[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 7 : Chapter 6 : Miss so Much

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    22 มิ.ย. 59



Chapter 6 : Miss so Much





 

ก็เพราะรักเลยคิดถึงไง

เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ทำไมไม่เข้าใจ?

 






            ว่ากันว่าเวลาแห่งการรอคอยมักเนิ่นนานกว่าเวลาปกติ



            ทั้งที่ตอนนี้เป็นหนึ่งในคลาสที่เธอโปรดปราน แต่ยอมรับเถอะ เธอไม่สามารถรวบรวมสมาธิให้จดจ่อกับการบรรยายของอาจารย์หน้าห้อง หรือแม้แต่เอกสารประกอบการเรียนบนโต๊ะได้อย่างเต็มที่เฉกเช่นครั้งผ่านมา เพราะมัวแต่พะวงกับการเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ทีละวิ



            ก็แค่วันนี้มันต่างไปจากวันอื่นนิดหน่อย



            ไม่นานห้วงเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง อาจารย์กล่าวสรุปบทเรียนพร้อมกับกำชับเรื่องงานกลุ่มอีกเล็กน้อยก่อนแล้วจึงค่อยเดินจากไป ถือเป็นการเลิกคลาสของวันนี้โดยสมบูรณ์



            ระหว่างที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมออกจากห้อง หญิงสาวก็สังเกตได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องมือสื่อสารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าห่อกายด้วยเคสสติชท์อย่างน่ารัก หัวใจพองโตผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นชื่อคนโทรเด่นหราบนหน้าจอ



            “ว่าไงคะแชงแชง” แทบไม่ต้องเสียเวลาคิด มินะรีบรับโทรศัพท์ราวกับกลัวว่าหากช้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียวสายจะถูกตัดไป น้ำเสียงอ่อนหวานพ่วงด้วยหางเสียงและจังหวะการพูดอย่างมีจริตเรียกให้สาวญี่ปุ่นอีกสองคนที่ยืนข้าง ๆ หันขวับ



            แต่ถามว่ามินะสนใจต่อสายตามองแรงของเพื่อนมั้ย? บอกได้เลยว่าไม่



            “ทำไมรับสายเร็วจัง” แชยองเปรยคล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่า เพราะไม่คิดจะเอาคำตอบตั้งแต่แรก เธอจึงตัดบทด้วยสิ่งที่ต้องการแจ้ง “แค่จะบอกว่าฉันเลิกเรียนแล้ว กำลังจะไปซื้อของ เย็นนี้พี่มินะอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”



            อะไรก็ได้ค่ะ ขอแค่ใส่ความรักของน้องลงไปพี่กินได้หมดเลย



            “อ้อ งั้นรอก่อนได้มั้ยคะ พี่มินะก็เพิ่งเลิกเรียนพอดีเดี๋ยวไปซื้อด้วยกันดีกว่าเนอะ”



            นัดหมายกันเสร็จสรรพ สายก็ถูกตัด มินะฮึมฮัมเพลงในลำคออย่างเปี่ยมสุขขณะที่จินตนาการถึงสิ่งที่น่าจะเกิดและอยากให้เกิดในอนาคตอันใกล้นี้



            “แชงแชงด้วยอ่ะ” โมโมะแซว “เมื่อกี้โทนเสียงเธอเปลี่ยนนิดนึงนะ ดูมีความอ่อย”



            “เหรอเขินจัง”



            แม้ซานะจะถือคติเพื่อนมีความสุขเธอก็สุขด้วย แต่พอเห็นท่าทางดี๊ด๊านั่นกับนึกถึงโหมดมินะเสียงสองยามอ้อยคนในโทรศัพท์เมื่อครู่แล้วก็อดหมั่นไส้แรงไม่ได้ “เอ้า ๆ ยิ้มเหงือกบานแล้วน่ะ รีบไปเลย จะไปทางไหนก็ไป”



            “ไม่ต้องบอกก็จะรีบไปอยู่แล้ว” มินะหาได้สะทกสะท้านไม่ ยังมีหน้ายิ้มรับอย่างเบิกบานสำราญใจพร้อมโบกมือให้ประหนึ่งมิสเจแปนมาเอง “เจอกันพรุ่งนี้นะ”



