Millennium รักนิรันดร์ +fic Wenrene+

ตอนที่ 12 : 十二 ความฝันที่เป็นจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

T
B

十二


 
   
(เพลงบรรเลงไว้ฟังตั้งแต่หลังสองเส้นที่คั่นไว้ เพื่อใครอยากได้ฟิลลิ่งที่จัดเต็ม อิอิ)
คำเตือน : เนื้อหาตอนท้ายของตอนนี้มีเนื้อหาที่ทำให้ปวดตับไตไส้พุงม้าม(เยอะไปละ 555)



Iเพราะซึงวานเป็นเจ้าชีวิตจูฮยอนI

 

          อีกฝั่งหนึ่งในเวลาเดียวกัน    

          เยริมเดินก้มหน้าก้มตาออกจากแคทเชียร์ร้านหนังสือที่เธอไม่เคยคิดจะเข้าเลยซักนิด พร้อมกับหยิบหนังสือในถุงขึ้นมาดูอย่างรีบร้อน ถ้าเกิดว่ามันไม่สำคัญเธอคงจะไม่ก้าวเข้ามาในสถานที่ที่แสนจะน่าเบื่อนี่หรอกน่า!

            ประวัติศาสตร์ ตำนานโครยอ

            ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีหนังสือที่มีข้อมูลที่เธอต้องการอยู่ในที่แบบนี้ เอาจริงๆก็คือเท่าที่จำความได้ก็เข้าร้านหนังสือครั้งล่าสุดตอนเก้าขวบ แถมยังเป็นการบังคับให้เข้าอีกต่างหาก

            คราวนี้แหล่ะ จะได้รู้ซักทีว่าอะไรเป็นอะไร!

 

            ปั่ก!!

 

          โอ้ย!!!

 

          เสียงอุทานของเด็กสาววัยสิบเจ็ดดังขึ้นทันทีเมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองชนกับอะไรบางอย่างที่คงจะเป็นมนุษย์ซุ่มซ่ามที่เดินชนเธอ เอาตามความจริงแล้วเป็นเธอที่ผิดซะมากกว่าเพราะเดินไม่ดูทาง

            เฮ้! นี่คุณ! เดินยังไงให้ชนคนอื่นเนี่ยเมื่อตั้งหลักได้เยริมก็เงยหน้าขึ้นมาเอาเรื่องกับคนตรงหน้าทันที ก็พบว่าคนที่เดินมาชนเธอเป็นผู้หญิงแถมตัวสูงหว่า ไม่น่าล่ะ,ชนแล้วเจ็บชะมัด

 

            อ้าว,นี่เธอเป็นคนก้มหน้าก้มตาดูแต่หนังสือแล้วชนฉันยังมีน่ามาตะคอกใส่แบบนี้อีกหรอดูท่าทางหญิงสาวตัวสูงตรงหน้าก็จะไม่ยอมเหมือนกัน เธอยกมือขึ้นสางเรือนผมสีเข้มนั้นก่อนจะกอดอกมองคนที่เด็กกว่า

           

            “อ้อ-หาว่าฉันผิดสินะ

 

            “ก็ผิดจริงๆนี่

 

            ก็ฉันอ่านหนังสืออยู่เยริมยังคงค้านอยู่

 

            “นี่มันทางเดินไม่ใช่ที่อ่านหนังสือ

 

            “นี่!!!”

 

           

            “เฮ้จอย! เอ๋? คุยกับใครอยู่งั้นหรอโชคดีเสียจริงๆที่มีบุคคลเข้ามาขัดบทสนทนาที่ไม่เป็นมิตรนี้ ไม่เช่นนั้นคนในร้านหนังสือคงหันมามองมากกว่านี้แน่ๆ ผู้หญิงตัวสูงที่น่าจะชื่อว่า จอยละสายตาออกจากเยริมก่อนจะยิ้มให้คนที่เดินเข้ามาทักราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้อารมณ์เสียมาก่อนซะอย่างนั้น

            อ๋อ,พอดียืนอบรมเด็กแสบแถวนี้น่ะ

 

