Millennium รักนิรันดร์ +fic Wenrene+

ตอนที่ 10 : 十 อย่าบอกว่าไม่รัก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    13 ก.พ. 60

T
B

 


Iเพราะไอรีนอ่อนแอกว่าที่คิดI

แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าส่งกระทบเปลือกตาสีมุกของดวงหน้าเนียนเป็นผลให้เปลือกตาคู่นั้นปรือปรายขึ้นมองบรรยากาศรอบข้างของเช้าวันใหม่ เวนดี้หลับตาลงอีกทีก่อนจะลืมตาขึ้นใหม่เมื่อความรู้สึกเจ็บทั่วร่างกายยังคงไม่หายสนิทแต่ก็ทุเลาลงไป มือข้างหนึ่งยกขึ้นหวังเอื้อมมาสำรวจแผลบริเวณลำคอแต่ก็ต้องหลุบตาต่ำมองเมื่อรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กุมมันไว้อยู่

            ร่างของไอรีนฟุบลงนอนข้างๆมือของเธอด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เครื่องหน้าสวยที่ไร้เครื่องสำอางตกแต่งแบบนี้ก็ดูสวยไปอีกแบบ บวกกับชุดเสื้อยืดขนาดพอดีตัวและกางเกงขายาวก็บ่งบอกว่าอาของเธอคงมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนแต่คงเป็นตอนที่เธอหลับไปแล้ว

            กายเล็กบนเตียงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆคนที่นอนฟุบอยู่ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้น ไอรีนงัวเงียยันตัวเองให้กลับมานั่งท่าเดิมอีกครั้งเป็นผลให้ดวงตาทั้งสองคู่ของคนในห้องสบกันพอดี แต่กลับเป็นฝ่ายของไอรีนเสียเองที่วูบไหวเบี่ยงสายตาหลบก่อน มือที่เคยกุมมือของเธอไว้ละออกก่อนที่อาแสนดีจะลุกขึ้นไปเตรียมของบางอย่างอยู่ที่โต๊ะ เวนดี้กัดริมฝีปากเบาๆด้วยความที่ทำตัวไม่ถูก ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น ความรู้สึกตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมดทำได้เพียงมองแผ่นหลังภายใต้เสื้อยืดของคนเป็นอาในขณะที่ความเงียบในห้องยังดำเนินต่อไป

 

            เวนดี้…”

            เสียงนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นผ่านความเงียบภายในห้องทำให้ร่างบนเตียงขานรับเสียงค่อย ไอรีนยืนนิ่งอยู่นาน อีกคนก็รอฟังว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไรแต่สุดท้ายคนพูดกลับถอนหายใจบางเบาแล้วกลับมาสนใจกับสิ่งของตรงหน้าเหมือนเดิม

            “…เปล่าหรอก

 

            “อาอารีนคะ หนูหิวน้ำร่างเล็กบนเตียงเอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจนักแต่ก็พอทำให้อีกคนได้ยิน ไอรีนจัดการรินน้ำลงในแก้วอย่างเบามือแล้วกลับมายืนอยู่ข้างๆเตียงพร้อมกับประคองแก้วน้ำให้ในขณะที่อีกคนค่อยๆดูดน้ำในแก้วจากหลอดพลาสติก เรียวตาคมไล่มองเรือนร่างของเด็กน้อยตรงหน้าในขณะที่ยืนรอ ร่องรอยมากมายมันตอกย้ำจนต้องขมวดคิ้วแล้วปิดเปลือกตาลงเพื่อหลบหนีจากมัน รอยแดงเริ่มขึ้นเป็นสีม่วงจางๆคงไม่เท่ากับความเจ็บของรอยคมเขี้ยวที่ฝังลึกเป็นรอยนั้นได้หรอก

            พอรึยังคะ?” ไอรีนถามออกไปทั้งเสียงสั่นๆ หลานตัวน้อยบนเตียงพยักหน้าพร้อมขอบคุณก็ทำให้คนเป็นอาเอาแก้วน้ำมาเก็บพลางส่ายหน้าไล่ความคิดโทษตัวเองที่รุมเร้าเข้ามาอีกครั้ง

            ความผิดในครั้งนี้มันอยู่ในขั้นที่ว่า เบ ไอรีน ไม่รู้จะเอาอะไรว่าวัดความรู้สึกผิดได้ ละอายใจจนไม่อยากจะพบหน้าเด็กคนนั้นอีก เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับแต่ใบหน้าก็ยังดูสดใสไม่หมองหม่น มันก็มาจากผลพวงของการที่ได้รับยาบำรุงที่เหล่าแวมไพร์แสนจะชื่นชอบเข้าไปมากจนเกินไป ไอรีนรู้สึกไม่หิวตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งถึงตอนนี้ แม้แต่น้ำยังไม่อยากจะกรอกมันลงคอ ตรงข้ามกับผู้เคราะห์ร้ายที่ร่างกายอ่อนเพลียจนต้องหามมาส่งโรงพยาบาล ถ้าเวนดี้เสียเลือดมากกว่านี้แล้วช็อคขึ้นมามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน

            บ้าจริง! แกมันเลวที่สุดเลยไอรีน!

