[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 18 : Chapter 16 : Liar Liar

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 ก.พ. 60


Chapter 16 : Liar Liar



 

ถ้ามัวแต่ใส่หน้ากากปิดบังตัวเอง

แล้วเมื่อไรจะเข้าใจความรู้สึกกันสักที

 




            แชยองกำลังยืนบนโลกหนึ่ง


            หันหลังให้มินะที่อยู่อีกโลก



ถ้าวัดตามระยะทาง พวกเธอห่างกันแค่ไม่ถึงครึ่งห้องถ้าให้วัดตามความรู้สึก ก็เหมือนกับว่าห่างไกลกันกว่าสุดขอบจักรวาล ขณะที่คนหนึ่งพยายามก้าวเข้ามาทำความเข้าใจโลกของอีกคน เจ้าตัวกลับยิ่งเคลื่อนที่ออกห่างไปอีก



บางทีคงเป็นกลไกป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวด



            หรือจะเรียกว่าการหนีปัญหา? อาจจะใช่ มันเป็นสิ่งที่แชยองถนัดและทำมาเสมอ




            “ถถ้าเธอกล้าทิ้งฉันอีก ฉันจะเกลียดเธอ”



            มือที่จับลูกบิดประตูชะงักค้างไว้เพียงเท่านั้น



            “เกลียดมากกว่าที่เธอเกลียดฉัน”



            ฉันไม่ได้เกลียดพี่



          พร่ำร้องตะโกนบอกในใจซ้ำ ๆ นับสิบครั้งแต่ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมเปิดปาก ใครล่ะจะได้ยิน



            “จะไม่รักแล้วด้วย”



            ทำไมกันนะ



            ประโยคตัดพ้อนี้ร้ายกาจได้ไม่ถึงครึ่งของที่เธอพูดใส่หน้ามินะเมื่อวานด้วยซ้ำ




            ก็แค่คำว่าไม่รักเอง



            ได้ยินแล้วเจ็บปวดจัง




            สาบานได้แชยองไม่เคยรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนครั้งใดรุนแรงเท่านี้มาก่อน นั่นมันแย่ที่สุดเลย การตกเป็นฝ่ายถูกทำร้ายด้วยคำพูดมันเจ็บแบบนี้นี่เองถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยืนนิ่ง แบกความสับสน หันหลังให้เจ้าของห้องอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ กระทั่งเสียงเบาหวิวดังขึ้นอีกครั้ง




            “ฉันทำผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ” คราวนี้มันสะท้านราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย ซึ่งก็มากพอให้คนพยายามใจแข็งต้องโยนทิฐิทั้งหมดทิ้งแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากัน หัวใจกระตุกวูบแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นหยดน้ำใสไหลผ่านแก้มแดงจัดซึ่งไม่รู้ว่ามาจากพิษไข้หรือเพราะความโกรธกันแน่



            แต่ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไรก็ตามเธอไม่ชอบมันเลย




            “ขอโทษ”



            แชยองเดินกลับมา นั่งลงข้างเตียง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้อีกคนในขณะเดียวกันก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักข่มความอ่อนแอและขอบตาร้อนผ่าวไม่ให้พรั่งพรู สถานการณ์ต้องยิ่งเลวร้ายแน่ ๆ ถ้ามีคนร้องไห้สองคน



            “พี่มินะ ฉันขอโทษ”



            เธอเกลียดการร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น ไม่อยากให้ใครมารับรู้ถึงความเสียใจที่น่าสมเพช  




            แต่ตอนนี้รู้แล้วสิ่งที่เกลียดกว่าคือการเห็นคนอื่นร้องไห้




            ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย




            นัยน์ตาถูกฉาบม่านน้ำใสที่มองตรงมาอย่างตัดพ้อยิ่งทำให้แชยองปวดตุบในใจเหมือนโดนบีบ ด้วยไม่รู้จะพูดปลอบหรือทำอะไรได้ดีมากกว่านี้ จึงค่อย ๆ ดึงร่างคนอ่อนไหวเข้ามากอดไว้หลวม ๆ ตอนแรกเธอนึกกลัวว่ามินะจะผลักออกเพราะยังโกรธอยู่แต่ก็เปล่า มินะกลับเป็นฝ่ายที่ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น แล้วซบหน้าเปียก ๆ ลงอย่างหมดแรง




            “บอกว่าขอโทษไง” มือลูบหลังเก้กังและคำพูดทื่อ ๆ สมกับตัวแชยอง “หยุดร้องไห้เถอะฉันผิดเอง”



            “...”



            “เป็นความผิดของฉันเอง”




            มัวแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องสัญญางี่เง่าอะไรนั่นจนลืมนึกถึงความรู้สึกคนอื่นพาลคิดว่าตัวเองคือคนเสียใจที่สุดในโลก ก็เลยเผลอพูดคำร้าย ๆ นั่นออกมา  



            ทั้งที่เธอก็รู้ดีในเวลาที่จิตใจบอบช้ำแบบนั้น



            มินะเป็นคนเดียวที่เธออยากกอดมากกว่าอะไรทั้งหมดบนโลก




            ตอนนี้ได้กอดแล้ว ถึงจะช้าไปหนึ่งวันกว่า ๆ แต่ก็ยังหวังว่าจะไม่สายเกินไป




            “คราวหลังห้ามพูดแบบนั้นอีกนะ” เสียงของมินะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอหยุดร้องไห้แล้ว แต่ยังสัมผัสได้ถึงร่องรอยความสั่นเครือ บอบช้ำ และอ่อนแรง “จะโกรธ จะด่าแรง ๆ ก็ได้ แต่ไม่ไล่กันแล้วนะ”




