[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 13 : Chapter 11 : (K)now Nothing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 ส.ค. 59





Chapter 11 : (K)now Nothing




 

บางครั้งเธอทำเหมือนว่าจะรู้แต่ก็ไม่

หลายครั้งเธอทำเหมือนว่าจะรักไม่แน่ใจ

หรือเธอแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้ เพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจกันด้วยคำว่าไม่รัก

 

           




            เสียงกรีดร้องจากเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กข้างหัวเตียงเสียดแทงเข้าโสตประสาท ทำลายห้วงเวลาแห่งความสุขของหญิงสาวที่กำลังนอนคุดคู้อยู่บนเตียงได้ชะงัดนัก เธอควานมือสะเปะสะปะตามเสียงและกดทิ้งอย่างไม่ใยดี ทั้งที่ยังไม่ทันดูชื่อเจ้าของเบอร์ให้เสียเวลาด้วยซ้ำ




น่ารำคาญ คนจะหลับจะนอน!




พลิกตัวไปอีกด้านแล้วซุกหน้ากับตุ๊กตากระต่ายเน่า ๆ หากยังไม่ทันจะได้เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์สมใจ เจ้าโทรศัพท์น่ารำคาญก็ส่งเสียงดังขัดจังหวะอีกรอบ




ขี้ตื๊อจังแฮะ




นายอนทำหน้ามุ่ย นึกสาปแช่งเจ้าของเบอร์ปลายสายในใจต่อเนื่องสามล้านคำต่อวินาที โทษฐานกล้ารบกวนเวลานอนอันสงบสุขค่อย ๆ พลิกตัวกลับขณะจ้องเจ้าของเสียงน่ารำคาญซึ่งดังชัดเจนเรื่อย ๆ เต็มสองรูหู ราวกับต้องการทดสอบความอดทนจนเธอต้องหยิบมันขึ้นมากดรับสายอย่างเสียมิได้




            “อาราย”



            “โห งัวเงียขนาดนี้ยังไม่ตื่นใช่มั้ยเนี่ย”



            “ตื่นแล้วสิ ตื่นแล้ว” เธอขยับตัวขึ้นนั่งจุ้มปุ๊กบนเตียง ยกมืออีกข้างขยี้ตาพลางอ้าปากหาวหวอด ๆ “ถ้ายังไม่ตื่นจะรับสายได้ไง”




            “นี่—อิมนายอน” จองยอนถอนหายใจ ท่าทางเหลืออดกับความไม่เอาไหนและนิสัยถอดแบบเด็กอนุบาลของเธอเต็มที “ถึงจะเป็นวันหยุดเธอก็ไม่ควรนอนยันเที่ยงขนาดนี้นะ รู้มั้ยว่ามันเสียสุขภาพ เดี๋ยวระบบการทำงานในร่างกายก็เสื่อมหมดหรอก อย่างน้อยลุกมากินข้าวก่อนแล้วค่อยนอนต่อก็ยังดีฟังนะ หนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง เราต้องใช้ชีวิตให้ตรงเว




            ไม่รอให้โดนบ่นมากกว่านี้ คนใช้ชีวิตไม่เป็นเวลารีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูอย่างตัดรำคาญ กระทั่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายจบการเทศนาแล้วนั่นแหล่ะ ถึงได้เอาแนบหูแล้วโวยวายกลับ



            “โอ้ย ขี้บ่นจังเลยค่ะคุณแม่ บ่นมากเดี๋ยวหน้าเหี่ยวก่อนวัยอันควรไม่รู้ด้วย”



            “คุณแม่อะไรอีกล่ะ ฉันเตือนเพราะเป็นห่วงนะ”



            “ว้าย จองยอนนี่เป็นห่วงเค้าด้วยล่ะ” นายอนแกล้งสะดีดสะดิ้ง “เอ๊ะ อย่าบอกนะว่าที่โทรมาเพราะทนคิดถึงหน้าสวย ๆ กับเสียงเพราะ ๆ ของฉันไม่ไหววีดีโอคอลเลยมะ เดี๋ยวเปิดหน้าสดสุดธรรมชาติของหญิงสาวเพิ่งตื่นนอนให้ดู”



