Millennium รักนิรันดร์ +fic Wenrene+

ตอนที่ 9 : 九 ทั้งชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    5 ก.พ. 60

T
B




 

Iไอรีนเป็นแวมไพร์ที่มีจุดจบคือตัวตนของตนเองI

            กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเต็มจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ของเหลวสีแดงเข้มจากรอยเขี้ยวไหลลงจากลำคอเล็กหยดลงบนที่นอนขาวสะอาดอีกครั้ง เล็บทั้งสิบจากฝ่ามือเล็กจิกลงบนแผ่นหลังของร่างสวยที่ป่าเถื่อนราวกับสัตว์ร้ายไม่เหลือคราบของอาที่เธอรู้จักซักนิด ร่างเล็กซบใบหน้าลงบนไหล่ลาดพร้อมสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวดเมื่อถูกกัดเข้าที่ลำคออีกหน มันเกิดขึ้นซ้ำๆจนเธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไหร่เพราะสติที่มีอยู่นั้นน้อยนิดเหลือเกิน

            ร่างเล็กครวญครางในลำคอเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากที่ดูดซับเลือดในกายอย่างหิวกระหาย หลับตาแน่นหวังให้ฝันร้ายนี้จบลงไปเสียทีแต่ก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ตลอดไปเมื่อความเจ็บปวดมันชัดเจนเน้นย้ำว่ามันคือความจริง ผิวกายขาวเนียนเต็มไปด้วยร่องรอยมากมายคล้ายจะน่ากลัว ทั้งรอยคมเขี้ยวและรอยแดงเป็นจ้ำช้ำบ้างในบางที่ แต่ร่างของสัตว์ร้ายผู้หิวกระหายกลับไม่มีตำหนิเลยแม้แต่นิด

            งดงามนักหาสิ่งใดเปรียบคือเจ้านั่นเองซึงวาน

            เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากริมฝีปากที่อาบไปด้วยเลือดคาว ลิ้นร้อนถูกส่งออกมาเลียริมฝีปากเปรอะนั้นก่อนที่ใบหน้าที่ยังคงสวยงามแม้จะน่ากลัวเพราะคราบเลือดจะละออกจากลำคอเล็กของร่างบนเตียงผืนใหญ่ แววตาเย็นชาสบเข้ากับดวงตากลมที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาและความหวาดกลัว มันไล่มองร่างกายบอบช้ำตรงหน้าแล้วคลี่ยิ้มเย็นๆออกมาเผยฟันแหลมคมสองซี่บนจนชัดเจน

            ชู่ว์..อย่าร้องไห้ไปเลย มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่เหลือน้ำตาไว้ให้ไหลออกมาเมื่อมันเกิดขึ้นอีก

            มือเย็นจับเข้าที่เรียวขาสั่นระริกของร่างเล็กก็ทำให้สติที่ใกล้หลุดลอยของเวนดี้กลับมาอีกครั้ง ร่างเล็กขืนตัวออกจากการบังคับที่นอนอยู่เฉยๆแต่ก็ถูกมือเรียวนั้นกดลงบนแผลที่ลำคอจนเกิดความเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าสวยของคนเป็นอาก้มต่ำลงรุกรานร่างบนเตียงอีกครั้ง มือเล็กจิกลงบนผ้าปูที่นอนที่ยับเยินไม่ต่างกับจิตใจของเธอตอนนี้เลยซักนิด ความรู้สึกวาบหวามไม่ได้ทำให้รู้สึกดีถ้าหากยังมีเลือดสีสดเปรอะเปื้อนเต็มร่างกายอยู่แบบนี้กลับกันมันกลับทำให้รู้สึกทรมานจนไม่มีแรงจะร้องไห้อีกครั้งแล้ว

            ฝังเขี้ยวคมลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่ฟังคำขอร้องจากปากเธอซักนิด

