Emma นางร้ายสีดำ

ตอนที่ 13 : บทที่11:เอ็มม่า...ผู้ปกครองแดนเทพ ราชวงศ์ไวท์ แคลฟเวนส์[1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

.


.


.


    โป๊ก!!


    สวัสดีค่ะทุกคน ฉันเอ็มม่าตอนนี้นั่งอยู่ในรถม้าบิน หรือก็คือเพกาซัสค่ะ และเสียงโป๊กเมื่อกี้ ก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน มันคือเสียงหัวของฉันกับอินเตอร์ที่โขกกันรอบที่155!!


    ต้องเท้าความไปเมื่อ2วันก่อน ที่ฉันเอาสร้อยไปท่านพี่กับน้องชายสุดที่รัก แล้วก็มีครูสมาแจ้งว่าวันมะรืนจะเดินทางไปเยี่ยมญาติกันที่แดนเทพ



   ฉันและทุกคนหลังจากคุยกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันไปเก็บของ ของๆฉันก็ไม่ค่อยมีอะไรส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในมิติ ฉันจึงไม่ต้องเก็บอะไรมาก



   พอถึงวันที่จะต้องออกเดินทาง ด้วยความที่ท่านพ่อไม่ได้บอกเวลานัด ฉัน พี่ออส อินเตอร์ เลยนอนกันยาวไป จนถึงตี3 ด้วยความที่ฉันเห็นคนนอนยาก ตื่นง่ายกว่าฉันจะข่มตาให้หลับก็ปาไปเที่ยงคืน และพอได้ยินเสียงคนกำลังเดินมา ด้วยสัญชาตญาณเก่า ก็ทำให้ฉันตื่นเต็มตาเลย



   จากจังหวะการเดิน ทำให้ฉันรู้ว่าเป็นพี่คลีนที่กำลังเดินมา และประตูห้องก็ถูกเปิดออก พี่คลีนที่เห็นฉันตื่นอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่พูดอะไรจับฉันโยนไปในห้องน้ำ และแต่งตัวทันที ฉันเองที่เวลาตื่นนอนมักไม่ค่อยปลอดโปร่งเท่าไหร ประกอบกับนอนน้อย เลยทำให้ฉันตามพี่คลีนไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถม้าแล้ว 



  ท่านพี่กับอินเตอร์ก็คงโดนครูสจิกมาเหมือนกัน แต่โดยรวมพี่ออสดูดีกว่าอินเตอร์เยอะเลย เพราะเจ้าน้องชายเดินขึ้นรถมาทั้งชุดนอน และในแขนยังกอดหมอนอยู่เลย!



   แต่..ที่ฉันไม่เข้าใจเลยคือ ทำไมเจ้า2พี่น้องต้องมานั่งเบียดฉันด้วย! ต้องบอกก่อนว่ารถม้าบินที่นั่งอยู่ มีขนาดประมาณบ้านเล็กๆหนึ่งหลัง และข้างในก็เป็นบ้านจริงๆ 



   ความจริงแล้วท่านพ่อสามารถใช้เวทย์เทเลพอต พาพวกเราถึงที่หมายเลยก็ได้นะ แต่ไม่รู้ว่าท่านพ่อเกิดอินดี้อะไรขึ้นมาอยากให้ลูกๆขึ้นมาชมวิวในชั้นบรรยากาศหรือยังไง เพราะงี้เราถึงต้องมานั่งรถม้าให้หัวโขกกันเล่นนี้เเหละ



      โป๊ก!!


   ฉันที่ทนการเคาะหัวเล่นกันอินเตอร์ ในรอบ156ไม่ไหว จึงลุกจากโซฟาที่มี2พี่น้องประกบซ้ายขวา ไปหาท่านแม่ที่นั่งอ่านหนังสือชิวๆอยู่บนโซฟาตัวใหญ่คนเดียว ก่อนจะนั่งข้างๆแล้วล้มตัวนอนบนตักท่านแม่โดยไม่พูดอะไรเลย



   สบายจัง~ ตอนแรกฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะนอนหลับหรอกนะ อย่างที่บอกฉันเป็นคนนอนยาก ในชาติก่อนฉันจะไม่สามารถนอนที่ไหนได้เลยถ้าไม่ใช่บ้าน หรือเตียงที่ทำให้ฉันสามารถนอนได้อย่างสบายใจ เพราะอะไรไม่รู้อาจจะเป็นความรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือจิตใต้สำนึกบอกว่านอนไม่ได้ อย่างในห้องเรียนคนอาจจะเห็นฉันฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ แต่ความจริงฉันแค่หลับตา ส่วนสมองของฉันก็ทำงานอย่างชัดเจนอยู่ตลอด มันจะเป็นแบบนี้เสมอ ถึงเเม้ว่าฉันจะง่วงมากๆก็ตาม...



