คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [TWICE] The Emptiness... [Mina x Chaeyoung] [TWICE] The Emptiness... [Mina x Chaeyoung] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ต.ค. 62 / 21:34


 

 

ท่ามกลางความเย็นจัดของค่ำคืนในฤดูหนาวในปีที่ว่ากันว่าอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในรอบหลายปี เมืองทั้งเมืองถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับฉากในภาพยนต์ทุนหนาที่มีผู้คนเดินขวักไขว่เป็นฉากหน้า บรรยากาศแห่งความสุขแผ่กระจายไปทั่ว รอยยิ้มมากมายถูกส่งให้กันและกันในคืนแห่งการเฉลิมฉลอง

 

ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ

 

เว้นแต่เพียงหญิงสาวในชุดเดรสดำตัดกับรองเท้าส้นสูงปลายแหลมสีแดงมันวาว ร่างบางยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับไม่มีตัวตนอยู่บนโลก เธอกระชับเสื้อคุมตัวสวยอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นกว่าเมื่อตอนหัวค่ำ แววตาสั่นไหวก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะพบว่าเวลาล่วงเลยไปกว่าชั่วโมงที่เธอใช้ในการเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนหนทางอย่างไร้จุดหมาย

 

เจ้าของใบหน้าสวยสูดหายใจลึกพยายามสกัดกั้นอารมณ์อ่อนไหวที่ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง

 

คริสมาสต์เป็นเทศกาลโปรดของเธอในช่วงชีวิตหนึ่ง

 

แต่ไม่ใช่ในช่วงชีวิตนี้

 

เมียวอิ มินะ เจ้าของร่างบางนัยน์ตาเศร้ายกแขนทั้งสองข้างโอบกอดลำตัวของตัวเองพลางก้าวไปตามทางเดินอีกครั้งอย่างเหม่อลอย ก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง มินะเพ่งสายตาไปยังป้ายเก่าๆหน้าร้านที่ตอนนี้ตัวอักษรเริ่มเลือนลางไปตามกาลเวลา ใบหน้าสวยเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

เป็นวันที่ดีจริงๆ มินะคิดพลางหัวเราะหึในลำคอ

 

ร่างบางยืนนิ่งพลางจดจ้องไปยังสถานที่ที่เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้น

 

และจบลง

 

นั่นอาจเป็นสาเหตุที่เธอเกลียดที่นี่มากพอๆกับการคิดถึงมันมากเท่าที่คนๆนึงจะรู้สึกต่อสิ่งใดได้

 

เรื่องราวมากมายในอดีตยังคงฉายชัดในความทรงจำเช่นเดียวกับความแหลกสลายในหัวใจที่ไม่เคยเลือนหาย ราวกับว่าทุกอย่างเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชัวโมงก่อน


.

.

.

.


 

ห้าปีก่อน


 

มินะหยุดฝีเท้าลงที่ด้านหน้าของบาร์เล็กๆแห่งหนึ่ง เธอขมวดคิ้วพลางมองไปยังบานประตูสีดำบานทึบ “L'amour, c'est l'enfer” ชื่อร้านเป็นภาษาฝรั่งเศสแขวนอยู่ตรงประตูทางเข้า เธออ่านทวนมันอีกครั้งก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยอย่างชอบใจในความหมาย


ความรักคือขุมนรก จริงแท้แน่นอนเชียวล่ะ

 

ร่างบางเดินผ่านการ์ดสองคนที่ทางเข้ามายังทางเดินมืดทึบ ลึกไปตามป้ายบอกทางไปยังมุมแคบๆอีกฝั่ง ก่อนจะพบพื้นที่ภายในที่มีผู้คนนั่งดื่มอยู่ตามมุมต่างๆ มินะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าภายในของร้านไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนทางเดินนั่น บรรยากาศดูไม่เลวทีเดียวเมื่อประกอบกับเพลงแจ๊สที่ถูกเปิดคลอเบาๆ

 

มินะตรงไปยังเคาท์เตอร์บาร์ของร้านเมื่อเห็นว่ายังมีพื้นที่ว่างอยู่ ร่างบางทิ้งตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อนพลางสั่งเครื่องดื่มจากบาร์เทนเดอร์หนุ่ม

 

หญิงสาวจิบค็อกเทลสีสวยพลางถอนหายใจหนักหน่วงเมื่อคิดถึงเหตุผลที่ทำให้เธอเลือกออกมานั่งแกร่วอยู่คนเดียว แทนที่จะอยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีของบริษัทที่สามีเป็นผู้บริหารระดับสูง

 

