[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : Wanna Walk (with u)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    27 พ.ค. 59



Chapter 2 : Wanna Walk (with u)


 

ไม่ใช่ว่ากลัวการเดินคนเดียว

ก็แค่อยากเดินกับเธอ

 




                 “พวกเธอกลับกันไปได้เลยนะ ฉันขอแวะซื้อขนมก่อน”



                 ทันทีที่พูดจบประโยค หญิงสาวอีกสองคนที่เคยเดินขนาบข้างก็ถึงกับหยุดชะงักกึกถ้าจำไม่ผิด เหมือนว่าเมื่อวานพวกเธอก็เพิ่งไปถล่มร้านของหวานเฉลิมฉลองให้สมกับความอยากหลังเลิกเรียน แล้วเจ้าของคำพูดที่ว่าจะขอแยกตัวไปซื้อขนมตอนนี้ก็บังเอิญเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่กวาดขนมติดอันดับขายดีของร้านห่อกลับบ้านไปเกือบครึ่งโหลเมื่อวานนี้เช่นเดียวกัน



                 ตอนแรกก็นึกว่าซื้อเก็บตุนไว้ในตู้เย็นแต่พอเจ้าหล่อนเอ่ยปากจะไปซื้ออีกก็ชักไม่มั่นใจ



                 แล้วไหนจะความเริงร่าที่สัมผัสได้ในน้ำเสียง บวกกับความสดใสที่แสดงออกมาชัดเจนผ่านรอยยิ้มจนเหงือกบานนั่นอีก



                 เมียวอิ มินะ ไม่เคยเป็นแบบนี้


                 “แปลก ๆ นะ” เจ้าของผมสีบรอนทองสว่างเริ่มเปรยเจื้อยแจ้ว พลางหรี่ตาลงอย่างจับผิด “ปกติไม่เห็นว่าจะชอบกินของหวานขนาดนี้เมื่อวานก็ซื้อไปตั้งเยอะ กินหมดแล้วเหรอ”



                 มินะกำลังจะอ้าปากตอบ หากยังช้ากว่าเพื่อนอีกคนที่รีบชิงแก้ต่างแทนราวกับเห็นข้อสังเกตข้างต้นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนัก


                 “ไม่เห็นแปลกเลยซานะ ถ้าเป็นฉันแค่วันเดียวก็กินหมดเหมือนกัน”           



                 “มินะไม่ได้มีกระเพาะหลุมดำเหมือนเธอนี่โมโมะ” มินาโตะซากิ ซานะ หันไปแหวใส่อย่างขบขันระคนเอือมระอา ซึ่งค่อนไปทางอย่างหลังมากกว่าอย่าว่าแต่ขนมห้าหกอย่างเลย เธอเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเป็นระดับ ฮิราอิ โมโมะ ต่อให้เหมาขนมท็อปสิบของร้านกลับไปกินหลังอาหารเย็นก็ยังไม่เป็นปัญหาสำหรับเจ้าตัว


                 ฉะนั้นการเอาคนปกติอย่างมินะไปเทียบกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์โมโมะก็คงจะไม่ใช่เรื่องถูกต้องนัก      


  

                 “จะว่ายังไงดีล่ะ” เสียงนุ่มนิ่มเบาหวิวแทบจะปลิวหลุดลอยตามอากาศ นัยน์ตาหลุบลงต่ำ ไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนซี้ที่จ้องมาอย่างคาดคั้นราวกับว่าเธอเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงอย่างไรอย่างนั้น


                 “ไม่ได้ซื้อให้ตัวเองน่ะ”



                 “เอ๊” สองสาวญี่ปุ่นลากเสียงยาวพร้อมเพรียงกันชนิดที่ว่าฟังปราดเดียวก็รู้ว่าจงใจทำ ซานะขยับตัวเข้าล็อคคอเป้าหมายแน่น เอ่ยเย้าทั้งรอยยิ้ม “มีเรื่องอะไรที่พวกฉันควรรู้รึเปล่าน๊า” 



                 “ก็มีแน่นอนแหล่ะ” มินะตอบอ้อมแอ้ม เธอเองก็อยากจะเล่าเรื่องทุกอย่าง บรรยายทุกอารมณ์ทุกฟีลลิ่งออกมาให้สมกับความสุขที่มันอัดอั้นอยู่ข้างในอกอันราบเรียบของเธอเช่นกัน หากครั้นจะให้เริ่มตอนนี้ก็เกรงว่าจะพาลไปเบียดเบียนเวลามื้อเย็นของเพื่อนเสียเปล่า