            หรือนี่จะเป็นวันตายของเธอแล้วจริงๆสินะ

            เปลือกตาแดงช้ำปิดลงไล่น้ำตาให้ไหลลงอาบแก้มอีกครา ลมหายใจหอบถี่ค่อยๆแผ่วเบาจนเหมือนขาดห้วง มือเล็กคลายจากร่างของสัตว์ร้ายตรงหน้าจนแทบจะละออกจากผิวเนื้อละเอียดไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไปของร่างด้านบน ความรู้สึกเริ่มเลือนหายไปทีละนิดทว่าริมฝีปากบางกลับเรียกชื่อคนๆหนึ่งแผ่วเบาก่อนที่โลกจะมืดดับลงไป

            …อารีน

 

 

            ซังกิลลุกขึ้นยืนอีกครั้งหลังจากที่นั่งมองร่างบนเตียงคนไข้ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมา มือหนาวางลงเบาๆบนที่นอนก่อนจะทอดสายตามองร่างในชุดคนไข้สีฟ้าอ่อนสลับกับสายที่ระโยงระยางอย่างเป็นกังวล

            เขาได้แต่โทษตัวเองที่ตัดสินใจช้าไปจนทำให้หลานบุญธรรมกลายเป็นแบบนี้ถึงแม้ต้นเหตุจะมาจากไอรีนก็ตาม รายนั้นพอรู้สึกตัวก็ช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนต้องแยกตัวออกไป ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง แต่ถ้าเดาไม่ผิดคงนั่งอยู่ข้างหน้าห้องเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ

            ไอรีนขี้ขลาดเกินกว่าจะยอมรับสิ่งที่ตนเองทำ ข้อนั้นเขารู้ดีว่าเป็นเพราะใคร

           

            ..อา…”

            เสียงเล็กแหบแทบฟังไม่ได้ยินดังขึ้นสะกิดให้ซังกิลหันกลับมาสนใจกับหลานที่พึ่งรู้สึกตัว เขาส่งมือไปลูบเรือนผมนุ่มนั้นเบาๆก่อนจะเอื้อมมือจับมือที่ไร้เรี่ยวแรงของร่างบนเตียงพร้อมกับฝืนยิ้มเซียวๆให้

            อาอยู่นี่แล้ว รอก่อนนะเดี๋ยวอาจะไปเรียกหมอชายหนุ่มเขย่ามือเล็กเบาๆแล้วเดินออกจากห้องไป เพียงครู่เดียวก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์ที่ยิ้มอย่างเป็นมิตร หล่อนเริ่มทักทายและถามอาการโดยรวมแล้วก็กลับออกไป เวนดี้ก็ตอบคำถามผิดๆถูกๆเพราะความมึนงงแต่ก็ทำให้คุณหมอสาวคนนั้นสามารถระบุอาการเพื่อให้ยาได้

            เมื่อร่างโปร่งในชุดกาวน์ออกไปจากห้องก็เหลือเพียงซังกิลและร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสร้างความเงียบให้เกิดขึ้นจนน่าอึดอัดทว่าจู่ๆร่างเล็กที่มองเหม่อกลับสะอื้นออกมาจนคนเป็นอาต้องละสายตาจากหน้าต่างมามองดู

           

อาซังกิลหนูกลัว ฮึก

ร่างกายบอบบางที่บอบช้ำยกมือขึ้นกอดตัวเองพร้อมกับหลับตาแน่น ซังกิลก้าวเข้ามาประชิดเตียงคนไข้ก่อนจะปลอบประโลมกายเล็กที่สั่นไหวจากแรงสะอื้นไห้ เรื่องที่เธอเจอมามันคงหนักหนาเกินกว่าที่คนอย่างเวนดี้จะรับไหว ยิ่งคิดถึงสภาพตอนที่เขาเข้าไปถึงยิ่งตอกย้ำว่าเด็กคนนี้ต้องเจอกับความน่ากลัวมากแค่ไหน

แม้แต่เขาที่เคยพบเจอกับตัวตนนั้นของไอรีนมาก่อนหน้านั้นแล้ว ยังไม่เคยชินกับความป่าเถื่อน ไร้สติและโหดร้ายแบบนั้นเลย

