บุษบันเสี่ยงทาย

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ติดเกาะ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

บุ ษ บั น เ สี่ ย ง ท า ย

-ชมพูพิมพ์ใจ-


กานต์สิชา เพียงภัทรากร

บทที่ 4 ติดเกาะ

          การบังคับตัวเองให้ลืมตาตื่นและลุกจากเตียงนอนเป็นเรื่องที่ยาก หลังจากที่นั่งๆนอนๆเป็นกิจวัตรอยู่สามวันเต็ม ตอนนี้ตัวขี้เกียจคงจะขยายร่างเตรียมเกาะเธอไปตลอดแล้วเป็นแน่ แต่มีเหรอที่คนอย่างเฌอมาวีร์จะปล่อยไว้ให้แบบนั้น ในเมื่อเกาะได้ก็สลัดออกได้เช่นกัน ว่าแล้วร่างเล็กก็รีบกระโดดลงจาเตียงไปเคลียร์ตัวเองทันที สิ้นสุดแล้วสินะวันหยุดอันแสนสงบสุขของเธอ 

          สามวันที่ผ่านมานับว่าเป็นการใช้เวลาอยู่กับตนเองอย่างคุ้มค่า นอกจากการนอนติดเตียงและพักผ่อนราวกับว่าไม่มีภาระใดๆให้ต้องแบกรับ การได้ทำอาหารอร่อยๆด้วยฝีมือของตนคือความสุขอีกอย่างที่ทำให้เฌอมาวีร์รู้สึกอิ่มเอมใจ การทในสิ่งที่ตนรักคือการเติมกำลังใจและพลังกายที่วิเศษที่สุด แต่หลังจากเริ่มวันใหม่ เธอคงหาเวลามาทำในสิ่งที่ตัวเองรักได้ยากอีกเช่นเคย  

          เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวถูกพับแขนขึ้นไปอยู่ใต้ข้อศอกเล็กน้อย กระดุมคอถูกปลดออกเพื่อให้สะดวกในการหายใจหายคอมากขึ้น ผมยาวปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง เฌอมาวีร์เลือกสวมกางกางยีนส์ขาสั้นสีซีดตัวโปรดกับรองเท้าแตะสบายๆในการเดินทางครั้งนี้ แว่นกันแดดสีชาการเป็นเครื่องประดับที่ปกปิดนัยน์สวยตาไว้อย่างมิดชิด คัตเตอร์เล่มเล็กถูกเอาออกจากกระเป่าเดินทางเหลือไว้เพียงนกหวีดตัวเดียวให้เธอเป่าเล่นยามฉุกเฉินเท่านั้น แต่เอาเถอะหากเขาจะทำอะไรเธอขึ้นมาเธอจะเป่าให้หูแตกเลยคอยดู เพราะไม่อยากวุ่นวายเครื่องตรวจจับโลหะของสนามบินมากมาย เฌอมาวีร์จึงจำใจต้องเอาออก จากที่ภีมวัฒน์มาดูแลเธอในวันนั้นก็วางใจได้ในระดับหนึ่งว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ แต่จะไว้ใจความเป็นบุรุษเพศได้เเค่ไหนคงก็ปล่อยให้เวลาและการกระทำของเขาเป็นเครื่องมือตัดสิน 

          กระเป๋าเดินทางใบโตถูกลากออกจากลิฟต์มาด้วยจังหวะการเดินปกติ ภีมวัฒน์สามารถเข้าออกคอนโดของเธอง่ายขึ้นเพราะการโมเมเป็นแฟนของเธอ 

          “สวัสดีครับคุณวิว วันนี้แฟนมารอรับแต่เช้าเลยนะครับ ไปซ้อมฮันนีมูนกันที่ไหนครับเนี่ย”ลุงยามหน้าประตูคอนโดส่งเสียงทักทายหญิงสาวที่ลากประเป๋าใบโตผ่านประตูบานใสออกมา 

          “กะจะพาลงใต้ไปปล่อยเกาะน่ะครับลุง รอบจริงผมจะพาขึ้นดอย” 

          “หยุดเลยคุณภีม ถ้าว่างขนาดนั้นก็ยกกระเป๋าค่ะ มือจะได้ไม่ว่าง หนูขอตัวนะคะลุง”นอกจากมือจะไม่ว่างแล้วขนมปังปิ้งแผ่นเล็กที่เธอถือติดมือมาหวังจะเอามาประทังความหิวบนรถก็ถูกมือเล็กจับยัดเข้าริมฝีปากของชายหนุ่มผู้เล่นไม่เลิกเข้าอย่างจัง โชคดีที่เธอไม่ได้เตรียมมาแค่แผ่นเดียว มิเช่นนั้นคงหิวจนแสบกระเพาะระหว่างทางเป็นแน่  

