[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : Such a Surprise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    9 มิ.ย. 59



Chapter 4 : Such a Surprise



 

เรื่องบางเรื่อง

ก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว




 

            รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่เธอก็ยังภาวนาให้ช่วงเวลาทุกเสี้ยววินาทีผ่านไปเร็วกว่านี้สักหน่อย



            อย่างน้อยก็สำหรับคาบเรียนเช้าวันเสาร์ที่เธอและเพื่อนร่วมห้องอีกนับสิบชีวิตกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้



            หัวของแชยองเริ่มโอนเอียงไปมาตามจังหวะการสอนเนิบนาบของอาจารย์อาวุโสหน้าห้องที่ดูเหมือนจะสนใจการบรรยายและการขีดเขียนบนกระดาน มากกว่าจะใส่ใจเหล่านักเรียนไม่เอาไหนที่พากันฟุบหลับอย่างเปิดเผยกว่าครึ่งค่อนห้อง



            แน่นอนว่าอีกค่อนห้องที่เหลือนั้นถ้าไม่เล่นโทรศัพท์มือถือ ก็จับกลุ่มพูดคุย กินขนมกับเพื่อนที่นั่งโต๊ะติดกัน ยกตัวอย่าง คิม ดาฮยอน และ โจว จื่อวี่ ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอตอนนี้



            แชยองสะบัดหัว พลางตบหน้าตัวเองเรียกสติ หยิบดินสอขึ้นมาแล้วพยายามจดจ่อสมาธิกับการขีดเขียนวาดดูเดิลบนเนื้อกระดาษ เร่งระดับเสียงเพลงจนกระหึ่มหูฟังตามเคยเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอหลับ



            เพราะถ้าเธอหลับเมื่อไรเธอคงไม่มีสติพอจะตื่นไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารต่อหลังหมดคาบเป็นแน่แท้



            “เอาล่ะ ครูมีคำถาม”



            ทั้งชั้นเรียนเงียบกริบเป็นป่าช้าขณะที่อาจารย์เริ่มบอกโจทย์ยาวเหยียด ทุกการกระทำหยุดชะงักกึกราวกับเป็นเครื่องจักรหมดพลังงาน สายตาทุกคู่เลิกลั่กมองทางนั้นที ทางนี้ที ไม่มีใครกล้าสบตาชายอาวุโสที่ยืนอยู่หน้าห้องแม้แต่คนเดียว



            “ตอบซิ คุณโจว” หลังจากผ่านการสแกนทั่วห้องหนึ่งรอบก็ได้ตัวนักเรียนผู้โชคร้าย



            โจว จื่อวี่ไม่ลุกขึ้นยืนตามมารยาทการตอบคำถาม หากนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมแล้วเอียงคอไปมาประหนึ่งลูกหมาตัวน้อยที่ยังไม่เข้าใจโลก น้ำเสียงเนิบนาบเอ่ยออกมาอย่างติดขัด



“อะไรหรา มะเห็นเข้าจัยรุยข่ะพาสาเกาหลียากจุงเบย”



ตอแหลมั่กขร่า



พูดไม่ชัดเป็นสก๊อยฝึกหัดเชียวนะยะหล่อน



ใช้ความต่างชาติของตัวเองได้เป็นประโยชน์มาก



แชยองหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อนึกถึงเมื่อเช้าก่อนเข้าคาบที่สาวไต้หวันเพิ่งพ่นประโยคยาวเป็นหางว่าว บ่นระคนด่ารุ่นพี่เกรดสิบสองที่ตามตื๊อ เสนอหน้ามาให้หล่อนเห็นทุกเช้ากวางวันเย็นจนน่ารำคาญให้พวกเธอฟังน้ำเสียงฉะฉานประหนึ่งว่าเกิดและเติบโตมาที่เกาหลีทั้งชีวิตอย่างไรอย่างนั้น