มินะหัวเราะหึในลำคอเมื่อนึกถึงใบหน้าของเขาในตอนที่เธอเดินหนีออกมาจากงานสังคมจอมปลอม ใบหน้าคมเข้มของเจสันโกรธขึงอย่างขัดใจ ไม่มีแม้แต่แววตาของผู้รู้สึกผิด ทั้งๆที่เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะตัวเขาเอง

 

เป็นเพราะเขาเองที่เลือกนอกใจเธออย่างเลือดเย็น

 

มินะยกมือขึ้นพัดไปมาเล็กน้อยเพื่อไล่น้ำตาที่ทำท่าจะไหลออกมาอีกรอบ ร่างบางตัดสินใจสั่งเครื่องดื่มอีกแก้วที่คราวนี้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเดิม ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆร้านอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

 

เธอพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพวกผู้ชายวัยกลางคนหากแต่ว่าที่นั่งข้างๆล้วนเป็นของเด็กสาวในวัยที่มองดูแล้วไม่น่าจะใกล้เคียงกัน มินะหรี่ตาเล็กน้อยเพื่อปรับการมองให้ชัดกว่าเดิมท่ามกลางแสงสลัวภายในร้าน เด็กสาวในชุดเดรสสีดำกำลังรินเหล้าให้กับบรรดาชายหนุ่มวัยกลางคน ใบหน้าน่ารักถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเล็กที่เปล่งประกายชัดเจนในความมืดสลัว มินะแปลกใจที่รอยยิ้มสวยของเจ้าหล่อนช่างเข้ากันได้ดีกับแววตาหม่นคู่นั้น

 

สดใสทว่าเศร้าสร้อย

 

ราวกับแสงจันทร์ในคืนที่มืดมิดที่สุด

 

มินะนึกชมเด็กสาวตัวเล็กพลางยกยิ้มบางเบา ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีทันทีเมื่ออีกฝ่ายหันมาสบสายตากันพอดี มินะกระแอมไอเล็กน้อยอย่างเก้อเขินทำทีสนใจเครื่องดื่มในมือ

 

โดนจับได้ซะแล้ว

 

หญิงสาวส่ายหัวเล็กน้อยพยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับเด็กสาวโต๊ะตรงข้าม ร่างบางยืดตัวตรงก่อนจะกระดกเครื่องดื่มที่เหลืออยู่ก้นแก้วจนหมด

 

“มาคนเดียวเหรอคะ” มินะเบิกตาเล็กน้อยด้วยความตกใจที่จู่ๆเด็กสาวเจ้าของรอยยิ้มหวานที่เธอแอบมองสำรวจเมื่อครู่โผล่มา

 

“เอ่อ ใช่ค่ะ” มินะตอบไม่เต็มเสียง

 

“ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ” รอยยิ้มเล็กถูกส่งมาอีกครั้ง

 

“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างมึนงง ความคิดที่จะกลับบ้านคงต้องพับเก็บไปก่อน 

 

“ขอเครื่องดื่มเหมือนเดิมนะคะ” เด็กสาวหันไปเอ่ยกับบาร์เทนเดอร์

 

“อ่อ สำหรับคุณผู้หญิงด้วยนะคะ” เธอพูดต่อพลางพยักเพยิดไปทางมินะ บาร์เทนเดอร์หนุ่มพยักหน้ารับ

 

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคงพอแล้วสำหรับคืนนี้”  มินะเอ่ยอย่างมีมารยาท

 

“อย่าปฏิเสธเลยค่ะ อยู่ดื่มกันอีกสักหน่อยนะคะ” ใบหน้าใสของคนเด็กกว่าเอ่ยเสียงเว้าวอน มินะใจอ่อนยวบเมื่อสังเกตุเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของอีกคน

 

“ก็ได้ค่ะ” 

 

“ฉันชื่อแชยองค่ะ ซนแชยอง ยินดีที่ได้รู้จัก” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นพลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาชนกันเบาๆ

 

“เมียวอิ มินะค่ะ เรียกมินะเฉยๆก็ได้” มินะตอบพลางหัวเราะในลำคอ

 

“อ่า คนญี่ปุ่นสินะคะ ถึงว่าคุณดูสวยมากเลย” ร่างเล็กเอ่ยชมพลางกวาดสายตาไปทั่วใบหน้าของอีกคนอย่างตั้งใจ ใบหน้าเล็กของแชยองดูจริงจังเมื่อค่อยๆไล้สายตาไปเรื่อยตั้งแต่คิ้ว จมูก จนกระทั่งริมฝีปากของอีกคน

 

“อย่าจ้องแบบนั้นสิคะ” มินะเมมปากแป็นเส้นตรงพลางหัวเราะน้อยๆไปกับท่าทางของคนเด็กกว่า

 