            “ไปเอาความมั่นใจผิด ๆ แบบนั้นมาจากไหนเนี่ย” น้ำเสียงเหนื่อยใจเหลือทน “ไม่มีอะไร แค่เดาว่าวันหยุดแบบนี้เธอน่าจะยังไม่ตื่น เลยโทรเช็คดู”



            “เดาถูกอีก แสนรู้นะเนี่ย”



            “จะถือว่าเป็นคำชมนะ”




            หญิงสาวหลุดหัวเราะเล็กน้อยกับคำยอกย้อนจากปลายสาย ระหว่างเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ เธอเงยหน้ามองภาพผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่กำลังฉีกยิ้มกว้างสะท้อนผ่านกระจก




            อาสีหน้าเธอเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่คุยกับจองยอนเลยหรือเปล่านะ




            คล้อยหลังจากที่ตัดสายแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองต่อ นายอนก็วางโทรศัพท์บนชั้นวางอ่างล้างหน้าพลางฮึมฮัมเพลงในลำคออย่างผู้หญิงที่กำลังมีความสุขหากยังไม่ทันจะได้เริ่มเปิดก๊อกน้ำ เจ้าเครื่องมือสื่อสารก็เกิดการสั่นสะเทือนและกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง




            แต่คราวนี้ไม่ใช่จองยอน




            “ว่าไงโมโมะ”




            เท้าความกลับไปเมื่อวันก่อนปิดร้านฮิราอิ โมโมะ นักศึกษาชาวญี่ปุ่นหรืออีกนัยหนึ่งคือวีรสตรีผู้ช่วยเหลือเธอจากลูกค้าเจ้าปัญหา หลังจากที่พวกเขาหนีออกจากร้านด้วยความอับอายหรือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ทำให้เธอมีโอกาสเข้าไปขอบคุณและพูดคุยจนสนิทสนมกับเจ้าตัวได้ไม่ยาก ภายในระยะเวลาอันสั้น




            หล่อนเป็นคนแปลก แปลกจนน่าประหลาดใจ แปลกอย่างที่ไม่อาจสรรหาคำใดมาอธิบายได้ แต่ที่รู้ ๆ คือไม่ใช่ผู้หญิงเลวร้าย




            “ตอนนี้สะดวกมั้ย ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”




            “หืม อะไรเหรอ”




            “จะว่ายังไงดีล่ะ” โมโมะเปรยเสียงค่อย ท่าทางไม่มั่นใจ “ฉันลองทำจ๊กบัลตามสูตรที่พี่นายอนแนะนำเลยนะเอ่อ ตอนนี้ก็



            “ก็?




            “ไฟลุกท่วมหม้อเป็นส่วนหนึ่งของสูตรมั้ยอ่ะ”




            เดี๊ยววววววววววววววววววว



          ตาสว่างเลยข่า




            “ตั้งสติไว้นะ” บอกโมโมะเหรอ เปล่าจ้า บอกตัวเองเนี่ย “ปิดเตาแก๊สหรือยัง รีบปิดเลยนะ เสร็จแล้วเอาผ้าชุบน้ำผืนใหญ่ ๆ คลุมหม้อให้หมด ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นมันจะดับไปเองที่สำคัญคือไม่ว่ายังไงห้ามสาดน้ำเด็ดขาดเข้าใจมั้ย”



            ความรู้ ประสบการณ์ และจิตวิญญาณของแม่ครัวที่สั่งสมมานานหลายปีถูกถ่ายทอดภายในระยะเวลาอันสั้น แม้ส่วนลึกของจิตใจจะฉุกคิดสงสัยว่าแม่เจ้าประคุณทำยังไงให้ไฟไหม้หม้อต้มจ๊กบัลได้




            “โอ้ ห้ามสาดน้ำงั้นเหรอ”



            พูดแบบนี้แสดงว่าเตรียมไว้แล้วแหง ๆ



            “ใช่ ถ้าไม่อยากให้หม้อระเบิดก็ห้ามเด็ดขาด”




            “เข้าใจละ ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ ไว้ผลเป็นยังไงฉันจะโทรรายงานอีกทีนะ” พูดจบ สัญญาณจากแม่ครัวมือใหม่ควบตำแหน่งผู้ลอบวางเพลิงก็ขาดหายไป ทิ้งให้คนถือสายได้แต่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปสร้างครอบครัวสุขสันต์ข้างในนั้นได้ไม่ยาก




            “เฮ้ โมโมะ เธอจะตัดสายทิ้งแบบนี้ไม่ได้นะ โมโมะ!