            คนป่วยก็เป็นอย่างนี้อารมณ์มักจะอ่อนไหวยากต่อการควบคุมมากกว่าปกติ



            ทุกความรู้สึกอะไรก็ตามที่ติดค้างอยู่ข้างในจะพาลไหลทะลักออกมาจนหมด




            “อื้อ ไม่ทำแล้วฉันขอโทษ ฉันงี่เง่าเอง”




            พวกเธอกอดกันแบบนั้นอีกสักพัก กระทั่งแชยองเริ่มเป็นฝ่ายคลายออกเพราะรู้สึกถึงอุณหภูมิสูงขึ้นจากร่างคนอายุมากกว่าเป็นสัญญาณบอกว่าควรพักได้แล้ว



            “พี่นอนพักเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันจะแวะมาดูอีกรอบก่อนไปทำงานนะ” นอกจากจะกลับมาเป็นน้องสาวคนเดิมแล้วยังพ่วงด้วยตำแหน่งพยาบาลส่วนตัว จัดการประคองคนไข้ในความดูแลนอนราบกับเตียง ห่มผ้าให้เสร็จสรรพ




            แต่ดูจากการทำคิ้วตกกับปากยู่ ๆ นั่น เหมือนว่ามินะจะยังไม่พอใจเท่าไร




            “แชงแชง”



            พอคนอายุน้อยกว่าทำท่าจะลุกขึ้น ข้อมือก็ถูกฉวยและดึงเบา ๆ เรียกร้องความสนใจ



            “หืม




            “เมื่อกี้พี่มินะบอกว่าอย่าไปไงคะ”




            โหมดเสียงสองกลับมาแล้วจ้า




“แชงแชงต้องรับผิดชอบที่ทำให้พี่มินะเป็นแบบนี้ ต้องอยู่กับพี่มินะก่อนนะคะ”




“โอเคค่ะ” แชยองยิ้มรับ “ไม่ไปไหนแล้วค่ะ”




แล้วพี่มินะโหมดเสียงสองผสมโหมดขี้อ้อนก็รีบคว้าแขนน้องแชยองโหมดตามใจไปกอดไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่าหากไม่ทำแบบนี้ เจ้าตัวจะแอบย่องหนีไปก่อนเธอหลับแล้วก็เป็นอย่างที่คาดไว้ เพราะโดนเกาะแขน แชยองเลยต้องเอียงตัวก้มลงมาใกล้อีก




            จึงยิ่งเห็นใบหน้าออดอ้อนจากคนป่วยชัดเจน



            แหม ทำมาเป็นอ้อน คิดว่าน่ารักมากมั้ง




          เออ คิดถูกแล้ว!




            “ตอนนี้พี่ต้องรีบนอนนะ” ข่มใจตัวเองไม่ให้เผลอทำอะไรแปลก ๆ ที่เผลอแว๊บเข้ามาในหัวซึ่งมีความเป็นไปได้สูงหากยังจ้องหน้ากันในระยะใกล้ และหากมินะยังทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ด้วย คนรู้ตัวว่าน่ารักแค่ส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าให้ ก่อนจะปิดเปลือกตาลง เพราะความเหน็ดเหนื่อยและร่างกายต้องการฟื้นฟูจึงเข้าสู่ห้วงนิทราได้ไม่ยาก




            ทั่วทั้งห้องปกคลุมด้วยความมืดและความเงียบอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ



            เวลาผ่านไปอีกราวสิบห้านาที หรืออาจจะครึ่งชั่วโมง แชยองก็ยังนั่งตรงนั้น ตรงขอบเตียง แสงไฟสลัวบนโต๊ะพอให้มองเห็นเจ้าของห้องซึ่งหลับตาพริ้มมีความสุข ดูผ่อนคลาย ไร้พิษสง เธอไม่มีทางเลือกนัก เพราะโดนเกาะแขนแน่นเสียจนไม่สามารถลุกไปไหนได้



            ...



            ไม่หรอกโกหกน่ะ



            อันที่จริงมันง่ายมากเลย ถ้าจะแกะมือมินะออก




            ถ้าเธอคิดจะทำนะ




            แชยองอมยิ้ม เอื้อมมืออีกข้างเกลี่ยปอยผมเกะกะปรกหน้าคนกำลังนอนค่อย ๆ ไล่สายตาพิจารณาตั้งแต่คิ้ว เปลือกตา ขนตา สันจมูก แก้มอมชมพูมีเลือดฝาด รวมถึงริมฝีปากบางอย่างเผลอไผล ทุกองค์ประกอบรับกันอย่างพอเหมาะ เป็นเมียวอิ มินะ ที่เธอคุ้นเคย




            เป็นเมียวอิ มินะ ที่เธออยากมองต่อไปอีกเรื่อย ๆ สักหนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง ทั้งคืน หนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือนนับจากนี้ หรือบางทีอาจจะยาวนานกว่านั้นก็ได้




            ถึงใจจะเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งแต่ก็ต้องยอมรับว่าลึก ๆ แล้วเธอชอบมันนะ ชอบตอนที่ใจเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลยแบบนี้ แล้วจากนั้นก็จะรู้สึกร้อนที่ผิวหน้า เหงื่อออกจนชื้น มือไม้อยู่ไม่สุขและเริ่มทำตัวไม่ถูก




เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง แชยองขยับตัวเล็กน้อย ก้มลงจนหน้าผากแทบแตะกันแค่เกือบจะ แล้วเปล่งเสียงกระซิบ



