ตอนที่ 9 : บทที่ 8 สำแดงฤทธิ์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

บุ ษ บั น เ สี่ ย ง ท า ย

-ชมพูพิมพ์ใจ-

บทที่ 8 สำแดงฤทธิ์

         ‘ขออนุญาตจีบนะครับคุณนางฟ้า’

เสียงของเจ้านายหนุ่มที่พูดก่อนเดินออกจากห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยังติดหู ติดตา ติดใจ จนทำให้เฌอมาวีร์ไม่มีสมาธิเป็นอันทำอะไรต่อมิอะไร หญิงสาวเดินลงจากห้องมารอนิลดาแต่เช้าตามที่นัดแนะกันไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าวาน ใบหน้าสวยยับยู่ยี่ ไม่สบอารมณ์ คำพูดของภีมวัฒน์จะเชื่อใจได้หรือเปล่า เธอถามตัวเองเป็นร้อยๆครั้งหรืออาจจะมากกว่านั้น ใครจะไปรู้ล่ะ เมื่อเธอและเขารู้จักกันเพียงแค่อาทิตย์เดียว แล้วจะหาหลักอะไรมารับประกันได้ ต้องวัดดวงเสี่ยงเอาหรือไร แต่ใจคนมันซับซ้อนเกินบรรยาย วันนั้นรัก วันนี้ชอบ พรุ่งนี้ตื่นมาเขาอาจจะลืมทุกอย่างหมดสิ้นเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นอย่างในละคร

“พี่วิว คิดอะไรอยู่คะ นิ่มเรียกตั้งหลายครั้งพี่วิวก็ยังเหม่อลอย  มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกนิ่มได้นะ”

“ไม่มีหรอกจ้ะ ขอบใจนะที่เป็นธุระให้พี่”คนตัวเล็กยิ้มตาหยี

“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของนิ่มอยู่แล้ว อ๋อ เมื่อเช้านี้คุณก้อยกลับมาแล้วนะคะ เห็นบอกว่าจะมาชวนพี่กับคุณภีมไปล่องเรือดำน้ำกัน สักแปดโมงคงจะมาหา”

“ไหนบอกว่ากลับเย็นไง อีตาบอสมึน”เฌอมาวีร์พึมพำเบาๆ

“ว่าไงนะคะ”

“เปล่าจ้ะ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปปลุกคุณภีมก่อนนะ ป่านนี้ไม่รู้จะตื่นรึยัง นี่ก็เจ็ดโมงกว่าแล้ว นิ่มชัวร์ใช่ไหมว่าคุณก้อยจะมาที่นี่”เฌอมวีร์ถามเสียงจริงจัง

“ชัวร์ค่ะ ล้านเปอร์เซ็นต์ บ้านนี้คุณก้อยเป็นคนไปจ้างแม่กับนิ่มให้ดูแล ส่วนคนจ่ายค่าจ้างคือคุณนิภาค่ะ”

“มิน่าล่ะ เอาใจกันทางอ้อมนี้เอง”เสียงเล็กลอดริมฝีปากออกมาเบาๆ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่ว่าภีมวัฒน์จะต้องการความช่วยเหลือยังไงก็แล้วแต่ เขาจะต้องนึกถึงกานต์สิชาเป็นคนแรกๆ ไม่ใช่เพราะยังรัก แต่เป็นเพราะเจ้าของรีสอร์ทคนสวยวางเกมให้ตนเป็นที่พึ่งพาของชายหนุ่มต่างหาก คงจะเป็นแผนการเข้าหาเจ้านายหนุ่มทางอ้อมเพราะเป็นทางที่สะดวกที่สุดสำหรับกานต์สิชา แต่ก็นั่นสินะ ถ่านไฟเก่ารอวันจุดติดอีกครั้ง เธอจะไปห้ามใจใครได้อย่างไร

“นิ่มเตรียมอาหารเช้ามาให้แล้วนะคะ มีข้าวต้มปลากับปาท่องโก๋ วันนี้ที่บ้านนิ่มทำข้าวต้มหม้อโตเลย แม่ฝากมาให้พี่กับคุณภีมด้วย”

“ขอบใจนะจ๊ะ”เฌอมาวีร์รับหม้อใส่ข้าวต้มขนาดเล็กกับถุงปาท่องโก๋มาไว้ในมือ นิลดายกมือไหว้แล้วเดินออกจากตัวบ้านไปอย่างเช่นเมื่อวาน เธอเดินเอาอาหารไปไว้ในครัวก่อนจะออกมาหยิบถุงของใช้ที่ฝากนิลดาไปซื้อกลับไปไว้บนห้องนอน


‘ก็อกๆๆ’

เสียงประตูบานใหญ่ถูกเคาะเบาๆ เฌอมาวีร์ไม่ได้ยินเสียงเอ่ยอนุญาตจากเจ้าของห้อง เธอยังจำที่เขาบอกในวันนั้นได้ว่าอนุญาตให้เข้าไปในห้องได้ทุกเมื่อ เพียงแต่ให้ระมัดระวังให้ดีก่อนจะพรวดพราดเข้ามา มิเช่นนั้นคงจะเลือดสาดกระจายอีกครั้งเป็นแน่ เฌอมาวีร์แง้มบานประตูเพียงเล็กน้อย โผล่ศีรษะเข้าไปกวาดสายตามองเจ้าของห้องก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบเจ้านายหนุ่มนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้าง เธอเดินผ่านประตูก้าวเท้าตรงไปที่เตียงพลางส่งเสียงเรียกคนตัวโต