“คุณควรพัฒนาทักษะด้านภาษาเกาหลีให้มากกว่านี้นะ” อาจารย์ถอนหายใจ แล้วเบี่ยงเป้าหมายไปยังเด็กสาวหน้าเต้าหู้ที่นั่งถัดไปแทน “ถ้างั้นคุณคิม ช่วยตอบคำถามนี้แทนเพื่อนหน่อยซิ”



“ไม่ทราบค่ะ”



นี่ก็ตรงเกิ๊น



“งั้นก็



ชายอาวุโสตวัดสายตาไปยังพื้นที่ด้านหลังสองสาว ประสานตากับเด็กหลังห้องคนสุดท้าย



“...”



ไวเท่าความคิดแชยองฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที



ตอบไม่ได้ แกล้งตายเลยค่ะ



“...”



“ครูจะอธิบายเองก็แล้วกันนะ”



 

---------------------------------------------------------------------------------

 



ทันทีที่สัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนดัง เป็นอันจบการเรียนการสอนครึ่งวัน เหล่านักเรียนเกรดสิบก็ส่งเสียงเฮ พากันเก็บสัมภาระแล้วลากตัวเองออกจากห้องด้วยความไวแสง ไม่แม้แต่จะรอให้อาจารย์เดินออกไปก่อนด้วยซ้ำแต่จะว่าอะไรได้ ในเมื่อแชยองเองก็เป็นหนึ่งในคนที่รีบออกจากห้อง



“แชยองอา ไปเที่ยวกับพวกเรามั้ย ช่วงนี้หนังน่าดูเข้าเยอะมากเลย” ระหว่างเดินตามโถง ดาฮยอนก็พุ่งเข้ากอดคอคนตัวเล็กจนแทบเซ ตามด้วยจื่อวี่ที่เดินมาขนาบอีกข้าง



“แกก็รู้ว่าฉันต้องไปทำงานต่อ” แชยองพูดเนือย ๆ พยายามแกะแขนดาฮยอนออก แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผล



“พอแชยองพูดว่าจะไปทำงาน พวกเราดูเป็นเด็กเลวเลยเนอะดาฮยอน”



ดาฮยอนหัวเราะลั่น แสดงท่าทีไม่ใส่ใจต่อคำพูดทื่อ ๆ ของสาวหน้านิ่ง หรือบางทีอาจเป็นเพราะไม่ทันนึกถึงความหมายโดยนัย “ก็ลองชวนดู เผื่อว่าอยากโดดงานบ้างไรบ้างเอาเหอะ ไว้พวกฉันจะดูเผื่อละกัน ฝากความคิดถึงให้โซมีด้วยนะ บอกด้วยว่าพวกฉันยังรอบัตรกำนัลกินข้าวฟรีอยู่เสมอทุกลมหายใจ”



โดดงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวกิน



โบกมือลาสองเพื่อนสาวที่เดินไปยังประตูทางเข้าทางออกโรงเรียน ส่วนเธอยังต้องรอเพื่อนร่วมงานควบตำแหน่งลูกสาวเจ้าของกิจการหน้าอาคารเรียนก่อนไม่นานนักเด็กสาวหน้าลูกครึ่งก็พาร่างสูงโปร่งของตัวเองออกมาพร้อมรอยยิ้มแป้นและดวงตาเป็นประกายสดใสอย่างเคย



            “ง่วงเหรอ” จอน โซมี เอ่ยทักทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสาวตัวเล็ก “เมื่อคืนฉันก็บอกแล้วว่าให้กลับไปก่อน พ่อฉันไม่ว่าอะไรหรอก”



            “ไม่เอาอ่ะ อยากทำงานให้คุ้มค่าจ้าง” คนพักผ่อนไม่เพียงพอบอกปัดอย่างดื้อดึง เธอเข้าใจถึงความหวังดีของครอบครัวจอนที่มอบให้เธอเสมอมา ดังนั้นเธอจึงอยากตอบแทนด้วยการตั้งใจทำงานพาร์ทไทม์แลกกับค่าจ้างอย่างเต็มที่



