School in love

ตอนที่ 6 : หยวน...เจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ม.ค. 63

17:00 น. ‘วันนี้เจนส์คงต้องกลับค่ำอ่ะ โทษนะ กะว่าจะแวะไปหาหน่อย’ ‘ไม่เป็นไร เมื่อเช้าก็บอกแล้วว่าไม่ต้องมาหาก็ได้ เจนส์ทำงานให้เสร็จแล้วรีบกลับเลย’ ‘อืม งั้นแค่นี้นะ’ ‘เดี๋ยว งอลหรอ’ ‘เปล่า จะงอลทำไม’
‘อะๆ ไม่งอลก็ไม่งอล พรุ่งนี้เจอกัน’ ‘โอเคๆ’ ..... เจนส์โทรมาหาผมก่อนเค้าจะไปประชุมกับสภานักเรียน จริงๆผมรู้ตั้งแต่เช้าแล้วว่าเค้ามีประชุม เลยให้น้องเบ้มาแทนไง แต่ทำไมยังไม่มาอีกวะ เย็นแล้วนะ หรือว่ามีธุระ ผมจึงตัดสินใจเล่นน้ำต่อ คนอื่นคงทยอยขึ้นสระ แล้วเตรียมกลับบ้านกันละ 18:00 น. ผมขึ้นจากสระมาดูนาฬิกา เป็นเวลา 6 โมงเย็นแล้ว แต่ทำไมไอ่เบ้ยังไม่มาอีก ผมก่นด่ามันในใจ พลางหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินไปอาบน้ำก่อนจะออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเก็บของออกมารอตรงสระอีกครั้ง ผมหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาน้องเค้าทันที ‘........’ โทรไม่ได้ด้วย หรือว่าจะทำธุระอยู่ งั้นผมรอน้องเค้าที่นี่ละกัน เดี๋ยวมาแล้วจะหาผมไม่เจอ ..... 18:30 น. “เหี้ยยยยยยย!”
ผมเล่นแพ้มันอีกละ ผมล่ะยอมไอ่เชียนมันจริง คนบ้าไรวะเล่นเก่งชะมัด
"เสียใจด้วยเพื่อน"ไอ่เชียนได้ทีมึงหยามกูเลยนะ
"ไอ่เวร กูติดเกมที่ไหนกัน"
"แล้วมึงถึงบ้านยังวะ"
"ยังว่ะ มีสระโรงเรียน"คับ เพราะเหตุนี้ผมถึงชวนมันมาเล่นฆ่าเวลาไปก่อน
"วันนี้ซ้อมใหญ่หรอวะ"
"ป่าว กูรอเบ้อ่ะ"
"ห้ะ เวลานี้เนี่ยนะ"
"เออดิ"
"มึงไปนัดน้องทำไมวะ"
"กูให้มาอยู่เป็นเพื่อนอ่ะ เจนส์ไม่สบายใจที่กูว่ายน้ำคนเดียว"
"เย็นมากแล้ว น้องเค้าคงมาหามึงหรอก"
"เอาน่ะ เคาอาจจะมีธุระ"
"เออๆ งั้นกูไปละขี้เกียจเล่นกับคนกาก"
"อ่าว ไอ่เวรนี่"พูดมากเป็นพิเศษเฉย เพราะเรื่องเกมสินะ ไม่คิดเลยว่าคนติดเกมแบบนี้จะเรียนเก่งมากๆ แม่งพรสวรรค์ล้วนๆ


19:00 น. ‘...............’ทำไมโทรไม่ได้วะ น้องเค้าหายไปไหนกัน หรือว่าผมต้องกลับไปก่อนแล้วค่อยบอกน้องเค้าทีหลัง ผมตัดสินใจกลับก่อนละกัน วันนี้เค้าคงไม่มาแล้วล่ะ ยามมาตามผมแล้วพอดี

