ตอนที่ 3 : บทที่ 2 คนป่วย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

บุ ษ บั น เ สี่ ย ง ท า ย

-ชมพูพิมพ์ใจ-

บทที่2 คนป่วย

ระหว่างการเดินทางกลับคอนโด เฌอมาวีร์หลับไปตลอดทางด้วยความเพลียจากการเดินทั้งวัน ทั้งที่ตัวเธอไม่ได้ไว้ใจภีมวัฒน์ขนาดนั้นแต่ร่างกายเจ้ากรรมก็ไม่สามารถต้านทานความเหนื่อยล้าได้ ร่างเล็กเอนตัวซบริมหน้าต่างพลางกอดกระเป๋าไว้แน่น แม้จะหลับแต่ก็ไม่ได้สนิทมากนัก มีบางครั้งที่คนขับซัดโค้งเธอเองก็ลืมตาตื่นขึ้นเพื่อสังเกตสถานการณ์เช่นกัน นอกจากระแวงว่าจุดหมายปลายทางจะไม่ใช่คอนโดของตนแล้ว เธอยังระแวงผู้โดยสารข้างๆที่กำลังนั่งจิ้มหน้าจอ สมาร์ทโฟนกดโน่นดูนี่ไปเรื่อย มีบางครั้งบ้างที่รถเคลื่อนตัวอย่างเร็วจนภีมวัฒน์เอี่ยวตัวเอามือมาป้องกันศีรษะให้เธอ เฌอมาวีร์อยากเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มแต่ทำได้เพียงหลับตาต่อไปเท่านั้น 

“วิว ถึงคอนโดคุณแล้วนะ ตื่นเถอะ”เสียงทุ้มเรียกเพียงครั้งเดียวหญิงสาวที่เซหลับซบกระเป๋ากล้องถ่ายรูปซึ่งเธอตั้งกั้นภีมวัฒน์เอาไว้ตั้งแต่ขึ้นรถก็ลืมตางัวเงียลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง นัยน์ตาคู่สวยแดงก่ำ 

“ปวดหัวจังเลย”คนตัวเล็กคงลืมไปว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอไม่ห่าง เธอส่ายศีรษะไปมาเบาๆจนเริ่มได้สติ 

“ไหวไหม ให้ผมช่วย…”ภีมวัฒน์พูดไม่ทันจบ หญิงสาวที่กำลังลุกขึ้นชันเข่าเอี่ยวตัวข้ามพนักพิงไปหยิบถุงขนมสองถุงจากเบาะหลัง 

“ไม่ต้องค่ะ ฉันไหวแค่ปวดหัว คงจะเพลีย นอนดึกตื่นเช้าก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เป็นเรื่องปกติ ฉันฝากขนมให้ป้านิภาด้วยนะคะ”ขนมสองถุงใหญ่ถูกยื่นให้ชายหนุ่มโดยไม่รีรอ ก่อนที่ร่างของเฌอมาวีร์จะลุกเดินผ่านตัวเขาลงจากรถไป คนตัวเล็กยืนโบกมือให้เขาก่อนจะหันหลังเดินเข้าคอนโดไปช้าๆ หญิงสาวลืมคิดไปว่าเธอลืมอะไรบางอย่างไว้บนรถของเขา 

 

รถตู้คันใหญ่จอดลงที่หน้าบ้านพรรณรักษ์ ตลอดเส้นทางบนถนนจิตใจของภีมวัฒน์แทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาห่วงเฌอมาวีร์ แต่ทำได้เพียงส่งเธอหน้าคอนโด พลันสายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋ากล้องถ่ายรูปของเธอวางอยู่หลังถุงขนมใบโตที่เธอฝากมาให้มารดา สมองก็พลันคิดอะไรดีๆออก พรุ่งนี้เขามีข้ออ้างไปหาเธอแล้ว มือหนารีบคว้ากระเป๋ากล้องถ่ายรูปและถุงขนมเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี สิ่งที่เขาเห็นจากเฌอมาวีร์ในวันนี้คือความใส่ใจ เธอใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว ภีมวัฒน์จำได้ว่าเขาพูดถึงมารดาน้อยมาก เพราะมัวแต่ฟังเสียงเจื้อยเเจ้วของเธอที่บ่นอยากกินโน้นนี่อยู่ตลอดเวลา แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ลืมที่จะซื้อขนมฝากมารดาของเขา หากท่านทราบว่าผู้หญิงที่ลูกชายหมายปองมาเป็นว่าที่สะใภ้คนเดียวของบ้านไม่ลืมนึกถึงท่าน บุพการีของเขาคงยิ้มไม่หุบ 