            “นี่คุณ-เจอกันยังไม่ถึงห้านาทีว่าฉันเป็นเด็กแสบแล้วงั้นหรอ เฮ้! ไม่ต้องมาทำเป็นเอานิ้วอุดหูอย่างนั้นนะเสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้นในขณะที่อีกคนทำหูทวนลมเดินเลี่ยงไป หญิงสาวตัวสูงอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเหลือบมองก็พบกับเด็กน้อยที่หน้าบูดบึ้งเพราะความโมโห เด็กอะไรจะโกรธง่ายขนาดนี้กันนะน่าขำดีเหมือนกัน

            “ให้ตายเถอะ น่าจะชนให้แรงกว่านี้ ชนให้ล้มไปเลย!”

            เยริมน้อยบ่นกับตัวเองพรางเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านหนังสือ ร่างเล็กๆตั้งหน้าตั้งตาเดินเพื่อกลับไปหาอาทั้งสองและพี่ต่างสายเลือดของเธอทว่ากลับมีสายตาหนึ่งจับจ้องจากมุมที่มองไม่เห็น ชายในชุดสูทสีดำยกมือขึ้นแนบใบหูก่อนจะกรอกเสียงเข้าไปในเครื่องมือสื่อสารที่ติดอยู่ข้างใบหู

           

            “เจอตัวแล้วครับท่าน จัดการเลยมั้ยครับ?”

 

            [ไม่ฉันต้องการรู้แค่ว่าเด็กนั่นมันทำอะไรได้บ้าง เปิดกล้องไว้ด้วย]

 

          รับทราบครับท่าน

 

            สิ้นเสียงคำสั่งร่างสูงในแบบของชายชาวเอเชียก็ก้าวออกมาจากที่ซ่อน เร่งฝีเท้าจนกระทั่งสามารถมองเห็นเป้าหมาย ดวงตาภายใต้แว่นดำจับจ้องไม่วางตา จนกระทั่งร่างเล็กตรงหน้าเดินเลี้ยวเข้าซอยซอกตึกสองเท้าภายใต้รองเท้าหนังจึงเร่งความเร็วขึ้นจนเปลี่ยนเป็นวิ่งแล้วเริ่มโจมตีคนตรงหน้าด้วยการยื่นมือไปหวังคว้ากระเป๋าสะพายที่แนบกายร่างนั้นทว่า

 

          เพี้ยะ!!!

 

          เยริมยกมือขึ้นปัดมือหนานั้นให้ห่างจากตัวก่อนจะหันหลังมาตั้งหลักประจันหน้ากับชายด้านหลัง ความจริงเธอรู้ตัวตั้งแต่เดินออกจากร้านหนังสือมาแล้วและเธอก็ติดต่ออาซังกิลตั้งแต่ตอนนั้นแล้วด้วย ที่ต้องเดินเข้ามาในซอยนี่ก็เพื่อถ่วงเวลาให้อาของเธอได้มาจัดการกับผู้ไม่หวังดีนี้

            แกเป็นใคร…” เสียงแหลมเล็กที่เคยตวาดใส่สาวร่างสูงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่ตกใจกับสิ่งที่กำลังเผชิญ ชายผิวซีดกระตุกยิ้มร้ายแต่ไม่ตอบคำถาม ร่างสูงพุ่งเข้ามาหาเธออีกครั้งแต่คราวนี้ถูกฝ่ามือเล็กที่มีพลังมากน่าเหลือเชื่อฟาดเข้าที่กลางหลังเต็มๆ ครั้นจะคว้าตัวเอาไว้กลับถูกพลังงานบางอย่างป้องกันอยู่

            สิ่งนี่แหล่ะที่ทำให้เยริมต้องทำตัวเองให้ดูไม่อ่อนแอ

            สงสัยงั้นหรอ?” เยริมเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดีอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าผลักอากาศตรงหน้าแต่กลับทำให้ร่างสูงของชายคนนั้นกระเด็นห่างออกไป

