Millennium รักนิรันดร์ +fic Wenrene+

ตอนที่ 8 : 八 เรื่องเมื่อคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    13 ก.พ. 60

T
B








Iในตัวตนของไอรีนไม่ได้มีไอรีนเพียงแค่คนเดียวI 

 

 

            ลืมเรื่องเมื่อคืนไปซะ…’

           

            อื้อ

          ร่างเล็กรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับแสงแดดจางๆที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามายามเมื่อมันพลิ้วไปตามลมที่พัด ความปวดหนึบประดังเข้ามาทันทีเมื่อพยายามยันตัวลุกขึ้นทำให้ทำได้แค่เพียงกุมขมับพลางนวดเบาๆ คงเป็นเพราะเครื่องดื่มพวกนั้นสินะ

            …แต่เดี๋ยว

            เวนดี้เริ่มมองไปรอบๆเมื่อรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เตียงที่บ้าน ดวงตากลมกระพริบถี่ๆอย่างสับสนแต่แล้วสายตาก็กวาดไปเจอโพทอิทสีเหลืองที่ติดอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง มือเล็กรีบดึงมันมาอ่านแบบไม่รีรอ

          ล้างหน้าแปรงฟันซะ อาจะทำอาหารเช้าให้-อารีน

 

            ตายตายอย่างอนาถ

 

            อ๊าช..ให้ตายเถอะ ร่างบอบบางบนเตียงแทบจะปากระดาษในมือทิ้งแต่ก็ยอมก้าวเท้าลงจากที่นอนแบบกล้าๆกลัวๆ ทั้งๆที่คิดว่าเธอจะตื่นมาแบบที่ว่าเยริมเป็นคนปลุกเธอกลับกลายเป็นว่าอาที่แสนดีมาเซอร์ไพรส์ ช็อคยิ่งกว่าเห็นหนูไล่แมว

            หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ออกมาเจอกับถาดไม้พร้อมอาหารเช้าสไตล์อเมริกันที่แสนจะน่ากินแต่กลับทำให้เวนดี้กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ทำไมอารีนต้องทำให้เธอกลัวขนาดนี้ด้วยนะ? ขนาดไม่เห็นหน้ากันยังใจตุ่มๆต่อมๆขนาดนี้แล้วถ้าเจอตัวจริงจะขนาดไหน

            กระต่ายน้อยคลานขึ้นไปบนเตียงแล้วนั่งแหมะอยู่ที่เดิมที่เคยนอนก่อนจะหยิบถาดขึ้นมาวางไว้บนตัก ในขณะที่ร่างเล็กกำลังหยิบขนมปังปิ้งในถาดขึ้นมากินบุคคลที่เธอไม่อยากเจอเอาเสียเลยก็ปรากฏตัวขึ้น เวนดี้แทบหยุดการกระทำทุกอย่างเมื่อเห็นคนเป็นอาทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียงก่อนจะกระตุกยิ้มบางให้หนึ่งครั้ง

           

            “อรุณสวัสดิ์ค่ะไอรีนทำลายความเงียบในห้องด้วยการเอ่ยทักอย่างที่เคยทำ ก่อนจะคลานขึ้นไปนั่งข้างๆคนอายุน้อยกว่าที่นั่งนิ่งเหมือนโดนแช่แข็ง ใบหน้าสวยของคุณอาเคลื่อนเข้าใกล้ก่อนจะงับขนมปังในมือของเธอพร้อมจ้องตาของร่างเล็กๆนั้นจนเจ้าของต้องก้มหน้าหนี

            ใบหน้าสวยลอบยิ้มในขณะที่เคี้ยวขนมปังในปากพร้อมเอนตัวกลับมาอิงหัวเตียงดังเดิม เมื่อเห็นอีกคนกินขนมปังอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

          อารีน….”

            “คะ?”

            “อามาที่นี่ได้ยังไง?...” เวนดี้เปิดปากถามออกไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนอายุมากกว่า เธอเข้าใจอยู่ว่าอาของเธอรู้ทันเธอแทบจะทุกอย่างเรียกว่าอ่านใจเลยก็ว่าได้ แต่ครั้งนี้มันน่าสงสัยมากเกินไป เยริมเป็นพวกปิดปากเงียบถ้าหากเรื่องนั้นจะส่งผลต่อตนเอง แล้วเธอก็บอกไปว่านอนค้างที่บ้านเพื่อน แม่บ้านก็เหมือนกัน

            อารีนชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว

           

            “นี่กำลังคิดว่าอายุ่งเรื่องของหนูมากเกินไปงั้นหรอคะ?”

