ซ่อนหัวใจ ไว้ในรอยรัก (E book on MEB)

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : ถอนหมั้น 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    26 ม.ค. 62


2

ถอนหมั้น

 

 

 

 

 

สายน้ำเย็นฉ่ำที่หลั่งไหลลงกระทบบนร่างบางของดีไซเนอร์สาวไม่อาจรบกวนจิตใจที่ว้าวุ่นของเธอได้เลย เมลดาหลับตาลงปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านลำตัวระหง ตัวเธออยู่ภายใต้ฝักบัวในบ้านหลังใหญ่ แต่จิตใจกลับล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืน ใช่ เธอรู้ รู้ว่ากลับมา อย่างไรก็ต้องได้พบกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยที่เธอเป็นเพื่อนรักกับชญาดา แต่มันเร็วเกินไปไหมที่จะพบกับเขาตั้งแต่
วันแรกที่เข้ามาเหยียบแผ่นดินไทย

“นั่งอยู่ตั้งนาน ไม่พูดด้วยสักคำ” ปลายริมฝีปากกระจับคู่นั้นบ่นพึมพำกับตัวเอง อดแสดงถึงความน้อยอกน้อยใจอีกฝ่ายไม่ได้ เหตุการณ์เมื่อคืนนับว่ายากลำบากสำหรับเธอมากที่ต้องพยายามแสดงให้ทุกคนดูว่าเธอกำลังมีความสุข สนุกสนานไปกับการต้อนรับอย่างดีจากเพื่อนๆที่รัก และพี่ๆทุกคน แต่อีกด้านของความรู้สึกกลับถูกสะกดด้วยสายตาคมเข้มคู่นั้นตลอดเวลา ใช่ เธอรู้ รู้ว่าเขาเองจดจ้องอยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ไม่ได้รู้สึกดีใช่ไหมที่เธอดันไปนั่งอยู่ตรงนั้น ยิ่งได้เจอเขาความรู้สึกที่กักเก็บไว้ก็ยิ่งจะปะทุออกมา บางครั้งตอนที่คนอื่นๆ เลิกสนใจเธอ กลับยิ่งทำให้รู้สึก
เงียบเหงา เธอพยายามบังคับไม่ให้น้ำตาไหลออกมาตั้งหลายครั้งหลายหน ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเมลดายอมรับกับตัวเอง ตลอดเวลาว่าไม่เคยลืมเขาคนนั้นได้เลย ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน หัวใจของเธอก็ยังพาเขาไปด้วยทุกที่เสมอ

ดีไซเนอร์สาวยกมือทั้งสองข้างขึ้น แล้วซบใบหน้านวลลงไปบนนั้น ก่อนจะสะอื้น ออกมาเบาๆ จนเวลาผ่านไปหลายต่อหลายนาที เมื่อรู้สึกตัวเธอก็เอื้อมมือไปปิดฝักบัว ร่างระหงภายใต้เสื้อคลุมสีขาวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ สายตา และจิตใจที่ล่องลอยทำให้เธอหวนนึกถึงคำพูดที่ธามพูดกับเธอ ในวันที่อดีตคู่หมั้นมาขอปลดพันธะจากเธอ

 

ช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว ธามบินไปจัดการเกี่ยวกับธุรกิจของเขาที่ลอนดอน และแวะเยี่ยมคู่หมั้นสาวที่ฝึกงานอยู่กับดีไซเนอร์ชื่อดังของที่นั่น วันนั้นคู่หมั้นหนุ่มแวะไปรับเธอที่บ้านหมายจะพากันไปทานอาหาร และชมบรรยากาศคริสต์มาสกลางกรุงลอนดอน

