Millennium รักนิรันดร์ +fic Wenrene+

ตอนที่ 2 : 二 คุณหมอไอรีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    27 พ.ย. 59

T
B





 

I อารีนทำทุกอย่างเพื่อเวนดี้ I

 

ฉันไม่ใช่คนตายไม่ใช่คนเป็น รวมถึงไม่ใช่ แวมไพร์ ด้วย

มันยากที่จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทุกอย่างมันเหมือนเส้นใยบางๆที่ถักสลับกันไปมาจนเป็นเชือกแห่งเรื่องราว ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนเลยล่ะ

            พวกมนุษย์เรียกพวกเราว่า แวมไพร์บรรยายว่าพวกเราคือซากศพที่ไม่ยอมตายไปจากโลกนี้ เป็นอมตะและดำรงชีวิตอยู่ด้วยเลือด คำนี้มันอาจจะใช้ได้กับคนอื่นๆในครอบครัวของฉันแต่ยกเว้นฉัน

            ฉันเป็นตัวตนที่แตกต่างออกไป ไม่โดนเผาตายถ้าโดนแดดแต่ถ้าแดดจัดมากๆก็อาจจะทำให้ผิวไหม้ ฉันแค่เกลียดกลิ่นกระเทียมและอาจจะแสลงอาหารถ้ากินมันเข้าไป พวกเราไม่กลัวไม้กางเขนหรอกนะ ทั้งๆที่ควรดีใจว่าสามารถอยู่ร่วมโลกกับมนุษย์ได้ง่ายขึ้น แต่ไม่เลย,ฉันเกลียดตัวตนของตัวเองเป็นที่สุด มันทำให้ฉันแปลกประหลาดเมื่ออยู่ในโลกของเผ่าพันธุ์เดียวกัน

            แม่บอกว่าฉันคือ พลังฉันคือ ผู้นำทุกสิ่งที่เกิดมาคู่กันมันจึงแตกต่างออกไป แต่ไอพลังบ้านั่นมันทำให้ฉันไม่มีเพื่อนในตอนเด็กทุกคนมองว่าฉันสูงส่งเกินไปที่จะเข้าใกล้ ฉันรู้สึกดีนะ ที่อย่างน้อยๆในสังคมมนุษย์ก็มีเด็กคนหนึ่งที่กล้าเข้ามาในชีวิตฉัน

          …ทั้งที่คนอื่นมองว่าฉันเป็น ปีศาจกันหมด

         

คิดถึงเหลือเกิน

 

            คุณหมอคะ

          กว่าคุณหมอสาวสวยบนเก้าอี้จะรู้สึกตัวก็เป็นตอนที่พยาบาลสะกิดไหล่เธอเป็นการเรียก ไอรีนที่พึ่งได้สติก็ดันแว่นสายตาที่ใส่อยู่ให้เข้าที่ก่อนจะกลับมานั่งตัวตรงหลังจากที่เหม่อไปนานแสนนาน เรื่องการผ่าตัดเดิมๆไหลผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาอีกครั้ง ความจริงมันไม่จำเป็นเลยที่คนอย่างไอรีนจะต้องศึกษาเรื่องกายภาพของมนุษย์เพิ่มเติม

            เพราะเธอรู้จักมันดียิ่งกว่าใครรู้จักดีกว่ามนุษย์บางคนซะด้วยซ้ำ

           

            “เอ่อแล้วก็ หมอไคฝากช่อดอกไม้มาให้น่ะค่ะ

 

            ประโยคบอกเล่าที่นอกเหนือจากเรื่องผ่าตัดดังขึ้นเป็นผลให้หญิงสาวที่นั่งดูสมุดบันทึกของตนเองละสายตาจากตัวหนังสือมากมายขึ้นมามองหน้าคนพูด แววตาที่มองเจ้าช่อดอกไม้กลิ่นหอมนั่นช่างแตกต่างกับรอยยิ้มจางๆที่แสดงออกมาเสียเหลือเกิน