    ตักท่านแม่อุ่นจัง อ่า ฉันในชาติก่อนไม่ค่อยมีโม้เม้นกับครอบครัวเท่าไหร เอาจริงๆก็มีแหละ แต่นั่นมันก่อนที่พ่อของฉันจะตาย ท่านพ่อเป็นคนรักครอบครัวมาก แม่เองก็ดูแลฉันกับน้องด้วยความรัก ตักท่านแม่เป็นที่ๆฉันอุ่นใจที่สุด แต่สุดท้ายทุกอย่างก็พังลง ตอนฉันอายุ14ปี 



    ฉันยังจำมันได้ดี ความตายของพ่อ มันเป็นเวลาประมาณ1ทุ่ม เราอยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตา ทานข้าวเย็นด้วยกันปกติ แต่ใครจะนึกว่านั่นจะเป็นมื้อสุดท้าย..



   ขณะที่ทานข้าวอยู่ก็มีเสียงระเบิดดังมาจากหน้าบ้าน ตามด้วยทิศต่างๆรอบบ้าน ฉันตั้งสติได้จึงดึงซีเวลที่ตอนนั้นอายุแค่12ปีไว้ในอ้อมกอด แล้วรีบพาน้องไปยังที่ปลอดภัยหรือก็คือชั้นใต้ดินของบ้าน โดยไม่ลืมหยืบปืนไปด้วยเพราะฉันรู้ดีว่าอยู่ไปก็จะเป็นภาระให้กับพ่อและแม่



    เวลาผ่านไปประมาณ2ชั่วโมง ที่ฉันนั่งกอดน้องให้ไม่ต้องกลัวอยู่ในห้องปลอดภัย ตอนนั้นข้างนอกเสียงการปะทะกันที่ดังอยู่ตลอดก็เงียบลง 



   ฉันที่ได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆจูงมือน้องออกจากห้องที่อยู่ ตลอดทางที่เดินมาฉันเห็นแต่ศพทั้งฝั่งเราและศัตรู ปะปนกันเต็มไปหมด เรา2คนที่เคยเห็นมาแล้ว จึงไม่ค่อยกลัวเท่าไหร 



   จนเดินมาถึงห้องอาหารที่ก่อนหน้าเรายังทานข้าวกันอย่างมีความสุข ก็ได้ยินเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายปนเสียงร้องไห้ของท่านแม่ ก่อนฉันจะรีบเดินนำน้องไป ส่วนมือก็ยังคงจับกันแน่น ภาพที่ฉันเห็นตรงหน้า...



    เหล่าบอร์ดี้การ์ด ลูกน้องบางส่วนที่รอดชีวิต บางส่วนก็พยายามรั้งแม่ของฉันไม่ให้พุ่งเข้าไป กำลังยืนล้อมรอบศพๆนึง แน่นอนว่าศพนั้นคือศพของพ่อฉันเอง



   สภาพที่เห็นความจริงมันไม่เหลือเค้าโครงของท่านพ่อด้วยซ้ำ แต่ที่ฉันจำได้คือนาฬิกายี่ห้อดังที่อยู่บนข้อมือที่ฉันเป็นคนซื้อให้ และภาพที่ฉันเห็นเลยคือ 



   สภาพศพที่เหลือแต่กระดูก มีเศษเนื้อเกาะอยู่บ้างประปราย มีเลือดนองเจิ่งเต็มพื้น และกำลังถูกกัดกินโดนแมงมุม ใช่ แมงมุม



