[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 20 : Chapter 18 : Sweetest Sentiment

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    22 ก.ค. 60






Chapter 18 : Sweetest Sentiment

 


ถ้าให้ว่ากันตามตรงความรักไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องมี

ก่อนหน้านี้เราต่างก็อยู่ตัวคนเดียวได้สบาย ๆ

แล้วทำไม? ทุกอย่างถึงเปลี่ยนไป

ตั้งแต่วันที่เราบังเอิญพบกัน


The sweetest of passions, the most delicious sentiment,

 





ยัยป้านี่ย้ายบ้านหนีน้ำท่วมเหรอ?



นั่นคือความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นในใจเด็กสาวผมแดงวัยสิบหกขวบ หลังจากเปิดประตูห้องพักออกมาพบผู้หญิงวัยน่าจะกลางคน เหงื่อฉาบทั่วใบหน้าสวยและแก้มแดงฝาด แต่งชุดดำเรียบตั้งแต่หัวจรดเท้า เรือนผมสีสว่างถูกมัดรวบลวก ๆ ด้านหลังแบกเป้ขนาดใหญ่กว่าตัว สายสะพายข้างหนึ่งขยับมาอยู่ตรงหัวไหล่บางอย่างหมิ่นเหม่ว่าจะหล่นให้ได้ในไม่ช้า ข้างกายมีลังสัมภาระเบียดเสียดกันแน่นขนัดอยู่บนรถเข็นคันน้อย



          หอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มไปหมด



          ทำอย่างกับจะเข้ามาอยู่กันทั้งตระกูล



          เด็กสาวมองสภาพผู้หญิงแปลกหน้าที่ย้ายมาใหม่อีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า




          มือช้ำเป็นรอยแดง ขาก็ดูอ่อนแรงคล้ายกับจะทรุดลงได้ทุกเมื่อ แล้วไหนจะสีหน้าเลิกลั่กเป็นกระต่ายตื่นตูมนั่นอีกดูเหมือน ไม่สิ เป็นบุคคลประเภทที่ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างแน่นอน



          ช่วยเหรอ



...




ไม่ดีกว่า




แต่แล้วเธอก็โยนความคิดนั่นทิ้งภายในเสี้ยววินาที หลังจากสมองประมวลผลได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญให้เธอต้องใส่ใจ



กะอีแค่ผู้หญิงข้างห้องที่ไม่รู้จักกัน และคงไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันมากกว่านี้



อย่าสิ้นเปลืองแรงโดยเปล่าประโยชน์เลย



ดีไม่ดีถ้าเสนอหน้าเข้าไปใกล้สักระยะหนึ่งไม้บรรทัดสารรูปอย่างเธอคงถูกมองว่าเป็นพวกเด็กเหลือขอมีเจตนาไม่ดีเหมือนเดิมแหง ๆ



พ่นลมหายใจสั้น ๆ กับตัวเอง ก่อนจะรีบก้าวขาเดินออกจากบริเวณนั้น มือควานหากระดาษจดรายชื่อสินค้าที่ต้องซื้อในกระเป๋าเสื้อนอกอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่ามันยังอยู่ดีเห็นมั้ยล่ะ เธอเองก็มีธุระของเธอที่ต้องทำ ไม่มีเวลาว่างยุ่งเรื่องคนอื่นหรอก




แล้วความตั้งใจนั้นก็พังทลายลงเมื่อเดินย้อนกลับมาถึงโถงหน้าห้องอีกครั้ง



ไม่ได้อยากสนใจนะ



          สาบานได้เธอแค่บังเอิญเหลือบเห็นว่ากุญแจเสียบคาประตูห้องเจ้าหล่อนก็เท่านั้น



          สร้างปัญหาให้ตัวเองตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ?



          ทำไมไม่รอบคอบ? ถึงใต้หอจะมีระบบคีย์การ์ดกรองคนก่อนเข้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนบนนี้ไว้ใจได้หมดซะหน่อย เกิดมีพวกโจรใจทรามหรือคนหื่นกามบุกเข้าไปจะทำยังไง?



ท่าทางคงจะเป็นคนประเภทยัยป้าเด๋อด๋าไม่ทันโลกแหง ๆ



เพราะพรุ่งนี้ไม่อยากตื่นขึ้นมารับรู้ข่าวอาชญากรรม และขอย้ำอีกครั้ง เธอไม่ได้นึกอยากสนใจผู้หญิงคนนั้นสักนิด ก็แค่สิ่งที่ควรพึงกระทำในฐานะมนุษย์ร่วมโลกใช่มั้ยล่ะ ไม่ว่าใครที่มีจิตใจดีก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้น



เด็กสาวถอนหายใจ หงุดหงิดทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องอารมณ์ขุ่นมัวกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ก่อนจะยกหลังมือกระแทกบานประตูเรียกคนข้างในออกมา




          ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก


         

          และความสัมพันธ์ก็เริ่มต้นตรงนั้น




          เรื่องราวของยัยป้าอายุยี่สิบเอ็ดขวบกับยัยเด็กปากเสียอายุสิบหกขวบไง



 

---------------------------------------------------------------------------------

 



ซนแชยองเกลียดความรัก




เกลียดการสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใคร เกลียดการเอาหัวใจและความรู้สึกไปผูกไว้กับคนอื่นแล้วก็โดนทำลายลงง่าย ๆ เพราะมันเปราะบางกว่าเคย คล้ายกับที่มีนักปรัชญาคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ในทฤษฎี Sweetest Sentiment ว่าโดยเนื้อแท้แล้วมนุษย์เกิดมาเสรี แข็งแกร่ง เป็นผู้ทรงเกียรติที่ใช้หลักเหตุผลดำเนินชีวิต แต่เพราะความบังเอิญที่ต้องอยู่ร่วมกับมนุษย์อีกคนชั่วคราว มันจึงเกิดความรู้สึก พัฒนาเป็นความผูกพัน ความหวงแหน และความรักในท้ายที่สุด



สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้มนุษย์สูญสิ้นความเป็นผู้ทรงเกียรติ ขาดเสรีภาพ และอ่อนแอลง



เธอไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ ไม่อยากเจ็บปวดเพราะต้องโดนทอดทิ้ง เพราะอย่างนั้นถึงได้พยายามหลีกเลี่ยงผู้คนเท่าที่ทำได้ ปิดประตูขังตัวเองไว้ในห้องคับแคบ



มันเคยเป็นแบบนั้นจนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิต



ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม



รู้ตัวอีกทีเธอก็ขาดผู้หญิงนั้นไม่ได้




รู้ตัวอีกทีเธอก็รักผู้หญิงคนนั้นแล้ว




แน่นอน—มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามปิดกั้นตัวเองมาตลอด กว่าจะระลึกและยอมรับได้ว่ามันเป็นความรักจึงต้องใช้เวลาผ่านการเดินทางเสียเนิ่นนาน



            อย่างน้อยก็ดีใจที่พี่มินะของเธอไม่หมดหวังยอมแพ้ให้ความโง่ไปก่อน




            ใช่—พี่มินะของเธอ





 

“ฉันชอบเธอก่อน ชอบตั้งนานแล้วด้วย”




เสียงดังชัด สะท้อนในหัวเหมือนเจ้าของประโยคกำลังเอ่ยซ้ำไปซ้ำมาใบหน้าจริงจังทว่ายังคงเจือด้วยรอยแดงจาง ๆ บนผิวแก้มอย่างน่ารักนั่นพานให้แชยองหัวใจพองโตและอดยิ้มกว้างไม่ได้



“ฉันรู้”  



“อะไรนะ? จากที่ตั้งใจว่าจะให้ประโยคสารภาพรักของตัวเองช่วยทวงคืนศักดิ์ศรีในฐานะคนชอบก่อนตั้งเกือบปี คราวนี้มินะก็ต้องกลับมาเป็นฝ่ายยืนหน้าเอ๋อจับต้นชนปลายไม่ถูกอีกครั้ง “เธอรู้ได้ยังไง รู้นานหรือยัง แล้ว



