[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 21 : EPILOGUE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    30 พ.ย. 60



EPILOGUE

 


ความแตกต่างระหว่างพี่น้องกับแฟนคืออะไร?


ได้บอกรักกันทุกวันจนเบื่อ

มีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าเดิม


และที่สำคัญ—

ไม่ต้องนอนคนเดียว

 

           




            แสงสว่างยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่าง บวกกับเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์บนโต๊ะข้างหัวเตียงเรียกให้ร่างที่กำลังนอนอยู่ค่อย ๆ ลืมตาตื่น เธอขยี้ตางัวเงีย ก่อนจะพลิกตัวไปด้านข้างแล้วเอื้อมมือกดปิดเสียงน่ารำคาญนั่น




            พอทั้งห้องอยู่ตกอยู่ในความสงบอีกครั้ง หญิงสาวก็พลิกตัวกลับมานอนท่าเดิม—ไม่ใช่เพราะเธอจะหลับต่อ แต่เป็นเพราะอยากมองหน้าใครอีกคนที่นอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขข้างกันต่างหาก




            คนอะไร—ตอนนอนยังเห็นลักยิ้มเลย




ให้ตายเถอะ—เธอชอบใบหน้าตอนนอนที่ดูไร้พิษสงของยัยเด็กดื้อนี่ชะมัด ขดตัวงอ ซุกหน้าลงบนหมอนเหมือนกับลูกแมวที่เพิ่งกินนมอิ่ม ๆ สงบเสงี่ยมจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับที่พอตื่นมาแล้วจะเอาแต่ร้องตะแง้ว ๆ พูดเจื้อยแจ้ว ปากดี เล่นตัว และช่างกวนประสาท




            ยิ่งนึกยิ่งหมั่นไส้ จนพาลให้เมียวอิ มินะใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มนิ่มกับลักยิ้มนั่น สักพักก็ได้ยินเสียงประท้วงในลำคอจากคนโดนรบกวนการนอน ซน แชยองปรือตาทั้งที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าคนที่บังอาจจิ้มแก้มเธอเอาแต่ยิ้มและหัวเราะร่าจนเห็นเหงือกสีแดง ๆ สดยิ่งกว่าเหงือกปลาในตลาดซะอีก




            แววตาขุ่นมัวนั่นไม่ได้ทำให้มินะรู้สึกกลัวสักนิด—ตรงกันข้าม เธอกลับยิ่งบีบแก้มแชยองจนเจ้าตัวร้องงอแง เพราะตอนนี้ยังเช้าเกินกว่าเวลาตื่นปกติของแชยอง เด็กสาวจึงตัดสินใจจบปัญหาด้วยการดึงมือบนแก้มออก วาดแขนกอดรอบ ขยับร่างเล็กน้อยแล้วซุกหน้าเข้ารับความอบอุ่นและกลิ่นหอมจาง ๆ จากตุ๊กตาเพนกวินตัวโต




            นับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง



            เจอแบบนี้—ถามว่ามินะจะเลือกอะไร ระหว่างบีบแก้มต่อกับกอดตอบ



            “...”




            ก็ต้องกอดสิ!




            “คิดว่าทำแบบนี้พี่มินะจะได้ลุกมั้ยคะ” ปากแสร้งทำเหมือนดุ แต่เป็นเธอเองนั่นแหละที่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม



            “อือ” คนขี้เซาพึมพำเสียงเบา เลื่อนลอยราวกับว่าเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบรับอัตโนมัติส่ง ๆ และเคลิ้มหลับไปอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่นาน




            สงสัยวันนี้คงได้เข้าเรียนช้ากันอีกตามเคย



            มินะอมยิ้มกับความคิดนั้น ก่อนจะค่อย ๆ ก้มหน้าซึมซับความอบอุ่นจากลูกแมวตัวน้อย ใบหน้าแทบจะแนบชิด ลมหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอ และจังหวะการเต้นของหัวใจ ทุกอย่างที่ชวนให้รู้สึกดีจนน่าเสียดายหากต้องละจากสัมผัส—ซึ่งเกิดขึ้นมานานเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว




            ยอมรับว่าช่วงแรกก็ยังเขิน ๆ เกร็ง ๆ ทำตัวไม่ถูกกับการเปลี่ยนแปลงนี้จนต้องนอนห่างกันแบบเว้นที่ว่างตรงกลางเตียงไว้เกือบจะจอดรถได้สักคันหนึ่ง—โอเค คงประชดแรงเกินเบอร์ไปหน่อย แต่เอาเป็นว่าพวกเธอนอนกันคนละฝั่งฝากของเตียงจริง ๆ




            กระทั่งสองสามคืนผ่านไปก็เริ่มปรับตัวได้ พอเขินน้อยกว่าเดิม พี่มินะคนอ้อยเรี่ยราดก็จัดการทำตามสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่ตอนขอเป็นแฟน โยนตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อยบนเตียงทิ้งแล้วเสนอตัวเองให้แชงแชงกอดแทน




            พอมีครั้งแรกแล้ว ครั้งที่สองครั้งที่สามก็ตามมาอีกเรื่อย ๆ



            นับจากนั้น—ช่องว่างระหว่างพวกเธอจึงไม่เกิดขึ้นอีกเลย



            ถึงจะกอดกันบ่อยจนเหมือนเป็นเรื่องปกติ




            แต่ก็ยังชวนให้ใจเต้นแรงทุกครั้ง




            มินะค่อย ๆ ผละตัวจากการกอด เหลือบมองนาฬิกาเพื่อเห็นว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเวลาที่คำนวณไว้เธอลูบหัวคนบนเตียงเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน หยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป




            ไม่นานนักก็เดินออกมาในสภาพพร้อมไปเรียน ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ให้เสียชื่อเมียวอิ มินะคนดัง แล้วจึงค่อยวนกลับไปเตียงที่ยังมีคนหลับสบายอย่างไม่คิดจะตื่นอยู่



            “แชยองตื่นได้แล้ว”



            “...”




ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก...




บางทีมินะก็ชักสงสัยว่าเธอมีแฟนหรือมีลูกสาวกันแน่




นั่งลงบนขอบเตียง ขยับปลายนิ้วเกลี่ยผมยุ่งปรกใบหน้าใสนั่น เรียกอีกครั้งด้วยเสียงแผ่วเบากว่าเดิม



“แชงแชงคะ”



“...”



คนถูกปลุกขยับตัวเล็กน้อยมินะเข้าใจว่านั่นคือการแสดงออกว่าเจ้าตัวตื่นแล้ว แค่ยังไม่อยากลุก




“ถ้ายังไม่รีบตื่น พี่มินะจะจุ๊บนะ”




“ขู่เหรอ” แชยองยิ้มรับ สีหน้าปราศจากความสะทกสะท้านใด ๆ โดยสิ้นเชิง กับคำขู่ที่นึกยังไงก็จินตนาการถึงความน่ากลัวไม่ออก “แน่จริงก็เอาสิ เอาเลย”




            ท้าทายยยย!




            ไม่ใช่แค่ท้าทายทางคำพูดทว่ายังท้าทายไปถึงการกระทำที่เอานิ้วจิ้มแก้มตัวเอง ชี้ตำแหน่งให้เสร็จสรรพ จนมินะเริ่มไม่มั่นใจว่าเด็กมันง่วงจริงหรือแกล้งสำออยเพราะอยากอ้อนกันแน่




            ช่างเถอะที่จริงมันก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไรหรอก




            ก้มหน้าประทับริมฝีปากจุ๊บบนผิวแก้มตามที่ถูกท้าไม่อยากยอมรับว่าลึก ๆ แอบหวังให้เด็กมันเล่นตัวอีกหน่อย ถึงตอนนั้นเธอรับรองว่าไม่จบแค่ตรงแก้มแน่ ๆ




            แต่แชยองไม่ได้งอแงต่อ ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างว่าง่าย



            “ทำไมวันนี้รีบปลุกอ่ะ” ถามทั้งที่ยังตื่นไม่เต็มตา มือควานหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อรู้ว่าตอนนี้ยังเช้าอยู่ ไม่ใกล้เคียงคำว่าสายสักนิด “เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ”



            “ก็เธอไม่ค่อยกินข้าวเช้านี่”



            “แล้ว?