ไม่ใช่คำขอโทษซึ่งพร่ำบอกนับสิบนับร้อยครั้งก่อนหน้านี้ และไม่ใช่คำลาด้วย



            ก็แค่คำที่บรรยายความรู้สึกของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีต่อผู้หญิงอีกคนเท่านั้นเอง



            มันคงแผ่วเบาและไหววูบสลายไปตามอากาศดั่งฝุ่นผง คงไม่ทันให้ใครอีกคนได้ยิน



           

            จนถึงตอนนี้ เธอเข้าใจตัวเองขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว



 

---------------------------------------------------------------------------------

 




            เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันจะแวะมาดูอีกรอบก่อนไปทำงานนะ




            เพราะประโยคให้ความหวังเมื่อคืนนั่นทำให้เช้าวันนี้สดใสและน่าตื่นมากกว่าปกติ มินะร้องเพลงฮึมฮัมในลำคอ พร้อมกับจ้องเข็มนาฬิกาที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไม่วางตา ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะจนน่ากลัวว่ามันจะกระเด็นหลุดออกมาให้ได้



            ทิ้งคราบคนป่วยหมดสภาพเมื่อวานซะไม่เหลือฝุ่น



          ไหนใครป่วย ไหนใครร้องไห้ ไม่มี๊!



            และทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะเรียกเบา ๆ เจ้าของห้องก็รีบกระเด้งตัวจากโซฟา พุ่งตรงไปเปิดประตูห้องด้วยความเร็วเหนือแสงสีเสียงประหนึ่งนักวิ่งทีมชาติ ส่งยิ้มสดใสยิ่งกว่าแดดของเช้าวันอาทิตย์




            “อรุณสวัสดิ์”



            “โห ร่าเริงขนาดนี้ไม่ต้องให้ฉันดูแลแล้วก็ได้มั้ง” แชยองเลิกคิ้วพลางกลั้วหัวเราะในลำคอ “ตอนนี้พี่มินะดูสุขภาพดีกว่าฉันอีก”




            “โอ๊ยปวดหัวจัง”



            เท่านั้นแหล่ะ คนสุขภาพดีก็เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน แสร้งยืนโงนเงนพิงขอบประตูอย่างหมดเรี่ยวแรงทั้งที่ไม่กี่วินาทีก่อนยังดี๊ด๊าอยู่เลยราวกับทักษะการแสดงที่ร่ำเรียนมาตลอดรั้วมหาวิทยาลัยได้ใช้จริงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ




            มารยาร้อยแปดจุดสามเจ็ดเล่มเกวียนก็มา




            “ตัวก็ยังร้อนอยู่เลย ไม่เชื่อแชงแชงลองแตะดูสิคะ” ห่างหายจากการสาดอ้อยเบอร์แรงไปนาน ครั้นจะรอให้แชยองเข้าใจเองก็เกรงว่าจะไม่ทันการอีก คนป่วยไม่จริงจึงถือวิสาสะดึงมือเด็กซื่อบื้อมาทาบแก้มตัวเองแล้วเนียนกุมค้างไว้หน้าตาเฉย



            “เนี่ย ร๊อนร้อนเนอะ”



            “...”



            “ไข้ต้องขึ้นอีกแน่เลย” ยิ่งเห็นร่องรอยแดงปรากฏบนผิวแก้มใสของเด็กซื่อที่พยายามเก๊กขรึมจนน่าหมั่นไส้ มินะก็ยิ่งได้ใจ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ เพิ่มระดับความหวานเชื่อมผ่านทั้งน้ำเสียงและดวงตาขณะเอ่ยประโยคต่อมา



“แชงแชงจะปล่อยให้พี่มินะนอนป่วยเหงา ๆ คนเดียวเหรอคะใจร้ายจัง”



เจอแบบนี้ไปถ้ายังกล้าใจแข็งอีกก็เกินมนุษย์แล้ว!



            มินะเหยียดยิ้ม อันที่จริงก็อยากขยับใกล้มากกว่านี้อยู่หรอก อยากใกล้จนเห็นเงาตัวเองสะท้อนในดวงตาคู่นั้น อยากใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจแบบที่พวกนักเขียนชอบบรรยายในนิยายรักน้ำเน่าอะไรทำนองนั้น ชดเชยความรู้สึกให้สมกับที่เธอจิตตกตั้งนานติดปัญหาแค่ว่าหัวใจเจ้ากรรมคงไม่เข้มแข็งพอจะให้ความร่วมมือขนาดนั้น




            ยิ่งนึกได้ว่าเมื่อคืนฝันเป็นตุเป็นตะว่าแชยองแอบก้มหน้าลงมาบอกรักกัน หน้าก็เริ่มร้อนขึ้นมา




            มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ




            ปล่อยใจตัวเองล่องลอยไปในภวังค์เพ้อเจ้อไม่นาน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แชยองดึงมือกลับแล้วค่อย ๆ ก้าวเท้าถอยให้อยู่ในระยะปลอดภัยอย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าเมื่อครู่ ท่าทางเงอะงะอย่างเด็กน้อยไม่ประสีประสา  



“งั้นคนป่วยช่วยหลีกทางให้ฉันเข้าห้องหน่อยได้มั้ยล่ะ”



            ตอนเขินน่ารักจัง




            พอประตูห้องปิดลง มินะก็ย้ายกลับมานั่งตรงโซฟาอีกครั้งระหว่างที่รอแชยองสำรวจหาของเตรียมเป็นอาหารเช้าอย่างง่าย ด้วยความที่มินะไม่ใช่คนทำอาหารกินเอง ส่วนห้องแชยองก็ไม่มีวัตถุดิบเหลือ จึงทำได้แค่อุ่นอาหารสำเร็จรูปอย่างไม่มีทางเลือก




            แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร มินะไม่ใช่คนเลือกกินอยู่แล้ว



            ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่



            ข้อดีของการเป็นคน(แกล้ง)ป่วยต่างหาก



            พิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่เมื่อวานมาถึงวันนี้




จะอ้อนแค่ไหนก็ได้




            “ต้องป้อนด้วยเหรอ”



            “อื้อ” มินะสวมวิญญาณอ่อนแอปวกเปียกคล้ายจะหลอมละลายคาโซฟา ตีบทแตกจนน่าได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม “ไม่มีแรงเลยค่ะ”




แชยองโหมดนี้ก็ว่านอนสอนง่ายเหลือเกิน ยอมป้อนข้าวคนแกล้งป่วยโดยไม่อิดออดสักนิดและแน่ล่ะ ถึงเธอจะไม่ใช่คนฉลาด แต่ก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าภาพตรงหน้าคือการแสดง หากด้วยสำนึกได้ว่าตัวเองยังมีความผิดติดตัว จึงเลือกเมินเฉยแล้วทำตามทุกคำขอของคู่กรณีอย่างว่าง่าย



จะเรียกว่าชดใช้ความผิดโทษฐานที่เคยทำตัวไม่น่ารักเมื่อวันก่อนก็ได้




            แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เต็มใจทำซะหน่อย 




“ทำไมจ้องกันนานจังคะ” มินะเอ่ยน้ำเสียงหยอกล้อและส่งสายตามองมาอย่างจับผิดหลังจากคนป้อนหยุดทำหน้าที่ชั่วขณะ “หน้าพี่มินะมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าคะ”



            “อ่าหะ” แชยองยิ้มพลางหัวเราะแก้เก้อ จะให้ยอมรับตามตรงว่ามีความสุขที่ได้มองหน้าก็คงประหลาดไปหน่อย เธอไม่อยากต้องตกเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนจนทำตัวไม่ถูกเหมือนตอนอยู่หน้าห้อง จึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบแก้มคนขี้สงสัย



            เลื่อนนิ้วโป้งเช็ดมุมปากอย่างเบามือ




“พี่กินเลอะน่ะ”




มาถึงตรงนี้ยังต้องให้เดาอีกมั้ย?




            ใช่ โกหกอีกแล้ว



            ไม่ได้เปื้อนอะไรเลยสักนิดเดียว



            ปลายนิ้วอ้อยอิ่งอยู่กับริมฝีปากบางครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนมือกลับไป ตีหน้าซื่อราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด ทิ้งคนที่ตั้งใจจะแกล้งแซวเด็กให้เขินต้องกลายมาเป็นฝ่ายที่ถูกไล่ต้อนจนแทบเสียศูนย์ นั่งตัวแข็งทื่อแล้วก้มหน้างุดอยู่ตรงนั้นแทน




            “ก้มหน้าทำไมอ่ะพี่ ไม่อยากกินแล้วเหรอ”




            ยังจะกล้าถามอีกนะ!




            “พอแล้ว” มินะบอกโดยไม่เงยหน้า เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงเพราะไม่อยากให้อีกคนรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังพยายามกลั้นรอยยิ้มกว้างไปพร้อมกับซ่อนร่องรอยความขวยเขินบนแก้มตามประสาคนเริ่มคิดไกลจนสติแตก “เดี๋ยวฉันกินเอง”




            “ไหนว่าไม่มีแรง”




            “ตอนนี้มีแล้ว” พูดจบก็รีบคว้าชามข้าวมาถือไว้แน่นจนมือชื้นเหงื่อ ครั้นรู้สึกได้ถึงสายตาอีกคู่ที่กำลังจ้องมองมาจนตัวเธอแทบพรุน มินะก็นับหนึ่งถึงสิบในใจ ค่อย ๆ รวบรวมสติอยู่พักหนึ่งกว่าจะเงยหน้าขึ้นเผชิญความจริงอีกครั้ง  




“ไม่ต้องรีบไปทำงานหรือไง”



            “อะไรอ่ะ พอหมดประโยชน์ก็ไล่กันแบบนี้เลยเหรอ” แชยองแกล้งร้องประท้วงเสียงงอแง ทว่าใบหน้ายังคงเปื้อนด้วยรอยยิ้มกว้างกับนัยน์ตาฉายประกายระยับอย่างคนรู้ตัวว่ากำลังถือไพ่เหนือกว่าบางทีต่อจากนี้ไปเธอน่าจะจัดท่าทางขวยเขินของเมียวอิมินะให้อยู่ในหมวดของสิ่งที่ซนแชยองชื่นชอบ รองลงมาจากใบหน้าตอนอ้อนของเมียวอิมินะ



และเธอคงแกล้งหยอกมินะต่ออีกหน่อย หากไม่ติดว่าเข็มหน้าปัดนาฬิกาเดินทางถึงเวลาที่ควรออกไปทำงานแล้วจริง ๆ เด็กสาวลุกขึ้นจากโซฟา ยืดตัวเต็มความสูงอันน้อยนิดก่อนจะเอ่ยปากลากันอย่างจริงจังเสียที




            มินะมองตามจนกระทั่งแชยองหายลับสายตาไปพร้อมกับเสียงปิดประตู




            เลื่อนปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอไผลยิ่งนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก็ยิ่งห้ามรอยยิ้มกับความรู้สึกอบอุ่นข้างในใจไม่ได้เลย มันดีเสียจนเธออยากจะยิ้มทั้งวัน ยิ้มอยู่อย่างนั้น ยิ้มจนปวดแก้มไปหมด



            หยิกแก้มแรง ๆ พิสูจน์ว่าไม่ได้ฝันไป สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือความเจ็บแปล๊บ



            บางที มินะคิดเธอน่าจะลองฝึกตัวเองให้มีทักษะรับมือกับอาการเขินมากกว่านี้สักหน่อย คราวหน้าจะได้ไม่ต้องโดนเด็กแกล้งจนสติแตก ควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนเมื่อครู่อีก



            เธอเป็นผู้ใหญ่มากกว่าตั้งห้าปีเชียวนะ!


