นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

มิติลับ สัมผัสสยอง ตอน ลองดีที่บ้านร้าง

"ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่" คำนี้ใช้ได้จริงกับทุกๆสถานการณ์ แม้กระทั่งในสถานการณ์ที่อยู่ในบ้านร้าง ถ้าเกิดลบหลู่ก็จะต้องเจอดี!!!

ยอดวิวรวม

15

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


15

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ก.ค. 63 / 17:07 น.
นิยาย ԵѺ ͧ ͹ ͧշҹҧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ก.ค. 63 / 17:07


ลองดีที่บ้านร้าง

ตอนเป็นวัยรุ่น  ใครมีความรู้สึกว่าคึกคะนองจนลืมนึกถึงว่า สิ่งที่คึกคะนองมันเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ เช่นเราบ้าง

 ซึ่งเราเองเป็นคนแปลกคนหนึ่งที่ชอบทำอะไรที่ท้าทาย หรือทำอะไรที่คนส่วนใหญ่เขากลัวกัน เช่น ถ้ามีคนบอกว่า ที่ไหนมีคนเจออะไรแปลกๆเราก็จะพาเพื่อนไปพิสูจน์ทุกที และทุกครั้งที่เราพาเพื่อนไปพิสูจน์ตามที่ๆคนกลัว ก็มักจะไม่เจอออะไรเลย

 มันจึงทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่า คนส่วนใหญ่ มักมโนไปตามความคิดขี้กลัวของตัวเองแค่นั้น

 และครั้งนี้ก็เช่นกัน เราได้ยินมาว่า มีคนพูดถึงบ้านร้างหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านเราไปประมาณ 2 หมู่บ้าน  ว่ากันว่า บ้านนี้ผีเฮี้ยน ซึ่งเฮี้ยนในความหมายของคนเล่า เราก็ไม่รู้ว่าคืออะไร เราจึงเก็บเรื่องนี้มาเล่าในแก๊งค์เราต่อเพื่อต้องการชวนเดอะแก๊งไปพิสูจน์

 ซึ่งพอเราเล่าจบ เราก็คิดว่าทุกคนจะอยากไปเหมือนทุกๆครั้งที่ไปกัน   

 แต่ก็ไม่เลย เพราะสีหน้าของแต่ละคนเมื่อฟังเรานั้น ดูแบบถอดใจ และแสดงความกังวลออกมาแบบเห็นได้ชัด

 สรุปก็คือจะไม่มีใครไปกับเราเลย…

 ซึ่งพอไม่มีคนไปกับเรา เราก็ตัดสินใจว่า ไปคนเดียวก็ได้ โดยเราตั้งใจว่าจะไปวันนั้นเลย

 และพอเราหันหลังจะเดินไปขี่มอไซต์ ไอ้ทิด มันก็พูดขึ้นว่า

 “ กูไปด้วยดิ กูอยากรู้เหมือนกัน ว่าจะสมคำร่ำลือป่ะ ”

 พอไอ้ทิดพูดจบ ทุกคนก็หันมองมันเหมือนจะห้ามมันไม่ให้ไป โดยไอ้เจหลุดปากบอกมาว่า

 “ มึงไม่กลัวจะเป็นศพเหมือนคนหมู่บ้านข้างๆหรอ”

 พอสิ้นเสียงมันเราก็นิ่งแล้วมองหน้าไอ้ทิด แต่ไอ้ทิดก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะไปกับเรา แถมยังทิ้งท้ายประโยคเด็ดไว้ว่า

 “ ไม่มีผีที่ไหนมันฆ่าคนได้หรอกเว้ย”

 และด้วยความดื้อของเราทั้งสอง มันจึงนำพาเราทั้งสองมายังบ้านร้างหลังนั้นทันที

 ซึ่งพอมาถึงมันก็เป็นเวลาใกล้ค่ำล่ะ ในตอนนั้นเรากำลังจะเดินเข้าไปแต่ไอ้ทิดกลับบอกให้เรารอให้เย็นกว่านี้ก่อน เดี๋ยวมันจะทำคลิปด้วย

 จนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสมตามที่ไอ้ทิดต้องการ เราทั้งสองจึงเดินเข้ามาในบ้านนั้นทันที

 โดยก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา เราก็สัมผัสได้ถึงความร้างมานานจริงๆ เพราะฝุ่นเกาะหนาแน่นไปทุกซอกทุกมุม จนเราทนไม่ไหวเพราะเราเป็นคนที่แพ้ฝุ่นค่อนข้างหนัก 

 ในตอนนั้นเราค่อยๆเดินสำรวจกันไปเรื่อยๆโดยบ้านมันมีทั้งหมดสามชั้น และตอนที่เรากำลังขึ้นไปชั้นสอง แมวดำที่ไหนไม่รู้โดดลงมาดักหน้าเราสองคน และจังหว่ะที่มันโดดมาเนี่ยแหล่ะเราตกใจมาก 

 ส่วนไอ้ทิดเหมือนจะตกใจมากกว่าเรา แถมมันยังโมโหแมวมาก เตะปั้งเข้าที่ท้องแมวจนแมวร้อง

 “ เหมี๊ยววว ”

 แล้วกระเด็นไปไกลมาก ในตอนที่แมวมันกระเด็นเราเองก็ตกใจแล้วรีบจับแขนไอ้ทิดพร้อมพูดกับมันว่า ให้ใจเย็นๆ เพราะเป้าหมายเราคือไม่ได้มารังแกสัตว์

 พอเราพูดจบมันถึงดูเย็นลง…แล้วหลังจากนั้นเราก็ค่อยๆเดินขึ้นชั้นสองกัน โดยเราเดินขึ้นไปพร้อมกับดึงแมสมาปิดปากปิดจมูกเพราะเริ่มจะไม่ไหวล่ะ