                 “แต่ตอนนี้ฉันรีบ เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังวันหลังนะ”


                 ใจจริงคืออยากซื้อขนมรีบกลับไปหาน้องเขาที่ห้องจะแย่แล้ว



                 “ด๊ายยย” ซานะยอมผละร่างมินะให้เป็นอิสระ หากสายตายังส่อแววคาดโทษไว้ “งั้นเธอเตรียมตัวไว้เลยมินะ พรุ่งนี้พวกฉันจะต้องได้รู้เรื่องทั้งหมดทุกซอกทุกมุม”



                 มินะทำเพียงยิ้มรับแห้ง ๆ โบกมือลาเพื่อนสาวแล้วจึงแยกตัวเดินเข้าร้านของหวานตามที่ตั้งใจไว้หัวใจเริ่มเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะเพียงแค่เห็นเจ้าขนมหวานหลากสีสันวางเรียงรายเต็มตู้แช่ เลือกสรรชนิดที่น่าจะถูกปากและไม่ซ้ำกับของเดิมที่ให้เจ้าเด็กน้อยไปเมื่อวาน


                 งั้นวันนี้ซื้อแค่นิดเดียวก็พอเก็บไว้ทยอยให้ต่อวันหลัง


                 จะได้มีข้ออ้างเจอหน้าบ่อย ๆ


                 แหม ช่างเป็นความคิดที่แยบยลอะไรเบอร์นี้อ่ะ



                 ผลักประตูพาร่างตัวเองออกจากร้านพร้อมกับถุงขนมในมือและหัวใจพองโต ทันใดนั้นเองสายตาก็พลันเหลือบเห็นร่างเล็กในเครื่องแบบนักเรียนที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก มือยกขึ้นยีผมสั้นสีจัดให้ยุ่งเหยิงจนแทบไม่เป็นทรงยิ่งกว่าเดิมขณะที่สองขาก้าวไปข้างหน้าตามทางเดินที่ถูกย้อมเป็นสีส้มจากแสงของพระอาทิตย์ยามตกดิน


                  แหงล่ะเธอรู้ตั้งแต่วินาทีแรกแล้วว่าเป็นใคร


                 แค่ไม่ทันคาดคิดว่าจะเจอตอนเย็นแบบนี้



                 “แชยอง” คนถูกเรียกหยุดการก้าวขาแล้วหันมองตามเสียง โชคดีที่จุดเดิมพวกเธอไม่ได้อยู่ห่างกันมากนัก มินะจึงสามารถวิ่งตามมาได้ทันโดยไม่ลำบาก “ฉันนึกว่าเวลาแบบนี้เธอน่าจะอยู่ที่ห้องแล้วซะอีก”


                 “อ้อ ที่จริงก็ควรเป็นงั้นแหละแต่วันนี้โดนครูทำโทษ เลยต้องอยู่หลังเลิกเรียนด้วยน่ะ”


                 โอโห เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนยอมรับว่าตัวเองโดนทำโทษได้หน้าชื่นตาบานมากสุดก็คราวนี้


                 ปราศจากความสลดและความละอายโดยสิ้นเชิง



                 “โดนทำโทษ? เป็นเด็กดื้อเหรอ”


                 “คงงั้นมั้ง” แชยองยักไหล่คล้ายกับไม่ใส่ใจ แล้วพูดไพล่เปลี่ยนไปอีกเรื่องหน้าตาเฉย “ของที่พี่ซื้อให้เมื่อวานอร่อยมากเลย ขอบคุณอีกครั้งนะ”


                 “จริงเหรอวันนี้ฉันก็ซื้อมาอีกนะ ถ้าชอบก็เอาไปกินสิ” พอได้ยินคำขอบคุณจากปากคนน้อง คนพี่ก็ยิ่งได้ใจใหญ่ พร้อมนำเสนอของหวานเซ็ตใหม่ที่เพิ่งเอามาจากร้านประหนึ่งว่าตัวเองเป็นคนทำเองกับมือ


                 แชยองรับถุงขนมจากคนอายุมากกว่า แม้ดวงตากลมแป๋วจะส่องประกายชอบใจ ทว่ายังแฝงด้วยความสงสัยอยู่ไม่น้อย “พี่มินะซื้อขนมแจกคนอื่นแบบนี้เป็นปกติเลยเหรอบ้านพี่ต้องรวยมากแน่ ๆ ”


                 ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าว่าใช้เงินไม่เป็นวะ  


                 แต่ไม่เป็นไร คนชาญฉลาดอย่างเธอสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เสมอ


                 จากนี้เธอเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความปากหมาของน้องแชยองคนน่ารักเอาไว้แล้ว



                 “ไม่หรอก” มินะส่ายหัว โปรยรอยยิ้มหวานอ่อยเหยื่อเล็กน้อยพอเป็นพิธีแล้วจึงเริ่มว่าต่อ “ก็เพิ่งซื้อแบบนี้ให้เธอเป็นคนแรกนั่นแหละ”



                 เริ่มต้นการแจกอ้อยอย่างราบรื่



                 “หืมใจดีจัง”


                


                 “...”