            “เป็นห่วง”



            “...”




            “ฉันเป็นห่วงไง” มินะย้ำ ดึงแขนแชยองให้ออกจากเตียง เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายร่างเป็นคุณแม่ลูกอ่อนจริง ๆ “ไปอาบน้ำเร็ว วันนี้ฉันจะทำข้าวเช้าให้กินเอง”




            แชยองอมยิ้มบาง หัวใจอ่อนยวบดั่งขี้ผึ้งลนไฟ เจอเหตุผลนี้ไป ใครจะทนใจร้ายไม่สนใจกันได้อีกเธอรู้ว่ามินะไม่ใช่คนประเภทที่จะทำอาหารได้ด้วย เลยนึกสงสัยว่าอาหารเช้าวันนี้ของคนที่ไม่เก่งเข้าครัวแต่ใส่ความเป็นห่วงลงไปจะมีหน้าตาแบบไหน




            “เข้าใจแล้วค่ะ”


 

 

---------------------------------------------------------------------------------

 

 


“เพิ่งรู้ว่าปิ้งขนมปังเป็นการทำอาหารด้วย” แชยองว่าระหว่างที่ใช้นิ้วหยิบขนมปังแห้ง ๆ ขึ้นใกล้ระดับสายตา สลับกับแก้วนม กระปุกเนย แยม น้ำผึ้ง นูเทลล่า หรืออะไรก็ตามเท่าที่มินะจะสรรหามาวางให้เธอกินกับอาหารเช้าอันแสนจืดชืดนี่ได้




อย่างกับมื้อเช้าของเด็กประถม




ส่งยิ้มล้อให้คนนั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะที่เริ่มทำหน้ามุ่ยน้อย ๆ




“แค่นี้มันก็ยากสำหรับฉันแล้วนะ”



“ก็เคยบอกว่าจะสอนให้แล้ว ไม่ยอมเรียนเอง”



“ไม่เอาอ่ะ” มินะสั่นหัว “ถ้าฉันทำเป็น เธอก็มีข้ออ้างไม่ทำข้าวเย็นให้ฉันสิ”




แชยองหัวเราะ ไม่นึกว่าจะต้องมาเอ็นดูเหตุผลแสนน่ารักของคนที่อายุมากกว่าตั้งห้าปี แต่หลายครั้งก็แอบมีมุมแบบเด็ก ๆ ไม่ต่างจากเธอแล้วพอเริ่มคิดว่าขนมปังทาเนยมันก็อร่อยแบบเรียบ ๆ ดี เธอก็เอื้อมมือตั้งใจจะหยิบกระปุกตรงหน้า




แต่ยังช้ากว่ามินะที่ชิงแย่งมันไปก่อน



“เดี๋ยวทาให้”




ถ้าเป็นเมื่อก่อน แชยองคงไม่รู้สึกอะไรกับการมีคนทาขนมปังให้มันจะต่างกับการทาเองตรงไหน? เธอไม่รู้ แต่เพราะวันนี้มินะยืนยันว่าจะเป็นคนที่ทาขนมปังให้เอง แชยองก็เลยแค่นั่งเท้าคางมองโดยไม่ละสายตา



เพื่อได้รู้ถึงความตั้งใจของคนที่ไม่ถนัดเรื่องทำอาหารจริงจัง แต่ก็ค่อย ๆ ทาเนยกับแยมลงบนแผ่นขนมปังปิ้ง บรรจงราวกับว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่า