            แกไม่จำเป็นต้องรู้ สิ่งที่ควรรู้คืออย่างยุ่งกับตระกูลเราอีก

            ร่างเล็กก้าวยาวๆไปหาร่างที่นอนอยู่บนพื้นพรางใช้มือทำท่ากดกลางอากาศเอาไว้ทำให้ชายคนนั้นลุกขึ้นมาไม่ได้ เอื้อมมือลงไปกระชากกระดุมหนึ่งเม็ดที่ฝังกล้องไว้ก่อนจะโยนมันให้ซังกิลที่พึ่งมาถึง

            คิดว่าฉันเกลียดอาตัวเองกับพี่มนุษย์นั่นมากรึไง? มากถึงขนาดที่จะยอมให้พวกเขาตายงั้นหรอ?”

           

          “จำใส่สมองไว้ซะแกทำอะไรเราไม่ได้ พวกหน้าโง่!!!”

 

            ในจังหวะที่เยริมจะยกมือขึ้นมาทำลายร่างตรงหน้าเสีย ซังกิลก็เข้ามายื้อแขนเล็กไว้ ชายในชุดสูทใช้จังหวะนั้นหายตัวไปเกิดควันสีดำฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ เมื่อทุกสิ่งกลับมาปกติเยริมก็รีบหันขวับมาหาผู้เป็นอาพร้อมส่งสายตาเชิงถาม

 

            ไม่ใช่ตอนนี้เยริม เธอใช้พลังงานไปมาก ถ้าใช้พลังงานการทำลายล้างมีหวังต้องทรุดแน่ๆซังกิลอธิบายพร้อมกับดึงแขนหลานคนเล็กให้รีบเดินตามมา

            จะพูดยังไงดีล่ะเยริมมีพลังงานเหนือแวมไพร์ทั่วไปเช่นเดียวกับไอรีน แต่แตกต่างกันที่ว่าไอรีนมีพันธะสัญญาแต่เยริมมีขีดจำกัดของพลังชีวิต ทั้งสองคนอาจไม่ต้องการพลังที่เหนือกว่านี้แต่กลับถูกยัดเยียดให้เป็น กรณีของเยริมสามารถมีทางเลือกได้ แต่ไอรีนนี่สิไม่เลยซักนิด

            ไม่รู้ว่าพวกคุณจะเข้าใจมั้ยนะ แต่ว่าพวกเราก็มีแวมไพร์สูงสุดเช่นกัน พวกเราเรียกว่า  เอิร์ค ฮ่ะๆ,คงเหมือนบอสในความคิดของหลายๆคนนั่นแหล่ะ ตระกูลของเรามีคำสาป อ้อจะเรียกแบบนี้มันก็ไม่ถูก เพราะเราเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เอิร์คมอบให้ พรมีอยู่ว่าในบรรดาพี่น้องที่เกิดมาในท้องแม่เดียวกันต้องมีหนึ่งคนที่เหนือกว่าแต่ต้องมีเงื่อนไข ซึ่งคนๆนั้นคือไอรีน

            รอยสักรูปกุหลาบที่เกิดขึ้นเองบนตัวทารกเป็นเครื่องหมายว่าเด็กคนนั้นจะได้รับพรนั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันอยู่หลังใบหูของไอรีน

 

            แต่ความลับที่ผมปกปิดทุกคนมาตลอดน่ะ….

 

            …คือเรื่องที่เวนดี้ก็มีรอยนั้นที่หลังใบหูเหมือนกัน แต่กลับมีผมคนเดียวที่เคยเห็นมัน

 

 

 


            คันธนูโค้งคล้ายกระจับยกขึ้น มือหนาเปรอะเปื้อนแบบฉบับของชายนักรบจับเข้าที่สายธนูง้างออก สายตาเพ่งเล็งไปที่ร่างตรงหน้าหมายปลิดชีพให้สิ้นซาก ภาพทุกอย่างเหมือนถูกหน่วงไว้จนกลายเป็นภาพช้าในขณะที่มีร่างเล็กอีกร่างวิ่งเข้ามาหาแนวลูกธนูที่ถูกยิงออกไป

