คัดลอกลิงก์เเล้ว

knock knock!

โดย Jennie_wang

เมื่อกลับมาที่คินโดที่ไม่มาเสียนาน มาร์คต้องเผชิญกับบุคคลปริศนาที่อยู่ภายห้องของเขา เขาจะสามารถรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้หรือไม่

ยอดวิวรวม

8

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


8

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ส.ค. 62 / 21:50 น.
นิยาย knock knock! knock knock! | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


คำเตือน

ฟิคเรื่องนี้สร้างจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง อาจมีเนื้อหาที่รุนแรงหรือสร้างความไม่พอใจให้กับบุคคลบางกลุ่ม โปรดใช้วิจารณญาณ





____________________



ช่องทางติดต่อไรท์เตอร์

Twitter : JennieWang9394


เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ส.ค. 62 / 21:50







knock knock!



________________





ตี๊ด!


          เสียงเซ็นเซอร์ปลดล็อกประตูทำงานมือเรียวเปิดประตูออกแล้วนำคีย์การ์ดเสียบไว้ที่ช่องเก็บคีย์การ์ดเซ็นเซอร์ที่ช่องคีย์การ์ดทำการเปิดระบบไฟทำให้ห้องที่มืดทึบสว่างไสวขึ้นมาขาเรียวที่ก้าวเดินอย่างทุลักทุเลพาร่างที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงมาจนถึงเตียงขนาดคิงไซน์มาร์คทิ้งตัวลงกับที่นอนนุ่มด้วยความเหนื่อยล้าเปลือกตาที่หนักอึ้งจนแทบจะลืมไม่ขึ้นมาร์คไม่สามารถฝืนตัวเองได้อีกต่อไปเขาหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าหากถามว่าทำไมเขาถึงได้หมดสภาพแบบนี้ก็คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มตอนงานเลี้ยงวันเกิดเมื่อหัวค่ำกับการออกแรงกับสาวสวยหลังงานเลี้ยงนั้นแหละที่เป็นเหตุทำให้มาร์คต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้





02:35 AM


          มาร์คลืมตาตื่นเนื่องจากระบบขับถ่ายเริ่มทำงานเพราะดื่มน้ำมากเกินไปทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกเช่นนี้มาร์คคลำหาโทรศัพท์มือถือกะว่าจะเอามาเปิดไฟฉายเสียหน่อยเพราะในห้องมันมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็นแต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเสียทีมาร์คเดาว่าตัวเองคงจะลืมไว้ในเสื้อตัวนอกที่โยนทิ้งไว้บนโซฟาด้านนอกตอนมาถึงเป็นแน่แต่ตอนนี้เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วหากไม่รีบไปห้องน้ำตอนนี้มาร์คคงได้ฉี่รดที่นอนแน่เขาดันตัวเองขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็วอาศัยความจำนำทางตนเองในความมืดจนมาถึงห้องน้ำได้สำเร็จหลังจากที่มาร์คจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยเขาก็กลับมาที่เตียงเตรียมตัวที่จะนอนต่อก่อนจะตื่นไปทำงานในเช้าวันพรุ่งนี้แต่เมื่อถึงที่นอนมาร์คนั่งลงไปบนเตียงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเขารู้สึกว่าเตียงของเขาแปลกไปไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังคงค้างอยู่หรือเพราะไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดเสียนานเลยทำให้รู้สึกแปลกไปมาร์คสลัดหัวไล่ความคิดเขาคงคิดไปเองไม่ได้กลับมานอนเสียนานมันคงเป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินเพียงเท่านั้นเพราะปกติแล้วมาร์คก็เป็นคนที่ค่อนข้างนอนยากหากเป็นต่างที่เขามักจะเป็นกังวลจนนอนไม่หลับเสมอ