“คุณภีม ตื่นค่ะ มีแขกจะมาเยี่ยม ลุกขึ้นไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ค่ะ”

“นอนต่ออีกหน่อยนะ เพิ่งจะเช้าเอง”คนตัวโตดึงผ้าห่มคลุมหัวจนมิด

“ผีแม่ม่ายจะมากินหัวอยู่แล้วยังไม่ลุกอีก เดี๋ยวเถอะจะตายไม่รู้ตัว”เฌอมาวีร์ยืนกอดอกมองชายหนุ่ม เธอมั่นใจว่าอีกสักครู่เขาต้องถามอะไรบางอย่างขึ้นมาแน่นอน แทนการนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มต่อ

“ใคร อะไรคือผีแม่ม่าย คุณเหรอ”ผ้าห่มถูกปัดออกจากตัวกระจายเต็มเตียง

“ฉันคนไม่ใช่ผี ไม่รู้จักผีแม่ม่ายหรือไง”เฌอมาวีร์โน้มตัวลงมาจ้องหน้าเจ้านายหนุ่มที่กำลังงัวเงีย และมึนงง

“อเมริกาเขาไม่ได้สอนเรื่องผีแม่ม่ายนี่คุณ”

“เอ่อ จริงด้วย เอาเป็นว่าผีแม่ม่ายน่ากลัวมาก เป็นผีที่ชอบมาเอาผู้ชายไปอยู่ด้วย ถ้าคุณเจอ คุณก็จะตาย”รอยยิ้มเล็กตรงมุมปากของเฌอมาวีร์ทำให้ภีมวัฒน์ตาสว่าง หากมีเธอมาคอยปลุกเขาทุกวันถึงเตียงแบบนี้คงจะดีไม่น้อย

“จริงเหรอ น่ากลัวจัง”ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม

“ยิ้มอะไร รู้แล้วก็ลุกไปอาบน้ำสิคะ ช้าอีกนิด ฉันจะไม่รอทานมื้อเช้ากับคุณแล้วนะ”

“ลุกก็ได้ครับ ถ้าคุณเป็นผีแม่ม่าย ผมยอมให้เอาไปอยู่ด้วยเลยวิว”พูดเสร็จภีมวัฒน์ก็รีบกระโดดลงจากเตียงหายเข้าไปในห้องน้ำทันที

“ฉันน่ะมันนางฟ้า มองเป็นผีได้ยังไงกัน ออกจะสวยขนาดนี้”

ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย เขาเริ่มจีบเธอจริงจังแล้วสินะ แล้วเธอต้องรับมืออย่างไร หวั่นไหวจนใจสั่นจะทะลุออกมานอกอกทุกครั้งอย่างนี้ ต้องมีสักวันที่ธอยอมใจอ่อนให้เขาเป็นแน่ แต่ตราบใดที่เฌอมาวีร์ยังยึดมั่นในคำสอนของบิดามารดา เธอมั่นใจว่าจะไม่ยอมใจอ่อนให้เขาง่ายๆหรอก เรื่องหัวใจต้องใช้เวลา จะมาปุ๊บปั๊บทันทีทันใดไม่ได้



เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินผ่านประตูของบ้านพักต่างอากาศเข้ามา ก่อนที่เสียงหวานๆของเจ้าตัวจะเปล่งออกมาผ่าริมฝีปากเพื่อเรียกหาเจ้าของบ้าน เฌอมาวีร์ซึ่งนั่งอ่านหนังสือรอเจ้านายอยู่ในห้องนั่งเล่นลุกขึ้นทันควัน เพราะเกรงว่าหาไร้แววของผู้ต้อน เจ้าของรีสอร์ตสาวสุดเซ็กซี่จะถือวิสาสะใจกล้าเดินขึ้นชั่นสองไปหาใครบางคน ซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการเก็บของบนห้องพักเพื่อเตรียมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น

“ภีมคะภีม มีใครอยู่ไหมคะ”กานต์สิชายืนส่งเสียงเรียกอยู่หน้าห้องนั่งเล่น ประจบเหมาะกับที่เฌอมาวีร์เดินออกมาด้วยใบพร้อมพร้อมรับแขก

“สวัสดีค่ะคุณก้อย มาแต่เช้าเลยค่ะ เพิ่งจะแปดโมงเอง”

“ก้อยจะมาชวนภีมกับคุณวิวไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นกันค่ะ เมื่อเช้าก้อยฝากยัยนิ่มมาบอกคุณสองคน ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณก้อยนั่งรอในห้องนั่งเล่นสักครู่นะคะ วิวจะไปตามคุณภีมให้”

“เชิญค่ะ เตรียมของลงมาได้เลยนะคะ เดี๋ยวเราจะได้ไปกันเลย”หญิงสาวพูดก่อนจะเดินเลี่ยงหลบมุมเข้าไปในห้องนั่งเล่น สายตาที่มองเฌอมาวีร์ตอนหญิงสาวหันหลังให้ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย แม้จะพยายามเก็บความมรู้สึกมาแค่ไหนแต่กานต์สิชาก็ไม่สามารถข่มความหึงหวงของตนเองได้ นึกย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน เธอไม่น่าคิดตัดสินใจทำตามคำสั่งของบิดาและมารดาตั้งแต่เเรก ทุกอย่างเลยพังไม่เป็นท่า ความสุขที่เธอเคยมีกลับไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวเดียว

“ภีมต้องกลับมาเป็นของก้อย”เสียงเบาๆแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจของกานต์สิชาช่างน่าเกรงกลัวนัก แต่ใครเล่าจะหารู้ในแผนการบางอย่างที่อยูในใจของเธอ มีแค่เพียงตัวเธอเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร


ประตูห้องนอนบานใหญ่ถูกผลักเข้าไปเต็มแรง เจ้าของห้องซึ่งนั่งเเพ็คของอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กซึ่งใบหน้าหงิกงออย่างเห็นได้ชัด คงไม่ต้องบอกถึงสาเหตุอะไรให้ยืดยาว เพราะเจ้าตัวสาธยายมาตั้งแต่เริ่มทานข้าวบนโต๊ะอาหารเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา กานต์สิชาบอกเขาว่าจะกลับมาถึงรีสอร์ทในช่วงเย็น แต่หญิงสาวคงจะเปลี่ยนเวลากลับ ภีมวัฒน์คาดเดาเพียงคร่าวๆ การเดินไปกลับเกาะสมุย-กรุงเทพ สะดวกสบายมากขึ้น ถ้าจะไปเร็วกลับเร็วก็คงเป็นเรื่องปกติ ที่จะผิดแปลกไปจากเดิมคืออาการหัวฟัดหัวเหวี่ยวงของแม่นางฟ้าของเขานี่แหละ

“ข้าวต้มไม่ย่อยหรือไง หน้าหงิกเป็นปลาทูนึ่งเชียว”

“ตลกมากหรือไง ฉันจะมาบอกว่าคุณก้อยมาแล้วค่ะ ลงไปข้างล่างกัน เอาของที่เตรียมไว้ลงไปด้วยนะคะ”

“ครับ”ภีมวัฒน์แทบเดาอารมณ์ของหญิงสาวตรงหน้าไม่ถูก แต่ดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้พึงพอใจแขกของเขาแต่อย่างใด

เมื่อชายหนุ่มรับคำเฌอมาวีร์ก็เดินออกจากห้องของเจ้านายหนุ่ม แม้ว่าเธอจะอยากเป็นมิตรกับกานต์สิชา แต่ดูจากแววตาของเจ้าของรีสอร์ทสาวไม่ได้อยากผูกมิตรกับเธอมากนัก และต้นเหตุก็มาจากภีมวัฒน์ ถ้าเขาไม่ดึงเธอมาเป็นไม้กันหมาตั้งแต่แรก วันนี้เธอกับกานต์สิชาคงคุยกันได้สนิทใจมากขึ้นไม่ต้องมาสวมหน้ากากเขาหากันอย่างเช่นเมื่อครู่ มือเล็กเปิดประตูห้องนอนของตนเข้ามาหยิบของที่เตรียมไว้เช่นกัน

“ก่อนไปผมถามอะไรหน่อยสิ”ภีมวัฒน์ยืนกอดออกเอาลำตัวพิงขอบประตูห้องด้วยท่าทีสบายๆ มบหน้าคมมีแว่นกันแตตสีชาสวมอยู่

“ถามมาสิคะ”หญิงสาวซึ่งก้มหยิบกระเป๋าในคราแรกยืดตัวขึ้น

“ผีแม่ม่ายที่คุณว่าน่ะ หมายถึงก้อยใช่ไหม”เจ้านายหนุ่มถามตาซื่อ ด้วยความที่ไม่รู้ฤทธิ์ร้ายของหญิงสาว

“ยังไม่หายแคลงใจเหรอคะ ถ้าคุณคิดว่าใคร ก็คนนั้นแหละค่ะ ระวังนะจะโดนลากเข้าห้องไปข่มขืนนะคะ ฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้”หญิงสาวเลิกคิ้วก่อนจะเดินยกกระเป๋าใส่ของเดินผ่านหน้าชายหนุ่มออกมา

“เดี๋ยวนี้ประชดเก่งนะคุณ จากนางฟ้าจะกลายร่างเป็นนางร้ายเอานะ ไม่น่าดูเลย”

“ฉันไม่ได้ใจดีตลอดหรอกค่ะ ใครดีมาฉันก็ดีตอบ ใครร้ายมาฉันก็สู้กลับเหมือนกัน นางเอกเหยอะแหยะอ่อนแอในชีวิตจริงน่ะไม่มีหรอก”ดวงตาสวยฉายแววจริงจัง บ่งบอกว่าทุกคำพูดที่เปล่งออกมานั้นคือความจริงที่เขาควรรู็เกี่ยวกับเธอไว้ ต่อให้เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้แค่ไหน เธอก็คนเหมือนกัน มีความรู้สึก มีอารมณ์ เจ็บและร้องไห้เป็นเหมือนคนเดินดินทั่วไป

“ผมดีใจนะ ที่ได้เห็นอีกด้านของคุณ”