          “คุณทำอย่างนี้กับเจ้านายของคุณได้ยังไงกันวิว ไม่กลัวโดนหักเงินเดือนรึไง” 

          ภีมวัฒน์รีบเอ่ยบอกน้ำเสียงดุๆแต่ไม่จริงจังมากนักหลังจากที่พาตัวเองขึ้นมาบนรถพร้อมกับกระเป๋าใบโตที่ถูกคนขับรถยกขึ้นไว้ด้านหลัง ร่างเล็กที่เดินตามขึ้นมาถอดแว่นตากันแดดสีชาออก เผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ คิ้วสวยเลิกขึ้นทำทีไม่รู้ไม่ชี้ 

          “คนที่จ่ายเงินเดือนให้ฉันคือป้านิภาค่ะ ถึงคุณจะเป็นเจ้านายของฉัน แต่ก็ไม่ได้จ่ายตังค์ให้ฉันสักหน่อย อ้อ แล้วที่สำคัญฉันมีสิทธิ์ปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของตัวเอง ฉะนั้นอย่าโมเมมั่วค่ะ”ขนมในถุงกระดาษถูกหยิบขึ้นมาทานต่อ เฌอมาวีร์หาได้สนใจคนที่นั่งข้างๆไม่ จะบอกว่าเธอหิวจนหน้ามืดตามัวคงจะง่ายกว่า  

          “ทำเองเหรอ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจนนัยน์ตาสวยเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ ขนมปังปิ้งที่ถูกมือบางจับยัดเข้าปากมาเมื่อครู่ทำให้เขาได้ชิมรสชาติขนมของเธอที่ไม่ได้ตั้งใจ  

          “ค่ะ อร่อยไหม”มือเล็กยื่นถุงขนมไปตรงหน้าชายหนุ่ม 

          “อร่อย แต่จะอร่อยเพราะหิวหรือเพราะฝีมือคนทำก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง” 

          ใบหน้าสวยสะบัดพรืด จะชมทั้งทีไม่ต้องกั๊กก็ได้พ่อคุณ อร่อยก็พูดสิว่าอร่อยจะปากหนักทำไมกัน ทีตอนโมเมลื่นไหลยังกับปลาไหลชุบน้ำพืช นี่สินะนิสัยผู้ชาย 

          รถตู้คันใหญ่เคลื่อนไปสนามบินทันเวลาที่ได้คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า ก่อนออกเดินทางเฌอมาวีร์ได้วางแผนเรื่องเวลาการเดินทางมาพอสมควร เนื่องจากการจราจรในกรุงเทพนั้นติดขัดเป็นส่วนใหญ่ด้วยจำนวนประชากรที่ค่อนข้างมาก ขั้นตอนต่างๆภายในสนามบินเสร็จลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้คือการผจญภัยของเธอและเขาเพียงลำพัง หากเรื่องที่นภัทรพูดคือความจริง เธอนี่แหละจะเป็นคนพิสูจน์ทุกอย่างเอง น่าแปลกใจเหมือนกันแทนที่จะกลัวเขาแต่เธอกลับรู้สึกว่าภีมวัฒน์ไม่เป็นอันตราย  แต่ก็ต้องระมัดระวังรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลไว้เช่นเดิม ในความต่างเธอไม่คิดว่าเขาและครอบครัวจะยอมรับคนเดินดินธรรมดาที่ไม่มีหน้าตาในสังคมอย่างเธอ ถึงจะภูมิใจและเพียงพอกับสิ่งที่ตัวเองมีแต่ก็มิอาจเอื้อมกับสิ่งที่อยู่สูงกว่าจนเกินจะคว้าถึง  

การโดยสารเครื่องบินทำให้ร่นระยะเวลาในการเดินทางไปได้มาก เพียงแค่เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ เฌอมาวีร์และภีมวัฒน์ก็เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุยอย่างปลอดภัย กระเป๋าเดินทางใบโตสองใบถูกยกวางบนรถเข็นก่อนที่ภีมวัฒน์จะทำหน้าที่สุภาพบุรุษเข็นมันต่อไปยังประตูทางออก 

“คนที่คุณบอกว่าจะมารับเราอยู่ไหนเหรอคะ”เฌอมาวีร์หยุดเดินพร้อมๆกับร่างสูง ประตูทางออกของท่าอากาศยานเต็มไปด้วยผู้โดยสารมากมายจนแยกแยะไม่ออกว่าใครเป็นใคร 