    แมงมุมพิษกว่าร้อยชีวิต กำลังกัดกินเศษเนื้อที่เหลืออยู่อย่างหิวกระหาย เท่านั้นยังไม่พอ พวกมันกว่าร้อยตัวยังคงกินกระดูกของพ่อฉันต่อไปเรื่อยๆ กระโหลกศีรษะ กระดูกซี่โครง กระดูกแขนขา พวกมันต่างกัดกินราวกับขนม 



    ก่อนที่กระดูกท่านพ่อจะไม่เหลือ ลูกน้องคนสนิทคนนึง ก็รีบวิ่งมาในมือถือสิ่งที่คล้ายกับถังดับเพลิงขนาดกลางฝ่าวงล้อมเข้ามาแล้วฉีด ฟ่นสิ่งที่อยู่ข้างในไปที่แมงมุมเหล่านั้นทันที 



   ทางด้านฉันที่ตั้งแต่เห็นภาพตรงหน้า ก็รีบดึงซีเวลที่อยู่ด้านหลังในหันหน้ามาหาฉัน ก่อนจะกอดแน่นอก เพราะน้องชายจะไม่ได้ต้องเห็นในสิ่งที่ฉันเห็น คงเพราะตัวฉันที่สั่นราวกับเจ้าเข้า ตายังคงจับจ้องอยู่ที่เดิมตั้งแต่เข้ามา ไม่กระพริบตา ซีเวลคงรู้สึกได้ว่าฉันกลัวจึงไม่ขัดขืนแล้วยังกอดปลอบฉันอีกด้วย



   กว่า15นาทีที่ลูกน้องคนสนิทยังฉีดพ่นสารอะไรบางอย่างไปที่เหล่าแมงมุม จนไม่เหลืออะไรให้ฉีด ทิ้งไว้สักพักควันก็เริ่มจางหายไป แมงมุมตอนแรกที่กัดกันพ่อฉันอย่างเมามันก็ล้มตายไปในที่สุด 



    ท่านแม่ที่เป็นลมล้มลงตั้งแต่ลูกน้องถือถังเข้ามา กำลังถูกบอร์ดี้การ์ดคงนึงอุ้มอยู่ ส่วนน้องชายก็ยังคงกอดแล้วซุกหน้าเข้าหาฉันไม่ยอมปล่อย เหลือแต่ฉันในอายุ14ปีที่สามารถจัดการทุกอย่างที่วุ่นวายได้



    ฉันจึงบอกในซีเวลไปรอฉันที่ห้องนอน โดยไม่ต้องหันกลับมามอง พอน้องไปแล้วฉันข่มความกลัวตัวเองให้ลึกที่สุด แล้วนึกถึงหน้าท่านพ่อก่อนจะสั่งการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว 



    กว่าจะหยุดเหตุวุ่นวาย และจัดการสิ่งที่เหลืออยู่ได้ก็กินเวลาไปทั้งคืน ยังดีที่คฤหาสน์ที่อยู่ในตอนนั้นเป็นแค่บ้านพักตากอากาศบนเกาะที่ท่านพ่อซื้อไว้สำหรับพักผ่อน จึงไม่ค่อยมีอะไรสำคัญมาก ฉันจึงสั่งในขนทั้งคนทั้งของที่เอามาได้ออกมา 



   และฉันก็สั่งให้ลูกน้องทั้งหมดจุดไฟเผา

โดยเป็นฉันเองที่โยนคบเพลิงลงไปในน้ำมัน 



   ฉันยืนมองดูคฤหาสน์ที่ถูกเผาไหม้ พร้อมศพของมิตรและศัตรู รวมถึงซากกระดูกที่เหลืออยู่เล็กน้อยของท่านพ่อ อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ในมือถือนาฬิกาที่ฉันพึ่งซื้อให้พ่อเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเดือนก่อน ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินจากดวงตาคู่งาม โดยไม่มีท่าทีจะหยุด..


.


.