มันเจ็บฮึก เจ็บจนไม่อยากจะรู้สึก ไม่..อึก

ซังกิลหลับตาลงรับฟังคำพูดมากมายที่พลั่งพลูออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก แม้มีชุดคนไข้ปกคลุมร่างกายแต่ก็ยังมีรอยแดงเป็นจ้ำที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมาเป็นเครื่องยืนยันความเจ็บปวดได้อย่างดี ทว่าสายตายังคงจดจ้องไปที่ประตูเมื่อเขารู้สึกได้ว่ามีคนบางคนอยากจะเปิดมันเข้ามาใจแทบขาดแต่ทำได้เพียงยืนฟังเสียงร้องไห้จากคนในห้อง

 

หากเวนดี้เจ็บปวดมากมายเท่าไหร่ไอรีนในตัวตนนั้นก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน

 

.

.

บ้านหลังใหญ่เงียบเหงาไม่ใช่เพราะไม่มีใครอยู่เป็นเพราะความหดหู่ใจเข้าครอบงำ อาการของคุณหนูของบ้านทำให้เหล่าแม่บ้านต่างเป็นกังวลแต่เมื่อได้รับข่าวว่าฟื้นแล้วก็ทำให้โล่งใจไปบ้าง คนรับใช้ก็มีกำลังใจทำอาหารมื้อเย็นตามปกติทว่ามีเพียงคุณหนูคนเล็กอย่างเยริมและคุณชายของบ้านอย่างซังกิลที่นั่งอยู่

ซังกิลฝากให้คุณหมอซอซึ่งเป็นเพื่อนคนสนิทของไอรีนและรู้จักกับเวนดี้มาตั้งแต่เด็กเป็นคนดูแลเธอในตอนที่เขามาทานข้าวที่บ้าน เพราะเยริมคงไม่ยอมแน่ๆถ้าจะต้องนั่งโต๊ะกินข้าวคนเดียว

ไอรีนน่ะหรอ

เขาไม่เห็นตั้งแต่เข้าบ้านมาแล้ว คงเก็บตัวอยู่บนห้องนอนตัวเองนั่นแหล่ะ

 

เครื่องดื่มสีอำพันถูกรินลงในแก้วใสอีกครั้ง มือเรียวยกมันขึ้นกรอกมันลงลำคอราวกับจะลบความรู้สึกมากมายที่ก่อตัวทำร้ายตนเองได้ ไอรีนเบ้หน้าเล็กน้อยกับความขมปร่าที่กระจายทั่วโพลงปากก่อนจะยกมือขึ้นสางผมที่ปิดบังใบหน้าสวยออกไป

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ดื่มหนักๆแบบนี้คงจะตั้งแต่ที่เด็กตัวเล็กคนหนึ่งเป็นคนขอร้องเธอในวันเกิดนั่นสินะ

เด็กที่เธอพึ่งทำร้ายไปหยกๆ

คิดได้ถึงเท่านั้นก็เทเครื่องดื่มในมือลงในแก้วอีกคราจนหมดแล้วดื่มเข้าไปรวดเดียวเหมือนกับครั้งที่แล้ว เรือนกายสวยเอนตัวไปตามพนักเก้าอี้พร้อมหลับตาลงเมื่อรู้สึกว่าโลกมันหมุนเบี้ยวจนน่าวิงเวียน เสียงร้องไห้ที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวเข้ามารุมเร้าตอกย้ำว่า เบ ไอรีน น่าสมเพชแค่ไหน

มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องอดทนกับการไม่เปิดประตูเข้าไปในห้องในตอนนั้น ทุกๆครั้งที่เวนดี้ร้องไห้ก็เป็นไอรีนที่ปลอบเสมอ ทั้งตอนที่วิ่งจนหกล้ม โดนเยริมแกล้ง หรือว่าตอนที่ไม่เห็นอารีนนานๆจนคิดว่าโดนทิ้ง แต่ตอนนี้เด็กคนนั้นกลับร้องไห้อย่างหนักเพราะเธอ

 

คิดว่ามันเยียวยาเจ้าได้งั้นรึ?”

