ตอนที่ 8 : บทที่ 7 รักษาโรค (หื่น) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

บุ ษ บั น เ สี่ ย ง ท า ย

-ชมพูพิมพ์ใจ-

บทที่ 7 รักษาโรค(หื่น)


                เกือบหกโมงเย็นที่ทั้งเฌอมาวีร์และภีมวัฒน์กลับมาถึงบ้านพัก การฝืนตัวเองให้นั่งตาแป๋วตากลมทะเลทั้งวันไม่เป็นการดีสำหรับคนที่อดนอนมาทั้งคืน เฌอมาวีร์แทบจะหงายหลังตกมอเตอร์ไซด์เหตุเพราะความอ่อนเพลีย โชคดีที่ภีมวัฒน์คว้าเอวเอาไว้ทัน มิเช่นนั้นเตียงนอนในคืนนี้อาจจะไม่ใช่ในห้องนอนที่เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวยึดมาจากเขา แต่คงจะเป็นห้องสีขาวโล่งๆในโรงพยาบาลแทน บุญยังไม่หมดแท้ๆกรรมเลยตามไม่ทัน

                มือสวยขยี้ตาเบาๆรู้สึกปวดตาเล็กน้อย นี่สินะอาการของคนที่อดนอน ให้ตายเถอะ เธอให้สัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าครั้งหน้า จะเจออะไรมาก็ตาม เธอจะต้องนอนและไม่ยอมให้ตัวเองต้องทรมานโดยเหตุผลไม่เป็นเรื่องแบบนี้อีก จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้เป็นเพราะความประมาท ทะเล่อทะล่าของเธอแท้ๆ เฌอมาวีร์ทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น สายตาคู่สวยอ่อนล้าเต็มทน อยากจะมองบนใส่ชายหนุ่มที่เดินผ่านประตูบ้านเข้ามาก็ทำไม่ไหว หนังตามันหนักอึ้งจนลืมตาแทบไม่ขึ้นเอาเสียดื้อๆและเธอเองก็ฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว ก่อนสติจะดับไปเฌอมาวีร์ได้ยินแค่ประโยคสั้นๆของภีมวัฒน์เพียงเท่านั้น

                พักเถอะวิวสิ้นเสียง ชายหนุ่มส่ายหัวน้อยๆพลางยิ้มบางปรากฎขึ้นตรงมุมปาก บทจะหลับก็หลับไปง่ายๆเสียอย่างนั้น นึกโล่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าหากเขาคว้าตัวเธอไว้ไม่ทันตอนที่หญิงสาวซ้อนมอเตอร์ไซด์กลับบ้านพัก อะไรจะเกิดขึ้น เขาคงพลาดพลั้งทำให้เธอต้องเจ็บ แค่เห็นเธอเจ็บตัว เขาเองก็เจ็บใจยิ่งกว่าเธอเจ็บกายกว่าหลายเท่า

ลำแขนแกร่งช้อนร่างบางมาแนบอก สองเท้าเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ระมัดระวังในการก้าวเดินมากกว่าทุกครั้ง ท่าทางเฌอมาวีร์จะตื่นยาก ลมหายใจของเธอสม่ำเสมอ บ่งบอกให้รู้ว่าเธอหลับสนิท หญิงสาวเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ไร้พิษสงยามหลับ ยามตื่นก็ซุกซนแถมเล่ห์เหลี่ยมยังแพรวพราวยากเกินจะเดาใจ บทจะดีก็ดีใจหาย คงจะเหลือบทร้ายเท่านั้นที่เขายังไม่เคยเห็นเธอแสดกิริยาท่าทางออกมา ประตูห้องนอนถูกเปิดออกเบาๆแม้จะต้องใช้ความพยายามเปิดทั้งที่อุ้มคนตัวเล็กอยู่ แต่ก็ไม่ได้ยากมากนักสำหรับการประคองร่างเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วใช้มือบิดลูกบิดประตู ก่อนจะเดินมุ่งตรงไปที่เตียงสีขาวขนาดห้าฟุต

ฝันดีนะ นางฟ้าของผมมือหนาเพียงแค่ลูบปอยผมสวยเบาๆแล้วคลุมผ้าห่มให้คนตัวเล็ก หวังว่าเธอคงไม่ใช่ขาเรียวๆเตะกระจุยกระจายร่วงลงพื้นจนต้องนอนหนาวกลางดึกเช่นวันนั้น ขนาดป่วยยังนอนดิ้นได้ แต่วันนี้เธออาจจะหมดแรงดิ้นเพราะความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ประตูห้องถูกปิดลงเบาๆ แสงไฟในห้องนอนไม่ได้ถูกเปิดไว้ตั้งแต่ตอนแรก ท้องฟ้าค่อยๆมืดมิดลงเรื่อยๆ แสงสุดท้ายลาลับขอบฟ้าจนไม่หลงเหลือความสว่าง ภีมวัฒน์คงต้องพึ่งพาอาหารง่ายๆเป็นมื้อค่ำในวันนี้ เพราะแม่ครัวมือหนึ่งของเขาหลับไหลไม่ได้สติไปเสียแล้ว

 

