[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 19 : Chapter 17 : Flash Forward

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,585
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    7 มี.ค. 60



Chapter 17 : Flash Forward


 

 

แด่คำว่าเพื่อนที่ไม่มีจริง

แด่ความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นมากกว่านี้

แด่ฉัน ผู้ไม่กล้าบอกความในใจ

แด่เธอ ผู้ไม่เคยรักกัน



 


 


            การรักษาความสัมพันธ์กับใครสักคนให้เหมือนเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย




โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ที่ดำเนินยาวนานมากว่าสิบปีระบุให้ชัดอีกหน่อยก็คือสิบสองปี



            เด็กสาวร่างสูงทิ้งตัวลงบนเตียง ตามด้วยโยนโทรศัพท์มือถือมั่ว ๆ ไม่สนใจว่ามันจะกระเด็นหล่นยังส่วนไหนแน่ล่ะ เธอไม่มีความจำเป็นแคร์มันมากนักภายหลังจากที่ใช้งานไปแล้วเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เพื่อเช็คว่ายัยเพื่อนซื่อบื้อนั่นยอมส่งอีเมลทักทายคุณแม่หรือยัง



            อีเมลแอดเดรสที่ระบุอยู่ในนามบัตร ใบเดียวกับที่แชยองนึกบ้าหย่อนมันทิ้งแก้วกาแฟนั่นแหล่ะ



            เพราะโซมีรู้ดีว่าหลังจากนั้นไม่นานแชยองจะหายบ้าและสำนึกผิดต่อการกระทำไม่คิดหน้าคิดหลังนั่น จึงช่วยเก็บรักษานามบัตรไว้ให้เป็นอย่างดี




            เธอรู้จักซนแชยองดียิ่งกว่าใคร



            แล้วก็เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ แชยองยังไม่กล้าส่งข้อความ



            แต่สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการคาดการณ์คือ แชยองไปนั่งขลุกอยู่ในห้องและขอคำปรึกษาจากพี่สาวใจดีที่เธอไม่ค่อยอยากได้ยินชื่อนักโซมีถอนลมหายใจ มันน่าหงุดหงิดน้อยเสียเมื่อไรที่ต้องรู้ว่าตอนนี้แชยองไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวแล้ว




            จะบอกว่าเธอเป็นเด็กขี้หวงเพื่อนก็ได้




            ก็หวงจริง ๆ นี่นา




            เมื่อก่อนเราเคยคุยกันได้ทุกเรื่องยกเว้นอยู่เรื่องเดียว มีปัญหาอะไรก็ปรึกษากันตลอด




            เป็นซนแชยองที่อยู่เคียงข้างจอนโซมี



            เป็นจอนโซมีที่คอยดูแลซนแชยองเสมอ






 

                         

“ตัวก็เตี้ย ยังจะกล้าหาเรื่องคนอื่นเขาอีกนะ” เสียงใสของเด็กหญิงวัยเก้าขวบไม่อาจปกปิดร่องรอยความกระวนกระวายได้เลย ภายหลังเพิ่งเกิดเหตุการณ์ระทึกกลางสนามเด็กเล่นของโรงเรียนเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอเปิดน้ำไหลผ่านผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาด ขณะที่เพื่อนตัวแสบผู้ก่อเรื่องกำลังพิงม้านั่ง หน้าบูดด้วยเหตุผลสองอย่าง



หนึ่ง อารมณ์เสีย



สอง โดนต่อยปากแตก



“เราเปล่าเริ่มนะ” เด็กหญิงเจ้าปัญหารีบแก้ตัว แล้วก็ต้องหลุดเสียงร้องโอดโอยจนต้องเอาแขนเสื้อประคบรอยช้ำตรงมุมปากหวังบรรเทาอาการ “ก็ก็พวกนั้นพูดไม่ดีกับเธอนี่ เธอไม่โกรธหรือไง”



โซมีปิดก๊อกน้ำ หมุนตัวกลับมาหาแชยอง



ด้วยความที่เธอเป็นเด็กลูกครึ่ง โครงสร้างหน้าตาและร่างกายออกไปทางฝรั่งเพียงคนเดียวของระดับชั้น ผิดแผกจากเด็กเชื้อสายเกาหลีแท้คนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน หลายครั้งจึงไม่สามารถเลี่ยงปัญหาการถูกกีดกันจากเพื่อนบางคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กผู้ชายดื้อ ๆ ที่มักปากเสีย ล้อเลียนความแตกต่างของโซมีเป็นประจำ



ตอนแรกเธอก็น้อยใจนิดหน่อยตามประสาเด็ก ๆ แต่พอเริ่มโตขึ้นก็ปล่อยวาง ไม่อยากเก็บคำพูดและท่าทีไร้สาระของคนพวกนั้นมาใส่ใจให้เสียสุขภาพจิต เพราะถึงอย่างไรเสียเธอก็ยังมีครอบครัวและเพื่อนที่น่ารักอยู่ดี



คนที่ดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนก็มีแค่แชยองนั่นแหล่ะ



ปกติก็แค่พูดตอบโต้ ไม่รู้ว่าคราวนี้เกิดฟิวส์ขาดหรือยังไง ถึงได้พุ่งเข้าไปผลักหัวโจกของแก๊งที่ตัวสูงใหญ่กว่าหนึ่งไม้บรรทัดจนล้มผลที่ตามมาคือโดนเขาสวนหมัดใส่หน้าแหก ดีนะที่เธอรีบลากตัวแชยองออกมาได้ทัน เช่นเดียวกับพวกลูกสมุนที่รั้งแขนห้ามปรามลูกพี่ไว้ ก่อนเกิดการปะทะกันรอบสอง  



ตัวเล็กเท่าลูกแมวแต่เปรี้ยวเหลือเกิน



“เราบอกแล้วไงไม่ต้องสนใจ”



“ก็เธอเป็นเพื่อนเรา” แชยองยังเถียง



“เธอก็เป็นเพื่อนเราเหมือนกัน” โซมีดึงแขนเสื้อที่บดบังรอยช้ำบนหน้าแชยองออก แล้วประคบผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดลงไปแทน “คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ”



“แต่



“เราไม่สนพวกนั้นหรอก”



“...”