“โน้นไง ก้อย!”เสียงทุ้มตะโกนเรียกหญิงสาวร่างบางผิวสีน้ำผึ้งตามแบบฉบับชาวใต้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงพลีทสีฟ้าน้ำทะเลซึ่งยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เธอกำลังใช้สายตากวาดไปมาเพื่อมองหาอะไรบางอย่าง และอะไรบางอย่างที่ว่าก็คงจะหมายถึงภีมวัฒน์และเฌอมาวีร์ เมื่อสิ้นเสียงของชายหนุ่มหญิงสาวก็รีบปรี่เดินมาทางเขาทันที 

“สวัสดีค่ะภีม ไม่เจอกันเป็นสิบๆปีดูดีขึ้นเยอะเชียว”นัยน์ตาสีนิลมองไปยังหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอย่างพินิจก่อนจะยิ้มให้ 

“ขอบคุณครับ ก้อยนี่คุณวิวนะ ว่าที่แฟนผม”ทันทีที่จบประโยคมือเล็กก็ฟาดลงบนท่อนแขนของชายหนุ่มทันที 

หืม เยอะไปค่ะบอส”เพียงเสี้ยววินาทีที่เฌอมาวีร์สั่งเกตเห็นความผิดปกติของสีหน้าสาวชาวใต้ หรืออาจจะมีอะไรบางอย่างที่เธอไม่รู้ 

“ไม่เยอะหรอกวิว ก็ผมพูดจริง” 

จะพูดจริงพูดเล่นก็ช่างมันเถอะตอนนี้เฌอมาวีร์อยากจะตะโกนใส่เขาดังๆว่าเธอหิว หิวจนกระเพาะจะย่อยตัวเองได้แล้ว นิ้วเรียวสะกิดแขนของเจ้านายหนุ่มเพียงเล็กน้อยก่อนกระซิบเบาๆให้ได้ยินแค่สองคน 

“คุณภีม ไปได้หรือยังคะ ฉันหิวจนแสบกระเพาะไปหมดแล้วคะ”ภีมวัฒนืพยักหน้ารับก่อนจะหันไปบอกกานต์ชิสา 

“ไปกันเถอะก้อย คนแถวนี้หิวจนจะกินผมได้ทั้งตัวแล้ว” 

เฌอมาวีร์ยิ้มเล็กน้อยแต่ก็แสดงท่าทีนิ่งเฉยออกมาเช่นเดิม เอาสิถ้าเขาอยากจะเล่นอะไรพิเรนทร์ๆก็เล่นไป แต่อย่าให้เดือดร้อนมาถึงเธอก็แล้วกัน หากเธออ่านเกมไม่ผิด เขาก็กำลังใช้เธอกันบางสิ่งบางอย่างจากผู้หญิงที่เดินนำหน้าอยู่ตอนนี้ เพียงแต่จะถามทันทีทันใดก็กระไรอยู่ ดีไม่ดีแผนจะแตกเอาเสียก่อน 

บรรยากาศบนรถเต็มไปด้วยความอึดอัด  เฌอมาวีร์นั่งคั่นกลางระหว่างกานต์ชิสากับภีมวัฒน์ ดูจากท่าทีของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเธอแล้ว เฌอมาวีร์รู้สึกว่าหญิงสาวไม่เป็นมิตรกับเธอมากนัก ว่าก็ว่าเถอะ เสียงผ่อนลมหายใจฟึดฟัดไม่ได้ดั่งใจของเจ้าหล่อนกำลังทำให้เธอประสาทเสีย 

“ใกล้ถึงรึยังคะ”เฌอมีวร์เอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังขุ่นมัวของอีกฝ่าย เธอคงอดทนต่อไปไม่ไหวหากไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง 

“อีกยี่สิบนาทีค่ะ คุณวิว ทนหิวอีกนิดนะคะ ก้อยจะพาไปทานข้าวที่รีสอร์ทก่อน” 

“ค่ะ คุณก้อยเป็นคนที่นี่รึเปล่าคะ”เฌอมายวีร์ถามต่อตามมารยาท 

“คุณแม่ก้อยเป็นสาวใต้ค่ะ แต่พ่อก้อยเป็นคนกรุงเทพ แม่ก็เลยย้ายไปอยู่ที่โน้นด้วย ก้อยก็เลยมาดูแลกิจการของท่านต่อ ส่วนพวกพี่ชายของก้อยก็บริหารโรงแรมในเครือของคุณพ่อ” 