            และแน่นอนเธอใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ทำงานนี้ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว



            พลันความคิดของเด็กสาวก็สะดุดลงเมื่อจู่ ๆ ใบหน้าสงบนิ่งพร้อมรอยยิ้มบางของคนข้างห้องก็ลอยเข้ามาในสมอง


            ถึงจะแค่ไม่กี่วันแต่ทุกเย็นที่เธอกับมินะต้องเจอกันก็เหมือนจะกลายเป็นกิจวัตรขนาดย่อมไปแล้ว


            เมื่อวานเธอไม่ได้กลับห้องตามเวลาปกติด้วย


            หวังว่ามินะคงไม่ได้แวะมาเคาะประตูห้องเธอหรอกนะ ทั้งเมื่อวาน รวมถึงวันนี้ด้วย


            เพราะพวกเธอคงไม่มีโอกาสได้เจอกันในช่วงศุกร์เสาร์อาทิตย์ที่แชยองต้องทำงานแน่นอน



            ร้านอาหารของครอบครัวจอนเป็นคาเฟ่ขายทั้งของคาวของหวานและเครื่องดื่ม ตั้งอยู่ย่านการค้าใจกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน ร้านไม่ได้ใหญ่โตนัก ทว่าไม่ได้แคบจนเกินไป และอาจเพราะการตกแต่งร้านที่ดูมีรสนิยมผสมผสานกับรสชาติที่อร่อย จึงมีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสายในแต่ละวัน



            “มาแล้วเหรอ วันนี้เลิกเรียนเร็วจัง” พอเปิดประตูร้านก็เจอพนักงานประจำ ยู จองยอน ยืนเคลียร์โต๊ะตัวแรกอยู่ตรงปากทาง



            “มีอะไรให้ช่วยมั้ยพี่”



            “ตอนนี้ยัง แต่อีกชั่วโมงล่ะได้ช่วยแน่” จองยอนยิ้ม ถึงแม้จะเริ่มมีลูกค้าทยอยเข้ามากว่าค่อนร้านแล้ว แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้อยู่ “เข้าไปช่วยเตรียมของข้างในก่อนเหอะ ป่านนี้นายอนบ่นแย่แล้วมั้ง”



            เป็นจริงดั่งที่จองยอนว่าบรรยากาศข้างในโซนห้องครัวร้อนแรงประหนึ่งสงครามโดย อิม นายอน แม่ครัวฟันกระต่ายที่กำลังยุ่งกับการเตรียมผัก หั่นเนื้อ ต้มน้ำซุป ตั้งกระทะ และอีกมากมายในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากขยับบ่นถึงความเหนื่อยยากให้ใครก็ไม่รู้ฟัง ทั้งที่เจ้าหล่อนเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงคนเดียวในห้องนั้น



            จะแฟนตาซีมากเกินไปหน่อยมั้ย



            “วุ่นวายเหมือนทุกทีเลยเนอะ” โซมียิ้มแห้ง ไม่รู้ว่าควรประทับใจพี่สาวตรงหน้าที่สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกันหรือควรกังวลมากกว่า



“ถ้าครัวระเบิดฉันจะบอกทุกคนว่าเป็นความผิดพี่” แชยองว่าขณะถือชุดยูนิฟอร์มเดินเลี่ยงไปทางโซนหลังร้าน ทอดสายตามองนายอนอย่างหวาดระแวง “พวกฉันเปลี่ยนเสื้อแป๊บเดียว หวังว่าออกมาแล้วจะยังไม่เกิดเรื่องร้ายแรงนะ”



            “ย๊า ซนแชยองเธอไม่ไว้ใจฝีมือพี่สาวคนสวยรึไง”



            การทำงานวันนี้ยังคงเหนื่อยยากดังเช่นทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังเที่ยง หากอย่างน้อยการมีพนักงานมัธยมปลายสองคนมาช่วยเพิ่มก็ดูจะเป็นการแบ่งเบาภาระที่ดี โซมีออกไปช่วยจองยอนรับรองลูกค้าข้างนอก ส่วนแชยองพอใจกับการเตรียมของข้างในกับนายอนมากกว่า