“ฉันหิวอ่ะ ไว้ค่อยกลับไปคุยต่อที่ห้องดีกว่าเนอะ” แชยองตัดบทกลางคัน ส่งยิ้มตาหยีปิดท้าย ก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังแผนกสินค้าประเภทอื่นต่อหน้าตาเฉยราวกับต้องการเล่นเกมทดสอบความอดทน



แหน่ะ มีเล่นตัว




ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ มินะคงจะรักษาความใจเย็นได้อยู่หรอก



ในกรณีที่เป็นสถานการณ์ปกติล่ะนะ




“ซนแชยอง!” ด้วยยังค้างคากันแบบนี้ กว่าจะรอให้ซื้อของเสร็จและเดินกลับถึงห้องเธอคงได้สติแตกทึ้งผมร่วงหมดหัวก่อนพอดี ไม่ปล่อยให้เจ้าของชื่อเดินหนีไปไกล มินะรีบคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อนักเรียนหลุดลุ่ยแล้วออกแรงดึงจนเด็กมันแทบหน้าหงาย



รุนแรงเหลือเกิน




“อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง คุยกันให้รู้เรื่องก่อน เธอเพิ่งบอกชอบฉันใช่มั้ยถ้าชอบก็สนใจกันหน่อยสิ”




แชยองหัวเราะเธอล่ะชอบตอนมินะหลุดมาดจริง ๆ




“แล้วพี่จะรีบคุยทำไมอ่ะ”



“ก็



“ไม่เห็นต้องรีบเลย” เด็กสาวจับมือบางของคนญี่ปุ่นใจร้อนที่กำชายเสื้อตัวเองแน่นให้คลายออก เปลี่ยนเป็นกุมไว้หลวม ๆ แล้วแกว่งไปมาเหมือนเด็กอนุบาล



“...”




“ระหว่างนี้ฉันไม่เปลี่ยนใจชอบคนอื่นหรอก”




นอกจากเสียศักดิ์ศรีในฐานะคนแอบรักก่อนที่โดนสารภาพตัดหน้า มาตอนนี้ยังมิวายสิ้นศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าของกิจการไร่อ้อยรุ่นบุกเบิกอีก ผิวแก้มร้อนฉ่า ตัวแข็งทื่อ แทบไปต่อไม่เป็นเมื่อโดนฟาดกลับด้วยฝีมือการอ้อยระดับจูเนียร์



เด็กมันร้าย!




มินะกระแอมเสียงเบาในลำคออย่างไว้ท่าที หวังกลบเกลื่อนร่องรอยความเขินแต่สังเกตจากทั้งสีหน้า แววตา และรอยยิ้มล้อเลียนจากแชยอง ดูเหมือนว่าคงไม่ได้ผลเท่าไร





สุดท้ายคนอายุมากกว่าก็จำต้องยอมเก็บความคับข้องใจไว้ก่อนชั่วคราว ปล่อยให้เด็กจอมเล่นตัวเอ้อระเหยลอยชายเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตต่อ กระทั่งจ่ายเงินเสร็จ เดินกลับถึงห้องพัก เทียบเวลาจริงตามเข็มนาฬิกาผ่านไปแค่ราวครึ่งชั่วโมง



หากในฐานะคนที่กำลังรอใจจดใจจ่อแค่หนึ่งนาทีก็ถือว่านานมากเกินแล้ว



มีคำที่อยากถาม



มีเรื่องที่อยากพูดเต็มไปหมด




บางทีอาจต้องขอบคุณที่วันนี้แชยองเลือกทำเมนูอย่างง่ายรวมกับสายตากดดันและคำพูดเร่งเร้าจากมินะเป็นระยะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงนับจากกลับถึงห้อง อาหารสามจานพร้อมชามข้าวก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะเล็กตัวเดิม ต่างฝ่ายต่างจับจองนั่งพื้นเบาะฝั่งตรงข้ามกันเหมือนทุกครั้ง




“จ้องหน้าฉันไม่ช่วยให้อิ่มหรอกนะ” และแชยองก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงที่รักษาท่าทางกวนประสาทผสมกับปากคอเราะร้ายได้เหมือนเดิมอย่างน่าเหลือเชื่อ จนติดจะน่าหมั่นไส้นิดหน่อยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในยามที่เจ้าตัวตักข้าวใส่ปากคำโตแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ หน้าตาเฉย



แหมอร่อยมากมั้ง



เอนจอยอีตติ้งเหลือเกินนะ




“รู้ตั้งแต่เมื่อไร” มินะเลือกไม่ตอบโต้ประโยคยียวนข้างต้น หากวกเข้าประเด็นเดิม ขณะที่แชยองก็ค่อย ๆ ลดความสนใจต่อชามข้าวและอาหารสามอย่าง ยอมเงยหน้าสบตากัน



            “จะเอาเรื่องไหนล่ะ”


            “...”


            “เรื่องที่ฉันชอบพี่


            “...”



หรือเรื่องที่พี่ชอบฉัน?



“ก็ทั้งสองเรื่องเลย” ลมหายใจสะดุดชั่วขณะจนเกือบสิ้นท่าอีกรอบ ยอมรับว่าพอได้ยินประโยคบอกชอบซ้ำแล้วก็ชวนให้เกิดอาการเขินไม่หยอก




แชยองหัวเราะพลางโคลงหัวตัวเองเบา ๆ ระหว่างที่มันสมองอันน้อยนิดกำลังเรียบเรียงเรื่องราวและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดให้ออกมาเป็นประโยคที่คนฟังจะเข้าใจโดยง่าย—แหงล่ะ เธอไม่ค่อยถนัดการเล่าเรื่องยาว ๆ สักเท่าไร แต่ครั้นจะให้ตอบสั้นแบบประหยัดคำพูดนั่นก็ทำไม่ได้อีกเหมือนกัน



เพราะความสัมพันธ์และความรู้สึกของเธอที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้ามันมากมายและซับซ้อนเกินกว่าจะทำให้จบได้ภายในประโยคสองประโยค ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำถามง่าย ๆ ก็ตามที



“ตอนแรกที่ฉันเห็นพี่มินะหน้าห้อง” ใช้เวลารวบรวมความกล้าพักหนึ่งกว่าจะเริ่มประโยคแรก ค่อย ๆ ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น น้ำเสียงฉะฉานหากเจือด้วยแววไม่มั่นใจอยู่ในที “ฉันไม่ชอบพี่เลย—จริง ๆ นะ ดูเป็นผู้หญิงประเภทที่ให้ตายฉันก็ไม่มีทางยุ่งด้วยอ่ะ”



เอ๊ะ



คนโดนไม่ชอบหน้าตั้งแต่ครั้งแรกชะงักกึก



เดี๋ยวนะคะรู้สึกว่าประโยคเมื่อกี้ฟังดูแปลก ๆ



“นี่หลอกด่าหรือเปล่า”



แชยองไหวไหล่ ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ “แต่พอยิ่งคิดว่าจะไม่ยุ่ง พวกเรากลับยิ่งสนิทกันมากขึ้นทุกที ก็ตลกดีนะตอนนั้นฉันงงมากเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ต้องซื้อขนม ต้องทำดีกับฉันทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแค่แป๊บเดียว”



“...”