            หญิงสาวเจ้าของผมสีน้ำตาลสว่างยิ้มตลอดทางเดินจากอาคารเรียน ครั้นยิ่งเจอร่างเล็กในชุดมัธยมปลายไม่ค่อยเรียบร้อยที่แสนจะคุ้นตาก็ยิ่งพาลให้รอยยิ้มกว้างขึ้นไปอีก ระหว่างทางพวกเธอคุยกันถึงเรื่องเมนูอาหารเย็นและวัตถุดิบ สิ่งน่าสนใจในวันนี้ รวมถึงแผนกิจกรรมที่ตั้งใจทำหลังมื้ออาหาร



            ต้องขอบคุณระบบไฟฟ้าที่ขัดข้อง แบตโทรศัพท์ที่หมด หรืออะไรก็ตามที่ทำให้แชยองพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเมื่อคราวไฟดับวันนั้นพวกเธอสนิทกันมากขึ้น อย่างน้อยก็สะดวกใจต่อกันมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย



            ไม่อย่างนั้นแชยองคงไม่ขอให้เธอช่วยติวเนื่องในโอกาสสอบย่อยที่กำลังจะมาถึงนี้ ครั้นจะให้สอนฟรีก็คงเกรงใจ (ถึงแม้ว่ามินะจะเต็มใจอยู่แล้วก็ตามที) เด็กสาวจึงจ่ายค่าสอนล่วงหน้าด้วยการชวนเธอกินมื้อเย็นเป็นครั้งที่สอง



แตกต่างกว่าเดิมนิดหน่อยตรงที่คราวนี้พวกเธอช่วยกันทำ



มินะเหลือบมองเจ้าของห้องตัวน้อยที่กำลังวุ่นกับการต้มวัตถุดิบในหม้อเดือดพล่าน ขณะที่เธอเพิ่งล้างผักเสร็จ ยกขึ้นเขียงเตรียมหั่นอยู่ไม่ไกล



อย่างกับคู่รักเพิ่งแต่งงานใหม่เลยอ่ะเธอว์



“หั่นผักนะพี่ อย่าหั่นนิ้วตัวเอง” แชยองพูดติดตลกเมื่อเห็นท่าทางการจับมีดเก้ ๆ กัง ๆ ของคนอายุมากกว่า “แน่ใจนะว่าทำได้?



            “เชื่อมือกันหน่อยสิ ฉันไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้นหรอก” มือใหม่หัดเข้าครัวตอบอย่างมั่นใจ เกือบจะยกมือขึ้นทุบไหล่แล้วด้วยซ้ำหากไม่ติดว่าถือมีดอยู่กะอีแค่หั่นผักแค่นี้ ไม่คณามือเธอหรอก



            ฉึบ!




            อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก




          ค่ะ ไม่คณามือ แต่โดนมือเต็ม ๆ เลยจย้า



            เพราะมัวแต่ตั้งใจหั่นผัก เลยไม่ทันสังเกตว่าเผลอขยับมืออีกข้างไปอยู่ในโพสิชั่นเสี่ยงอันตราย รู้สึกตัวอีกทีใบมีดคม ๆ นั่นก็เฉือนทั้งผักทั้งมือจนเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนเต็มผิวขาวนวลเนียน พร้อมกับความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านจนต้องเบะปาก



            น้ำตานี่เริ่มปริ่มละ



            “ไหนใครบอกว่าไม่ซุ่มซ่ามนะ” ถ้าคาดหวังว่าจะได้รับความสงสารจากแชยอง บอกเลยว่าคุณคิดผิดคนตัวเล็กหัวเราะลั่นอย่างไม่คิดถนอมน้ำใจ คว้ามือคนเจ็บตรวจสอบความเสียหาย “หูย ดีนะมือไม่ขาด”



            และปิดท้ายด้วยการหัวเราะอีกรอบ



            เกิดมาไม่เคยหัวเราะรึไง!



จะตอกย้ำอะไรนักหนา!