เมล์...เมล์ อยู่ไหนน่ะ พี่มารับแล้ว ธามเดินตามหาคู่หมั้นสาวในบ้านพัก เดินไปห้องรับแขกก็ไม่พบ ห้องครัวก็ไม่พบ เขาจึงตัดสินใจเรียกเธออีกครั้ง ไอ้ตัวเล็ก ได้ยินรึเปล่า ขณะที่เรียกหาเมลดาปลายเท้าก็ทำหน้าที่พาร่างสูงโปร่งเดินไปรอบๆ บ้าน ก่อนจะเห็นเงาคู่หมั้นสาวไกลๆ ตรงระเบียงหลังกระจก พร้อมกับได้ยินเสียงสะอื้นของเธอ ธามยอมรับว่าตกใจอยู่ไม่น้อย แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นว่าเมลดากำลังคุยโทรศัพท์ทางไกลแบบเห็นหน้ากับเพื่อนสาวอย่างชญาดา

จริงๆ นะ พี่คีย์ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหม แกห้ามโกหกฉันนะเคท

โถ่ ยายเมล์ เรื่องแค่นี้เอง แกจะร้องทำไม

ก็ฉัน…’

ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง กลับมาดูเองเลยไหม คิกคิก ชญาดาพูดปนหัวเราะกับเพื่อนรัก

พี่แกได้ไล่ฉันพอดี

หึ มาให้ได้จริงๆ เหอะ รับรองพี่คีย์หายเป็นปลิดทิ้ง แกกับพี่คีย์นี่นะทำไมต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้ยากด้วยเนี่ย ฉันไม่เข้าใจ ชญาดาได้ทีบ่นเพื่อนชุดใหญ่ เมล์ ฉันพูดจริงๆ นะ มันนานเกินไปแล้วนะ ที่ผ่านมาฉันไม่พูดเพราะเคารพในการตัดสินใจของแก แต่แกก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ทำไมไม่แก้ไขมันล่ะ

ก็พี่ชายแกอะ

พอกันทั้งสองคนแหละ ขี้เกียจพูดละ ตกลงจะกลับมาเมื่อไหร่ จะได้เตรียมต้อนรับ พวกเราคิดถึงแกจะแย่แล้ว ไปหาก็ใช่ว่าจะคลายความคิดถึง อีกอย่างไม่ครบองค์ประชุมด้วย

ใกล้แล้วๆ ปีหน้าเจอกันนะ เดี๋ยวบอกอีกที แต่แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ธามจะมารับแล้ว

ย่ะ นี่ไม่อยากจะฟ้องนะ ฉันละเกลียดคู่หมั้นแกจริงๆ หมั่นไส้ แกไม่อยู่ไทย ลอยไปกับคนนั้นทีคนนี้ที อี๋

ฮ่าๆ อารมณ์ล้วนๆ เลยนะคุณหมอ แต่แกห้ามทรยศฉันนะ ห้ามบอกพี่ชายแกด้วย เรื่องที่ฉันโทร.หาแก

ย่ะ ไม่มีกำลังใจคงหายยากหน่อยนะ ไปละ บาย แล้วเจอกันนะแก คิดถึงนะ

ธามที่เห็นว่าคู่หมั้นสาวกำลังจะวางสายจากเพื่อนรัก ก็รีบเดินออกจากหลังม่านระหว่างห้องนอนกับระเบียงทันที

ส่วนเมลดาหลังจากวางสายจากชญาดาก็ยืนนิ่ง ตั้งสติก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากระเบียง ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนขนาดเล็กของเธอ และเดินไปยังพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน เมื่อไปถึงก็พบร่างสูงของธามนั่งรออยู่ตรงโซฟาตัวเล็ก

อ้าว พี่ธาม มานานรึยังคะ

ไม่นาน ไปกันรึยัง พี่หิวแล้ว ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินนำไปยังประตูหน้าบ้าน

ค่ะ ไปค่ะ เมล์ก็หิวมากกกกก แล้วเมลดาก็เดินตามธามออกไป

 

หลังจากมื้อเย็นผ่านไป คู่หมั้นทั้งสองก็พากันมาเดินชมไฟตกแต่งในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่อุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยประชาชนที่อาศัยในกรุงลอนดอน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ออกมาเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงาม มีคู่รักหลากหลายคู่จับจูงกันมาเดินถ่ายรูป เมลดากอดอกห่อไหล่เล็กน้อย ก่อนจะหันหน้าไปทางคู่หมั้นหนุ่ม

พรุ่งนี้จะกลับแล้วเหรอคะ เมล์เหงาแน่เลย

หึ ทำเป็นพูดดี เราน่ะทำงานหนักเกินไปแล้วรู้ไหม ดูแลตัวเองบ้าง ธามจับศีรษะของเมลดาโยกไปมาอย่างมันเขี้ยว อดที่จะบ่นคู่หมั้นของตัวเองไม่ได้

เมล์

คะ?’