             

 

---------------------------------------------------------------------------------

 



 

            “จ้องโทรศัพท์แบบนั้นไม่ทำให้ส่งเมลได้หรอกนะ” มินะเอ่ยทั้งรอยยิ้มบาง หลังจากเห็นเด็กห้องข้าง ๆ ที่ย้ายตัวเองมานั่งจุ้มปุ๊กบนโซฟาตัวโปรดของเธอ เอาแต่มองโทรศัพท์ในมืออย่างลังเล คิ้วตกเหมือนคนจะร้องไห้ ทึ้งผมยุ่งอย่างคนประสาทเสีย




            ผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วมั้ง



            จะว่าสงสารก็สงสาร จะว่าขำก็ขำ




หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้จิตตกประหนึ่งคนอกหักไปเมื่อหลายวันก่อน พอกลับมาคืนดีกัน อะไร ๆ ก็พาลจะพัฒนามากขึ้นอีกหนึ่งระดับ เราเข้าใจกันมากขึ้น ถนอมความรู้สึกกันมากขึ้น รวมถึงกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่เคยพูดให้ฟังมาก่อน



            อาจจะยังเหลือรอยแผลเป็นหรือเศษแก้วเล็ก ๆ ให้ระคายเคืองบ้าง



            จากนี้ก็คงต้องค่อย ๆ ประคับประคองกันไม่ให้มีใครเผลอทำแก้วแตกอีก



            คิดในแง่ดีว่าถ้าไม่ได้ทะเลาะกัน เธอคงไม่มีวันรู้เรื่องครอบครัวของแชยอง คงไม่มีวันรู้ว่าเด็กคนนี้ให้ความสำคัญกับสัญญามากสักเท่าไร คงไม่มีวันรู้ว่าแชยองน่ารักมากทั้งตอนที่เขินและตอนตามใจเธอแบบนั้น




            และคงไม่มีวันรู้ว่าตัวเธอเองช่างเปราะบางและสามารถร้องไห้ได้ง่าย ๆ เพียงเพราะเรื่องความรัก




            กลับมาที่ปัญหาหนักใจของแชยอง



            เข้าใจว่าตามประสาเด็กไม่ถนัดการพูดดี ๆ จะให้ส่งข้อความขอโทษพร้อมทักทายคุณแม่ที่ไม่ได้เจอกันนานและอยู่ห่างไกลออกไปอีกซีกโลกคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ความสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเอาเข้าจริงมินะเองก็ยังไม่รู้ว่าหากเธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบแชยอง ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังในเมืองหลวงตั้งแต่เด็ก เธอจะสามารถเข้มแข็งได้มากเท่านี้หรือเปล่า




            ถึงจะมีคนใกล้เคียงอย่างครอบครัวของเอ่อ เด็กฝรั่งนั่นคอยช่วยเหลือก็ตาม




            หรือบางทีเพราะสรวงสวรรค์เห็นใจชะตากรรมของแชยอง ก็เลยดลบันดาลให้มีพี่สาวข้างห้องใจดีคอยช่วยเหลือ ฐานะก็ดี เรียนก็เก่ง ถึงจะไม่สันทัดเรื่องงานบ้าน แต่ความสวยชนะเลิศ



            ว่าแล้วก็อยากจะถามว่าคุณสมบัติครบครันปานนี้ เมื่อไรจะได้เลื่อนขั้นเป็นมากกว่าพี่สาวสักที




            “ฉันไม่กล้า” แชยองยอมรับเสียงอ่อย วางโทรศัพท์ที่พิมพ์ข้อความยาวยืดค้างไว้ข้างกาย เอนตัวพิงกับพนักโซฟาอย่างคนหมดหวัง “ฉันพูดจาไม่ดีตั้งเยอะ เขาเอ่อ แม่ต้องโกรธฉันแล้วแน่ ๆ ”



            พอเห็นท่าทางหงอย ๆ ประหนึ่งลูกแมวอดกินปลาทูนั่นก็ทำเอาเจ้าของห้องคลี่ยิ้มอีกครั้ง เธอพักจากงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เดินมานั่งข้างแชยองแล้วยีหัวอย่างเอ็นดู “กลัวทำไมคะ ขนาดพี่มินะยังหายโกรธเลย”




            “อ๋อ ที่วันนั้นร้องไห้อ่ะนะ” แชยองหันกลับมาพูดเสียงใสแจ๋ว บทจะเปลี่ยนโหมดเป็นเด็กช่างกวนประสาทก็ทำได้ดีจนเธอนึกหมั่นไส้อยากเขกหัวแรง ๆ สักที



            “โอ๊ยยยย”



            ร้องซะเว่อร์วังเหลือเกินนะแม่คุณ



            แชยองลูบหัวที่ถูกทำร้ายป้อย ๆ พลางทำหน้าตาน่าสงสาร



            “ขอโทษค่ะ ไม่แซวแล้ว พี่มินะอย่างอนแชงแชงนะคะ”