“ถึงจะเป็นด้านมืดน่ะเหรอคะ”เฌอมาวีร์ชะงักเท้าหันมาตอบชายหนุ่ม

“ผมก็มีด้านมืด คุณยังเคยบอกเลย”ภีมวัฒน์อมยิ้มเล็กน้อยพลางเดินตามหลังหญิงสาวที่ปรับอารมณ์ขุ่นมัวของตนเองให้กลายเป็นเสียงหัวเราะได้อย่างรวดเร็ว


          สายตาสองคู่จดจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกานต์สิชา สองหนุ่มสาวหันมองหน้ากันเป็นเชิงรู้กันว่าสิ่งที่เขาเเละเธอกำลังสงสัยแต่ไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้นั้นคือเรื่องเดียวกัน ถึงกระนั้นภีมวัฒน์และเฌอมาวีร์ก็เตรียมใจเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้

“นี่ปัทม์ค่ะ ปัทม์คะ นี่ภีมกับคุณวิวค่ะ ภีมเป็นเพื่อนของก้อย ส่วนคุณวิวเป็นลูกน้องของภีมค่ะ”

“ไม่ใช่ลูกน้องครับ แต่เป็นคนของผม”ภีมวัฒน์เสียงเข้มเมื่อเห็นชายแปลกหน้าเต็มตา

จากคนที่อารมณ์ดีทำตัวสบายๆอยู่เมื่อครู่กลับมีท่าทีเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นคนละคน เฌอมาวีร์ดึงชายเสื้อข้างหลังชายหนุ่มเบาๆให้เขาพอรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ อย่างน้อยก็พอเตือนสติได้บ้าง

กานต์สิชาตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าฟาดฟันของคนทั้งคู่ ชายหนุ่มสองคนยืนประจันหน้าอย่างไม่ยอมกัน นี่คงจะเป็นเรื่องแรกของภีมวัฒน์ที่เธอไม่เคยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขา

“สองคนมีอะไรหรือเปล่าคะ”กานต์สิชาเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด

“เปล่าครับ!”เสียงของชายหนุ่มทั้งสองเปล่งขึ้นพร้อมกัน ภีมวัฒน์ดันเฌอมาวีร์มาอยู่ใกล้ตัวอย่างหวงแหน

“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีปัทม์เขามาเที่ยวที่รีสอร์ทของก้อยน่ะค่ะ ก็เลยชวนมาด้วย”กานต์สิชาพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยินดีกับการมาของเพื่อนหนุ่ม

“ขออนุญาตถามได้ไหมคะ ทำไมก่อนที่วิวจะขึ้นไปตามคุณภีม วิวยังไม่เห็นคุณปัทม์”เฌอมาวีร์ถามด้วยความสงสัย เธอกับกานต์สิชายืนคุยกันเกือบห้านาที ผู้ชายชายที่ยืนประจันหน้ากับเจ้านายของเธอเขามาได้อย่างไร เหตุใดเธอจึงไม่เจอเขาเมื่อครู่ หากต้องการทำให้ภีมวัฒน์แปลกใจ ปัทม์คงเป็นแจ็กพ็อตชุดใหญ่ของเขา ไม่ใช่เเค่แปลกใจแต่ถึงกับไม่พึงพอใจ

“เขาอยู่นอกบ้านค่ะ เพิ่งเดินตามเข้ามาตอนคุณวิวเดินขึ้นไปข้างบนค่ะ”กานต์สิชาตอบ

“ไม่ยักรู้ ว่าคุณรู้จักนายปัทม์ด้วยนะก้อย”ภีมวัฒน์สวนขึ้น

“ฉันก็ไม่ยักจะรู้เหมือนกันว่าก้อยจะรู้จักแก”ปัทม์ที่เห็นว่าดูนิ่งๆ กักเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าก็ไม่ยอมอยู่เฉยเช่นกัน

“หมายความว่าสองคนรู้จักกัน”เฌอมาวีร์เริ่มสับสนงุนงงมากขึ้น ดูจากอากัปกิรยาของภีมวัฒน์และปัทม์แล้ว เขาสองคนคงรู้จักกันจริงๆ ตาดเดาได้จากคำพูดของสองหนุ่ม

“ครับ”ปัทม์เป็นฝ่ายตอบ

“ขออนุญาตไปดูของในตูเ้ย็นสักครู่นะคะ ไปค่ะคุณภีมจะได้ซื้อเข้ามาตอนเย็น”เฌอมาวีร์ดึงมือเจ้านายหนุ่มเดินผ่านครัวออกไปทางหลังบ้านอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ทั้งกานต์สิชาและปัทม์เอ่ยคำอนุญาตใดๆทั้งสิ้น

มือเล็กลูบหลังเจ้านายหนุ่มขึ้นลงเบาๆ สีหน้าเคร่งขรึมนั้นกำลังควบคุมตัวเองไม่ได้ ขืนปล่อยให้ยืนต่อปากต่อคำกันต่อ มีหวังตีกันตายก่อนได้ไปดำน้ำเป็นแน่ แค่ยืนจ้องหน้ากันก็แทบจะแยกเขี้ยวกัดคอกันอยู่รอมร่อ