รอยยิ้มกว้างผุดบนใบหน้าเด็กลูกครึ่งเมื่อนึกถึงประโยคถัดไป



“จริง ๆ นะ แค่มีเธอก็พอแล้ว”



          เพราะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันนี่นา



          เชื่อมั้ย? แค่ได้อยู่เคียงข้างกัน ดูแลกันอย่างนี้ เป็นห่วงกัน เป็นเพื่อนกันตลอดไป



          เป็นความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจ พวกเธอคิดแค่นั้นจริง ๆ



 

ไม่มีใครรู้เลยว่าวันหนึ่ง—จะมีคนทรยศ รักษาความเป็นเพื่อนให้เหมือนเดิมไม่ได้




 

 

---------------------------------------------------------------------------------

 

 



“แม่ฉันตอบแล้วนะ” แชยองพูดขึ้นระหว่างมื้ออาหารกลางวัน เรียกความสนใจจากเพื่อนตัวสูงโย่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามให้เงยหน้ามองกัน โซมีเลิกคิ้วพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง




“แล้วเป็นไง ดีใจล่ะสิ”




“ก็ไม่เท่าไร” ยักไหล่อย่างไว้ท่าที หลุดหัวเราะน้อย ๆ เมื่อนึกถึงข้อความแสนสั้นและห้วนที่พวกเธอแม่ลูกคุยกันตามประสาคนไม่ถนัดแสดงความรู้สึก คราวนี้ต้องยกความดีความชอบนี้ให้โซมีที่อุตส่าห์เก็บนามบัตรนั่นไว้—บางครั้งแชยองก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอกลายเป็นเด็กชอบก่อปัญหาเพราะมีโซมีคอยดูแลและหาวิธีรับมือกันได้ดีอย่างนี้หรือเปล่า




เหมือนลึกลงข้างในใจ—เธอรู้ดีว่าไม่ว่าตัวเองจะก่อเรื่องอะไร ก็จะมีคนคอยเตือน คอยแก้ไขให้



ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว



            ไม่ว่าเมื่อไรก็เป็นจอนโซมีที่รู้ใจซนแชยองตลอดเลย



          อย่างที่เคยบอก—ซนแชยองนึกถึงวันที่ชีวิตไม่มีจอนโซมีไม่ได้เลย




“พี่ขอคุยด้วยได้มั้ยครับ” ยังไม่ทันที่แชยองจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงทุ้มห้าวก็ดังขึ้นพร้อมการปรากฎตัวของรุ่นพี่หนุ่มร่างสูงที่แชยองไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เพียงแต่คุ้นหน้าเพราะช่วงนี้เขาพยายามเข้าหาเพื่อนของเธอบ่อยเหลือเกิน



บางครั้งก็แค่เดินเข้ามาทักทาย บางครั้งก็ซื้อของขวัญ ซื้อขนมมาให้ซึ่งโซมีกินไม่หมด ก็เลยเอามาแบ่งให้เธอด้วย



ปกติแชยองไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินแต่คราวนี้มันต่างไปจากเดิม ดูจากสีหน้าจริงจังระคนเขินอายของรุ่นพี่หนุ่มคนนั้นแล้ว เธอก็ควรจะหลีกทางให้เขาได้ใช้เวลาสองต่อสองกับโซมีสักหน่อย



คงเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ ๆ




“เอ่องั้นฉันไปละนะ”



“ไม่ต้องหรอกแชยองงี่” โซมีพูดเสียงเรียบ ปราดสายตาห้ามไว้ก่อนที่คนตัวเล็กจะลุกจากเก้าอี้ เมื่อแน่ใจว่าแชยองจะไม่ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวแล้วจึงหันไปมองรุ่นพี่หนุ่ม “พี่มีอะไรเหรอคะ”




“เย็นนี้ว่างมั้ยครับ คือพี่อยากจะชวนไป



“เย็นนี้ฉันไม่สะดวกค่ะ”



“อ่อ ครับ แล้วพรุ่งนี้?



“พรุ่งนี้ก็ไม่ว่างค่ะ” ตัดบทอย่างไร้เยื่อใยจนแชยองนึกสงสารรุ่นพี่คนนั้น ขณะเดียวกันก็แปลกใจด้วยไม่เคยเห็นด้านนี้ของโซมีมาก่อนมันดูเป็นเรื่องไกลตัวมากสำหรับเด็กผู้หญิงร่าเริงช่างใส่ใจคนรอบข้างที่เธอคุ้นเคย




“ไม่มีวันไหนที่ฉันว่างเลยค่ะ”




น่านับถือใจชายหนุ่มที่ยังฝืนยิ้มได้เข้มแข็งแบบนั้น แม้ว่าแววตาจะเริ่มหม่นลงอย่างน่าสงสารสำหรับโซมี เขาเป็นรุ่นพี่ที่ดีคนหนึ่ง ไม่ได้ตามตื๊อจนน่ารำคาญเหมือนคนอื่นที่เธอเคยเจอ รักษาระยะห่างพอเหมาะ นิสัยส่วนตัวก็นับว่าไม่เลวนัก



มีข้อเสียอย่างเดียว



เธอไม่ได้รักเขา




เขาเดินพาร่างและจิตใจบอบช้ำจากไปแล้ว ส่วนพวกเธอสองคนยังนั่งอยู่ที่เดิม โซมีแสร้งทำทีเป็นยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น ไม่ใส่ใจต่อสายตาของเพื่อนตัวเล็กที่มองมาอย่างไม่ปิดบัง ราวกับรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่รบกวนจิตใจแชยองอยู่ตอนนี้



และถ้าเดาไม่ผิด เดี๋ยวแชยองจะต้องถามแน่ ๆ




“ทำไมเธอไม่ตอบตกลงล่ะ”



นั่นไงผิดจากที่คาดไว้ซะที่ไหน




โซมีเลื่อนนิ้วผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ยอมเงยหน้าแม้ว่าสมาธิจะไปอยู่กับแชยองจนหมดแล้วก็ตาม



“ฉันว่าพี่เขาก็เป็นคนดีนะ” แชยองพูดต่อ “ไม่ลองให้โอกาสเขาหน่อยเหรอ”




“ทำไมจู่ ๆ ก็ใจดีขึ้นมา” ในที่สุดโซมีก็ยอมวางโทรศัพท์ อารมณ์น้อยใจเริ่มตีขึ้นผ่านทั้งสีหน้าและน้ำเสียง “ปกติเวลามีคนมาชอบฉัน ไม่เห็นเธอสนใจแบบนี้เลย”




คนเพิ่งรู้ตัวว่าใจดีเม้มปากเป็นเส้นตรงจริงอย่างที่โซมีว่า เมื่อก่อนเธอไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยสนใจใครก็ตามที่มาชอบเพื่อนสาวลูกครึ่ง ไม่แยแสว่าเขาจะเสียใจหรือเปล่า เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะมานั่งใส่ใจความรู้สึกคนอื่นนัก



นั่นมันก่อนที่ภาพใครบางคนจะปรากฎขึ้นมาในหัว



            ให้ตายเถอะช่วงนี้มินะมีอิทธิพลต่อชีวิตเธอมากเกินไปหน่อยมั้ย



            ขนาดไม่ได้อยู่ด้วยกัน ยังตามมาหลอกหลอนแบบนี้




“ฉันว่า” ลากเสียงยาวลงท้ายแล้วหยุดชะงักอย่างลังเล “การมีความรักมันก็ไม่เลวเท่าไรนะ”



“...”




“แค่คิดว่าถ้าฉันรักใครแล้วโดนปฏิเสธ คงเสียใจน่าดู”




“อ้อเหรอ” เพิ่งรู้ว่าการเอ่ยคำพูดสักคำมันยากขนาดนี้ โซมีเหยียดยิ้ม นึกสมเพชตัวเองที่ต้องยอมใจร้ายปฏิเสธคนสารภาพรักนับสิบ เพียงเพื่อมานั่งฟังเพื่อนตัวเล็กที่ไม่เคยรับรู้อะไรเลยบอกให้เธอรับรักพวกเขา



ซนแชยองผู้ใจดีกับรุ่นพี่ที่ไม่รู้จัก



แต่ใจร้ายกับเพื่อนคนหนึ่งที่แอบชอบเธอมาตั้งนาน




ไม่เอาแล้ว



ไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้อีกต่อไปแล้ว




“ฉันมีคนที่ชอบแล้ว”




“อะไรนะ” แชยองหน้าเหวอ ตื่นตระหนกกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้ยิน “ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”



โซมีแค่นหัวเราะมีใครให้แย่กว่านี้มั้ย? แอบรักเพื่อนสนิทตัวเอง มิหนำซ้ำยังเป็นมนุษย์ที่ซื่อบื้อที่สุดในโลก ถึงเธอไม่เคยเอ่ยปากบอกตรง ๆ แต่การกระทำที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมันยังชัดเจนไม่พออีกหรือไง?