นกกระจิบตัวน้อยส่งเสียงร้องในยามเช้าตรู่ เฌอมาวีร์ลืมตาตื่นมาด้วยความสดใสกว่าเมื่อวาน คงเป็นเพราะเธอหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ แต่ท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องโหยหาอาหารด้วยความหิว เธอหลับทั้งๆที่ไม่ได้ทานมื้อค่ำ น้ำก็ไม่ได้อาบแถมยังเป็นชุดเดิมที่สวมใส่มาทั้งวัน หากมารดารู้เข้าว่าเธอแอบอู้ไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ คงไม่แคล้วโดนเอ็ดหูชาเป็นแน่

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ สองเท้าเล็กเดินจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว วันนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครแย่งหน้าที่เชฟกระทะเหล็กประจำบ้านไปเด็ดขาด เสียงกุกกักในครัวทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อย หญิงสาวร่างสูงกว่าเธอกำลังเก็บอาหารใส่ตู้เย็น เธอหันมาส่งยิ้มให้เฌอมาวีร์พลางยกมือไหว้แล้วแนะนำตัวด้วยความเป็นมิตร

สวัสดีค่ะ หนูชื่อนิ่มเป็นลูกสาวแม่นวลจ้ะ

จ้ะ เรียกพี่วิวก็ได้นะนิ่ม มาแต่เช้าเชียวเฌอมาวีร์เอ่ยทักหญิงสาว

พี่วิวเป็นภรรยาคุณภีมใช่ไหมคะ นิ่มว่าคุณภีมตาถึงนะเนี่ย พี่สวยอย่างกับนางฟ้านิลดาเอ่ยชมสาวรุ่นพี่

พี่เป็นลูกน้อง ไม่สิ เป็นเพื่อนคุณภีม ไม่ได้เป็นภรรยาหรอก ไม่อาจเอื้อมของสูงเสียงหัวเราะของคนสองคนประสานกัน เฌอมาวีร์นึกถูกชะตากับสาวรุ่นน้องคนนี้เอาเสียแล้ว เพียงแต่นึกขำอยู่เล็กน้อยที่เจ้าตัวมองว่าเธอเป็นศรีภรรยาของเจ้านายหนุ่ม นี่ราศีภรรยาว่าที่เจ้าของสำนักพิมพ์จับเธอขนาดนี้เลยหรือเนี่ย คิดแล้วก็ตลกน่าดู เพราะมันคงเป็นไปได้ยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เฌอมาวีร์หยุดตัวเองให้สำรวมกิริยาไว้เพียงแค่นั้น พลางนึกถึงเรื่องสำคัญที่เธออาจจะต้องวานให้นิลดาเป็นธุระให้ ครั้นจะวานให้ป้านวลช่วยเธอก็เห็นการว่าไม่เหมาะสมนัก

นิ่ม พี่วานนิ่มเรื่องหนึ่งได้ไหม

เรื่องอะไรเหรอคะพี่วิว นิ่มยินดีค่ะ พี่วิวบัญชามาได้เลย

พี่อยากได้บราไร้โครง นิ่มจัดการให้พี่หน่อยได้รึเปล่า จะออกไปเองพี่ก็ไม่รู้จะบอกเหตุผลกับคุณภีมว่ายังไง ก็มันเรื่องของผู้หญิงๆอ่ะนะเฌอมาวีร์ยิ้มแหยๆ เกรงใจรุ่นน้องสาว แต่ครั้นจะบอกภีมวัฒน์เธอเองก็ไม่กล้าเปิดปากพูดออกไป จะบอกให้พาไปซื้อชุดชั้นในก็กระไรอยู่ แต่ต้นเหตุมันก็มาจากเขา ถ้าภีมวัมน์รักษาอาณาเขตระหว่างเธอกับเขา เฌอมาวีร์คงไม่ต้องมาขอให้ใครจัดการเรื่องส่วนตัวให้ ถ้าไม่กลัวว่าเขาจะเข้าห้องเธอยามวิกาล เธอจะไม่ใส่บรานอนเด็ดขาด

ได้ค่ะ วันนี้นิ่มจะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวพอดี เมื่อวานหอบแต่ดอกลิลลี่มา มือถือย่างอื่นแทบไม่มีเลยค่ะ

นิ่มรอพี่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปจดไซส์กับเอาเงินให้

เมื่อเห็นนิลดาพยักหน้ารับ เฌอมาวีร์ก็รีบสาวเท้ากลับขึ้นห้องนอนอย่างรวดเร็ว เธอจดไซส์ชุดชั้นในที่สวมใส่อยู่เป็นประจำใส่แผ่นกระดาษโน้ตที่หยิบติดใส่กระเป๋าเดินทางมาด้วย พลางหยิบเงินจำนวนหนึ่งติดมือไปด้วย ไม่นานนักสองเท้าก็สาวไปถึงตัวของนิลดาที่ยืนคอยอยู่หน้าตู้เย็นในครัว

นี่จ้ะ เงินแล้วก็สิ่งที่พี่อยากได้ ฝากนิ่มด้วยนะ เงินที่เหลือพี่ให้นิ่มเอาไปซื้อของใช้ แล้วก็เป็นค่าเดินทางของนิ่มด้วย เอามาให้พี่พรุ่งนี้ก็ได้ นิ่มจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาหลายรอบ

ขอบคุณค่ะ นิ่มจะจัดการให้นะคะ พรุ่งนี้จะมาแต่เช้าเลยเด็กสาวพยักหน้ารับพลางเดินออกจากตัวบ้านไป เงินจำนวนหนึ่งที่เธอให้นิลยาไปไม่ได้มากนักสำหรับเงินเดือนที่ตัวเธอได้ แต่สวัสดิภาพความปลอดภัยของตัวเธอสิ สำคัญยิ่งกว่าเงินจำนวนนั้นหลายเท่า เงินสดที่พกติดตัวมาก็พอจะใช้จ่ายได้อยู่มากพอสมควร อยู่ได้สบายในสถานการณ์ที่เจ้านายอย่างภีมวัฒน์เป็นคนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง

กลิ่นข้าวต้มกุ้งหอมๆกระจายไปทั่วครัว เฌอมาวีร์ตักใส่ถ้วยแล้วยกไปวางที่ห้องรับทานอาหารทีละถ้วย นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาแปดโมงเศษๆ ยังไร้วี่แววของเจ้านายหนุ่มที่ตื่นก่อนเธอในเมื่อวาน แต่เสียงฝีเท้าหนักๆที่เธอจะเริ่มคุ้นหูก็ดังเข้ามาใกล้ๆ เฌอมาวีร์เผลอยิ้มบางๆให้ชายหนุ่ม เขาเดินใกล้เข้ามาเรื่อยจนอยู่ใกล้เธอในระยะประชิด ไม่เพียงแค่รอยยิ้มหวานๆที่ยิ้มตอบเธอแต่ร่างสูงกลับโน้มเข้ามาหาเธอเรื่อยๆอย่างจงใจแกล้ง

“หยุดค่ะบอส” มือบางสองข้างยกขึ้นยันหน้าอกของภีมวัฒน์ไว้ แม้ว่าแข้งขาเธอจะขยับไม่ได้แต่เธอก็บมีสติพอที่จะผลักเขาออกทันเวลา ซีนโรแมนติกไม่มีทางเกิดขึ้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้องเด็ดขาด คิดจะรุ่มร่ามกับเฌอมาวีร์ ฝันไปเถอะ นั่งกินแห้วให้อร่อยไปก่อนก็แล้วกัน

“ลืมแล้วเหรอว่าห้ามเรียกผมว่าบอส”นัยน์ตาสีเข้มจ้องใบหน้าหวานที่ไร้ซึ่งเครื่องสำอางมาบดบังความงามเป็นธรรมชาติของเธอ

“ยังไม่เข้าเวลาราชการค่ะ คุณจะลงโทษฉันไม่ได้เพราะนี่มันนอกเหนือเวลางาน”ใบหน้าของคนตัวเล็กหงิกงอ

“เจ้าเล่ห์นัก”เสียงหัวเราะของภีมวัฒน์ดังขึ้นหลังสิ้นประโยค

เฌอมาวีร์ทั้งหวั่นไหวและหวั่นใจกับรอยยิ้มของเจ้านายหนุ่ม เขาบอกว่าเธอเจ้าเล่ห์ แต่เห็นทีว่าคนที่เจ้าเล่ห์กว่าน่าจะเป็นเขา นับวันยิ่งทำตัวแปลกประหลาดขึ้นทุกวัน จากคุณหนูเอาแต่ใจในวันแรกที่พบกัน กลายเป็นคนขยันเอาใจใส่เสียอย่างนั้น มิใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าตนเองกลับไปนอนอยู่ในห้องได้ด้วยวิธีไหน และเธอคงไม่คิดว่าตัวเองจะละเมอเดินกลับขึ้นห้องไปเฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะหากเป็นเช่นนั้น คงไม่ใช่แค่คนที่พบเห็นจะกลัวเธอ เฌอมาวีร์ก็กลัวตัวเองเช่นกัน หญิงสาวหยุดจินตนาการคิดไปเรื่อยของตนแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ก้มหน้าก้มตาทานไม่สนใจ ริมฝีปากของชายหนุ่มที่ถามไถ่เรื่องราวสารทุกสุกดิบอยู่เป็นระยะๆ เธอเพียงแค่ตอบตามมารยาทในบางคำถามเท่านั้น บางครั้งก็นึกเคยชินกับการถามไถ่บนโต๊ะอาหารในทุกๆวันของเขา ประหนึ่งดังห้องรับประทานอาหารเป็นศูนย์รวมความเอาใจใส่ของชายหนุ่ม


          หลังจากจัดการทานอาหารเช้าเรียบร้อย เฌอมาวีร์เดินออกไปหลังบ้านพักเพื่อต่อสายหาณิรินดาว่าที่พี่สะใภ้สาวที่เธอสนิทสนมและมักขอคำปรึกษาจากหญิงสาวอยู่บ่อยครั้ง อาการร้อนรนของเธอทำให้ร่างบางไม่สามารถหยุดยืนอยู่นิ่งๆได้แต่กลับเดินไปเดินมารอสายณิรินดาด้วยความกระวนกระวายใจ

“เห้อ พี่แจมรับสายสักที วิวโทรมารบกวนเวลาสวีทของพี่กับเฮียวินรึเปล่าเนี่ย”เฌอมาวีร์ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อปลายสายตอบรับ

“สวีทอะไรกันล่ะ พี่อยู่ในบ้าน เฮียวินของเราน่ะอยู่ในสวนมะพร้าวโน้น”ว่าที่พี่สะใภ้ตอบ

“โล่งอกไปหน่อย อย่าบอกเฮียนะว่าวิวมาปรึกษาวันนี้”