    หลายเดือนผ่านไป จากเหตุการณ์ในวันนั้นมีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ท่านแม่ที่ฟื้นขึ้นมาในวันถัดไปเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เข้มงวด และเย็นชาขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อนที่

เข้มแข็งและอ่อนโยน หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนแม่ก็ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูล แล้วฝึกวิชาการต่อสู้ในฉันและน้องหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 



    และจากการตรวจสอบการตายของท่านพ่อ คือท่านโดนพิษแมงมุมไร้พ่าย เป็นพิษชนิดหนึ่งของเกาะทางตอนใต้ โดยพิษนี้จะไม่หยุดเล่นงานจนกว่าเป้าหมายจะสิ้นชื่อ! แล้วเกาะนั้นก็อยู่ใต้การปกครองของตระกูลคู่อริ



   เมื่อรู้ดังนั้นฉันจึงจัดการไปฆ่าล้างตระกูลพวกมันไม่เหลือซาก และความจริงอีกอย่างที่ได้รู้ในตัวฉันคือ



    ฉันเป็นโรคกลัวแมงมุมหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าArachnophobia เป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่ง ฉันพยายามจะรักษาให้หายแต่ดูเหมือนว่า อาการฉันมันยากที่จะรักษาให้หาย ฉันจึงหลีกเลี่ยงมันแทน อาการฉันน้อยคนที่จะรู้แล้วการที่ฉันเป็นโฟเบียนี่ มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำตระกูลต่อจากท่านแม่ ฉันจึงเลือกที่จะสนับสนุนน้องอยู่ในเงาแทน



    และความรู้สึกอุ่นใจเวลานอนตักท่านแม่ฉันก็ไม่ได้สัมผัสอีกเลย จนตอนนี้มันเลือนลางเต็มที...


.


.


.


.


     "เอ็มลูก เอ็ม!" เสียงปลุกทำให้ฉันตื่นจากฝันที่โหดร้าย ฉันลืมตามาก็เห็นหน้าท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ชาย น้องชายในโลกนี้กำลังมองฉันด้วนสายตาเป็นห่วง



   "ร้องไห้ทำไมลูก ฝันร้ายหรอ?" ท่านแม่บอกฉันน้ำเสียงดูเป็นกังวลมาก อ่า นี่ฉันถึงกับร้องไห้เลยหรอ



    "ลูกกอดแม่แรงมาก เป็นอะไรมั้ยลูก" คราวนี้เป็นท่านพ่อที่พูดกับฉัน และยังเอื้อมมือมากลูบผมคล้ายปลอบโยนด้วย ความอบอุ่นนี้ฉันได้มันกลับมาแล้วสินะ



   "ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะพอดีฝันร้ายนิดหน่อยค่ะ ท่านแม่เจ็บมากมั้ยคะ" ฉันบอกทุกคนแล้วหันมาขอโทษท่านแม่ "ไม่เลยลูก ถ้ามันช่วยคลายความกลัวให้ลูกได้บ้าง" พูดจบก็ดึงฉันเข้าไปกอดอย่างอ่อนโยน


.


.


.


    "ถึงสักที" อินเตอร์พูดขึ้นเมื่อรถก้าวเท้าลงจากรถม้า ตอนนี้เราถึงแดนเทพแล้ว ที่ๆฉันยืนอยู่ตอนนี้คือหน้าพระราชวังแดนเทพ



'แดนเทพ'



    ส่วนใหญ่จะถูกรายล้อมด้วยก้อนเมฆ เพราะแดนเทพเป็นเกาะลอยฟ้า แดนเทพจะมีพื้นที่1ส่วน5ของโลก ครอบคลุมพื้นที่ในทะเลทั้งหมดรวมถึงทะเลที่ประเทศโทจิมีชายแดนติดด้วยนะ 



     และทะเลด้านล่างก็เป็นที่อยู่ของเผ่าใต้น้ำพวกเงือก หรือไซเรน เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากตายไม่ควรไปยุ่งย่าม ทะเลสวยๆไม่ใช่ปลอดภัย



   ต้องอธิบายก่อนว่าแดนมนุษย์ต่างจากแดนเทพและปีศาจ ตรงที่แดนมนุษย์จะแบ่งเขตการปกครองออกเป็น3ส่วน โดยคนปกครองประเทศนั้นๆจะถูกเรียกว่า 'ราชา' แต่แดนเทพกับปีศาจภายในพื้นที่ทั้งหมดจะไม่แบ่งการปกครอง จะถูกปกครองด้วยราชวงค์เดียวเท่านั้น จึงทำให้ถูกเเรียกว่า'จักรพรรดิ' ที่มีศักดิ์สูงกว่าราชานั่นเอง