 

            ไอรีนเลิกคิ้วขึ้นเมื่อจบประโยค พร้อมน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วเรียบเฉยทว่าตัดกับแววตาตัดพ้อคู่นั้น แววตานั้นกระตุกให้อีกคนที่นั่งอยู่บนเตียงพลอยมุ่นคิ้วตามไปด้วยกับกิริยาของคนเป็นอา

            หนูไม่ได้คิดแบบนั้น

            “อย่าโกหกอา

            “ก็หนูบอกว่าไม่ได้-“

            เวนดี้!”

            คุณอาที่แสนดีเผลอตวาดออกไปเสียงดังด้วยความโมโหจากเรื่องเมื่อคืนส่งผลให้ร่างเล็กบนเตียงสะดุ้งโหยงมองคนข้างกายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

            “…ทำไมต้องโกหกอา

            “…”

            “ตอบสิ…”

            “…”

            “อาบอกให้ตอบ!!”

           

หนูก็แค่อยากอยู่ห่างจากอารีนซักพัก…” เด็กตัวเล็กเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่กลับทำให้ไอรีนหยุดค้าง รอบข้างเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ดังประสานกันเพียงเท่านั้น

เมื่อคืนอาทำอะไร?”

 

ว่าไงนะ?”

ทำไมต้องถามคำถามแปลกๆกับอา

 

หนูก็แค่ถามว่าเมื่อคืนอาทำอะไร,มันแปลกตรงไหนหรอคะ?” ร่างเล็กตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดูจะไม่สบอารมณ์นัก เวนดี้ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกโกรธ โมโห ไม่รู้สิ-มันน่าสับสนไปหมด

 

หนูอยากอยู่ห่างจากอา...หนูรู้สึกอึดอัด อารู้มั้ยว่าอาทำให้หนูรู้สึกกลัว หลังจากที่หนูย้ายกลับมาที่เกาหลีมันมีแต่เรื่องประหลาดๆเต็มไปหมด อารีนไม่ต้องอธิบายก็ได้แต่ขอเวลาหนูอยู่คนเดียวซักพัก

 

เวนดี้พูดพร้อมกับก้าวเท้าลงจากเตียงเพื่อตอนไปหยิบผ้าเช็ดตัวทว่ากลับถูกรั้งข้อมือไว้ด้วยฝ่ามือของคนอายุมากกว่า แรงกระตุกเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ร่างบอบบางนั้นเสียหลักหงายหลังลงบนเตียง แต่ที่ทำให้น่าตกใจมากกว่าคือการที่ไอรีนคลานขึ้นมาคร่อมตัวเธอไว้พร้อมกับใช้สองมือกดข้อมือของเธอจนฝังลงไปกับที่นอน ดวงตาคมของคนด้านบนเต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธแต่กลับมีน้ำตาคลอและเหมือนจะใกล้พังทลายลง

เพราะอะไร…”

-อารีน ปล่อยนะมันเจ็บดวงตากลมโตมองคนบนร่างสลับกับข้อมือทั้งสองที่เริ่มมีอาการเจ็บจากการที่ถูกบีบแรงจนเกินไป ไอรีนจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่แสนจะน่ากลัว ไม่เหมือนกับอาที่แสนดีอีกต่อไป

 

เธอทำแบบนี้ได้ยังไงกันน่ะซึงวาน

 

..ห๊ะ? อารีน นี่อาเป็นอะไรไปเนี่ย!”

เวนดี้เบี่ยงหน้าหลบเมื่อใบหน้าสวยนั้นก้มลงมาใกล้จนเหลือระยะห่างไม่ถึงคืบ เสียงลมหายใจถี่จากปลายจมูกนั้นฟังดูก็พอรู้ว่าเต็มไปด้วยความไม่พอใจมากแค่ไหน เสี้ยววินาทีหนึ่งที่ร่างเล็กตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมองคนที่กดตัวเธอไว้ก็พบกับใบหน้าของคนเป็นอาที่เจือสีแดงเหมือนใกล้จะร้องไห้เต็มที

อารีนกำลังจะร้องไห้งั้นหรอ?...ทำไมกันล่ะ เธอก็แค่

 

-โอ้ย!” จู่ๆไอรีนก็ละมือออกจากข้อมือของร่างตรงหน้าแล้วกุมศีรษะของตนเองราวกับว่าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างของคนเป็นอาทรุดลงข้างๆตามด้วยเสียงร้องไห้ยกใหญ่ปนเสียงกรีดร้องในลำคอเบาๆก็ทำให้เวนดี้ทำอะไรไม่ถูก มือเล็กเอื้อมไปจับไหล่ของอาแต่ก็ต้องชักมือออกเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนที่มีมากมายจนน่าตกใจ

 