          มาร์คเอนตัวลงบนที่นอนอีกครั้งข่มตาหลับได้ไม่ทันไรก็ต้องสดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างรวดเร็วเขานึกบางเรื่องได้อาการงัวเงียเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งตอนที่เขามาถึงเขาเสียบคีย์การ์ดไว้ที่ช่องเสียบคีย์การ์ดระบบควบคุมไฟทำงานเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับคีย์การ์ดที่อยู่ในช่องไฟในห้องจะติดเสมอหากไม่นำคีย์การ์ดออกแล้วทำไมในตอนนี้ทั้งห้องกลับมืดทึบเช่นนี้อีกทั้งเสียงประหลาดที่มาร์คได้ยินตอนเข้าห้องน้ำนั้นเสียงคล้ายกับฝีเท้าของคนที่ในตอนนั้นเขาคิดว่าตนหูแว่วไปตอนนี้เขากลับเริ่มสงสัยเสียงนั้นว่าอาจจะเป็นเสียงของใครบางคนที่อยู่ในห้องนี้ห้องที่เขาเป็นเจ้าของซึ้งเป็นชายโสดและมักจะแวะเวียนมาบ้างบางครั้งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครอีกคนอยู่ในห้องนี้มาร์คเงี่ยหูฟังเสียงนั้นอีกครั้งเขาแทบจะไม่กล้าหายใจแรงเลยเพราะตอนนี้ภายในห้องนั้นเงียบมากเงียบจนเขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะดนตรีร็อคอยู่ข้างในอกนอกจากเสียงอัตราการเต้นของหัวใจของตนเองแล้วมาร์คแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนั้นอาจจะเป็นเรื่องดีถ้าหากเสียงที่มาร์คได้ยินมาจากประสาทสัมผัสที่ผิดเพี้ยนของตนเองแต่จะให้ไว้วางใจกันง่ายๆก็คงจะยากเกินไปตอนนี้มาร์คอยากจะเปิดไฟแล้วตะโกนถามให้รู้แล้วรู้รอดว่าใครกันที่อยู่ในห้องของเขาแต่พอคิดว่าหากเป็นคนร้ายที่ลอบเข้ามาแล้วมีอาวุธอยู่ในมือลำพังแค่เขาที่ไม่มีทักษะด้านการต่อสู้อีกทั้งอาวุธคงสู้ไม่ไหวแน่โทรศัพท์มือถือเครื่องมือสื่อสารเพียงอย่างเดียวที่เขามีก็ดันทิ้งเอาไว้ด้านนอกหากจะเปิดประตูออกไปเอาคงได้ตายด้วยน้ำมือคนร้ายที่อาจดักรออยู่หน้าประตูเป็นแน่


          มาร์ครวบรวมสติเขามั่นใจว่าในห้องนอนนี้ไม่มีใครแน่เพราะห้องนอนไม่ได้กว้างนักภายในห้องมีเพียงเตียงนอนกับห้องน้ำที่ตนเพิ่งออกมาไม่มีที่ให้คนร้ายหลบซ้อนได้เพราะฉะนั้นในห้องนี้จึงปลอดภัยมาร์คตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงค่อยๆเดินไปที่ประตูห้องนอนที่ถ้าเปิดออกไปจะเจอห้องรับแขกถัดไปเป็นห้องครัวและห้องน้ำแขกซึ้งอาจจะเป็นที่ที่คนร้ายแอบซ้อนอยู่มาร์คบิดกลอนล็อกอย่างเบามือเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายรู้ตัวหากเป็นไปได้เขาอยากจะปีนหน้าต่างหนีออกไปให้รู้แล้วรู้รอดแต่ห้องนี้มีเพียงกระจกใสที่ไม่ใช่หน้าต่างให้มองเห็นทิวทัศน์ได้เพียงเท่านั้นหรือถ้าหากเป็นหน้าที่สามารถออกไปได้มาร์คคงไม่มีความสามารถพอที่จะปีนลงจากชั้นที่สามสิบสองได้แน่