“ทำไมล่ะ เรื่องอะไรว่ามาไวๆ พี่ชักอยากจะฟังเราเล่าปัญหาแล้วสิ คงไม่ใช่เรื่องขำๆ”

“งั้นวิวถามพี่ก่อนนะ ตอนพี่เห็นเฮียถอดเสื้อครั้งแรก พี่เอ่อ...รู้สึกยังไงเหรอ”กว่าจะหลุดถามคำถามพิเรนทร์ออกไปได้ เฌอมาวีร์ต้องกลั้นใจแทบตาย

“ก็แค่เขินๆ แก้มร้อนผ่าวๆเลยแหละ แต่ก็ไม่ได้เกินงามหรอกนะ เพราะว่าตอนนั้นพี่จำได้ว่าวินกำลังแบกมะพร้าวอยู่ น่าจะไปทางขำมากกว่า เหมือนลิงขนมะพร้าวในสวน”เสียงหัวเราะของณิรินดากดังขึ้นต่อท้ายประโยค

“แค่นั้นจริงๆเหรอ ไม่มีอาการอย่างอื่นบ้างเลยหรือไง ประมาณว่าเป็นลม อะไรอย่างนี้น่ะพี่แจม”

“เป็นลมเหรอ นี่เราไปเจออะไรมา บอกพี่เสียดีๆ ถึงเราจะแก่นแก้วแค่ไหน แต่พี่รู้จักวิวดีว่าน้องสาวคนเล็กของบ้าน พี่ชายสุดโหดอย่างวินหวงแค่ไหน ถ้าวิวไม่บอกพี่แล้วเกิดวินรู้เข้า เราจะมีปัญหามากว่าเดิมนะ”

“ค่ะ คือวิวมาทำงานกับเจ้านาย แล้วบังเอิญทะเล่อทะล่าหน้าเกือบจะไปชนซิคแพ็กเขาน่ะ แต่ที่พีคกว่านั้นคือเลือดกำเดาดันไหลเป็นทางยาวน่ะสิ หน้าอายชะมัด เขาคงมองวิวเป็นพวกหื่นอดอยากปากแห้งไปแล้วมั้ง วิวแค่อยากหาวิธีแก้อาการที่เป็นอยู่ พี่แจมพอมีอะไนแนะนำน้องไหม”คิ้วสวยเริ่มขมวด เธอเชื่อว่าหากมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง และเธอควรหาวิธีรับมือกับสถานการณ์อย่างว่า

“ถ้ากลัวก็ต้องอยู่กับมันให้ได้สิวิว เราจะกล้ารึเปล่าล่ะ”

“กล้าเหรอพี่แจม”

“ใช่ ความกลัวมีไว้พุ่งชนจ้ะ วินมาแล้ว พี่วางสายก่อนนะวิว”

เฌอมาวีร์ถอนหายใจยืดยาว เอาชนะความกลัวเหรอ แค่เปิดตามองเธอยังไม่กล้า แล้วเธอจะต้องทำยังไงต่อ จะยืนชี้นิ้วสั่งให้เจ้านายหนุ่มแก้ผ้าต่อหน้าคงจะไม่ไหว จากที่แย่อยู่แล้วจะยิ่งแย่ไปอีก จะมีทางเลือกสักทางให้เธอไหมนะ คิดแล้วใบหน้าคมเข้มก็พลันลอยมาหลอกหลอนเธอในสมองจนต้องสะบัดศีรษะส่ายไปมาเพื่อเรียกสติสตางค์กลับมาอีกครั้ง

“ไม่สิเฌอมาวีร์ เธอต้องตั้งสติ สติๆๆๆๆๆ สติไม่มา ปัญญาก็ยังดับ โอ้ย แม่จับถอดผ้าเสียดีไหมเนี่ย”

“จับใครถอดผ้าเหรอคุณ ผมอยากว่ายน้ำ เดินหาคุณตั้งนาน”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความกระวนกระวายใจของหญิงสาว

“ฉันตกใจหมดเลยคุณ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”เฌอมาวีร์ตอบชายหนุ่ม เขาจะได้ยินที่เธอพูดหรือเปล่านั้นตัวเธอเองไม่อาจคาดเดาได้ เพียงแต่ภาวนาในใจลึกๆให้เขามาหลังจากที่เธอคุยกับณิรินดาเสร็จ

“แน่ใจนะ ผมก็คิดว่าคุณจะจับผมถอดผ้า ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ต้องจับผมถอดก็ได้นะคุณ แค่คุณบอกกันดีๆ ผมพร้อมถอดตลอดเวลา”ใบหน้าคมเข้มยิ้มทะเล้น ต่างจากคนตัวเล็กที่ผิวใสแดงก่ำลามตั้งแต่ใบหูยันต้นคอขาว

“เลิกพูดเถอะคุณภีม อยากว่ายน้ำก็ไปสิคะ”เฌอมาวีร์จ้ำเดินอ้าวไม่รอชายหนุ่มที่เดินรั้งท้ายตามมา

ในสมองของเธอตอนนี้มีแต่ภาพของภีมวัฒน์ลอยเต็มไปเสียหมด เธอกำลังจะเป็นบ้าเพราะเขา หรือเขาร่ายมนต์เล่นของใส่เธอ ไม่นะ น้ำมนต์เจ็ดวัดเก้าวัดจะช่วยอะไรเธอได้ไหมเนี่ย โอ้ย อยากจะร้องไห้ออกมาเป็นทอง ขนาดเจอปัญหาก็ไม่วายงกจนได้ เฌอมาวีร์เอ้ย !