                 เอ่อะ


               ช่วยเขินบ้างอะไรบ้างได้มะ หรือมีรีแอคชั่นอะไรก็ได้นอกจากชม

                                         

               เมื่อกี้พี่เพิ่งเต๊าะน้องไปนะคะอยากขยายความเพิ่มเติมเหลือเกิน


               เพราะดูทรงแล้วน้องน่าจะไม่เข้าใจ



               “อันนี้น่าอร่อยอ่ะ ฉันกินเลยนะ” นั่น นอกจากจะไม่เข้าใจว่าโดนเต๊าะแล้วยังมีหน้ามาแกะขนมกินสบายใจเฉิบอีก นังเด็กไร้จิตสำนึก!



               เธอเองก็อยากจะนึกเคืองให้มากกว่านี้อยู่หรอก ครั้นพอเห็นแววตาและรอยยิ้มสดใสของคนได้รับพลังงานน้ำตาลจากขนมไปก็พาลให้ใจอ่อนยวบอีกครั้งอย่างไรเสียแชยองก็ยังเป็นแค่เด็กมัธยมปลายท่าทางไม่ประสีประสาคนหนึ่ง บางทีจิตใจอาจจะมัวจดจ่ออยู่กับพวกขนมจนไม่ได้สนใจถอดความหมายจากคำพูดของเธอก็ได้


                 ช่างเถอะตอนนี้มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น       


                 มินะมั่นใจว่าต่อจากนี้พวกเธอยังมีเวลาให้ศึกษากันอีกเยอะ



                 “ฉันจะแวะซื้อของหน่อยอ่ะ พี่กลับไปก่อนเลยก็ได้นะ” ตลอดทางแม้จะไม่ได้อึดอัดเฉกเช่นคราวก่อน แต่ก็ยังปราศจากบทสนทนา จนกระทั่งแชยองขอแยกตัวเมื่อพวกเธอกำลังเดินผ่านหน้าร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งอันที่จริงระยะทางจากตรงนี้ไปถึงหอพักไม่ได้ไกลมากนัก ต่อให้เดินเอื่อย ๆ ก็ถึงภายในห้านาที


                 แต่ถามว่ามินะจะยอมกลับไปก่อนมั้ย? แน่นอนว่าไม่มีทาง



                 “ขอตามไปด้วยได้มั้ย”


                 “...”


                 “อยากเดินกลับด้วยกันอ่ะ ไม่อยากเดินคนเดียว”



                 “อ้อ พี่กลัวข่าวที่มีคนเพิ่งโดนวิ่งราวใช่มั้ยล่ะเวลาแบบนี้เดินคนเดียวมันอันตรายเนอะ” แชยองพยักหัวหงึกหงัก ยกมือขึ้นตบไหล่บางของคนตรงหน้าราวกับเข้าอกเข้าใจเสียเต็มประสา “งั้นรอแป๊บนึงนะ ฉันเตรียมรายการของที่จะซื้อไว้หมดแล้ว”



                 พูดจบก็เดินนำผ่านประตูเข้าไปในตัวร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต ทิ้งให้คนที่ถูกเข้าใจว่ากลัวโดนวิ่งราวยืนเอ๋ออยู่ที่เดิม ต้องใช้เวลาในการประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าควรพาร่างกายและจิตใจอันบอบช้ำตามหลังไป



                 เฮ้อ

 



                 ---------------------------------------------------------------------------------

           

           


            “แชยองทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”



            “แค่พอทำได้น่ะพวกเมนูง่าย ๆ ” แชยองว่าทั้งที่สายตายังจดจ่ออยู่กับการเลือกผักสดบนแผง หยิบอันที่พิจารณาว่าสภาพดีที่สุดใส่ตะกร้า “ฉันอยู่ห้องคนเดียวไง ถ้าทำอะไรไม่เป็นเลยคงแย่ ร้านข้าวสมัยนี้ขายแพงจะตาย”