อารีน! อาเดี๋ยว อาเป็นอะไรดูเหมือนคนตัวเล็กที่พยายามช่วยจะจับต้นชนปลายไม่ถูกจนยื้อสติไว้ไม่ได้ สถานการณ์น่ากดดันมากยิ่งขึ้นเมื่อคนตรงหน้าร้องครวญครางไม่หยุด ใบหน้าหวานที่ตื่นกลัวก็ใกล้จะหลั่งน้ำตาออกมาทั้งเพราะความกลัวและความตกใจ ไม่กี่นาทีเสียงของไอรีนก็เงียบลงพร้อมร่างที่แน่นิ่ง มือเล็กเอื้อมไปหวังจะปลุกอีกครั้งแต่ร่างทั้งร่างก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนบนเตียงที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไป

แต่ที่น่าตกใจเหลือเกินคือรอยยิ้มเย็นๆพร้อมฟันแหลมคมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

ดวงตาสีดำสนิทกลับมีสีแดงอิฐเจืออยู่ฉายประกายดูน่ากลัวราวกับปีศาจ

 

ขอบคุณที่ปลุกตัวตนนี้ขึ้นมาซึงวาน

 

 

ไม่รับสายงั้นหรอ

เรียวตาเล็กมองหน้าจอที่โชว์เบอร์เพื่อนร่วมคลาสด้วยแววตาเป็นกังวล ซึลกิเสสายตามองเก้าอี้ของร้านกาแฟที่ไร้คนนั่งอย่างไม่สบายใจนัก ร่างสูงโปร่งถอนหายใจเป็นรอบที่สิบเห็นจะได้หลังจากโทรหาเวนดี้แล้วเจ้าตัวไม่รับสายเลย จะคิดว่าเธอลืมนัดไปแล้วก็คงไม่ใช่เพราะคนอย่างเวนดี้ไม่เคยพลาดนัดที่จะไปเที่ยวในโซลอยู่แล้ว รายนั้นน่ะชอบค้นหาอะไรใหม่ๆอยู่ตลอด ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยแรกๆก็เดินไปซะทุกคณะจนมีเพื่อนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

แล้ววันนี้กลับไม่รับสาย แถมเลยเวลานัดมาจะสองชั่วโมงแล้วนี่นะ

หรือจะเป็นอะไรไปรึเปล่า?

ไม่สิบ้าจริง ยัยนั่นจะเป็นอะไรไปจริงๆรึเปล่านะ

ความกังวลซุมในหัวจนซึลกิต้องจ่ายเงินค่ากาแฟทั้งๆที่ยังดื่มไม่หมดแล้วลุกออกจากร้านเดินไปตามฟุตบาทเพื่อเรียกแท็กซี่ไปยังบ้านของเพื่อนสนิท ระยะทางมันช่างไกลเหลือเกินหากบวกกับความรู้สึกในตอนนี้ จนกระทั่งทั้งสี่ล้อหยุดหน้าบ้านเดี่ยวหลังโตในแถบชานเมือง

กริ๊งง

ซึลกิยืนรอซักครู่หนึ่งแล้วชะโงกดูผ่านรั้วเหล็กก็พบกับแม่บ้านวัยกลางคนที่เดินมายังรั้วอย่างรีบร้อน หล่อนแย้มยิ้มน้อยๆแล้วเอ่ยอย่างเป็นมิตร

มาหาใครหรือคะ?”

หนูเป็นเพื่อนของเวนดี้น่ะค่ะ เอ่อเวนดี้อยู่บ้านรึเปล่าคะ?”

อ้อ คุณหนูไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปติวหนังสือกับน้องสาวตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะจ่ะแม่บ้านยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพพร้อมรอยยิ้ม

น้องสาว? แล้วได้บอกรึเปล่าคะว่าจะกลับมากี่โมง?”

ไม่ได้บอกไว้นะจ้ะ

เวนดี้อาหายไปไหนของเธอเนี่ย ซึลกิขบริมฝีปากเบาๆอย่างครุ่นคิดแล้วพยักหน้ารับพร้อมกับขอบคุณแล้วยิ้มตอบ แต่ก่อนที่จะก้าวเท้าออกจากบริเวณรั้วกลับมีเสียงหนึ่งที่รั้งเธอไว้ให้หันกลับมา

 

เดี๋ยวก่อน! หนูเป็นเพื่อนของเวนดี้งั้นหรอ

 

“…-ค่ะซึลกิหยุดนิ่งมองชายร่างสูงโปร่งที่จู่ๆก็ปรากฏตัวในสวนหย่อมหน้าบ้านแล้วเดินมาหาเธออย่างรีบร้อน เขาดูภูมิฐานไม่ต่างจากเวนดี้เลยจริงๆ

ผมเป็นอาของเธอ มาหาเวนดี้มีอะไรรึเปล่า?” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่จ้องเธอไม่วางตา หญิงสาวร่างโปร่งอ้ำอึ้งเล็กน้อยเพราะความกลัวนิดๆก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

คือหนูโทรหาเวนดี้ไม่ติด โทรหาหลายครั้งแล้วแต่เธอก็ไม่รับเลยกลัวว่าจะเป็นอะไรรึเปล่าน่ะค่ะ แต่เมื่อกี้คุณป้าแม่บ้านบอกว่าไปติวหนังสือกับน้องสาวก็เลยจะกลับ…”

“…”

-งั้น ขอตัวก่อนนะคะ

เดี๋ยว…”

 -คะ?”

