Millennium รักนิรันดร์ +fic Wenrene+

ตอนที่ 1 : 一 สิ้นสุดการรอคอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    27 พ.ย. 59

T
B






 
 

           I อารีนคือทุกอย่างของเวนดี้ I

          “ว้าว…”

            หลังจากที่ยกกระเป๋าลงจากรถคนที่พึ่งหันมากวาดสายตามองตัวบ้านด้านหลังก็ถึงกับอ้าปากอุทานแบบเบาๆ ดวงตานั้นส่อความสุขมากมายที่ถ่ายทอดออกมาทางแววตาจนคนที่เดินลงจากรถตามมาต้องยกยิ้มแกมหัวเราะหน่อยๆ

            “ทำตัวเหมือนเด็กทุกทีเลยนะ,เวนดี้ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาในแบบของชาวเอเชียเอ่ยหยอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม พนันเลยว่าสาวๆคนไหนได้ยินเป็นต้องลอบยิ้มออกมาด้วยความเขินอายแน่ๆ ดูชุดคลุมสีดำสนิทที่ใส่อยู่ก็มีภูมิฐานเสริมความเพียบพร้อมให้เขากลายเป็นเจ้าชายทรงเสน่ห์ก็ไม่ปาน

 

            ก็เหมือนกับที่บ้านหลังนี้ยังเหมือนเดิมทุกครั้งที่เห็นนั่นแหล่ะค่ะ…”

            “…ผ่านมาเก้าปีแล้ว ยังดูอบอุ่นเหมือนเดิมเลย

 

            ประกายความสุขเกิดขึ้นในดวงตาคู่นั้นที่จับจ้องบ้านสไตล์เรียบหรูท่ามกลางเหล่าแมกไม้ จนกระทั่งแขนแกร่งของบุคคลที่เดินเข้ามาประชิดตัวโอบไหล่เธอเข้ามากอดไว้ ร่างที่ยืนนิ่งจึงหันไปหาอีกคน

 

            พูดซะซึ้งแบบนี้เดี๋ยวอาก็ร้องไห้ซะหรอก ฮ่ะๆ

 

            “อย่าร้องเลยค่ะ หนูคิดภาพไม่ออกหญิงสาวในอ้อมกอดใช้ศอกกระทุ้งหน้าท้องคนเป็นอาเบาๆ

 

            ใช้เวลาไม่นานในการยกกระเป๋าเข้ามาในตัวบ้าน ผู้มาใหม่ก็ได้รับความสนใจจากแม่บ้านและสาวใช้ แม่บ้านเก่าแก่อย่างป้า ถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อได้โผกอดเธอ ทว่าจังหวะการเดินภายใต้สลิปเปอร์สะอาดและน้ำเสียงนุ่มละมุนก็ทำให้คนที่เป็นจุดสนใจละสายตาจากคนรอบกายแล้วเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงนั้นโดยทันที

 

          ว๊า,เสียดายจัง อาไม่ได้เป็นคนแรกที่ได้กอดหลานรักซะแล้วหรอ

 

            ริมฝีปากที่ถูกลิปสติกเจือแต้มสีแดงจางๆนั้นคลี่ยิ้มหวาน ร่างสวยในเสื้อไหมพรมหนาตัวยาวก้าวลงบันไดจนหยุดอยู่ตรงหน้า หลานที่เรียกเมื่อครู่ ดูเหมือนหล่อนจะไม่ได้จริงจังกับคำพูดนั้นนักแต่ก็แฝงความเสียดาย

            เป็นฝ่ายเวนดี้ที่โน้มตัวมากอดหญิงสาวตรงหน้า แรงกอดจากอ้อมแขนเล็กๆที่สื่อความคิดถึงออกมาอย่างชัดเจนก็พอทำให้คนที่ถูกกอดรับรู้ได้ว่ามันมากเหลือเกิน

 

          สิ้นสุดการรอคอยแล้วสินะเบ จูฮยอน

 

          คิดถึงอารีนที่สุดเลย…” แรงสะอื้นพร้อมน้ำเสียงแหบๆทำให้อาสุดที่รักต้องผละตัวออกมามองหน้าคนพูดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา มันน่าเอ็นดูจนไม่สามารถห้ามไม่ให้เอามือไปเช็ดมันออกได้

            ปลายจมูกโด่งแดงระเรื่อหายใจฟึดฟัดก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาทั้งที่น้ำตายังล่วงเผาะ อาสาวของเธอ-ไอรีน ดูจะไม่ได้อ่อนแอขนาดที่จะร้องไห้ตามเธอ แต่ดูจากสายตาที่มองเธอกลับมาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนที่เธอพูด

            อาก็คิดถึงเด็กน้อยกินเก่งเหมือนกัน นึกว่ากลับมาคราวนี้จะอ้วนกลมซะแล้ว

            “อารีน หนูไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ

            เวนดี้งอแงทำแก้มป่องแบบไม่รู้ตัวจนดูเหมือนลูกหมาตัวน้อย

            สุดท้ายคนเป็นอาอย่างไอรีนก็ต้องมาง้อเด็กตัวเล็กให้เจ้าหล่อนขึ้นไปเก็บของบนห้องให้เสร็จสรรพ ในระหว่างที่ยืนเฝ้าอีกคนจัดเสื้อผ้าและฟังผู้มาใหม่เล่าเรื่องที่ไปอยู่แวนคูเวอร์ก็อดไล่มองร่างเล็กหน้าตู้เสื้อผ้าด้วยความตั้งใจไม่ได้