            หนึ่งชั่วโมงที่ไอรีนนั่งอยู่หน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยของมากมายแล้วหันหลังให้กับคนบนเตียง เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ไอรีนได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจแม้จะนั่งนิ่งไม่พูดจา เวนดี้เองก็ไม่ได้สบายใจเช่นกันที่อาของเธอเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร ครั้นจะเปิดปากเริ่มบทสนทนาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี

 

            อารีนคะ

 

            “…คะ?”

 

            “อารีนเล่าเรื่องทั้งหมดให้หนูฟังได้มั้ย?” เวนดี้ค่อยๆหันหน้ามาหาคนที่หันหลังให้เธอพร้อมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่รู้ว่ามาจากความกลัวหรืออะไร เรื่องที่หนูไม่รู้ไม่เคยรู้ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา

            “…”

            “อารีนไม่เคย ฮึก ไม่เคยโกหกเวนดี้ใช่มั้ยคะ?”

            ร่างบนเก้าอี้หลับตาลงอย่างเจ็บปวดแต่ยังไม่หันหลังไปเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของเด็กคนนั้นอีก มือที่วางอยู่บนโต๊ะย่นระยะเข้าหากันจนกำแน่น

            ไหนอารีนบอกว่าจะไม่โกหกเวนดี้ไง อารีนบอกว่าจะบอกเวนดี้ทุกอย่าง…”

            เสียงพูดปนเสียงสะอื้นจากคนด้านหลังยังคงดังชัดเจนในโสตประสาทของไอรีน ภาพความทรงจำในตอนที่เด็กคนนั้นยังอยู่ในวัยไร้เดียงสาแล่นเข้ามาในสมองจนใบหน้าสวยที่หลับตาแน่นเริ่มเปลือกตาร้อนผ่าว

            หนูไม่รู้ว่าเมื่อวานมันคืออะไร แต่ ฮึกหนูก็แค่อยากรู้มันไม่ใช่อารีนจริงๆใช่มั้ย หนูแค่ฝันร้ายไปใช่มั้ย

ไอรีนอยากจะยกมือขึ้นปิดหูเพื่อกลบเสียงร้องไห้ที่เริ่มดังขึ้นนั้นให้หายไป แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่านั่นเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดเหลือเกิน ริมฝีปากของใบหน้าสวยสั่นระริก น้ำตาที่เอ่อคลอพังทลายลงไหลรินมารวมกันอยู่ที่คางก่อนจะหยดแหมะลงบนโต๊ะอาหารทีละหยดสองหยด ร่างบนเก้าอี้ยกมือขึ้นกุมใบหน้าของตนเองไว้เหมือนจะอยากปิดบังน้าและเสียงสะอื้นไห้ของตนเองทว่ามันกลับทวีมากขึ้นจนร่างสั่นไหวจนเห็นได้ชัด

            “อารีนบอกหนูมาสิ มันไม่ใช่อาใช่มั้ย?”

            “อารีน!...ฮึก

 

          อย่าหันหลังไปเชียวนะ,ไอรีน อย่าหันหลังไปไม่งั้นมันจะเจ็บปวดมากกว่านี้

 

            หรือว่าอารีนจะไม่รักหนูแล้วจริงๆอย่างนั้นใช่มั้ย?”

 

            “ไม่นะซึงว…!.”