เฌอมาวีร์เริ่มปะติดปะต่ออะไรบางอย่างจากสิ่งที่กานต์สิชากำลังพูด เธอไม่ใช่คนของภีมวัฒน์ หญิงสาวเป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงแรม ดูจากฐานะแล้วก็คงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปในสั่งคม อาจจะพอๆกับภีมวัฒน์ และคงเป็นประเภทเดียวกับเขาที่ชอบออกสังคมเพียงแค่โอกาสพิเศษเท่านั้น 

“เก่งจังเลยค่ะ” 

“ไม่หรอกค่ะ กว่าที่ดูแลกิจการของแม่ได้ ก้อยก็ล้มลุกคลุกคลานปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริการมาเยอะเหมือนกันค่ะ เมื่อก่อนกฎระเบียบค่อนข้างหละหลวมจนต้องเคลียร์ใหม่หมด ตอนนั้นก้อยท้อมากแต่ก็ยังอยากเก็บมรดกตกทอดของฝั่งแม่ไว้”อารมณ์ขุ่นเคืองเมื่อครู่เริ่มเบาบางลง เฌอมาวีร์มีความสามารถพิเศษในการทำให้คู่สนทนาคล้อยตามเธอได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นพรสรรค์อย่างหนึ่งที่สนับสนุนในการประกอบอาชีพนักการตลาดของเธอ นับว่าใช้ได้ผลสำหรับการสนทนาที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์หรือแลกเปลี่ยนทางผลประโยชน์อย่างที่ผ่านๆมา 

“สู้ๆค่ะ วิวเป็นกำลังใจให้” 

“ขอบคุณนะคะ คุณวิวเองก็เก่งค่ะ ภีมเขาไม่ค่อยพาใครไปไหนมาไหนง่ายๆนะคะ รายนี้โลกส่วนตัวสูง ดูสิขนาดนั่งรถยังใส่หูฟังเลย แต่ดูเขาทำตัวสบายๆกับคุณมาก ก้อยไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้” 

  “วิวคิดว่าปกติเขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว อันที่จริงวิวว่าเขาออกจะเรื่องเยอะไปหมดในทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ได้แย่นะคะ มันก็ดีแต่ก็เฉพาะแค่บางอย่างเท่านั้น” 

“ใช่คะ เฉพาะแค่บางอย่าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่าง ยิ่งผู้หญิงแบบเราๆไม่ชอบอะไรที่เยอะๆด้วยแล้ว ยิ่งไม่ไหวค่ะ ถ้ามีอะไรคุณวิวปรึกษาก้อยได้นะคะ ก้อยยินดี”กานต์สิชายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตามองไปยังภีมวัฒน์ที่เอนหลังหลับตาอยู่ในโลกส่วนตัว 

“ค่ะ”เฌอมาวีร์รับคำ พลางยิ้มตอบ 

แม้ว่ากานต์สิชาจะมองเธอไม่เป็นมิตรมากนักแต่เฌอมาวีร์คิดว่าเธอมีความจริงใจมากพอที่จะทำให้เจ้าหล่อนญาติดีกับตนเองได้โดยมองข้ามผ่านความสัมพันธ์จอมปลอมที่เจ้านายหนุ่มกุขึ้นเพื่อเป็นกำแพงกั้นขวางอะไรบางอย่างจากเจ้าของรีสอร์ทสาว ไม่ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้เธอจะได้คำตอบจากภีมวัฒน์ในเรื่องราวที่กำลังสงสัยหรือไม่ เฌอมาวีร์ก็ยังยินดีจะผูกมิตรกับกานต์สิชา เพราะจากสถานการณ์ของคนทั้งคู่เธออาจจะไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลยก็ได้ หรืออาจจะเกี่ยวหากภีมวัฒน์คิดไม่ซื่ออย่างที่นภัทรบอก เธอคงมีเอี่ยวไปด้วย  การไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของคนทั้งสองยิ่งทำให้เฌอมาวีร์วางตัวยากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็สุดแล้วแต่บุญแต่กรรมไปก่อนแล้วกัน เฌอมาวีร์ไม่กลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้น แต่กลัวว่าปัญหานั้นจะหาที่สิ้นสุดและจุดจบไม่ได้จนบานปลายให้เกิดเรื่องใหญ่โตและทำให้เธอและภีมวัฒน์ต้องเดือดร้อนทั้งคู่ 

 

