ซ่อนหัวใจ ไว้ในรอยรัก (E book on MEB)

ตอนที่ 4 : Chapter 2 : ถอนหมั้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    26 ม.ค. 62

ร่างบางของดีไซเนอร์สาวที่วันนี้รวบผมเป็นจุกสูงรับศีรษะทุย และสวมเสื้อกล้ามรัดรูปสีดำคว้านลึกจนเห็นแผ่นหลังเนียนใสกับกางเกงยีนส์สกินนี่สีซีด ปลายเท้าเรียวห่อหุ้มด้วยรองเท้าส้นสูงสีดำแบบเปลือยเท้า ร่างบางกำลังเดินลงบันไดใหญ่กลางบ้าน ก่อนจะเข้าไปยังห้องรับแขกเพื่อตามหาเพื่อนรักที่มารับเธอ แต่ก็ไม่พบ “พอลลี่อยู่ไหนคะพี่น้อย” เมลดาถามถึงเพื่อนสนิทกับสาวใช้ที่กำลังเดินผ่านห้องรับแขก

“อ้อ คุณพอลลี่อยู่ในห้องอาหารกับคุณหญิงกับท่านค่ะ”

“อ้าว พ่อกับแม่ยังอยู่เหรอ ไหนบอกมีธุระแต่เช้า”

เพราะเมื่อวานพลตำรวจโท ธีรวรานุรักษ์ นายตำรวจใหญ่วัยใกล้เกษียณแต่ยังดูแข็งแรง และคุณหญิงดารารัตน์ ธีรวรานุรักษ์ ภรรยาคนสวยที่หน้าตาอ่อนวัยกว่าอายุอยู่มาก คุณพ่อคุณแม่ของเมลดาแจ้งว่าไม่ได้ไปรับเธอที่สนามบิน

เนื่องจากติดภารกิจด่วน รวมถึงตอนเช้าของวันเสาร์ด้วย ส่วนตอนเย็นท่านทั้งสองได้

นัดเมลดาลูกสาวคนเดียวให้ไปเจอกันที่ร้านอาหารใจกลางเมืองเลย

“ท่านบอกว่าเลื่อนไปตอนบ่ายค่ะ ตอนเช้าเลยอยู่บ้านรอเจอหน้าน้องเมล์ก่อนค่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง พี่น้อยกระโปรงสวยนะ สีนี้กำลังมา” ดีไซเนอร์สาวแซวสาวใช้ ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เมลดากลับไม่ให้เรียกเธอว่าคุณ ให้เรียกน้องเมล์จะได้ดูกันเองมากกว่า

“ฮี่ๆ ใช่ไหมคะ แม่ชื่นตาไม่ถึงหาว่าน้อยจะไปรำวงที่งานวัดรึไง เหลืองอร่ามเชียว” สาวใช้ยืดอกรับคำชม

เสียงหัวเราะครื้นเครงดังมาจากห้องอาหารบ้านธีรวรานุรักษ์ ที่มีพชรคอยขยันมาสร้างเสียงหัวเราะให้บ้านหลังใหญ่ที่อยู่กันเพียงสี่คนไม่ให้เงียบเหงา ถ้านับตอนที่เมลดาไม่อยู่ก็มีแค่ผู้ใหญ่สามคนเท่านั้น นั่นก็คือคุณพ่อคุณแม่ และคุณยายของดีไซเนอร์สาว

“คุยอะไรกันคะ หัวเราะเสียงดังไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” ลูกสาวคนเดียวของบ้านทักทายทุกคนที่นั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะอาหารตัวใหญ่ซึ่งบนโต๊ะมีชา กาแฟ อาหารจำพวกสลัด และอาหารเช้าสไตล์อเมริกัน ที่แม่ชื่นแม่บ้านใหญ่จัดเตรียมไว้ต้อนรับคุณหนูคนสวยของเขา

“ยายหนู ลงมาแล้วเหรอลูก มาๆ นั่งๆ ดูแม่ชื่นเตรียมของไว้ซะอย่างกับฉันมีลูกสักสิบคน” กฤษณ์ทักทายลูกสาวแล้วหันไปเอ่ยแซวแม่บ้านใหญ่ที่ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่เมลดากลับมาอยู่เมืองไทย

เมลดาเดินเข้าไปใกล้ๆ บุคคลที่นั่งหัวโต๊ะ กางแขนเรียวสวมกอดคุณพ่อของเธอแน่นให้สมกับความคิดถึง “คิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ แม่ด้วยนะคะ” แล้วเดินอ้อมไปหอมแก้มดารารัตน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ

“พูดอย่างกับไม่เจอกันนาน เพิ่งเจอกันอาทิตย์ที่แล้วเองนะยายเมล์” ดารารัตน์

ย่นจมูกใส่ลูกสาวเบาๆด้วยความหมั่นไส้ เพราะสัปดาห์ก่อนหน้าที่เมลดาจะกลับมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวร ท่านทั้งสองได้บินไปช่วยลูกสาวตรวจสอบความเรียบร้อย และหลายครั้งที่มีโอกาสท่านทั้งสองก็มักจะไปหาลูกสาวคนเดียวอยู่บ่อยๆ เหมือนว่าสี่ปีนั้นผ่านไปเร็วเหลือเกิน

“ก็คิดถึงจริงๆ นี่คะแม่ ตั้งหนึ่งอาทิตย์เลยต่างหาก”

เมลดากวาดสายตามองอาหารนานาชนิดที่แม่ชื่นจัดไว้บนโต๊ะพร้อมกับนั่งลงข้างๆ คุณแม่ของเธอ ก่อนจะหันไปส่งรอยยิ้มให้แม่บ้านใหญ่ “ว้าว น่าทานทุกอย่างเลยค่ะแม่ชื่น คิดถึงฝีมือแม่ชื่นที่สุดในโลก ขอบคุณนะคะ”

แม่บ้านใหญ่ยิ้มกว้างหน้าบานดีใจที่คุณหนูกลับมาอยู่บ้าน ไม่ต้องไปอยู่ไกลๆ แบบที่ผ่านมา เมลดายังจำได้ไม่ลืม เมื่อสี่ปีก่อนที่เธอกำลังจะไปศึกษาต่อ แม่บ้านใหญ่ร้องห่มร้องไห้กลัวเธอจะไปลำบาก “ทานเยอะๆ นะคะคุณหนู” นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เมลดาไม่ค่อยชอบใจนักที่แม่บ้านใหญ่เรียกเธอเสียห่างเหิน แต่ก็ว่าไม่ได้ นานๆ ไปก็มักจะชินไปเอง เพราะความรักความห่วงใยที่คนแก่คนนี้มอบให้เธอก็ไม่ได้น้อยไปกว่าแม่แท้ๆ อย่างดารารัตน์เลย

“คุณดูลูกสาวคุณสิคะ ขี้อ้อนเป็นเด็กๆ ไปได้ ทำตัวไม่รู้จักโต”

“ฮ่าๆ ดีซะอีก จะได้เป็นยายหนูตัวน้อยๆ ของพ่อไปนานๆ” กฤษณ์ค้านภรรยา เลือกที่จะอยู่ข้างลูกสาวที่ปกติน้อยครั้งจะทำแบบนี้

“พ่อขา ไม่น้อยนะคะ กินจุขนาดนี้ สักวันจะอ้วนเป็นช้าง” พชรที่วันนี้มาร่วมโต๊ะกับที่บ้านเพื่อนสาวหยอกล้อเมลดาเรื่องที่เธอมักจะตื่นเต้นกับอาหารทุกชนิดเสมอ

“นั่นสิพอลลี่ แม่ว่าจะมีบ้านไหนรับลูกสาวแม่ไปเลี้ยงบ้างไหมเนี่ย เอาๆ ค่อยๆ กินสิยายเมล์”

“ไม่มีคุณพ่อก็เลี้ยงไงคะ เอ๊ะ พ่อกับแม่รู้เรื่องเมล์กับพี่ธามแล้วเหรอคะ” เมลดา

ตกใจที่กฤษณ์และดารารัตน์พูดเหมือนไปรู้อะไรมา

“เจ้าธามมาบอกด้วยตัวเองแล้วล่ะ ทำไมลูกไม่บอกพ่อกับแม่มาตรงๆ”

“ก็หนูไม่รู้จะเริ่มยังไง แต่หนูไม่ได้ไม่คิดจะบอกนะคะ คุณพ่อไม่โกรธใช่ไหมคะ”

กฤษณ์จับมือลูกสาวเบาๆ “พ่อจะโกรธเพราะหนูทำตัวเองให้ไม่มีความสุขนี่แหละ”

“คุณพ่ออ่า หนูไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนเป็นห่วงซะหน่อย นี่ตอนนี้หนูมีความสุขม๊ากมากที่ได้กลับมาอ้อนคุณพ่ออีก”

“ฮ่าๆ เอาแบบนั้นเลยเหรอลูก เลี้ยงมายี่สิบห้าปีแล้ว นี่พ่อลองไปเปิดกล่องสมบัติพ่อที่หายไปอย่างกับเลี้ยงลูกสักสิบคน”

“คุณพ่ออ่า ยังไงเมล์ก็จะเกาะคุณพ่อไปจนแก่แน่นอน เตรียมหาสมบัติมาเติมได้เลย”