“เฮีย ไหนวันก่อนบอก จะไม่มากินข้าวโรงอาหารไง”ไอ่หลินลั่นปากทันทีที่มันเห็นผมเลี้ยวเข้ามาในโรงอาหารพร้อมมัน “วันนี้เฮียมีธุระ”ผมตอบไปพลางมองหาคนที่ผมต้องการพบมากที่สุด “กับพี่เจนส์อ่ะนะ?” “เปล่า กับรุ่นน้อง”ผมชะเง้อหายังไงก็ไม่เห็น หายไปไหนของเค้า “เคๆ งั้นผมไปก่อนนะ เจอเพื่อนละ” “เออๆ”ทันทีที่ผมตอบกลับไป มันก็วิ่งแจ้นไปหาเพื่อนมันเลย ผมหมดห่วงแล้วเพราะมันเริ่มมีเพื่อนมีไรกับเค้าละ แต่ตอนนี้ผมกำลังหาน้องรหัสผมอยู่ ทำไมวันนี้ถึงไม่มากินข้าวที่นี่ 12:00 น. “น้องอยู่เกรดไร” “เกรด 10 คับ” “ห้องไรๆ” “ห้อง 2 คับพี่” “อ๋อ งั้นไม่เป็นไร” “ครับ” ผมถามไล่ถามเด็กแทบจะทุกคนละ เมื่อกี้ไปหาที่ห้องก็บอกว่าเลิกคลาสแล้ว พอมาหาที่โรงอาหารก็ไม่เจออีก คนเยอะด้วย ผมเลยดักถามแม่ง “มึงหาใครอยู่วะ” “มาแล้วหรอ กูหาน้องรหัสน่ะ ไม่รู้หายไปไหน" ผมตอบไอ่เชียนเสร็จตาก็มองหาต่อ
"เค้าก็คงมีธุระมั้ง วันนี้กูเห็นน้องรหัสกูด้วย แต่ไม่เห็นน้องหยวนเลยว่ะ กูไม่เอะใจ เลยไม่ได้ถาม"
"มึงเจอน้องหงตอนไหนวะ กูไม่เห็นรู้เรื่อง"
"ตอนกูไปส่งงานที่ห้องพักครูอ่ะ น้องเค้ามาส่งงานมั้ง เห็นหยิบกองสมุดมาด้วย แต่เค้าคงไม่เห็นกู"
"วันนี้ทั้งวันกูยังไม่เจอมันเลย น้องหงกูก็ไม่เจอ" ผมตอบตามความจริง
"มึงหาน้องเค้าทำไมวะ มีไรกันรึป่าว"
"กูนัดน้องไว้เมื่อวานอ่ะ มันก็รับปากว่าจะมาหาแต่ก็เงียบไปทั้งคืนเลย โทรหาก็ไม่ติด" ตอนแรกผมแอบแค้นน้องอยู่นะ ที่เบี้ยวนัดผม แต่ผมยังใจเย็นพอที่จะรอฟังเหตุผลของน้องมันก่อน ถ้าเหตุผลฟังขึ้นนะ โทษฐานที่ปล่อยให้ผมต้องเป็นฝ่ายรอ
"สรุปเมื่อวาน น้องยังไม่ได้มาหามึงหรอวะ"
"เออดิ"
"งั้น ถ้ากูเจอน้องหงอีก กูจะถามเค้าให้ละกัน"
"ขอบใจมาก ไปกินข้าวเหอะ เรื่องนี้ไว้ค่อยว่ากัน"
"อืม"
ผมกับไอ่เชียนพากันไปกินข้าวแล้วขึ้นไปเรียนต่อในช่วงบ่าย