“ที่ไม่เข้าใจที่สุดทำไมฉันต้องยอมให้พี่มายุ่งกับชีวิตฉันมากขนาดนั้น ทำไมฉันต้องรู้สึกแย่ตอนที่พี่ไม่ยอมคุยกันเหมือนเดิม” จบประโยคก็หยุดนิ่งพักหนึ่งตามประสาคนไม่ค่อยได้พูดอะไรยาว ๆ  เด็กสาวระบายยิ้มบาง ขัดกับมือไม้ที่เริ่มอยู่ไม่สุขจนต้องจับช้อนเขี่ยข้าวในชาม “ฉันไม่ค่อยได้อยู่กับครอบครัว ไม่เคยมีพี่สาว ช่วงแรกก็เลยคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเรามันคงจะเป็นแค่แบบพี่สาวน้องสาวอะไรอย่างนั้นมากกว่า”



พร่ำบอกตัวเองนับพันครั้งว่าไม่หรอกไม่ใช่ มันไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนั้น



มันไม่ควรมีอะไรมากไปกว่าผู้หญิงสองคนที่พักอยู่ห้องข้างกัน บังเอิญรู้จักและได้ใช้เวลาร่วมกัน ก็เลยสนิทสนมประหนึ่งพี่น้องเท่านั้นเองไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้น



มินะแค่นั่งเท้าคางนั่งฟังเงียบ ๆ อย่างตั้งใจ ราวกับต้องการจะเก็บทุกถ้อยคำ ซึมซับทุกน้ำเสียงให้สมกับที่รอมานาน เรื่องราวพวกนั้นช่วยทำให้เธอเข้าใจมุมมองและความคิดที่สับสนของแชยองมากขึ้นเยอะเลย



นึกขอบคุณตัวเองที่ไม่รีบเร่ง ผลีผลามบอกรักแชยองจริงจังไปตั้งแต่ช่วงแรกที่สนิทกัน



ไม่อย่างนั้นฟิคเรื่องนี้ต้องถูกจัดอยู่หมวดดราม่าแหง ๆ



อาจจะพลิกเป็นเรื่องราวความรักของผู้หญิงสวยน่าสงสารที่รวบรวมความกล้าสารภาพรักกับเด็กสาวข้างห้องแต่โดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เพราะเด็กมันยังเข้าใจว่ารู้สึกกับเธอแค่ในฐานะพี่สาวคนหนึ่งจากนั้นก็จะไม่สามารถมองหน้ากันได้เหมือนเดิมอีกต่อไปอะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง



โอ้โห แค่คิดน้ำตาก็จะไหล




“แล้ววันนั้นที่เราทะเลาะกัน” พอย้อนความถึงเรื่องนั้น แชยองก็เริ่มกระอักกระอวน หลุบสายตาลงต่ำมองมือที่คราวนี้กำลังขยำชายเสื้อนักเรียนหลุดลุ่ยใต้โต๊ะ ปวดหนึบในใจเหมือนโดนบีบ



“ฉันไม่ชอบเห็นพี่ร้องไห้ มันแย่มากเลยตอนที่พี่บอกว่าเกลียดฉัน”




“ไม่ได้เกลียดซะหน่อย” อดีตคนเจ้าน้ำตารีบเอ่ยแย้งด้วยระดับเสียงที่ดังกว่าปกตินิดหน่อย เรียกให้แชยองเงยหน้าขึ้น มินะขบเม้มริมฝีปากบาง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลงจนแทบกลายเป็นกระซิบเมื่อพูดถึงประโยคถัดมา “ฉันพูดว่า จะไม่รักแล้วด้วย ต่างหาก”



“นั่นแหละฉันไม่อยากให้พี่ไม่รักฉันไง”


            “...”


            “ฉันอยากจะกอดพี่เหมือนตอนนั้นอีกนาน ๆ ”


            “...”


            “อยากนั่งมองพี่หลับทุกคืน”


            “...”


            “อยากตื่นมาเจอกันทุกเช้าก่อนใคร”


            “...”



            หลังจากพูดประโยคต่อเนื่องยาว ๆ ได้พร้อมกับจ้องตามินะโดยไม่หลบสักวินาทีเดียว แชยองก็เริ่มมั่นใจ รู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิม ยกมือทั้งสองขึ้นวางบนโต๊ะ “แค่คิดว่ามันจะดีขนาดไหนถ้าฉันได้ทำแบบนี้กับพี่เรื่อย ๆ ทุกวัน”  



            “...”



            ขยับมือขวาไปด้านหน้าอย่างไม่เร่งรีบ กระทั่งปลายนิ้วแตะกันแผ่วเบา และถือวิสาสะจับมือนั้นอย่างที่ชอบทำ



“จะมีเหตุผลอะไรอีกนอกจากฉันรักพี่”



แชยองยิ้ม



อันที่จริงเธอไม่กล้าบอกได้เต็มปากเต็มคำหรอกว่าตอนนี้เข้าใจความรักแล้วอย่างเต็มที่ เชื่อเถอะ มันยังมีรายละเอียดอีกมากที่เธอต้องค่อย ๆ เรียนรู้แต่อย่างน้อย เด็กสาวคนโง่ก็สามารถยอมรับกับใจตัวเองได้แล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าสำคัญต่อเธอมากเท่าไร



            มากเท่าที่อะไรหลาย ๆ อย่าง บอกว่าเธอเองก็เป็นคนสำคัญของมินะไม่แพ้กัน



            ไม่ใช่แค่ในฐานะคนข้างห้อง หรือพี่สาว



แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น



            “ฉันเลยเริ่มคิดว่าทุกอย่างที่ผ่านมา ที่พี่ชอบมาอยู่ใกล้ ที่พี่ใจดีกับฉัน ที่พี่แคร์ฉันมากขนาดนั้น คงเป็นเพราะพี่ก็รักฉันเหมือนกัน”



และแชยองก็หวัง



ไม่ เธอต้องการเรียนรู้ความรักไปพร้อมกับคน ๆ นี้



แค่เมียวอิ มินะ คนเดียวเท่านั้น         




            “รู้ตัวช้าไปหน่อย ขอโทษนะคะ”




            มินะสั่นหัวเบา ๆ บีบมือตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างจนขี้เกียจห้าม ปล่อยให้ตัวเองยิ้มจนปวดแก้ม มีความสุขกับช่วงเวลาที่รอคอยมาเนิ่นนานความกังวลที่เคยมีค่อย ๆ หลอมละลายหายไปกับอากาศ และถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นข้างในใจ



            เท่านี้เองที่ต้องการ



            แค่นี้เองที่อยากได้ยิน

           



            เมียวอิ มินะไม่ใช่คนโหยหาความรัก



            ไม่ใช่คนขาดความอบอุ่นอันที่จริง เธอไม่ใช่คนอ่อนไหวง่ายด้วย เธอสามารถอยู่ตัวคนเดียวแบบที่ไม่ต้องมีความรักจริงจัง หรือคบผู้ชายผู้หญิงคนใดได้มาตลอดยี่สิบเอ็ดปี ด้วยเหตุผลเพียงว่าเธอพอใจกับชีวิตตัวเองมากเกินพอแล้ว



            เธอไม่เคยต้องชายตาแลใครเพราะอยู่เฉย ๆ ก็มีคนเข้ามาให้เลือก



            แต่เธอไม่เคยเลือกใคร



            แล้วจู่ ๆ ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปหมด



            คนที่เป็นฝ่ายเลือกมาตลอดกลับต้องวิ่งไล่ตามขอความรัก



            ตั้งแต่วันนั้นที่แชยองเคาะประตูห้อง



            และเธอก็เปิดรับเด็กผู้หญิงคนนั้นเข้ามา



            “อื้อ”



            ด้วยความเต็มใจ




            “ฉันก็รักเธอ”




            คำที่เคยเก็บซ่อนไว้ ที่เคยรู้สึกว่ายากเหลือเกินกว่าจะเปล่งออกมา ตอนนี้อยากจะบอกซ้ำ ๆ พูดย้ำ ๆ ให้ฟังจนขึ้นใจให้เหมือนกับว่ามันคือประโยคภาษาเกาหลีที่เธอมั่นใจความหมายและพูดได้ดีที่สุด



เอาให้เบื่อกันไปข้างเลย



            อย่างไรเสียเธอก็ไม่มีทางพูดคำนี้กับใครพร่ำเพรื่อ นอกจากแชงแชงของเธอคนเดียว




            ใช่แชงแชงของเธอ

           


 

---------------------------------------------------------------------------------

           



ถึงตอนนี้ความรักมันสำคัญแล้วก็จริง



แต่ต้องห้ามเสียการเรียนด้วย




แม้ว่ามินะนึกอยากจะจับแชยองกอดรัดฟัดเหวี่ยง หรืออย่างน้อยก็นั่งจับมือ จ้องตา แล้วคุยเรื่องความหลังของสองเราจนกว่าใครสักคนจะเผลอหลับติดปัญหาสำคัญแค่ว่าก่อนที่จะได้ทำแบบนั้น จิตใจฝ่ายดีของเธอพลันนึกได้ว่าแชยองมีการบ้านต้องจัดการให้เสร็จภายในคืนนี้



กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ทั้งหลายที่คิดไว้จึงมีอันต้องยุติไว้ก่อนชั่วคราว



ความรักที่ดีต้องช่วยสอนการบ้านได้ด้วยนะคะ



            “ข้อนี้มันยังไงนะ”



            ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่เด็กสาววัยสิบหกของเราก็ยังคงติดขัดกับการบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นการบ้านของวิชาที่เกลียดแสนเกลียด (และแน่นอน ทุกคนรู้ว่าแชยองก็เกลียดมันหมดทุกวิชา) ซึ่งเธอไม่เคยเข้าใจหลักการทำมันเลยสักครั้ง



            ข้อดีอย่างเดียวที่นึกออกคงจะเป็นติวเตอร์ชาวญี่ปุ่นคนสวยที่นั่งยิ้มหวานให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ




            “ก็คล้าย ๆ ข้อเจ็ดนะฉันอธิบายไปแล้ว ลองนึกอีกทีสิ”



            “ไม่เห็นเข้าใจเลย” แชยองย่นจมูก ยีผมจนยุ่งเหยิง หลังจากขบคิดนั่งเขียน ๆ ลบ ๆ ตรงจุดเดิมจนกระดาษแทบขาด เด็กสาวผู้ไม่สันทัดเรื่องวิชาการก็หันไปเกาะแขน ส่งสายตาอ้อนวอนติวเตอร์ส่วนตัวข้างกาย “บอกอีกรอบไม่ได้เหรอ”



            ถ้าเป็นเมื่อก่อนมินะคงจะยอมอธิบายอีกครั้งอย่างเอาใจ แต่เพราะคราวนี้เธออยากให้แชยองฝึกทำการบ้านด้วยตัวเองมากขึ้น จึงส่ายหน้า ยกแขนกอดอก แกล้งทำเสียงแข็งใส่



“ฉันไม่ใจอ่อนหรอกนะ”




พออีกฝ่ายยืนกรานหนักแน่นขนาดนั้นก็ทำเอาแชยองหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย เด็กสาวส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจหากในวินาทีที่เธอกำลังจะหันกลับไปเผชิญกับแผ่นกระดาษและโจทย์ชวนหัวหมุน สมองอันน้อยนิดก็พลันคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้




สลัดคราบเด็กขวางโลก แล้วแทนที่ด้วยโหมดลูกแมวน้อยขี้อ้อน แชยองยกนิ้วชี้จิ้มเรียวแขนของคนที่ยังพยายามคีพคูล ครั้นอีกฝ่ายรู้ตัว และเริ่มจะเบือนหน้าหนีปัญหา เด็กเจ้าแผนการก็ใช้สองมือประคองหน้าไว้ ทันเห็นแววตาเลิ่กลั่ก ผิวแก้มขึ้นสีเลือดฝาดจาง ๆ กับริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้น เป็นสัญญาณบอกว่าแผนของเธอกำลังเป็นไปได้ด้วยดี




“ธเธอจะจะทำอะไร”



คับคล้ายคับคลาว่าเคยเกิดสถานการณ์ทำนองนี้เมื่อนานมาแล้ว



เหมือนตอนที่แชยองง้อเธอครั้งแรก




มินะรวบรวมสติ นับหนึ่งถึงสิบในใจช้า ๆ คราวนี้หมายมั่นปั้นมือเสียแน่วแน่ว่ายังไง๊ยังไงก็ไม่มีทางตกเป็นเหยื่อให้แชยองเล่นงานจุดอ่อนได้อีก



            “นะคะ พี่มินะจะไม่ช่วยแชงแชงจริง ๆ เหรอคะ”



            ส่งสมุดการบ้านกับดินสอมาทางนี้เลยค่ะที่รัก จะช่วยทำให้ทั้งหมดเดี๋ยวนี้       



            “....”



เอ๊ะ ยัยเด็กนี่



          พักหลังนี่แย่งใช้โหมดเสียงสองบ่อยเหลือเกินนะ!



            “ทำไมต้องอ้อนคะ”



            “เพราะฉันรู้ว่าพี่ชอบเวลาฉันพูดแบบนั้นไง” แหน่ะพูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการยักคิ้วหลิ่วตาอย่างมั่นใจมากว่าทำแบบนี้แล้วน่ารักมากมาย มินะแกล้งส่งสายตาดุ ๆ ให้ ก่อนจะใช้มือบีบจมูกเด็กรู้ดีอย่างมันเขี้ยว




            “ก็ได้ค่ะ งั้นแชงแชงฟังพี่มินะอธิบายดี ๆ นะ”




            เด็กมันลงทุนอ้อนขนาดนี้แล้ว จะให้ทนใจแข็งต่อก็คงจะกระไรอยู่ยิ่งเห็นรอยยิ้มกว้างแถมลักยิ้มข้างแก้มของแชยอง ก็พานให้มินะคลี่ยิ้มหวานตามไปด้วย หญิงสาวขยับตัวเข้าใกล้กันอีกนิด ลดช่องว่างระหว่างเราให้น้อยลง แล้วฉวย เอ้ย ถือโอกาสชะโงกหน้ากระทั่งริมฝีปากแทบจะแนบกับแก้มใสของคนที่จับดินสอรอจดตามคำอธิบายการบ้านอย่างกระตือรือร้น



ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนคุกคามหนักขนาดนี้




            “รักนะคะ”




            “อ๋อ รักนะ” ทว่าตราบที่โลกยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ฉันใด ซน แชยองก็ยังครองตำแหน่งเด็กสาวซื่อบื้อที่สุดในโลกฉันนั้น ตั้งใจจรดดินสอเขียนตามประโยคล่าสุดที่มินะกระซิบบอกเสียงหวานโดยไม่นึกไตร่ตรองสักนิด




            สิบวินาทีผ่านไป กระทั่งสมองเริ่มประมวลผลความหมายออกนั่นแหละ คนซื่อบื้อของเราถึงได้เงยหัวขึ้น คิ้วขมวดจนหน้ายุ่ง “อันนี้ไม่น่าเกี่ยวมั้ง”



            “อ้าว ไม่ใช่เหรอคะ” คนนอกเรื่องแสร้งเอามือป้องปากด้วยจริตแบบที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าจงใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะเสียงใสเมื่อเห็นแชยองเริ่มงอแงประหนึ่งเด็กเล็ก ๆ มินะจึงต้องยอมกลับสู่งานหลักอีกครั้ง หลังจากยื้อเวลาเล่นกันมานาน



            แต่ว่าก็ว่าเถอะ



          เป็นการสอนการบ้านที่มีความสุขจัง



 

---------------------------------------------------------------------------------



 

ท้องฟ้ายามวิกาลถูกคลุมด้วยม่านกำมะหยี่สีมืด



แสงที่ไม่สว่างเท่าไรจากเสาไฟเก่า ๆ ตามทางเดินลาดยาว




ผู้หญิงสองคนคนหนึ่งผมสั้นและรูปร่างสูงโปร่งอย่างกับนางแบบ กับอีกคนที่เป็นเจ้าของฟันกระต่ายกับปากแดง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ที่พูดไม่หยุดตลอดทาง ทั้งหมดรวมเป็นบรรยากาศคุ้นเคยที่ได้สัมผัสตลอดหลายปี



ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม



ยกเว้นแค่คราวนี้น้ำเสียงสดใสนั้นกำลังพูดกับคนในโทรศัพท์ ไม่ใช่คนที่เดินอยู่เคียงข้างกัน



จองยอนเหลือบมองเพื่อนคนสนิทที่พักหลังไม่สนใจเธอเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็นึกน้อยใจอีกเธอพยายามจะไม่คิดเรื่องโมโมะแล้ว อยากจะไล่ความคิดด้านลบออกจากหัว แต่ก็ทำไม่ได้สักที



จนถึงตอนนี้หลายอย่างมันก็ยิ่งแย่




“อาทิตย์หน้าฉันพอมีเวลาว่างนะเธอจะมาที่บ้านฉันก็ได้”



ฟังมาก ๆ เข้าก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนเกิน แต่จะให้เสียมารยาทกระชากโทรศัพท์นั่นออกจากมือนายอนก็คงไม่ได้อีกและเพราะว่าไม่อยากจะแบกรับความรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ จองยอนก็เลยตัดปัญหาด้วยการหยิบหูฟังยัดใส่หูแล้วเปิดเพลงให้ดังมากพอจะกลบเสียงของคนข้าง ๆ



ปล่อยให้นายอนคุยกับโมโมะอย่างมีความสุขต่อไปนั่นแหละดีแล้ว




“แน่นอน เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอเห็นเองว่าแม่ครัวที่สวยและเก่งที่สุดในโล หากมีหรือที่นายอนจะไม่ทันสังเกตถึงร่องรอยความผิดปกติจากเพื่อนสุดซี้ซึ่งออกอาการชัดเจนเหลือเกิน อันที่จริงช่วงพักหลังมานี้ จองยอนดูจะซึม ๆ เหม่อบ่อยมากกว่าปกติ ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน



เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย?