 พอมาถึงชั้นที่สองทุกอย่างก็ยังคงปกติอยู่ ดูเงียบแบบไม่มีอะไรเลย แต่เราเริ่มจะไม่ไหวกับฝุ่นล่ะ 

 ส่วนไอ้ทิดก็หันมามองเราแล้วบอกเราว่า ถ้าไม่ไหวก็ให้รออยู่ชั้นสอง เดี๋ยวมันจะขึ้นไปชั้นสามเอง

 สภาพเราตอนนั้นคือ ไม่ไหวจริง เพราะฝุ่นลอยเต็มไปหมดเลย เราเลยบอกมันว่า เดี๋ยวเรารอชั้นนี้แหล่ะ  และไอ้ทิดก็เลยขึ้นไปชั้นสามคนเดียว

 ในขณะที่มันก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสาม เราก็แอบได้ยินมันถ่ายวิดีโอแล้วพูดหยาบคายต่างๆนานาๆว่า

 “ ผีมันมีที่ไหนล่ะไอ้เห้__ ถ้ามีจริงก็ออกมาดิ จะยิงให้หัววิญญาณกระจุยเลย”

 และพอเวลาผ่านไปสักพัก เสียงมันก็เงียบไป แต่เราก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่ามันคงทำคลิปมันอยู่

 ซึ่งในระหว่างรอเราก็เดินสำรวจชั้นสองไปเรื่อยๆ จนไปเจอลังปริศนาหลังหนึ่งเป็นลังไม้ใหญ่วางอยู่ริมมุมห้อง ตอนนั้นเราอยากเข้าไปดูลังนั้นมากๆ แต่มองดูแล้วทั้งฝุ่นทั้งไม้เก่าๆวางดักทางไปหมดมันจึงทำให้เราไม่สามารถจะเข้าไปได้

 ในขณะที่เรายืนมองลังใบนั้นอยู่ ไอ้ทิดก็เดินกลับลงมาโดยมันมายืนอยู่ข้างหลังเราตอนไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆเราหันไปเจอมันแล้วเราตกใจมาก

 พอเราถามมันว่าไฟฉายมันอยู่ไหน ทำไมลงมามืดๆได้ ไม่กลัวตกบันไดหรอ มันก็บอกแค่ว่า ทำไฟฉายหล่น แล้วให้กลับกันเถอะ

 ในตอนนั้นเรามองหน้ามันแบบงงๆว่าทำมันดูนิ่งมากเหมือนคนละคนกับตอนขึ้นไปเลย แต่เราก็แอบคิดในแง่ดีว่า อาจจะเป็นเพราะสภาพความอับและฝุ่นเยอะจึงทำให้มันเริ่มไม่ไหวเหมือนเรา

 แล้วเราก็ทำหน้าที่เดินนำมันลงจากบ้านเพราะเรามีไฟฉายอยู่หนึ่งอัน โดยตลอดทางลงมาเราก็ชวนมันคุยแต่เหมือนมันก็เงียบไม่พูดไม่จาอะไร จนกระทั่งออกมานอกบ้านเราหันหลังกลับไปเพื่อจะคุยกับมันก็ไม่เจอมันล่ะ

 ณ ตอนนั้นเราตกใจมากว่ามันหายไปไหน ทั้งๆที่ตอนเดินลงมามันก็เดินตามหลังเรามาแท้ๆ เราจึงตะโกนเรียกมันเสียงดังไปทั่ว แต่ก็ไม่เจอ

 แต่แล้ว…สิ่งที่เราไม่คิดว่าเราจะเจอ เราก็ได้เจอเมื่อเรามองขึ้นไปบนชั้นสาม เราเห็นไอ้ทิดเพื่อนเราห้อยตัวลงมาโตงเตงอยู่ริมระเบียงบ้านโดยเชือกรัดคออยู่

 และมากกว่านั้นคือ ปลายเชือกที่ห้อยมันลงมาเราเห็นเป็นผู้ชายแก่ๆผมขาวจับเชือกไว้แน่น ตอนนั้นเราเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมเอามือปิดปาก ก่อนจะรีบคลานๆไปที่มอไชต์แล้วบิดแบบไม่คิดชีวิต จนเราไปประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างจัง

 และหลังจากนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งมารู้อีกทีคือเราสลบไปสามวัน ตื่นมาในวันที่เขาจะเผาไอ้ทิดพอดี

 ซึ่งวันนั้นเราร้องไห้หนักมาก…ร้องไห้ให้กับความคึกคะนองของตนจนทำให้เพื่อนตาย

 พอหลังจากเสร็จงานศพ ทุกคนก็เฝ้ารอคำตอบจากเราว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ที่ไอ้ทิดมันอัดคลิปไว้มาให้เราดู

 โดยในคลิปไอ้ทิดขึ้นไปชั้นสามคนเดียวตอนแรกก็พูดจาท้าท้ายดี พอมากลางๆคลิปก็ร้องไห้ จากนั้นไม่นานก็ไปหยิบเชือกมาผูกคอตัวเองแล้วโดดลงระเบียงไปตำรวจจึงสรุปไปว่าไอ้ทิดมันตั้งใจมาฆ่าตัวตาย

 ซึ่งพอเราได้ดูคลิปเราก็ร้องได้ แล้วเราก็เล่าสิ่งที่เราเจอให้ทุกคนฟัง แล้วหลังจากนั้นเราก็ตัดสินใจบวชให้เพื่อน 7 วันเพื่ออยากให้เพื่อนไปเกิดในภพภูมิที่ดี

สามารถรับชมได้ที่ aplay.tv https://bit.ly/2OuV9qe

ผลงานอื่นๆ ของ Janjira_som435

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น