“ใจเย็นก่อนค่ะ ฉันไม่รู้นะว่าคุณสองคนมีปัญหาอะไรกัน แต่ตอนนี้ใจคุณกำลังใจร้อนนะคะ”เฌอมาวีร์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่มและอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง

“ไอปัทม์มันเป็นคู่แข่งของผมทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรัก”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แขนเล็กที่กำลังลูบหลับหลังอยู่ชะงักหยุด

“หมายความว่า เมื่อหลายปีก่อนคุณปัทม์เองก็เคยจีบคุณก้อย”เฌอมาวีร์แสดงความคิดเห็น

“ใช่ แต่ก้อยเขาไม่รู้หรอกว่าผมกับหมอนั่นรู้จักกัน”

“คุณกำลังกลัวอะไรคะบอกฉันได้ไหม รู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาคุณโกรธ รอบๆตัวคุณแทบจะลุกเป็นไฟ ในดวงตาของคุณมันซ่อนความกลัวเอาไว้ คุณปัทม์เขาอาจจะไม่รู้ แต่ฉันเห็น”คนตัวเล็กจับมือหนาเอาไว้แล้วบีบเบา

“ผมกลัวเขา เขา...จะพาคุณไปจากผม”เจ้านายหนุ่มน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่

“ฉันไม่มีวันไปกับใครทั้งนั้น ตราบใดที่บอสอย่างคุณยังต้องการลูกน้องอย่างฉัน”

แววตาจริงใจของเฌอมาวีร์ทำให้ภีมวัฒน์เบาใจลง รอยยิ้มเริ่มปรากฎบนใบหน้าคมเข้มอีกครั้ง ไอความร้อนจากอุ้งมืของของชายหนุ่มเริ่มอุ่นตามความร้อมรุ่มในใจที่ลดลง

“คุณไม่ใช่แค่ลูกน้องผมนะ”ภีมวัฒน์กำลังจะเอ่ยต่อแต่เฌอมาวีร์ ส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงห้าม

“เราจไม่พูดเรื่องนี้กันค่ะ มันเร็วไป ทำทุกวันให้ดีก็พอ ไม่ต้องสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉันอยากรู้จักคุณมากกว่านี้ เข้าใจนะคะบอส”ใบหน้าสวยทะเล้น

คงมีเพียงคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ไฟร้อนในกายของเขาดับลงได้อย่างรวดเร็ว หากเป็นคนอื่น ภีมวัฒน์เชื่อว่า ใครคนนั้นคงไม่เจ้าสังเกตพอที่จะดึงตัวเขาออกมาอย่างทันท่วงทีอย่างเมื่อครู่

“เข้าใจครับคุณนางฟ้า แต่มุกเมื่อกี้ตลกดีนะ คิดได้ไง ไปดูของในตู้เย็น ถ้าสองคนนั้นเขาตะหงิดใจสักนิดว่าพรุ่งนี้เราจะไปพักที่อื่นแล้ว คุณคงกลายเป็นคนไม่สบายในสายตาของพวกเขา”ภีมวัฒน์แหย่คนตัวเล็ก

“ก็ตอนนั้นคุณจะแยกเขี้ยวเตรียมกระโจนงับเขาแล้วนี่ ขืนไม่เล่นมุกติ๊งต๊องลากคุณออกมา มีหวังได้มีเรื่องกันก่อนที่จะได้ไปดำน้ำแหงๆ”เฌอมาวีร์ตอบ

“ปากคอเลาะร้ายจริงแม่คุณ ผมค่อยเบาใจหน่อยว่าถ้าไม่มีผมอยู่ใกล้ตัว คุณก็เอาตัวรอดได้สบาย”

“ถ้าเขาอันตราย อย่าปล่อยฉันไว้คนเดียวนะ ถึงจะเทควันโดสายดำมา ฉันอาจจะสู้แรงผู้ชายอย่างพวกคุณไม่ไหว”

“อย่าห่วงเลย คุณไม่เคยคลาดสายตาจากผม”

เฌอมาวีร์ยิ้ม ถ้าให้ตีความอีกความหมายที่ใกล้เคียงกัน ประโยคนี้คงหมายความได้ว่า เธออยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา ความรู้สึกดีๆเริ่มก่อเกิดขึ้นในใจทีละน้อย บนอันตรายจากใครบางคนที่เริ่มคุมคามเข้ามา จะเป็นไปได้ไหมว่าการมาของปัทม์ในวันนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างระหว่างการท่องเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้ ถ้ามองในแง่ดีก็คงจะโลกสวยเกินไป และเธอก็ควรมองปัทม์ในแง่ร้ายไว้ก่อน อย่างน้อยก็ยังพอเตรียมตัวระแวดระวังภัยใกล้ตัวเอาไว้บ้าง หากเกิดเรื่องเกิดราวขึ้น เธอจะได้หลบหลีกและเอาตัวรอดได้ทันเวลา