“ขอโทษทีค่ะ” ร่างเล็กยิ้มขำ ไม่มีท่าทีของคนที่เพิ่งเอ่ยขอโทษ

 

“ยังจะหัวเราะอีก”มินะแสร้งทำเสียงเข้ม

 

“ก็คุณตลก” เด็กสาวคลี่ยิ้มพลางยกมือเท้าคางมองอีกคน

 

“ตลก” มินะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

 

“คุณเป็นคนแรกเลยที่พูดแบบนี้” หญิงสาวกล่าวต่อ

 

“แล้วปกติพวกเขาบอกว่าคุณเป็นยังไงคะ” เสียงเล็กเอ่ยถาม

 

“อืม” มินะครุ่นคิด

 

 “น่าจะเป็นคนที่ เย่อหยิ่ง เย็นชา แต่ว่าสวยค่ะ” คนโตกว่าเอ่ยติดตลกเรียกรอยยิ้มจากคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี

 

“เห็นมั้ยว่าคุณตลก” แชยองหัวเราะน้อยๆ

 

“แต่คนพวกนั้นพูดถูกอย่างเดียวนะคะ” ร่างเล็กเอ่ยต่อ

 

“ตรงไหนคะ”

 

“ตรงที่คุณสวย นอกนั้นไม่ใช่ทั้งหมด” สายตาหม่นของแชยองมองจ้องอีกคนอย่างจริงจัง มินะยิ้มรับอย่างใจเย็นทว่ารู้สึกร้อนที่ใบหน้าอย่างห้ามไม่ได้

 

“คุณกำลังทำฉันเขิน” มินะเอ่ยตามตรงพลางส่งยิ้มหวานอย่างที่ไม่ได้ทำบ่อยนัก อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ที่มากขึ้นหรือเด็กสาวตรงหน้า มินะเองก็ไม่แน่ใจนัก

 

“แสดงว่าฉันบรรลุจุดประสงค์” เด็กสาวยกยิ้มเจ้าเลห์

 

“แล้วจุดประสงค์ของคุณคืออะไรคะ” มินะถามเสียงเรียบ แววตาสวยสอดประสานกับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของอีกคน

 

ราวกับมีเสียงเรียกจากดินแดนไกลโพ้น มินะเอื้อมมือขึ้นสัมผัสใบหน้าเรียวพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆที่แก้มใส แชยองยิ้มรับพลางยกมือกอบกุมมือเรียวของอีกคนไว้

 

“อยากได้ความจริงแบบไหนละคะ” แชยองแนบหน้ากับมือของอีกคนพลางถามเสียงอ่อน แววตายังคงจับจ้องอีกคนอย่างไม่เว้นวาง

 

“มีแบบไหนบ้างล่ะ”

 

“ความจริงแบบแรกคือฉันอยากรู้จักคุณ” แชยองลูบไล้มือบางของอีกคนไปมา

 

“แต่ถ้าถามถึงความจริงที่มากกว่านั้น.. คืออยากกอดคุณ”

 

“แบบนี้ พอจะได้มั้ยคะเสียงเล็กเอ่ยต่ออย่างเว้าวอนทว่าหนักแน่นในแววตา มินะยิ้มรับด้วยใจหวามหวิว แก้มใสร้อนผ่าวราวกับถูกแผดเผาไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย

 

.

.

.

 

พายุแห่งแรงปรารถนาถาโถมใส่คนทั้งคู่อย่างไม่ปราณี สองร่างบดเบียดกันอย่างไม่มีใครยอมใครเมื่อประตูบานเล็กภายในโรงแรมหรูถูกปิดลง ริมฝีปากบางของมินะทาบทับลงไปบนตำแหน่งเดียวกันของอีกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างคนกระหายในรสรัก ลิ้นเรียวสอดประสานกันเหมือนกับทวงทำนองที่สอดคล้องกันอย่างลงตัว คนตัวเล็กกระชับร่างคนสูงกว่าให้แนบชิดกันมากกว่าเดิม มือบางลูบไล้เอวคอดเรื่อยไปจนสะโพกผาย มินะส่งเสียงครางหวิวอย่างพึงพอใจในสัมผัส

 

“คุณสวย” แชยองพึมพำพลางจูบซับที่ใบหน้าของอีกคน

 

“ฉันสวยได้มากกว่านี้”

 

“มากกว่าที่เธอจะจินตนาการได้” มินะกระซิบพลางจับจูงอีกคนไปที่เตียงหลังใหญ่ตรงกลางห้อง

 

แชยองกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางส่งสายตาจับจ้องโลมเลียไปยังร่างระหงตรงหน้า เอวคอดและสะโพกกลมกลึงยามเยื้องย่าง ใบหน้าสวยจัดสีแดงระเรื่อ ทั้งแววตาคู่งามที่หยาดเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ แชยองครางเสียงต่ำอย่างพอใจเมื่อมือเรียวของมินะดึงเธอเข้าไปรับสัมผัสร้อนแรงจากริมฝีปากเล็กนั่นอีกครั้ง