“แค่นี้ก่อนนะโมโมะ” ไม่ต้องรอให้เสียเวลาคิดนาน เธอรีบตัดบทสนทนากับรุ่นน้องชาวญี่ปุ่นที่ปลายสาย เก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าทันที



กับโมโมะน่ะค่อยคุยต่อวันหลังก็ได้




“เฮ้” ทั้งส่งเสียงเรียกและเอื้อมมือจับไหล่ รอจนกระทั่งคนตัวสูงกว่ายอมหันหน้าอมทุกข์มาแล้วถอดหูฟังออก “จองยอนนี่เป็นอะไร มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ”



แต่พอยิ่งถาม จองยอนยิ่งทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้



“นายอน”



“ว่าไง?



“เธอกับโมโมะน่ะ”



“...”



“คบกันตั้งแต่เมื่อไร”



“หา?” เลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “ฉันกับโมโมะ? เปล่านี่”



“ไม่ได้คบกันเหรอ?



“ก็ใช่ไง” ยืนยันหนักแน่น แต่ก็ยังมิวายคลี่ยิ้มเมื่อเผลอนึกจินตนาการภาพเธอกับโมโมะเดตกันท่ามกลางไฟลุกท่วมในห้องครัว จนหลุดเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ท้ายประโยค “ทำไมคิดงั้นล่ะ”



“ก็ช่วงนี้พวกเธอดูสนิทกัน”




“อ๋อ เข้าใจแล้ว” นายอนตบมือดังฉาด พยักหน้าเออออพึมพำกับตัวเองเฉกว่าตอนนี้ตนคือผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานผู้บรรลุปริศนาธรรม ก่อนจะยกศอกถองสีข้างจองยอนที่เริ่มมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้น เปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือจนเห็นได้ชัด



“ที่ช่วงนี้ซึม ๆ คือหึงเค้าเหรอเตง”




“เปล่านะ” คนปากแข็งรีบปฏิเสธ “สงสัยเฉย ๆ ”



“ฉันก็แค่สอนโมโมะทำอาหารเองรับรองได้ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”



“...” ระหว่างที่นายอนอธิบาย เล่าย้อนจุดเริ่มต้นที่รู้จักกับโมโมะและคุยกันเรื่องการทำอาหาร โมโมะขอให้ช่วยสอน จวบถึงสถานการณ์ปัจจุบัน จองยอนก็พยักหน้ารับเงียบ ๆ ทำเป็นไม่สน ทว่านัยน์ตาเป็นประกายและลอบอมยิ้ม ยิ่งได้ยินคำรับรองว่าไม่มีอะไรกับโมโมะอย่างที่เธอหลงเข้าใจผิด ในใจก็ลิงโลดจนแทบจะดิ้นพราดด้วยความสุขสม



ก็ไม่น่าหลงนึกน้อยใจเป็นคนอกหักได้ตั้งนานสองนาน




“ถ้าฉันคิดอะไรกับยัยนั่นจริง ฉันคงบอกเธอตั้งแต่แรกแล้ว”



“รู้แล้วน่า”




พอเห็นเพื่อนอาการดีขึ้นเหมือนเดิม นายอนก็หัวเราะร่า ตีเนียนวาดแขนขึ้นกอดคอคนตัวสูงกว่าอย่างไม่สำเหนียกตัวเอง




“ยังไงพวกเราก็เป็นนัมเบอร์วันของกันนี่นาใช่มั้ย”



จองยอนพยักหน้ารับช้า ๆ ทั้งรอยยิ้ม แล้วปล่อยให้เพื่อนสาวนัมเบอร์วันกอดคอ เดินคุยกันไปตลอดทาง อย่างที่ตอนนี้สามารถมั่นใจได้แล้วว่าจะไม่เหลือช่องว่างให้ใครหน้าไหนก็ตามเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธอได้อีก




ก็นั่นน่ะสิ



ซี้กันมาตั้งหลายปีแล้วจะให้ยอมน้อยหน้ากว่าคนที่เพิ่งเจอได้ยังไงกัน!



 

---------------------------------------------------------------------------------

 



            ผลจากการตั้งใจของทั้งนักเรียนชาวเกาหลีและติวเตอร์ชาวญี่ปุ่น ภารกิจทั้งหมดก็สำเร็จลุล่วงด้วยดีเพราะยังอยากจะอยู่ด้วยกันต่อ ทั้งคู่ก็เลยย้ายร่างมานั่งคุยเล่นบนพื้นห้องแทน




            อาจเพราะนั่งนาน ๆ แล้วเริ่มเมื่อย หรือมีเหตุผลซับซ้อนอื่นใดก็ไม่อาจทราบได้ปราศจากสัญญาณเตือนล่วงหน้า แชยองก็ทิ้งหัวลงบนตักของมินะที่กำลังเล่าย้อนถึงความประทับใจเดตอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกของพวกเธอ




            “ง่วงแล้วเหรอ” มินะก้มลงมองคนบนตักแล้วเอื้อมกดโทรศัพท์มือถือ แปลกใจเล็กน้อยเมื่อหน้าจอสว่างวาบปรากฏเวลาล่วงเลยเกือบถึงเที่ยงคืน “อยากนอนเลยมั้ย?



            แชยองยิ้มพลางสั่นหัวเบา ๆ “เปล่าพูดต่อสิ”




            สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจบประโยคนั้นกลับมีเพียงแค่ความเงียบงัน คละเคล้ากับเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังประสานกันเฉกเช่นเดียวกับดวงตาสองคู่มินะเลื่อนมือเรียวลงไล้ผิวแก้มใส แล้วหยิกเบา ๆ เรียกเสียงร้องโอดโอยไม่จริงจังจากคนโดนทำร้าย



            มินะหัวเราะกับท่าทางแบบนั้น ก่อนจะขยับมือเปลี่ยนไปลูบหัวแชยองแทน




            ถ้าความรักของแชยองคือการอยากกอด อยากมองกันไปจนกว่าจะหลับ หรืออยากลืมตาตื่นแล้วเจอกันทุกเช้าความรักของมินะคงเป็นการที่เธอสามารถมองหน้าคน ๆ หนึ่งได้นานทั้งวันทั้งคืนโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อสักนิดล่ะมั้ง




            เมื่อก่อนว่าหลงแล้วนะ แต่ตอนนี้เหมือนว่าจะทั้งรักทั้งหลงหน้ามืดตามัวกว่าเดิมอีก



            ให้ตายสิคนสมหวังในความรักใหม่ ๆ เขามักขี้เห่อแบบนี้กันทุกคนเลยหรือเปล่านะ?




            จะว่าไป



          เมื่อเริ่มหลุดเข้าสู่ห้วงภวังค์ มือที่ลูบหัวคนบนตักก็หยุดลง



            มีอีกหนึ่งเรื่องที่ยังไม่ได้เคลียร์กันให้ชัดเจนเลยนี่นา



            มัวคุยเรื่องความรู้สึกกับเรื่องในอดีตเป็นสิบ ๆ ครั้ง



            แต่ไม่ได้พูดเรื่องสถานะของความสัมพันธ์กับเรื่องในอนาคตเลยสักครั้งเดียว




            “นี่แชยอง”



            “หืม?