ภีมวัฒน์แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์หลายครั้ง ไหนจะเขม่นจนคนนั่งตรงกลางอย่างเฌอมาวีร์และกานต์สิชาถึงกับกุมขมับ โดยเฉพาะเฌอมาวีร์ที่เหลือบตามองเจ้านายหนุ่งตลอดเวลาที่อยู่บนรถไม่ปล่อยให้คลาดสายตาแม้กระทั่งตอนที่เขาทานขนมรองท้อง ในคราแรกภีมวัฒน์ปฏิเสธกานต์สิชาเรื่องไปดำน้ำ แต่เฌอมาวีร์แนะนำว่าเขาไม่ควรปฏิเสธน้ำใจของเจ้าของรีสอร์ทสาว เหตุเพราะเจ้าตัวมาหาถึงบ้านพัก หากจะปฏิเสธเพียงแค่ไม่ชอบใจใครบางคนซึ่งเป็นผู้ร่วมทริปเดียวกันก็เห็นว่าไม่เป็นการสมควร การกระทำบางสิ่งบางอย่างต้องดูหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากที่สุด

           รถตู้จอดลงตรงหน้าทางเข้าอาคารที่พักของรีสอร์ท ทั้งสี่คนเดินลงจากรถ ภีมวัฒน์ถือกระเป๋าให้เฌอมาวีร์มือหนึ่ง ส่วนเป้ใบขนาดกลางของเขาถูกสะพายบนไว้หลัง ใบหน้าคมเข้มยิ้มแย้มทุกครั้งเมื่อพูดคุยกับหญิงสาวข้างกาย จนทำให้กานต์สิชามีสีหน้าที่ไม่พึงพอใจเล็กน้อยกับท่าทีของภีมวัฒน์

               ความสัมพันธ์ฉันท์เจ้านายและลูกนองของภีมวัฒน์กับเฌอมาวีร์อยู่ในสายตาอันเฉียบคมของปัทม์ตลอด สองคนนี้คงไม่ใช่แค่เจ้านายและลูกน้องอย่างที่กานต์สิชาบอกเสียแล้ว หากว่าเธอไม่โกหกตัวเองว่าอดีตคนรักนั้นยังรักและสนใจแค่เธอเพียงคนเดียว กานต์สิชาอาจจะเห็นอะไรมากขึ้นในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่

               คุณวิวทานอะไรรองท้องมาแล้วนะครับ”ปัทม์เข้ามาพูดคุยกับเฌอมาวีร์

                เรียบร้อยแล้วค่ะ”หญิงสาวรับคำเพียงสั้นๆพอเป็นมารยาท สายตาของภีมวัฒน์จดจ้องมาที่เธอแสดงความหวงแหนออกนอกหน้า

               ไปที่หาดกันเถอะค่ะ ก้อยให้คนเตรียมเรือเอาไว้แล้ว”หญิงสาวร่างสมส่วนเดินนำหน้าทุกคนลงไปยังชายหาด หนุ่มสาวผลัดเปลี่ยนชุดเดียวดำน้ำกันตั้งแต่อยู่ที่บ้านพักของภีมวัฒน์จึงไม่เสียเวลามากนักในการที่จะต้องมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนทำกิจกรรม

เรือสปีดโบ๊ทขนาดกลางแล่นออกจากฝั่งในความเร็วคงที่ก่อนหยุดนิ่งในจุดดำน้ำตื้นซึ่งห่างจากชายหาดเพียงไม่ไกล การมาดำน้ำกระทันทันทั้งเฌอมาวีร์และภีมวัฒน์มีเวลาเตรียมตัวแค่เพียงเล็กน้อย โชคดีที่เธอและเขาเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำ อาจเป็นเพราะความเหนื่อยที่สะสมจากการทำกิจกรรมในแต่ละวันที่ผ่านมา เสื้อชูชีพสีสะท้อนแสงถูกสวมบนตัวทุกคนตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือ เมื่อเรือเดินทางมาถึงจุดดำน้ำก็มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำทั้งสี่คนในเรื่องของทำกิจกรมมอย่างละเอียด แม้จะดำแค่น้ำตื้ร แต่ก็ต้องระมัดระวังทั้งสัตว์ทะเลที่มีพิษซึ่งเป็นอันตรายหากเกิดการสัมผัสหรือจับต้อง โดยเฉพาะหอยเม่นที่อาจจะตำเท้าตำขาในระหว่างที่กำลังดำน้ำเอาได้ หรือแม้กระทั้งแต่การสวมใส่หน้ากากดำน้ำซึ่งจะมีวิธีใช้ตอนอยู่ใต้น้ำ เฌอมาวีร์เคยไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนมาบ้าง การดำน้ำตื้นจึงไม่ใช่ปัญหาของเธอ ทั้งการว่ายน้ำที่เชียวชาญเป็นที่หนึ่งเพราะกระโดดท่าน้ำหน้าบ้านกับพี่ชายตั้งแต่ประถม

“เคยดำน้ำไหมคะ”เฌอมาวีร์ถามเจ้านายหนุ่ม

“เคยสิ เพื่อนๆผมเคยจัดทริปไปดำน้ำตื้นที่เมือง Marathon ในรัฐฟลอริด้า ที่นั้นสวยมากเลยนะ ต่างจากจุดดำน้ำยอดนิยมที่อื่นในอเมริกา”ชายหนุ่มเล่า ใบหน้าตึงเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลง

ทั้งกานต์สิชาและปัทม์ลงไปลอยตัวอยู่ในทะลเลก่อนเกือบห้านาที ทัศนียภาพของท้องทะเลที่มองจากบนเรือด้วยน้ำทะเลจึงมองเห็นฝู.ปลาและปะการังหลากหลายชนิด ใต้ผืนน้ำ เฌอมาวีร์เตรียมสวมหน้ากากดำน้ำเตรียมลงจากเรือพลางหันไปมองภีมวัฒน์ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับหน้ากากดำน้ำ