            ขอบคุณค่ะ แล้วก็ฝากบอกคุณหมอด้วยว่าขอให้ช่อนี้เป็นช่อสุดท้ายนะคะ

 

            แต่หมอไคบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับ-”

            “…คุณซอนมีคะ…”

 

            คุณหมอคนสวยจิกสายตาย้ำคำพูดของตนอีกครั้งทำเอาพยาบาลสาวถึงกับยิ้มเจื่อนๆแล้วขอตัวเดินออกไป

ไม่ใช่ว่ารังเกียจหรอกนะแต่เธอแค่ไม่ต้องการ

            พวกมนุษย์มักจะทำให้ตนเองดูดีด้วยสำนวนที่ว่า ความรักอยู่ที่ใจใช่ใบหน้าฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าพวกที่คอยตามตื้อตามรังควาญนี่เห็นภาพในตอนที่ฉันแยกเขี้ยวขย้ำจนเลือดสาดแล้วจะทำหน้ายังไง

            ไม่สิ,ยกเว้นมนุษย์อยู่คนหนึ่งบนโลกใบนี้

            ...เป็นมนุษย์คนเดียวที่ฉันไม่เคยคิดรังเกียจ

 

          เจ้ามันปีศาจ!! ปีศาจทุกตนไร้หัวใจ เพราะเหตุนั้นเจ้าถึงฆ่าคนได้เป็นสิบๆคน!!!”

          ไม่มันไม่ใช่แบบนั้น

 

          พวกน่ารังเกียจ!!”

            ออกไปจากหัวฉันซักทีเถอะน่า!

 

          “ฝืนตัวตนตัวเองอยู่งั้นรึ..หึ! พวกชั้นต่ำ

 

           

เฮ้!...ไอรีนครับ เป็นอะไรไปรึเปล่า

 

เสียงในหัวจางหายไปเป็นผลให้ไอรีนละมือที่กุมศีรษะออกแล้วเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง ปรากฏภาพชายรูปร่างสูงผิวสีแทนคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร ไค-เขาเป็นหนุ่มชาวเกาหลีผมบรอนด์ธรรมดาคนหนึ่งที่ได้มาเป็นแพทย์หนุ่มในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของโซล ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่วิ่งตามหมอสาวหน้าตาดีคนอื่นแทนที่จะเป็นเธอ!

สายตาคมของศัลยแพทย์สาวเหลือบไปมองสองมือของเขาที่ทำท่าจะเข้ามาพยุงเธอเมื่อครู่ก็ทำให้ไคชักมือกลับไปพร้อมยิ้มแหยๆ เขารู้ว่าไอรีนไม่ชอบการถูกเนื้อต้องตัวหรือคำพูดเลี่ยนๆของพวกที่เข้ามาตามตื้อเธอซักเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ ก็ไม่แปลกหรอกถ้าเธอจะรำคาญน่ะนะ….

 

ผมแค่เห็นคุณเหมือนจะล้มน่ะ เลยจะช่วย…”

ขอบคุณค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้อง

ร่างสวยนั้นกล่าวเสียงเรียบแล้วก้าวเดินต่อไปตามทางเดินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะเป็นการดูไม่มีมิตรไมตรีซักเท่าไหร่แต่ก็คงดีกว่าการสนทนายืดยาวเป็นไหนๆ

ไอรีนครับ..! คือผมอยากจะชวน..”