 

ไอรีนปรือปรายตาขึ้นมองตามเสียงก็พบกับร่างสูงโปร่งของพี่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือเย็นยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะเบือนหน้าแสร้งไม่สนใจ ซังกิลมองร่างบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะกระตุกยิ้มบางๆ

สภาพเจ้าตอนนี้ดูไม่ได้เอาซะเลย

“…ซึงวานก็เช่นกันไอรีนเอ่ยขึ้นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าทีหนึ่ง ข้ามันเลวร้ายที่สุด

 

หลานตัวน้อยคงไปเรียนไม่ได้ซักสองสามวันพรุ่งนี้คงกลับมานอนพักที่บ้านได้ชายหนุ่มพูดไปพลางเก็บแก้วและขวดเครื่องดื่มออกจากโต๊ะแล้วจัดข้าวของที่ตกกระจายตามพื้นห้อง ซึ่งคาดว่าคงเป็นฝีมือการอาละวาดของเจ้าของห้องนั่นแหล่ะ

เพราะเจ้าแท้ๆ…”

“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านหลัง มีเพียงความเงียบงันในยามค่ำคืนที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณห้อง นั่นก็ทำให้ซังกิลหัวเราะออกมาเบาๆแล้วพูดต่อ

เพราะฉะนั้นเจ้าก็ดูแลนางซะ

 

พูดอะไรของท่านน่ะไอรีนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนักก่อนจะเดินไปยังลิ้นชักพร้อมกับหยิบของบางอย่างออกมาแต่ฝ่ามือหนาของคนเป็นพี่กลับรั้งเธอไว้ก่อน ซังกิลหยิบของในมือของน้องสาวขยำลงถังขยะใกล้ๆแล้วผลักไหล่บอบบางของเธอเบาๆพอให้ได้เสียหลัก

 

ซึงวานเคยขอเจ้าไว้ไม่ใช่รึไงว่าอย่าแตะมันอีกเลิกทำตัวงี่เง่าแล้วกลับไปดูแลนางซะ!”

 

“…นางเกลียดข้า…”

 

งี่เง่าสิ้นดี!! นางละเมอถึงเจ้าเป็นร้อยหนตอนสลบไป มีคนเกลียดกันที่ไหนร้องเรียกหากันงั้นรึ?!” คำพูดของพี่ชายทำให้ไอรีนหยุดชะงักการเดินแล้วหันกลับมามอง ร่างในชุดทำงานที่ไม่เรียบร้อยเดินเข้ามาหาอีกครั้ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังต่างจากเมื่อครู่

 

-จริงรึ?”

มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องโกหก ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วไปเฝ้านางได้แล้ว ข้ามีธุระที่สำคัญอีกมาก

แต่ข้ากลัวว่ามันจะกลับมาอีก

ไอรีนพูดขึ้นแล้วก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตนเอง ซังกิลมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกุมมือน้องสาวไว้พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ

ข้าเชื่อใจเจ้า ครั้งที่แล้วมันเมื่อหลายปีมาแล้ว ครั้งนี้มันก็คงเป็นเช่นนั้น ข้าสัญญาว่าข้าจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้มันหายไปตลอดกาล…”

 

 

ใบหน้าหวานชื้นเหงื่อแต่หลับตาแน่นบนหมอนใบเขื่องช่างงดงามแม้ดูซีดเซียวไป แสงจันทร์เกือบเต็มดวงบนฟ้าแสงสว่างพอให้เห็นแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งก็ติดตรึงในใจของคนมองไม่หาย ไอรีนก้าวช้าๆภายในห้องที่เงียบสงบเข้าไปใกล้ร่างเล็กบนเตียงก่อนจะวางมือลงบนหลังมือของอีกคน แม้จะมีเข็มที่เชื่อมกับสายน้ำเกลืออยู่แต่ก็ไม่สามารถทำให้มือเล็กนี้ดูไม่น่ามองได้เลย