 

เดรสตัวสั้นถูกปลดออกด้วยความช่วยเหลือจากคนด้านล่างก่อนจะตามมาด้วยชิ้นส่วนของคนด้านล่างที่มีชะตากรรมเดียวกัน ร่างเปลื่อยเปล่าของทั้งคู่ผวาเข้ากอดกันเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่เข้าประทะในทุกโสตสัมผัส

 

มินะหายใจหอบสะท้าน ริมฝีปากบางขบเม้มเป็นเส้นตรงอย่างพยายามสะกัดกั้น ราวกับกำลังถูกกลืนกินสติสัมปชัญญะที่มีจนหมดสิ้น ไม่มีสีขาวสีดำในเวลานี้ ไม่มีความดีหรือความเลวให้วัด เหลือเพียงห้วงแห่งสัมผัสอันอ่อนโยนที่อีกคนมอบให้

 

แชยองแนบหน้าผากเข้ากับของอีกคน มือบางกอบกุมใบหน้าสวยใต้ร่างให้หันมาสบตา เธอกำลังหลงใหลกับแววตาคู่นี้ เด็กสาวมองมันอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถาม

 

“ขอกอดแน่นกว่านี้  ได้มั้ย” เสียงกระเส่าเว้าวอนของแชยองกระซิบแนบชิดใบหู

 

hug me or fxck me, do whatever you want babeเสียงแหบพร่าเอ่ยตอบ

 

ประโยคเชิญชวนอย่างเปิดเผยของมินะ นำพาแชยองเข้าสู้ห้วงอารมณ์ที่ไม่สามารถกักเก็บไว้ได้อีก ร่างเล็กโถมทับอีกคนทันที จูบแสนหวานแปรเปลี่ยนเป็นความเร้าร้อนเมื่อแชยองส่งลิ้นสำรวจไปยังแนวฟันสวย ขบกัดเบาๆให้อีกคนครางอื้ออึงในลำคอ ก่อนจะเริ่มสำรวจไปยังฐานคอ ลามไปถึงความกลมกลึงที่กำลังถูกฟ้อนเฟ้นอย่างพอใจจากเด็กสาว ริมฝีปากบางดื่มกินความสวยของคนโตกว่าอย่างอย่างมัวเมา

 

มินะสะดุ้งเฮือกเมื่อคนตัวเล็กดูดดุนความอ่อนนุ่มของเธออย่างไม่ปราณี แทนที่จะห้ามปรามเธอกลับกอดกระชับอีกคนให้แนบชิดกันมากกว่าเดิม เสียงครางหวิวของมินะกำลังทำให้เด็กสาวได้ใจ แชยองกดจมูกเล็กลงไปยังเนื้อนุ่มอีกครั้งก่อนจะถดตัวลงไปด้านล่าง หน้าท้องแบนราบกำลังหอบหายใจอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อแชยองส่งลิ้นร้อนโลมเลียไปทั่วทั้งบริเวณ

หญิงสาวบิดตัวอย่างทรมาน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นหอบหายใจถี่เมื่อเด็กสาวเลื่อนใบหน้าลงไปจนถึงส่วนอ่อนโยนที่สุด มินะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อความวาบหวามกำลังโจมตีเธออย่างหนักหน่วง จนกระทั่งความอ่อนนุ่มถูกแทนที่ด้วยนิ้วเรียวของอีกคนจนต้องระบายความรู้สึกอดอั้นมากมายด้วยการจิกที่ผ้าปูที่นอนจนยับยู่ ทั้งยังปล่อยเสียงครางหวานให้ดังออกมาอย่างไม่นึกอาย

 

ความเร่าร้อนที่เด็กสาวมอบให้ไม่ได้จบลงง่ายๆเพียงแค่ครั้งเดียว ราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในช่วงชีวิตหนึ่งที่เคยมีความสุขที่สุด ช่วงที่เซ็กซ์ยังเป็นความทรมานที่เต็มไปด้วยความหรรษา ช่วงที่ไฟร้อนในหัวใจและร่างกายได้ถูกเติมเต็มอย่างท่วมท้น มินะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปอยู่แบบนั้นด้วยความเต็มใจตลอดคืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุขใจและอบอุ่นใจมากมายเหลือเกิน มีเพียงวูบนึงเท่านั้น เพียงแค่วูบเดียวจริงๆที่เธอนึกรู้สึกผิดกับการกระทำตรงหน้า  แต่เมื่อได้สัมผัสกับความสุขสมอันแสนหวานความกระดากอายที่พึงมีกลับลอยล่องหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตน

 

          .