 

ขอโทษนะคะช่วงนี้ฉันยุ่งมาก

 

 “แต่…”

เฮ้อ-ก็ได้ครับ

 

คุณหมอหนุ่มผมบลอนด์ลดฝีเท้าให้ช้าลงจนหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งการตามตื้อที่จะทำให้ไอรีนรำคาญใจ ใบหน้าหล่อเข้มเหยียดริมฝีปากลงถอนหายใจอีกครามองแผ่นหลังบางภายใต้เสื้อกาวน์ขนาดพอดีตัวเดินดุ่มๆหายไปตรงทางแยก มันเกิดขึ้นซ้ำๆจนไคแทบจะนึกว่ามันเป็นเหตุการณ์เดจาวูไปแล้ว

 

ไม่รู้ว่าทำไมไอรีนถึงดูไม่ชอบขี้หน้าเขาขนาดนี้นะ

 

 

ไฟจราจรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงบ่งบอกสัญญาณให้รถมากมายบนท้องถนนลดความเร็วลงจนหยุดอยู่ข้างๆกัน เป็นเรื่องปกติของเวลาเลิกงานที่รถจะเยอะจนน่าหงุดหงิด

ไอรีนละมือออกจากพวงมาลัยตรงหน้าก่อนจะเอนตัวไปกับเบาะนุ่มอย่างเหนื่อยล้า สองมือยกขึ้นสางเรือนผมสีเขม่าควันทรงเสน่ห์พลางเหลือบมองกระจกหลัง เลื่อนสายตาต่ำลงมาก็พบกับบางสิ่งที่วางคว่ำหน้าไว้คอนโซลทำให้คนที่นั่งนิ่งบนเบาะค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู

รูปเก่าๆใบหนึ่งที่หาเจอจากชั้นหนังสือนี่นา

ดวงหน้าสวยสดแย้มยิ้มออกมาเมื่อเห็นอีกด้านของสิ่งที่อยู่ในมือ ผู้หญิงผมสีดำสนิทคนหนึ่งที่อุ้มเด็กตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน แม้ใบหน้านั้นจะดูซีดเซียวเหมือนเหนื่อยล้าเต็มทนแต่ดวงตาคู่ที่มองร่างอวบในผ้าผืนนุ่มกลับดูมีความสุขยากจะอธิบาย

ตอนนั้นเวนดี้พึ่งอายุได้สามเดือนเอง

 

อึนเนะ..” เด็กตัวเล็กแบ้หน้าพร้อมส่งเสียงร้องดิ้นไปมาบนที่นอนนุ่ม เสียงร้องดังขึ้นทำให้ร่างๆหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้องแล้วอุ้มร่างอวบนิ่มไว้ในอ้อมกอด แก้มยุ้ยเจือสีแดงนั้นบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าตัวว่ากำลังไม่พอใจ

โอ๋ๆ..คุณอาขอโทษนะคะ หิวล่ะสิยัยหนูน้อย

ใบหน้าขาวซีดอมยิ้มน้อยๆในขณะที่หยิบขวดนมพร้อมพลิกมือที่ถืออยู่ไปมาเบาๆเพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศภายในน้ำนม พอได้ขวดนมมาอยู่ในมือเด็กตาแป๋วก็หยุดแผลงฤทธิ์

 

คุณไอรีนครับ-ให้พวกเราช่วยดูแลคุณหนูเถอะนะครับ นี่มันก็เกือบเที่ยงแล้วยังไม่ได้ทานอะไรเลย

ชายวัยชราผมสีดอกเลาพร้อมแว่นตากรอบบางในชุดพ่อบ้านและแม่บ้านอีกสองสามคนแสดงสีหน้าเป็นห่วงอย่างชัดเจน แต่เมื่ออีกคนปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าเบาๆพร้อมส่งยิ้มแห้งๆกลับมาก็จำต้องโค้งคำนับแล้วยืนมองอยู่ห่างๆ

นายหญิงผู้เป็นที่รักของคนรับใช้ในบ้านผอมลงไปมาก ใต้ดวงตาคมๆคู่นั้นคล้ำลงเล็กน้อยแต่ยังคงความสวยสดไว้อย่างไม่น่าเชื่อ มันเจือไปด้วยสีแดงจางๆมากกว่าสีออกไปทางคล้ำซะด้วยซ้ำ