“แม่คะ พี่ภีมกลับมาแล้วค่ะ หน้าบานเป็นทานตะวันมาเชียว” 

ภาริตาน้องเล็กของบ้านหันหน้าไปรายงานมารดาซึ่งนั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่น พลางยิ้มเชิงรู้ทัน นอกจากภาริตาแล้ว ภีมวัฒน์ยังมีพี่สาวอีกคนชื่อภารดา เป็นเจ้าของห้องเสื้อแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงพอสมควรในวงการเสื้อผ้า ภารดาเพิ่งแต่งงานไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และย้ายไปอยู่บ้านสามี ถึงอย่างไรเสียก็ยังมีน้องเล็กอย่างภาริตาคอยเติมสีสันให้คนในบ้านและเป็นความสดใสให้กับทุกคนในครอบครัว ส่วนบิดาของเขาก็เสียชีวิตด้วยอุบัติก่อนเขาไปเรียนต่างประเทศไม่กี่เดือน จากวันนั้นถึงวันนี้รอยน้ำตาเหือดแห้งแต่เขาและครอบครัวยังระลึกถึงบิดาเสมอ 

“ไงยัยแสบ รอขนมหรือรอพี่ล่ะ” 

“ก็รอทั้งคู่นั่นแหละค่ะ จะดีกว่านี้ถ้าพาพี่วิวมาด้วย 

“เงียบไปเลยยัยพาย เดี๋ยวก็เสียแผนหมดหรอก อีกอย่างนะถึงพี่จะพาเขามาตอนนี้ เขาคงจะคุยกับเราไม่ไหวหรอก”ภาริตาหันไปสบตามารดา สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่กลับกลายเป็นความสงสัยที่ต้องการคำตอบ 

                “หนูวิวเป็นอะไรเหรอตาภีม หรือว่าภีมใช้งานน้องหนักไป”มารดาเอ่ยเสียงเข้ม 

                “เปล่าครับแม่ น้องปวดหัวน่ะคับ คงจะเพลียเพราะพักผ่อนน้อย ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้าง จะโทรไปถามก็กลัวว่ามันจะผิดสังเกต ล้ำเส้นเธอมากเกินไป” 

                มารดาพยักหน้ารับเห็นด้วยกับความคิดของภีมวัฒน์ ในคราแรกที่บุตรชายคนเดียวกลับมาถึงบ้านสิ่งแรกที่ภีมวัฒน์คุยกับท่านนอกจากการสานต่อกิจการสำนักพิมพ์ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวแล้ว เรื่องของเฌอมาวีร์เป็นหนึ่งในประเด็นต่อมาที่เขาเลือกจะบอกให้รับรู้ หลายปีที่ผ่านเขาเฝ้าไถ่ถามเปรมนดาอยู่ตลอดถึงข่าวคราวของเธอ จนกระทั่งกลับมาประเทศไทย ในเวลานั้นภีมวัฒน์แน่ใจว่าเธอยังไม่มีพันธะสัมพันธ์กับใคร จึงเอ่ยปากขอร้องท่านให้ช่วยเรื่องเธอ ประกอบกับคุณกรนิภาเองก็อยากเห็นหน้าค่าตาของหญิงสาวที่ได้ชื่อว่านางฟ้าประจำสำนักพิมพ์ของท่านมานาน จึงตบปากรับคำโดยง่ายดาย ท่านถือคติที่ว่า ‘ลูกรักใคร ท่านก็รักด้วย’ 