          .

          .

 

ร่างบางพาตัวเองกลับมายังเพนเฮาส์หรูใจกลางเมืองในช่วงเที่ยงของวัน เธอกวาดตามองไปทั่วก่อนจะพบเพียงความว่างเปล่า เป็นความว่างเปล่าที่ไม่ได้เกิดจากจำนวนผู้คนที่เคยอยู่หรือควรจะอยู่อย่างเช่นสามีที่นอกใจ แต่เป็นความรู้สึกที่แสนแร้นแค้น เหมือนว่าถูกปล่อยให้เปล่าเปลี่ยวอยู่ท่ามกลางทะเลทรายแห่งความเหงา

 

“สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ ขอให้เป็นวันที่ดีของคุณ – CY

 

เมียวอิ มินะถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากอ่านข้อความของเด็กสาวคนนั้นอีกรอบ ก่อนจะยัดกระดาษแผ่นเล็กที่อีกคนวางทิ้งไว้ในหนังสือเล่มโปรดบนชั้นวาง เธอเลือกเก็บมันไว้ทั้งที่ไม่จำเป็น หากแต่จะทิ้งไปก็ทำไม่ได้ มินะยกยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยของอีกคน ทั้งหัวใจก็กำลังเต้นลิงโลดเหมือนกำลังป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าเธอกำลังมีความสุขนักหนากับความผิดบาปที่กำลังทำ

 

มินะแปลกใจที่เธอไม่ได้รู้สึกผิดมากเท่าที่เธอเคยจินตนาการ ทั้งๆที่เพิ่งนอกใจสามีที่อยู่กินกันมานาน ถึงแม้ว่าเขาจะทำเสียเองก็เถอะ แต่คนอย่างมินะไม่ใช่ผู้หญิงที่จะแก้แค้นใครด้วยวิธีที่ทำแบบนั้นเสียเอง ร่างบางหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน จริงๆก็อาจจะเป็นอย่างที่ใครเขาว่า ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดเราเท่าเส้นผม สำหรับมินะแล้วเส้นผมยังดูจะมากไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับความรู้สึกเธอในตอนนี้

 

.

.

.

“เจอกันอีกแล้วนะคะ” เสียงเล็กเอ่ยพลางทิ้งตัวลงข้างๆโดยไม่เว้นที่ว่างไว้แม้แต่สักนิด

 

“นั่นสิคะ เจอกันอีกแล้ว” มินะยิ้มตอบพลางส่งยิ้ม

 

“เจอกันครั้งแรกอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าเจอกันอีกถือว่าเป็นโชคชะตา เคยได้ยินมั้ยคะ” แชยองถามพลางเอียงคอมอง

“ถ้าครั้งแรกบังเอิญ แต่ครั้งต่อมาคือความตั้งใจละคะ ถือว่าเป็นโชคชะตาด้วยรึเปล่า” มินะถามพลางสบสายตาของอีกคนที่เต็มไปด้วยประกายวิบวับ ต่างจากความเศร้าสร้อยประหนึ่งดวงจันทร์แสนโดดเดี่ยวอย่างเมื่อวาน

 

“ถ้าแบบนั้นก็แสดงว่าคุณเลือกที่จะขีดโชคชะตาด้วยตัวคุณเอง ถูกต้องมั้ยคะ”

 

“จะพูดแบบนั้นก็ได้ค่ะ” มินะยิ้มรับ แชยองเป็นเด็กสาวที่ฉลาดและมีเสนห์เกินวัย ไม่สามารถบอกได้ว่าเพราะสิ่งใด มินะไม่อยากนึกถึงต้นสายปลายเหตุ เธอรู้เพียงว่าชอบใจในตัวเด็กคนนี้มาก มากเสียจนแสร้งทำเป็นเดินเตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกจนรู้สึกว่าควรหาที่อุ่นๆให้สบายตัว ก่อนจะเดินฉิวกลับเข้ามายังบาร์เดิมอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเมื่อวาน ไม่เพียงแต่ร่างกายที่กำลังต้องการความอบอุ่น แต่หากหัวใจแห้งๆดวงนี้ก็เช่นเดียวกัน มันช่างร้องเรียกหาสัมผัสและใบหน้าน่ารักของอีกคนจนไม่อาจห้ามปรามได้

 

“วันคริสมาสต์ทั้งที ทำไมยังมาทำงานละคะ” มินะถามเพื่อทำลายบรรยากาศร้อนๆที่ไม่ได้มาจากอุณหภูมิภายนอก แต่หากเป็นความร้อนจากร่างกายทั้งของเธอและอีกคน เธอรู้ รู้ว่าเด็กสาวกำลังร้อนอยู่เหมือนกันอย่างไม่อาจห้ามได้