            “เวนดี้…” สรรพนามแปลกพลั้งออกมาจากริมฝีปากของคนที่อยู่บนเก้าอี้ ไอรีนยืนขึ้นมองร่างด้านหลัง คนไข้บนเตียงดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นใบหน้าของคนเป็นอาแดงก่ำและเต็มไปด้วยน้ำตา คนตัวเล็กมองอยู่ครู่หนึ่งก็เบี่ยงสายตาหลบพลางนั่งกอดเข่าหันหลังให้กับอีกคนทั้งๆที่ยังสะอื้นไม่หาย ไอรีนมองดูการกระทำนั้นก่อนจะตัดสินใจเข้าไปหาร่างเล็กบนเตียงนั่น

            อย่าพูดว่าอาไม่รักหนูอีกอย่าแม้แต่จะคิด

            มือที่แนบข้างลำตัวยกขึ้นจับไหล่บอบบางทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอมแล้วค่อยๆหันตัวอีกคนให้หันมามองหน้ากัน ชั่ววินาทีไอรีนก็โอบกอดร่างเล็กตรงหน้าพลางลูบเรือนผมนุ่มนั้นเบาๆอย่างอ่อนโยน ปลายจมูกโด่งของเวนดี้ฝังลงบนไหล่ของคนเป็นอาเหมือนต้องการความอบอุ่นแม้จะมีความกลัวแฝงอยู่ก็ตาม มือเล็กก็ยกขึ้นกอดอีกคนกลับพร้อมกระชับแน่นราวกับว่ากลัวคนตรงหน้าจะหายไป

 

            เจ็บมากมั้ย?...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังใกล้ๆใบหูเล็กที่แดงจนเห็นได้ชัดเจนก็ได้คำตอบเป็นการพยักหน้าของคนในอ้อมกอด ไอรีนผละออกจากตัวของอีกคนก่อนจะไล่สายตามองต่ำลงมาที่ไหปลาร้าและลำคอของร่างเล็ก ริมฝีปากนุ่มจรดลงเบาๆบนรอยแดงและรอยคมเขี้ยวแค่เพียงเบาๆก็ทำให้คนตัวเล็กเผยอปากครางในลำคออย่างควบคุมไม่อยู่ แขนเล็กยกขึ้นคล้องคอร่างเพรียวตรงหน้าก่อนจะเอียงใบหน้าเล็กน้อยเมื่อคนเป็นอาจูบซับบริเวณใต้กรามไล่ไปถึงใบหู มือทั้งสองข้างของไอรีนก็ประคองแผ่นหลังบอบบางอยู่ไม่ห่างเหมือนกลัวว่าร่างกายนี้จะบอบช้ำมากขึ้นอีกถ้าหากสัมผัสแรงไป

            ..อ๊ะ อารีน..-อื้อ

            เวนดี้สะดุ้งเฮือกเมื่อปมเชือกของเสื้อคนไข้ถูกปลดออก หลุบตามองใบหน้าสวยที่ก้มลงจูบซับรอยช้ำบนตัวไม่หยุด รู้ดีว่ามันไม่ควรที่จะปล่อยให้มันเกิดอีกครั้งแต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันค่อยๆจางหายไปทุกทีเมื่อริมฝีปากนุ่มนั้นเลื่อนต่ำเรื่อยๆ

 

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

          ไอรีนผละออกจากคนใต้ร่างเหมือนพึ่งเรียกสติกลับมาได้ ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิกลักก่อนที่ไอรีนจะจัดแจงเสื้อผ้าของร่างบนเตียงให้เรียบร้อยดังเดิม สองเท้าก้าวเข้าใกล้ประตูก่อนจะตัดสินใจบิดลูกบิดเพื่อเปิดมันออก เมื่อเห็นว่าเป็นอาอีกคนและคุณหมอเมื่อวานที่เป็นผู้มาใหม่เวนดี้ก็รีบทำตัวให้เป็นปกติ บทสนทนาที่ทำให้ห้องไม่เงียบเหงาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แม้ทั้งสองคนจะไม่ได้พูดคุยกันมากนักแต่ก็ส่งความหมายออกมาทางสายตาเป็นระยะๆ

            งั้นก็แปลว่าไอรีนต้องทนกับตัวตนนั้นมาตลอดตั้งแต่พันปีที่แล้วงั้นหรอ?”

            คุณหมอซอเอ่ยขึ้นในขณะที่เก็บแฟ้มเอกสารวางกองให้ถูกที่และหันไปมองคู่สนทนาด้วยเป็นระยะ ซังกิลพยักหน้าเบาๆพลางกอดอกอย่างหนักใจ จริงอยู่ที่คุณหมอซอไม่ใช่แวมไพร์โดยกำเนิดแต่เธอก็นับว่าเป็นมนุษย์ที่เสมอต้นเสมอปลายแม้รู้ว่าคนรอบข้างที่เธอต้องเจอนั้นเป็นอะไร

            จะพูดอย่างนั้นก็ได้ ผมไม่คิดว่าพันธะนั่นยังมีผลมาถึงทุกวันนี้เพราะสิบเก้าปีที่ผ่านมาไอรีนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง

 

          “ทั้งๆที่เป็นคนสั่งให้คนอื่นห้ามกินแท้ๆตัวเองกลับเป็นคนกินซะเองเนี่ยนะคะ

 