                “ภีมทำถูกแล้วล่ะ เกิดหนูวิวเขารู้ว่าเราตั้งใจให้เขามาอยู่ใกล้ๆ แล้วภีมก็วางแผนเองตั้งแต่แรก ขืนเป็นแบบนั้นแม่คงเสียว่าที่ลูกสะใภ้ที่ทั้งสวยทั้งเก่งอย่างหนูวิวไป แม่ไม่ยอมนะ อุตส่าห์ลงทุนลงแรงเป็นแม่สื่อแม่ชักให้” 

                “พายก็ไม่ยอมค่ะ พายเคยเจอพี่วิวตั้งหลายครั้ง ทั้งสวยทั้งใจดี แถมคุยเก่งอีกต่างหาก”ภาริตากล่าว 

                เรื่องคุยเก่งเขายอมรับว่าเฌอมาวีร์เป็นแบบนั้น สิ่งที่เธอพูดมักจะมีสาระสอดแทรกอยู่ข้างในเสมอ ด้วยอาชีพนักการตลาดเธอจึงเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่วางใจใครยาก  หญิงสาวค่อนข้างเว้นระยะห่างระหว่างเธอและเขาพอสมควรอาจเป็นเพราะเขายังเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ 

                “พี่ไม่ปล่อยให้วิวหลุดมือไปหรอกพาย รอมาตั้งห้าปี ถ้าจะให้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่มันคงง่ายไป” 

                “ดีค่ะ เจ้านายเป็นห่วงลูกน้องได้นะคะ แต่ต้องพอดี 

                “เพื่อไม่ให้เป็นการน่าเกลียดจนเกินไป พรุ่งนี้แม่จะถามไถ่หนูวิวให้”คุณกรนิภายิ้มเมื่อเห็นแววตาจริงจังของบุตรชาย ท่านไม่เคยรีบร้อนให้ภีมวัฒน์กลับมาสานต่อกิจการ เนื่องจากปัจจุบันภาริตาเองก็เรียนรู้งานต่างๆและทำหน้าที่แทนท่านได้ดี แต่ภาพที่คุณกรนิภาอยากเห็นคือการที่พี่น้องช่วยกันดูแลกิจการมากกว่า ท่านคงนอนตายตาหลับและหมดห่วง 

                “ขอบคุณครับ  ผมคิดว่าถ้าพรุ่งนี้ผมจะไปหาวิวก็คงจะไม่น่าเกลียดเหมือนกัน”มือหนายกกระเป๋ากล้องถ่ายรูปขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มให้มารดาและน้องสาว 

                “อย่างนี้นี่เองถึงอารมณ์ดีกลับมา”ภาริตาพูดอย่างรู้ทัน 

                “ขนมสองถุงนี้วิวฝากมาให้แม่ครับ ส่วนที่เหลือก็ของเจ้าแสบประจำบ้าน”ภีมวัฒน์ยื่นถุงขนมให้มารดา 

                “ตาดีจริงนะตาภีม ถ้าอนาคตไม่ใช่หนูวิว แม่ไม่ขอให้จริงๆด้วย”เสียงหัวเราะของทั้งสามคนดังขึ้นพร้อมๆกัน 

                หากบุตรชายจะตกลงปลงใจกับเฌอมาวีร์ สำหรับผู้หญิงคนนี้แล้วคุณกรนิภาไฟเขียวให้ผ่านตั้งแต่ได้พบและพูดคุยกับเธอ ยิ่งรู้ว่าเฌอมาวีร์ไม่ลืมผู้ใหญ่และใส่ใจผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยแล้ว ท่านยิ่งอยากมีบุตรสาวเพิ่มขึ้นอีกคนโดยไม่ลังเล 

  

ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างเล็กบนเตียงพลิกตัวไปมาอย่างไม่สบายตัว อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นกว่าเมื่อช่วงค่ำ กลางดึกสงัดมือบางความหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างหัวเตียงพลางเปิดหน้าจอดูเวลาท่ามกลางความมืดมิดของเเสงไฟในห้อง ตัวเลขบนจอมือถือบอกเวลาตีสี่ครึ่ง ลำคอเริ่มแห้งผาก ตอนนี้เธอกำลังต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน ด้วยพิษไข้ที่สูงขึ้นทำให้เฌอมาวีร์เริ่มสัมผัสหน้าจอมือถือสะเปะสะปะ เธอจำได้ว่าเบอร์สุดท้ายที่รับสายคือภาคิน คนตัวเล็กไม่รอช้าเปิดเช็คเบอร์ที่โทรเข้าล่าสุดและกดโทรออก ไม่นานนักปลายสายก็ตอบรับการติดต่อจากเธอ 