            ไอรีนไม่เคยคิดว่าแก้มยุ้ยๆนั่นจะกลายเป็นแก้มใสๆน่าหยิกขนาดนี้

            ไม่คิดว่าตัวอ้วนกลมของเด็กน้อยจะกลายเป็นร่างเล็กน่าขย้ำแบบนี้

         

นี่กำลังแอบด่าว่าฉันเป็นพวกอาโรคจิตอยู่ใช่มั้ย?,รู้อยู่น่า!

            ถึงจะเป็นหลานบุญธรรม แต่ฉันก็ไม่ได้มีมนุษยธรรมขนาดนั้นหรอกนะ

          อ้อ..ลืมไป คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องมีมนุษยธรรมหรอกน่า

 

          หึ..

 

            “คุณอาคะ-เยริมล่ะคะ

            เวนดี้ถามขึ้นในขณะที่อาหารจานร้อนๆถูกเอามาเสิร์ฟด้วยฝีมือของแม่บ้านสองสามคน ไอรีนถอนหายใจบางเบาพลางหยิบผ้าขึ้นมาวางไว้บนตัก

            รายนั้นน่ะไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก ถ้าอยากเจอ,ตอนเช้าก็เข้าไปในห้องนอนเจ้าตัวเขาสิ แต่แนะนำให้ไปหลังสิบโมงนะ ไม่งั้นก็ได้คุยกับคนหลับเป็นตาย

            คนที่ได้ฟังแทบไปไม่เป็น จะพูดยังไงดีล่ะเธอน่ะแก่กว่าเด็กคนนั้นก็จริง แต่กลับไม่กล้าดุอะไรหล่อนเลยออกจะกลัวซะด้วยซ้ำ เยริมถูกส่งมาอยู่เกาหลีในขณะที่เธอถูกส่งไปอยู่แคนาดา ตอนนั้นเยริมอายุได้ซักแปดปีส่วนเธออายุสิบปี

            ถ้าเข้าไปในตอนเช้าแล้วกลายเป็นการปลุกเยริมล่ะก็..ไม่ดีแน่

 

            งั้นรอให้น้องตื่นก็ได้ค่ะ หนูรอได้

            กลัวต่างหากล่ะ ทำไมต้องพูดให้ดูดีด้วยนะเวนดี้..!

            “งั้นก็กินข้าวกันเถอะค่ะ อยากชิมอาหารฝีมือคุณอาจะแย่อยู่แล้ว

 

 

            เรือนผมสีเขม่าควันถูกปล่อยสยายทั่วแผ่นหลังภายใต้ชุดคลุมอาบน้ำสีสะอาดเป็นภาพที่หากใครได้มองคงจะต้องหลุดไปในภวังค์ กว่าจะรู้ตัวก็คงจะเป็นตอนที่เจ้าหล่อนใช้สายตานั้นกรีดหัวใจจนละลายไม่มีชิ้นดีไปแล้ว

            แทบจะไม่มีกิริยาไหนเลยที่ทำให้ เบ ไอรีน ไม่น่ามอง ไม่รู้ว่าหล่อนรู้จักคำว่า น่าเกลียดบ้างรึเปล่าถึงได้งดงามทุกการกระทำแบบนี้ นี่สินะ,สมกับเป็นศัลยแพทย์คนสวยขวัญใจคนไข้ในโรงพยาบาลจริงๆ

            เนื้อครีมหอมละมุนถูกแตะลงบนต้นขาขาวแล้วถูกลูบไล้ทั่วเรียวขาสวยด้วยฝ่ามือนุ่มนวลไร้ที่ติของเจ้าของแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่ออากาศรอบข้างเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ ใบหน้าสวยเหลือบสายตามองด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจด้วยความรำคาญใจ

            ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันเกลียดการปรากฏตัวแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้

 

          “อยู่กันแค่สองคน เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้สรรพนามที่ฝืนใจเช่นนั้น

 

          อากาศรอบข้างก่อตัวเป็นมวลวัตถุรูปร่างคล้ายคนจนกระทั่งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ชายร่างสูงผู้เป็นอาอีกคนอยู่ในชุดคลุมยาวแทนที่จะเป็นชุดนอนในยามราตรี ผมสีดำสนิทถูกจัดทรงเปิดหน้าผากเผยใบหน้าหล่อเหลาสู่สายตาผู้พบเห็นอย่างหมดจด

 

            ซังกิล,ถ้าพี่จะมาเตือนเรื่องเด็กคนนั้นข้าไม่ขอรับฟัง

            “เจ้ารู้รึ ว่าข้าจะห้ามหรือจะยุ

            ชายนามว่าซังกิลที่ไอรีนเรียกเมื่อครู่กระตุกยิ้มมุมปาก เขามองน้องสาวที่กำลังขุ่นเคืองก่อนจะเชิดใบหน้าขึ้นมองไกลออกไป

            เด็กคนนั้นคือซึงวาน ข้อนั้นข้ารู้ดี..ตั้งแต่แรกเห็นและด้วยพลังของข้าที่สัมผัสได้ แต่เจ้าคิดว่านางจะจำเจ้าได้งั้นรึ? ลืมคำสาปของเทวาไปแล้วสินะ-จูฮยอน!”