     และเรื่องเผ่าพันธุ์ เช่น เผ่ามนุษย์หมาป่า ภูติ แม่มด หรืออะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมดทั้งมวลจะรวมอยู่ใน แดนเทพ กับแดนปีศาจ โดยแต่ละเผ่าจะมีการปกครองในแบบตนเองโดยผู้นำจะถูกเรียกว่าราชา และจะถูกปกครองอีกทีโดยแดนเทพและปีศาจ แต่ก็ต้องแบ่งหมวดหมู่ให้ชัดเจนด้วยนะ อะไรที่ดูดำๆมืดๆก็อยู่หมวดปีศาจ อะไรที่สว่างๆก็อยู่แดนเทพ



    แต่จะมีอีกจำพวกที่มีฉันรวมอยู่ในนั้นด้วย จะไม่มีเผ่าพันธ์ แต่จะถูกแบ่งออกเป็นโซนพิเศษ คือเทพชั้นสูง กับปีศาจชั้นสูง จำพวกนี้จะสังเกตุได้โดยปีก เทพและปีศาจขั้นสูงจะมีปีกที่ทำให้บินได้ เทพปีกขาว ปีศาจปีกดำ



   แต่กับครอบครัวฉันมันจะค่อนข้างแปลก คือสายเลือดฉันมันเป็นการรวมกันระหว่างเทพ+ปีศาจ ดังนั้นการจะแยกหมวดหมู่จะต้องดูว่ามีสายเลือดไหนในตัวมากกว่าถูกมั้ย



   และแปลกตรงที่ว่าพวกเรา3พี่น้องสามารถเลือกได้ว่าเวลาไหนจะเป็นเทพ เวลาไหนจะเป็นปีศาจ หรือจะเป็นทั้งคู่เลยก็ได้ แบบว่าถ้าไปแดนปีศาจสามารถแผ่กลิ่นอายความเป็นปีศาจสายเลือดแท้ได้ แล้วท่านปู่เคยตรวจสอบดูกลิ่นอายที่มีตอนนั้นดูแล้ว มันคือปีศาจสายเลือดแท้จริงๆ แท้แบบไม่มีอะไรผสมเลย แน่นอนว่าตอนเป็นเทพก็เหมือนกัน



   ฉันเคยบอกใช่มั้ยว่าเมื่อก่อนท่านแม่มีผมขาว พอคลอดพี่ออสผมก็เป็นเป็นดำ แน่นอนว่า

กลิ่นอายก็เปลี่ยนเหมือนกัน จะมีกลิ่นอายปีศาจเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากถึงกับสายเลือดแท้ และมันหาสาเหตุไม่ได้ท่านปู่เลยให้พวกเราแสดงออกอย่างที่ควรเป็นเพื่อป้องกันคนไม่หวังดี




    ฟิ้วว~ เคร้งๆ

 

  เสียงอาวุธปะทะกันทำให้พวกเราต้องหยุดเดิน แล้วหันไปมองข้างหลังเป็นท่านพ่อที่กำลังต่อสู้อยู่กับชายคนนึง ยังไม่ทันที่จะเข้าไปช่วย ชายที่สู้กับท่านพ่อก็หยุดโจมตี แล้วพูดว่า


"ฝีมือไม่เคยตกเลยนะ แอนดริว" 






    





~•~•~•~•~•~•


  


   ตอนนี้มีแต่ บรรยาย บรรยาย และ บรรยาย

บทพูดน้อยมากค่ะ 

   

   ตอนนี้เราพูดถึงอดีตซะส่วนใหญ่ ไรท์บรรยายให้เข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน

Commentบอกด้วยนะคะ  มันค่อนข้างจะดราม่า ไรท์อยากให้เข้าใจถึงความเจ็บปวดของหนูเรียล่ะค่ะ


   และปัญหาการนอนไรท์เขียนออกมาจากประสบการณ์จริงค่ะ มันแย่มาก



  ปล.ไรท์ทิ้งปมเรี่ยราดไปมั้ยคะ?









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

93 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 03:09
    ตอยฉากที่เล่าถึงพ่อนี่ภาพมาเลย แงงง
    #85
    0
  2. วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 06:46
    กินอาย=กลิ่นอาย
    #65
    0
  3. วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 06:43
    แมงมุมขยุมหัวใจของแท้
    #64
    0