 

“ไม่มีเหตุผลที่ต้องหยุดนี่คะ”

 

“อ่า งั้นสินะคะ”

 

“แล้วก็อยากมารอใครบางคนด้วยค่ะ” แชยองเอ่ยต่อก่อนจะทิ้งสายตาแวววาวที่ชอบทำ มินะหัวเราะร่วน

 

“ถามได้มั้ยคะว่าใครกัน”

 

“บอกไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวเขารู้ตัว” แชยองส่ายหัวไปมาพลางเอนตัวพิงกับพนักพิงด้วยท่าทางสบายๆ

 

“งั้นฉันคิดว่าฉันรู้แล้วล่ะค่ะ” มินะเอี้ยวตัวเข้าไปใกล้

 

“รู้ตัวซะแล้วสิคะเนี่ย” มือเล็กโอบกระชับเอวอีกคน ก่อนจะดึงร่างบางขึ้นมานั่งเกยกันอย่างหิ่นเหม่

 

“ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะ” ร่างบางกระซิบเสียงเบาหวิว ก่อนจะปล่อยให้ความเร่าร้อนอย่างเมื่อคืนวานดำเนินไปอย่างไม่เคยเบื่อ

 

จากการบังเอิญเจอกันครั้งแรก ไปสู่การกำหนดโชคชะตาของตัวเองในการเจอกันครั้งที่สอง และเมื่อได้เดินตามทางที่แสนวาบหวามและเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าตัวเองสามารถทำสิ่งใดก็ได้ตามที่ต้องการ ครั้งต่อๆไปก็เกิดขึ้นได้อย่าง่ายดาย ไม่มีความซับซ้อน ไม่มีความรู้สึกผิด มีเพียงความอบอุ่นยามที่ได้เจอ และอ้อมกอดที่ระอุไปด้วยความต้องการของกันและกัน มันเต็มตื้นอย่างที่ไม่อาจจะถอนตัว และไม่เคยคิดจะถอนตัวเสียตัวซ้ำ



.

.

.



 

และคำกล่าวที่ว่าความลับไม่มีในโลกก็ช่างเป็นความจริงที่เกินจริงอยู่มาก จริงอย่างที่ยากจะยอมรับว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเด็กคนนึงกำลังเป็นหัวข้อในการทะเลาะกันของเธอและสามีในตอนนี้ แม้แต่ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงโวยวายเสียงดังด้วยความเดือดดาล เธอยังคงประหลาดใจที่ไม่ได้รู้สึกเสียใจสีกนิดในสิ่งที่ทำลงไป ไม่มีแม้เพียงเสี้ยว

 

“คุณต้องการแก้แค้นผม” เจสันเอ่ยเสียงสั่น ใบหน้าคมแดงกร่ำด้วยอารมณ์โทสะ

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องแก้แค้นคุณ” มินะที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงหันควับมองเขาอย่างเหยียดหยัน ทุกคำพูดร้ายกาจของเจสันไม่สามารถทำร้ายเธอได้ ไม่มีเลยแม้แต่เพียงคำเดียว แต่การที่เขาคิดว่าสิ่งที่เธอทำลงไปเป็นการแก้แค้นนั้นผิดมหันต์ เขากำลังหลงตัวเองมากเกินกว่าจะให้อภัย

 

“เมียวอิ มินะ เธอบ้าไปแล้ว”  เจสันส่ายหัวไปมาแววตาสับสน มินะมองดูอาการนั้นด้วยความเฉยชา

 

“ใช่ ฉันบ้า ถูกต้องแล้ว”

 

“คุณนอกใจผมกับเด็กผู้หญิงในบาร์ คุณไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยเหรอ” เจสันจ้องมองแน่นิ่ง จากความโกรธกลายเป็นความผิดหวัง นัยน์ตาของเขามีประกายของความเจ็บปวด แต่มันสายเกินไป สายเกินไปแล้ว

มินะไม่สนใจเขาอีก เธอเลือกปล่อยให้เขายืนเซอย่างคนไม่รู้จะทำอย่างไรอยู่ตรงนั้น มันไม่มีเหลือแล้ว ความรักอะไรที่เคยให้ วันนี้มีเพียงแต่ความรังเกียจก็เท่านั้นที่จะให้คนอย่างเจสันได้ รังเกียจที่เขาเป็นคนทำทุกอย่างพัง แต่ทำราวกับว่าเป็นความผิดของเธอทั้งหมด


.

.

.