            “เก่งดีนะ ตอนฉันอายุเท่าเธอยังทำอะไรไม่ค่อยเป็นเลยเอ่อ ที่จริงตอนนี้ก็ยังทำอาหารไม่ได้แหละ” ท้ายประโยคเสียงเบาหวิวลงคล้ายต้องการรำพึงกับตัวเองมากกว่า เมื่อก่อนตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นบ้านเกิด คุณแม่ไม่เคยสอนทำอาหาร ส่วนเธอเองก็ไม่เคยเสนอตัวเรียนรู้ จะมีก็แต่ช่วยเป็นลูกมือบ้างบางคราวซึ่งไม่ใช่หน้าที่สำคัญอะไรนัก


            อาจเพราะเคยชินกับการไม่ต้องออกแรงทำอะไร พอย้ายมาอยู่ต่างประเทศคนเดียวจึงเกิดปัญหาเล็กน้อยเพราะไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้เลยโชคดีที่มีรูมเมทชาวเกาหลีคอยช่วยเหลือไว้หลายอย่าง เธอจึงสามารถมีชีวิตรอดได้ถึงปัจจุบันนี้


            ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ลืมเรื่องที่แกทิ้งฉันไว้กลางทางเพื่อไปจู๋จี๋กับแฟนหรอกนะ


            แต่คิดอีกแง่เพราะโดนเทในวันนั้น เธอเลยได้มาเจอน้องแชยองในวันนี้


            บางทีมันอาจเป็นพรหมลิขิตที่คนบนฟ้ากำหนดไว้แล้วก็ได้ แอร๊ยยยยยยยยยยยย



            ระหว่างที่หวนคิดถึงความทรงจำครั้งอดีต ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แชยองเพิ่งหยิบวัตถุดิบสุดท้ายในรายการที่ต้องซื้อเสร็จ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอพอดี “แล้วปกติตอนเย็นพี่กินอะไรอ่ะ”


“ถ้าเมื่อก่อนก็หากินร้านแถวหอเอา แต่นี่เพิ่งย้ายมาใหม่ ยังไม่รู้เลยว่าแถวนี้มีอะไรอร่อยบ้าง”



แชยองทำเพียงแค่ผงกหัวรับฟังตามมารยาทโดยไม่ออกเสียงโต้ตอบใด ๆ หลังจากนั้นไม่นานของทั้งหมดก็นอนแอ้งแม้งในตะกร้าอย่างครบถ้วน ได้ฤกษ์จ่ายเงินและเดินทางกลับห้องต่อ คราวนี้ต่างฝ่ายต่างกล้าพูดคุยกันมากกว่าที่เคย ให้บรรยากาศไม่เงียบเหงาเกินไป



ทุกย่างก้าว ระยะทางจะสั้นลงเรื่อย ๆ พร้อมกับอาคารสูงใหญ่ของหอพักที่ปรากฏเห็นชัดในสายตา


หากมินะกลับเฝ้าภาวนาในใจเป็นพันครั้งเพียงเพื่อขอให้ระยะทางมันยาวไกลกว่านี้อีกสักนิด



“ไม่แวะกินข้าวเหรอ” เสียงใสจากคนอายุน้อยกว่าเรียกมินะให้หลุดจากภวังค์ มองไปรอบตัวก็เพิ่งสำนึกได้ว่าตอนนี้พวกเธอเดินพ้นเขตร้านอาหารมาสักพักหนึ่งแล้ว


ฉิบหาย



“ตอนนี้คนเยอะอ่ะ” มินะพูดเสียงอ่อย ตอแหลไปงั้นเอง ความจริงคือมัวแต่ปลื้มใจที่ได้เดินกับน้องจนลืมสังเกตร้านอาหาร ครั้นจะให้เดินย้อนกลับก็กลัวเสียฟอร์ม “ไม่เป็นไรหรอก ฉันซื้อพวกรามยอนกับอาหารกระป๋องเตรียมไว้เผื่อสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้ว”


ทำไมพอนึกทบทวนประโยคแล้วรู้สึกสงสารตัวเองชอบกล



ก่อนที่จะได้วางแผนอนาคตการกินสำหรับมื้อเย็นมากกว่านี้ แชยองก็เอ่ยขึ้นมา


“งั้นเย็นนี้พี่กินข้าวกับฉันก่อนก็ได้นะ ของตั้งเยอะฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก” รอยยิ้มบางเผยอีกครั้งบนใบหน้าใส “ไม่ค่อยอร่อยนะ แต่น่าจะพอกินได้มั้ง”


“...”


“ตอบแทนที่พี่ซื้อขนมให้ฉันกินตั้งเยอะด้วย”


“...”