            ยัยเด็กนี่



            ก็รู้ทั้งรู้ว่าเธอมักใจอ่อนกับลูกอ้อนแบบนี้



            ขี้โกงชะมัด




มินะเม้มปาก เพราะไม่รู้จะทำอะไรเพื่อข่มอาการร้อนผ่าวบนใบหน้าได้ดีมากกว่านี้ จึงเอื้อมมือขึ้นขยี้ผมคนน้องอีกครั้งแก้เขิน คราวนี้ใส่ความหมั่นเขี้ยวลงไปด้วย เรียกเสียงงอแงโวยวายจากแชยองอีกครั้งเพราะตอนนี้ผมยุ่งไปหมด




“แล้วครอบครัวพี่เป็นยังไงอ่ะ” หลังรอดพ้นจากสงครามขนาดย่อม แชยองก็พูดไพล่มาประเด็นอื่นเฉย ในแบบที่เธอไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวถามเพราะเกิดนึกครึ้มใจอยากรู้จริง ๆ หรือแค่อยากเลี่ยงเรื่องที่ติดค้างกันไว้ก่อนหน้านี้



“จะไม่ส่งเมลแล้วเหรอ?



“เดี๋ยวค่อยกลับไปคิดต่อที่ห้องก็ได้ ตอนนี้ฉันอยากรู้เรื่องพี่มากกว่า” เกือบเอ่ยปากถามต่อว่าทำไม ก็พอดีกับที่แชยองอธิบาย “พี่รู้เรื่องพ่อกับแม่ฉันแล้วไงตอนนี้ฉันเลยอยากรู้เรื่องครอบครัวของพี่ที่ญี่ปุ่นบ้าง”




            รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวแรกมินะนั่งนิ่งไปพักหนึ่งด้วยความลังเลว่าจะเริ่มต้นตรงไหนก่อน หากได้เริ่มพูดแล้วก็พูดต่อไปไม่หยุดพัก บรรยายสมาชิกทุกคนอย่างละเอียด บอกถึงความสัมพันธ์ เรื่องราวน่ารัก ๆ ที่เคยทำด้วยกัน ทุกอย่างที่จะช่วยให้คนฟังรู้จักครอบครัวเมียวอิมากขึ้น ดวงตาเป็นประกายแวววาว




            เธอมีความสุขทุกครั้งเวลานึกถึงครอบครัว




            และก็เพิ่งรู้ว่าระดับความสุขมันเพิ่มมากขึ้นถึงขนาดนี้ตอนที่เล่าเรื่องครอบครัวให้คนที่เธออยากให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฟัง  



            “ไว้คราวหน้าจะให้เธอลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยกันนะ”



            “ฉันพูดญี่ปุ่นไม่เป็น”



            “เรื่องแค่นี้เอง” พูดพลางไหวไหล่ ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วยกยิ้มมุมปาก “เดี๋ยวพี่มินะช่วยสอนค่ะ”



            “ใจดีจัง”




            “อื้อพี่มินะก็ใจดีแค่กับแชงแชงคนเดียวนะ เคยบอกตั้งหลายครั้งแล้ว จำไม่ได้เหรอคะ”




            สิ้นประโยคอ้อย ๆ พร้อมกับสายตาอ้อย ๆ ประหนึ่งขนมาทั้งโรงงาน แชยองก็นั่งนิ่งชั่วครู่ พลันนึกย้อนได้ว่าเมื่อก่อนพี่สาวคนใจดีชอบหยอดประโยคหวานพรรค์นี้ใส่เธอมากขนาดไหนมากชนิดที่ว่าเธอน่าจะเฉลียวใจให้เร็วกว่านี้



แสร้งทำทีเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วจ้องตากลับอย่างไม่ยอมแพ้



“ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”



“...”




“ฉันสนใจฟังทุกอย่างที่พี่มินะพูดหมดเลย ไม่รู้เหรอ”




“...”



            จะเพราะความเขินหรืออะไรก็ไม่ทราบได้แทนที่มินะจะรุกถามต่อให้สมกับที่โอกาสยื่นมาอยู่ตรงหน้า หญิงสาวกลับทำได้แค่กระพริบตาปริบ ๆ ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง มวลความคิดพากันหลั่งไหลเข้ามาในหัวจนอื้ออึง




            บ้างก็บอกว่าแชยองคงแค่พูดเล่นเหมือนที่เคยผ่านมา



            บ้างก็บอกว่าแชยองหมายความตามนั้นจริง ๆ



            หรือก็แค่อาจจะพูดโดยไม่ทันคิด




            ยัยเด็กนี่ร้ายกาจจะตาย เธอไม่มีทางรู้เลยว่าเบื้องหน้าที่ฉาบด้วยรอยยิ้มและตาใสซื่อนั้น แท้จริงซุกซ่อนอะไรไว้ข้างในเธอไม่อยากเป็นคนหลงตัวเอง ไม่อยากพกพาความมั่นใจมาเต็มพิกัดแล้วต้องมาหน้าแหกทีหลัง