ซึลกิขานรับพร้อมกับหยุดฝีเท้าแล้วหันหลังมาหาชายคนนั้นอีกครั้ง เขาดูมีสีหน้าที่เคร่งเครียดแต่ยังดูเย็นชาแปลกๆ ถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นอาของเวนดี้เธอคงมองว่าเขาเป็นบุคคลที่น่ากลัวประเภทหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

เปล่าไม่มีอะไร ถ้าเวนดี้กลับมาแล้วผมจะให้หลานติดต่อกลับไป

 

ซึลกิพยักหน้ารับพร้อมกับโค้งตัวเคารพคนอายุมากกว่าด้านหลังแล้วโบกแท็กซี่เพื่อกลับไป แต่ก่อนที่เธอจะขึ้นรถผู้ชายคนนั้นที่บอกว่าเป็นอาของเวนดี้ก็จ่ายยื่นเงินแบงค์โตให้พร้อมบอกเธอว่าเงินทอนทั้งหมดถือว่าเป็นค่าที่เสียเวลานั่งรถมา นี่จะใจดีเกินไปมั้ยเนี่ยจะไม่รับไว้ก็จ้องกันซะน่ากลัว ถึงจะรู้สึกข้องใจอยู่ไม่น้อยแต่ถ้ารู้ว่ายัยเด็กนอกแสนเฮฮานั่นไม่เป็นอะไรก็ชื้นใจมาหน่อยแล้วล่ะ

 

ซังกิลยืนมองรถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปไกลจนลับสายตาก่อนจะหมุนตัวกลับมาเพื่อเดินเข้าไปในบ้าน แต่คิ้วเข้มนั้นกลับขมวดเข้าหากันพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในตัวบ้านเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

 

ที่น่าตกใจคือเขาก็ติดต่อไอรีนไม่ได้เช่นเดียวกัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #97 ฟางข้าว (FK.) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 02:15
    มีอีกตัวตนด้วยจ้าาาาา งานงอกแล้วเวนดี้
    แล้วอีกตัวตนหนึ่งจะเป้นยังไงละ มั่นใจว่าไม่ได้มาดีแน่ๆละ

    .....
    แชปนี้ตัดอารมณ์ตัวละครไวจนตามไม่ทันเลยค่ะ
    จากกลัว เป็นโกรธ ทั้งๆที่กลัวมาก กลับโกรธเพียงแค่ถูกถามซึ่งก้ไม่ได้ถึงขนาดซักไซ้อะไร
    ก้ชิงโวยวายก่อนเสียแล้ว
    ส่วนไอรีนก้ดูอารมณืดีเกินไปที่แบบ ยังมีแกจับงับขนมปังจากหลาน คือเข้าใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันต้องมีเหตุให้วางมาดใส่หลานบ้าง
    แต่นี่รอจนหลานวีน ตัวเองถึงเพิ่งจะมามีอารมร์ร้าย ผสมกับน้อยใจเสียใจ มันตีกันรวน ในขณะที่ตัวละครก้ดูตัดอารมร์ไวมากอะค่ะ
    #97
    0
  2. #59 Awanderfool. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:09
    คุณอาเป็นอะไรไป แล้วที่บอกว่าปลุกอีกตัวตนนึงขึ้นมาได้อีกเนี่ยสิฮืออออTT____TT กลัวในความเกรี้ยวกราดแล้วค่ะกลัวแล้ว //กราบ
    #59
    0
  3. #43 TK14 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:58
    กลัวคุณอาแทนยัยหนูจริงๆค่ะ เดาใจไม่ถูกเลย
    เป็นกำลังใจให้เวนดี้นะคะ 

    อัพแล้วดีใจมากกรี๊ด
    #43
    0
  4. #41 Lucky17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:54
    อารีน ทำอะไรเวนดี้น่ะ!!
    #41
    0
  5. #30 Lucky17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:59
    อ้าว คุณอาจะตอบอย่างไรล่ะทีนี้555555
    #30
    0
  6. #22 Meowmewmaw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 21:21
    รอค่ะไรท์มาต่อไวๆนะคะ ฮืออออออ
    #22
    0