ริมฝีปากสีสดที่ไร้เครื่องสำอางจรดเบาๆบนหน้าผากของคนที่ตกอยู่ในฝันร้าย ชั่วครู่ก็ทำให้ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง ดวงหน้าหวานที่ขาวเนียนตัดกับเรือนผมสีเข้มและริมฝีปากสีชมพู ยิ่งเมื่อยามที่หลับใหลยิ่งน่าดึงดูดมากกว่าสิ่งใด แต่ไอรีนก็ทำได้เพียงยั้งใจไม่ไปทำให้มันบอบช้ำอีกครา

 

อาพลั้งมือทำร้ายเวนดี้ไปแค่คำว่าขอโทษมันคงไม่พอ

ไอรีนเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้เสร็จ สองมือยังคงกุมมือนุ่มน่าสัมผัสไว้ราวกับกลัวว่าซักวันหนึ่งเจ้าของมือนี้จะหายไป หากใครมาเห็นเบไอรีนในตอนนี้คงไม่เชื่อว่าเธอกำลังมีสีหน้าที่เรียบเฉยแต่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

ใช้ทั้งชีวิตของอาได้มั้ยคะ?...อาพร้อมจะใช้ทั้งชีวิตดูแลเวนดี้เพื่อลบเรื่องที่เกิดขึ้น ขอแค่อยู่กับอาตลอดไป อยู่ให้อาดูแลเหมือนพันปีที่ผ่านมา


------
มาสองตอนรวดเลยค่าาา อารมณ์นิยายเปลี่ยนไวยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย555
บางคนอาจตกใจว่าแบบ ทำไมตอนแรกมันดูละมุนแล้วตอนนี้ทำไมมันช่างโหดอะไรเช่นนี้ ถ้าใครที่สงสารหนูซึงวานก็ขอให้ติดตามต่อไปนะคะ แน่นอนว่าทุกอย่างต้องมีที่มาค่ะ แล้วเจอกันน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #98 ฟางข้าว (FK.) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 02:25
    ดราม่าหนักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    จะสงสารอารีน ก้สงสารได้ไม่เต็มร้อย เข้าใจว่าไม่ได้ตั้งใจ ตัวตนที่ทำมันไม่ใช่ไอรีนคนปรกติ
    แต่ยังไงซะ คนที่ต้องทนอยู่ในเหตุการณืนั่นและโดนกระทำซ้ำๆจนฝังใจ มันก็ต้องเจ็บช้ำกว่าซิ 

    ถ้านี่เป้นเวนดี้คงขยาดคุณอารีนไปพักใหญ่ แต่เวนดี้ก็คือเวนดี้ ไม่มีทางหรอกที่เธอจะหันหลังให้อารีน
    ขนาดโดนทำรุนแรงอย่างนี้ ยังอยากให้อารีนใช้ทั้งชีวิตดุแลอยู่เลย

    จ้าาาาา ตามสบายจ้าาาาาา

    ...
    ปล. ลองจินตนาการภาพตัวเองบนเตียง กับเลือด แุถมโดนกัดด้วยนี่บั่บ 
    โอ้ยตายยยย ถึงร่างกายไม่ตาย แต่จิตใจฉันตายแน่ๆ 
    #98
    0
  2. #60 Awanderfool. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:17
    สงสารอารีนเลยรู้ว่าอาไม่ตั้งใจแต่ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอีกตัวตนหนึ่งที่มีอยู่ เอาใจช่วยค่ะอาสู้ๆนะคะ
    #60
    0
  3. #44 TK14 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:07
    คือมีอีกตัวตนอยู่ในร่างคุณอาหรอคะ  กลัวแล้ว
    กลัวแทนเวนดี้ เวนดี้ก็น่าสงสาร
    แต่คุณอาไอรีนก็น่าสงสาร ดูจะรักมากเลยนะนั่น
    แง อิน รออ่านเรื่อยๆค่ะ 55555555555
    #44
    0
  4. #42 Lucky17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:58
    โอ....อารีนน่าสงสารเสียจริง
    ตัวตนที่พยายามซ่อนอยู่มันก็เผยออกมาแล้ว ก็กลัวเวนดี้จะกลัวอีก
    ดูแลให้ดีๆนะ คราวนี้อ่ะ
    #42
    0