“แน่ใจนะว่าไม่มีบ้านไหนมารับไปเลี้ยงจริงๆ พ่อว่ามีอยู่นา แถมกล่องสมบัติ จะเยอะกว่าพ่ออีกนะ นี่ถ้าเขามาขอพ่อรีบยกให้เลยดีไหม ” กฤษณ์สบตากับภรรยาและเพื่อนสนิทของเมลดาที่มานั่งร่วมโต๊ะกันวันนี้

“ฮ่าๆ คุณพ่อขา เอาใจพอลลี่ไปเลยค่ะ”

“แม่ดูสิคะ คุณพ่อจะขายหนูเอาสมบัติมาเติมที่คุณพ่อบอกว่ามันหายไปเพราะหนูอ่า”

“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะของทุกคนดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกัน

“เมล์ ถ้าคุณย่าพลอยกลับมา อย่าลืมแวะไปกราบคุณย่า แล้วคุยกับท่านด้วยนะลูก”

“ค่ะแม่ เดี๋ยวเมล์กับพี่ธามจะรีบจัดการให้เรียบร้อยค่ะ ว่าแต่อีกนานไหมคะ กว่าคุณย่ากับคุณยายจะกลับมา”

“ยังไม่มีกำหนดเลย แต่น่าจะอีกสักพัก คงเห่อเหลนคนใหม่” ดารารัตน์พูดถึง

คุณย่าของธามที่พาคุณยายของเมลดาไปเที่ยว และช่วยดูแลลูกชายของพี่สาวธามที่ย้ายตามสามีนักธุรกิจไปอยู่ฮ่องกง

“อ๋อ ค่ะ”

“อีกเรื่องหนึ่งยายหนู แล้วคอนโดที่ให้แม่กับพ่อดูให้นี่ตกลงจะเอายังไง ชอบแบบไหน หรือสนใจโครงการไหนเป็นพิเศษรึเปล่า นี่ๆ ที่แม่ไปดูมาก็มีดีๆ หลายโครงการนะ” ดารารัตน์กล่าวถึงธุระที่เมลดากับพชรจะไปจัดการวันนี้ เมลดาได้ขอให้คุณพ่อและคุณแม่ของเธอได้ช่วยเลือกคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองแถวๆ สีลมให้เธอ เนื่องจากดีไซเนอร์สาวจะกลับมาทำธุรกิจห้องเสื้อแบรนด์ของเธอเองที่คิดริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ครั้นจะตัดสินใจกลับเมืองไทย จึงอยากมีที่พักอาศัยไว้ใกล้ๆ ย่านธุรกิจที่ร้านของเธอกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า เพราะบ้านของเธอนั้นอยู่ไกลถึงแจ้งวัฒนะ ซึ่งกฤษณ์และดารารัตน์ก็เห็นด้วยเนื่องจากงานของเมลดาเองนั้นกะเกณฑ์เวลาไม่ค่อยได้

“เมล์ไม่รู้เลยค่ะ คุณพ่อแนะนำหน่อยสิคะ” ดีไซเนอร์สาวหันไปขอความเห็นจากคุณพ่อของเธอ มือที่ถือช้อนก็ตักสลัดเข้าปากไปด้วย

“จริงๆ ถ้าหนูอยากได้แถวๆ สีลมก็มีสองสามโครงการนะ แต่พ่อว่าพ่อชอบโครงการของธาดา กรุ๊ปมากที่สุด ชื่อโครงการอะไรนะคุณหญิง”

“ควีนส์ปาร์ค เดอะ เรสซิเดนซ์ค่ะ ใช่ๆ แม่กับพ่อแล้วก็พอลลี่อีกคนไปดูมาแล้ว ฟังก์ชันการใช้งานครบทุกความต้องการของลูกแน่นอน”

“เหรอพอลลี่ แกมีเปอร์เซ็นต์กับยายเคทรึเปล่าเนี่ย แกไซโคพ่อกับแม่ฉันใช่ไหม”

พชรยักไหล่กวนๆ “ยายเคทน่ะไม่มี แต่พี่คีย์ไม่แน่ อุ๊บส์!”