            แน่ล่ะเธอไม่มีทางรู้คำตอบของเรื่องนี้เลย จนกว่าจะมีใครเอ่ยคำว่า รัก ก่อน



            และมันก็น่าหงุดหงิดตรงที่เธอยังไม่พร้อมพูดคำนั้นสักที



            ขนาดโดนเพื่อนทั้งด่าทั้งยุทั้งส่งเสริม เธอก็ไม่กล้าอยู่ดี




            “คราวหลังอย่าพูดเล่นแบบนี้อีกนะ เกิดฉันหวั่นไหวขึ้นมาจะทำไง” เอ่ยทีเล่นทีจริง จัดการยกมือทั้งสองข้างดึงแก้มนิ่มของคนที่เธอเพิ่งปรามาสว่าพูดเล่นด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนถูกกระทำที่ไม่โต้ตอบหรือแสดงท่าทางสำนึกผิดสักนิด บทสนทนาหยุดลงเพียงเท่านั้น มินะจึงลุกขึ้นยืนแล้วก้าวขาปราดเปรียวเดินฉับ ๆ ไปยังโต๊ะทำงาน



            ตอนนี้ก็มีความสุขดีมันยังดีอยู่




            เพราะไม่ได้หันกลับไปมอง




            จึงไม่ทันรู้ว่าเด็กสาวที่นั่งบนโซฟากำลังขยับปากพึมพำอะไรบางอย่าง




 

            “แล้วนี่ยังไม่เรียกว่าหวั่นไหวอีกเหรอ”




           

 

******************************************************************************

หึ ปรับอารมณ์ไม่ทันล่ะสิ ใช่ ชั้นก็ไม่ทันเหมือนกัน

ขอให้มีความสุขกับการอ่านมากเท่าความคิ้วทึของคนเขียนค่ะ

ด้วยรักและโกหกและจะอัพอีกทีเมื่อไรไม่รู้ แต่คิดว่าคงไม่นาน เพราะอีกไม่กี่ตอนก็จะจบแหล่ว


#FicSweetest



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #387 Mimi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 23:31

    จิกหมอนมาก เขินที่สุดในโลกเลยค่ะ แง

    #387
    0
  2. #296 gravityx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:36
    เกลียดความแกล้งป่วยความแสดงของพี่มินะมากค่ะ
    พอคืนดีกับน้องนี่ไม่มีรงไม่มีแรงกินข้าวเลยนะคะ !
    แต่สุดท้ายก็โดนเด็กมันทำให้เขินหมด โถวแม่คุณ ถถถถถถ หมั่นไส้ 555555555

    ส่วนแชงแชงน่ารักมากกกก น่ารักแบบ ฮือออออออ ขอสั่งพรีออเดอร์น้องหนึ่งคนค่ะ ไม่ไหวแล้วหัวจัยยยยส์ พี่ก็ป่วยนะคะมาดูแลพี่หน่อยยย ; _;
    #296
    0
  3. #295 แอล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:42
    แชงแชงอัพเกรดแล้วเว้ยเห้ย 5555555
    #295
    0
  4. #294 Miguri (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:17
    อ่านเกลียดมินะโหมดเสียงสองมากเลยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ตะโกน อห ลั้นบ้านนน 555555555555
    โอ้ยยยยยยยยย

    อ่านแล้วเสียงมินะตามมาเลย หลอนหู 

    #294
    0
  5. #293 รัฐมนตรีชอคโกแลต (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:48
    ใจอยากหวีดอะไรที่มันมากกว่า กรี๊ดกับตายอย่างสงบนะคะแต่หาคำอะไรที่มันบรรยายความรู้สึกมากกว่านั้นยังไม่ได้เลย เอาเป็นว่า

    เขินม๊ากกกกกก!!! จะตายแล้วว้อยยยย!!!!
    กรี๊ดดดดดดดดดดดๆๆๆๆ >//////////<
    #293
    0
  6. #292 sopao (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:28
    าห้กนวไสหฟ ฮึกกกกห เอิ้กๆ มีความขำและหมั่นไส้ในความเสียงสองของเมียวอิ แหม่ๆๆๆพอคืนดีกันแล้วก็พลัดกันหยอดจัง สลับกันเขิน ลำคานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนโว้ยยยย55555555555 

    เจอแล้วค่ะพ่อแม่พี่น้อง คนที่ซื่อบื้อกว่าแชงก็พี่เมียวอินี่แหละค่ะ เด็ก2ขวบก็ดูออกอ่ะค่ะว่าพี่หวั่นไหว แหม่ๆๆๆ ป๊อดแท้ไม่แพ้ใคร อยากรู้ถ้าน้องมันบอกรักพี่ซึ่งๆหน้าขึ้นมา พี่มินะจะเป็นยังไง คงเขินตัวแตก555555 #พี่เมียวอิผู้สืบสานกิจการไร่อ้อย

    รักในความอ้อยของเมียวอิ

    ติดตามนะไรท์ รอตอนต่อไปสำเหม่ออออ(เดือนหน้าป่ะเนี่ย555#ฟิครายเดือน)
    #292
    0
  7. #291 vas (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:54
    กรี๊ดดด ไรท์กลับมาแล้วมากอดที(ไม่ใช้ละ) 5555

    ที่เคยเกลียดหมั่นไส้พี่มินะโหมดเสียงสองในวันแรกยังไง วันนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม เพิ่มเติมด้วยโหมดอ้อนกับโหมดสำออย