          น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นเรียกให้สองคนที่คุยกันอยู่หันไปตามต้นเสียง เยริมยืนพิงประตูพร้อมกอดอกแล้วยิ้มสดใสให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะเข้ามานั่งบนเก้าอี้ระหว่างคนทั้งสองคน

            อาซังกิลก็เห็นอยู่ว่าเวนดี้กลัวขนาดไหน แล้วยังจะให้อารีนมาดูแลอีกอย่างนั้นหรอคะ

 

            “เลิกเรียกแค่ชื่อได้แล้ว เวนดี้เค้าเป็นพี่เธอนะเยริม!...แล้วเป็นเพราะใครล่ะไอรีนถึงต้องออกไปตามเวนดี้กลับมาด้วยตัวเองน่ะซังกิลตวาดเสียงดังทำให้คุณหมอซอที่ยืนอยู่ใกล้ๆต้องยื้อแขนไว้เพื่อปรามไม่ให้เขาใช้อารมณ์กับหลานอีกคน เยริมดูไม่สะทกสะท้านแม้จะดูตกใจในตอนแรก

 

          พี่จริงๆก็ไม่ใช่หนิคะ ก็แค่ใครไม่รู้ที่อารีนรับเข้ามาในบ้าน

 

          “เธอรู้ได้ยังไงว่าเวนดี้คือใครที่ไหนไม่รู้

ในตอนนี้เธออาจจะพูดได้ว่าเวนดี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้ แต่ถ้าเธออยู่ที่นี่เมื่อพันปีที่แล้วเธอจะไม่พูดแบบนั้น-เยริมจบประโยคซังกิลก็เดินดุ่มๆออกจากห้องไปทิ้งให้หลานตัวร้ายนั่งหัวเสียโดยมีคุณหมอคนสวยที่ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #99 ฟางข้าว (FK.) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 02:32
    หมอซอผู้ล่วงรู้ทุกอย่าง....

    แหม พอคืนดีกันได้ ก็จะเลยเถิดเลยนะคะอารีนนนนนนนนนน
    สมน้ำหน้า โดนขัดซะก่อน โฮะๆๆๆๆๆๆๆ
    #99
    0
  2. #64 Awanderfool. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 15:52
    สงสารอารีนTT____TT คงควบคุมความรู้สึกที่มีต่อน้องวานไม่ได้สินะ ฮืออออดราม่าจังแต่ดูจากผลตอบรับของน้องก็ดูเหมือนว่าเจ้าวานเองก็คิดไม่ต่างกันนะ ใช่ไหมคะไรต์ น้องวานก็ชอบอารีนใช่ไหมคะ*0* //หลอกตัวเองขั้นสุด// แต่อยากรู้แล้วอ่าาาปมของอารีนที่ว่าอีกตัวตนอยู่ในร่างแงงงงชอบเรื่องนี้มากๆเลย ติดตามต่อไปค่าาาสู้ๆนะคะจะคอยเป็นกำลังใจให้นะคะ fighting!!!!!!
    #64
    1
    • #64-1 เธียรวาโย(จากตอนที่ 10)
      22 มีนาคม 2560 / 15:29
      แหมมม ถ้าไม่ได้คิดแบบเดียวกันจะยอมให้เค้ากินหรอคะรีดเดอร์ อุ๊บส์ หลุดปาก 5555
      #64-1
  3. #47 iceginggg (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:22
    คือเพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ...จะบอกว่าชอบเนื้อเรื่องมากๆเลยค่ะ ภาษาสวยด้วย ฮือดีงามมากๆค่ะ ส่วนเรื่องคู่นั้น....ฟหกฟงดสฟวกา แม่ยกเวนรีนตายค่ะฮือ ;///; นอนเขินตอนตีสองกว่าๆนี่ทรมานมาก!! ชอบมากๆเลยค่ะ เวนดี้ก็รักคุณอาแน่ล่ะ แต่ยังคงสับสน สู้ๆเข้านะเวนดี้!! (ส่วนคุณอารีนก็น่าสงสาร...แต่ก็ร้ายไม่เบานะคะ5555555)
    #47
    0
  4. #46 TK14 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:34
    เวนดี้ก็รักคุณอาใช่มั้ยลูก สับสันไปหมดแล้ว
    พอเยริออกทีไรรู้สึกถึงความไม่น่าไว้วางใจเลย
    #46
    0
  5. #45 Lucky17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:31
    อารี๊นนนนน สงบจิตสงบใจเป็นไหมมมม
    #45
    0