               Peace paradise Resort อยู่ใบริเวณของหาดลิปะน้อย บรรยากาศช่วงสายที่เฌอมาวีร์และภีมวัฒน์มาถึง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างออกไปทำกิจกรรมรอบเกาะ บ้างก็ออกไปดำน้ำ บ้างก็ออกไปเดินเล่นริมหาด รีสอร์ทจึงเงียบสงบไม่ครึกครื้นเหมือนช่วงเช้าที่ผู้คนต่างทยอยออกมาทานอาหารเช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำกิจกรรมตามทริปที่วางไว้ 

          “เป็นยังไงบ้างคะภีม คุณวิว บรรยากาศดีไหมคะ”กานต์สิชาถามหลังจากที่ทุกคนเดินมาถึงร้านอาหารของรีสอร์ท 

          การตกแต่งสถานที่ของรีสอร์ทค่อนไปทางสไตล์บูติคเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีบางส่วนที่เป็นสไตล์โมเดิร์นแต่ก็เป็นส่วนน้อย โดยรวมแล้วแล้วแล้วจุดขายของรีสอร์ทน่าจะอยู่ที่สถาปัตยกรรมการตกตกสไตล์บูติคซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดและเข้ากับบรรยากาศริมทะเลเป็นอย่างมาก เฌอมาวีร์มองว่ารีสอร์ทแห่งนี้เป็นสวรรค์ของคนรักความสงบดีๆนี่เอง สมกับความหมายของซื่อรีสอร์ทซึ่งแปลว่า สวรรค์ที่สงบ 

          “สวยครับ เสียดายที่ผมพักที่บ้าน ไม่งั้นผมคงเลือกพักที่นี่”ภีมวัฒน์พูดขณะที่สองมือก็ทำหน้าที่ยกเก้าอี้ออกมาให้สองสาวนั่ง ร้านอาหารยังมีผู้คนหลงเหลืออยู่บ้างแต่ก็บางตาจนดูเป็นส่วนตัว 

          “ก้อยให้แม่บ้านไปทำความสะอาดบ้านให้แล้ว ส่วนรถที่ภีมอยากได้พรุ่งนี้ก้อยจะให้คนเอาไปให้ วันนี้ก็พักผ่อนกันก่อนนะ เดินทางมาเหนื่อยๆ” 

          “ครับ” 

          อาหารถูกจัดวางบนโต๊ะภายในเวลาไม่กี่นาทีราวกับมีการเตรียมการต้อนรับเอาไว้ล่วงหน้า เฌอมาวีร์และภีมวัฒน์นั่งรับประทานอาหารกันเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนเจ้าของรีสอร์ทสาวนั้นของตัวออกไปจัดการความเรียบร้อยประจำวันที่เจ้าตัวทำเป็นประจำทุกวัน การใชชีวิตของกานต์สิชาก็แสนจะเรียบง่ายไม่หรูหราอย่างที่เฌอร์มาวีร์จินตนาการไว้เหมือนครั้งแรกที่พบหน้าเธอ 

          “คุณภีมคะ ฉันถามอะไรอย่างนึงได้ไหม”เฌอมาวีร์รวบช้อนลงริมจาน ใบหน้าที่ก้มทานอาหารไม่พูดไม่จาเพราะความหิวในคราแรกเงยขึ้น สีหน้าของเธอจริงจังจนชายหนุ่มชะงัก 

          “เอาสิ คงเป็นเรื่องที่คุณจริงจังมากใช่ไหม เห็นสีหน้าคุณแล้วผมขนลุกซู่ว”ชายหนุ่มลูบแขนเบาๆ 

          “ฉันอยากรู้ว่าคุณกับคุณก้อยมีอะไรกันรึเปล่าคะ ท่าทีคุณทั้งคู่แปลกๆ แถมคุณยังโมเมไม่เข้าเรื่องวกเข้าเรื่องเเฟนอีก” 

          ภีมวัฒน์ได้ฟังดังนั้นเขาก็ปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆออกมาราวกับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแค่เรื่องเล็ก แต่สำหรับคนกลางที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างเฌอมาวีร์มันไม่ง่ายเลยสักนิดที่จะไหลตามมุกลอยๆของเขาได้ตลอดเวลา ในเมื่อมันยากเธอก็มีสิทธิ์ถาม ถ้าจะให้มานั่งเดาสุ่มเล่นมุกเถื่อนไหลตามน้ำไปกับเขาทุกครั้งก็คงไม่แคล้วเล่นมุกฝืดสักวัน 

          “ว่าไงคะ ตอบ! 