    อยากจะแหมให้ไกลไปยังสุดขอบดางอังคาร 555555555

    น้องแชงยังน่านักน่าเอ็นดูเหมือนเดิม เพิ่มด้วยน้องรู้ตัวแล้งค่ะ เขินอ่านทยิ้มไม่หุบแข่งกับพี่มินะเลย ><
    #291
    0
  8. #290 toto-ru (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:42
    โอ้ยยยยยยยยยยย ไม่รู้จะบอกความรู้สึกยังไงดี โอ้ยยยยยยย มันคือดีย์ ดีย์ไปหมดเลยอะคะ บรรยากาศดีๆมันอบอวน อบอุ่น สะกิดให้ใจคนอ่านไหวไปกับท่าทีเล็กๆของสองคนนี้ ใช่มันเล็กมาเลยนะ แต่หั่วนไหวสะกิดใจนีมากเลยค่าาาแบบนี้สินะที่เค้าเรียกว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ขอกรี๊ดอีกที กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ก่อนอื่น ขออนุญาติหมั่นใส่พิมินะได้ไหมคะ คนอะไรจะหลงตัวเองขนาดน้านนนน นี่มีพาทสะเตือนไตไปหลายรอบจนลืมไปว่าพี่เค้าเป็นคนยังไง อ้อยคว่ำไปกี่คันรถแล้วคะ 55555555555
    ส่วนแชงแชงคะ ร้ายนักนะเราพอรู้ใจตัวเองก็เอาใหญ่เลยนะ แหมมมมมม แต่พี่ชอบโหมดนี่คะ เอาเลยค่ะได้เวลาทวงคืนคนขี้อ้อยละ อย่าปล่อยให้เค้าอ้อยฝ่ายเดียว จับกด เอ้ย จับจ้องหน้า ทำตาใส แล้วบอกความในใจเถอะค่ะ นี่ลุ้นจนตัวโก่ง ปวดเอวปวดไหล่ปวดบ่าไปหมดละเนี๊ยยยย 

    สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่ารักไรท์ที่สุดเลยค่ะ ชอบบบบบบจริงๆ
    #290
    0
  9. #289 ++Black_Hell++ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:47
    โอ้ยๆๆๆๆๆ จะตายแล้วค่าาาาาาาา ฮื้อออออ ทำไมมันดีอย่างนี้คะ!!! กี้สสสสสส พาร์ทต้นๆกับพาร์ทหลังๆคนละเรื่องกันเลย แต่ก็ดีแล้ว พี่มินะร้าย แต่น้องแชงโหมดรู้ใจตัวเองก็กร๊าวใจเหลือเกิน ปริ่มสุดเลยค่ะ รอให้มีคนเริ่มสารภาพรักก่อนอยู่นะคะ
    #289
    0
  10. #288 #171717 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:51
    ตอนช่วงแรกก็สงสารพี่มินะอยู่ดีๆ บ่อนั้มตาจะแตกแร้ว แชงยกโทษให้พี่เค้าเถ้อะะ แต่พอเด็กมันยอมปุ๊บ เข้าโหมดเสียงสองปั๊บ โอ้ยยยยยย หมั่นไส้ เกลียดอ่ะค่ะ แง
    แชงนี่กว่าจะรู้ตัวว่าโดนอิเจ๊คนนี้อ้อยก็เสียหายหลายแสนไปแล้ว เพิ่งสังเกต ซื่อบื้อ สมกับเป็นซนแชยองจริงๆ แต่พอรู้ก็ไม่น้อยหน้า เอาคืนซะคุ้มเลย แหมมมมมมมม อยากจะแหมไปให้ถึงเกาหลีใต้จังเลยค่ะ
    #288
    0
  11. #287 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:40
    กรี๊ดดดดดดดาดดาดาพา โอมายกอดดดดดด เขินไม่ไหวแล้ว จิกหมอนขาดทุกใบในบ้านแล้วค่ะไรท์ ชอบมาก น่ารักกกกกกกกมากกกกก ชอบแชงแชงโหมดเจ้าเล่ห์แบบนี้+หมั่นไส้พี่มินะเหมือนเดิมค่ะ เกลียดการแกล้งป่วย555555 ประโยคสุดท้ายนี่แทบปาโทรศัพท์ทิ้งแล้วนะคะไรท์ ค้างมากและเขินมากกกกก
    #287
    0
  12. #286 Mina_Minari (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:35
    โอ๊ยยยยยยย เขินง่ะ >///<

    นิ่มแกไม่ได้ฝันเว้ยยยยย น้องทันบอกรักแกจริงๆ!! *ขอตะโกนใส่หน้า* อินสุด 55555
    #286
    0
  13. #284 129s (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:04
    กรี๊ดดดดดดดดดดฉันเขินนะพี่ตากรี๊ดดดดดดดดดดเขิลลลลล
    #284
    0
  14. #283 Buddy_Rvv (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:02
    เขิน บิด360องศา ><
    #283
    0
  15. #282 Double_Dubu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:02
    โอ๊ยยยยยย กลับมาแล๊ววววว เขินจุงๆๆ
    #282
    0
  16. #281 Tsuki_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:41
    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย เขินนนนนนนนนนนนนนน
    #281
    0
  17. #280 Choco_holics (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:23
    อื้อหื้อออค้างความหน่วงมานาน มาตอนนี้ก็หวานไปหวานจนหมั่นไส้ฮื่ออออ้อยกันไปมาน่ารักกก><
    #280
    0
  18. #279 Sy June (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:17
    ตั้ลร๊ากกก
    -น้องแชงแชงมันไม่ได้ซื่อเว่ยเห้ยย
    -พี่มินะนี่ก็อ้อยต่อไปค่ะ55555
    ต่อจากนี้ก็คงต้องลุ้นว่าฝั่งไหนจะสารภาพรักกันก่อนสินะ งือออออ
    #279
    0
  19. #278 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:52
    พอี๋ๆๆๆๆ ทำไมมันน่ารักขนาดนี้คะ ฮืออออ โอ๊ยยยย ตอนนี้มัน.... มินะมารยามาก! 555555555 แต่แชงแชงน่าร้ากกก ฮือ วอนนาบีมากเลยคะ -3-
    #278
    0