เราเราถอนหมั้นกันไหม อยู่ๆ ธามก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เมลดาตกใจไม่น้อยออกมา

หืม?’ ร่างบางหยุดเดินพร้อมกับขมวดคิ้วเรียว เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ธามกำลังจะพูด

ธามก้มหน้าลงมองใบหน้าสวยอย่างตั้งใจ จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น เมล์ก็รู้ว่าที่เป็นแบบนี้มันเพราะอะไร พี่เห็นแก่ตัวมานานเกินไป

แต่ว่าพี่ธาม

เมล์ฟังพี่นะ นั่นมันปัญหาของพี่ ให้พี่จัดการเองได้ไหม อีกไม่นานเมล์ก็ต้องกลับไปอยู่ในที่เก่าๆ บรรยากาศเก่าๆ เมล์หนีตลอดไปไม่ได้หรอกนะ ผ่านมาตั้งสามปี เกินข้อตกลงไปตั้งหนึ่งปี สิ่งที่เมล์ทิ้งมา เมล์แน่ใจเหรอว่าไม่ได้แอบเอามันมาด้วย เลิกทรมานตัวเองได้แล้ว

พี่ธาม ดวงตากลมโตของสาวร่างเล็กที่สบกับร่างสูงเอ่อล้นไปด้วยน้ำใสๆ

ที่ทยอยตกลงมาข้างแก้มเนียน คนตัวโตกว่าโอบกอดร่างบางไว้แน่น ตั้งแต่เล็กจนโตพี่ชายคนนี้ของเธอคอยปกป้องเธอมาตลอด ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

ธามคลายอ้อมกอดออกจากน้องสาวที่น่ารักของเขา ก่อนจะยกนิ้วขึ้นจับ ปลายจมูกเชิดรั้นของเธอ ต่อไปนี้พี่จะดุแล้วนะ จะไม่ตามใจเราแบบเด็กๆ แล้ว จำไว้เลย

โอเคๆ ที่มาถอนหมั้นน้องเนี่ยเจอคนถูกใจแล้วสินะ พี่ธามไม่รักน้อง มีสาวใหม่แล้วล่ะสิ ทำเป็นอ้างน้องรึเปล่า นิ้วชี้เรียวยาวของเมลดาชี้ไปที่หน้าพี่ชายตัวโตพร้อมทำสายตาล้อเลียน

ไม่มี ไม่ต้องมาจับผิด ใครกันน้า ร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อกี้ อะไรนะ ยายเคทพี่คีย์ พี่คีย์ทำไมถึงเป็นแบบนั้น พี่คีย์จะเป็นอะไรมากไหม เวอร์ มันแค่โง่ใช้ร่างกายจนพัง จนชาวบ้านเดือดร้อนต้องหามมันส่งโรงพยาบาล คนบ้าอะไรทำงานหนักไม่หลับไม่นอนติดกันเป็นปี ไอ้คีตะมันนี่กะจะโง่ทุกเรื่องเลยรึไงได้ทีธามจัดชุดใหญ่ หมั่นไส้คนรักของน้องสาวเหลือเกิน

พี่ธาม! แอบฟังเมล์เหรอ นี่แน่ะๆเมลดาทำตาโตก่อนจะยกมือขึ้นตีแขนธามแรงๆ ไปหลายที

มือหนาลูบต้นแขนที่ถูกตีเบาๆ ก่อนจะชี้หน้าคนตัวเล็ก ฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวเหอะเมล์