ฉันยอมหันหลังให้ทุกคนบนโลกก็เพราะเธอไง ยัยโง่



อย่างน้อยเธอก็หวังให้แชยองนึกเอะใจบ้างแต่ดูจากสีหน้าตอนนี้ เหมือนว่าจะไม่เลย



ทั้งที่เพื่อนคนอื่นเขารู้ เขาสงสัยกันเกือบทั้งระดับชั้น



ฉันหรือเปล่าที่ต้องเป็นฝ่ายถาม




ทำไมเธอถึงยังไม่รู้อยู่คนเดียวล่ะแชยองงี่




“เธอมันไม่เคยรู้อะไรเลยจริง ๆ ”



            “หมายความว่าไง ก็เธอไม่เคยเล่าให้ฉั



“เธอ”



“...”




“ฉันชอบเธอ”




คนเพิ่งถูกสารภาพรักนั่งนิ่งประมวลผลทั้งหมดในสมองอย่างเชื่องช้าพยายามนึกหาคำพูดอะไรสักอย่างให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่แล้วก็ต้องกลืนมันลงคอ เนิ่นนานกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ




“โซมีฉัน”



“ถ้าสงสาร ถ้าไม่อยากให้ฉันเสียใจ เธอก็ห้ามปฏิเสธนะ”



“...”




“เห็นมั้ยล่ะ” ยิ่งเห็นแชยองเงียบไปแบบนั้น โซมีก็ยิ่งรู้สึกขมขื่น เด็กสาวยันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทอดสายตามองอีกคนที่ยังไม่ขยับเขยื้อน ตัวแข็งราวกับถูกสาป



ยอมรับรักใครแค่เพราะสงสารน่ะ



“เธอทำไม่ได้หรอก”



สัญญาณหมดคาบพักดังขึ้น



พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา



 

---------------------------------------------------------------------------------

 



“แบบนี้มันต้องฉลอง” โมโมะเปิดประเด็นทันทีที่จบคลาส ไม่ลืมหันหน้าหาแนวร่วมอีกสองชีวิตที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น “ไปหาของอร่อย ๆ กินกันเถอะ”




หลังจากฝ่าฟัน วางรูปแบบ ร่างโครงสร้างทำงานกันมาตั้งนาน



ในที่สุดพวกเธอก็รอดพ้นมันไปได้ด้วยดี!




ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การนำเสนอความคืบหน้าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แรก แต่การที่อาจารย์ทุกท่านรวมถึงเพื่อนร่วมคลาสกลุ่มอื่นไม่มีข้อติงานของพวกเธอ นอกเหนือจากแนะนำให้ปรับเพิ่มรายละเอียดเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี




            แหงล่ะจะยังไม่พูดถึงไฟนอลที่รออยู่อีกไม่ไกลหรอกนะ




            “ได้ข่าวว่าปกติก็ทำแบบนี้อยู่แล้ว” การสนทนาจะไม่มีทางสมบูรณ์หากโมโมะพูดแล้วไม่ได้รับการขัดจากซานะเพื่อนสุดซี้ซึ่งถามว่าคนชอบหาของอร่อยกินเป็นเรื่องปกติรู้สึกสะทกสะท้านสักนิดมั้ย? ก็เปล่า



            “ซานะเลี้ยง เย้!



            “เดี๋ยวก๊อน!




            มินะหลุดหัวเราะเสียงเบากับจังหวะตลกคาเฟ่ของเพื่อนสาวทั้งสอง แม้ว่าจะพยายามกลั้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์แล้วก็ตามทีต้องยอมรับว่าเธอมีความสุขทุกครั้งเวลาอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้ คนหนึ่งขี้บ่น เจ้ากี้เจ้าการเหมือนคุณแม่แก่ ๆ ส่วนอีกคนก็ซื่อตรง มองโลกแง่บวกเหมือนเด็ก ๆ ตัดกับเธอที่ช่างคีพลุคคนสมบูรณ์แบบตลอดเวลา นิสัยที่ต่างกันเกือบสุดขั้ว หากไม่ได้ทำให้พวกเธอรู้สึกแปลกแยกจากกันเลย




            ตอนแรกที่ตัดสินใจมาเรียนต่อต่างประเทศก็ยังแอบกังวลว่าจะเจอเพื่อนดี ๆ มั้ย



            อื้อ ก็โชคดีจริง ๆ นั่นแหล่ะ



            ไม่ใช่แค่ซานะกับโมโมะ แต่ยังรวมไปถึงจีฮโย ประธานรุ่นคนเก่งที่ตอนนี้คงกำลังวุ่นวายงานราษฎร์งานหลวงอีกตามเคยจนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเจอหน้ากัน แล้วก็เพื่อนคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สร้างความทรงจำอันดีร่วมกันมากมาย



            ทำให้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอมีความสุขมากเลย





            ไม่นานนักสามสาวญี่ปุ่นก็พากันเดินทางมาถึงร้านเจ้าประจำที่โมโมะร่ำร้องอยากมานักหนา




            คุณพระ




            พอประตูเปิดออก สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาคือศึกเคไฟท์ การต่อสู้ระหว่างแม่ครัวฟันกระต่ายกับพนักงานเสิร์ฟผมสั้นหุ่นนางแบบถ้าคุณคิดว่าแม่ครัวที่ตัวเล็กกว่ากำลังตกเป็นรอง ขอบอกว่าผิดถนัด



            รู้กันดีอยู่แล้วว่าจองยอนไม่มีทางขัดใจนายอนได้นานเกินสิบวินาที ด้วยเหตุนี้คนที่ทั้งแข็งแรงกว่าทั้งตัวสูงกว่าจึงต้องยอมลดขั้นโดนล็อคคออย่างไม่มีทางเลือก




            “ไง ไม่เจอกันนานเลยนะพวกเธอ” พอเห็นว่ามีแขกหน้าตาคุ้นเคยเข้ามาเยือนถึงได้ยอมปล่อยคนตัวสูงที่น่าสงสารให้เป็นอิสระ ไอหน้าดำหน้าแดง ส่วนตัวเองก็วิ่งไปหาสาวญี่ปุ่นที่ยืนอึ้งอยู่หน้าร้าน “โมโมะจองยอนแกล้งเค้าง่ะ”




            เหรอ!




            “เฮ้ อิมนายอน!