Yuan's
     17.00 น.
วันนี้ผมไม่ไปโรงเรียนหรอก พอดีมีเรื่องนิดหน่อย คือเมื่อวาน ก่อนที่ผมจะไปหาพี่จวิ้นข่ายที่สระตามที่พี่เค้าสั่งผม จู่ๆม๊าก็โทรมาหาแล้วบอกว่า ม๊ามารอที่บ้านแล้ว ด้วยความที่ผมไม่ได้คุยกับม๊ามานานเลยรีบกลับบ้านไปหาม๊าทันที ก็คนมันคิดถึงนินา โดยที่ผมเองก็ลืมโทรบอกพี่เค้าเพราะแบตมือถือดันหมดก่อน เลยกะว่ากลับถึงบ้านแล้วค่อยโทรละกัน พอมาถึงบ้านผมก็เจอกับม๊าและป๊า ผมไม่คิดว่าจะได้เจอทั้งสองคนพร้อมกันในวันธรรมดาแบบนี้
"ป๊า ม๊า หวัดดีครับ ดีใจจังมาหาหยวนพร้อมกันเลยหรอเนี่ย"ผมพูดไปตามที่ผมคิด ก็ผมคิดถึงทั้งคู่เลยไง
"หวัดดีลูก เป็นไงบ้างหนื่อยไหมวันนี้" ม๊าถามผมตามปกติ ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันทีเพราะไม่ได้ยินเสียงม๊ามานานมากแล้ว
"ก็เหนื่อยครับ แต่แค่นี้เอง หยวนไหวอยู่แล้ว"ผมยิ้มตอบกลับไป เพราะไม่อยากให้ม๊าเป็นห่วง
"ป๊า ม๊า มาอยู่ที่นี่ได้ไงครับ วันนี้ป๊าไม่เข้าบ.หรอครับ"ผมถามป๊าบ้าง เดี๋ยวน้อยใจเอา
"เข้าแหละ แต่มีธุระก่อนน่ะ"
"กับม๊าหรอครับ?" ผมถามไปตามที่ผมรู้สึก แต่ทำไมบรรยายกาศมันแปลกๆวะ หรือว่าผมคิดไปเอง
"คุณ เริ่มเลย ไหนๆหยวนก็อยู่ด้วยกันแล้ว คุณจะยื้อเวลาอีกทำไมกัน"
"เริ่ม เริ่มอะไรหรอครับ"ผมไม่เข้าใจความหมายที่ม๊าพูด อะไรคือรอผมมาก่อน ธุระอะไรกันแน่
"หยวน ฟังป๊านะ แล้วก็ใจเย็นๆ ป๊ายังรักหยวนเหมือนเดิม"
"ผมไม่เข้าใจ ป๊ากำลังจะบอกว่าอะไร"ผมไม่สามารถตีความหมายของป๊าได้จริงๆ แต่ถ้าให้เดาคงเป็นเรื่องไม่ดี ดูจากสีหน้าป๊าตอนนี้ก็รู้แล้ว
"คืออย่างนี้นะลูก ป๊ากับม๊ายังรักลูกเหมือนเดิม แค่มันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ครอบครัวเราเป็นเหมือนเดิมไม่ได้"ม๊าเป็นคนพูดอธิบายต่อ แต่ผมก็ยังไม่เก็ตอยู่ดี
"ป๊ากับม๊า หมายความว่าไง"ถีงผมจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็เริ่มหวั่นๆแล้วล่ะ เพราะม๊าทำหน้าเครียดมาก
"คือป๊ายังยืนยันนะว่าป๊ายังรักลูกเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ป๊า....."ป๊าเว้นจังหวะ ไว้เหมือนไม่อยากพูด
"ป๊า...ทำไมครับ?"ผมรีบถามป๊าพร้อมกับมองหน้าป๊า แสดงให้เห็นว่าผมต้องการให้ป๊าพูดให้จบ
"คือม๊ากับป๊า จะหย่ากัน"เป็นม๊าที่เป็นคนตอบ