            แต่ก็นั่นแหละหลายครั้งที่ลูกค้ามากันเต็มร้าน เธอก็ต้องออกไปช่วยข้างนอกอยู่ดี



            “อ่ะ อันนี้น้ำของโต๊ะสี่นะ” นายอนเลื่อนถาดให้ คนอายุน้อยกว่ารับมันไว้แล้วเดินแทรกผ่านเข้าโซนร้านอาหาร ดวงตากลมเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าบรรยากาศวุ่นวายมากแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงโซมีดังจากอีกฝั่ง



            แชยองงี่ช่วยไปรับออเดอร์โต๊ะเก้าให้ทีสิ เร็วหน่อยนะ ลูกค้ารออยู่



            เด็กสาวหยิบสมุดกับดินสอจดรายการอาหารจากบนเคาน์เตอร์ เป้าหมายแรกคือส่งน้ำให้ลูกค้าโต๊ะสี่ จากนั้นจึงตรงดิ่งไปยังโต๊ะเก้าที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย



            คิ้วขมวดขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหน้าหนึ่งในลูกค้าที่จ้องเธอกลับอย่างไม่วางตาเช่นกัน



            “แชยอง?



            “พี่มาได้ไงอ่ะ บังเอิญจังเลยเนอะ”



            มินะไม่สามารถห้ามรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าได้เลย คล้ายทุกความคับข้องใจตลอดวันที่ผ่านมาสลายหายไปหมดเพียงแค่ได้รู้ว่าเจ้าเด็กน้อยข้างห้องไม่ได้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอะไรทำนองนั้น



            และตอนนี้เธอก็มีความสุขเกินกว่าจะคิดว่าการเจอกันของพวกเธอเป็นแค่เรื่องบังเอิญ



            “อื้อแต่ฉันคิดว่ามันเป็นพรหมลิขิตมากกว่า”



            ช่างกล้า



            ประโยคนี้ลอยขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงภายในใจสาวญี่ปุ่นอีกสองคนผู้ถูกเพื่อนลืมเลือน ซานะเบ้ปากมองแรง ขณะที่โมโมะช็อคจนจิตหลุดไปแล้ว



            ต้องมั่นหน้าขนาดไหนถึงพูดประโยคพรรค์นั้นออกมาได้โดยอายปากน่ะ



            “ฟังดูเชยไปหน่อยนะ แต่จะเรียกว่างั้นก็คงได้มั้ง” เป็นไปตามคาด แชยองยังคงแสดงท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรอย่างเคย ไม่มีแม้แต่แววความเขินอายสักเสี้ยวผงธุลีเดียว



            “แชยองทำงานที่นี่เหรอ”


            “ช่าย พาร์ทไทม์วันศุกร์เสาร์อาทิตย์น่ะ”


            “มิน่าล่ะ เมื่อวานฉันเลยไม่เจอเธอ” ดวงหน้าสวยแสร้งสลดลง “เป็นห่วงแทบแย่ คิดว่าเกิดเรื่องอะไรไม่ดีซะแล้ว”



            แชยองชะงักเล็กน้อยกับเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดภายใน ซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร บางทีอาจจะเป็นความตกใจ ความรู้สึกผิด รวมถึงความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายได้



            คล้ายตอนกำลังตื่นเต้น หรือไม่ก็วิ่งรอบสนาม


            แต่มันดีกว่านั้นเยอะเลย



            “ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะ”



            “เอ่อ ฉันขอสั่งอาหารก่อนได้มั้ย” ด้วยความสัตย์จริง โมโมะไม่อยากขัดบรรยากาศแห่งความสุขของเพื่อน หากตอนนี้ท้องเธอส่งเสียงประท้วงดังโครกครากจนแทบได้ยินกันทั้งโต๊ะ “หิวจะตายแล้ว”