 

มินะย้ายออกจากเพนเฮาส์ เธอกลับมาอยู่คอนโดที่เคยซื้อไว้เมื่อตอนพ่อแม่ยังอยู่ แชยองกลายมาเป็นส่วนนึงของชีวืตเธอ เด็กสาวหลงเธอมากพอ พอที่จะกลับมาหาเธอในทุกๆคืนหลังเลิกงาน แชยองยังทำงานที่บาร์ มินะไม่ถามว่าทำไม ส่วนแชยองเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปอย่างที่เจ้าตัวเคยบอก ความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยเรื่องของร่างกาย ไม่มีใครกล้าพูดออกมาดังๆสักครั้งว่าหัวใจข้างในกำลังรู้สึกอย่างไร อาจเป็นเพราะเศษซากของการพังทลายของหัวใจที่เคยได้รับ ความเชื่อใจในความสัมพันธ์กลายเป็นเรื่องยาก แม้แต่กับเด็กสาว มินะไม่รู้ว่าอีกคนโตมาด้วยสภาพแวดล้อมแบบไหน แต่เดาได้ว่ามันคงไม่ราบรื่นนัก จึงไม่แปลกที่แชยองเองก็แตกร้าวเสียจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะผูกสัมพันธ์ใดๆ

 

“นอนดึกอีกแล้ว” แชยองซบหน้าลงกับไหล่ของอีกคนอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าสวยที่ยังคงเยาว์วัยทำให้มินะอยากเอ่ยถามอยู่หลายครั้ง ว่าอะไรกันที่ทำให้เด็กสาวมาอยู่ตรงนี้ ที่นี่ ในชีวิตแบบนี้

 

“เหนื่อยมั้ย” ร่างบางตอบคำถามด้วยคำถาม เลี่ยงที่จะตอบความจริง ว่าแท้จริงแล้วเธอกำลังรออีกคนอยู่อย่างไม่อยากจะนอมรับ

 

“นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก”

 

“อื้ม ก็ดีแล้ว” มินะเสมองไปทางอื่น เป็นอีกครั้งที่กำลังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่กลายเชือกหนาๆที่กำลังรัดเราสองคนให้แน่นขึ้นจนรู้สึกปวดร้าวในบางคราวที่พยายามฝืนมัน ฝืนที่จะขยับไปมากกว่าที่เป็น ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงไม่ต่างไปนัก คงต้องแตกร้าว แหลกสลายกันไปอีกครั้ง

 

“คุณ คุณว่าฉันควรเลิกไปทำงานที่บาร์มั้ย” อยู่ๆเด็กสาวก็พูดเรื่องที่เธอกำลังครุ่นคิด เหมือนว่าอีกคนจับความรู้สึกกันได้ แน่ล่ะ แชยองเป็นเด็กฉลาด เธอรู้เสมอ รู้ทันไปทุกเรื่อง

 

“คุณอยากเลิกมั้ย” มินะตอบคำถามด้วยคถามอีกครั้ง

 

“ไม่รู้สิ แค่คิดว่าคุณอาจจะอยากให้ฉันเลิกไปที่นั่น” เป็นครั้งแรกที่มินะรู้สึกถึงความไม่มั่นใจในน้ำเสียงของอีกคน ในขณะที่สายตาที่มักจะส่งประกายแวววาวอยู่เสมอ ก็แปรเปลี่ยนเป็นแววตาสั่นสะท้านที่ไม่สามารถปิดได้มิด

 

“เด็กน้อย ฉันกับเธอช่างเปราะบาง เราร้าวรานกันมาพอแล้ว เธอคิดว่างั้นมั้ย” มินะเอ่ยตอบในที่สุด แม้ว่าจะได้รับสายตาผิดหวังของแชยองเป็นคำตอบก็จริง แต่เธอไม่สามารถหาคำไหนมาปลอบโยนอีกฝ่ายได้ ถึงแม้ภายในใจเธอเองก็กำลังรวดร้าวไม่ต่างกับอีกคน

 

“จริงของคุณ เราร้าวรานกันมาพอแล้ว มากพอแล้ว” แชยองพึมพำอย่างเหม่อลอย ร่างบางทิ้งตัวลงพิงกับอีกคน ก่อนจะสวมกอดซ่อนใบหน้าและน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมา ราวกับว่าความร้าวรานที่เรากำลังเลี่ยง มันก็กลับมาอีกแล้วไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ อาจจะเป็นอย่างที่มินะพูดไว้ก่อนหน้า เธอสามารถขีดชะตากรรมของตัวเธอได้ และเธอไม่ได้ต้องการซน แชยอง เป็นเมียวอิ มินะนี่ดีจริงๆ กำหนดชะตาของตัวเองได้อย่างใจ ส่วนตัวเธอก็คงต้องยอมรับทุกชะตากรรมที่เกิดขึ้น เธอไม่เคยเลือกได้เลย ไม่เลยสักครั้ง


 

.