            “พวกพี่ชอบทะเลาะกันเหมือนพวกผัวเมียละเหี่ยใจเลยอ่ะ” โมโมะพูดซื่อ ๆ จับแขนลากนายอนไปยังโต๊ะตัวประจำ “ขอสั่งของกินหน่อย หิวแล้ว”




            เพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้ารายอื่นนอกจากพวกเธอ สั่งไม่นาน อาหารทั้งของคาวของหวานโดยฝีมือแม่ครัวอิมก็ถูกยกออกมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ หน้าตาและรสชาติดีตามมาตรฐาน




            นายอนถือโอกาสที่ยังว่างงานออกมานั่งคุยกับลูกค้าคนสนิท ตอนแรกก็ยังร่วมวงกันอยู่ดี ๆ แต่ไม่ทันไรก็พากันแยกไปคุยอีกฟากกับโมโมะแค่สองคนโดยมีของหวานกับแก้วน้ำติดมือด้วย ตัดขาดจากวงโคจรคล้ายมีโลกส่วนตัวของคนสองคนที่ผู้อื่นไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้




            เช่นเดียวกับจองยอนที่ปลีกตัวออกมาเช็ดโต๊ะคนเดียว




            เธอขัด ขัด ขัดออกแรงขัดซ้ำไปมาจนเริ่มเจ็บมือ อยากจะรวบรวมสมาธิให้จดจ่อกับการทำงาน ซึ่งดูจะยากเหลือเกินในเวลาแบบนี้ เธอไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้เผลอเหลือบมองผู้หญิงสองคนตรงนั้นเลย



ไม่รู้หรอกว่าคุยกันเรื่องอะไร แต่ดูจากไกล ๆ แล้วคงมีความสุขน่าดู



ยอมรับนะว่าเห็นเพื่อนมีความสุข เห็นเพื่อนไม่ต้องนั่งเหงาตอนเฝ้าร้านแล้วเธอก็พาลดีใจไปด้วยตั้งแต่โมโมะเข้ามา นายอนก็ดูจะร่าเริงมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย



            แต่ลึก ๆ ก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้



            มันแย่ตรงที่โมโมะเป็นเด็กดีเกินไป ดีจนเธอต้องเกลียดตัวเองแน่ ๆ ถ้าเผลอคิดร้ายกับเด็กคนนั้น




ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย แย่ชะมัด




            หญิงสาวหยุดขัดโต๊ะที่สะอาดเอี่ยมจนผิวแทบถลอก ยกมืออีกข้างเสยผมสั้นน่ารำคาญ ก่อนจะยอมแพ้เดินหายเข้าไปในหลังร้าน ไม่ทันรู้ตัวว่านายอนลอบมองตามหลังเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะสนใจโมโมะตามเดิม




และแน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนอยู่ในความสนใจของเจ้าแม่ศิราณีผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักของคนอื่นแต่ตัวเองกลับโสดสนิทอย่างมินาโตะซากิ ซานะ




“มินะ” สะกิดเรียกเพื่อนอีกคนโดยไม่ยอมละสายตาจากฉากละครรักสามเส้า “เธอว่าโมโมะกับพี่นายอนสองคนนี้เค้าแปลก ๆ ป่ะ”



“ก็นิดหน่อย”



“อะไรกัน ขนาดนี้ฉันไม่เรียกว่านิดหน่อยแล้ว” ตบเข่าดังฉาดประหนึ่งเชียร์มวยไม่ใช่ว่าชอบจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านหรอกนะ แค่บังเอิญสังเกตว่าเพื่อนสาวคนซื่อของเธอดูจะสนิทสนมกับนายอนเกินความเป็นแม่ครัวกับลูกค้าเจ้าประจำเกินไปสักหน่อย




แหม แยกกันไปคุยกันอย่างโลกนี้มีแค่เราสองแบบนั้น ต่อให้เป็นอนุบาลยังดูออกเลยว่ามีซัมติง!



โมโมะเองก็ไม่เคยเล่ารายละเอียดให้เธอฟังด้วยว่าไปเริ่มต้นสนิทสนมกันขนาดนี้ได้ยังไง




ไว้กลับมาเมื่อไรจะเค้นคอรีดความลับให้หมด!




“เพื่อนฉันชอบมีซัมติงกับพนักงานร้านนี้จังแฮะ” ซานะแกล้งเปรยเสียงอ่อนเหมือนพูดลอย ๆ แต่กระทบ เพื่อน ที่นั่งข้างกันอย่างแรง “ไม่อยากนอกคอกอ่ะ ฉันชอบพี่จองยอนบ้างดีมั้ยไม่เอา ๆ จีบโซมีดีกว่า ช่วยตัดกำลังคู่แข่งเธอด้วย”




ขอบคุณนะ!




“ไม่เป็นไรหรอก” แม้นึกอยากถอนหายใจใส่เพื่อนจอมจุ้นสักสิบรอบเป็นอย่างต่ำ แต่มินะก็ยังคีพคูลได้ดีจนน่าเหลือเชื่อ “ฉันไม่กลัวโซมีแล้ว”




“หูย มั่นหน้าเว่อร์” เบ้ปาก ยกมือทาบอกอย่างมีจริต “หลังจากที่ป๊อดมานาน อะไรทำให้มิสเมียวอิมั่นใจขนาดนี้คะ”




เอ๊ะ นังเพื่อน



ถ้าจะพูดแบบนี้สาดน้ำใส่หน้าเลยก็ได้ค่ะ!




“ก็ไม่มีอะไรแค่คิดว่าระหว่างฉันกับแชยองก็พิเศษไม่น้อยหน้ากว่าใคร” เพราะการมัวพะวงคิดมากเรื่องโซมีพาลให้เธอจิตตก เอาคำว่าเพื่อนสนิทวัยเด็กมาบั่นทอนกำลังใจตัวเองจนไม่กล้าทำอะไร เกือบลืมนึกไปว่าความสัมพันธ์ของเธอก็พัฒนาไปไกลแล้วเหมือนกัน




จะว่าเข้าข้างตัวเองก็ได้แต่พอมานั่งนึกนอนนึกดูดี ๆ รู้สึกว่าช่วงหลังมานี้ สายตาและการกระทำของแชยองค่อนข้างจะเปลี่ยนจากเดิมนิดหน่อย




อะไรที่เคยเลือนลางก็พาลจะชัดเจนยิ่งขึ้น



ช่วงนี้ถึงไม่ได้ติดต่อกับจื่อวี ไม่ได้ถามเรื่องของแชยองที่โรงเรียน




เพราะมั่นใจแล้วว่ารู้จักเด็กคนนั้นดีแทบทุกอย่าง อะไรที่อยากรู้ก็แค่ถามจากเจ้าตัวเลยตรง ๆ




ตอนนี้ก็มีแค่เรื่องเดียวที่ยังไม่มั่นใจ และยังไม่กล้าถาม




แต่ไม่เป็นไรหรอก ยังมีเวลาอยู่ด้วยกันตั้งเยอะเยอะกว่านี้ก็เหลือแค่ให้ใครสักคนย้ายไปนอนห้องอีกคนล่ะมั้ง




“อ้อ เย็นนี้พอแชยองเลิกเรียนก็ว่าจะไปซื้อของกันด้วย”

 


 


---------------------------------------------------------------------------------

 



“ไม่เห็นน่าตกใจตรงไหน” ดาฮยอนพูดพลางแคะเล็บ ยกขาก่ายโต๊ะจนกระโปรงร่นขึ้นไม่สมเป็นกุลสตรี—แม้อาจารย์จะบรรยายอยู่หน้าห้อง แต่ดูเหมือนว่าไม่มีนักเรียนคนใดสนใจสักนิดเป็นปกติของห้องท้าย “จริง ๆ นะ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหล่ะที่ดูไม่ออกว่าโซมีคิดยังไงกับแก”




พ่นลมเป่าเศษสิ่งสกปรก ทิ้งให้แชยองได้แต่คิดทบทวนในใจ




มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ดูไม่ออก




มีแต่คนโง่



คนโง่



“เอ๊ะ แกหลอกด่าฉันเหรอ”




ดีเลย์เหลือเกินนะแม่ควายเผือก!