ตอนที่ปิ้งขนมปังพี่มินะก็คงตั้งใจแบบนี้เหมือนกัน




“เสร็จแล้ว” ยิ้มให้ผลงานชิ้นสำคัญอย่างภาคภูมิใจ แล้วยื่นขนมปังจ่อปากแชยองทำเอาคนที่ไม่เคยถูกเอาใจมากขนาดนี้เริ่มเขินขึ้นมานิดหน่อย



“ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย” พยายามจะหยิบขนมปังมาถือไว้เอง แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้นในทันทีที่มินะส่งสายตาดุ ๆ พร้อมกับน้ำเสียงงอแงให้กันอย่างน่ารัก



“ก็พี่มินะอยากทำให้ไงคะ”



แค่นั้นก็มากพอให้แชยองข่มความเก้อเขิน หลุบสายตาลงต่ำแล้วงับขนมปัง ค่อย ๆ ขยับ จนกระทั่งหมดแผ่นกระทั่งริมฝีปากสัมผัสกับปลายนิ้วของคนป้อน



เธอถึงถอยออกมา




รสชาติดาษดื่น ธรรมดาไม่ต่างจากขนมปังปิ้งทาแยมหลายแผ่นก่อนหน้านี้ที่เคยกิน



แต่เพราะมินะเป็นคนทำและตั้งใจทำให้เธอเพียงคนเดียว



            มันเลยกลายเป็นขนมปังปิ้งที่อร่อยที่สุดในโลกของแชยอง



           

---------------------------------------------------------------------------------

 



            เพราะมินะฉลาดที่เผื่อเวลาสำหรับกินขนมปังปิ้งตอนเช้า กับเวลาที่โอ้เอ้นอนกอดกันตอนเพิ่งตื่นนั่นอีกนิดหน่อย พอออกจากห้องจึงไม่สายกว่าปกติสักเท่าไรอย่างน้อย ๆ ก็มั่นใจได้ว่าวันนี้พวกเธอทั้งคู่จะไม่เข้าเรียนคลาสแรกช้า




            หมายความว่าวันพรุ่งนี้และอีกหลายวันต่อไป พวกเธอจะยังสามารถทำแบบนี้ได้



            ทั้งกินข้าวเช้า



            และแน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดคือ นอนกอดกันต่อหลังจากตื่นแล้ว




            “ไม่ลืมอะไรแน่นะ” มินะถามหลังจากที่ปิดประตูห้อง



            แชยองหันซ้ายหันขวา ชะโงกหน้าแหวกกระเป๋าสะพาย ตามด้วยตบกระเป๋าเสื้อนอกกับกระโปรง พอมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็เงยหน้าฉีกยิ้มกว้าง



“แน่นอน”



เงียบพักหนึ่ง ปล่อยให้เหยื่อตายใจ แล้วจึงตามด้วยประโยคยียวน




            “ฉันไม่เด๋อเหมือนคนที่ลืมกุญแจไว้หน้าห้องหรอก”



            “....”



“ใครก็ไม่รู้เนอะ”




            “ถ้าวันนั้นพี่มินะไม่ลืมกุญแจ วันนี้เราจะได้เป็นแฟนกันเหรอคะ” มินะเอียงคอถามเสียงใสเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ  และเธอก็เลือกจะจับมือแชยองที่เอาแต่ยืนครุ่นคิดให้เดินตามกันก่อนจะไปเรียนสายกันมากกว่านี้




            “นั่นสินะ”



            “...”



            “...”



            “...”




            “เดี๋ยว” แชยองชะงัก หยุดเดินกะทันหันเมื่อความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว เธอมองหน้าคนข้างกายที่ยังเอาแต่ยิ้มหวานสลับกับประตูห้องสาวเจ้าที่เพิ่งเดินผ่านมา “พี่คงไม่ได้ตั้งใจ



            “จะบ้าเหรอ” มินะหัวเราะ เธอบีบมือเจ้าของหน้าตาเหลอหลาที่แสนซื่อนั่นแน่นกว่าเดิมแล้วออกแรงลากอีกครั้ง “รีบไปกันได้แล้ว ถ้าเข้าสายโดนอาจารย์ทำโทษ ฉันไม่รู้ด้วยนะ”