.

.




ปัจจุบัน

 

“ถึงเวลาที่ฉันต้องกำหนดชะตาของชีวิตตัวเอง ขอโทษที่ต้องไป แต่ฉันอยู่โดยแสร้งว่าไม่รักคุณไม่ได้จริงๆ

รักคุณเสมอมาและตลอดไป

CY

 

ไม่นานแชยองก็จากไปพร้อมกับทิ้งข้อความสุดท้ายเอาไว้เหมือนครั้งแรกที่เจอกัน  หากแต่ครั้งนี้มันช่างส่งผลรุนแรงราวกับพายุลูกใหญ่ คำว่ารัก รักที่เธอไม่อยากได้ยิน ไม่อยากได้รับ ไม่อยากรู้สึก แต่ทว่าเลือกไม่ได้ เธอเลือกที่จะรู้สึกไม่ได้

 

สำหรับมินะแล้ว แม้ว่าจะพยายามหลอกตัวเองอีกกี่ครั้งว่าชีวิตพังครั้งสุดท้ายคือความรักที่มีต่อเจสัน แต่นั่นไม่จริงสักนิด ยากนักที่จะต้องยอมรับว่าเธอแตกสลายอีกครั้งด้วยน้ำมือของตัวเอง แชยองจากไปแล้ว ไม่มีอีกแล้วความอบอุ่นที่เป็นที่พักพิงในยามที่อ่อนล้า ชีวิตเธอโดดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์ คริสมาสต์เวียนมาอีกครั้ง ปีนี้หนาวกว่าที่เคยและนั่นเป็นเหตุผลที่ฉันแสร้งทำเป็นเดินผ่านมาที่บาร์แห่งนี้

 

เหมือนว่ารอยยิ้มของแชยองยังคงซุกซ่อนอยู่บางแห่งบนโลกใบนี้ หลายครั้งที่ฉันพยายามมองฝ่าฝูงชนเพื่อมองหาแววตาสวยที่เคยมองมาที่เธออย่างแสนคลั่งไคล้ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าอยู่เสมอ เหมือนกับบาร์แห่งนี้ที่จะกลายเป็นเหมือนสวรรค์ในบ้างครั้งและจะกลายเป็นรกสำหรับเธอบ่อยซะกว่า แต่เธอกลับรักมันเหลือเกิน รักที่จะได้เจ็บ รักที่จะได้รู้สึกถึงซน แชยอง

 



เพราะแชยองได้กลายเป็นความสุขที่หอมหวานและความทรมานที่ต้องชดใช้...ชั่วชีวิต




The End...








ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอบคุณมากจริงๆค่ะ นี่เป็นฟิคที่สั้นที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา สั้นจนรู้สึกว่าเขียนทำไม 555555 ยังไงก็ขอฝากไว้ด้วยนะคะ #กราบแนบอก

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MINAPHILE จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 01:06

    /เหม่อ

    สารภาพว่าอ่านจบรอบแรกแล้วยังไม่เม้นทันที นั่งเถียงกับแม่ซื้อ ถกกับนางฟ้าบนไหล่พักหนึ่ง

    คือหัวโล่งอ่ะค่ะ 5555555 เหมือนโดนไฟช็อตยังไงไม่รู้

    emptiness สมชื่อเรื่องมาก อะไรกันเหนี่ย 55555555 คือไม่ได้โล่งเพราะไม่เข้าใจนะคะ

    คุณพี่เขียนดีมาก น้องเข้าใจทุกสิ่งอย่าง รายละเอียดเล็กๆน้อยๆระหว่างประโยคก็ดี ประทับจัยยิ่ง

    รู้สึกว่าเป็นตอนจบที่เศร้านะ แต่ก็สวยงาม ลองคิดเล่นๆ ถ้าจบแบบมิแชงยังอยู่ด้วยกันอาจจะร้าวรานกว่านี้ก็ได้ แค่เดานะคะ

    ขอบคุณที่ตัดสินใจอัพเรื่องนี้นะคะ น้องชอบฟีลลิ่งแบบนี้มากเลย

    #2
    1
    • 13 ตุลาคม 2562 / 01:23
      ขอนุยาดเขินแปปนะคะ ขอบคุณค่ะน้องพีช หายเหนื่อยแลยแง่งงงงงง
      #2-1
  2. วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 23:46

    แง่วว หน่วงเนย สงสารมิแชง ;__; ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ เปน กลจ ให้ค่าาาา

    #1
    1
    • 13 ตุลาคม 2562 / 01:22
      ขอบคุณค่ะพี่ เป็นกำลังใจให้พี่มายด์เช่นกันนะคะ สู้ๆๆ
      #1-1