เมลดาทำตาดุใส่เพื่อนรักทันทีที่ริอ่านล้อเลียนเธอ

“พ่อกับแม่ว่าอย่างนั้นเหรอคะ”

“เนี่ยวันนี้ก็ให้พอลลี่พาไปดูสิ แม่กับพ่อว่าดี แต่ไม่รู้จะถูกใจลูกรึเปล่า”

“ใช่ลูก ลองไปดูก่อน ถ้าไม่ถูกใจก็มีอีกสองสามโครงการ พ่อส่งข้อมูลให้ในอีเมล

หนูแล้วนี่ เปิดๆ ดู แต่ถ้าเป็นควีนส์ปาร์คเขาอาจจะให้เราฟรีๆ พ่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินเนอะลูกเนอะ ฮ่าๆๆ” คุณพ่อยังมิวายล้อเลียนลูกสาวสุดที่รักตามพชรอีกคน

“อร๊ายยยย คุณพ่อเอาใจพอลลี่ไปอีกเลยค่ะ เดี๋ยวเราค่อยคุยเรื่องเปอร์เซ็นต์กันทีหลังนะคะ”

“ฮ่าๆๆๆๆ” กฤษณ์หัวเราะเสียงดัง ยิ้มกริ่มให้กับพชร ดีใจที่มีกำลังเสริมช่วยแกล้งลูกสาว

“คุณพ่ออ่า หนูไม่คุยด้วยแล้ว”


“อย่างที่ลูกค้าได้ทำการบ้านมานะคะ โครงการของเราตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ดิฉันขออนุญาตแนะนำโครงการสักเล็กน้อยนะคะ โครงการนี้เป็นโครงการตัวท็อปสุดของธารา กรุ๊ปในตอนนี้เลยค่ะ ซึ่งเราจะเจาะตลาดระดับบน ทำเลที่ตั้งก็อย่างที่ทราบ เราอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า ตึกออฟฟิศสำนักงาน แค่ก้าวพ้นประตูโครงการไปก็เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานครได้ใกล้มากๆ ส่วนกลางของโครงการเดี๋ยวดิฉันจะพาไปชมนะคะ สวนด้านหลังจัดให้มองเห็นเป็นมุมกว้างสบายๆ เยื้องๆ ไปนั่นก็จะเห็น ธาดา ทาวเวอร์ อย่างที่เห็นว่าลักษณะของตึกนั้นสวยงามมาก”

“หนูพอลลี่” ระหว่างที่ฟังการแนะนำโครงการจากพนักงานต้อนรับลูกค้า ก็มีเสียงจากด้านหลังเรียกพชร

“คุณป้า สวัสดีค่ะ” พชรยกมือไหว้ญาดา คุณแม่ของชญาดาเพื่อนสนิทอีกคน

ในแก๊งบิงซู

“อ้าว หนูเมล์ โห สวยมาก ไหนๆ ขอป้ากอดหน่อยสิจ๊ะ ไม่เจอกันนานเลยเนอะ”

ญาดาทักทายเพื่อนสนิทลูกสาวพร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดเธอ อย่างที่ญาดากล่าวว่าไม่ได้พบเมลดาอีกเลย หลังจากที่พวกเด็กๆ เรียนจบ คนอื่นๆ ก็พอจะได้เจออยู่บ้าง แต่สำหรับดีไซเนอร์สาวที่ไปอยู่ต่างประเทศนาน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่พบกันหลังจากเวลาผ่านไปสี่ปี

“สวัสดีค่ะคุณป้า คุณป้าสบายดีนะคะ ยังสาว ยังสวยอยู่เลย ต้องสบายและแข็งแรงมากๆ เลยใช่ไหมคะ”

“ยังน่ารัก แล้วก็ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ แล้วนี่มาดูโครงการเหรอจ๊ะหนูเมล์ เห็นพ่อกับแม่ของหนูโทร.ไปปรึกษาคุณลุงอยู่” พูดไปญาดาก็จับจูงมือของ เมลดาไปด้วย

“แหนะ ที่แท้ก็คุณลุงนี่เอง คุณพ่อชมยกใหญ่เลยค่ะว่าโครงการนี้ดีมากๆ แล้วคุณป้า เอ่อ…มีธุระที่นี่เหรอคะ”

“ใช่จ้า ป้ามากับเพื่อน เขามาดูให้ลูกสาวเหมือนกัน จริงๆ สามีเขามาจองไปแล้วล่ะ แต่เพื่อนป้ายังไม่เห็น ว่างๆ เลยมาเป็นเพื่อนเขาหน่อย แต่เสร็จแล้ว เอ้อ…นี่ๆ เดี๋ยวพี่คีย์พี่คริสมารับป้า เราไปทานกลางวันด้วยกันดีไหม”

“ดีค่ะ” พชรรีบตอบรับคุณแม่ของชญาดาทันที

ญาดายิ้มกว้างให้เพื่อนรักของลูกสาวทั้งสอง “นั่นไง พี่เขาโทร.มาแล้ว”

ระหว่างที่ญาดาคุยโทรศัพท์กับลูกชาย เมลดาก็หันไปทำหน้ายักษ์กับเพื่อนซี้ตัวแสบที่ขยันหางานมาให้เธอ “พอลลี่ แกจะบ้าเหรอ ไปรับปากคุณป้าทำไม”