            มินะทำหน้ามุ่ย เจ็บก็เจ็บ แถมยังโดนหัวเราะใส่อีกพยายามดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุม หากก่อนที่จะได้ทำอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ลากเธอไปยังอ่างล้างจาน



            “จะทำอะไร”



            “ก็ไม่น่าถามล้างแผลไง พี่จะปล่อยมันไว้เฉย ๆ เหรอ” แชยองเงยหน้าตอบทั้งรอยยิ้ม ไม่เปิดโอกาสให้ทักท้วง กดเปิดน้ำใสสะอาดชำระคราบเลือดอย่างเบามือ อาจเพราะเธอเคยชินกับอุบัติเหตุแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นเธอจึงสามารถรับมือได้อย่างใจเย็น



            เข้าใจดีด้วยแหล่ะว่าเวลามือเป็นแผลแล้วจะทำอะไรก็ลำบากกว่าปกติ



            แต่สงสารกับขำมันเป็นคนละเรื่องกัน



            “เจ็บหรือเปล่า”



            “นิดหน่อย” จับความไหวสั่นในน้ำเสียงได้เล็กน้อย ซึ่งแชยองพอจะอนุมานว่าคนอายุมากกว่าคงจะเจ็บแผล เธอจึงพยายามล้างให้ทะนุถนอมกว่าเดิมอีกหนึ่งระดับ



            ของเหลวสีแดงสดจางลง เผยให้เห็นร่องรอยลากเป็นทางยาวแผลลึกกว่าที่เธอคิด แต่ก็นับว่ายังไม่ร้ายแรงมากนัก



            “ไม่เป็นไรแชยอง แผลแค่นิดเดียวเอง” มินะชักมือกลับทันทีที่เห็นน้ำเกลือกับยาทาแผล หากพยาบาลตัวน้อยยังคงดึงมือไว้แน่น ดวงตากลมแป๋วหรี่ลงอย่างขัดใจ



            “อย่าดื้อสิ”



            “...”



            เพียงเท่านั้นเท่านั้นจริง ๆ มินะก็ปิดปากเงียบไม่หือไม่อือราวกับย้อนกลับไปเป็นเด็กเล็กที่ว่านอนสอนง่ายอีกครั้ง ทำได้แค่นั่งสงบเสงี่ยมปล่อยให้แชยองช่วยจัดการทำแผลทั้งหมดตั้งแต่ขั้นตอนแรกจวบจนขั้นตอนสุดท้าย



            “เสร็จละ”



            “ขอบคุณนะ” เธอคิดว่าตัวเองคงใกล้เป็นบ้าขึ้นทุกทีถึงได้ยิ้มออกได้แม้เพียงมองแค่ผ้าปิดแผลธรรมดา ความเจ็บปวดยังคงอยู่ ขณะเดียวกันก็แฝงด้วยความอบอุ่นในที



            “ดูท่าว่าพี่มินะจะไม่มีดวงเรื่องงานบ้านจริง ๆ แฮะ” แชยองเอ่ยกระเซ้า แววตาพราวระยับเห็นเป็นเรื่องสนุกตามเคย “แบบนี้แต่งงานไม่ได้แหงเลย”




            “อื้องั้นพี่มินะควรแต่งกับคนที่ทำงานบ้านเก่งเนอะ”



            “ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะ แต่คงหายากหน่อย”



            กะไว้แล้วว่าต้องไม่เข้าใจ




            มินะโคลงหัวเล็กน้อยคิดว่าถ้าการโปรยอ้อยแบบอ้อมค้อมมันยากเกินกว่าจะให้เด็กน้อยผู้แสนใสซื่อเข้าใจ เธอก็คงต้องใช้มาตรการปาอ้อยใส่แบบตรงไปตรงมา




            “แล้วแชงแชงสนใจจะเป็นคนช่วยดูแลพี่มินะมั้ยล่ะคะ”



“ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ชอบดูแลใคร อยู่คนเดียวก็ลำบากจะแย่แล้ว”



            “...”



            เดี๋ยวจะไม่เสียเวลาคิดสักหน่อยเลยเหรอ



          ว่าแต่มันเป็นประโยคปฏิเสธ หรือแชยองไม่เข้าใจว่าโดนเธอแจกอ้อยกันแน่?



            “พี่นั่งรออยู่ตรงนี้แหละ จะทำอะไรก็ได้ยกเว้นจับมีด ฉันขี้เกียจทำแผลอีกรอบ” พูดจบ มนุษย์ซื่อบื้อที่สุดในโลกก็ย้อนกลับไปทำมื้อเย็นส่วนที่ค้างต่อให้เสร็จ ทิ้งให้คนแพ้นั่งถอนหายใจยอมรับความเฟลเพียงลำพัง




            หยอดก็แล้ว เต๊าะก็ทำ อ่อยทุกครั้งที่มีโอกาสถ้ามากกว่านี้ก็เหลือแค่จับปล้ำแล้วค่ะ!