            “อ๊ะ ขอโทษค่ะคุณลูกค้าไม่ทราบว่าต้องการรับอะไรดีคะ” แชยองรีบยกสมุดกับดินสอขึ้นมาจดรายการ ท่าทีและน้ำเสียงนอบน้อมกว่าเดิมหลายเท่าตัว



            เวลาน้องแชงพูดคะขาแล้วน่ารักจังเลย


          ยิ่งใส่ชุดยูนิฟอร์มหลวมโครกของร้านแล้วตัวยิ่งเหลือกระเปี๊ยกเดียว


เอ็นดูง่ะ อยากห่อกลับไปเลี้ยงที่ห้อง



            เมื่อทวนรายการเสร็จทุกอย่างแล้ว แชยองก็ปลีกตัวกลับไปทำงานต่อ ขณะที่มินะนั่งมองแผ่นหลังพนักงานตัวเล็กจนกระทั่งลับสายตาไปนั่นแหละ ถึงได้หันกลับมาสนใจเพื่อนร่วมโต๊ะที่จ้องเธออย่างไม่วางตาเช่นกัน


            “อะอะไร?



            “ฉันคิดว่ามันเป็นพรหมลิขิตมากกว่า” ซานะเลียนเสียงคล้ายเจ้าของประโยคที่เปลี่ยนอารมณ์มาดี๊ด๊าอย่างชวนให้หมั่นไส้ “เนี่ยเหรอน้องแชยองของเธอ ตัวเล็กน่ารักใช้ได้เลยนะ”



            “ไม่ใช่แค่น่ารักใช้ได้สิ น่ารักมากต่างหาก”



            อห ความทาสรักนี้



            “พวกเธอรีบไปไหนมั้ย”



            ไม่ต้องขยายความประโยคมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ซานะก็เข้าใจทันทีว่าเพื่อนต้องการอะไร



            “จ้า ไม่รีบจ้า รู้ว่าอยากอยู่เฝ้าเด็กจ้า ตามสบายเลย”



 

---------------------------------------------------------------------------------

 

           


“แชยองเลิกงานกี่โมงเหรอ”



ยามบ่ายคล้อย ลูกค้าภายในร้านเริ่มบางตาลง พนักงานก็พาลว่างงานไปด้วยเพราะงั้นมินะเลยไม่รู้สึกว่ามันแย่อะไรหากเธอชวนแชยองคุย



            “ก็อยู่ทำงานจนถึงเวลาปิดร้านเลยอ่ะ” แชยองหยุดยืนหน้าโต๊ะอย่างที่ควร ไม่ขยับตัวเข้าไปใกล้ รักษาระยะห่างในฐานะลูกค้ากับพนักงาน “วันนี้วันเสาร์ด้วย คงเลิกดึกเหมือนเมื่อวาน”



            “แล้วดึกที่ว่านี่กี่ทุ่ม”


            “สี่ทุ่มกว่าเลยรวมเวลาเก็บร้านด้วยกว่าจะถึงห้องคงเที่ยงคืนกว่าล่ะมั้ง”


            “กลับคนเดียว?” คิ้วเริ่มขมวด


            “ชินแล้วล่ะ มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก พี่มินะอย่าห่วงเลย”



            “ไม่ให้ห่วงได้ไง ผู้หญิงเดินทางคนเดียวอันตรายออก” น้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ประหนึ่งคุณแม่หวงลูกสาวที่มาบอกว่าคืนนี้จะกลับบ้านดึกอย่างไรอย่างนั้นต่อให้มินะรู้ดีว่าแชยองทำงาน กลับเส้นทางเดิมเวลาดึกดื่นหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี



            ถึงร้อยครั้งที่ผ่านมาไม่เกิดอะไรมันก็ไม่ได้รับประกันว่าครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่งจะปลอดภัยด้วย