หนังสือนิตยสารหลายเล่มถูกเปิดออกโดยที่คนตัวเล็กไม่ได้สนใจแม้แต่จะอ่านมันเลยสักนิด ภีมวัฒน์สังเกตเห็นแววตาครุ่นคิดอะไรบางอย่างจากนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มอยู่เป็นระยะๆ เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยวาจาถามเจ้าตัวเท่านั้น

“จะผูกโบว์แล้วนั่นน่ะ”

“ผูกโบว์อะไรคะ ไม่เห็นจะมีริบบิ้น”เฌอมาวีร์ถามตาใส

“คิ้วน่ะ จะผูกโบว์แล้ว คิดอะไรอยู่บอกผมได้นะ มัวแต่นั่งขมวดคิ้วครุ่นคิดอะไรนักหนา หรือจะหาวิธีจับใครถอดผ้า”ภีมวัฒน์กระเซ้า

“ก็ถอดไง”เฌอมาวีร์พลาดพลั้งเผลอพูดออกมา เธอมัวแต่คิดมากจนคุมสติไม่อยู่

“นั่นไง ถอดอะไรใครบอกมาเสียดีๆคุณนางฟ้า โกหกผิดศีลตกสวรรค์นะครับ เทวดาสุดหล่ออย่างผมจะเหาะมารับคุณไม่ทันเวลาเอา”

“ดูหนังมากไปไหมคะคุณภีม ฉันจะถอดอะไรใครก็ช่างมันเถอะ ว่าแต่คุณจะไปไหนคะ รีสอร์ทคุณก้อยไหม เธอคงจะนั่งชะเง้อรอคุณไปหาอยู่”

“หึงเหรอคุณ ก้อยเขาขึ้นกรุงเทพไปทำธุระไปเมื่อชั่วโมงก่อน กลับเย็นพรุ่งนี้โน้น ผมบอกคุณแล้วไงว่าจะว่ายน้ำ สระบ้านเราก็มีนะครับคนดี”ภีมวัฒน์จับสังเกตได้ว่าคนตัวเล็กชะงักกับคำพูดของเขา แต่เธอก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้ภายในเวลารวดเร็ว

“เปล่าหึง หึงทำไม ทำไมต้องหึง”

“นั่นสิ ทำไมต้องหึง หรือว่า...คิดอะไรกับผมรึเปล่า หน้าแดงเป็นมะเขือเทศแล้วนั่นน่ะ ไปว่ายน้ำกันเถอะ”ภีมวัฒน์ยิ้มแหย่คนตัวเล็ก ผิดกับเจ้าตัวที่ไม่ฟังคำพูดใดๆของเขา หญิงสาวลุกจากโซฟาแล้วเดินขึ้นห้องนอนไปทันที ปล่อยให้ภีมวัฒน์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง บางทีเฌอมาวีร์อาจจะมีเรื่องให้คิดมากกว่าการกระโดดลงสระว่ายน้ำตามคำชวนของเขา


ระเบียงบ้านชั้นสองมีร่างเล็กของใครคนหนึ่งยืนอยู่ มือสวยเกาะราวระเบียงแน่น เธอโน้มลำคอก้มมองไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่เบื้องล่าง ดวงตาคู่สวยกลอกซ้ายแลขวาหาร่างของเจ้านายหนุ่ม สุดท้ายแล้วก็ไร้วี่แววของเจ้าของซิคแพ็กขาวๆที่ทำให้เธอถึงกับเลือกไหลซิบๆ