            ในความคิดนี่เก่งกล้าเหลือเกิน เพราะเอาเข้าจริงแค่แชยองจับมือแล้วยื่นหน้าใกล้อย่างเมื่อครู่ เธอก็เขินม้วนจนแทบจะเป็นลมตายด้วยความสุขสมเกินพิกัดอยู่ตรงนั้น



            ไม่ยุติธรรมเลย



            เมื่อไรแชยองจะเป็นฝ่ายเขินเธอบ้างล่ะ



           

---------------------------------------------------------------------------------

           



            “แชยองงี่ฉันจะไปซื้อน้ำนะ เธออยากได้อะไรมั้ย” 




            “ขอโทษนะคะคุณจอน ไม่ทราบว่าทั้งโต๊ะนี่มีแค่แชยองเหรอ” ดาฮยอนจีบปากจีบคอพูดขัดกลางวง มีความเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์กลางโรงอาหาร “ใช่ซี้ เธอไม่เคยจะเห็นหัวฉันกับจื่อวี่บ้างเลย ก็เข้าใจว่าเราสองคนมันเป็นแค่คนมาทีหลัง คงสู้ความรักสิบปีของพวกเธอไม่ได้สินะ มันน่าน้อยใจจังเนอะจื่อวี่ยา”



            แสร้งยกผ้าเช็ดผ้าขึ้นซับหางตาป้อย ๆ พรรณนาความน้อยเนื้อต่ำใจครบถ้วนแล้วก็หันไปหาแนวร่วม



            “ฉันขอไซเดอร์” จื่อวี่พูดเสียงเรียบ



            “ไซเดอร์เหมือนกัน” ตามมาด้วยคนผมสั้นที่ทำให้เกิดประเด็น



            โซมียกยิ้ม เหลือบตามองนักแสดงดราม่าเจ้าบทบาทเมื่อครู่ “จะเอาอะไรมั้ยดาฮยอน”



            “ไซเดอร์สาม!



            “สี่” เด็กสาวลูกครึ่งยักไหล่ สรุปผลรวมน้ำที่ต้องซื้อเองเสร็จสรรพ “แล้วก็แก้ข้อมูลนิดนึงนะ สิบสองปีต่างหาก” ก่อนไปก็ไม่วายทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้อีกคนผู้มีมิตรภาพร่วมกันสิบสองปีทนรับรังสีแปลกประหลาดจากเพื่อนร่วมโต๊ะ



            “มันเป็นแค่ความเคยชินน่ะ” แชยองว่า “ปกติพวกเราสองคนอยู่ด้วยกันตลอด โซมีเลยติดเรียกแค่ชื่อฉันแต่ไม่ได้หมายความว่ายัยนั่นไม่สนใจพวกแกซะหน่อย”



            จากประสบการณ์ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยงยันตอนนี้ยัยฝรั่งตัวโตกว่าเธอไปไกลแล้ว ก็พอจะบอกได้ว่าโซมีเป็นผู้หญิงใส่ใจคนรอบข้างมากทีเดียว อาจเพราะเติบโตมากับครอบครัวที่เปิดกิจการร้านอาหาร รู้จักงานบริการมาทั้งชีวิตด้วยมั้งเลยเผลอติดมาใช้กับเพื่อนด้วย



            แชยองที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวจึงได้รับส่วนบุญนี้ไปเต็ม ๆ



            เพราะแบบนี้ไงเธอถึงเคยชินกับการเป็นฝ่ายถูกดูแลมากกว่า ไม่ต้องคิดไกลถึงขนาดว่าจะไปดูแลใครหรอก แค่เอาตัวเองให้มีชีวิตรอดผ่านวันหนึ่งได้ก็เหนื่อยมากพอแล้ว




            ถ้าจะมีใครสักคนก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นที่เธอขีดไว้ไม่ถึงกับทั้งหมด แค่มากกว่าคนอื่นนิดหน่อย




            ก็คงเป็นผู้หญิงนุ่มนิ่มไม่สันทัดเรื่องงานบ้านคนนั้นล่ะมั้ง

         


 

---------------------------------------------------------------------------------

 



            อะไรเอ่ยมือใช้การไม่ได้ข้างหนึ่งแล้ว แต่ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาอ้อยเด็กถึงที่ทำงานพิเศษ