แต่คำตอบนั้นมันทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก ผมเหมือนโดนมีดร้อยกว่าเล่มทิ่มแทงกลางอก หัวใจจากที่เคยเต้นตามปกติ ตอนนี้กลับหยุดเต้นและหล่นวูบลงไปกับพื้น ผมเหมือนถูกมนต์สะกดให้แข็งร่างกายไว้ ทุกอย่างนิ่งไปหมด ภาพข้างหน้าคือม๊ากับป๊ามองผมอย่างรู้สึกผิด แต่ผมไม่เข้าใจทำไมต้องมารู้สึกผิดด้วย ผมหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วทิ้งร่างกายไปนั่งกับพื้นทันที น้ำในร่างกายที่ไม่เคยได้ใช้งาน ป่านนี้พากันไหลขึ้นมากองบนตากันเป็นจำนวนมาก พร้อมใจกันที่จะไหนลงมาอาบแก้มผม ผมฝืนมากพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อให้มันกลับไปอยู่ที่เดิม แต่สิ่งที่เป็นตอนนี้คือมันไหลลงมาเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นเพราะผมยังช็อกอยู่ แม้จะยังพอมีสติบ้างแต่ตอนนี้ร่างกายของผมอ่อนแอมาก สิ่งที่ผมได้ยินเมื่อกี้ ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันเลยในชาตินี้ คนสองคนที่รักกันมานานทำไมจู่ๆถึงอยากเลิกกันได้ และที่สำคัญทำไมต้องเป็นครอบครัวผมด้วย คิดแค่นี้ผมก็ทนต่อไปไม่ไหว ปล่อยโฮออกมาทันที
"อึก อึก หื้ออออ หื้ออออ ม่ายยยยย"
"ยะ...หยวน โอ...เค....ไหมลูก"ม๊าพูดพร้อมเสียงที่สะอื้นออกมา แสดงให้เห็นว่าม๊าร้องไห้
"หยวน ป๊า ขอ...โทษ"ป๊าพูดออกมาพร้อมตาที่แดง เหมือนพยายามกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมา
"หื้อ หื้ออ ใครก็ได้ ฮืออออ บอกหยวนที ว่า...อึก...มันไม่จริง"ผมไม่อยากจะยอมรับมันเลย ไม่เลยจริงๆ
"หยวน ฟังม๊านะ ทุกอย่างมีขีดจำกัดของมัน ป๊าม๊า หย่ากันก็จริงแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ดูแลหยวนนะ ทุกอย่างระหว่างพ่อแม่ลูกยังคงเหมือนเดิม แต่ระหว่างสามีภรรยาคง...เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว"ม๊าอธิบายทุกอย่างให้ฟัง แต่ยังไม่หมดหรอก ผมอยากรู้อะไรมากมายแต่ทำไมผมถึงไม่ทีแรงถามเลย
"หยวน...อึก....เสีย...ใจครับ"ผมพยายามกลั้นใจพูดออกไป แต่ทุกคำที่พูดนั้นมันช่างยากเหลือเกิน
นี่ชีวิตผมมาถึงจุดที่ต้องแบกรับอะไรไว้คนเดียวแบบนี้หรอ ผมว่ามันหนักเกินไปสำหรับผม ผมไม่เคยเตรียมใจไว้กับเรื่องนี้เลย
"ป๊า ขอโทษ"ป๊าคงพูดได้แค่คำว่าขอโทษสินะ
"ผม ...ขอตัวก่อนนะครับ"ผมรีบพาตัวเองขึ้นไปบนห้องให้เร็วที่สุด ใจจริงอยากจะร้องตะโกนดังๆแต่ก็ไม่กล้าเพราะป๊าม๊าจะต้องเป็นห่วงแน่ๆ พอเข้าห้องได้ผมก็ทิ้งตัวลงบนเตียงของตัวเองแบบไร้เรี่ยวแรง ผมไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้ว ผมอยากอยู่คนเดียวสักพัก
ใจจริงอยากฟังเหตุผลมากกว่านี้แต่ผมฝืนต่อไปไม่ไหวจริงๆ ผมไม่รู้จะต้องทำยังไงดี ผม..เสียใจ ผมทำได้เพียงนอนกอดตัวเองพร้อมกับร้องไห้ออกมาอยู่นาน จนผมหลับไปนั่นแหละถึงไม่รับรู้อะไรอีกเลย

