระตำรวจหลวง
       
       ครั้งเมื่อเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญคือ ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ทรงโปรดให้สร้างพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)พร้อมกับอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ ให้ชาวไทยได้กราบไหว้บูชามาจนทุกวันนี้ 

ด้านการปกครองทรงโปรดให้ตรวจชำระกฎหมายขึ้นใหม่เรียกว่า “กฎหมายตราสามดวง” ส่วนทางด้านการศาสนา โปรดเกล้าฯ ให้มีการประชุมสังคายนาพระไตรปิฎก และจารึกเป็นอักษรบนใบลาน เรียกว่า “พระไตรปิฎกหลวงฉบับทองใหญ่” และทรงบูรณะวัดวาอารามต่างๆมากมาย รวมทั้งวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ด้วย
       
       นอกจากนี้สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ถือเป็น “ราชันจอมทัพ” แห่งกรุงรัตนโกสินทร์อย่างแท้จริง เพราะทรงเป็นจอมทัพที่กรำศึกสงครามมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และในรัชสมัยของพระองค์เองที่ทรงปกป้องบ้านเมืองให้รอดพ้นจากภัยข้าศึก ดังปรากฏในประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ ซึ่งทรงบัญชาเหล่าทหารด้วยกุศโลบายอันแยบคาย ทำให้สามารถนำชัยชนะมาสู่กองทัพไทยได้อย่างงดงาม
       
       พระบรมราชานุภาพของพระองค์จึงเป็นที่เลืองลือและยำเกรงทั่วไปในประเทศใกล้เคียง ทำให้ราชอาณาเขตของไทยขยายออกไปกว้างขวางกว่าสมัยใดๆ ในขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงปกครองด้วยทศพิธราชธรรม ทำให้ไพร่ฟ้าประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข สมกับพระปณิธานที่ตั้งไว้ว่า
       
       “ตั้งใจจะอุปถัมภก ยกยอพระศาสนา จะปกป้องขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนแลมนตรี” 

Credit http://manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000035091


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

44 ความคิดเห็น

  1. #35 Slim rabjungna (@rabjungna) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 14:06
    ชอบมากๆ เลย ขอบคุณมากน่าา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน ร้อยไหม adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อคนโบราณ
    #35
    0