“เออ อยากด่าตรง ๆ เหมือนกัน แต่กลัวรับไม่ได้” เอาขาลงจากโต๊ะแล้วหันทั้งตัวทั้งเก้าอี้ประจันหน้าควายเผือกเพื่อนรักที่ยังนั่งหน้าเอ๋ออยู่ด้านหลัง “ฉันเคยบอกแกแล้ว เพื่อนที่ไหนเขาดูแลเอาใจใส่กันขนาดนั้น ยิ่งกว่าแฟนอีก”




แชยองกัดริมฝีปาก มือชื้นเหงื่อกำกระโปรงใต้โต๊ะจนยับยู่ ขณะปล่อยใจล่องลอยตามการชี้นำของเพื่อนผู้เฝ้ามองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง



พอมาคิดดูแล้ว



ทุกสายตา ทุกคำพูด ทุกสิ่งทุกอย่างที่โซมีทำเพื่อเธอมาตลอด



มันเกินความเป็นเพื่อนมาตั้งนานแล้ว



ทำไมถึงไม่เคยเอะใจเลยนะ




            “แล้วที่มาปรึกษาพวกฉันเนี่ย ต้องการอะไรล่ะ” ดาฮยอนรีบเข้าประเด็นเมื่อเห็นว่าเพื่อนสติหลุดไปนาน ตามด้วยลูกคู่อย่างจื่อวีที่สนใจเรื่องนี้ไม่แพ้กัน



“คงไม่คิดเก็บโซมีไว้เป็นตัวเลือกใช่มั้ย”



“ไม่มีทาง” วิญญาณนักเลงเข้าสิงชั่วขณะ ก่อนจะหลุบตาลงต่ำแล้วพูดเสียงอ่อน “ฉันแค่กลัว”



“...”



“ฉันไม่อยากให้โซมีหายไป—พวกแกคิดดูสิ เราเคยอยู่ด้วยกันมาตลอด ถ้าวันหนึ่งมันไม่เหมือนเดิม—”



“แล้วยังไงล่ะ” ดาฮยอนพูดเสียงสบาย ๆ กลั้วหัวเราะทว่าเจือแววตำหนิในที “แกไม่ได้รัก—ฉันหมายถึง แกมองโซมีเป็นแค่เพื่อนสนิทอยู่แล้ว จะเก็บโซมีไว้กับตัวเอง อยากทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม ไม่คิดว่าใจร้ายกับโซมีเกินไปหน่อยเหรอ”



ไม่ใช่แค่ใจร้ายกับโซมี แต่ยังรวมไปถึงเหยื่อผู้น่าสงสารอีกคนที่หลงมาติดกับแชยองคนโง่ด้วย



“แกจะเลือกให้โซมีอยู่กับแกเหมือนเดิมก็ได้นะ—แต่อย่าลืมนึกถึง ‘พี่คนนั้น’ ด้วยล่ะ ” เห็นคนเสน่ห์แรงยังลังเลแบบนี้ จื่อวีก็เริ่มหมดความอดทนจนอดพาดพิงบุคคลที่สามไม่ได้




และเป็นบุคคลที่สามที่มีอิทธิพลมากจนพาลให้แชยองยอมเงยหน้าขึ้น รับรู้ทั้งที่ไม่ได้เอ่ยชื่อตามตรง



“เลือกสักทางเถอะแม่นางเอกคนฮอต”




 

---------------------------------------------------------------------------------

 



“โซมี”




เจ้าของชื่อชะงัก ตาเบิกกว้างอย่างตกใจด้วยไม่นึกว่าคนตัวเล็กจะมาดักเจอเธอถึงหน้าห้องหลังเลิกเรียน—ภายหลังจากที่เธอเพิ่งสารภาพความในใจไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ บรรยากาศที่น่าอึดอัดพาลให้โซมีอยากจะเดินพาตัวเองหนีไปจากตรงนี้ ตรงไหนก็ได้ที่ไม่มีซนแชยอง




            ให้เวลาทำใจก่อนสักหน่อยไม่ได้เหรอ



ตอนนี้ยังไม่พร้อม



แต่เพราะเธอไม่มีทางเลือกมากนัก แชยองก็ดูเหมือนว่าจะตามตื๊อจนกว่าจะคุยกันให้รู้เรื่อง




สุดท้ายพวกเธอจึงต้องเดินออกมานั่งกันนอกอาคารเรียน ต่างคนต่างเงียบ เป็นครั้งแรกที่ไม่มีใครพูดอะไรประหนึ่งแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญนั่งด้วยกันเท่านั้น ได้ยินเพียงเสียงจอแจของนักเรียนคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมา




ความสัมพันธ์สิบสองปี



ไม่นึกเลยว่าจะมีวันนี้




ซนแชยอง กับ จอนโซมี




แล้วก็เป็นแชยองที่เอ่ยขึ้นทำลายกำแพงความเงียบนี้ก่อน




“ฉันไม่เคยมองเธอเป็นอย่างอื่นนอกจากเพื่อนเลย”




“...”




“ขอโทษที่โง่นะ”




ไม่อารัมภบทอะไรทั้งสิ้น



เป็นการปฏิเสธที่ทื่อสมกับแชยองจริง ๆ




“รู้อยู่แล้วล่ะ” พอเห็นท่าทางหงอย ๆ เหมือนลูกหมานั่นก็ทำเอาโซมีนึกโกรธไม่ลง ยกแขนขึ้นอยากจะล็อคคอคนตัวเล็กกว่าอย่างหมั่นไส้—แต่ก็พับความคิดนั้นลง เปลี่ยนเป็นส่งยิ้มแทน “แค่อยากบอก จะได้เลิกไล่ฉันไปคบคนอื่นซะที”



“ขอโทษ”



“ไม่ต้องขอโทษแล้วน่า”




แล้วเดดแอร์ก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง




เป็นบรรยากาศที่เธอไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเลย




“ขอถามอะไรหน่อยสิ” คราวนี้เป็นโซมีที่โพล่งขึ้นมาก่อนแล้วก็ค้างไว้ตรงนั้น ลังเลพักใหญ่กว่าจะเอ่ยประโยคถัดมา “พี่มินะหรือเปล่า”




“อื้อ”



“แล้วได้บอกพี่เค้าหรือยัง”



“ยัง”



“รีบบอกซะสิ” เพราะไม่อยากดูเป็นคนขี้แพ้ มากเท่าที่รู้ว่าไม่มีทางเปลี่ยนให้แชยองหันมารักตัวเองได้ อย่างน้อยก็ขอเป็นนางเอกสวย ๆ ใจกว้างในโลกของเธอแล้วกัน “มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวก็โดนตัดหน้าหรอก”



“ใครจะตัดหน้า?