            เมียวอิ มินะ ไงจะใครล่ะ



            “โห แปะผ้าขนาดนี้ แผลมันต้องน่ากลัวมากแน่เลย” นายอนเบิกตากว้าง ชะโงกหน้ามองด้วยความตื่นเต้นคล้ายกระต่ายขี้สงสัย เธอไม่เคยรู้จักหรือแม้กระทั่งไม่เคยคิดว่าโลกนี้จะมีมนุษย์เซ่อซ่าเฉือนมือตัวเองจนเป็นแผลใหญ่ได้ขนาดนั้น  



            เห็นแล้วก็ยิ่งพาลอยากจะรู้ว่าแผลภายใต้ผ้าขาวสะอาดนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร เนื้อเปิดมั้ย? ลึกถึงกระดูกหรือเปล่า? แค่คิดก็อเมซิ่งแล้ว



“อยากเห็นอ่ะ เปิดให้ดูหน่อยดะโอ้ย เธอตีหัวฉันทำไมอ่ะจองยอน” ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ต้องโดนขัดจังหวะโดยเพื่อนร่วมงานอีกคน นายอนย่นจมูกขัดใจพลางยกมือขึ้นลูบหัวตำแหน่งที่โดนทำร้ายป้อย ๆ



            “แล้วจะยุ่งเรื่องของเขาทำไมนักเล่า” จองยอนว่าเสียงดุ โบกถาดพลาสติกที่เพิ่งใช้เป็นอาวุธไปทางประตูห้องครัว “กลับเข้าข้างในเลยป่ะ ลูกค้าเริ่มมาแล้ว”



            “ก็ด้ะไว้คุยกันใหม่นะมินะ” โบกมือบ๊ายบายมินะอย่างร่าเริงเสร็จแล้วก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่คนตัวสูงโทษฐานบังอาจทำร้ายแม่ครัวผู้แสนล้ำค่า สง่างามและหน้าตาดีที่สุดของร้าน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คือนายอนสถาปนาด้วยตัวเองคนเดียว ไม่ถามความเห็นใครทั้งสิ้น




            “ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจนะ” หลังจากอัญเชิญกระต่ายกลับรังเรียบร้อยแล้ว จองยอนก็หันมาค้อมหัวให้เล็กน้อย “นายอนก็เป็นคนซื่อตรงแบบนี้แหล่ะ อยากรู้อยากเห็นเหมือนเด็ก ๆ แต่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอกหวังว่าเธอจะไม่ถือสานะ”



            มินะส่ายหน้าทั้งรอยยิ้ม



            “อย่าห่วงเลย ฉันไม่คิดมากหรอก”



            กระนั้นก็อยากกราบขอบคุณคนชิคตรงหน้าเหลือเกินที่เป็นอัศวินขี่ม้าขาวช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจจริงอยู่ว่าเธอไม่นึกโกรธสาวฟันกระต่ายสักนิด แต่ขณะเดียวกันเธอก็ไม่คิดว่าการเปิดแผลฉกรรจ์ให้คนอื่นดูจะส่งผลดีต่อตัวเองเท่าไรนัก



            แค่ขยับหรือกระทบกระเทือนนิดเดียวก็เจ็บปวดจนแทบดิ้นพราดแล้ว



            จองยอนขยับรอยยิ้มโล่งใจ “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ขอให้หายไว ๆ นะถ้าอยากได้อะไรเรียกฉันได้เลย แต่อีกเดี๋ยวแชยองก็คงมาแล้วล่ะ” พูดจบก็แยกตัวไปรับรองลูกค้าวัยรุ่นกลุ่มใหม่ตามหน้าที่ ปล่อยให้มินะได้มีช่วงเวลาสงบสุขบ้างหลังจากถูกรบกวนมานาน




            แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอคุยกันอย่างสนิทสนมหลังจากรู้ว่าแชยองทำงานพิเศษที่นี่ สาวญี่ปุ่นก็แวะเวียนมาอุดหนุนอยู่บ่อยครั้งกลายเป็นลูกค้าขาประจำ จนพาลรู้จักกับพวกพนักงานในร้านคนอื่นด้วย



            ถือคติว่าถ้าจะจีบใครต้องเข้าทางคนรอบตัวเหยื่อด้วยอ่ะค่ะ



            นายอนเป็นคนพูดมาก ติดนิสัยแบบเด็ก ครั้นเห็นเธอไม่ใช่คนช่างพูดในระยะแรกก็พยายามชวนคุยตลอดเวลาไม่หยุดปากราวกับว่ารู้จักกันมาสิบปี จองยอนพูดน้อยหน่อยแต่ก็ใจดี มีรังสีของคุณแม่แผ่ซ่านออกมาตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนอยู่กับนายอน