            ฉึก

            หัวธนูแหลมเสียบแทงเข้าไปในอกข้างขวาของร่างเล็กที่เข้ามาบังวิถีการยิงจากด้านหลังทะลุมาด้านหน้าเป็นผลให้คนที่ยื่นมือออกมารับร่างนั้นไว้ถูกปลายหัวธนูกรีดลงบนเนื้ออกข้างซ้ายแต่ไม่ลึก

            ภาพทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มมองร่างในอ้อมกอดพร้อมน้ำตาที่ก่อตัวขึ้นและพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากที่อ้าออกเพื่อจะพูดอะไรบางอย่างสั่นระริก มือเรียวที่ประคองหลังของอีกคนไว้เอื้อมไปแตะของเหลวสีสดที่ไหลออกมาไม่หยุด

            ซึงวาน ไม่..ไม่จริงน่า เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม ฮึก! เด็กโง่ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเปรอะเปื้อนน้ำตามองคนตรงหน้าที่ใกล้จะหมดสติเต็มที ดวงหน้าอ่อนเยาว์ยิ้มเซียวๆกลับมาให้ก่อนจะยกมือที่เปื้อนเลือดขึ้นมากอบกุมใบหน้าของคนที่ประคองตนเองอยู่อย่างยากลำบาก ริมฝีปากเล็กเผยอออกเพื่อพูดบางอย่างแต่ลำคอกลับแห้งผากเกินกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้

 

            -ข้า..ข้าทนเห็นท่านถูกเผา อึกทั้งเป็นไม่ได้หรอก

            “จูฮย..อน เบจูฮยอน มองหน้าข้าสิ

            หญิงสาวที่ถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองอีกคนตามคำขอแม้จะไม่อยากเห็นภาพที่คนรักต้องสิ้นลมไปต่อหน้าก็ตาม ดวงตากลมที่เคยสดใสบัดนี้ปรือปรายใกล้จะปิดเต็มที มือเล็กเอื้อมมาแตะลงบนอกข้างซ้ายที่มีก้อนเนื้อกำลังเต้นระรัว ใบหน้าหวานหลุบตาต่ำมองตามมือตนเองก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง

            ข้าให้ข้าอยู่ในนี้..ได้หรือไม่? -ฮึกข้าจะอยู่ในนี้อยู่กับท่านตลอดไป

 

            “ข้ารักเจ้าและข้าจะรอเจ้า ฮึก กลับมาหาข้าได้โปรด ซึงวาน-กลับมาหาข้า อีกครั้งหนึ่งก็ยังดีจูฮยอนกอดร่างในอ้อมแขนไว้พร้อมกดปลายจมูกลงบนเรือนผมนุ่ม เลือดสีสดหยดลงบนหิมะขาวสะอาดพอๆกับน้ำตาหยดใสที่ไหลออกจากดวงตาของคนทั้งสอง ซึงวานคลี่ยิ้มอีกครั้งแม้ใกล้จะหมดแรง สองมือเคลื่อนขึ้นไปกุมใบหน้าของคนที่แก่กว่าเอาไว้แล้วกระซิบบางเบา

 

            จูบข้าเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่…”

 

            สิ้นเสียงหวานที่ขาดห้วงริมฝีปากของใบหน้าสวยก็กดจูบลงบนตำแหน่งเดียวกันของอีกคน ซึมซับความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อยๆถอนออกมามองคนในอ้อมแขนอีกครา ริมฝีปากเล็กขยับช้าเอ่ยคำพูดสุดท้ายทั้งน้ำตา

 