 



 

---------------------------------------------------------------------------------

 

           



            เป็นหนังผีที่โรแมนติกดีจัง




            แน่ล่ะหนึ่งร้อยยี่สิบนาทีข้างในโรงหนังสยองขวัญช่างมีความสุขกว่าที่ผ่านมา เพราะมีมือนุ่มนิ่มของคนข้างกายกอบกุมไว้ตลอดเวลา ถามว่าการแก้ปัญหาของแชยองช่วยให้เธอมีสมาธิดูหนังขึ้นมั้ย? ไม่เลย ในทางตรงกันข้าม มันยิ่งทำให้สติเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยซ้ำ




            มินะแทบไม่รู้เลยว่าเหลือผู้รอดชีวิตกี่คน หรือแม้กระทั่งเนื้อเรื่องดำเนินถึงจุดจบได้อย่างไร




            เพราะเอาแต่ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังตั้งใจดูหนัง ดวงตาสดใสราวกับเด็ก ๆ นั่นทำเอาเธอเผลออมยิ้มออกมา




            ในหนึ่งร้อยยี่สิบนาที เธอใช้เวลาดูหนังจริงจังประมาณครึ่งชั่วโมงเองมั้ง




            ถ้าคิดในแง่ของคนดูหนัง เธอคงขาดทุนย่อยยับ



            แต่ถ้าคิดในแง่ของผู้หญิงคนหนึ่งก็นับว่าคุ้มค่า




            เพราะขนาดว่าตอนนี้เดินออกจากโรงหนังมาไกลแล้ว พวกเธอก็ยังไม่ได้ปล่อยมือกันเลย




            “แชยองงี่ฉันหิวอ่ะ เราไปหาอะไรกินกันเถอะ” กระทั่งโซมีที่เดินนำหน้าในตอนแรก หันกลับมาล็อคคอแชยองแล้วลากด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนคนตัวเล็กแทบปลิว ส่งผลให้มือที่เกาะกุมกันอยู่ขาดสะบั้นทันที




            สร้างความร้าวฉานเสร็จแล้วไม่พอ ยังมีหน้ามายักคิ้วหลิ่วตา ส่งยิ้มหวานเจี๊ยบให้เธออย่างผู้มีชัยชนะเหนือกว่า




            น่าหมั่นไส้ชะมัด




            กระนั้นมินะก็ยังสามารถรักษาท่าทีใจเย็นได้ สีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าการกระทำเมื่อครู่ไม่ส่งผลให้เธอต้องระคายแม้แต่น้อย—ถึงแม้ว่าลึกภายในใจเธอจะอยากถลึงตามองแรงใส่ศัตรูคู่อาฆาตที่อายุน้อยกว่าห้าปี แต่ส่วนสูงดันเกินกว่าเพื่อนอีกคนซึ่งอยู่ในวัยเดียวกันอย่างไม่น่าให้อภัย




            ฝ่ายคนโดนกอดคอก็ไม่ได้แสดงท่าทีอึดอัดหรือรำคาญสักนิด มิหนำซ้ำยังเอียงหัวเล่นกับผมหนาประกายน้ำตาลของคนตัวสูงกว่าเสียอีก




            ถ้ามองแบบไม่มีอคติก็นับว่าเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูอยู่หรอกนะ



            เพื่อนคนหนึ่งตัวเล็กจิ๋ว ส่วนเพื่อนอีกคนก็ตัวสูงโย่ง



            แต่บังเอิญว่าเธอดันเป็นผู้หญิงมีอคติซะด้วยสิ—แย่จัง




            พวกเธอเดินเข้าร้านฟาสต์ฟู้ดตามการนำของโซมี เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงบ่ายของวันหยุดจึงมีลูกค้านั่งจับจองแทบทุกส่วน โชคดีที่ยังพอเหลือโต๊ะเกือบติดซอกหลืบของร้านให้ใช้บริการ ไม่เช่นนั้นเธอเองก็นึกไม่ออกว่าในช่วงเวลาที่คนพลุกพล่านไปทั่วแบบนี้ จะหาร้านอาหารที่ไหนได้อีก