“ไม่อยากเหรอ” แชยองเริ่มไม่มั่นใจเมื่ออีกฝ่ายยืนเงียบไปนาน รอยยิ้มจืดเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เอ่อ งั้นพี่คิดซะว่าไม่ได้ยิน


“ไปสิ! ไป อยากไปมากเลย” คนเอ๋อรีบดึงสติตัวเองกลับมาได้ทันท่วงทีก่อนที่มื้อเย็นครั้งสำคัญจะถูกยกเลิก เพิ่งรู้สึกว่าระดับเสียงตัวเองดังชัดเจนมากกว่าปกติก็คราวนี้เอง


บ้าจริง โดนเด็กชวนเข้าห้องแหละ


“ก็เห็นพี่เงียบ ๆ เลยนึกว่าไม่อยากไป”


ไม่อยากไปก็แย่แล้ว!



“อ้อไม่ใช่อย่างนั้นหรอก พี่ดีใจมากเลย” ต้องให้สารภาพตามตรงมั้ยล่ะว่าสติหลุดตั้งแต่ประโยคแรกที่แชยองชวนกินข้าวด้วยกัน สมองนี่ขาวโพลนเบลอประหนึ่งคนโดนไฟช็อต ความปลาบปลื้มมันจุกล้นอยู่ในอก เหมือนชีวิตคอมพลีทอ่ะ


ไงล่ะนี่ขนาดว่าเพิ่งเริ่มแจกอ้อยไม่กี่ครั้งเองนะ



เอาเลยค่ะ น้องแชยองจะทำอะไรพี่ก็กินได้หมดทุกอย่างค่ะ


 

           

 

**********************************************************************

แน่นอนค่ะ ตะไวซ์ทีวีมีโมเม้นเยอะประหนึ่งมิแชงมาเดทกันขนาดนี้

ทางเราก็ต้องอัพฟิคเสริมไปด้วยเพื่อชีวิตที่คอมพลีท

เอาล่ะฮะ ว่าแล้วก็ขอกลับไปส่องต่อ--แล้วเจอกันในบทถัดไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #373 Mimi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 22:41

    โอย น่ารักมากเลยค่ะ อ่านแล้วยิ้มตาม

    #373
    0
  2. #241 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:20
    แชงแชงเข้าใจใช่ไหมพี่รู้ หนูไปแกล้งป้าเขาใช่ไหมคะ ทำให้ป้าเมียวอิแกเฟล แล้วค่อยอัปเปอร์คัตใส่ทีหลังทีเดียวให้น็อคไปไหนไม่รอดแล้วแบบนี้สินะ 555555
    #241
    0
  3. #49 tew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 13:08
    ขำความเฟลของคนพี่มาก 5555555 น้องแชงไม่สนใจการเต๊าะของพี่เค้าแม้แต่น้อย

    นี่ชอบความ ออกแนวเก๊กๆของแชง มันดีกับใจมากกก

    รอตอนต่อไปนะคะ จะรอความไม่นกของคนพี่เค้า 555555
    #49
    0
  4. #48 PanNiKin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 16:40
    แชงทำเป็นเมินหรือไม่รู้จริงๆเนี่ย
    ไม่เป็นไร มินะค่อยปลูกอ้อยใส่ไปเรื่อยๆค่ะ

    เดี๋ยวแชงกก็เก็บกินเองแหละ
    ฮิ้วววววว
    #48
    0
  5. #47 pinaim123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 19:53
    ดูท่าว่านิ่มจะหลงน้องแชงมากเลยนะเนี่ย~
    #47
    0
  6. #46 kumyoon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 01:30
    มินะรุกน้องแชงหนักๆเลยค่าา อิอิ
    #46
    0
  7. #45 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 23:11
    แอร๊ยยยยยยย อยากได้พี่มินะเลยย ซื้อเค้กมาอ่อยแบบนี้เลาชอบบบบบบบบบ
    #45
    0
  8. #44 25032541 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 22:35
    แชงจะซื่อไปไหน55
    #44
    0
  9. #43 apolloxx17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 21:49
    เกลียดดดดดดดดด ที่แปลว่าชอบอ่ะค่ะ5555555 ทำไมแชงต้องเด๋อวะ อ้อยจะหมดรถละเนี่ยยยย 55555 ขำสุดตอนที่บอกว่าน้อง-อ่ะ ฮืออออ
    #43
    0
  10. #41 Zyscl2onight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:38
    แชงก็ (แกล้ง )รู้ให้พี่เขาหน่อยสิลูก 

    มินะ ใจร่มๆนะ อย่าเพิ่งปล่อยอ้อยเยอะ เดี๊ยวน้องจะกินไม่ทัน 
    #41
    0