            ข้า..รักท่านรักที่เป็นนิรันดร์รักตลอดไป

            เปลือกตาสีมุกปิดลงพร้อมกับกายเล็กที่สิ้นลม คนที่กอดร่างนั้นไว้ก็ซบใบหน้าลงบนไหล่บอบบางที่ไร้การเคลื่อนไหวพร้อมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา พร่ำบอกรักคนในอ้อมกอดไม่สนใจแม้จะมีมือสังขารเข้ามาล้อมรอบตนเองไว้เพื่อรอคำสั่งที่จะแผลงศรจากคันธนูในมือ จูฮยอนกอดร่างไร้วิญญาณในอ้อมแขนไว้แน่น ร่างทั้งร่างสั่นไหวจากการร้องไห้โฮสะอื้นจนตัวโยน กลิ่นคาวเลือดจากบาดแผลตรงอกไม่สามารถทำให้กลิ่นหอมจากเรือนกายเล็กหายไปจากปลายจมูกของอีกคนได้เลย ใบหน้าหวานอันงดงามจับตาทุกครั้งที่มองจะยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจตลอดไป

            เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นจากร่างที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นกอดร่างไร้วิญญาณของคนรักไม่สนสายตาที่มองมาว่าจะเหยียดหยามตนเองมากแค่ไหน ทันใดนั้นเปลวเพลิงร้อนก็ลุกขึ้นลามไปตามสิ่งก่อสร้างที่เป็นไม้รอบข้างแผดเผาทหารที่อยู่ในบริเวณนั้น บางคนก็ถูกไฟคลอกจนขาดใจตายตรงนั้น บางคนก็กระเสือกกระสนขอความช่วยเหลือ เขม่าควันลอยคลุ้งทั่วบริเวณ ปิดฉากความงดงามท่ามกลางหิมะขาวสะอาดอย่างเศร้าโศกและเลือดเย็น

 

          ฮึก

          กายเล็กใต้ผ้าห่มสะดุ้งตื่นขึ้นตาเบิกโพลงมองไปรอบกายอย่างขวัญผวา มือเล็กเอื้อมขึ้นมาทาบลงบนอกด้านขวาอย่างใจหายเมื่อย้อนนึกไปถึงฝันที่พึ่งตื่นจากมันมา เวนดี้กรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิดแม้จะหอบหายใจอยู่ ผู้หญิงคนนั้นที่ถูกธนูยิง จะผิดมั้ยนะถ้าเธอจะคิดว่าช่างหน้าตาเหมือนเธอเหลือเกิน แล้วผู้หญิงอีกคนก็หน้าตาเหมือนอารีนอย่างกับแกะ แตกต่างกันแค่เพียงสีผมก็เท่านั้น

            หรือว่านั่นจะเป็น

 

            ฝันร้ายหรอคะ?”

          เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับไอรีนที่นั่งลงข้างๆเธอ หล่อนยกมือขึ้นลูบใบหน้าและเรือนผมเพื่อปลอบโยนก่อนจะยิ้มจางๆให้ 

            “ค่ะ อารีนยังไม่นอนอีกหรอคะ?” เวนดี้พยักหน้าตอบแล้วถามอีกคนกลับเมื่อเห็นว่าไอรีนยังคงไม่เข้ามานอนข้างๆกัน ไอรีนยิ้มหวานแล้วก้มลงมานอนชันแขนมองเด็กตัวเล็กภายใต้ชุดนอนตัวยาวก่อนจะเกลี่ยแก้มใสเบาๆ

 

            “มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะเลยลุกขึ้นมาสูดอากาศ หนูนอนต่อเถอะเดี๋ยวอาก็จะนอนแล้ว

 

            ร่างเล็กพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหลับตาแน่นเมื่อคุณอาก้มลงมาจุมพิตเบาๆบนหน้าผากแล้วบอกฝันดีอีกครั้ง ไอรีนนอนให้ร่างตรงหน้าได้ซบหาไออุ่นจนกระทั่งร่างนั้นหายใจสม่ำเสมอจึงค่อยๆผละตัวออกเพื่อจะเอื้อมไปปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วกลับมากอดหลานตัวเล็กอย่างเดิม

            อันที่จริงแล้วไอรีนนอนไม่หลับเพราะคิดมากเรื่องที่เยริมถูกดักทำร้าย แต่จู่ๆกลับรู้สึกเจ็บแปลบตรงแผลเป็นที่อกด้านซ้ายขึ้นมาอย่างประหลาด ถ้าเดาไม่ผิดเวนดี้คงฝันร้ายเรื่องในอดีตชาติที่เธอไม่เคยลืมนั้นสินะ

            หรือว่ามันจะเป็นลางบอกเหตุร้ายกันนะ

          ไม่ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ไอรีนจะไม่ยอมเสียคนๆนี้ไปอีกครั้งแน่!!