แล้วที่บ้านเราจะทำยังไงดีคะ พี่ธามเอางี้ไหมคะ รอเมล์กลับไปก่อน ค่อยไปอธิบายให้ท่านฟังเมลดาพยายามช่วยเสนอแนวทางของการแก้ปัญหา นะๆ เมล์อยากไปกราบคุณย่าของพี่ธามด้วยตัวเองนะคะ

อะๆ เอาแบบนั้นก็ได้ แล้วเรื่องของเมล์

ไม่ต้องห่วงค่ะ เมล์จัดการเอง

แน่ใจนะ

เมลดาพยักหน้าไวๆ เพื่อย้ำกับพี่ชายคนสนิท

ตามใจ แต่รีบหน่อยละกันนะ นี่ทิ้งมันมาตั้งสามปี ระวังมันจะมีสาวมาดามใจ หนีไปแต่งงานใหม่ ไม่ต้องมาร้องไห้ขี้มูกโป่งกับพี่อีกนะ พี่ไม่โอ๋นะ ธามยังคงไม่เลิกแกล้งน้อง

ไม่มีย่ะ นี่ใคร นี่ใคร เมลดาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “มีวงในนะจะบอกให้และที่สำคัญน้องสาวพี่ธามสวยและแซ่บมาก”

หึหึ สวยและแซ่บมาก พี่จะคอยดู มั่นใจขนาดนั้นเลย?’

 เมลดาพยักหน้าอย่างมั่นใจ

แสดงว่าเด็กปั้นของพี่เก่งและแกร่งขึ้นแบบที่พี่บอกแล้วใช่ไหม เมล์เลิกกลัวแล้วใช่ไหม

ค่ะ อะไรหลายๆ อย่างที่นี่ทำให้เมล์โตขึ้นจริงๆ เมล์กล้าที่จะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆได้เมื่อตอนที่ต้องอยู่คนเดียว และเมลดาคนนี้มีดีมากพอที่จะทำให้คนๆ หนึ่งรักเมล์ได้อย่างไม่มีข้อแม้ แถมเดี๋ยวจะทำให้หลงจนหัวปักหัวปำเลยคอยดู

เยี่ยม ธามยกมือชูนิ้วโป้งให้เด็กปั้นของตัวเองทั้งสองข้างอย่างภาคภูมิใจ

สองพี่น้องหัวเราะออกมาพร้อมกันเสียงดัง พลันสายตาของเมลดาก็ไปหยุดที่นิ้วนางของตัวเองเอง พร้อมกับยกมือข้างซ้ายขึ้นขยับนิ้วที่ยังคงมีแหวนเพชรเม็ดโตสวมอยู่

ธามชักคิ้วเข้มขึ้น แหวนเหรอ เมล์เก็บไว้เถอะ อันนี้พี่ซื้อเอง ไม่ใช่แหวนของคุณย่าหรอก พี่ขอไว้น่ะ ว่าถ้าแต่งงานค่อยใช้แหวนของท่าน ส่วนวงนี้คิดซะว่าพี่เปย์ของเล่นน้องสาวละกันนะ

เมลดาพยักหน้าอีกครั้งอย่างเข้าใจ เอใครกันน้าที่จะได้แหวนคุณย่าไปครอบครอง

ธามหรี่ม่านตาลง ชี้หน้าน้องสาวตัวแสบของเขา

ขอบคุณนะคะ เมล์รักพี่ธามที่สุดในโลกเลย แล้วทั้งสองก็ยิ้มกว้างให้กันและกัน

 คงถึงเวลาแล้วสินะเมลดาที่เธอจะต้องแก้ไขทุกอย่างที่ทำลงไป ก่อนอื่นต้องหาทางง้อคนๆ นั้นให้ได้ก่อน เมื่อนึกย้อนกลับไป สี่ปีที่แล้วเธอทั้งโง่และบ้าที่ทำให้คนที่เธอรักและรักเธอต้องเสียใจ แต่เธอก็รู้ว่าตอนนั้นตัวเธอเองยังเด็ก และกลัวกับอะไรที่ยังไม่เกิด แต่ก็นั่นแหละ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีเหตุผลเดียวคือเธอรักเขามาก