“ไหนบอกว่าจะว่ายน้ำ น้ำสักหยดยังไม่เห็นจะกระเซ็นออกจากสระเลย หรือว่าเขาจะนึกกลัวแดดตอนสิบโมงเช้าขึ้นมา”เฌอมาวีร์ได้แต่พึมพำเบาๆกับตนเอง หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หวายที่ตั้งอยู่ริมระเบียง หลับตาครุ่นคิดและตั้งสติอีกครั้ง เธอควรทำเช่นไรดีกับอาการที่เกิดขึ้น หรือว่าเธอจะคิดไม่ซื่อกับเจ้านายตัวเอง เฌอมาวีร์ได้แต่เบรกความคิดของตนเอาไว้แค่นั้น สองเท้ายันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะรีบเดินกลับลงไปข้างล่างอีกครั้ง พลันหูก็ได้ยินเสียงเหมือนของหล่นลงในน้ำดังสนั่น ‘ตู้ม!!!’ แน่นอนว่ามันคงเป็นเสียงของภีมวัฒน์ เขาคงกระโจนลงสระว่ายน้ำไปแล้ว แสงแดดตอนสิบโมงอาจจะไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคสำหรับผู้ชาย แต่สำหรับผู้หญิง เฌอมาวีร์คิดว่าอาจจะต้องพิจารณาพอสมควรก่อนจะออกไปเผชิญกับมัน แต่ความที่เป็นลูกสาวชาวสวนเธอจึงไม่มีปัญหามากนักกับแสงแดดช่วงนี้ นัยน์ตาสวยเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่เธอมองหาเมื่อครู่ปรากฏกับสายตาของตนเอง ร่างสูงของภีมวัฒน์ดำผุดดำว่ายอยู่ในสระว่ายน้ำราวกับเงือกหนุ่ม เฌอมาวีร์ยืนนิ่งเหมือนคนถูกสะกด มีแต่หนุ่มๆที่เห็นสาวๆสวยๆแล้วตะลึงตาค้างน้ำลายหก แต่เธอกลับตรงกันข้ามกับผู้ชายพวกนั้น ซิคแพ็กขาวๆกำลังสะกดสายตาเธอให้เพ่งมองไปที่เขา เธอยืนหลบมุมริมประตูทางออกไปยังสระว่ายน้ำอย่างกล้าๆกลัวๆ ‘เอาวะ ไหนๆก็อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว เราต้องชนะ ต้องชนะๆๆๆ ท่องไว้ยัยแม่ชีจอมแก่น’เฌอมาวีร์สบถในใจ ฉายาแม่ชีจอมแก่นได้มาจากเพื่อนๆตอนสมัยเรียนมัธยมปลายด้วยกัน ความที่เป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่งกายถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว แต่ความแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าก็ยังมีออกมาให้เพื่อนๆได้พบเห็นอยู่บ่อยครั้งทำให้เธอถูกตั้งฉายาว่าแม่ชีจอมแก่นไปโดยปริยาย ว่าแล้วร่างของคนตัวเล็กก็หลับหูหลับตากระโดดลงสระว่ายน้ำโดยไม่มองว่าภีมวัฒน์จะว่ายอยู่ในตำแหน่งไหนของสระ เอาเป็นว่าเธอไม่กระโดดลงไปขี้คอเขาพอดีเป็นแน่ถึงแน่ที่สุด อย่างน้อยสเกลสายตาเธอก็ยังปกติดี วัดระยะได้แม่นยำไม่ผิดพลาดเป็นอันขาด “ไม่ใส่บีกินนี่กระโดลงมาล่ะคุณ เสื้อยืดเปียกน้ำแล้วหนักนะ”เสียงของภีมวัฒน์ตะโกนมาจากอีกฝั่งหนึ่งของสระ เสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินเข้มขนาดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นสีเทาที่เธอสวมอยู่คงจะปกปิดเนื้อนวลของเจ้าตัวได้ดีที่สุดในขณะนี้ เพียงเเต่เสื้อยืดตัวนั้นลู่ลงตามน้ำหนักของน้ำที่เปียกโชกจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวโดยชัดเจน ภีมวัฒน์ได้เพียงแต่มองหญิงสาวอยู่ไกลๆเท่านั้น ถึงเขาจะไม่ใช่พระอิฐพระปูนเเต่เขาก็ให้เกียรติและเป็นสุภาพบุรุษต่อผู้หญิงเสมอ เพราะถือว่าเป็นเพศเดียวกับมารดา “ไม่มีค่ะ ไม่เคยซื้อมาใส่ด้วย”เฌอมาวีร์ผุดขึ้นจากใต้น้ำมือบางลูบหน้าสองสามครั้งพลางสะบัดน้ำออกจากศีรษะ เมื่อโผล่พ้นผิวน้ำ เธอก็ได้แต่มองหาต้นตอของเจ้าของเสียงที่ตะโกนถามเมื่อครู่ “ผมอยู่นี่”เสียงของภีมวัฒน์ดังอยู่เบื้องหลังของเฌอมาวีร์ คนตัวเล็กเตรียมตัวหันหลังไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทุ้ม เอาว่ะ มาถึงขนาดนี้แล้วเธอคงไม่มีอะไรจะต้องกลัว ถ้าจะช็อกก็คงช็อกคาอกของเจ้านายหนุ่มเขาคงไม่ปล่อยให้เธอลอยคอยจมลงก้นสระแล้วเก็บศพขึ้นเมรุรอเผาหรอก อย่างมากก็คงเลือดกระจายเต็มสระน้ำไปอีกรอบ เสี่ยงสิเฌอมาวีร์ รออะไรอยู่ เสียงของณิรินดาดังขึ้นย้ำในสิ่งที่ที่เธอกำลังจะทำอีกครั้ง      ‘ถ้ากลัวก็ต้องอยู่กับมันให้ได้สิวิว มีแต่เรานะสิจะกล้ารึเปล่า’      ไม่กล้าก็ต้องกล้า คงไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้ แม้เฌอมาวีร์จะรู้จักกับชายหนุ่มได้ไม่นานแต่เธอก็รู้ดีว่าเขาคงไม่ทำอะไรเธอ หากแต่ภารกิจในครั้งนี้เธอจะทำอะไรเขา นั้นก็ไม่อาจคาดเดาได้ ขอแค่สติเท่านั้นที่จะคอยยึดให้เธอเอาชนะความกลัวในใจแล้วหายจากอาการแปลกๆแบบนี้เสียที

“หันหน้ามาแล้วเปิดตามองผม ผมรู้นะว่าคุณกระวนกระวายใจ ถึงได้กระโดดลงมาในสระแบบนี้”ภีมวัฒน์หมุนลำตัวให้คนตัวเล็กหันกลับมาประจันหน้า มือหนาจับไหล่บางไว้แน่น

“ไม่เอาแล้วๆ ปล่อยฉันคุณภีม”เฌอมาวีร์หลับตาปี๋ ไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างที่ลอดผ่านม่านตาเข้ามา