นี่คือทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ซึ่งมันหนักหนามาก วันนี้ผมจึงไม่ไปโรงเรียน ผมโทรบอกไอ่หงแล้วว่าลาป่วยให้หน่อย ผมยังไม่พร้อมจริงๆ หลังจากนั้นผมก็หลับไปอีก จนช่วงเย็นๆป้าจางเป็นคนมาปลูกผมเอง จริงๆแกมาปลูกผมตั้งแต่เช้า สาย บ่าย และเย็นเลย ผมไม่อยากทำให้ท่านเป็นห่วง จึงตื่นขึ้นมาอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าว ป๊าม๊ากลับกันหมดแล้วแย่กว่าสิ่งที่ผมเจอเมื่อวานอีก นี่ป๊าม๊าไม่คิดจะอยู่ดูแลผมเลยรึไง หรือคำว่ารักมันจะเป็นเพียงแค่คำหลอกลวง
"คุณหนูคะ ทานเหอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นหมดแล้วมันไม่อร่อยแล้วนะ"ป้าแกทักหลังจากเห็นผมนั่งเขี่ยอาหารไปมาอย่างเหม่อลอย
"ป้าครับ คนเราหมดรักกันได้ด้วยหรอครับ"ผมตัดสินใจถามป้าจางไปเพราะคงจะเป็นคนที่ผมปรึกษาได้ดีที่สุดแล้ว
"คุณหนูฟังป้านะ ป้าไม่รู้หรอกว่าท่านเลิกกันเพราะอะไร แต่ป้ามั่นใจแน่ว่าทั้งสองท่านยังรักคุณหนูมากที่สุด คนเรามีวันรักกันก็มีวันเลิกราได้เหมือนกันนะ แล้วแต่ว่าความรักที่ทั้งคู่มีให้กันตั้งแต่ตอนแรกยังแน่นแฟ้นอยู่หรือไม่ บางคู่เลิกกันไปเพราะเหตุผลไร้สาระ บางคู่เลิกกันเพราะอีกฝ่ายมีคนใหม่ บางคู่เลิกกันเพราะฐานะไม่ดี บางคู่เลิกกันเพราะพ่อแม่ไม่ปลื้ม แต่สำหรับคุณๆเค้าแล้วคงไม่ใช่ทั้งหมดที่ป้าพูดมาหรอก"ป้าจางลงมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับตัวผม และอธิบายให้ผมเข้าใจ
"ป้าคิดแบบนั้นหรอครับ"ถึงผมไม่เห็นหน้าตัวเองก็รับรู้ได้ว่ามันคงหมองมากแน่ๆ
"ป้าแค่ไม่อยากให้คุณหนู มาแบกรับความเจ็บปวดที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อขึ้น เรื่องของคนสองคนมันลึกซึ้งกว่านั้น เราหาเหตุผลใดมาคิดไปเองไม่ได้นะคะ เพราะงั้นคุณหนูอย่าคิดมาก ยังไงคุณท่านทั้งสองก็ยังมีคุณหนูเป็นลูก ไม่ได้หายไปไหน ทั้งคู่ยังรับผิดชอบต่อหน้าที่อยู่ เพียงแต่ท่านทั้งสองอาจจะดูแลคุณหนูพร้อมกันคงไม่ได้"มาถึงตอนนี้ผมกลับมาเศร้าอีกแล้ว ผมแทบจะไม่ฟังอะไรเลยเมื่อวาน ผมคงดูเป็นคนไม่มีเหตุผลมากสินะ
"แล้ว...ทั้งสองจะมองหน้ากันติดได้ยังไงล่ะป้า คนเลยรักกันมาก่อน"ผมพูดขึ้นเชิงเป็นคำถามให้ท่านพอได้ยิน
"ก่อนเค้าจะมารักกัน เค้ายังเป็นเพื่อนกันมาก่อน แล้วทำไมพอเลิกกันถึงจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ล่ะคะ"
"ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดี"ยังไงซะผมยังคิดว่าคนที่รักกัน ความรักมักอยู่เหนือเหตุผลใดๆอยู่แล้วไม่ใช่หรอ
"อย่าคิดมากเลยค่ะ กินข้าวก่อนนะคะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา"ป้าแกตัดปัญหาด้วยการให้ผมกินข้าวแทน ผมไม่อยากทำให้ป้าแกเป็นห่วงจึงลงมือทานข้าวตรงหน้า ทั้งๆที่ในใจไม่อยากกินอะไรเลย
"เอ้าา อิ่มแล้วหรอคะ"ผมกินข้าวจริงแต่ไม่มีอารมณ์กินมากขนาดนั้น ตักเพียง2-3คำ ผมก็ไม่อยากกินแล้ว จึงทำท่าจะลูกจากโต๊ะ
"ผมอิ่มแล้วครับ ขอตัวก่อนนะครับ"บอกผู้ใหญ่เสร็จผมก็ปลีกตัวขึ้นไปบนห้องทันที โดยมีเสียงป้าจางตะโกนไล่หลังให้ผมพักผ่อนให้มาก มีอะไรให้เรียกท่านได้
ผมเข้ามานอนหมดแรงอีกครั้ง นี่ก็เย็นมากแล้ว วันนี้ผมยังไม่ได้โทรหาไอ่หงเลย ผมวางมือถือบนหัวเตียงตั้งแต่เช้าไม่ได้แตะมันแม้แต่ครั้งเดียว
ผมหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดข้อมูลการใช้งาน พอเปิดเท่านั้นแหละเสียงข้อความมากมายถูกส่งมา ผมบอกไอ่หงไปว่าไม่สบายมันก็เลยบอกผมให้กินยาแล้วนอนพัก แต่แชทของอีกคนนี่สิที่รัวจนเครื่องผมแทบค้าง พี่เค้าอาการหนักมากสินะ
"ใช่สิ ยังไม่ได้บอกพี่เค้าเลย"ผมนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกพี่เค้าเรื่องที่เมื่อวานไม่ได้ไปหาที่สระ แต่ทำไมต้องรัวแชทมาเยอะขนาดนี้เนี่ย แต่ข้อความไม่น่าเป็นมิตรเท่าไหร่นะ
ไหนจะเบอร์ที่โทรเข้ามาอีกจำนวนมากอีก ใดๆล้วนเป็นของพี่เค้าทั้งนั้น ผมเห็นละเหนื่อยเลย คงโดนเอาเรื่องหนักอยู่แหละเบี้ยวนัดเค้าขนาดนั้น
แต่ผมก็ยังไม่มีอารมณ์จะอธิบายอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตเหอะ พรุ่งนี้ค่อยไปเคลียละกัน ผมวางมือถือลงบนหัวเตียงเหมือนเดิมปิดเสียงทุกอย่างที่จะรบกวนผม ปล่อยใจให้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเผลอหลับลงไปอีกครั้ง

07.10 น.
ผมจำใจตื่นขึ้นมาเพื่อไปโรงเรียนไม่อยากขาดเรียนบ่อย เพราะพึ่งมาเรียนเองเรื่องป๊าม๊าผมยังทำใจไม่ได้หรอกนะ เอาไว้ผมพร้อมเมื่อไหร่ผมค่อยถามเขาละกันเพราะถึงยังไงป๊าม๊าก็ไม่มาอยู่กับผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลังจากนี้แค่ไม่มีใครโทรมาบ่อยขึ้นหรือว่าไม่มีใครกลับจากบ.มาทำอาหารให้กินอีก สำหรับผมชินแล้วล่ะกับการอยู่คนเดียว
"วันนี้ทานอาหารบ้านไหมคะ"ไม่แปลกหรอกที่ป้าจางถามผมอ่ะ เพราะตั้งแต่วันนั้นผมก็ไปกินข้าวโรงอาหารแทบทุกเช้า วันนี้ก็เช่นกัน
"ไปกินโรงเรียนครับ ยังมีเวลามากอยู่"
"ค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ"
"ครับ หวัดดีครับป้าจาง" ผมเข้าไปกอดป้าก่อนจะเดินออกไปรอรถ

พอมาถึงโรงเรียนผมก็ตรงไปโรงอาหารทันที วันนี้ผมอยากกินอาหารที่เป็นน้ำซุปมาก ร่างกายต้องการน้ำร้อนๆ
"ป้าคับ ผมเอาซุปกระดูกหมูที่นึงครับ"ผมสั่งเมนูที่น่าจะเหมาะมากสำหรับตอนนี้
"จัดให้ค่ะ ร้อนๆเลย"พอผมได้อาหารมาแล้วก็เดินไปหาที่นั่งทันที ช่วงเช้าคนไม่ค่อยเยอะเท่าตอนบ่าย ที่นั่งจึงว่างสำหรับนักเรียนจำนวนมาก