“นี่เป็นโอกาสอันดีนะยายเมล์ ไม่เริ่มตอนนี้แล้วจะเริ่มตอนไหนฮะ ไหนแกบอกจะเดินเครื่องง้อพี่คีย์ไง”

“โอ๊ย เรื่องเมื่อคืนยังไม่ออกจากหัวฉันเลย นี่แกจะหาเรื่องมาให้ฉันอีกแล้วเหรอเนี่ย ฉันยังไม่พร้อม”

ยังไม่ทันที่พชรจะเถียงต่อกับเมลดา ญาดาที่คุยกับลูกชายเสร็จแล้วก็เข้ามาเสียก่อน “เด็กๆ ไปเร็ว พี่เขามาแล้ว เราเดินขึ้นไปทานที่รินธาดากัน ส่วนเรื่องคอนโดเดี๋ยวคุยกับพี่เขาเลย ไปทานข้าวกันก่อน เดี๋ยวให้พี่เขาพามาเดินดูอีกรอบ” ญาดาหมายถึงโรงแรมในเครือของธาดา กรุ๊ป ที่ตั้งอยู่ข้างๆ คอนโดที่ทั้งหมดยืนอยู่

โอ๊ย ฉันไม่น่ามาดูโครงการนี้เลย กลับมาถึงสองวัน เจอกันทุกวัน ปีนี้ก็เจอกันไปเลยสามร้อยหกสิบห้าวันเลยไหมล่ะ

ดีไซเนอร์สาวคิดไม่ตกได้แต่เดินตามเพื่อนสนิทกับแม่ของเพื่อนสนิทไป

เมื่อเดินพ้นมุมห้องไปพชรก็มองเห็นคริสเป็นคนแรก วันนี้วันหยุดชายหนุ่มแต่งตัวสบายๆ ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวเนื้อดีถูกพับอย่างลวกๆ กับกางเกงขาสั้น สีเทา ส่วนปลายเท้าหุ้มด้วยแอร์เมสหุ้มส้นสีเทา “พี่คริสสสส สวัสดีค่า”

“พอลลี่ สวัสดีครับ เสียงใสมาแต่ไกลเชียว อ้าว น้องเมล์ด้วย”

“สวัสดีค่ะพี่คริส เราสองคนมาดูห้องที่โครงการกันค่ะ” เมลดายิ้มกว้างให้กับคนที่มาใหม่

“พี่เราล่ะ” คุณแม่ยังสวยถามถึงลูกชายคนโตที่บอกจะมาด้วยกัน แต่มือข้างหนึ่งยังคงจับกับเมลดาไว้อยู่

“นั่นไงครับแม่”

“สวัสดีค่ะพี่คีย์ แหม เหมือนเราเพิ่งแยกจากกัน เจอกันอีกละ” พชรทำสายตาล้อเลียนเอ่ยทักทายคีตะ ส่วนคีตะนั้นแต่งกายตรงข้ามกับน้องชายโดยสิ้นเชิงเพราะตอนเย็นผู้บริหารหนุ่มมีนัดสำคัญ เขาจึงต้องสวมเสื้อสูทและกางเกงสแล็กสีน้ำเงินเข้มข้างในเป็นเชิ้ตสีขาวกับรองเท้าหนัง

ส่วนเมลดาก็สวิตช์ดับอัตโนมัติเมื่อพบใครบางคน เธอเพียงแค่ยกมือไหว้คีตะเท่านั้น ไม่ได้เปล่งเสียงอะไรออกมา

“ครับพอลลี่” คีตะยกมือรับไหว้พชรพร้อมกับรับไหว้จากเมลดาด้วยอีกคน

“คีย์ วันนี้แม่มีแขกไปกับเราด้วยนะ โอ๊ย…ดีใจ ไม่ต้องทานข้าวกับหนุ่มๆ ที่คุยกันแต่เรื่องงาน มีสาวๆ ไปด้วยแม่ค่อยสบายใจหน่อย”

ระหว่างที่ผู้เป็นแม่บอกเล่าถึงความสุขของเธอเอง สาวสวยที่ถูกปล่อยมือจากแม่ของเพื่อนก็ก้มหน้าก้มตาเดินตามผู้ใหญ่ไป เสียงพูดคุยที่ดังเป็นระยะๆ มีแต่สามคนที่เดินนำหน้าไปอย่างญาดา คริส และพชรเท่านั้น ที่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคีตะเพียงแค่เดินตามทุกคนไปอย่างเงียบๆ แต่สายตานั้นยังคงสะกดที่ร่างบางของดีไซเนอร์สาวอยู่ไม่ได้ละไปไหน คิ้วเข้มขมวดขึ้นเพราะสะดุดกับแผ่นหลังเนียนของเธอ