-----------------------------------------------------------------------------------


กลับมาแย้ววว คิดถึงเค้ามั้ยอ่าตะเองงง 555
ก่อนอื่นขอกราบขอโทษรีดทุกคนเลยนะคะที่หายไปนานม๊ากกก 
พอดีช่วงก่อนๆสอบเสร็จแล้วก็ต้องมาทำเรื่องที่จะไปเข้าค่ายเกือบเดือนเลยไม่ได้เข้ามาแต่งอารีนกับน้องเวนต่อเลย ช่วงนี้ก่อนจะไปเข้าค่ายไรท์ก็จะลงทิ้งไว้เนอะ พยายามจะแต่งให้ได้เยอะที่สุดแล้วลงห้ได้หลายตอนที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ จุ๊บบบบบ <3
ปล.รักรีดทุกคน



:ช่วงงง talk กับเรดเวล:



จอยสติ๊ก(เง๊อะ??): จอยมาแล้วค๊าาาาาผลการค้นหารูปภาพสำหรับ joy red velvet gif





เยริมคนสามารถ : ได้ข่าวมาไม่ถึงห้านาทีนี่คะ!!!!ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ yeri red velvet gif


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ seulgi red velvet gif

ซึลกิผู้ถูกลืม : ไรท์เอาเค้าไปไว้ตรงไหน?!! งอล!! กินแปป...แง่ม....



นุ้งวาน: ขอขำแปปนะ ตะกี้เศร้าอยู่ไม่ใช่หรอ
อารีน: ปรับอารมณ์ไม่ทันเลยอ่ะไรท์...เฮ้อ
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ wenrene red velvet gif




ปวดตับวันละนิดจิตแจ่มใส แฮร่!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #107 HbJnJH (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 16:54
    นึกถึงก็อบลินตรง ตำนานโครยอ
    อ่านแล้วปวดใจจ งื้ออ
    #107
    0
  2. #101 ฟางข้าว (FK.) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 14:34
    น้องเยริมไม่ได้ร้ายนี่น่า นางก้รักแฟมมิลี่นาง
    เพียงแต่นางก้คงหมั่นไส้ความรักที่คุณอารีนมีให้คุรพี่วานซะมากมายจนน่าแกล้ง เงี้ยป่ะ 555555

    น้องวานต้องตายเพราะ อยากช่วยไอรีน โถ่ถัง ว่าแต่ชาติภพนั้น วานนี่เป็นคุณหนูหนิ?
    รักเพศเดียวกันก้คงจะไม่มีทางเป็นไปได้ สำหรับยุตสมัยนั้น 
    แล้วนี่มันยิ่งกว่ารักเพศด้วยกันตรงที่ รักคนละเผ่าพันธ์ คนก็ไม่ใช่ ปีศาจก็ไม่เชิง
    คงโดนกรีดกั้นเต็มที่เลยละซิ เฮ่อออออออออออ
    #101
    0
  3. #66 Awanderfool. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 16:20
    ปวดตับแทนTT_____TT เศร้าอ่ะแงงงงงอย่างน้อยตอนนี้ก็รู้อีกปมแล้วอ่ะอีกอย่างเปิดตัวนุ้งโจยยยยเย้ๆแปะแปะ ส่วนในของซึลกินั้น555555ไม่เอาไม่ร้องนะคะคนดี ติดตามต่อไปค่าาาาสู้ๆเด้อ
    #66
    0
  4. #61 TK14 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 21:45
    จริงๆแล้วเยริมก็ดูรักคนในครอบครัวนะ แต่ทำเหมือนแบบไม่รัก
    อยากรู้เรื่องในอดีตมากกว่านี้แล้ว
    ดูมีปมหลายอย่างมากๆๆๆ
    #61
    0