03:44 AM


          กว่าหนึ่งชั่วโมงที่มาร์คไม่อาจข่มตาหลับได้เขากลัวว่าถ้าเกิดเขาหลับคนร้ายอาจจะพังประตูเข้ามาทำร้ายเขาตอนนั้นได้เขายังไม่อยากเป็นอะไรไปตอนนี้ชีวิตของเขากำลังไปได้สวยหน้าที่การงานเพื่อนฝูงขาดแค่คนรักหากยังไม่ได้แต่งงานเขาเองก็ยังอยากมีชีวิตอยู่มาร์คนั่งนิ่งอยู่บนที่นอนของตนสายตาจับจ้องไปที่ช่องประตูเพื่อคอยดูว่าจะมีการเคลื่อนไหวภายในห้องรับแขกหรือไม่แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่เสียงฝีเท้าที่เขาได้ยินตอนแรกก็ไม่มีมาร์คถอดใจคิดว่าตนเองคงคิดไปเองเขาลุกจากที่นอนเพื่อจะไปเปิดประตูแต่ต้องชะงักทันทีเพราะในตอนที่เขาเอื้อมมือไปเตรียมที่จะเปิดประตูนั้นลูกบิดประตูกลับขยับคล้ายกับมีคนพยายามจะเปิดเข้ามาแต่ทำไม่ได้เพราะมาร์คล็อกมันไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วมาร์คมองไปที่ช่องระหว่างประตูเงาดำเคลื่อนผ่านประตูเสียงฝีเท้าย่องเบาแต่ยังคงดังเมื่ออยู่ในความมืดตอนนี้มาร์ครู้แล้วว่าตนเองไม่ได้คิดไปเองมีคนอยู่ในห้องของเขาจริงๆ


          มาร์คถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นเมื่อรู้ว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องของตนและใครคนนั้นคงไม่ใช่คนรู้จักของเขาแน่หากเป็นคนที่เขารู้จักเมื่อรู้ว่าห้องล็อกคงเคาะประตูเรียกไปแล้วมาร์คตัวสั่นเทาด้วยความกลัวแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความกลัวแล้วยิ่งกับเรื่องความเป็นความตายด้วยแล้วหากไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันน่ากลัวแค่ไหนมาร์คมองไปยังกระจกใสที่อยู่ถัดจากเตียงมีแสงสว่างบนท้องฟ้าไม่มากนักแต่ก็สว่างกว่าก่อนหน้านี้เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานรุ่งเช้าก็จะมาถึงถึงตอนนั้นเขาคงจะปลอดภัยเขาคิดเช่นนั้นเมื่อรุ่งเช้ามาถึงแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้องของเขาหากแม่บ้านมาถึงเขาจะรีบเปิดประตูออกไปจากที่นี่ทันทีรอยยิ้มปรากฎบนหน้าของมาร์คอีกครั้งหลังจากครั้งล่าสุดตอนที่เขาจากกับสาวสวยที่ร่วมกิจกรรมกันถ้าออกไปได้มาร์คจะลางานแล้วไปทำบุญล้างซวยแล้วก็กลับบ้านไปกอดแม่ให้แน่นๆให้สมกับที่รอดพ้นจากอันตรายมามาร์คคิดแบบนั้นแต่แล้วฝันของมาร์คก็สลายไปเมื่อเขานึกเรื่องหนึ่งได้เขาไม่ได้ให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดที่เป็นเดือนแล้วเพราะเขาไม่ได้กลับมาที่นี่นานมากแล้วจึงได้ยกเลิกการทำความสะอาดของแม่บ้านไปและเขายังสั่งไว้อีกด้วยว่าหากเขาจะมาจะเรียกให้มาทำความสะอาดเองนอกจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องทำเท่ากับว่าเมื่อถึงตอนเช้าจะไม่มีแม่บ้านเข้ามาในนี้ไม่มีใครที่จะเข้ามาในห้องนี้เพื่อช่วยเขาได้เลย






04:12 AM


          ท้องฟ้าสว่างขึ้นแต่มาร์คกลับดูหม่นหมองลงกว่าสองชั่วโมงที่เขานั่งอยู่แบบนี้ปากที่ซีดเผือดเนื่องจากขาดน้ำตอนนี้เขาทั้งคอแห้งทั้งหิวและหวาดกลัวสติของเขาเริ่มล่องลอยเขาหิวและเหนื่อยล้าแต่เขาไม่กล้าปล่อยให้ตัวเองหลับในเวลาแบบนี้


ก๊อกก๊อก!


          “Knock Knock กระต่ายน้อยอยู่ในนั้นทั้งคืนไม่เบื่อหรอหืม?”