แต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง

อารมณ์ชักจะอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง หัวเสียกับแม่สาวตัวยุ่งของเขาไม่น้อยที่ชอบทำให้คนอื่นมองอยู่เรื่อย

คนบ้า ทักเมล์สักคำไม่ได้รึไง ทำแบบนี้อึดอัดจะตายอยู่แล้ว หึ นังพอลลี่นะนังพอลลี่ บอกว่าไม่พร้อมๆ โอ๊ย ฮือๆ จะรอดไหมเรา...โอเค เมลดาใจเย็นๆ มีสติ ห้ามตื่นเต้น

ยิ่งอยู่ในสถานการณ์นั้นนานเท่าไรเมลดาก็ยิ่งคิดฟุ้งซ่านขึ้นเรื่อยๆ

“เมล์จ๊ะ ได้ยินที่ป้าพูดไหมจ๊ะ” เสียงจากญาดาทำให้เมลดาตื่นจากภวังค์

“คะ เอ่อ…ขอโทษค่ะ คุณป้าว่าอะไรนะคะ”

“อยากทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า ที่นี่มีร้านอาหารหลากหลายชาติอยู่นะจ๊ะ”

“เอ่อ…เมล์แล้วแต่ทุกคนค่ะ พี่คริสมีอะไรแนะนำไหมคะ เป็นเจ้าถิ่นนี่คะ”

เมลดาเลือกที่จะไปถามคริสแทนที่จะเป็นอีกคน

 จะให้ถามเขาได้อย่างไร ไม่คุยด้วยสักคำ เอาแต่จ้องอยู่ได้ แค่มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็อึดอัดจะตายแล้ว แล้วที่พกความมั่นใจมาตั้งแต่ลอนดอน สรุปคือหายหมดจ้า

“งั้นอาหารไทยไหมเมล์ ไปอยู่ที่อื่นตั้งนาน คงอยากทานอาหารไทยมากกว่า”

“ดีค่ะ” เมลดาพยักหน้ายิ้มกว้างให้คริส

แล้วคริสก็พาทุกคนมายังห้องอาหารที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศไทยแท้ อาหารที่นี่ยังคงเป็นต้นตำหรับโบราณที่ค่อนข้างหาทานได้ยาก ด้วยเชฟมืออาชีพและฝีมือการแกะสลักผักผลไม้อย่างประณีต จนชาวต่างชาติที่มารับบริการในที่นี้ต่างชื่นชมและประทับใจไปตามๆ กัน คริสเดินไปพูดคุยกับผู้จัดการร้านที่มาต้อนรับ เนื่องจากเขาไม่ได้จองไว้อย่างเป็นทางการ

“แม่ครับ วันนี้เราไม่ได้จองไว้ อาจจะไม่ได้มุมที่ดีที่สุดนะครับ”

“อ๋อๆ ไม่เป็นไรจ้า” ญาดายิ้มให้กับพนักงานแสดงถึงความเป็นกันเอง “วันนี้เอาที่เขาสะดวกจัดให้เรา ไว้คราวหน้าเราก็มาอีกครั้งเนอะ หนูเมล์ หนูพอลลี่ ที่นี่น่ะคุณลุงเขาชอบมาก มีมุมโปรดที่สวยมากๆ อยู่มุมหนึ่งโดยเฉพาะตอนค่ำๆ”

พชรและเมลดาตอบรับคำเชิญล่วงหน้าของญาดา ก่อนจะเดินตามทุกคนไปในที่ที่ถูกเตรียมไว้ให้

“พวกคุณไปเตรียมเมนูเถอะ เดี๋ยวผมกับพี่คีย์ดูแลคุณแม่กับน้องๆ เอง”

ผู้จัดการและพนักงานรับคำสั่งจากคริส ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่

“เชิญครับทุกคน แม่เชิญครับ” คริสรีบชิงเลื่อนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะให้ญาดา เพื่อที่จะให้พี่ชายได้ดูแลสาวสวยที่มาด้วยอีกคน ส่วนพชรรีบเลื่อนเก้าอี้ฝั่งที่คริสเตรียมจะนั่ง นั่งลงเองเรียบร้อย แล้วเมลดาก็จับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพชรข้างๆ ญาดา แต่ยังไม่ทันได้ขยับ ก็มีอีกมือหนึ่งมาจับเก้าอี้ตัวที่เธอจับอยู่พร้อมกับขยับให้ ทั้งสองคน