            “ฉันจะไปสั่งให้นะ” แชยองลุกขึ้นยืนหลังจากสรุปเมนูที่แต่ละคนต้องการเสร็จสรรพ




            “เดี๋ยวฉันไปด้วย ของตั้งเยอะ ช่วยกันถือสองคนดีกว่าคนเดียวอยู่แล้วเนอะ” โอกาสยื่นอยู่ตรงหน้า มีหรือที่มินะจะไม่รีบคว้าไว้—สาวญี่ปุ่นลุกตามแชยองทันทีโดยไม่เปิดช่องว่างให้อีกคนที่นั่งอยู่แม้แต่จะอ้าปากเปล่งเสียงใด




            “ปกติกินฟาสต์ฟู้ดกันบ่อยหรือเปล่า” ชวนคุยแก้เบื่อระหว่างต่อแถวรอ



            “ไม่ค่อยหรอก นาน ๆ ทีน่ะ” แชยองหันมาตอบเสร็จก็ถามกลับ “แล้วพี่มินะล่ะ กินได้หรือเปล่า”



            “หืม ทำไมถามงั้นล่ะ”



            “ไม่รู้สิ—คงเพราะพี่มินะดูเป็นคนไม่น่ากินอะไรพวกนี้มั้ง เมื่อกี้ฉันเห็นพี่นั่งคิดตั้งนานกว่าจะเลือกเมนูได้”




            เป็นอีกครั้งที่มินะอมยิ้มกับความใส่ใจของคนอายุน้อยกว่า




            “สนใจด้วยเหรอคะ” จบประโยคก็ยื่นหน้าเข้าใกล้แล้วโปรยยิ้มหวาน ตั้งใจหยอดด้วยหวังจะได้เห็นอาการเงอะงะของคนที่กำลังจ้องตาอยู่ แน่นอนว่าเธอยังฉลาดพอจะรักษาระยะห่างอันเหมาะควรสำหรับพื้นที่สาธารณะ




            ทว่าปฏิกิริยาตอบรับดันไม่เป็นอย่างที่เธอคาดไว้




            แชยองไม่ได้ขยับตัวหนี หรือเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างที่ชอบทำยามเขินอาย—เด็กสาวเพียงแค่ขยับรอยยิ้มเล็ก ๆ พร้อมรอยบุ๋มข้างแก้ม นัยน์ตาทอประกายวาววับอย่างนึกสนุก



            “แล้วสนใจไม่ได้หรือไง”




            ทำไมเดี๋ยวนี้เด็กมันร้ายจัง




            เพราะคำตอบที่ไม่ได้คาดหวัง ทำให้มินะกลับกลายเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนไม่เป็นท่าจนต้องยอมถอยออกมาเสียเอง—เธอเม้มริมฝีปากแห้งผากแน่นเมื่อสัมผัสถึงความเห่อร้อนเล็ก ๆ บนใบหน้า ขณะที่ยัยเด็กตัวดีเอาแต่หัวเราะชอบใจ ก่อนจะหันกลับไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น




            โลกนี้ไม่ค่อยยุติธรรมเลยเนอะ ว่ามั้ย



            หลายครั้งที่แชยองทำเหมือนรู้ว่าเธอคิดยังไง



แต่บางครั้งก็เหมือนจะไม่รู้อะไรสักอย่าง



            หลายครั้งที่แชยองเริ่มเขินเวลาโดนหยอด



แต่บางครั้งก็แสดงท่าทีนิ่งเฉยราวกับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด




            เธอไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ควรให้ความหวังตัวเอง—อาจเป็นตอนนี้ หรือบางทีอาจต้องรอไปอีกสักระยะเพื่อให้หลาย ๆ อย่างมันแน่นอนมากกว่านี้ก่อน