            อ้อส่วนอีกคนก็



          จอน โซมี



            รอยยิ้มหุบทันทีเมื่อเห็นเจ้าหล่อนเดินเคียงข้างมาพร้อมกับแชยอง และอีกสองคนข้างหลังก็น่าจะเป็นพวกเพื่อนในกลุ่มที่เธอเคยได้ยินแค่ชื่อผ่านหู หน้าขาวแก้มแน่นแบบพิมพ์นิยมเกาหลีคงเป็นดาฮยอน ส่วนเด็กสาวร่างสูงสวยคมเกินอายุนั่นน่าจะเป็นจื่อวี่จากไต้หวัน



            “แผลเป็นไงบ้างอ่ะพี่” แชยองถามขณะพิงร่างเล็กกับพนักเก้าอี้



            “เจ็บน้อยกว่าเมื่อวานนิดนึง” เธอเหยียดยิ้มหวานเชื่อมให้คนตรงหน้า พยายามไม่สนใจสองสายตางุนงงและอีกหนึ่งสายตาเย็นเยียบที่ส่งมาอย่างไม่คิดปิดบัง



            เฮอะ ไอด๊นแคร์!



            “แล้วนี่มาทำอะไรเนี่ย มือเดี้ยงขนาดนี้ยังจะนั่งชิวอีกทำไมไม่รีบกลับไปพักที่ห้อง”



            น้องแชงอุตส่าห์เป็นห่วงกันขนาดนี้แล้วจะใส่ใจคนอื่นทำไม



            “ก็พี่มินะคิดถึงแชงแชงไงคะ” ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอเลยเผลอเพิ่มความดังเสียงโดยไม่รู้ตัวแน่นอนว่ามันไม่ได้ดังลั่นร้าน แต่ก็มากพอให้เด็กสาวสามคนที่ยืนอยู่ข้างหลังอ้าปากค้าง



โอ้หม๊ายก๊อด



            “คุณพระ” ดาฮยอนยกสองมือขึ้นทาบอก ไม่ทันคาดคิดว่าจะมาเจอฉากเซอร์ไพรซ์ต่อหน้าต่อตา ว่าแล้วก็เหลือบหางตามองเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคนจื่อวี่นิ่งเฉยตามปกติซึ่งไม่รู้ว่ากำลังอึ้งหรือแปลไม่ทัน ขณะที่โซมีนั้น



            มีความมองบน มองแรง และมองนาน



            “คิดถึงทำไมอ่ะ เมื่อคืนก็เพิ่งเจอกันเอง” ได้สติอีกทีก็ตอนที่เพื่อนสาวตัวเล็กตอบกลับพี่มินะอะไรนั่นอย่างเรียบเฉย ย้ำว่าเรียบเฉย ปราศจากความเขิน ไร้ซึ่งแววตกใจ ราวกับเป็นประโยคทักทายธรรมดา



            มินะเอียงหน้ายกมืออีกข้างขึ้นเท้าคาง เม้มริมฝีปากชั่วครู่แล้วจึงเปล่งน้ำเสียงนุ่มนิ่มออกมา



            “แชงแชงไม่รู้เหรอ สำหรับบางคนไม่เจอกันแค่วินาทีเดียวก็คิดถึงได้ค่ะ”



            “ไปทำงานกันเหอะแชยองงี่” ก่อนที่ใครจะได้ตอบอะไรอันที่จริงมินะเพิ่งกล่าวจบด้วยซ้ำ ลูกสาวเจ้าของร้านก็รีบคว้าคอคนตัวเล็กด้วยแขนยาว ๆ ล็อคไว้เสียแน่นแล้วทำท่าจะลากไปทางห้องครัว “ขอตัวนะคะพี่มินะส่วนพวกเธอจะนั่งตรงไหนก็ตามสบาย”



            คนอายุมากสุดเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ขณะมองแชยองโดนลากหายเข้าหลังร้าน นับวันโซมีก็ยิ่งกันท่าคล้ายต้องการประกาศสงครามกับเธอทุกทีคราแรกคิดในแง่ดีว่าเจ้าตัวคงแค่หวงเพื่อน เก็บความข้องใจทุกครั้งที่เห็นเด็กสองคนนั้นแสดงทีท่าสนิทสนมกัน