            “อย่ามาทำปากแข็ง ถ้าถึงตอนนั้นจริง ๆ พี่ใจร้ายกับฉันไม่ลงหรอกน่า”



            แต่แชยองคนซื่อก็ช่างปรับอารมณ์กลับสู่สภาวะปกติได้รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ น้ำเสียงเจื้อยแจ้วอย่างน่าเอ็นดูผสมปนเปกับความน่าหมั่นไส้ทำให้มินะต้องเอียงหน้ามองทั้งรอยยิ้มกว้าง และดวงตาพราวระยับอย่างที่ใคร ๆ ก็คงต้องบรรยายว่าสวยเหมือนมีดาวนับล้านอยู่ข้างในนั้น



            “หืมทำไมคะ”




            “เพราะพี่มินะรักแชงแชงม้ากมากไงคะ”



           

            ถ้าไม่นับตัวเอง เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนมั่นหน้าสุด ๆ ก็วันนี้แหละ



            แต่จะไม่ปฏิเสธหรอกนะ




            ก็เด็กมันน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้รักได้ยังไงกัน



           

            มินะเอื้อมมืออีกข้างลูบหัวแชยอง ก่อนจะตอบกลับ




            “เหมือนที่แชงแชงรักพี่มินะม้ากมากหรือเปล่าคะ”



           

            เสียงบอกรักแข่งกันดังสะท้อนตามโถงทางเดินยาว และค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับร่างของหญิงสาวหนึ่งคนและเด็กสาวในชุดนักเรียนอีกคน         




            และแน่นอนอย่างที่สุด





            ไม่มีใครลืมกุญแจไว้ตรงหน้าประตูอีกแล้ว




 

THE END





******************************************************************************


ขอบคุณที่เชื่อมั่นและติดตามฟิคเรื่องนี้มาตลอดค่ะ

หากมีอะไรที่ผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

บ๊าย : )

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #390 Mimi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 15:53

    ขอบคุณมากนะคะที่แต่งให้อ่าน ชอบมากๆเลยค่ะ ขอให้ไรท์มีทุกวันที่ดีมีความสุขมากๆนะคะ

    #390
    0
  2. #371 TaTRV (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 15:49
    แงงงง กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังรู้สึดว่าเปนมิแชงที่ฟิลกู้ด ละมุนที่สุดเเล้วววว
    #371
    0
  3. #368 ftpn2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 19:50

    พึ่งได้อ่านขอบคุณมากนะคะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้

    #368
    0
  4. #363 U.U (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 17:01
    ขอบคุณนะคะไรท์ที่แต่งเรื่องนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ ยิ้มทั้งเรื่อง ร้องไห้ด้วย อบอุ่นด้วย ชอบมากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ >_<
    #363
    0
  5. #357 Mina_Minari (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:19
    สนุกมากค่ะฟิครายปีนี้ เยี่ยมเลย!!
    #357
    0
  6. #356 sainoii_treerut (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:22
    ขอบคุณที่พาเรามาจนจบนะคะ
    เป็นฟิคที่ชอบมากจริงๆ กว่าจะหวานได้ขนาดนี้ ไรท์หมดกาแฟไปกี่แก้วเนี้ย555
    ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
    #356
    0
  7. #355 srch_cy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 18:43
    ถึงจะรักกันแล้วแชยองก็ยังเป็นแชยองคนซื่อบื้ออยู่ดี5555
    #355
    0
  8. #354 sopao (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 16:35
    คลูๆหวานๆจร้าาาา ฟิตดีไรท์ ไม่นับเรื่องดอง555 ชอบๆ สู้ๆห๋าาาาา จุ้นๆ
    #354
    0
  9. #353 Choco_holics (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 10:39
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะขอบคุณที่ต่อจนจบด้วย5555รักเรื่องนี้ที่สุดเลย
    #353
    0
  10. #352 #fada5e (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 09:08
    ง่า จบแล้ววว ขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆนะคะะ
    #352
    0