“ลืมตาวิว ตอนนี้ผมสั่งคุณในฐานะเจ้านาย”ชายหนุ่มเสียงเข้ม

“เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด  ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า  แม้นแตกร้าวรานร่อยถอยราคา จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง  ปล่อยค่ะ สุภาษิตสอนหญิงกล่าวไว้มันไม่งาม เข้าใจไหมคุณภีม!”เฌอมาวีร์สะบัดแขนชายหนุ่มหลุดก็รีบขึ้นจากสระเข้าไปในบ้านทันที ไม่เหลียวหลังกลับมามองภีมวัฒน์ที่กำลังขำจนหน้าแดงอยู่กลางสระว่ายน้ำ

“จากฉายานางฟ้าคงต้องเปลี่ยนเป็นแม่ชีก็คราวนี้แหละ สงสัยโรคหื่นคงจะแก้ไม่หาย กลัวจนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า แถมเล่าเป็นบทกลอนยังกับครูภาษาไทย เอารางวัลแม่ชีดีเด่นไปเล๊ย”ภีมวัฒน์ทั้งขำ ทั้งระอา ถอนหายใจอย่างยืดยาว เฌอมาวีร์จะไร้เดียงสาเรื่องอย่างว่าไปถึงเมื่อไหร่กัน คงจะต้องรอสอนวิชาวันแต่งงานไหมเนี่ย อย่าว่าแต่แต่งงานเลย ตอนนี้หญิงสาวจะหวั่นไหวกับท่าทีของเขาบ้างหรือไม่ ภีมวัฒน์ก็ยังไม่แน่ในสถานการณ์ตอนนี้ เอาเถอะเขายังมีเวลาอีกหลายวันเพื่อกร่อนหัวใจแม่นางฟ้าคนดี วันนี้ไม่หวั่นไหว พรุ่งนี้ก็ต้องมีบ้างล่ะ ใครจะใจแข็งได้ทุกวัน เว้นแต่ว่าหญิงสาวจะไม่เคยมาเขาในสายตาตั้งแต่วันแรกที่พบหน้ากัน

ร่างเล็กเปียกโชกไปด้วยน้ำนั้งอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่บนระเบียงห้องนอน เฌอมาวีร์ตัวสั่นร้องไห้จนตาแดงราวกับคนขวัญเสีย เธอไม่ควรเอาตัวเองไม่เสี่ยงทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ตั้งแต่แรก เมื่อรู้ดีว่าชายไหนก็ไม่ปลอดภัยเท่ากับบิดาและพี่ชายแท้ๆ เธอก็ไม่ควรทำกิริยาไม่งามอย่างเมื่อครู่ มารดามักกล่าวไว้เสมอว่ามีลูกสาวก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน เสียงของท่านก้องอยู่ในใบหูของเธอไม่จางหาย แต่กลับย้ำชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากพลาดพลั้งเข้าวันใดคำที่เคยสอนสั่งคงมีอันเป็นจริงเข้าสักวัน และเธอจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องราวเสื่อมเสียกับตัวเองเป็นแน่

“พุธโธ ธัมโม สังโฆ ลูกจะไม่ท้าทายอำนาจมืดอีกแล้วเจ้าค่ะ ไม่เอาแล้ว”เสียงเล็กสร้างความขบขันให้กับชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวที่เดินผ่านประตูห้องนอนเข้ามาอย่างสุดกลั้น

“ผมน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอคุณ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าตัวเองมีอำนาจมืดอยู่ในตัวด้วย”ภีมวัฒน์ถือผ้าขนหนูผืนใหญ่ติดมือมาคลุมทับลงบนร่างเล็ก

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วเข้ามาทำไมคะ มารยาทน่ะมีไหม”คนตัวเล็กฉุน มือบางดึงผ้าขนหนูคลุมกายไว้แน่น

“เดินเข้ามาเฉยๆ ทันเวลาเห็นคุณสวดพุธโธ ธัมโม สังโฆ เรียกสติสตางค์ ขอโทษผีสางเทวดาอยู่พอดี”ชายหนุ่มยังหัวเราะไม่หยุดกับท่าทีของหญิงสาว เขานั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวเคียงข้างเธอ

“ไม่ขำ!”น้ำเสียงของเฌอมาวีร์จริงจัง

“ถามจริงๆนะ เคยมีแฟนบ้างรึเปล่า ทำไมแค่อยู่ใกล้ตัวผมหรือโดนตัวในระยะประชิดถึงตัวสั่นขนาดนั้น”

“ไม่เคย นอกจากป๊ากับเฮียก็ไม่เคยยุ่งกับใคร ในสวนมะพร้าวมีกฏว่าคนงานทุกคนต้องสวมเสื้อผ้าทำงาน คนที่ฝืนกฏได้ก็มีแค่สองคนนั่นแหละ คนในบ้านหวงฉันยิ่งกว่าจงอางหวงไข่เสียอีก”

“ผมเข้าใจแล้วล่ะ เดี๋ยวคุณก็ชิน ไว้ผมจะถอดให้ดูบ่อยๆ”ใบหน้าคมเข้มอมยิ้ม

“ทะลึ่ง! เดี๋ยวก็ได้กินลูกปืนป๊ากับเฮียเข้าสักวัน”เฌอมาวีร์ขู่

“จะจีบลูกสาวป๊าต้องทำยังไงบ้างนะ คุณพอจะมีคำตอบให้ผมบ้างรึเปล่า”