จนกระทั่งวันนี้ถึงได้เข้าใจ



            ดูท่าว่าชีวิตเธอคงไม่ง่ายแล้วล่ะมั้ง



พลันนึกได้ว่าเด็กมัธยมปลายอีกสองคนกำลังยืนค้ำหัวอยู่ จึงพยายามกำจัดอารมณ์ขุ่นมัวแล้วหันไปโปรยยิ้มให้ วางท่าพี่สาวใจดี



            ดาฮยอนยิ้มตอบแห้ง ๆ คงเพราะยังตั้งตัวรับสถานการณ์ไม่ทันจนรู้สึกกระอักกระอวน จื่อวี่กระตุกยิ้มมุมปากยากจะแปลความหมาย หากแววตาสดใสนั่นก็พอให้เธอเดาได้ว่าเจ้าตัวคงไม่มีเจตนาร้ายอะไร อาจจะแค่ยิ้มแซวเฉย ๆ



            เห็นมั้ยล่ะเธอออกตัวแรงแหกทุกทางโค้งขนาดนี้ เห็นครั้งแรกก็ฟันธงแบบไม่ต้องพึ่งหมอดูได้เลยว่ามีเจตนาแฝงชัวร์ ต่อให้เป็นแค่เด็กอนุบาลไม่ประสีประสายังดูออกเลยด้วยซ้ำ




            แล้วแชยองไม่คิดจะรู้ตัวสักนิดเลยหรือไง?

 



           

 

******************************************************************************************

เรื่องนี้พี่มินะมีสองโหมดค่ะ โหมดปกติ กับโหมดเสียงสอง มีไว้อ้อยเด็กโดยเฉพาะ

ส่วนตัวชอบโหมดเสียงสองมาก จินตนาการแล้วกร๊าวใจดี

สำหรับเรื่องนี้ บอกก่อนเลยว่าทั้งพี่มินะและน้องแชง เป็นบุคคลประเภทต้องถูกดูแลทั้งคู่

เพราะงั้นมันเลยน่าสนใจมากถ้าสองคนนี้จะต้องมาดูแลกันเอง คุณคิดงั้นหรือเปล่าคะ?

 

#FicSweetest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #377 Mimi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 18:47

    รุกเลยค่ะพี่มินะ สู้เค้า

    #377
    0
  2. #114 Miguri (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:35
    อยากเป็นแชงแชง ><
    #114
    0
  3. #108 tew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 17:47
    อ้อยแรงอะไรเบอร์นั้นนน แต่น้องก็ยังคงเฉย 55555555

    ไม่รู้จะสงสารหรือขำคนพี่เค้าดีค่ะ จื่อดุ๊บนั้น ดูมีความแสบ
    #108
    0
  4. #97 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:06
    แนะนำไห้จับปล้ำค่ะ พี่มินะ5555555555
    #97
    0
  5. #96 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:05
    แต่ก้เริ่มๆคิดบ้างแล้วแหละ แต่โคตซื่อบื้อ คนชอบก้ไม่รุตัว แต่น่ารักค่ะๆๆชอบบบบบ
    #96
    0
  6. #95 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:04
    แอร๊ยยยยน่ารักอ้ะะ ชอบอะะ น้องแชงนี่ไม่คิดจะเขินมั่งเลอะ
    #95
    0
  7. #94 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 12:47
    โอ้ยไรท์คะ นี่เป็นเรื่องนี้เป็นฟิคมิแชงที่ชอบที่สุดเลยฮืออออ ต้องแบบนี้เลยค่ะไม่มีใครแมนเกิน น่ารักกกก

    หมั่นไส้พี่มินะเสียงสองมากแต่ชอบค่ะ555555อ้อยคว่ำทั้งรถขนาดนนี้น้องแชงยังไม่รู้เรื่องเลย ขำมากค่ะ555555

    #94
    0
  8. #93 Ffffffff (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 09:12
    อ่านรวดเดียวจบเลย เขินมากกกก