"หายไปไหนมา"ในขณะผมที่นั่งดื่มด่ำกับน้ำซุปตรงหน้าก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นข้างหลังผม ผมจึงวางช้อนลงแล้วหันไปมอง
"พี่จวิ้นข่าย!"ตกใจสิครับ ไม่คิดว่าจะเจอพี่เค้าเร็วขนาดนี้ ผมพอรู้แหละว่าเค้าต้องการอะไรจากผม ไม่งั้นคงไม่มารอผมแต่เช้าหรอก
"เออออ กูเอง"
"ทำไมวันนี้มาเช้าจังครับ"ผมแกล้งถามไปงั้นแหละ
"มารอมึงไง"
"รอผม"พูดทวนอีกครั้งพร้อมกับยกนิ้วมาชี้เข้ามาที่ตัวเอง
"ก็ใช่ไง มึงเบี้ยวนัดกู จำไม่ได้หรือไง"ผมจำได้ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะตอบพี่เค้าละ ผมหิววววววว
"........"ความเงียบคือคำตอบของผม
"เงียบทำไมวะ ไม่คิดจะอธิบายให้ฟังเลยรึไง"
"ผมมีธุระ "ผมตอบไปแค่นั้นเพราะหวังว่าพี่เค้าจะเข้าใจ
"ธุระอะไรวะ ยุ่งมากรึไง"แต่ไม่เลยจ้าาา
"นี่ ผมมีธุระ จะธุระอะไรก็เรื่องของผมป้ะ"ผมชักจะไม่สบอารมณ์แล้วนะ
"รู้เว่ย แต่บอกกันก่อนไม่ได้หรือไง"
"แบตผมหมด ขอโทษละกัน พอใจยัง"ผมไม่มีอะไรแก้ตัวละ ขอโทษไปให้จบๆ
"มึงรุ้ป้ะ กูเกลียดอะไรมากที่สุด"
"ไม่รู้"ทำไมต้องรู้ด้วย ไม่ใช่ผีซะหน่อย
"งั้นก็รู้ไว้ซะว่ากูเกลียดคำว่า ขอโทษ มากที่สุด"
"....."ผมไม่เข้าใจทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย
"เข้าใจไหม มีไรบอกกันก่อนจะได้ไม่ลำบากคนอื่น"อ่าว ผมทนไม่ได้ละนะ ขอโทษไปแล้วยังไม่จบใช่ไหม
"ผมไปทำอะไรให้พี่ลำบากขนาดนั้นกัน แค่ไม่ได้ไปหาทำไมต้องมาหาเรื่องกันขนาดนี้ พี่ไม่เจอกับตัวพี่ไม่มีวันเข้าใจหรอก...ว่ามันเจ็บแค่ไหน หึ ใช่สิ้ ผมมันตัวซวยเองแหละ"ผมเริ่มทนไม่ได้ อยู่ๆหัวใจจผมก็หล่นไปอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องวันนั้น ตาผมเริ่มร้อนอีกแล้ว นี่ผมจะร้องไห้หรอ พอรู้ตัวว่าตัวเองไม่ไหวจึงหยิบกระเป๋าวิ่งออกไปจากโรงอาหารทันที ขึนผมยังอยู่ที่นี่อีกมีหวังได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่นอน

พอมาถึงห้องน้ำผมก็ปล่อยโฮออกมาเต็มที่ เพราะเวลานี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย ผมคิดว่าวันนี้ผมจะดีขึ้นแล้วแต่เปล่าเลย ผมก็ยังยึดติดกับเรื่องวันนั้นอยู่เรื่อย ทำไมกัน ทำไมผมต้องทำใจไม่ได้ด้วย
พอร้องไห้จนพอแล้วผมก็เดินไปหน้าโรงเรียนเพื่อขอยามกลับบ้าน ผมให้เหตุผลว่าต้องไปธุระที่ต่างเมือง แต่วันนี้ครูไม่เข้าคลาสจึงไม่มีใบอนุญาติ ด้วยความที่ผมไม่เคยกลับบ้านกระทันหันบ่อย ยามจึงไม่ติดใจอะไรปล่อยผมออกโรงเรียนอย่างง่ายดาย พอออกมาแล้วผมก็ไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ทันที อยากกลับไปพักละ ไหนๆวันนี้ก็เป็นวันศุกร์ หยุดอีกวันคงไม่เป็นไร
"เฮ้อออออ ไหนบอกทำใจได้แล้วไงวะ"ผมบ่นกับตัวเองระหว่างรอรถ