            แน่นอนว่ามินะไม่อาจรอได้ถึงเวลานั้น


            แต่เธอก็มีวิธีจัดการปัญหาที่ดีเช่นกัน



            “ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ นะ สบายมา



“มีโทรศัพท์มือถือมั้ย” มินะโพล่งขึ้นมาทั้งที่แชยองยังพูดไม่จบประโยค คนตัวเล็กทำหน้างงนิดหน่อยก่อนจะล้วงเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กขึ้นมาอย่างว่าง่าย



“อ่าหะ ทำไมอ่ะ”



“เอาเบอร์เธอมาเลย” วิญญาณฮิตเล่อร์เข้าสิงคนนุ่มนิ่มก็คราวนี้ เอื้อมมือถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ของอีกคนแล้วจัดการแลกเบอร์เสร็จสรรพ “กลับตอนไหนบอกด้วย อย่างน้อยฉันจะได้รู้ว่าเธอยังปลอดภัย โอเคมั้ย”



อย่ามองเธอแบบนั้นสิเธอไม่ได้เนียนฉวยโอกาสขอเบอร์ซะหน่อย


บอกแล้วว่าไงว่าเป็นห่วงจริง ๆ



เบอร์โทรคนตัวเล็กน่ะเป็นแค่ผลพลอยได้



“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ฉันเกรงใจอ่ะ” แชยองนิ่วหน้าบ่นอุบอิบ



มินะถอนหายใจยาวเหยียด ความรู้สึกเป็นห่วงผสมปนเปกับตัดพ้อแสดงชัดเจนผ่านน้ำเสียง



“แต่ฉันเต็มใจทำนี่”


“...”


“...”



“งั้นเลิกงานเมื่อไรฉันจะโทรบอกนะ”



 

---------------------------------------------------------------------------------

           



            ด้วยความสัตย์จริงตลอดหลายปีที่ต้องเดินกลับคนเดียวหลังเลิกงาน แชยองไม่เคยรู้สึกถึงความน่ากลัวเลยสักนิด อาจเพราะเกือบตลอดเส้นทางมีแสงไฟส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา เธอจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีบุคคลอันตรายจากมุมมืดโผล่มาทำร้าย



            อย่างน้อยก็ยังไม่เคยเจอล่ะนะ



            จะให้ทำอย่างไรได้ ชีวิตเธอไม่มีทางเลือกมากขนาดนั้น



            ถ้าจะมีอะไรที่กวนใจ ก็คงเป็นความเงียบเหงาล่ะมั้ง



            แต่คืนนี้ต่างออกไปนิดหน่อยเพราะเธอไม่ได้เดินเพียงลำพัง



            ยังมีเสียงของอีกคนดังลอดจากเครื่องมือสื่อสารเป็นเพื่อนร่วมทาง



            จากคราแรกที่เธอตั้งใจเพียงแค่โทรรายงานไม่กี่วินาที กลับค่อย ๆ ขยายเพิ่มทีละนิดจนกลายเป็นบทสนทนายาวต่อเนื่อง แชยองไม่ใช่คนช่างพูด และเธอคิดว่ามินะคงไม่ต่างกัน บางครั้งสายก็เงียบลงเพราะไม่มีใครจะพูดอะไร


            กระนั้นไม่มีใครคิดจะวางสายเลยสักนิด


            ต่างฝ่ายต่างถือสายเงียบ ๆ แค่รับรู้ว่าตนไม่ได้อยู่เพียงลำพัง



            “ถึงหอแล้ว” กรอกเสียงลงไปตามสายขณะที่มือข้างหนึ่งผลักประตูแทรกตัวเองเข้ามาภายในตัวอาคาร



            “อะ อื้องั้นฉันวางสายละนะ”



            แชยองลดมือถือลงเมื่อสัญญาณถูกตัด ฮึมฮัมเพลงในลำคอเล่นแก้เหงาระหว่างรอให้ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปส่งเธอยังชั้นที่ต้องการ เมื่อประตูเปิดออกก็ก้าวขาพาร่างเล็กกะทัดรัดเดินตามทาง