          “ครับ ใจเย็นๆนะคุณนางฟ้า ผมกับก้อยเป็นแค่เพื่อนกัน เราเรียนด้วยกันที่อเมริกาและมีช่วงหนึ่งที่คบหากัน แต่นั้นมันก็ช่วงตอนที่ผมอายุสิบเจ็ดสิบแปดโน้น เกือบสิบปีมาแล้วคุณ ผมแค่รักษาระยะห่างกับก้อยเพราะไม่อยากให้เขาคิดเกินเลยกับผมอีก แค่นั้นเอง” 

          “ค่ะ แค่นั้นเอง แล้วทำไมต้องเอาฉันไปเป็นไม้กันหมาด้วย ไม่มีวิธีอื่นหรือไง”นัยน์ตาสวยยังคงจ้องเขม็งไปยังเจ้านายหนุ่ม 

          “ผมพูดจริง นี่คุณแยกแยะไม่ออกเลยหรือไงวิว”ภีมวัฒน์วางช้อนลงมองหน้าหญิงสาว ดวงตาคู่สวยของเธอเบิกกว้างได้ไม่นานเจ้าหล่อนก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติเช่นเดิม เพื่อเก็บซ่อนความรู้สึกของตนเอง 

          “คุณเก่งนะคะ เดี๋ยวเย็นชา เดี๋ยวกะล่อน อีกสักพักก็ทำตัวคนเอาแต่ใจ เป็นไบโพลาร์รึเปล่าคะ” 

          “คุณจะถามตรงๆไม่เลี้ยวโค้ง ไม่อ้อมโลกเลยเหรอครับ แต่ก็ดี ผมชอบ” 

          “คุณชอบแต่ฉันไม่ชอบ ทานเสร็จแล้วนะคะ เราควรกลับไปที่พักได้แล้ว ฉันต้องกลับไปคอนเฟอเรนซ์ประชุมสรุปโปรเจ็กรายเดือนกับทีมงานค่ะ เลื่อนมาก็ตั้งหลายครั้ง ฉันไม่อยากจะให้พี่นนท์วุ่นวายอีก” 

          “ผมเปลี่ยนหน้าที่ให้คุณแล้วนะ ยังต้องประชุมอีก”น้ำเสียงน้อยใจของภีมวัฒน์ทำให้แววตาของเฌอมาวีร์เริ่มอ่อนลงจากเมื่อครู่ 

          “เราต่างก็มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ พอภารกิจนี้จบ ฉันก็ต้องกลับไปเป็นทีมงานการตลาดให้กับเดย์ทริปเหมือนเดิม คุณก็ต้องไปดูแลสำนักพิมพ์ เราต้องแยกย้ายกันไปตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง” 

          คำพูดของเฌอมาวีร์ทำให้ภีมวัฒน์ไตร่ตรองอะไรบางอยางได้มากขึ้น เวลาที่เหลือแค่สามอาทิตย์คงจะเพียงพอให้คนตัวเล็กเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของเขามากขึ้น ชายหนุ่มแอบถอนหายใจกับความยากลำบากในการทำให้หญิงสาวยอมรับในสิ่งที่เขากำลังแสดงออก สุดท้ายแล้วเมื่อได้เห็นใบหน้าของเธอ ภีมวัฒน์ก็กลับมีแรงผลักบางอย่างที่ทำให้เขาไม่ลดละความพยายามในครั้งนี้ โอกาสมีไม่เยอะ แต่ถ้ามีเขาก็ไม่ควรปล่อยเธอไปอีก  

 

               ระยะทางจากรีสอร์ทของกานต์สิชาถึงบ้านพักตากอากาศบนเนินเขาใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็สามารถเดินทางถึงที่พักได้ เฌอมาวีร์พบว่าจากตัวบ้านถึงชายหาดนั้นอยู่ห่างกันร่วมกิโล แต่หากมีรถมอเตอร์ไซด์สักคันก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากขึ้น บ้านสีขาวสะอาดตาหลังใหญ่เน้นการตกแต่งโดยใช้กระจกบานใสและผ้าม่านสีฟ้าอ่อน สร้างบรรยากาศให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายตัว ปลอดโปร่งเมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในตัวบ้าน กระเป๋าเดินทางของเธอและภีมวัฒน์ถูกนำไปวางไว้ตรงข้างบันไดชั้นสองของตัวบ้าน เฌอมาวีร์ขึ้นไปหยิบเอาไอแพดเครื่องเล็กและแล็ปท็อปลงมายังห้องนั่งเล่นชั้นล่างซึ่งหันหน้าออกสู่ชายหาด แม้จะไม่ติดชายหาดมากนัก แต่ความที่อยู่บนที่สูงทำให้สามารถมองเห็นทั่งทะเลได้อย่างชัดเจน ประตูห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อไปยังนอกบ้านถูกเปิดออกรับลมทะเลแทนการเปิดเครื่องปรับอากาศ โชคดีที่ภายในบ้านมีอินเตอร์เน็ตไวไฟ มิเช่นนั้นคงเป็นอุปสรรคในการทำงานของเธอเป็นแน่ 