ครืด ครืด! เสียงสมาร์ตโฟนปลุกให้ดีไซเนอร์สาวละจากความคิด

“ถึงแล้วเหรอพอลลี่...รอแป๊บหนึ่งนะ กำลังแต่งตัว เดี๋ยวลงไป ไปหาอะไรกินในครัวแม่ชื่นก่อนก็ได้แก” หลังจากวางโทรศัพท์จากพชร ร่างระหงก็กระวีกระวาดรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย

 

ริมสระว่ายน้ำบ้านอัศวธาดาพงศ์ มีร่างสูงโปร่งของลูกชายคนโตของบ้านยืนรับลมยามเช้าอยู่ แต่ดูเหมือนอากาศที่สดใสจะไม่ได้ช่วยทำให้อาการคุกรุ่นในใจของเขาลดลงได้เลย หลังจากเมื่อคืนที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อาจจะยากลำบากไปนิด เพราะสภาพแต่ละคนไม่มีใครเต็มร้อยเท่าไรนัก ศึกหนักเลยไปตกที่ตติยะที่ต้องคอยดูแล และส่งทุกคนให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย ถึงแม้คีตะจะรับแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายไปมากพอสมควร แต่ก็ยังพอครองสติได้ ไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้มือขวาคนสนิทเดือดร้อน หลังจากที่เขาเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะด้วยอารมณ์ที่ดุเดือดอยู่ไม่น้อย ก็ไม่ได้พูดจากับใครนัก นั่งกระดกน้ำสีอำพันในแก้วใสราวกับน้ำเปล่า หมายจะทำให้แอลกอฮอล์ช่วยดับอารมณ์ร้อนของตนเอง แต่ก็ไม่เลย พอกลับถึงบ้านเขานอนไปไม่ถึงสามชั่วโมง ก็ไม่สามารถนอนต่อได้อีก เนื่องจากอารมณ์ที่คั่งค้างมันได้เลยเถิดมาถึงตอนเช้า

 “โอ๊ย ยายเคท ลากพี่ตื่นขึ้นมาทำไมแต่เช้าเนี่ย” เสียงคริสลูกชายคนรองของบ้านโวยวายลั่น เมื่อถูกชญาดาน้องคนเล็กลากขึ้นจากเตียงแต่เช้า หลังจากที่นอนไปไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสองคนลงมาจากชั้นสองด้วยชุดออกกำลังกาย ซึ่งกว่าจะออกมาได้ด้วยชุดนี้ น้องสาวคนเล็กก็ต้องรบกันกับพี่ชายคนรองอยู่นาน

“พี่คริสไปวิ่งเป็นเพื่อนเคทหน่อย” สองพี่น้องฉุดกระชากกันไปมา

“ก็ไปวิ่งคนเดียวไง ทำไมต้องปลุกพี่แต่เช้า ตื่นค่อยวิ่งก็ได้”

“ไม่ได้ เช้าๆ อากาศดีจะตาย สายๆ มันร้อน”

“ก็ไปวิ่งที่ฟิตเนสสิ โอ๊ย ไร้สาระจังวะยายเคท” คริสบ่นน้องสาวชุดใหญ่ และยังคงไม่ยอมไปง่ายๆ แถมยังทำท่าจะหนีไปนอนเสียให้ได้

“ไม่เอา เนี่ยๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติดีจะตาย ไปเร็วๆ”

พลันสายตาคมของคริสก็ไปสะดุดกับร่างสูงของพี่ชายคนโต “เฮ้ย นั่นพี่คีย์นี่ ไปชวนพี่คีย์ไป พี่คีย์ๆ ไปวิ่งเป็นเพื่อนไอ้เคทหน่อยดิ๊” คริสสะบัดวงแขนออกจากน้องสาวคนเล็กแล้วเดินไปทางคีตะ

“พี่คีย์ ทำไมตื่นเช้าจังคะ แล้วมาทำอะไรตรงนี้” น้องเล็กของบ้านโผล่หน้าไปหาพี่ชายคนโตที่ยืนหันหลังให้