                “เจ้คิน มาหาวิวหน่อยได้ไหม วิวไม่อยากอยู่คนเดียว เหมือนไข้จะขึ้น มาเร็วๆนะ วิวจะโทรแจ้งรปภ.ไว้ให้” 

                เฌอมาวีร์วางสาย เธอไม่รู้ว่าปลายสายนั้นตอบกลับมาเช่นไรบ้าง แม้ยังมีสติ แต่ก็รับรู้อะไรไม่ได้มาก ทำได้แค่ขอร้องให้ภาคินมาหาที่คอนโด อย่างน้อยก็มีใครสักคนคอยช่วยเหลือตอนที่เธอสติใช้การไม่ได้มาก ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียวแล้วไม่สามารถลากสังขารพาตัวเองไปโรงพยาบาลได้ตอนที่อาการหนักรุนแรงมากขึ้น เธอรีบกดโทรศัพท์ลงไปแจ้งรปภ.ข้างล่าง โดยที่ตัวเธอเองไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าสายสุดท้ายก่อนหน้านั้นใช่ภาคินหรือไม่ ด้วยความรีบร้อนเฌอมาวีร์อาจจะละเลยความรอบคอบของตัวเองไป  

                สามสิบนาทีผ่านไปเสียงกริ่งไฟฟ้าหน้าประตูคอนโดดังขึ้น เฌอมาวีร์ยันกายลุกจากเตียงเดินไปเปิดไฟในห้องจนสว่างจ้า เธอยังอยู่ในชุดเดิมที่สวมมาทั้งวันเพราะยังไม่ได้อาบน้ำ มือบางเปิดประตูคอนโดออกก่อนพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังประตูคือภีมวัฒน์ เขาอยู่ในชุดนอนสีเทา มือข้างหนึ่งถือถุงโจ๊กกับถุงยาจากร้านขายยาและกระเป๋ากล้องถ่ายรูปของเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาเข้มเบิกกว้างเป็นเชิงตกใจ ก่อนร่างเล็กจะเซกลับหลังเพราะเริ่มทรงตัวไม่อยู่ ชายหนุ่มตรงหน้ารีบวิ่งเข้าคว้าร่างของเธอไว้ก่อนจะล้มลงไปนอนวัดพื้น เขาใช้เท้าแตะประตูให้ปิดลงก่อนพยายามยามประคองเธอมาตรงโซฟา 

ตอนตีสี่ครึ่งภีมวัฒน์พบว่าเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อบุคคลที่เขาโทรหาตอนห้าทุ่มที่ผ่านมาแต่ แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากเธอ ภีมวัฒน์คิดว่าเธอคงหลับเพราะอาการเพลียที่ได้บอกเขา แต่ในใจก็ยังห่วงเฌอมาวีร์อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งพบว่าเธอโทรหาเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ขอให้ภาคินซึ่งเป็นบรรณาธิการนิตยสารของมารดาไปหาที่คอนโดด้วยเพราะอาการป่วยของเธอ ภีมวัฒน์รีบวิ่งไปยังห้องของน้องสาวและปลุกภาริตาซึ่งกำลังหลับสนิท ก่อนขอเบอร์มือถือของภาคินและจัดการโทรถามไถ่เลขห้องของคอนโดจากลูกน้อง นอกจากที่บรรณาธิการหนุ่มจะตกใจแล้ว เขายังย้ำให้ภีมวัฒน์คอยดูอาการของเฌอมาวีร์อย่างต่อเนื่อง เพราะเฌอมาวีร์ค่อนข้างใส่ใจในการดูแลสุขภาพ การที่เธอป่วยได้แสดงว่าร่างกายต้องไม่ไหวจริงๆ 