“จะรู้เหรอ แต่สวยแบบนั้นต้องมีคนชอบเยอะแน่เลย”




นึกแล้วก็สงสัยว่าคนที่ทั้งสวยทั้งเก่ง สมบูรณ์แบบขนาดนั้นมาหลงชอบซนแชยองคนโง่ได้ยังไง—ให้ตายเถอะ เสียของจริง ๆ



อ้าว กระทบตัวเอง




            ฝ่ายแชยองก็ได้แต่ครางรับในลำคอ ด้วยไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้อย่างไรเสียโซมีก็ยังเป็นเพื่อนสนิทที่เธอแคร์มากที่สุดถึงแม้ว่าหลังจากนี้มันจะไม่เหมือนเดิม แต่เธอก็ไม่อยากเป็นคนใจร้ายที่พูดถึงเรื่องการสารภาพรักคนอื่นต่อหน้าโซมี




            แต่ก็ต้องขอบคุณจริง ๆ



            เพราะโซมีทำให้เธอตาสว่าง เห็นอะไรต่อมิอะไรชัดขึ้นเยอะเลย




            นั่นสินะ



            พอลองนึกย้อนกลับไปแล้ว




ถ้าไม่ได้รัก ถ้าไม่เห็นเป็นคนพิเศษ ถ้าไม่รู้สึกอะไรด้วยก็คงไม่ทำแบบนั้นหรอก




           

---------------------------------------------------------------------------------

           

           



            นัดเจอหลังเลิกเรียน




            เข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อของจะมาทำอาหารเย็นด้วยกันขอย้ำอีกครั้ง ทำอาหารเย็นด้วยกัน ขีดเส้นใต้เลยจ้ะ ทำอาหารเย็นด้วยกัน




            แก นี่มันกิจกรรมของคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน




          มินะลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนอายุน้อยกว่าที่กำลังเลือกวัตถุดิบใส่ตะกร้าอย่างตั้งใจ รอยยิ้มบางและประกายตาสดใสไม่เลือนหายจากใบหน้าดั่งโลกนี้เป็นสีชมพูพาสเทลโปรยด้วยกลีบกุหลาบสดใหม่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอทำอะไรแบบนี้ด้วยกันอันที่จริง มันเคยเกิดขึ้นหลายครั้งจนเกือบเข้าใกล้ความเคยชินไปแล้ว แต่เธอก็ยังมีความสุขอยู่ดี



            เป็นความสุขที่ไม่เหมือนตอนอยู่กับครอบครัว เพื่อน หรือคนอื่น



            เป็นความรู้สึกที่อยากให้มันอยู่แบบนี้ไปอีกนาน ๆ




“แชยอง” เอ่ยทักเมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่าอีกคนเอาแต่ยืนจ้องผักที่เรียงรายบนแผงเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร ท่าทางคล้ายกำลังเหม่อมากกว่า




“...”




“แชยอง”



คราวนี้ออกแรงสะกิดแขนด้วยคนถูกเรียกดึงสติตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง ขานรับงง ๆ ด้วยใบหน้าเหรอหรา




“หืม?



            “เป็นอะไรน่ะ”



            “ปะเปล่า”




            แปลกแฮะ



            มินะขมวดคิ้วปกติแชยองไม่ใช่คนชอบเหม่อแบบนี้นี่นา




“วันนี้มีการบ้านที่ไม่เข้าใจด้วย พี่มินะช่วยสอนได้มั้ย” หากก่อนที่ความสงสัยจะได้ทวีขึ้นกว่านี้ แชยองก็รีบพูดไพล่เปลี่ยนไปเรื่องอื่นหน้าตาเฉย ไม่ว่าเปล่ายังกระพริบตาปริบ ๆ แล้วทำหน้าเหมือนลูกแมวตัวน้อยอย่างที่รู้ว่าพี่สาวคนนี้เห็นแล้วต้องใจอ่อน




ร้ายกาจ



แต่ถึงไม่อ้อน เธอก็เต็มใจสอนอยู่แล้ว




            “ไว้หลังกินข้าวนะ” ว่าแล้วก็เอื้อมมือขึ้นลูบหัวคนน้องเบา ๆ




            “ทำไมพี่ชอบลูบหัวฉันอ่ะ” แชยองแกล้งงอแง ทำท่าจะปัดออกแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นดึงมือคนพี่ไปจับไว้แทน “เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงไม่โตซะที”



            “ตัวเล็ก ๆ แบบนี้ก็ดีแล้วไง พกพาสะดวก น่ารักออก”



            หลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นหน้ายุ่ง ๆ ของคนตัวเล็กพกพาสะดวก ก่อนที่แชยองจะหันกลับไปเลือกผักสดบนแผงต่อโดยไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ




            “งั้นฉันถามบ้างได้มั้ยทำไมชอบจับมือกันจัง”




            “ทำไมเหรอ” พึมพำเสียงแผ่วทั้งที่สายตายังจดจ่อกับกองกะหล่ำปลี ไม่ยอมหันหน้ามองคนถาม




“ชอบไง”



            “...”




            “ก็แค่ชอบ อื้อ—ชอบ ชอบมากด้วย” เอ่ยย้ำซ้ำ ๆ เบาหวิวเหมือนแค่บ่นสภาพดินฟ้าอากาศกับตัวเองมากกว่าตอบคำถามแม้จะไม่ได้หันหน้ามองกันตรง ๆ แค่เพียงผิวแก้มด้านข้างขึ้นสีเลือดฝาดระเรื่อก็บ่งบอกให้รู้แล้วว่าเจ้าตัวกำลังเขินขนาดไหน




            “ที่ว่าชอบมากเนี่ย” มินะได้ทีขยับตัวเองเข้าไปใกล้ พยายามชะโงกหน้าเรียกร้องความสนใจจากเด็กขี้เขินสุดฤทธิ์ “หมายถึงจับมือหรือพี่มินะคะ?




            นี่แหน่ะ



คนน้องเปิดช่องว่างมาขนาดนี้ มีหรือคนพี่จะปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ




มีอ้อยอยู่เท่าไรสาดไปให้หมดกระจาด หมดโรงงาน หมดไร่!




            แชยองไม่ได้ตอบในทันที หากแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนเหยียดยิ้มมองสาวไร่อ้อยชาวญี่ปุ่น กระชับมือที่กอบกุมแน่นกว่าเดิม ยกมันขึ้นให้เห็นในระดับสายตา






“ชอบพี่นั่นแหล่ะ”






ห๊ะ?



แม่คะ



นี่หนูหูฝาดไปหรือเปล่า




“ล้อเล่น?” หลุดพูดไปแล้วก็ต้องยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน




ถ้าเกิดน้องมันตอบว่า ล้อเล่นขึ้นมานี่จะหนีไปนอนกอดหมอนร้องไห้จริงด้วย




“ไม่อ่ะ ทำไมต้องล้อเล่นด้วย” คราวนี้เป็นแชยองที่สลัดความเขินหายวับได้ก่อน เด็กสาวตีหน้าซื่อ เอียงคอ ทำตาใส อมยิ้มเล็กน้อยอย่างน่ารัก



“....”