“ไม่ได้ทำอะไร เราล่ะทำไมตื่นเช้า จะไปไหนกัน”

“ก็ยายเคทอะสิพี่ ลากผมจะไปวิ่งที่สวน บ้าป่ะ คนเพิ่งจะได้นอน ง่วงก็ง่วง” คริสยังคงบ่นน้องสาวไม่หยุดขณะที่เปลือกตากำลังจะปิดลงอีกครั้งเมื่อร่างสูงขยับเข้าพิงเสาม้านั่งชิงช้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ

“พี่คริส ห้ามบ่น” น้องสาวคนเล็กยังคงวุ่นวายกับพี่ชายคนรองไม่เลิก คีตะไม่ได้สนใจสองคนพี่น้องเท่าไรนัก ยังคงทอดสายตาไปยังวิวกว้างของสวนใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ น้องคนเล็กที่ละสายตาจากพี่คนรองไปมองพี่คนโตบ้างพร้อมกับจับสังเกต

จึงสะกิดคริสให้มองไปที่คีตะด้วยอาการเป็นห่วง คริสที่กำลังหลับๆเมื่อถูกสะกิดให้เห็นอาการของบุคคลเบื้องหน้าทำให้ที่ง่วงๆ อยู่ตื่นขึ้นทันที

“พี่ ได้นอนบ้างรึยังเนี่ย” คริสอดที่จะถามพี่ชายไม่ได้

“นอนแล้ว แต่ตื่นเร็วไปหน่อย” คีตะตอบคำถามน้องชาย แต่ก็ไม่ได้มองหน้าหรือสบตาน้องชายเลย

“พี่คีย์” น้องสาวคนเล็กทำเสียงงอแง เอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับแขนพี่ชายให้หันมามองเธอ “พี่คีย์เป็นแบบนี้อีกแล้วนะ”

“พี่ไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย เรานั้นแหละมางอแงเอาอะไรฮึ” คีตะจับศีรษะน้องคนเล็กโยกไปมา และตั้งใจสบตาเธอเพื่อไม่ให้ถูกคาดคั้น

“ไม่จริง” ชญาดาค้านเสียงแข็ง “พี่คีย์ เคทจะดุแล้วนะ”

“ว้าว องค์คุณญาดาลงแล้ว” คริสพาดพิงถึง ญาดา อัศวธาดาพงศ์ คุณแม่ของพวกเขาทั้งสามคน ที่มักจะคอยบ่นคอยเป็นห่วงเป็นใยลูกชายลูกสาวตัวแสบ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตนั้นทั้งสามคนก็แสบซ่ากันตลอดทำให้
ญาดาต้องคอยปรับให้เข้าที่เข้าทางเสมอ โดยเฉพาะตัวร้ายอย่างคริส

“พี่คีย์ เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว เคททนไม่ไหวแล้วนะ ที่โหมงานหนักปีที่แล้ว
จนร่างพัง อย่าคิดว่าเคทไม่รู้นะว่าเพราะอะไร ใช่ เคทเคยบ่นไปแล้ว แต่จะบ่นอีก ทำอะไรสักอย่างได้ไหมพี่คีย์ เรื่องยากๆ ที่บริษัทพี่ยังจัดการได้หมด อะไรที่พี่ต้องการพี่หามาได้หมด แต่เรื่องนี้มันง่ายนิดเดียวถ้าพี่คิดจะทำ”

คีตะหรี่สายตาลงมองหน้าน้องสาวคนเล็กที่บ่นใส่เขาฉอดๆ นิ้วเรียวแกร่งยกขึ้นบีบปลายจมูกเชิดรั้น “บ่นจบรึยังฮึ ใครว่าพี่ไม่คิดจะทำอะไร”

“อ้าว คุณญาดาสองบ่นฟรีเฉยเลย หึหึ”

“พี่คริส ไม่ตลก”