            ก่อนจะถึงห้องตัวเอง เด็กสาวหยุดหยุดฝีเท้าไว้ที่หน้าประตูห้องข้าง ๆ คิดว่าควรรายงานให้พี่สาวที่อุตส่าห์อยู่คุยด้วยตลอดทางรับรู้ว่าเธอกลับถึงห้องอย่างปลอดภัยแล้ว



            เคาะประตูเป็นจังหวะสามครั้ง ไม่นานเจ้าของห้องก็โผล่หน้าออกมา ท่าทางประหลาดใจที่เห็นเธอ



            “เห็นมั้ย กลับมาถึงโดยปลอดภัย ครบสามสิบสองประการ” แชยองชิงบอกก่อนที่คนอายุมากกว่าจะเปิดปากถาม ฉีกยิ้มกว้างจนปรากฏรอยบุ๋มข้างแก้มชัดเจน “ฉันไม่รบกวนละ ขอบคุณพี่มินะที่อยู่เป็นเพื่อนคุยตลอดทางนะ”



ว่าจบก็หมุนตัว เตรียมมุ่งหน้าเข้าห้องตัวเองเพื่อพักผ่อนสำหรับทำงานเต็มวันพรุ่งนี้ต่อ



            “ดะเดี๋ยว”


            “...”



            มินะเม้มริมฝีปากแน่นเห็นเมื่อตอนบ่ายเธอเผด็จการประหนึ่งมีบรรพบุรุษเป็นฮิตเลอร์ขนาดนั้น ทว่าใจจริงเธอก็แอบเกรงว่าแชยองจะรู้สึกอึดอัดบ้างหรือเปล่า เพราะพอมานั่งนึกดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเธอก็ยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่สนิทมากพอจะโทรรายงานเมื่อกลับบ้านหรือคุยกันตลอดทางขนาดนั้น



            น่ารำคาญเกินไปมั้ย? ยุ่งวุ่นวายหรือเปล่า?



            หลากหลายความรู้สึกตีกันในหัวจนยุ่งไปหมด



            กระทั่งเมื่อครู่นี้ คนที่เธอกลัวว่าจะรำคาญ กลับเป็นฝ่ายเคาะประตูรายงานตัวเองเสียอย่างนั้น



            หญิงสาวกระตุกยิ้มบาง


            “ฝันดีนะ”



            “พี่มินะก็เหมือนกัน ฝันดี” โบกมือลากันสักพักแชยองก็ไขกุญแจเข้าห้องตัวเองไป สิ้นเสียงปิดประตูก็เหลือเพียงความว่างเปล่าของโถงทางเดิน แสงไฟ และร่องรอยของรอยยิ้ม




            “ฝันดี...”



 



********************************************************************************************************

ตอนแรกเราแค่วางโครงไว้เป็นเรื่องสั้นไม่ถึงสิบตอน แต่แต่งไปแต่งมาเริ่มมีไอเดียผุด

เพราะงั้นไม่ต้องห่วงค่ะ น่าจะยังไม่จบภายในเร็วๆนี้แน่นอน 555555555555555

ฉะนั้นขอฝาก #FicSweetest ด้วยนะคะ จะถาม จะบ่น จะติชม หรือจะทวงฟิคก็ได้ไม่ว่ากัน

เราอยากทราบความเห็นของคุณคนอ่านฟิค ไว้สำหรับพัฒนาในตอนต่อไปและเรื่องอื่น

และหวังว่า คุณผู้อ่านจะเอาใจช่วยพี่มินะ เอ็นดูน้องแชง และให้ความรักตัวละครอื่น ๆ ด้วยนะคะ

 

ไปล่ะค่ะ ว่าจะทำงานหาเงินซื้อเก้าอี้ส่งให้น้องแชงยืนตอนเป็นเอ็มซี

สุดท้าย สำหรับวันนี้— All the oppadeul and eonni’ssssssssssssssssss ค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #375 Mimi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 23:01