ส่งต่อความกระสับกระส่ายให้คนช่างอ้อยที่ตอนนี้อยู่ไม่สุขเป็นเพนกวินตื่นตระหนก หัวใจเต้นดังไม่เป็นจังหวะ เลือดสูบฉีดจนร้อนไปทั้งหน้า มือเปียกชื้นจนอยากสะบัดออก แต่แชยองกลับยิ่งกุมมันไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม




“แล้ว” ลากเสียงคานยาน เลียริมฝีปากแห้งผาก สายตาสอดส่องไปทั่วทุกบริเวณทุกซอกทุกมุมของซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนจะมาบรรจบที่ดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า “พี่มินะชอบมั้ยล่ะ”




“หมายถึง?” อ้าปากพะงาบ ๆ ตาลอยอย่างคนฉลาดที่บัดนี้กลับโง่สมองประมวลผลไม่ทันขึ้นมากะทันหัน




เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่การแกล้งโง่หรือเล่นตัวแต่อย่างใด




แชยองถอนหายใจราวกับเหนื่อยหน่ายเสียเต็มประดา แล้วพูดต่อด้วยระดับเสียงที่ไม่ได้ดังกว่าเดิมสักเท่าไร




“หมายถึงแล้วพี่มินะชอบแชงแชงมั้ยคะ”





แม่ขา!




มินะเม้มริมฝีปาก พยายามคีพลุครักษาภาพลักษณ์ซึ่งดูจะยากเย็นเหลือเกินในสถานการณ์เช่นนี้ขยายความอีกหน่อย ในสถานการณ์ที่เด็กผู้หญิงซื่อบื้อที่เธอตามจีบตามแจกอ้อยสม่ำเสมอต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนาน คนโง่ที่เหมือนว่าจะไม่เคยรู้อะไรเลย




เป็นฝ่ายบอกชอบเธอก่อน





อือหือ เขินแทบเอาหน้าทิ่มแผงผัก



            หน้า-แผง-ผัก!



            ให้ขึ้นฉ่าย กะหล่ำ ผักกาด คะน้า พริกหยวกเป็นพยาน




            แชยองบอกชอบเธอหน้าแผงผัก!





            “ทำไมเงียบล่ะ ฉันเพิ่งบอกชอบพี่นะ” พอเห็นมินะหน้าแดง ประหม่าจนทำตัวไม่ถูกแบบนั้น แชยองก็ยิ่งได้ใจ ยิ้มตาหยี ค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าใกล้จนระยะห่างลดเหลือนิดเดียว ไม่สนใจสายตาคนภายนอกว่าจะมองกันอย่างไร




            ก็ตอนนี้อยากสนใจแค่คนเดียว




            ที่จริงก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะทำอะไรบัดสีบัดเถลิงแบบนั้นกลางที่สาธารณะหรอกเห็นอย่างนี้เธอก็ยังมียางอายนะ



            แค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมให้เธอใกล้ได้มากขนาดไหนเท่านั้นเอง



บอกแล้วไงซนแชยองชอบเมียวอิมินะตอนเขินมากกว่าอะไรทั้งหมด





            “หยุด” แต่ก่อนจะได้ใกล้มากกว่านี้ มินะก็ใช้มืออีกข้างดันหน้าแชยองออกห่าง สูดลมหายใจเรียกสติและความกล้ากลับคืนมาเสร็จสรรพ จึงเอ่ยประโยคเต็มเสียงโต้ตอบครั้งแรกหลังจากโดนเด็กเล่นงานจนลืมวิธีพูดภาษาเกาหลีไปนาน







“ไม่ต้องมาแย่งซีนเลยฉันชอบเธอก่อน ชอบตั้งนานแล้วด้วย”

           






 

 

**********************************************************************************************

นี่มันเป็นการบอกชอบที่ไม่โรแมนติกที่สุดในโลกเลยค่ะ 5555555555555555555

เอาล่ะ


ตอนต่อไปชื่อ Sweetest Sentiment

รู้ใช่มั้ยหมายความว่ายังไง  :p

หมายความว่า ถ้ามีอะไรจะสั่งเสียเอ่อ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็ถามเถอะนะ

แบบอ่านแล้วไม่เข้าใจ ติดใจตรงไหน บางทีมีจุดที่เราพลาด ลืมอธิบายงี้

จะได้ไม่มีอะไรต้องค้างคาใจต่อกัน ให้จบกันในภพชาตินี้

ค้างคามาก ๆ เดี๋ยวเกิดชาติหน้าต้องมาชดใช้กรรมร่วมกันอีกเนี่ยแย่เลยนะคะ

 

และ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ :)

#FicSweetest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #388 Mimi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:41

    โอ๊ยยยยเขินมาก น่ารักเกินไปแล้ว

    #388
    0
  2. #320 คริคริคริ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 02:33
    เขินนน ฟิคนี้ดีสุดๆค่ะ ติดตามมาตั้งแต่อัพแรกๆ สนุกขึ้นเรื่อยๆ ชอบมากเลยค่ะ เป็นไปได้อยากให้ไรท์เขียนมิแชงอีก สู้ๆนะคะไรท์~
    #320
    0
  3. #319 129s (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 22:59
    บ้าที่สุดเขินนะให้ตายเถอะนี้เขินมากกกก-////-
    #319
    0
  4. #318 minari_0324 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 14:14
    อ่านแล้วเขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว..-///-..เป็นฉากสารภาพรักที่ได้อารมณ์แม่บ้านตลาดสดมากค่ะ..อ่านเพลินมาก ฟินตอนที่เค้าสารภาพรักกันนี่แหล่ะ..ขอบคุณไร้ท์ที่เขียนฟิคน่ารักๆแบบนี้ด้วยนะคะ เป็นกำลังให้สำหรับตอนต่อไปค่ะ..สู้สู้
    #318
    0
  5. #317 sainoii_treerut (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 11:29
    คุ้มค่ากับเวลาที่รอ
    ขอบคุณนะคะ^_^
    #317
    0
  6. #316 JustBe (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 08:55
    เขิน น่ารัก ทีนี้น้องรุกหนักมาก ไม่อยากให้จบเลย รอฟิคเรื่องใหม่ไรท์นะคะ
    #316
    0
  7. #315 pxicewall (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 19:37
    มันน่ารักมากอ่ะ ไม่ไหวแล้ววววว แงงงงงง
    เขินแบบ !@#$^!$@#@
    ตอนหน้าจะจบแล้วเหรอ? ยังไม่อยากให้จบเลยอ่ะ TT
    แต่ตอนนี้เริ่มอยากรู้เรื่องจองนาโมะ อาจจะมีซัมติงแบบที่เราคิดไม่ถึงก็ได้ 
    #315
    0
  8. #314 Vas (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 11:39
    อ๊ายยยยย เขินมากกก >< เสียใจที่เรื่องนี้จะจบแล้ว ชอบเรื่องนี้มากกก

    น้องแชงพอฉลาดๆก็รุกเอาๆเลยนะ พี่มินะเขินจนหน้าจะจิ้มแผงผักแล้วลูก 555555

    อยากเป็นผักในแผงจริงจะได้ฟินแบบติดขอบ



    ส่วนโซมีทำดีแล้วลูก เราสวยมั่นใจก็หาใหม่ค่ะ เอาซานะไม่ก็โมโมะก็ได้นะะะะ
    #314
    0
  9. #313 vas (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 05:17
    อ๊ายยยยย เขินนนน >< เสียใจที่ใกล้จะจบแล้ว ชอบเรื่องนี้มากเลย