            หลังจากนั้นพวกเธอก็ไม่ได้คุยกันอีกจนกระทั่งสั่งอาหารเสร็จและยกมันกลับไปที่โต๊ะ




            คนเริ่มเปิดบทสนทนาคือเด็กสาวลูกครึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าเจ้าตัวตั้งใจชวนแชยองคุยตามประสาเพื่อนสุดซี้(ที่คิดไม่ซื่อ) แต่มันก็พาลทำลายบรรยากาศขมุกขมัวภายในใจเธอได้เช่นกัน




            เด็ก ๆ คุยถึงเรื่องหนัง ฉาก และตัวละครที่ชอบ เนื่องจากเธอไม่ได้ดูมันมากพอจะเข้าร่วมวงสนทนาด้วย จึงได้แต่ปิดปากเงียบ มองแชยองที่เอาแต่เขี่ยปลายผมยาวของเพื่อนข้างกายอย่างไม่มีเหตุผล




            โดยไม่ทันคาดคิด โซมีก็หันมาทางเธอซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม



“พี่มินะมีธุระมั้ยคะ จะกลับก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวพวกเราว่าจะไปเล่นเกมกันต่อด้วย ให้พี่มินะมาเล่นกับเด็ก ๆ อย่างพวกเราคงไม่สนุกเท่าไร เกรงใจแย่เลย”



            ฟังจากญี่ปุ่นยังรู้เลยว่าแกไล่ฉัน นังเด็กฝรั่ง!




            “อ้อ ไม่เป็นไร—วันนี้ฉันว่าง ว่างมากกกกกก” มินะลากเสียงยาว จ้องคู่สนทนาด้วยสายตาฟาดฟันไม่ยอมแพ้เช่นกัน



            “เหรอ—ดีค่ะ แต่ถ้าเบื่อเมื่อไรก็กลับก่อนได้นะคะ”



            นี่ก็ไล่กันยันวินาทีสุดท้ายจริง ๆ



            มินะทำเป็นไม่ใส่ใจต่อคำพูดของโซมี แสร้งกระแอมเล็กน้อยก่อนจะลอบสบตาเด็กสาวอีกคนที่เป็นเหตุผลให้เธอยังอยู่ต่อ




“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงฉันกับแชยองก็อยู่ห้องข้าง ๆ กัน ไว้รอกลับพร้อมกันเลยดีกว่าเนอะ”

           

           

           

---------------------------------------------------------------------------------

           

 

 

“โห อีกนิดเดียวเราก็จะผ่านแล้วอ่ะ” แชยองวางปืนลง สีหน้างอแงราวกับเด็ก ๆ จ้องคะแนนในจออย่างเสียดาย—หลังจากเดินทางต่อสู้กับเหล่าเอเลี่ยนมากว่าห้าด่าน พวกเธอก็ต้องพ่ายแพ้แก่บอสด่านสุดท้ายเสียทุกครั้ง




เป็นความพยายามที่ล้มเหลวและไร้ความหมายสิ้นดี




“เธอน่าจะรีบยิงตัวนั้นนะ เราตายเพราะมันทุกทีเลย”



“ก็มันเร็วเกินไปนี่ ฉันยิงไม่ทันหรอก” โซมีบ่นอุบขณะวางปืนลงบ้าง “จะเล่นต่อจนกว่าจะชนะมั้ย—หรือว่าเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นดี” ว่าแล้วก็พยักพเยิดหน้าไปทางตู้เกมอื่น ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ไม่ห่าง




แชยองมองตามอย่างลังเล ด้วยรู้ดีว่าเสียเงินกับตู้เกมตรงหน้านี้มากเกินไป และการแพ้ติดต่อกันหลายครั้งก็ชวนให้หัวเสียได้ไม่ยาก แต่ครั้นจะหนีไปเล่นตู้เกมอื่นทั้งที่ยังไม่ผ่านด่านเกมเก่า ก็พาลให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกขี้แพ้อย่างไรไม่รู้




โดยที่ไม่ทันรู้สึกตัวว่าอาการทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้สายตาของใครบางคนตลอดเวลา




“ขอทางหน่อย” ในที่สุดบุคคลผู้ยืนเงียบ ๆ มานานก็เริ่มทนไม่ไหว จิตใจร่ำร้องว่าถึงเวลาที่ตนต้องแสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว มินะเข้าแทรกกลางระหว่างสองเด็กสาว เสยผมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความคูลพอเป็นพิธี ก่อนหยิบปืนขึ้นมาเต็มสองมือด้วยท่วงท่ามั่นใจราวกับเกิดมาเพื่อสิ่งนี้




เธอจะสอนให้เด็ก ๆ รู้เองว่าการเล่นเกมระดับพระเจ้าที่แท้จริงมันเป็นยังไง



ได้เวลากอบกู้ภาพลักษณ์



ลบภาพคนกลัวหนังสยองขวัญจนตาเหลือกในโรงเมื่อกี้ให้หมด!