          มาร์คสดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงเคาะประตูและเสียงพูดจากด้านนอกมีคนอยู่ข้างนอกและไม่ใช่เสียงที่เขาเคยได้ยินเขาไม่รู้จักเจ้าของเสียงนี้ร่างกายสั่นด้วยความกลัวมาร์คเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้เขากลัวว่าตัวเองจะกลัวจนเผลอหลุดพูดอะไรให้คนที่อยู่อีกฟากฝั่งประตูได้ยิน


ก๊อกก๊อก!


          ทำไมไม่ตอบละออกมาเล่นกันเถอะฉันรอเธออยู่ทั้งคืนเลยนะ


          น้ำเสียงต่ำและแหบแห้งไม่ใช่เสียงที่น่าภิรมย์นักแค่ได้ยินเสียงมาร์คก็แทบจะสติแตกแล้วทำอย่างไรทำอย่างไรดีคนที่อยู่นอกเป็นใครแล้วเข้ามาอยู่ในห้องของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก่อนที่เขาจะกลับมาที่ห้องหรือหลังจากนั้นทำไมเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย


          ไม่ออกหรออ่าฉันเสียใจนะแต่ฉันคิดว่าเธอคงจะอายไม่เป็นไรฉันจะรอเธออยู่ข้างนอกนี่ถ้าเธออยากออกมาเมื่อไหร่ก็ออกมาแล้วกัน


คืดดด~


          เสียงวัตถุบางอย่างขูดที่กำแพงกั้นห้องเป็นเสียงที่ไม่ดังมากและนานเกือบห้าวินาทีได้อาจเป็นการข่มขู่จากคนภายนอกที่จงใจทำให้มาร์ครู้ว่าเขาอาจจะมีอาวุธอยู่กับตัว 


         น้ำตาไหลนองอาบแก้มทั้งสองข้างของมาร์คกลัว...น่ากลัวเหลือเกินใครก็ได้ช่วยด้วยได้โปรดช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ที


          เศษกระดาษใบหนึ่งถูกส่งมาผ่านช่องประตูมาร์คไม่ได้สนใจมันแต่เศษกระดาษยังคงถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆมาร์คคิดว่ามันอาจจะเป็นการต่อลองของคนร้ายจึงได้หยิบกระดาษขึ้นมาดู‘MARK’ ข้อความที่อยู่บนกระดาษทำให้มาร์คถึงกับพูดไม่ออกกระดาษที่ถูกแกะสลักด้วยของแหลมคมมีอักษรเอ็มเออาร์เคเป็นอักษรย่อหรือคนร้ายจงใจบอกให้มาร์ครู้ว่ามันรู้จักเขาแต่มาร์คมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้รู้จักใครที่มีน้ำเสียงแบบนี้แน่นอนหรือว่าคนร้ายจะรู้เพราะบัตรประชาชนของเขามันอาจจะอยู่ในกระเป๋าเงินในกระเป๋าเสื้อนอกพร้อมกับโทรศัพท์ของเขาก็ได้ระหว่างที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้นกระดาษแผ่นต่อไปก็ถูกส่งเข้ามาไม่ใช่กระดาษสลักข้อความเหมือนครั้งก่อนแต่เป็นกระดาษเปื้อนเลือดต่างหากมาร์คนิ่งเงียบเมื่อเห็นกระดาษใบนั้นคนร้ายกำลังทำอะไรขู่เขาสักพักก็มีการ์ดขนาดเล็กถูกส่งผ่านช่องประตูเข้ามามาร์คหยิบมันขึ้นมาและต้องช้อคอีกครั้งเมื่อรู้ว่าการ์ดใบนั้นเป็นบัตรประชาชนของเขาที่ถูกคนร้ายใช้บางอย่างขูดที่บริเวณรูปของเค้าจนเละโดยเน้นที่ลำคอมีสีที่ถูกขูดออกทำให้สีตรงนั้นหายไปและดูเหมือนกับศรีษะที่หลุดออกจากลำคอ 


กึกกึกกึกกึก!


          ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!!!!! มาร์คมาร์คมาร์ค!!! ฮ่าๆๆๆๆ!!”