สบตากัน ก่อนที่เมลดาจะเป็นฝ่ายหลบตาก่อน

“ขอบคุณค่ะ” เสียงนั้นเบาแทบจะไม่ได้ยิน

มื้อนี้เป็นญาดาเองที่สรรหาเรื่องราวมาทำให้ทุกคนเอ็นจอย ด้วยการพูดคุย

แนะนำอาหารของที่นี่ให้พชรและเมลดาฟัง “คีย์ดูแลน้องหน่อยสิ ตักอาหารให้น้องด้วย

ทางนั้นน้องเอื้อมถึงที่ไหนล่ะ” ญาดากำกับลูกชายคนโต

ผู้บริหารหนุ่มทำตามที่คุณแม่ของเขากำกับ คอยตักนู่นตักนี่ให้เมลดาเป็นระยะ ดีไซเนอร์สาวเพียงแค่สบตาและกล่าวขอบคุณเบาๆ เช่นเคย

“อร่อยไหมจ๊ะ หนูเมล์”

“อร่อยมากค่ะคุณป้า” เมลดายิ้มตอบเพราะอาหารถูกปากเป็นอย่างมากสมคำร่ำลือ จึงเลือกตักนู่นชิมนี่ตามนิสัยคนชอบทาน แถมผู้ใหญ่อย่างญาดายังคอยสร้างบรรยากาศให้ดูสบายขึ้น

“ค่อยๆ ทาน เดี๋ยวก็สำลักหรอก” เสียงของคีตะปรามคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆ เบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอทำท่าเหมือนจะสำลักเพราะรีบทาน

“นี่คีย์ อาทิตย์ก่อน คุณหญิงดารารัตน์แม่หนูเมล์เขามาถามยูนิตที่ควีนส์ปาร์ค ให้น้อง เมื่อกี้หนูเมล์กับหนูพอลลี่ก็ไปดูแต่ยังไม่ทั่ว แม่ขัดจังหวะซะก่อน คีย์พาน้องไปดูอีกทีสิ ตอนบ่ายหนูเมล์หนูพอลลี่สะดวกไหมจ๊ะ นี่พี่เขารู้ทุกซอกทุกมุมเลยนะ ทำเองกับมือ”

“เอ่อ...พอดีตอนบ่ายเมล์กับพอลลี่ ต้องไปจัดการเรื่องร้านน่ะค่ะ เดี๋ยวมาดูอีกทีอาทิตย์หน้าก็แล้วกันนะคะ” เมลดารีบตอบก่อนที่พชรจะหาเรื่องมาให้เธออีกครั้ง ส่วนพชรก็ส่งสายตาดุไปที่เพื่อนสาว แต่เมลดาทำหน้าอ้อนวอนด้วยการสื่อความหมายจากสายตาว่า

ฉันยังไม่พร้อม นะแกนะ

“อ๋อ งั้นก็ได้จ้า นี่คริสเรียกพนักงานมาถ่ายรูปให้หน่อย แม่จะส่งไปอวดยายเคท”


หลังจากแยกย้ายกับญาดา คริส และคีตะแล้ว สองเพื่อนซี้ก็พากันไป

จัดการดูทำเลที่ตั้งสำหรับเป็นออฟฟิศเล็กๆ ของห้องเสื้อที่จะทำร่วมกัน ซึ่งก็ไม่ไกล

จากคอนโดมิเนียมที่ไปดูก่อนหน้านี้เท่าไร ทั้งสองตกลงที่จะเลือกทำสัญญาเช่าห้อง

กระจกที่ตึกออฟฟิศชั้นหนึ่งย่านสีลม ออฟฟิศแห่งนี้เมลดาและพชรจะใช้เป็นที่ประชุม ที่ทำงาน และมีพื้นที่ไว้โชว์สินค้าบ้าง ส่วนคอลเลคชั่นเต็มๆ ของแบรนด์ จะไปตั้งเป็นพอปอัปในห้างสรรพสินค้าแทน

BINGSU GANG

Dr. KATY         เมล์ พอลลี่ ไปกินข้าวกับแม่ฉันมาเหรอ เห็นแม่ส่งรูปมาอวด

PAULY             ย่ะ

MECYICE        ไหนๆ ขอดูรูปหน่อย

Dr. KATY         picture

RUN RUN        ว้าววว พี่คีย์ ยายเมล์ อะไรยังไงไหนเล่า มีอะไรคืบหน้าบ้าง ไหนฝอยมา

PAULY            ตอบได้คำเดียว พังค่ะ

MECYICE        อ้าว ไม่คืบหน้าเลยเหรอ

PAULY         ไม่กระดิกแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียวย่ะ เงียบฉี่กันทั้งคู่ พี่ชายแกก็นั่งจ้องยายเมล์อย่างเดียว ส่วนเพื่อนรักเราน่ะเหรอ นั่งแข็งเกร็งเป็นหินแกรนิต เห้อ…ยายเมล์นะยายเมล์