            “เรามีเรื่องที่ยังค้างกันอยู่นะ”



            แชยองเลิกคิ้ว “อะไรเหรอ”




            “ในเมื่อฉันรักเธอ”



            “...”


“แล้วเธอก็รักฉัน”


“...”


“งั้นเรา เอ่อคบกันดีมั้ย?


“...”




เงียบ



แชยองไม่ตอบในทันที เด็กสาวกะพริบตาปริบ ๆ สักพักราวกับกำลังคิดทบทวนคำถามเมื่อครู่ในใจ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแทนเธอเลียริมฝีปากแห้งผาก กระแอมเสียงเบาในลำคอ แข่งกับเสียงก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นที่กำลังเต้นระรัว



สบตาหญิงสาวผู้รอคำตอบรับอย่างใจจดใจจ่อ




“ไม่เอาอ่ะ”




เดี๊ยววววววววววววววว!



“ททำไม”



“อยากเล่นตัว”



กวนประสาท!



เพียงเท่านั้นคนโดนปฏิเสธด้วยเหตุผลแปลกประหลาดที่สุดในโลกก็แทบจะเอาหัวโขกขอบโต๊ะเสียให้รู้แล้วรู้รอดอ้อ และแน่นอนว่าหมายถึงหัวแชยอง ไม่ใช่หัวเธอ




แม่คะหนูเกลียดเด็กคนนี้



แต่ก็รักด้วยอ่ะค่ะ ทำไงดี




ระหว่างที่สมองอันชาญฉลาดกำลังขบคิด ชั่งใจว่าต้องทำอย่างไรกับคนช่างเล่นตัวดี ตื๊อต่อมั้ย? หรือจะรอทีเผลอจับมัดมือมัดเท้าแล้วรวบหัวรวบหางให้สิ้นเรื่องยัยเด็กเจ้าปัญหาก็พูดโพล่งเสียงเรียบ




“ฉันยังไม่ประทับใจ” กอดอกวางฟอร์มน้อย ๆ



“...”



ดวงตาพราวระยับอย่างนึกสนุก เหยียดปากยิ้มเป็นเส้นตรง เพิ่มความน่าโดนตบมากขึ้นอีกสิบระดับ “จะขอสาวเป็นแฟนทั้งที พูดตะกุกตะกักแบบนั้นได้ไง”



“กก็ฉัน



“เมื่อกี้ไม่ค่อยหวานเลยอ่ะขอฟังเสียงหวาน ๆ หน่อยไม่ได้เหรอ แบบที่พี่มินะชอบพูดกับแชงแชงอะไรประมาณนี้ไงคะ



“...”



“ที รักนะคะยังพูดได้เลย”




มินะอมยิ้ม ความประหม่าและหมั่นไส้เมื่อครู่จางหายวับอย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้เห็นแชยองพูดเจื้อยแจ้วเสียงใส วางมาดผู้เชี่ยวชาญด้านความโรแมนติกคงน่าเอ็นดูถ้าได้นั่งฟังต่อไปเรื่อย ๆ



แต่เธอเองก็ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดให้จบก่อนเหมือนกัน




“งั้นเอาใหม่นะคะ”


“....”



“แชงแชงคบกับพี่มินะได้มั้ยคะ”



“...”




            ในห้องหนึ่งห้อง



            ที่ ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวอนขอคำตอบรับจากผู้หญิงอีกคนหนึ่ง



            ทั้งแววตาที่จริงจัง น้ำเสียงที่อ่อนหวานแต่หนักแน่นทุกอย่างที่มินะแสดงออก แชยองสัมผัสถึงมันแล้วอย่างลึกซึ้ง และด้วยความสัตย์จริงเมื่อครู่ที่ทำเป็นเล่นตัวก็แค่ต้องการกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเองเท่านั้น



ยิ่งลองคิดว่าคำตอบรับหลังจากนี้จะเปลี่ยนแปลงพวกเธอไปอีกหนึ่งขั้น




            “ทำไมเงียบนานจัง” รู้สึกตัวอีกทีตอนที่ได้ยินน้ำเสียงกับเห็นท่าทางกระเง้ากระงอดของอีกคน แล้วแชยองก็ต้องหลุดหัวเราะเมื่อเจ้าหล่อนเอ่ยประโยคถัดมา “เร็วสิคะ ถ้าตอบตกลงภายในสิบวินาทีนี้ ทางเราจะแถมโปรโมชั่นพิเศษ ยกเมียวอิมินะ ให้คุณซนแชยองเอาไปนอนกอดทันที ฟรีตลอดชีวิตเลย”



เป็นโปรโมชั่นที่เปลืองตัวสุด ๆ



แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าใครต้องเป็นฝ่ายเปลืองตัวมากกว่ากัน...




“มีของแถมแค่อย่างเดียวเหรอ”



“ถ้ายังไม่พอใจหรือว่าคุณซนแชยองอยากได้เมียวอิมินะรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นคะ?



“แล้วมันต่างจากรุ่นธรรมดายังไงอ่ะ”



“ก็จะได้มากกว่ากอดไงคะ”



เดี๋ยวค่ะพี่!!!



เพียงเท่านั้น คุณซนแชยองก็เกิดอาการผงะกะทันหันวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม เหงื่อแตกซิก ๆ ไหลผ่านดวงหน้าเหลอหลาระหว่างที่ในใจก็คิดไกลถึงนัยยะของสิ่งที่ได้มากกว่ากอดไปแล้วราวร้อยแปดตลบ



แหม ผู้หญิงญี่ปุ่นเขาออกตัวแรงกันแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่านะ



“แชงแชงคะ”



แต่สาวเกาหลีก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าไม่ชอบที่มีคนมาออกตัวแรงใส่แบบนี้



“โอเคไม่เล่นตัวแล้วค่ะ”




มินะยิ้มหวาน โล่งใจกับคำตอบหลังจากลุ้นมานานว่าแล้วเธอก็ค่อย ๆ ขยับร่างเบียดคนตัวเล็ก ก่อนจะก้มหัวซบแก้มลงบนไหล่นั้นราวกับเพนกวินต้องการความอบอุ่น “ชอบโปรโมชั่นของพี่มินะใช่มั้ยล่า”



“อื้อ ชอบ” พูดจบ แชยองก็ได้รับสัมผัสจากเรียวแขนสองข้างของมินะที่โอบกระชับรอบตัวเธอจนแน่น ประหนึ่งกลัวว่าเธอจะดิ้นหนีไป




โปรโมชั่นพิเศษแสดงผลทันทีเลยสินะ




“แต่ตอนนี้ฉันขอรุ่นธรรมดาก่อนนะ ไม่อยากโดนลวนลาม”



 

---------------------------------------------------------------------------------

 



ถึงจะตกลงปลงใจคบกันอย่างเป็นทางการแล้วแต่การนอนร่วมเตียงนั่นมันก็อีกเรื่อง ต่อให้คิดซื่อ ๆ แบบไม่มีความคิดอกุศลเกี่ยวข้อง มินะก็ไม่แน่ใจว่าพวกเธอจะสามารถนอนกอด หรือแม้กระทั่งนอนใกล้ ๆ กันได้โดยไม่เกร็งหรือประหม่าตลอดทั้งคืน



            เพราะอย่างนั้นพอมินะเห็นว่าแชยองเริ่มสะลึมสะลือ เธอก็ไม่อยากให้น้องฝืนตัวเองต่อ




            แต่ก็ใช่ว่าแยกห้องกันตามปกติแล้วจะนอนหลับลงหรอกนะ




            เพราะหัวใจที่กำลังเต้นแรง และส่งเสียงดัง รวมทั้งภาพเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ตอนเย็นเล่นวนในหัวซ้ำไปซ้ำมา มันรบกวนเธอจนไม่อาจข่มตาได้เลยแล้วสุดท้ายมินะก็ต้องยอมแพ้ หญิงสาวลุกขึ้นนั่งหย่อนขาลงข้างขอบเตียง