“มาค่ะ ฉันช่วย”มือเล็กสวมหน้ากากลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม ใบหน้าหวานเปื้อยยิ้มยามที่ขยับมือสวมหน้ากาก

“พร้อมไหมคะ”หญิงสาวถามพลางดึงหน้ากากลง

ภีมวัฒน์พยักหน้ายิ้มรับ เขาจูงมือคนเล็กแล้วค่อยๆหย่อนตัวลงจากเรือช้าๆจนลำตัวลงสู่ผืนน้ำทะเล ต่างคนต่างเที่ยวชมดำน้ำดูหมู่ปลาและเหล่าปะการังตัวใครตัวมัน ถึงจะเกาะกลุ่มกันไปแต่เมื่อเห็นความงามใต้ผืนทะเลเต็มตาแล้วก็พาให้เพลินจนลืมนึกถึงคนที่ลอยตัวอยุ่ข้างๆไปชั่วขณะ ไม่เว้นแม้แต่เฌอมาวีร์ที่บางครั้งก็เผลอปล่อยมือเขา จนภีมวัฒน์ต้องคอยลอบมองอยู่เป็นระยะๆ

สักพักใหญ่ทั้งสี่คนจึงกลับขึ้นไปบนเรือแล้วเดินทางกลับเข้าฝั่ง เนื่องจากอากาศร้อนมากขึ้น อีกทั้งอาหารเช้าที่ทานมาเริ่มย่อยกลายเป็นพลังงานจนหมดจึงทำให้ต้องแล่นเรือกลับเข้าฝั่งเพื่อมารับประทานอาหารเที่ยงที่รีสอร์ทของกานต์สิชา เฌอมาวีร์หนาวจนปากซีดตัวสั่น ผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ไม่สามารถต้านแรงลมทะเลที่ปะทะเข้ากับร่างบางได้ ภีมวัฒน์จึงเปลี่ยนที่มานั่งกั้นลมให้หญิงสาวแทน

 “คุณวิวไหวไหมครับ”ปัทม์ถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ไม่มีแววตาขึงขังกวนตากวนใจอย่างที่มองไปยังภีมวัฒน์

“ไหวค่ะ แค่ลมแรงไปหน่อย”หญิงสาวตอบตามารยาทอีกเช่นเคย ไม่ได้มีรอยยิ้มแสดงความเป็นมิตรแก่ผู้สอบถามแต่อย่างใด เพราะเกรงว่าเจ้านายของตนจะไม่พึงพอใจ

“ดูภีมห่วงคุณวิวจังเลยนะคะ ก้อยชักอิจฉาแล้วสิ”กานต์สิชาแกล้งน้อยใจ

“ผมไม่ได้ห่วงใครเป็นพิเศษขนาดนั้นหรอกก้อย คนของผม ผมจะปล่อยให้เขาปากซีดตัวสั่นได้ยังไงกัน เรามีแพลนทำอะไรหลายอย่างอีกเยอะ”

เฌอมาวีร์นึกดีใจที่ชายหนุ่มไม่พูดให้เธอดูพิเศษเกินหน้าเกินตาอย่างที่เคยหยอกล้อต่อหน้ากานต์สิชาทุกครั้ง การรักษาระยะห่างความสัมพันธ์ที่พอดีและเหมาะสมทำให้เฌอมาวีร์วางตัวง่ายมากขึ้น จากที่คอยระวังว่าเจ้านายจอมเอาแต่ใจจะเล่นมุกมั่วนิ่มขึ้นมาตอนไหน กลายเป็นว่าต้องคอยระวังชายหนุ่มคู่กัดสองคนให้ไม่ตีกันในระหว่างร่วมทริปแทน

สปีดโบ๊ทแล่นมาจอดที่ชายหาดหน้ารีสอร์ทตามเดิม ทั้งสี่คนรีบเดินขึ้นฝั่งหลบแดดทันที ผ้าขนหนูที่คลุมกายถูกมือบางกระชับให้แน่นขึ้นตามแรงลมที่พัดเข้าปะร่างกาย เฌอมาวีร์ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการที่จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำให้หายเหนียวตัวในตอนนี้

“คุณวิวไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะคะ รีสอร์ทมีห้องว่างอยู่หนึ่งห้อง ก้อยให้พนักงานเปิดรอไว้แล้ว พวกของใช่ของคุณก็อยู่ที่ห้องแล้วด้วย ไปรับกุญแจได้ที่เคาเตอร์เลยค่ะ”กานต์สิชาเอ่ยพลางผายมือไปยังเคาเตอร์เช็คอินของรีสอร์ท

“ภีมไปเปลี่ยนที่ห้องพักของก้อยนะคะ”

เฌอมาวีร์ถึงกับหูผึ่งกับสิ่งที่กานต์สิชาพูด ไม่เว้นแม่แต่ปัทม์ที่สะกิดแขนหญิงสาวเบาๆเรียกให้เธอหันมา