“เออ ฉันก็ตลกไม่ออกเหมือนกัน เสียเงินฟรีๆ ไปสามแสน” คริสตีหน้ายุ่งใส่โทรศัพท์ที่บรรดาลูกพี่ลูกน้องส่งไลน์มาทวงเงินกันแต่เช้า “เนี่ย พี่ชัช พี่เจตต์ พี่ภัทร ส่งไลน์มาทวงยิกๆ ทำไมมันตื่นเช้ากันจังวะ” พี่ชายคนรองบ่นพร้อมกับยื่นสมาร์ตโฟนให้น้องสาวดู

“เกี่ยวอะไรกับเงินสามแสนฮะพี่คริส” ชญาดาทำหน้างงกับสิ่งที่พี่ชายพูด

“พี่คีย์เลย แม่ง”

“เดี๋ยวคริส เกี่ยวอะไรกับฉัน”

            คริสเงยหน้าจากข้อความในสมาร์ตโฟน แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ พี่ชายคนโตกับน้องสาวคนเล็กฟัง

“ฮ่าๆ สมน้ำหน้า ปากพาซวย วิ่งเสร็จไปทำบุญกันไหม น้องพาไป” ชญาดากุมท้องหัวเราะเสียงดัง ส่วนมืออีกข้างที่เหลือก็กอดเอวสอบพี่ชายคนโตไว้แน่น

“พี่คีย์ขอตังค์หน่อยดิ”

“ไม่เกี่ยวกับฉัน นี่ไอ้ตัวแสบ ริอ่านเอาเรื่องของฉันไปเดิมพันงั้นเหรอ” คีตะชี้หน้าคาดโทษน้องชายตัวแสบของเขา

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ใครจะไปคิดว่าพี่จะเซอร์ไพรส์ผมด้วยช็อตบันลือโลกขนาดนั่นล่ะ ถ้าเป็นสาวคนอื่นนะ ผมคิดว่าพวกไอ้พี่ชัชจ้างมา แต่เหอะๆ” พูดไปใบหน้าสวยๆ ของเมลดาก็ผุดขึ้นมา “เป็นคนนี้ ผมก็แพ้ดิ มีหลักฐานด้วย ดิ้นไม่หลุดเลยเนี่ย”

“เดี๋ยว หลักฐานอะไรอะ” น้องเล็กของบ้านตาโตด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“อ่า ยายเคทอยากเห็นอะดิ๊ พี่ยืมตังค์สามแสนดิ”

“ไม่ให้ ไปขอพี่ชัชดูก็ได้”

ระหว่างที่คริสเผลอ คีตะที่ยืมคุมเชิงสองคนพี่น้องอยู่เงียบๆ ก็ฉวยโอกาสแย่งโทรศัพท์ของน้องชายมา แล้วกดเข้าไปในแอปพลิเคชันไลน์ก่อนที่มันจะถูกล็อกรหัส แล้วคลิปบันลือโลกที่เหล่าลูกพี่ลูกน้องตระกูลอัศวธาดาพงศ์ถ่ายไว้ก็ปรากฏแก่สายตาคนที่อยู่ในคลิป

“ว้าว ไหนๆ เคทขอดูอีกที เมื่อคืนเห็นไม่ชัด” ชญาดาเขย่งปลายเท้า ใช้มือเอื้อมไปบังคับมือพี่ชายคนโตไม่ให้ขยับสมาร์ตโฟนหนีจากสายตาเธอ

“พอได้แล้ว บอกพวกมันลบคลิปด้วย ไม่งั้นฉันจะกว้านซื้อหุ้นที่มันถือในบริษัทให้หมด แล้วเตะมันออกจากการเป็นกรรมการ” คีตะใช้โทรศัพท์ชี้หน้าน้องชายอย่างคาดโทษ แล้วโยนคืนกลับไปให้คริสที่เกือบจะรับไว้ไม่ทัน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน

            “แหนะๆ เขินๆ ทำเดินหนี รีบๆ จับเมล์มาเป็นพี่สะใภ้เคทไวๆ นะพี่คีย์ อยากอุ้มลานแล้ว” ชญาดาเอ่ยล้อเลียนไล่ตามหลังพี่ชาย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

161 ความคิดเห็น