            กับนาฬิกาที่กำลังบอกเวลาเกือบตีสาม




            มินะไม่อยากอุดอู้อยู่ในห้อง




            อะไรบางอย่างดลใจให้เธอลองเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าที่ไม่เคยกล้ากลับไปตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคราวนั้น แล้วก็พบว่าเด็กสาวที่เป็นคนพาให้เธอรู้จักกับสถานที่แห่งนี้คนที่เธอคิดว่าหลับไปแล้ว กำลังยืนเกาะขอบรั้วกั้น แหงนหน้ามองท้องฟ้าอยู่ เหมือนเป็นฉาก ๆ หนึ่งอาจจะเป็นฉากสุดท้ายของหนังรักเห่ย ๆ สักเรื่อง




            “ยังไม่หลับอีกเหรอ”



            แชยองค่อย ๆ หันมา ดูไม่ตกใจเท่าไรกับการปรากฏตัวของเธอ แสงสลัวพาดผ่านมากพอให้เห็นรอยยิ้มบางประดับบนหน้า “ตอนแรกก็ง่วงนะ แต่นอนไปนอนมาดันไม่หลับเฉยเลย” ตบท้ายประโยคด้วยเสียงหัวเราะ



            “ฉันก็เหมือนกัน” มินะพึมพำ เคลื่อนตัวไปเกาะขอบรั้วข้างแชยอง แล้วเงยหน้ามองภาพความมืดมิดที่มีจุดแสงไฟรำไรเบื้องหน้า




            สัมผัสเย็นเฉียบจากรั้วกั้น ลมเย็นเอื่อย ๆ พัดปะทะผิวกาย แต่เพราะรับรู้ได้ว่ายังมีอีกคนยืนอยู่ข้างกัน ความเย็นนั้นเลยไม่มีผลอะไร ตราบเท่าที่หัวใจยังอุ่นอยู่




            นับจากนี้คงมีแต่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่พวกเธอต่างก็ไม่เคยรู้จักมันมาก่อนในชีวิต



            แม้จะถูกโอบล้อมด้วยความมืดมิดไม่มีทางรู้ว่าหนทางข้างหน้าต่อจากนี้จะดำเนินอย่างไร



            เป็นธรรมดาที่ต้องรู้สึกกลัวบ้างนิดหน่อย



            แต่ไม่เป็นไรหรอก



          ไม่เป็นไร



            เพราะตอนนี้ก็ยังพอมองเห็นแสงไฟสว่างเลือนลางอยู่ไม่ไกล



            เธอเชื่อเชื่อเหลือเกินว่าหลังจากนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น



            พวกเราสองคนต้องผ่านมันไปได้ด้วยดีแน่




            มินะเหม่อพลางซึมซับภาพบรรยากาศยามค่ำคืนเรื่อย ๆ เนิ่นนานกระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่าถูกคนข้างกายแอบพิจารณาเสี้ยวหน้าด้านข้างนานแล้วนานพอจะสรรหาคำชื่นชมเยินยอต่อเครื่องหน้าไร้ที่ติกระทบกับแสงนวล และผมสีอ่อนยาวประบ่าที่ปลิวไสวตามแรงลมจนแชยองนึกรำคาญแทน จึงค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นเกลี่ยมันทัดหลังใบหูให้



            “คิดอะไรอยู่”     



            มินะหันหน้าสบกับดวงตากลมแป๋วของคนถาม ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อย ๆ



“ไม่รู้สิ—บางทีฉันก็คิดว่าอาจจะกำลังฝันอยู่” ตอบทีเล่นทีจริง



            ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ จากแชยอง ขณะที่เธอนึกล่วงหน้าว่าจะได้รับคำยอกย้อนกลับมาอย่างไร คนตัวเล็กกว่าก็ส่งฝ่ามืออบอุ่นมาประคองหน้าเธอไว้ แล้วเงยหน้าขึ้น มากพอจะมอบรอยประทับยังริมฝีปากอย่างแผ่วเบา




“ตื่นยัง?” ผละออก ส่งคำถามพร้อมเลิกคิ้วเอียงคอประหนึ่งเด็กน้อยผู้ใสซื่อ หากรอยยิ้มหวานและสายตานั้นเป็นประกายน่าหมั่นไส้



“...”



ปล่อยให้คนกำลังฝันที่เพิ่งโดนปลุกด้วยวิธีการชวนใจเต้น ได้แต่ยืนกะพริบตาปริบ ๆ



“...”



“ยัง”



 สิ้นประโยคมินะจึงได้รับการปลุกอีกเป็นครั้งที่สองหากคราวนี้เพิ่มแรงกดและเนิ่นนานกว่าเดิม




“คราวนี้ตื่นมั้ย”



“ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ” ครั้นได้สติแล้วคนตื่นยากก็สวมวิญญาณเจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี แสร้งส่ายหน้าสับสน ทว่าทอดสายตาผสมกับรอยยิ้มหวานเชื่อมปานน้ำผึ้ง ขณะที่ระยะห่างของใบหน้าเริ่มลดน้อยลงอีกครา “ขอทดสอบอีกรอบนะ”



ไม่เปิดโอกาสให้แชยองได้เอ่ยอะไร มินะก็เป็นฝ่ายประทับริมฝีปากแทนในครั้งที่สาม และแน่นอนว่าเธอคงไม่ยอมปล่อยให้มันจบลงง่ายดายเฉกสองครั้งก่อนหน้านี้




            ตอบรับอย่างไม่ประสีประสากับสัมผัสวาบหวามที่ไม่คุ้นชิน ทว่ากลับยิ่งเชิญชวนให้ยิ่งถลำลึกดื่มด่ำกับรสชาตินี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า



คล้ายกำลังล่องลอยอยู่ในดินแดนขนมหวานที่ลิ้มรสเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ



นุ่มละมุนดุจสายไหม



นวลเนียนเหมือนเนื้อครีม



ชุ่มฉ่ำดั่งคาราเมล




รสชาติหวานล้ำของความปรารถนาอันน่าหลงใหล




 

พวกเธอรู้ซึ้งถึงมันแล้วในตอนนี้



           

LIKE THE SWEETEST SENTIMENT,

 





********************************************************************

: )

#FicSweetest




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #389 Mimi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:55

    กรี๊ดดดดดด ดีมากค่ะ จุดพลุฉลอง เขินมากกกก

    #389
    0
  2. #350 #fada5e (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:45
    ชอบมาก เรื่องนี้ ไม่เคยผิดหวังจริงๆ เป็นฟิคในดวงใจอีกหนึ่งเรื่องเลยนะคะ ชอบมากจริงๆ ความสัมพันธ์แบบนี้ โอ้ย ทำไมคุณแต่งได้ถูกจริตเราขนาดนี้คะไรเตอร์ TT รักนะคะ *ทำเสียงมินะ*
    #350
    0
  3. #348 Miguri (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 23:23
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆเรื่องนี้นะพีช มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่าน คุ้มค่ามากกับการรอคอยแต่ละตอน มันกลายเป็น เสน่ห์ของฟิคเรื่องนี้เลยยย รอติดตามเรื่องต่อๆไปนะครับ และขอบคุณอีกครั้ง ????
    #348
    0
  4. #347 Double_Dubu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 02:17
    จบแล้ววววว ปาดน้ำตา เกลียดตอนที่แชงปฏิเสธเพราะอยากเล่นตัว โอ้ย! ได้หรอเหตุผลนี้ 555555