    มินะน่าสงสารจังค่ะแต่น้องแชงก็จะซื่อเกินไปหน่อย555555

    มินะสู้เขาน้าาา
    #93
    0
  9. #92 BearBD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 01:19
    อาจื่อสนใจช่วยพี่มินะมั้ยคะ เพื่อคุณน้องแชงจะเลิกซื่อ+บื้อซะที ให้มินะเมินไปเลย เมินไปๆ 5555
    เค้าล้อเล่นนะ ตลกดาฮยอนอะ ช็อคไปเลยดิ
    #92
    0
  10. #91 apolloxx17 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 00:45
    สงสารความโดนเทอ้อยทิ้งมากค่ะ 555555555555555 รุปคือน้องแชงมันบื้อจริงๆใช่มั้ยอ่ะ โอ้ยยชีวิตนี้ เค้าชอบที่แทนตัวเองว่าพี่มินะมากเลยอ่ะ งื้อออ ;--;
    #91
    0
  11. #90 nywtgame9 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 23:49
    อ้อยจนจะจับกินอยู่แล้ว 55555
    แต่แชงเหมือนตะเริ่มรู้สึกแล้ว....นิดนึง 55555

    สู้ต่อไปค่ะ พี่มินะเสียงสอง >_<
    #90
    0
  12. #89 aonnuch_zz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:30
    อ้อยจนพี่จิกแล้วค้าาาาาาาาาา น้องแชงยังไม่รู้อีกหรอ55555

    ปกติชอบซมแชงนะ..5555แต่พอมาเปิดศึกกับพี่มินะแล้ว..

    เราจะไม่ยอมค่ะ5555555 มิแชงสู้เขา!!

    .

    .

    ต่อไวๆนะคะไรท์
    #89
    0
  13. #88 A19. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:19
    พี่มินะโหมดปกติก็ดูนุ่มนิ่มธรรมดาๆ แต่พอโหมดเสียงสองปุ๊บ น่าหมั่นไส้ขึ้นเป็นกองเลยอ่ะค่ะ ไม่แปลกใจที่โซมีจะมองบน นี่ก็มองบนเหมือนกัน พี่เขาน่าตีจังเลยค่ะ ฮือ 5555555555555 แต่ทำรถอ้อยคว่ำใส่น้องแชงไปก็เท่านั้น วงวาร555555555
    #88
    0
  14. #87 khunlung_s (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:13
    นี่ซื่อขนาดนี้จริงๆ เหรอแชงเอาดีๆ - -"
    #87
    0
  15. #86 ++Black_Hell++ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:04
    นี่น้องแชงไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งเป็นไม่รู้อ่ะคะ 5555555 คิดว่าน่าตะเป็นอย่างแรก
    เกลียดการอ้อยของพี่มินะมากกกกกกก 555555555555 ขำทุกอัน แต่ก็นั่นล่ะ อ้อยขนาดนี้น้องแชงก็ยังไม่อะไรเลย รีบๆรู้ตัวหน่อยลูกกกกกก
    งานหินเหมือนกันนะเนี่ย ต้องมาคอยเต๊าะน้องที่ซื่อเหลือเกิน เพื่อนสนิทน้องก็ยังมาชอบน้องอีก สู้ค่ะพี่มินะ!!!
    #86
    0
  16. #85 kumyoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 21:45
    น้องแชงทำไมซื่องี้คะ พี่มินะอ่อยจนไม่รู้จะอ่อยยังไงแล้ว55555
    #85
    0
  17. #84 Zyscl2onight (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 21:17
    อ่านตอนนี้แล้ว อุ๊ต๊ะ ยกมือทาบอก เบะปากนิดๆ มองบนหน่อยๆ 
    มินะไม่นุ่มนิ่มแล้วนะ เริ่มจะหลอมเหลว เพื่อซึ่มผ่านน้องแชงแล้วนะ 

    แต่พี่รู้ไหม ว่ามีเขื่อนว่ามิตรภาพ 12 ปีอยู่นะ หึหึหึหึ 
    ทีมไรดี อยากเห็นมินะอ่อยหนักก็ต้อง #ทีมโซมี ไปก่อนสินะ 
    #84
    0
  18. #83 Minajang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:48
    น่ารักมากเลยค่ะ แชงก็รู้แหละแต่เนียนนน6666555
    #83
    0
  19. #82 _PimzZ_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:31
    โง้ยย แชง พี่เขาออกตัวแรงขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกเรอะะะ ล้อฟรีหมดแล้วนั่น
    มินะเอ้ย งานหนักงานใหญ่งานปลาวาฬเลยนะนั่น เพื่อน 12 ปีเนี่ย
    เรามีความคิดที่ว่า แฟนกันควรดูแลกันและกันมากกว่าฝ่ายนึงจะได้รับการดูแลฝ่ายเดียวนะ มันจะแบบ ใครดูแลใครในด้านไหน แบบไหนมากกว่า ฉะนั้นมิแชงดูแลกันและกันได้แน่ ><
    #82
    0