“มาทำไม”เสียงคนตัวเล็กเอ่ยถามร่างสูงซึ่งกำลังเดินถือกะละมังน้ำออกมาจากห้องน้ำ 

                “คุณโทรไปหาผม เจ้อย่างโน้น เจ้อย่างนี้ บอกว่าไข้ผมก็เลยรีบมา เผื่อว่าคุณจะสลบคาห้องไปซะก่อน” 

                “ฉันโทรหาเจ้คิน ไม่ใช่คุณ เลิกแช่งกันได้ไหมห้ะ”ถึงจะหมดแรงหยอดน้ำข้าวต้มแค่ไหนเธอก็จะเถียงสุดขาดใจ เอากันให้สลบไปข้างหนึ่ง คาดว่าตนเองน่าจะไปดีก่อนชายหนุ่มที่กำลังกุลีกุจอหาผ้าขนหนูมาให้เธอตอนนี้ 

                “หยุดพูดมากแล้วเก็บแรงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า ลุกไหวไหมวิว ผมว่าคุณไปเปลี่ยนชุดสักนิด จะได้เช็ดตัวง่ายๆ” 

               “ฉันยังไหว ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณหยิบเสื้อยืดให้ห้องแต่งตัวให้ฉันทีสิ เดี่ยวฉันไปรอในห้องน้ำ”เฌอมาวีร์ยันกายลุกขึ้นอีกครั้ง เธอยังพอมีแรงพยุงตัวเองไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา เผื่อว่าอาการเบลอๆ หน่วงๆ ที่ท้ายทอยจะทุเลาลงกว่าเดิม ภีมวัฒน์เดินออกมาพร้อมเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้มในมือก่อนยื่นให้หญิงสาวที่กำลังยืนใช้มือค้ำขอบอ่างล้างหน้า 

“ผมปิดประตูนะ” 

“ก็ปิดสิ จะยืนดูฉันถอดเสื้อรึไง”แม้เสียงของเธอจะอ่อนแรงแต่ริมฝีปากสวยก็ยังโต้ตอบคู่สนทนา 

“จะถอดก็ถอดสิ เสื้อชั้นในกางเกงในคุณผมก็เห็นหมดตั้งแต่ไปเอาเสื้อให้คุณแล้ว”ภีมวัฒน์ยังยียวนกวนประสาทคนป่วย 

“ไอบ้า ทะลึ่ง” ประตูห้องน้ำถูกปิดใส่หน้าคนยียวนเข้าอย่างจัง เดชะบุญที่ภีมวัฒน์ถอยหลังกลับทันเวลา มิเช่นนั้นมีหวังได้บินไปเกาหลีวันพรุ่งเป็นแน่ เหตุเพราะดั้งหักจาการโดนประตูห้องน้ำฟาดหน้า เสียหายหลายเเสนเชียวแม่คุณ 

“คุณภีม คุณกลับเถอะไม่ต้องช่วยฉันหรอกค่ะ ขอโทษที่โทรผิดไปหา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนคุณนะคะ แต่ตอนนั้นฉันเบลอๆไม่ดูตาม้าตาเรือกดโทรออกมั่วๆไป” 

ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับชายหนุ่มที่รีบบึ่งรถมาเธอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มือบางหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำพอหมาดๆก่อนอังไว้บนหน้าผากของตน ศีรษะของเธอวางพาดไปกับพนักพิง 

“รอคุณไข้ลดก่อนแล้วกัน ถึงตอนนั้นคุณจะจับผมโยนออกจากห้องก็แล้วแต่คุณ" 

“ฉันไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะถึงจะได้โยนคุณไหว ว่าแต่คุณเถอะ ขึ้นมาที่ห้องฉันได้ยังไง ฉันแจ้งชื่อเจ้กับรปภ.ไป ไม่ใช่คุณ” 

“ก็บอกรปภ.ว่าผมเป็นแฟนคุณ คุณภาคินโทรให้ผมมาดูคุณแทนไงวิว วางบัตรประชาชนนิดหน่อย แค่นี้ก็ขึ้นได้แล้ว” 