 

            “ไม่สำคัญที่ว่านางจะจำได้หรือไม่! ตอนนี้นางอยู่ในกำมือข้า และข้าจะไม่มีวันปล่อยนางไป!” ไอรีนจ้องคนเป็นพี่จนซังกิลสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เหมือนจะแผ่พุ่งออกมาจากดวงตาคู่นั้น ประกายแปลกประหลาดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีแล้วจางหายไป

            นางต้องเป็นของข้า…”

 

          ถ้าเจ้าต้องการเช่นนั้น-ข้าก็สิ้นพูด

            “แต่เยริมต้องไม่ยอมแน่ถ้าหากได้ยินว่าเจ้าจะเก็บเด็กคนนั้นไว้ กิน เพียงคนเดียว

 

            สิ้นเสียงนั้นภาพทั้งหมดก็หายไป ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมและไม่มีร่างของซังกิลยืนอยู่ตรงนั้น ให้ทายแล้วเขาคงจะไปที่ปราสาทหลวงเพื่อคุยเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนในบริษัทของเขา หรือไม่ก็ไปตามหาเยริมหลานสุดที่รักที่ติดนิสัยเขาเข้าไปเต็มๆ

          ถึงตอนนี้คงเดาได้แล้วสินะว่าพวกเราน่ะเป็นตัวอะไรกัน..แต่ถ้ายังเดาไม่ออก ฉันก็ไม่ใจดีถึงขนาดจะบอกหรอกนะ

            ร่างเพรียวเสยผมลวกๆด้วยความโมโหแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงกว้าง ซักพักคนที่เป็นประเด็นบทสนทนาเมื่อครู่ก็มาเคาะประตูเพื่อขอชุดคลุมอาบน้ำในสภาพที่ห่อตัวด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวแถมยังตัวเปียกชื้น มันยากนะที่จะไม่แอบมองน่ะ แต่คนหน้านิ่งอย่างไอรีนก็ไม่เผยไต๋ให้คนหน้าประตูรู้อยู่แล้ว

จัดการหยิบชุดมาส่งให้อีกคนก็บอกราตรีสวัสดิ์พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่หาได้ยากจากคนสวยประจำวงการแพทย์เพราะมีเจ้าแมสปิดปากคอยบดบังรอยยิ้มหวานๆอยู่เรื่อย หลังจากที่คนไข้ฟื้นจากอาการเจ็บนั่นล่ะ ถึงจะได้เห็นรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจของคุณหมอ

            กลับมาอยู่กับตัวเองก็หวนนึกถึงคำพูดของพี่ชายเมื่อครู่อีกแล้ว

 

            “ฉันไม่ปล่อยให้เยริมมาแยกเขี้ยวหวังกัดคอของของฉันเหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วหรอกนะ,ซังกิล

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #133 etoile11 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 21:39
    พิเบหวงน้องหนักมาก
    #133
    0
  2. #52 Awanderfool. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 23:58
    โห้ยยยยยพี่เจอเรื่องนี้อ่ะแงงงง TT____TT รู้สึกพลาดมากๆที่เจอช้าไป ตายแล้วๆเปิดฉากมาคุณอาก็ดูลึกลับแล้วอ่ะ ทั้งคนที่ชื่อซังกิลด้วย ลุ้นๆชอบมากกกกก ภาษาไรต์สวยมากฮือคือดีต่อใจสุดๆเลย ติดตามต่อไปค่าาาสู้ๆนะคะ
    #52
    0
  3. #32 TK14 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:34
    คุณอ๊าาาาา! คุณอาไอรีน ทำไมดูลึกลับแต่อบอุ่นเช่นนี้คะ
    แล้วคุณอาเป็นอะไรกันแน่คะ แวมไพร์หรอ(แต่ที่แน่ๆคือไม่ใช่มนุษย์แบบ100%)
    ส่วนหนูเวนดี้นั้นดูน่ารักใสๆตะมุตะมิมากยัยหนู
    ฮืออออออ อยากเป็นยัยหนู อยากโดนคุณอาเอ็นดู
    #32
    0
  4. #23 Lucky17 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:41
    โอ...คุณอารีนน่ากลัวแปลกๆ ทำไมเรื่องราวดูลึกลับซับซ้อนขนาดเน้ล่ะเนี่ย
    #23
    0
  5. #15 aeskml_13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 09:48
    หูยยยย ลึกลับน่าดู
    #15
    0
  6. #1 kemikalove557 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 23:23
    รักคุณอา😄😄
    #1
    0