MALADA        ก็ฉันยังไม่พร้อมอะ (สติ๊กเกอร์หมีร้องไห้) คนเยอะอะ ไม่รู้จะเริ่มยังไง เกรงใจคุณป้าด้วย

Dr. KATY         ไม่เป็นไร คราวหน้าถ้ายังไม่คืบหน้า ฉันคงต้องลงมือเอง

MALADA          แกจะทำอะไร

Dr. KATY         ไม่บอก ความลับ แต่ก่อนอื่นขอไปบ่นพี่คีย์ก่อน

RUN RUN        ว้าวๆ คุณหมอมาเอง นี่อยากได้พี่สะใภ้จนตัวสั่นสินะ ถึงกับจะลงมือเองเนี่ย

Dr. KATY         แน่นอน อยากอุ้มหลานแล้ว

MALADA          (สติ๊กเกอร์หมีตาโต) บ้าเหรอยายเคท

PAULY             ยังไม่ทันได้กัน ฝันไปถึงหลานแล้วนะจ๊ะเพื่อนช้านนน

MECYICE        ฮ่าๆๆ


ASV/GROUP

Dr. KATY         พี่คีย์ แย่มาก ไม่ได้เรื่องเลย ไหนบอกจะทำอะไรไม่เห็นทำอะไรเลย

KEETA             บ่นอะไรเคท

Dr. KATY         เรื่องพี่กับยายเมล์ไงเล่า เมื่อไหร่จะได้เรื่องฮะ มีโอกาสทำไมไม่ทำอะไรเลย

KEETA             เอาน่า ไม่ต้องบ่น

Dr. KATY          ค่า ทำเป็นใจเย็นไปเหอะ ดูนะ เดี๋ยวก็ไม่พ้นยายเคทคนนี้หรอก

KRIS_ASV        ก่อนจะจบด้วยประโยคที่ว่า เร็วๆ เคทอยากอุ้มหลานแล้ว

Dr. KATY         พี่คริส!! ไม่ช่วยแล้วยังจะพูดมากอีก


“อ้ะ ช็อคโกแลตเฟรปเป้เย็นฉ่ำหวานเจี๊ยบ ฉันไม่ได้ลดน้ำตาลให้นะ สงสารชีวิตหล่อนมันช่างขมขื่น” พชรถือแก้วเครื่องดื่มมาให้เพื่อนสาวที่นั่งรออยู่ตรงโซฟามุมหนึ่งของร้านกาแฟ หลังจากที่ไปทำธุระเสร็จ

“เฮ้อ…แก ฉันจะทำยังไงดี หน้าเขาฉันยังไม่กล้ามองเลย ที่มั่นๆ ใส่พวกแกไป

พอเจอเขาก็เสื่อม ใช้การไม่ได้ซะงั้น”

“เอาน่า ไว้มีโอกาสเราค่อยเริ่มใหม่ วันนี้ถือว่าถอยมาตั้งหลักก่อน” พชรพูดปลอบใจก่อนจะหันไปเจอกลุ่มนักศึกษาที่นั่งอ่านหนังสือโต๊ะเยื้องๆไปทางขวามือ “เห็นเด็กพวกนี้ก็คิดถึงสมัยพวกเราเป็นนิสิตเนอะ” อยู่ๆ พชรก็ชวนเมลดารำลึกถึงความหลังเพื่อที่จะให้เธอลืมเรื่องที่ไม่สบายใจอยู่

เมลดาหันไปมองตามพชร “อืม…ถ้าตอนนั้นฉันไม่บ้า เรื่องทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้หรอก” ยิ่งคิดเมลดายิ่งมองเห็นความผิดพลาดของตัวเอง

“โอ๊ยย ชะนี ฉันอุตส่าห์ลากออกไปเรื่องอื่น ยังจะเชื่อมโยงกันได้อีกเนอะ ก็อย่างว่าแหละ ตั้งแต่แกกับฉันรู้จักกันก็ไม่ต่างจากที่แกรู้จักเขาหรอก ลากไปเรื่องไหนก็มีคุณคีตะ อัศวธาดาพงศ์เป็นองค์ประกอบไปซะหมด”

“ฉันต้องสู้ ใช่ไหมตุ๊ด เมลดาต้องสู้ ฮึบ” ดีไซเนอร์สาวเรียกความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #161 0964178679 (@0964178679) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:17

    รู้สึกชอบค่ะ ตรงที่ลากไปเรื่องไหนก็เชื่อมกับคีตะได้ทุกทีเลย

    #161
    0
  2. #66 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 12:53
    เมล์จะจัดการยังไงนะ
    #66
    0