"อ้าว คุณหนูลืมอะไรรึเปล่าคะ"ป้าจางถามผมทันทีที่เห็นผม แหงล่ะพึ่งไปไม่ถึง 2 ชม.ก็กลับมาละ เป็นใครใครก็ถาม
"เปล่าครับ แต่...."ผมเว้นช่วงไว้ ไม่อยากบอกเลยว่าผมทำใจไม่ได้
"งั้น ไปนอนพักเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะไปทำงานบ้านก่อน แล้วจะออกไปหาซื้อของที่ตลาดมาทำอาหารให้กินนะคะ"เหมือนป้าแกจะรู้ว่าผมไม่สามารถพูดออกมาได้ แกจึงเปลี่ยนเรื่องให้ผมสบายใจขึ้น
"ครับ"ผมปลีกตัวขึ้นไปบนห้อง อย่างน้อยไปนอนเล่นเกมยังดีกว่าเยอะเลย

11.03
ตึงดึ่ง ตึงดึ่ง ตึงดึ่ง
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเป็นระยะๆ แต่ยังไม่มีใครไปเปิดหรือว่าป้าจางจะไปตลาดแล้ว ผมตัดสินใจลงไปหน้าบ้านไม่รู้ว่าใครมาบ้านกัน เพราะถ้าเป็นป้าจาง แกจะมีกุญแจสำรองอยู่แล้ว ผมจึงรีบวิ่งออกไปเปิดประตู
"มาแล้วครับๆ"ผมที่กำลังเปิดประตูก็พูดดักไปก่อนเพราะประตูค่อนข้างหนาและสูงทำให้มองไม่เห็นกัน อีกอย่างกลัวคนที่มาจะรัวกดกริ่งอีก
พอเปิดได้ผมก็เงยหน้าขึ้นมาถามทันที
"มาหา...เห้ยย พี่จวิ้นข่าย!!!!!!"

—————————————————————————————————
จบแล้วจ้าาาาา สำหรับตอนที่ 6
ตอนนี้ดราม่านิดนึงนะ 
 แต่แต่งดราม่าไม่ค่อยเก่งอาจะไม่ค่อยซึ้งเท่าไหร่
ต้องขออภัยด้วยนะคะ 
-----------------------
ขออนุญาตเคลียนะคะ
เนื่องจากไรท์ไม่ค่อยได้อัพเท่าไหร่  จริงๆตอนนี้ห่างจากตอนอื่นมาหลายเดือนมาก
เพราะเหตุผลหลายๆอย่างด้วยกัน ยังไงอย่าพึ่งทิ้งกันนะ
ไรท์สัญญาว่าจะแต่งให้จบแน่นอน
แต่ไม่แน่ใจนะว่าจะจบเมื่อไหร่
หาความแน่นอนจากไรท์ไม่ได้จริงๆ(รี้ดเดอร์)
สำหรับใครที่ติดตามอยู่ ก็ขอบคุณนะคะที่ติดตามกันมาจนเริ่มปีใหม่เลย
มาสารภาพแค่นี้แหละ  อิๆ

สวัสดีปีใหม่
HappyNewYear
新年快乐
2020
ปีใหม่แล้วเรื่องไม่ดีขอให้ทิ้งไว้กับปีเก่า แล้วเริ่มต้นใหม่กันนะคะ
สุขภาพร่างกายแข็งแรงทุกคน รวยๆเฮงๆจ้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #11 kanni15 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 00:09

    สงสารน้องหยวน ส่วนนายจวิ้นข่ายจะอะไรกับน้องนักหนาหะ ไปวุ่นวายกับแฟนตัวเองนู้น รอค่ะ

    สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #11
    0
  2. #10 Loser_Wang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 08:05
    เสี่ยวหยวนเจียโหยววว
    #10
    0