                ภีมวัฒน์เดินสำรวจรอบๆตัวบ้านตามปกติ ปล่อยให้คนตัวเล็กคอนเฟอร์เรนซ์ทำหน้าที่ของตัวเองตามลำพัง เกาะสมุยอากาศดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ก่อนจะมาถึง การมาทะเลนอกจากลมฟ้าอากาศที่แปรปรวนบ่อยๆแล้วยังต้องระมัดระวังเรื่องของสภาพภูมิประเทศที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากเมืองหลวง การเดินทางไม่ได้สะดวกสบายและเข้าถึงความเจริญไปทุกหย่อมหญ้า แต่ชายหนุ่มคิดว่าคิดว่าพื้นที่นี้มีความเจริญพอสมควร ถ้าเทียบกับหมู่เกาะอื่นๆทางภาคใต้ เพราะการมีสนามบินอยู่บนเกาะจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็วขึ้น ยิ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติด้วยแล้วเกาะสมุยจึงเป็นแหล่งธุรกิจประเภทบริการ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ท หรือร้านอาหารซึ่งคาดว่าในอนาคตจะเจริญมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 

                เกือบสองชั่วโมงที่ภีมวัฒน์งีบหลับอยู่บนเตียงริมสระว่ายน้ำอีกฝั่งของตัวบ้านพัก นาฬิกาข้อมือบอกเวลาเที่ยงครึ่ง เขาคงเพลียจากการเดินทางจนทำให้เผลอหลับไปพักใหญ่ ร่างสูงเดินผ่านประตูเข้ามาในตัวบ้านพบว่าไร้วี่แววของเฌอมาวีร์ซึ่งเคยนั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น กลิ่นอาหารอบอวนมาจากในครัว ถ้าเดาไม่ผิดเฌอมาวีร์คงทำอาหารเที่ยงอยู่ที่นั่น 

                “วิวสบายดีค่ะม้า โสดๆแบบนี้อ่ะดีแล้ว ให้เฮียเขาแต่งไปก่อนเถอะวิวยังโต่งเต่งโหนราวคานต่ออีกสักพัก แต่ม้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ พอถึงเวลาวิวแต่งแน่นอน ม้าเอาสินสอดไปขอพี่แจมให้เฮียวินก่อนนะคะ วิววางสายก่อนนะม้าทำอาหารอยู่ เดี๋ยวจะไหม้เอา ค่ะ สวัสดีค่ะม้า”มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือวางไว้บนโต๊ะในครัวตามเดิม ก่อนจะปิดเตาไฟฟ้าแล้วเอากระทะลงจากเตา 

                “จะแต่งงานแล้วเหรอคุณ”ภีมวัฒน์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ 

                “แต่งที่ไหนกันล่ะ เฮียวินพี่ชายฉันโน้นที่จะแต่ง เดือนหน้าฉันคงต้องขออนุญาตลางานสักสองสามวันนะคะ แจ้งบอสให้ทราบไว้ก่อน หวังว่าคงไม่กระทบกับหน้าที่การงานของฉัน” 

                ผัดผักอย่างง่ายถูกตักใส่จานอย่างสวยงาม ไข่เจียวหมูสับ กับแกงจืดแครอทหน้าตาน่ารับประทานวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ พร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยที่เฌอมาวีร์หุงเตรียมไว้ก่อนลงมือทำกับข้าว เธอทำอาหารเป็นตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน งานบ้านงานเรือนแทบทุกชนิดถูกถ่ายทอดมาจากมารดา ผู้หญิงไทยเชื้อสายจีนที่ทั้งขยัน เก่งทั้งงานบ้านงานเรือนและงานนอกบ้าน มารดาของเธอเป็นคนหัวสมัยใหม่ถึงจะอยากให้ลูกสาวเพียงคนเดียวเป็นฝั่งเป็นฝาตลอดเลา แต่ก็ไม่เคยจำกัดอิสระของเธอไว้กับธุรกิจสวนมะพร้าวของครอบครัว ต่างจากบิดาที่อยากให้ลูกๆช่วยกันดูแลกิจการของตระกูล นับว่าเป็นโชคดีของเฌอมาวีร์ที่มีพี่ชายซึ่งคอยทำหน้าที่สานต่อกิจการของที่บ้าน ซึ่งเธอเองก็คิดว่า อนาวิน’ คือผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการดูแลกิจการทุกอย่างของนลินดากรทั้งหมด   