          เสียงปลายวัตถุแหลมคมที่เหมือนกับเจาะลงบนพื้นย้ำๆหลายครั้งเสียงหัวเราะและเรียกชื่อของฆาตกรกำลังจะทำมห้มาร์คเป็นบ้าเขากลัวจนเริ่มเสียสติมาร์คจิกปลายเล็บลงบนแขนตัวเองร้องไห้และเริ่มเลอะเลือนเสียสติเพราะความหวาดกลัวใครก็ได้ช่วยด้วยใครก็ได้...






06:05 AM


          เวลาผ่านไปมาร์คยังคงนั่งพิงกับกำแพงใกล้กับประตูเช่นเดิมมาร์คที่กลัวจนแทบสติแตกแต่ดูเหมือนคนที่อยู่ด้านนอกจะอารมณ์ดีและชอบห้องของเขาเป็นพิเศษเพราะฟังจากเสียงมีเสียงจากโทรทัศน์เสียงการใช้ห้องน้ำและห้องครัวเสียงเดินไปมาพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆอย่างสบายใจราวกับว่าห้องนี้เป็นห้องของตนมันทำให้มาร์คไร้หนทางเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะรอดออกไปจากที่นี่จะออกไปมอบตัวกับคนร้ายดีไหมแล้วถ้ามันเกิดลงมือฆ่าเค้าขึ้นมาจะทำอย่างไรมีอะไรรับประกันได้บ้างว่าตัวเขาจะปลอดภัยมันเสี่ยงเกินไปเขายังไม่อยากตายแต่ถ้าอยู่ในนี้ก็อาจตายเพราะความหิวได้เช่นกันสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมาร์คตื่นขึ้นมาอีกครั้งเขาเริ่มเดินสำรวจภายในห้องหาสิ่งที่อาจนำมาใช้เป็นอาวุธได้หรืออาจจะเจออะไรที่ช่วยให้เขารอดได้มาร์คเหลือบไปเห็นโคมไฟประดับที่มีขายาวตั้งสูงขนาดเท่ากันกับตัวเขาเขาทำการรื้อมันออกเพื่อที่จะเอาขาตั้งนั้นมาใช้เป็นอาวุธแม้ว่าจะได้ขาตั้งโคมไฟมาแล้วก็จริงแต่ด้วยความยาวของมันค่อนข้างที่จะเกะกะหากใช้สู้คงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ 


          มาร์คเปิดลิ้นชักโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างเตียงเพื่อหาอะไรก็ได้ที่สามารถทำให้ขนาดของขาตั้งโคมไฟสั้นลงแต่แทนที่จะเจออะไรแบบนั้นมาร์คกลับเจอมาร์คเกอร์ชนิดลบไม่ออกสีน้ำเงินแทบมาร์คโมโหจนแทบจะกรีดร้องออกมาแต่ต้องกลั้นเอาไว้เพราะกลัวคนด้านนอกจะได้ยินเมื่อเริ่มเย็นลงมาร์คหันกลับมาประเมินกำลังรบของตนเองอีกครั้งตอนนี้เขามีขาตั้งโคมไฟมีดโกนหนวดที่บังเอิญเดินไปเจอในห้องน้ำตอนที่กำลังโมโหกับมาร์คเกอร์อย่างละหนึ่งชิ้นหากนำมีดโกนหนวดมามัดเข้ากับขาตั้งโคมไฟก็จะได้อาวุธยาวหนึ่งชิ้นส่วนมาร์คเกอร์...ไร้ประโยชน์จะเอามาทำอะไรวาดรูปหรอหรือเขียนจดหมายลาตายกันละน่าขำ 