    น่ารักมากเลยค่ะ ฝันดีนะคะ งืออออ

    #375
    0
  2. #364 Melly_Milk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 11:28
    งื้อออ ชอบมากเลยค่ะไรท์เพิ่งได้มาตามอ่าน มีความน่ารักและตลกด้วยค่ะ เป็นความสัมพันธ์ที่จังค่ะชอบ :)
    #364
    0
  3. #244 HickeyValen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 19:36
    ขำตอนครูถามคำถามมาก แต่ละคนนี่นะ 55555555555555555555
    #244
    0
  4. #243 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 11:24
    นี่มีความอยากได้น้อง 55555555
    #243
    0
  5. #111 Miguri (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 03:35
    แม่ยกหัวใจจะวายตาย
    #111
    0
  6. #68 PanNiKin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 15:33
    ขำเพื่อนญี่ปุ่นอีกสองคน 55555
    มินะเหมือนจะอาย แต่ก็กล้ามาก

    เสือรู้ตัวมั้ยว่ากวิ้นเค้าตอดอยู่
    #68
    0
  7. #67 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 02:33
    โอ้ย5555555555ชอบมากค่ะ ชอบเรื่องนี้มากกกกกกก
    ชอบตอนพี่มินะเป็นห่วงน้องแชง ละมุนอบอุ่นใจบอกไม่ถูก

    ขำภาษาสก๊อยแรงมากค่ะ55555555
    #67
    0
  8. #66 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 22:30
    อีจื่อ55555555 งงจุงเบย55555
    #66
    0
  9. #65 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 22:29
    น่ารักค่าาาาาา มาต่อเรื่อยๆเลย พี่มินะน่ารักมาก ดูแลดีอะ น้องแชงนี่ใจอ่อนมั่งยัง ใจแข็งโคตๆอะ
    #65
    0
  10. #64 M&M JyT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 11:41
    เรื่องนี้น่ารักมาก ฮื้อออ เหมือนชีวิตจริงตัวเองนิดนึง เขิน 5555555 มิแชงน่ารักมาก รออ่านต่อนะคะ สู้ๆค่ะไรต์
    #64
    0
  11. #63 apolloxx17 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 10:49
    ถึงตอนนี้ก็ชอบมากๆอีกแล้วค่ะ แง
    เมื่อไหร่น้องแชงจะรู้คะว่าพี่เค้าตามขายอ้อยอยู่5555555 เด็กไม่เคยมีความรักแน่ๆ
    #63
    0
  12. #61 spongify (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 00:17
    นี่มันมิแชงในอุดมคติเค้าเลย ><
    ชอบความอ่อยของนิ่มกับความไม่รู้อะไรของน้องแชง
    แก๊งค์เด็กก็ดูเป็นเด็กกวนประสาทนะคะ5555
    รออ่านต่อค่าาา
    #61
    0
  13. #60 kumyoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 23:27
    ตลกจื่อ555555555555 มีความเกรียนทั้งแก๊งค์

    พี่มินะมีความรุกน้องแชง มีเนียนขอเบอร์ด้วยอ่ะ
    #60
    0
  14. #59 BearBD (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 22:59
    อื้อหือ แกล้งตาย... เดี๋ยวเอาไปลองทำบ้าง 555
    #59
    0
  15. #58 laphat t. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 22:22
    ตอนในห้องเรียนนี่แบบ5555555555555555555555

    ส่วนพี่มินะคะจะขอเบอร์น้องเค้าก็ขอไปตรงๆสิคะ
    #58
    0
  16. #57 taorvv44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 20:58
    มินะมิความเเรดอะ 555555 อ่อยซะะ
    น้องเเชงนี่ก็ซื่อ~ จื่อวี่ก็ตอสุดๆอะ 5555 ชอบบบบบบบ~
    พินายอน จองยอนก็มาละ อยากได้2yeon ด้วยอะะ 5555
    #57
    0