คุณลุงชินดง,มนุษย์คนที่สองที่เธอรับรู้ได้ถึงคำว่า จริงใจเขาเข้ามาทำงานตั้งแต่อายุยี่สิบปลายๆจนกระทั่งตอนนี้อายุเจ็ดสิบปีเข้าให้ เขาคือคำนิยามของ ซื่อสัตย์และ จงรักภักดีแบบที่พจนานุกรมได้บัญญัติไว้

 

มนุษย์คนแรกคือเธอนะ,ยัยหนู J

 

น่ารักเป็นบ้าเลย,เจ้าหมูน้อย

ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยลงบนรูปอย่างแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มที่กว้างขึ้นแบบหุบไม่อยู่ มองมันอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเพื่อเอารูปในมือเก็บไว้ ช่องใส่บัตรเล็กๆถูกเปิดออกแล้วแทนที่ด้วยความทรงจำบนกระดาษแผ่นหนา ทว่ามันไมใช่แค่ใบเดียวที่สอดอยู่ในนั้น

รูปใบอื่นที่มีเด็กตัวเล็กในอิริยาบถต่างๆถูกเก็บรวมกันไว้ในช่องแคบๆนี่ ถ้าเอามาซ้อนเรียกกันคงรวมความหนาได้เป็นเซนติเมตร ทั้งตอนกินข้าว เล่นกีฬา เที่ยวหรือแม้กระทั่งตอนนอนหลับ ด้านหลังรูปทุกใบจะเขียนวันที่และอายุของเด็กน้อยตัวอ้วนกลมไว้ด้วยลายมือของเจ้าของกระเป๋าเงินทั้งนั้น

 

ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นทุกอย่างสำหรับเวนดี้หรือเปล่า ขอแค่เธอรู้ว่าเธอคือทุกอย่างสำหรับฉันมันก็มากพอแล้ว





สงสารคุณหมอไคกันมั้ยคะ? ฮ่ะๆๆ อย่าถือสาคุณเบเค้าเลยนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #53 Awanderfool. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 00:05
    ชอบในความตรงๆของคุณอาเบจังเลย ชอบพี่เบลุคนี้มีเสน่ห์แซ่บๆเผ็ดๆ แล้วแบบคุณพี่เขาเองจะดูหลงรักยัยหนูมากจริงๆเลยอะคอยเลี้ยงคอยดูแลประคบประหงมอย่างดีเลย โอ๊ยยยยรักเขามากๆเลยค่ะ ติดตามต่อไปจ้าาาสู้ๆ
    #53
    0
  2. #33 TK14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:42
    หมอไค ถ้าขนาดนี้แล้วก็เลิกตามตื๊อเถอะ สงสาร
    (แต่ดูหมอไคจะมามีบทบาทอีกมั้ยคะ หรือจะถอดใจไปเลย)
    คุณอานี่รักหลานมากเลยนะคะ ดูรักมากๆ 
    อิน55555555555
    #33
    0
  3. #24 Lucky17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:44
    คุณหมอเบชัดเจนมาก ปฏิเสธทุกอย่างทุกคำพูดชัดแจ๋วเลย
    แอบอิจเจ้าตัวน้อยของคุณเบเบาๆ อะไรจะรักปานน้าน
    #24
    0
  4. #16 aeskml_13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 09:52
    เสียใจด้วยนะคะหมอไค คุณนก555555555555 คุณเบแอบน่ากลัวนิดๆนะคะ รักซึงวานปานจะกลืนกินขนาดนี้เชียวเหรอ บรึ๋ย
    #16
    0
  5. #6 Meowmewmaw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 20:19
    แอบสงสารพี่เบ คนอุตส่ารอ เลี้ยงเจ้าตัวน้อยเองด้วย



    สู้ๆนะคะ ทั้งพี่เบ ทั้งไรท์เลย
    #6
    0