          มาร์คคิดไว้ว่าจะทำเป็นยอมจำนนออกไปมอบตัวกับคนร้ายด้านนอกเมื่อเปิดประตูออกเขาจะใช้อาวุธที่ประดิษฐ์ขึ้นสู้กับคนร้ายด้วยความยาวของขาตั้งโคมไฟจะทำให้เขาได้เปรียบเรื่องระยะหากทำให้คนร้ายบาดเจ็บได้ก่อนที่คนร้ายจะถึงตัวเขาเขาจะใช้จังหวะนั้นหนีออกไปมาร์คทบทวนแผนการของตนเองในหัวก่อนจะเริ่มทำสมาธิตั้งสติไม่ให้ตัวเองกลัวจนสติแตกเสียก่อนมาร์คถอนหายใจยาวก่อนจะเริ่มลงมือแต่ก่อนที่มาร์คจะได้ลงมือมาร์คเหลือบไปเห็นมาร์กเกอร์อีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาเห็นกระจกใสด้วยนั้นทำให้เขาคิดแผนการอย่างอื่นได้มาร์คเกอร์กับกระจก...ข้อความขอความช่วยเหลือแม้ว่าห้องนี้จะอยู่ชั้นที่สามสิบสองแต่ถ้าหากเขาเขียนข้อความตัวใหญ่ๆอาจจะมีคนสังเกตเห็นก็ได้ย่านนี้เป็นย่านการค้าจะต้องมีใครซักคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นมากพอสังเกตเห็นข้อความของเขาได้แน่


          มาร์คเริ่มลงมือเขียนข้อความตัวใหญ่บนกระจกใส‘HELP มีฆาตกรในห้องผม!’ เพื่อความชัวร์ว่าจะมีคนเห็นข้อความของเขามาร์คแกะเอามีโกนหนวดที่ปลายขาตั้งโคมไฟออกเขาเอามันส่องกับแสงแดดเพื่อให้เกิดแสงสะท้อนจะได้มีคนเห็นแสงวิบวับของมันได้แล้วคนก็จะเห็นข้อความของเขาเขาต้องทำมันจนกว่าจะมีคนสังเกตเห็นเขาต้องทำมันต่อไป






12:12 AM


          มาร์คที่อ่อนล้านั่งลงกับพื้นห้องหน้ากระจกใสในมือยังคงถือมีดโกนหนวดเป็นสัญญาณให้ขอความช่วยเหลืออยู่คนด้านนอกที่รอเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนยังคงข่มขู่เขาไปเรื่อยๆเสียงสับมีดลงบนเนื้ออะไรบางอย่างดังราวกับจงใจให้มาร์คได้ยินทั้งยังเสียงขูดที่ผนังที่ยังคงดังอยู่ต่อเนื่องเป็นพักๆเสียงพูดหว่านล้อมให้เขาออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกเสียงเหล่านั้นกดดันมาร์คอยู่แบบนั้นตอนนี้เขาใกล้จะเป็นบ้าเต็มทีใครก็ได้ช่วยด้วยใครก็ได้สังเกตเห็นข้อความของเขาที


ก๊อกก๊อกก๊อก!


          เสียงเคาะประตูดังขึ้นคราวนี้มาร์คที่สติแตกกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเขาทนไม่ไหวแล้วถ้าจะตายก็ให้มันตายไปเลยเขาทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วมาร์ควิ่งไปที่ประตูแล้วเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว


          เอาเลยฆ่าฉันเลยฆ่าฉันให้ตายไปเลย!!!”


          ทุกอย่างอยู่ในความเงียบมาร์คที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นแล้วมองไปรอบๆเขาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวคนร้ายอยู่คนร้ายวัยกลางคนอายุราวๆ35-40 ปีเป็นชายร่างกำยำไว้หนวดเคราปิดบังใบหน้าเสื้อผ้ามอมแม่มตาที่กลอกไปมาเหมือนพวกโรคจิตหรือพวกที่เพิ่งเล่นยามาหมาดๆเมื่อเห็นว่าคนร้ายถูกควบคุมเอาไว้ได้มาร์คที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิดก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีตำรวจเข้ามาเก็บหลักฐานภายในห้องโดยที่ไม่มีใครสนใจมาร์คเลยแม้แต่น้อยมาร์คคิดน้อยใจแทนทีคนพวกนั้นจะเป็นห่วงเขาที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายบ้างแต่นี่กลับไม่มีใครแยแสเขาเลยแต่มาร์คก็เหนื่อยเกินกว่าจะมาต่อว่าการปฏิบัติงานของพวกตำรวจมาร์คลุกขึ้นไปนั่งพักบนโซฟาเพราะกลัวว่าจะเกะกะการทำงานของเจ้าหน้าที่เขาจะรอจนกว่าจะมีใครมาสอบถามอะไรเขาและอีกเหตุผลคือเขายังไม่มีแรงพอที่จะออกจากที่นี่ตำรวจหลายคนเดินเข้าออกในห้องของมาร์คจำนวนตำรวจที่มากเกินกว่าเหตุทั้งที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าจะมีตำรวจมากมายขนาดนี้แต่กลับมีตำรวจมากจนเกินเหตุเทปเหลืองที่ถูกนำมาปิดที่หน้าห้องไทยมุงที่รายล้อมกันอยู่หน้าประตูมูลนิธิที่เข้ามาพร้อมเปลหามนั้นยิ่งทำให้มาร์คสงสัยมากขึ้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่