“คุณรู้ดีว่ามันไม่เหมาะ ทำอะไรสักอย่างช่วยเจ้านายคุณก่อนที่อะไรมันจะบานปลายไปกว่านี้”เสียงกระซิบจากชายหนุ่มอีกคนทำให้สติของหญิงสาวกลับมาอีกครั้ง ปัทม์ไม่ได้มาดีเท่าเจ้านายของเธอ แต่สำหรับเฌอมาวีร์แล้วเธออาจจะไม่ใช่คนที่เขาต้องทำกิริยาท่าทีแย่ๆใส่ หญิงสาวพยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจในสิ่งที่ตนเองต้องทำ

“ไม่เหมาะมั้งคะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ให้คุณภีมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าห้องคุณปัทม์ดีกว่าค่ะ อย่างน้อยผู้ชายด้วยกันก็ไม่เป็นที่ครหาหรือซุบซิบนินทา คุณก้อยจะได้ไม่เสียชื่อเสียง”เฌอมาวีร์เสนอโดยที่ไม่สนหน้าตาของบอสหนุ่ม

ปัทม์พยักหน้าเห็นด้วย ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ไม่ชี้กับเหตุการณ์ตรงหน้า เฌอมาวีร์ที่เบิกตากว้างเมื่อครู่คงรู้ฤทธิ์ของกานต์สิชาน้อยเกินไป คงเป็นเพราะเจ้าตัวไม่มีจริตจะก้านมากมายอย่างผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขา คนเจนโลกอย่างกานต์สิชามีแผนการลึกลับซับซ้อนจนใครๆหลายคนเกินจะคาดเดา และเขาเองก็คิดว่าภีมวัฒน์เองคงตะขิดตะขวงใจสงสัยในการกระทำของอดีตคนรักอยู่บ้าง แม้จะแสดงออกมาทีละนิดเพื่อไม่ให้ใครต่อใครรู้เท่าทัน แต่มันก็ไม่แยบยลพอให้คนอย่างเขาอ่านเกมไม่ออก ปัทม์เลิกคิ้วยิ้มท่าทางยียวนใส่ภีมวัฒ์

ภีมวัฒน์หมดคำปฏิเสธไปโดยปริยาย หนีเสือปะจระเข้ก็มิปาน เขารู้ดีว่าคนตัวเล็กต้องการจะทำอะไร แต่คราวหน้าคราวหลังหากแม่คุณจะคิดเยอะกว่านี้สักนิดคงจะดีไม่น้อย มีอย่างที่ไหนให้เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกัน ไม่กลัวว่าเขาและปัทม์จะขย้ำกันตายคาห้องไปก่อนหรือไร

“จริงอย่างที่วิวบอก ผมขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าห้องนายปัทม์นะก้อย ให้พนักงานเอาของไปให้ที่ห้องนายปัทท์ด้วย”

นอกจากภีมวัฒน์ที่หมดคำปฏิเสธ กานต์สิชาเองก็หน้าชากับสิ่งที่เฌอมาวีร์พูดแต่ก็ทำได้แค่เพียงกลบเกลื่อนอารมณ์เดือดพล่านของตนเองไว้ ทั้งที่ในใจลึกๆแทบอยากจะตะโกนก่นด่าหญิงสาวร่างเล็กที่ทำตัวจุ่นจ้านไม่เข้าเรื่อง แต่เธอก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำปล่อยเลยตามเลย แผนการที่จะอยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเลยล่มไม่เป็นท่า

สองหนุ่มทำท่าสงบศึกชั่วคราวเพราะต่างคนต่างรู้ดีว่าสิ่งที่ควรทำในตอนนี้คืออะไร ปัทม์แม้จะเป็นคู่แข่งในทุกๆเรื่องของภีมวัฒน์ แต่เขาก็ไม่ได้เลวขนาดเห็นใครทำอะไรมิควรแล้วจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย

ภีมวัฒน์เดินตามปัทม์ไปเพียงสองก้าวก็ถูกมือเล็กดึงเอาไว้ทันควัน สายตาของเธอกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเขา เท้าของชายหนุ่มหยุกชะงัก ปัทม์เดินนำไปรออยู่ข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าว

“อย่าทะเลาะกันนะคะ ฉันอาจจะช่วยกันคุณไว้ไม่ทันถ้าไม่ได้เขา”เฌอมาวีร์กำชับเสียงแข็งก่อนเดินไปรับกุญแจที่เคาเตอร์แล้วแยกย้ายไปยังห้องของตน

กานต์สิชาเดินหลบออกจากกลุ่มคนแล้วกลับห้องพักไปเงียบๆ อย่างว่า วันพระไม่ได้มีหนเดียว พลาดคราวนี้ก็ยังมีคราวหน้า ภีมวัฒน์ยังอยู่เที่ยวที่เกาะสมุยอีกหลายสัปดาห์ ต้องมีสักวันที่แผนการเข้าใกล้เขาสำเร็จอย่างที่เธอตั้งใจ ใช่ว่าวันนี้ไม่ได้ แล้ววันพรุ่งนี้เธอจะหมดโอกาสเสียหน่อย เธอไม่มีทางถอยหรือยอมแพ้กับเขาเป็นแน่




-ชมพูพิมพ์ใจ-
Thanks

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #20 แป้ง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 09:58
    ก้อยร้ายลึกอ่ะ วิวช่วยให้ได้นะ
    #20
    0