เฌอมาวีร์ใบหน้าแดงซ่านตั้งแต่แก้มอิ่มลามไปจนถึงใบหู เธอสบตาเจ้านายหนุ่มนิ่ง อมยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนหลบสายตาต่ำลงแล้วเสมองออกไปนอกระเบียงแทน แดดตอนเที่ยงเริ่มแรงขึ้น แต่ก็ไม่เท่าไอร้อนในกายที่กำลังแผดเผาวูบวาบจนควบคุมจิตใจไม่อยู่ ได้เพียงแต่กลั้นรอยยิ้มเขินอายให้พองามไม่ออกหน้าออกตาจนหน้าเกลียด เขากำลังทำให้เธอวางตัวไม่ถูก

“ว่าไงล่ะ มีคำตอบให้ไหม”

“อยากรู้ก็ไปถามป๊ากับเฮียโน้น ไปแต่งตัวได้แล้วค่ะ เดี๋ยวปอดบวมหรอก เฉันจะอาบน้ำแล้วไปเตรียมอาหารเที่ยงให้คุณ”

“หวังว่าผมจะได้คำตอบจากคุณเร็วๆนี้นะวิว ผมจริงจัง”น้ำเสียงทุ่มอบอุ่มอยู่ในที แววตาของหญิงสาวแสดงอาหารตกตะลึงเพียงเล็กน้อย แต่ก็สงวนท่าทีของตนเองไว้ อาจเป็นเพราะการถูกอบรมบ่มนิสัยและเลี้ยงดูมาอย่างดี แม้แต่เรื่องการแสดงกิริยาอาการหรือท่าทีก็ไม่เกินงามจนน่าเกลียด ถึงกระนั้นภีมวัฒน์ก็พึงพอใจกับสิ่งที่ได้ยินกับหูว่าหญิงสาวที่ตนหมายปองนั้นไม่เคยต้องมือชาย ก็คงเหมือนบทกลอนสุภาษิตสอนหญิงที่เธอพูดกับเขา ‘เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า’ เฌอมาวีร์ก็ประหนึ่งดังเพชรแท้ที่มีค่าสำหรับเขา เพชรเม็ดงามที่ตามหายาก และแสนจะมีค่ามากกว่าอัญมณีใดๆทั้งปวง

“ถ้าจริงจังก็รอต่อไปค่ะ แล้วก็กรุณาออกจากห้องฉันด้วย ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ลมทะเลมันแรง ไม่อยากป่วยเป็นภาระคุณ”

“คุณไม่เคยเป็นภาระผมนะวิว ผมต่างหากที่เป็นภาระให้คุณทุกวัน ห่างเมืองไทยไปก็หลายปี เส้นทางก็ไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดนั้น ต้องให้คุณคอยบอกคอยแนะนำ ไหนจะทำอาหารให้ทานอีกทุกมื้อ ใครเป็นภาระใครกันแน่”

“ทำตัวดีๆนะคะ คำว่าภาระใช้สำหรับคนที่ทำตัวไม่เคยเป็นประโยชน์กับใคร คุณมีค่า คุณกำลังจะสร้างประโยชน์ให้กับทุกคนในสำนักพิมพ์และป้านิภา ไหนจะคุณพายที่รอคุณกลับไปช่วยงานอีก เราเลิกใช้คำว่าภาระกันดีกว่าค่ะ ฟังเเล้วไม่เจริญหูเลย”เฌอมาวีร์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ กับรอยยิ้มให้กำลังใจเจ้านายหนุ่ม

“เราจะไม่ใช้คำว่าภาระกันอีกนะ คุณเป็นลูกน้องผม ผมต้องดูแลคุณ ที่สำคัญ...ขออนุญาตจีบนะครับคุณนางฟ้า”

 

Thanks!

-ชมพูพิมพ์ใจ-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #48 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:37
    ภีมลืมก้อยได้จริงๆเหรอ ก้อยก็ไม่ได้ผิดไรมากนะ ตอนเลิกกันจะเป็นจะตายตอนนี้โสดทั้งคู่จะไม่รีเทิร์นเหรอ
    #48
    0
  2. #21 pofaiwipada (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:38
    อนุญาตค่าาาา อุ้ย ลืมเค้าไม่ได้ถามเรา54
    #21
    0
  3. #19 Nong Akk (@nong995) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 07:37
    หื่นมากกว่าเดิม  5555
    #19
    0
  4. #18 Whatup Katay (@whisqerx_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 10:02
    นางหื่นนน
    #18
    0
  5. #17 yuisorracha (@yuisorracha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:20
    จะรอค่ะ
    #17
    1
    • #17-1 Pink-Pimjai (@Janenymee) (จากตอนที่ 8)
      17 มีนาคม 2561 / 20:19
      จะรีบปั่นลงให้น้าา ไรท์เพิ่งเสร็จงานของคณะ ขอโทษที่ช้าเน้อ
      #17-1
  6. #16 Nong Akk (@nong995) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 20:09
    รอๆๆๆ รีบมาคร่า  ^^
    #16
    1
    • #16-1 Pink-Pimjai (@Janenymee) (จากตอนที่ 8)
      11 มีนาคม 2561 / 00:01
      พรุ่งนี้เจอกันนะคะ :)
      #16-1