    ขอบคุณที่ไรท์มาแต่งจนจบนะคะ กราบววว
    #347
    0
  5. #346 Mina_Minari (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 00:04
    จบได้ดีและลึกซึ้งมากค่ะ ฮืออออออ มันปลื้มปริ่ม~~~
    #346
    0
  6. #344 Rika (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 18:30
    *ลุกขึ้นปรบมือ* จบแล้ว โฮวววววววววว อ่านไปดิ้นไปกว่าจะอ่านจบนี่ต้องหยุดมาดิ้นมาม้วนด้วยความเขินอายแล้วกลับไปอ่านต่อ โอยยยยยย น่ารักมากๆเลย เป็นเรื่องที่อยากจะกลับไปอ่านต่อ ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคมากๆค่ะ ^^
    #344
    0
  7. #343 Rika (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 18:30
    *ลุกขึ้นปรบมือ* จบแล้ว โฮวววววววววว อ่านไปดิ้นไปกว่าจะอ่านจบนี่ต้องหยุดมาดิ้นมาม้วนด้วยความเขินอายแล้วกลับไปอ่านต่อ โอยยยยยย น่ารักมากๆเลย เป็นเรื่องที่อยากจะกลับไปอ่านต่อ ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคมากๆค่ะ ^^
    #343
    0
  8. #342 Denperrr (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:54
    จ้าาาาาาาาาาาาาาาาา
    หมั่นไส้กว่านี้ก็คู่ี้ชุบแป้งทอดอะค่า 55555
    ขอบคุณไรท์มากนะคะที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา มีความละมุนละไมไข่หนึ่งใบสองบาทห้าสิบมาก
    ชอบสุดๆ จะติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ต่อไปนะคะ เขิงจ้าาาา
    #342
    0
  9. #341 #171717 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:54
    เขินก็เขิน แต่หมั่นไส้ด้วย เหม็นความรัก มีมาเล่นตัว หน็อย เด็กมันร้าย แต่คนพี่ก็ร้ายพอกัน เมียวอิมินะรุ่นลิมิเต็ดบ้างล่ะ ยังไม่ตื่นบ้างล่ะ เด็กมันเปลืองเนื้อเปลืองตัวแย่แล้วเนี่ย
    เรื่องนี้ความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไป ดีค่ะ เราชอบ ถถถ พอลองย้อนกลับไปตอนแรกก็คิดว่ามันต่างจากตอนนี้โขเลย จากเด็กซื้อบื้อปากร้ายกับป้าข้างห้องวัยยี่สิบเอ็ด(ที่ทำตัวเป็นเจ้าของไร่อ้อย) ตอนนี้กลายเป็นพี่มินะของแชง แชงแชงของพี่มินะ ฮื่อ
    #341
    0
  10. #340 ++Black_Hell++ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:47
    ฮือออออออออออ อ่านแล้วเขินไม่ไหวเลยค่ะ T/////T ดีจริงๆ วันที่พี่มินะรอคอย แงงงงง ขอเกลียดมุกยังไม่ตื่นของพี่มินะนะคะ หนอยยยยย หมั่นไส้เหลือเกินค่ะ!
    #340
    0
  11. #339 Choco_holics (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:47
    เขินไม่ไหวแล้วฮืออออดีงามมมมมหยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะแง้ รักเรื่องนี้ที่สุดดดดด
    รักจนอยากให้ไรท์รวมเล่มเลยค่ะนี่จะสั่งพรีอย่างเร็วเลยฮือออออ
    #339
    0
  12. #338 srch_cy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:46
    กรี๊ดดดดดดดดกดกดดดดดดไวไฟเว่อร์ คบกันวันแรกก็จุ๊บกันแล้วอ่ะ ทำไมมันหวานเว่อร์ขนาดนี้ หมั่นไส้น้องแชงคนเล่นตัวจังข่ะ
    #338
    0
  13. #337 dRomanticz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:40
    ขอบคุณครับ
    #337
    0
  14. #336 MINAPHILE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:38
    อยากได้พี่มินะรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นบ้างอะค่ะ มีขายที่ไหนบ้างจะขายบ้านขายรถไปซื้ออออออออออ ฮืออออออออออออ บอกได้เลยค่ะว่าเป็นตอนที่อ่านไปนั่งกุมหัวใจไป บางทีก็เอามือมาปิดปากกลัวกรี้ดออกมา บ้าไปแล้วค่ะตอนนี้ มันน่ารักจนอยากร้องไห้ ไม่ค่อยได้เม้นขอรวบเป็นเม้นนี้เลยแล้วกันนะคะ ชอบที่เราได้เห็นคาวมรักของทั้งคู่ค่อยๆเติบโตอะค่ะ เหมือนเราลุ้นกบเขามาตลอดพอวันเขาสมหวังกันก็ดีใจประหนึ่งได้น้องแชงมาเป็นลูกเขย เป็นฟิคที่กลับมาอ่านได้เรื่อยๆเลยค่ะ จริงๆชอบมากนะคะแต่ไม่รู้จะเม้นอะไรแล้วเพราะพี่เคยบอกน้องพีชไปแล้วว่าชอบ 555555 แต่งมิแชงต่อนะคะ เรื่องนึงแต่งสองปีพี่ก็ยังโอเคเลยถ้าน้องพีชแต่ง อิอิ อ่อ รู้สึกว่าตอนสุดท้ายนี่สมกับการใช้เวลานานในการแต่งจริงๆค่ะ เพราะมันดีมากกก รอเรื่องต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
    #336
    0
  15. #335 Anchor3080 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:29
    คิดถึงและรอคอยมากค่ะ รวมเล่มขายมั้ยคะ รออุดหนุนเลยค่าาา????
    #335
    0
  16. #334 HbJnJH (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 20:22
    Please come back เสียงแชงแชง เมียวอิของซน~~~
    #334
    0
  17. #333 sainoii_treerut (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 13:45
    เห็นเรื่องนี้แจ้งเตือนนี่โคตรดีใจ
    อ่านไปเรื่อยๆมาตอนท้าย สปอยคะแม่
    แต่ก็ยังดีที่มาทำให้รู้ว่าไรท์ยังเขียนต่อ
    จะรอตอนเต็มนะคะ
    #333
    0
  18. #332 Mina_Minari (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 10:28
    ทำไมต้องสปอย!!!!


    เอาตัวเต็มมา!!!!! -0-
    #332
    1
    • #332-1 JSSKY(จากตอนที่ 20)
      23 มิถุนายน 2560 / 17:30
      อย่าเกรี้ยวกราดได้มะ ก็ชั้นยังแต่งตัวเต็มไม่จบ!!! ;w;
      #332-1
  19. #331 sopao (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 07:19
    ดีดดิ้นแทบตาย สปอยหรอกหรอ
    เกร้ดดดดดดด แถมฟรีเมียวอิไปนอนกอดที่บ้าน เอาค่ะ!!!!!!! ย้ายจากแผงผักไปแผนกอื่นต่อ วรั่ยๆๆๆ เหม็นความรัก สรุปก็รักกันมาตั้งนานแหละ ทั้งคู่อ่ะ อี๊ๆๆๆ
    ติดตามนะไรท์ คัมๆมาต่อ จุบุ
    #331
    0
  20. #329 #171717 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 06:12
    เด็กมันร้ายจริงๆ เอาซะพี่มินะเป๋ไปเลย555555
    นี่ขนาดบอกไม่สนใจนะ อืมๆๆ แล้วแต่เลยแชง แล้วแต่เล้ยยย แต่ใช้คำว่าวัยกลางคนกับคนอายุ21นี่จิตใจทำด้วยอะไร รุนแรงมาก
    ก็ไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่าคิดถึง ถถถ
    #329
    0
  21. #328 vas (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 06:12
    ไรท์คัมแบคคคคค!! คุณพระ..คิดถึงงง

    เด็กนี่มันร้ายจริงๆค่ะ ตัดหน้าคนพี่ไปทุกอย่าง 555555555

    แต่เราจะรอคนพี่กอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาพร้อมสาดอ้อยคืนให้สมกับเป็นคนแอบชอบก่อน !!
    #328
    0
  22. #327 srch_cy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 01:55
    เขินง่า แชงบทจะรุกก็รุกหนักเชียวนะ
    #327
    0
  23. #326 Double_Dubu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 00:37
    เด็กนี่มันร้ายยยนนน
    #326
    0
  24. #325 Rika (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 00:28
    ก็รู้นี่คะว่าคิดถึง ชิ / กอดอกสะบัดหน้า

    น่ารักมากเลย ฮืออออออ เด็กทันร้ายจริงๆค่ะมินะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สั่งสมมานี่โดนน้องทำตัดหน้าไปแล้วค่ะ 55555

    รออ่านนะคะไรท์ ฮือออออออ
    #325
    0
  25. #324 ALRISAPOPKA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 00:20
    เบบี้คัมแบคทูมี~~~~
    ดีใจที่ไรท์มาต่อน้าาา TT
    อยากเห็นมิแชงหวานอีกเยอะๆๆ5555
    #324
    0