                “ไม่กระทบหรอกครับ ตอนนี้คุณก็ไม่ได้หยุดงานนี่ แค่เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นเพื่อนเที่ยวเฉพาะกิจของผม” 

                “พูดแล้วอย่าคืนคำนะคะบอส” 

                “ครับ ผมไปด้วยได้ไหม” 

                “ถ้าไม่กลัวว่าต้องลำบากลางสวนมะพร้าวก็ไปสิคะ ฝากใส่ซองพี่ชายฉันเยอะๆหน่อยก็แล้วกัน” 

                เสียงหัวเราะของคนสองคนประสานกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนที่ทั้งเขาและเธอจะยกทั้งกับข้าวทั้งจากออกไปวางที่โต๊ะทานข้าวซึ่งอยู่อีกห้องหนึ่งใกล้ๆกัน   

                “พอทานได้ไหมคะ มีแต่ของจืดๆ ในตู้เย็นมีแค่นี้น่ะค่ะ ฉันเจอแม่บ้านที่เขาดูแลที่นี่ ป้าแกบอกว่าตอนเย็นจะเอาพวกอาหารทะเลกับเครื่องเทศมาเพิ่มให้”คนตัวเล็กพูดขณะที่นั่งมองภีมวัฒน์ก้มหน้าก้มตากินไม่มองหน้าเธอแม้แต่น้อย 

                “อร่อยครับ คุณทำอาหารเก่งใช้ได้เลยนะ เหมือนที่แม่ผมทำเลย ถ้ามื้อเย็นจะกินผัดผักเหมือนเดิมผมก็ทานได้ แต่ถ้าคุณจะกรุณาต้มยำกุ้งร้อนๆกับข้าวสวยสักจานจะเป็นพระคุณอย่างมากเลยคุณนางฟ้าของผม” 

                “ฉันเป็นนางฟ้าของเดย์ทริปต่างหาก ไม่ใช่ของคุณ อร่อยก็ทานเยอะๆนะคะ ทานเสร็จฉันมีของหวานให้คุณทานด้วย รอแป๊บนึง เดี๋ยวฉันไปยกออกมาให้” 

                เฌอมาวีร์หายเข้าไปในครัวเพียงครู่เดียวก็ออกมาพร้อมกับถ้วยเงาะลอยแก้วสองถ้วย อันที่จริงอาหารทุกอย่างทำขึ้นจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในตู้เย็น หลังจากที่ประชุมโดยการวิดีโอคอลเสร็จ หญิงสาวก็ปรี่เข้าครัวทันที พลางสายตาอันเฉียบคมของเธอก็เหลือบเห็นเจ้านายหนุ่มที่หลับสนิทอยู่ริมสระว่ายน้ำ  คนตัวเล็กจึงต้องทำเวลาในการเข้าครัวมากกว่าเดิม เพื่อให้ทันเวลาที่เขาจะตื่น 

                “เงาะลอยแก้วค่ะ ง่ายๆแต่ดับร้อนได้ เมื่อกี้ฉันแอบเห็นคุณนอนตากแดดอยู่ตั้งนาน ลองทานดูนะคะเผื่อจะสดชื่นขึ้น” 

                “คุณดูแลผมดีขนาดนี้เนี่ย สงสัยผมต้องให้โบนัสสักหน่อย” 

                “พิจารณาด้วยนะคะบอส ฉันยังทำได้อีกตั้งหลายอย่าง ไม่ได้เป็นผู้หญิงสวยใสไร้สมอง นั่งๆนอนๆรอใครมาประเคนให้อย่างเดียว” 

                เงาะลอยแก้วที่ว่าหวานชื่นใจแล้วยังหวานไม่เท่ากับรอยยิ้มของคนทำที่อยู่ตรงหน้าของเขา ภีมวัฒน์รู้สึกว่าตัวเองมองคนไม่ผิด ไม่ผิดตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอในงานแต่งงานวันนั้น และไม่ผิดจนวินาทีที่มีเฌอมาวีร์อยู่ตรงหน้าตอนนี้ คงมีอะไรสนุกๆให้เขาได้ทำร่วมกับเธออีกเยอะหลังจากผ่านพ้นวันแห่งการเดินทางวันนี้ไป 

  

 

-ชมพูพิมพ์ใจ-

Thanks!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #12 yuisorracha (@yuisorracha) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:39
    Happy Valentines' day ค่ะ ไรท์
    #12
    1
  2. #10 Whatup Katay (@whisqerx_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:39
    สนุกค่ะ มาไวๆน้า
    #10
    0