“เล่นมุกนี้ฉันก็เสียหายนะคุณ รู้ไหมที่นี่เจ้คินกับพี่ชายฉันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ขึ้นมาได้” 

“แล้วคุณจะให้เล่นมุกไหน ให้ผมเป็นสาวคุณแบบภาคินรึไง ผมคงไม่แอ๊บสาวแตกขึ้นมาหาคุณหรอกนะ” 

เสียงหัวเราะเบาของเฌอมาวีร์ทำให้ภีมวัฒน์จดจ้องใบหน้าเธออีกครั้ง  มือหนาอังหลังมือลงที่ลำคอและแขนของเธอเบาๆ ไอร้อนยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวกายของเธอเช่นเดิม ก็แน่สิก็เล่นเอาผ้าแปะหน้าผากแต่ไม่เช็ดตรงอื่นไข้คงจะลดหรอก 

“เช็ดตรงอื่นบางสิ แปะหน้าผากไว้อย่างเดียวแบบนั้นได้ยังไง เดี๋ยวผมให้หาถ้วยใส่โจ๊กให้ คุณจะได้ทานอะไรรองท้องก่อนกินยา” 

เฌอมาวีร์พยักหน้ารับ แม้ยังขุ่นเคืองกับการเล่นมุกเป็นแฟนเธอเพื่อเอายามาให้ของเขา แต่ก็ซึ้งใจที่ภีมวัฒน์เป็นสุภาพบุรุษพยาบาลใจดีคอยทำหน้าที่ดูแลเธอไม่ห่างไหนจะกระเป๋ากล้องถ่ายรูปที่เธอเพิ่งนึกออกว่าตนเองเผลอลืมไว้ในรถของเขาและเจ้าตัวก็เอามาคืนเธอถึงห้องพร้อมกับอาหารและหยูกยา โจ๊กอุ่นๆถูกวางลงบนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟา เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางทานโจ๊กเพียงไม่กี่คำก่อนรีบทานยา ถึงจะโดนเจ้านายบังคับขู่เข็ญให้ทานสักแค่ไหน ใบหน้าสวยก็ส่ายไปมาปฏิเสธเขาตลอด เอาเถอะอย่างน้อยก็มีอะไรลงกระเพาะก่อนทานยา ดีกว่าท้องว่าง หลังจากกินยาเข้าไปไม่กี่นาที เฌอมาวีร์พบว่าตนเองเริ่มง่วงอีกครั้ง นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาตีห้าครึ่งเศษๆ สติของเธอดับลงเรื่อยๆเพราะฤทธิ์ยา ในขณะที่คุณบุรุษพยาบาลก็หายไปในครัวสักพักใหญ่ เขาคงจะไปจัดการกับโจ๊กที่เธอกระดกเข้าไปเพียงไม่กี่คำ หารู้ไม่ว่าเจ้าของห้องหลับสนิทกอดผ้าขนหนูอยู่บนโซฟา 

  

 
 

 


-ชมพูพิมพ์ใจ-

Thanks!


               


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #27 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:28
    น่ารักมาก
    #27
    0
  2. #7 PaPa Puii (@yaypuii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:44
    น่ารักอ่ะ
    #7
    0
  3. #6 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:59
    มาไวๆ น้าาาา กำลังสนุกเลย
    #6
    0
  4. #4 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:12
    ค้างงงงงงงงงงยาวเลย
    #4
    1
    • #4-1 Pink-Pimjai (@Janenymee) (จากตอนที่ 3)
      1 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:49
      วันนี้ไรต์เรียนถึงเที่ยงจะรีบปั่นให้น้าา
      #4-1
  5. #3 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 13:10
    วันพรุ่งนี้เลยเหรอ อยาอ่านต่อ สนุกมากกกกก
    #3
    1
    • #3-1 Pink-Pimjai (@Janenymee) (จากตอนที่ 3)
      31 มกราคม 2561 / 13:12
      วันนี้ค่ะ ลงไว้เมื่อคืนค่ะ เจอกันคืนนะตัวเอง :)
      #3-1
  6. #2 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 12:08
    ชอบอะ สนุกดี
    #2
    0