    น้องแชงพอฉลาดก็รุกเอาๆ จนพี่มินะเขินจนหน้าทิ่มแผงผักแล้วลูก 55555

    อ่านแล้วก็อยากกลายร่างไปเป็นผักในแผงจริงๆ จนได้ฟินแบบชิดขอบ

    พี่มินะโดนเด็กแย่งซีนขนาดนี้อย่าไปยอมมค่ะ เราชอบก่อนต้องกู้หน้าคืนๆๆ



    โซมีคะ ทำดีค่ะแต่ไม่เป็นไรนะดักเอาซานะไม่ก็โมโมะเลยลูกกกก
    #313
    0
  10. #312 walaikonmm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 01:25
    โอ้ยยยยเขินค่ะเขิน. แต่จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ยฟิคจะจบแล้ว มีเรื่องต่อไปมั้ยค่ะรออ่าน
    #312
    0
  11. #311 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:53
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดเป็นฟิคที่เขินหนักมาก ขอชื่มชมไรท์จากใจจริง ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ แงง

    ชอบตอนบอกรักหน้าแผงผักค่ะ น่ารักมาก ถ้าเป็นพี่มินะนี่เอาหน้าทิ่มแผงผักเขินตายไปแล้วค่า ฮือ อยากได้แจยองงงงง รู้สึกภูมิใจในตัวพี่เขามากค่ะ ในที่สุดก็มีวันนี้ หจากความเพียรพยายามทั้งหมด55555

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะ จบเรื่องนี้แล้ว ขอเรื่องต่อไปอีกนะคะ จะรอติดตาม ชอบไรท์มากๆ

    #311
    0
  12. #310 ++Black_Hell++ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 19:50
    เขินค่ะะะะะะะะะะ โว้ยยยยยยยยย เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน /นั่งทึ้งผักแถวนั้น
    บทจะบอกชอบก็บอกชอบกันง่ายๆ อร้ายยยยยย แต่ดีแล้ว ที่ผ่านมาก็มัวแต่ยึกๆยือๆจนอยากเป็นคนไปบอกเอง ขอบคุณจอนโซมีด้วยค่ะ ทำดีมาก กรี๊ดดดดดดด หึกๆๆๆๆ ดีจริงๆ ดีจริงๆ ดีจริงๆ
    #310
    0
  13. #309 #171717 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 17:58
    โอ้ย เขิน เขินมากกกกกกกก เขินไม่ไหวแล้วค่ะ เขินตัวจะแตก เขินเบอร์แรง เขินจนอยากปาโทรศัพท์ทิ้ง พี่มินะมีความรู้สึกอยากเอาหน้าซุกแผงผักแล้วกรี๊ดบ้างมั้ยคะ เด็กมันบอกชอบก่อนเลยนะ!!! อหหหห แผงผักในความคิดจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อปัย ฮื่อ อยากจะแหมให้ยาวไปถึงซุปเปอร์ ไปถึงแผงผัก

    แชยองนี่แชยองจริงๆเลย โง่ ซื่อบื้อ แต่ก็ยังมีคนติดกับมาชอบ แม้แต่เราเองก็ยังชอบ ถถถถ
    แล้วนาจองโมะนี่จะจบยังไงคะ หรือพี่จองคิดมากไปเองว่าสองคนนั้นกิ๊กกัน จริงๆอาจจะแค่คิดสูตรอาหาร(ที่กินไม่ได้)ด้วยกันเฉยๆ555555
    #309
    0
  14. #308 Choco_holics (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 17:13
    กรี๊ดดดดดดเป็นฟิคที่ดีงามพระรามแปดมากกกกกโอ๊ยยยแม่ขาเขาบอกชอบกันหน้าแผงผัก5555555555555555เขินก็เขินขำก็ขำ55555 แต่ตอนนี้แอบสงสารโซมีฮื่อออตอนจบจะมีใครมาดามใจมั๊ยน้าาา

    ตอนหน้าจะจบแล้วอ่ะแง้ อยากให้ไรท์รวมเล่มขายมากเลยจะรอซื้อเลยค่ะ555
    #308
    0
  15. #307 sopao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 13:38
    หน้าแผงผัก โอ้ยยยยยยน ฮ่าไม่ไหวจริงๆ บทจะฉลาดก็รุกหนักจนคนอ่านก็ตกใจอ่ะแชย้องงงงง ถ้าไปสิงพี่มินะได้คงเอาหน้าจิ้มกระหล่ำเลยจริงๆ โอ้ย คือก็โรแมนติกดีนะคะแต่ฮาไปหน่อย5555(ไม่หน่อยแล้วมั้ง)

    โซมีอ่าาาา ฮืออ ไปๆ พี่ซานะบอกจะจับหนูอ่ะคะ ดามใจกับพี่เขาได้นะ มาดามกับพี่ก็ได้ พร้อมเพย์5555 //// เกลียดการบอกว่าเสียของและกระทบตัวเองนิดหน่อย เห้อมมม มั่นหน้าพอกันทั้งคู่

    ตอนหน้าจะจบแล้วใช่มั้ย ฮือ ไม่ คู่อิพี่เขายังไม่ชัดเจนค่ะ ตกลงจะทูยอน จองโมะหรือนาโมะยังไง ขอสักคู่มาเชยชม งืมๆๆๆๆ

    รออ่านตอนต่อไปไรท์ เอาจริงๆป่ะ ดีใจมากตอนเห็นว่ามาอัพ แต่ก็คือลืมตอนที่แล้วไปแล้ว ไปวนอ่านอีกรอบ55555 ร้ากๆๆๆ
    #307
    0
  16. #306 srch_cy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 10:00
    โอ้ยยยยไอเด็กซื่อบื้อมันรุกหนักเว้ย
    #306
    0
  17. #304 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 07:07
    ไม่โรแมนติกคร่ะ แต่โคตรน่ารักและเขินมากเลยอะ ฮือออออ ช็อตนี้น้องแย่งซีน ฮืออออ โอ๊ย ฟินคะฟิน แง่งงงงงงงง รอต่อคะ -///-
    #304
    0
  18. #302 Sy June (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 02:44
    ไม่โรแมนติก แต่เขินมากค่าาาา
    *กรีดร้องง
    #302
    0
  19. #301 ์NoMinariNoLife (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 02:12
    แงงงงง ตอนหน้าจะจบแล้วหรอ
    อยากอ่านต่อเรื่อยๆอ่ะ
    ผูกพันกับตัสละครไปแล้ววว
    #301
    0
  20. #300 dRomanticz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 02:03
    ขอบคุณครับ
    #300
    0
  21. #299 CLOSEDSWAG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 02:02
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนนนนน เขินมากกกกกก เขินมากที่สุดดดดดด -เสือพอรู้ใจตัวเองก็แสบจนพี่เขาไปไม่เป็นเลยนะคะ อ่าาาา ใกล้ตอนจบแล้ว ตามฟิคนี้มาตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะเป็นฟิคที่ให้หลายอารมณ์มากๆชอบความเป็นมินะและแชยองของเรื่องนี้มากๆรวมถึงตัวละครอื่นๆด้วย จะรอติดตามตอนจบนะคะ ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคเรื่องนี้มากๆเลยนะคะ
    #299
    0