          มาร์คตัดสินใจลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อเข้าไปหาคำตอบภายในห้องนอนที่มีตำรวจเข้าไปมากที่สุดและมูลนิธิที่เข้าไปพร้อมเปลหามภาพตรงหน้ามันทำให้มาร์คไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองมีศพอยู่ในห้องของเขา!? มาร์คที่ได้เห็นภาพนั้นถึงกับอาเจียนออกมาสภาพศพที่ถูกเปลือยศรีษะหายช่วงท้องที่ถูกผ่าเอาเครื่องในออกแล้วมีศรีษะยัดไว้แทนภาพจำที่สยดสยองแต่ศพไม่เน่าเปื่อยอาจเป็นเพราะอุณหภูมิในห้องทำให้ศพยังคงสภาพไม่เน่าเปื่อยเจ้าหน้าที่ทำการถ่ายภาพเก็บหลักฐานเรียบร้อยถึงเวลาที่จะนำศรีษะในท้องออกมาประกอบดังเดิมมาร์คกัดฟันลุกขึ้นยืนเขาต้องออกไปจากตรงนี้เขาไม่อยากเห็นภาพนี้อีกต่อไปแล้วแต่ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์มาร์คมองมันอีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าศพที่ถูกยัดไว้ใต้เตียงของเขาเป็นใครแต่แล้วมาร์คก็ถึงกับช้อคอีกครั้งศรีษะของศพที่ถูกยัดไว้ในท้องของศพกลับมีใบหน้าคล้ายกับตัวเขาเอง


          มะ...ไม่จริงนะ...นั้นไม่ใช่ไม่ใช่ผมศพนั้นไม่ใช่ผมใช่ไหมครับ!? คุณตำรวจศพนั้น...ศพนั้นไม่ใช่ผมใช่ไหมคุณตำรวจตอบผมสิคุณตำรวจ!”


          แม้ว่ามาร์คจะพยายามถามตำรวจคนไหนก็ไม่มีใครสนใจหรือตอบคำถามเขาแม้แต่คนเดียวศพนั้นคือเขาจริงๆหนะเหรอแล้วเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ละคืออะไรกันมาร์คพยายามนึกย้อนกลับไปในคืนนั้นคืนที่เขากลับมาที่ห้องนี้ตอนที่เขาหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าตอนที่เขามีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นเขาเห็นเงาของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้เขามองเห็นใบหน้าของคนคนนั้นไม่ชัดและไม่มีแรงที่จะถามไถ่เขารู้สึกเพียงแรงกระชากเส้นผมและความรู้สึกเจ็บที่ต้นคอแล้วเขาก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย






13:56 PM


          เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีคนขอความช่วยเหลือจากคอนโดXX ชั้นที่32 เมื่อตำรวจได้เข้าตรวจสอบพบคนร้ายที่อยู่ภายในห้องและจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบศพชายอายุประมาณ20-25 ปีถูกยัดไว้ใต้เตียงคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าวันโดยสภาพศพถูกตัดศรีษะแล้วนำไปยัดไว้ในท้องอวัยวะภายในทั้งหมดหายไปจากการสอบสวนคนร้ายรับสารภาพว่าลงมือฆ่าเจ้าของห้องแล้วทำการชำแหละศพแล้วนำไปยัดไว้ใต้เตียงส่วนอวัยวะภายในคนร้ายได้นำไปประกอบอาหารแล้วและจากการเก็บหลักฐานเพิ่มเติมไม่พบข้อความขอความช่วยเหลือตามที่มีคนแจ้ง





END.



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Jennie_wang จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น