ศัตรูตัวแล้วตัวเล่าที่ผ่านเข้ามาในสายตา ทั้งลูกกระจ๊อกและบอสใหญ่ ทุกตัวล้วนแล้วแต่ถูกมินะจัดการอย่างง่ายดายภายในพริบตา จวบจนถึงบอสด่านสุดท้ายที่แชยองกับโซมีร้องโอดครวญว่ายากนักยากหนา ก็ไม่ได้เก่งกาจเหนือไปกว่าฝีมือของเธอเลยสักนิด




“หูววว”




“เรียบร้อย” รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นภายหลังการเล่นจบ เธอผ่านทุกด่านจากการเล่นเพียงแค่รอบเดียว และได้คะแนนรวมสะสมมาเป็นอันดับสามจากผู้เล่นตู้นี้ทั้งหมด




“โห พี่มินะโคตรเท่เลย” ตอนแรกยังเฉย ๆ อยู่หรอก ครั้นหันไปเจอแชยองมองเธอด้วยสายตาเลื่อมใส มินะจึงยักคิ้วพลางสะบัดปลายผมสลวยอย่างภาคภูมิใจ โดยมีซาวด์เสียงระทึกกับแสงไฟวิบวับจากตู้เกมเป็นฉากหลัง



“ธรรมด๊า”




“เฮอะ งั้น ๆ แหล่ะ” โซมีพึมพำ มุ่ยหน้าอย่างเด็กโดนแย่งของเล่น “เบื่อละอ่ะ เราไปเล่นอย่างอื่นกันดีกว่าแชยองงี่” ว่าจบก็จับแขนแชยองลากไปยังตู้เกมอื่นแทน ด้วยไม่อยากให้เพื่อนชื่นชมความเก่งกาจของสาวญี่ปุ่นมากเกิน



เธอรู้—ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อีกนิด แชยองจะต้องขอให้มินะช่วยสอนเล่นเกมเมื่อกี้แน่นอน



เมื่อถึงตอนนั้น จอนโซมีก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่าไงล่ะ




“เป็นอะไรเนี่ยโซมี วันนี้เธอลากฉันบ่อยจัง”



“ก็เธอเดินช้า”



“แล้วจะรีบไปไหนเล่า”



“ไม่รู้”




“เธอดูแปลก ๆ นะวันนี้ ไม่สบายป่ะเนี่ย—หรือหลอนค้างจากดูหนังเมื่อกี้” แชยองเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย เกลี่ยไรผมปรกหน้าเพื่อนออก แล้วใช้หลังมืออังหน้าผากสลับกับของตัวเอง “ก็ปกติดีนี่”




            “ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เธอไม่ได้สังเกตเองหรือเปล่า” เผลอขึ้นเสียงโดยไม่ตั้งใจ—แต่เพราะคำพูดเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ พวกเธอจึงต้องตกอยู่ในบรรยากาศอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน




            ก็แค่



          บ้าเอ๊ย—ผู้หญิงซื่อบื้ออย่างแชยองจะมารู้อะไร



          ไม่เคยรู้อะไรเลย ไม่รู้อะไรสักอย่าง




            “ฉันจะไปซื้อน้ำ” โซมีรู้ดีว่าขืนอยู่ตรงนี้ต่อไป อาจเผลอพรั่งพรูความในใจอันไม่ควรออกมา เธอจึงเลือกที่จะตัดบทเดินเลี่ยงไปสงบสติอารมณ์ทางอื่นแทน ทิ้งให้คนซื่อบื้อได้แต่ยืนกระพริบตาปริบ ๆ มองตามอย่างไม่เข้าใจ



            เป็นอะไรของเขา



            ทำไมคนรอบข้างเธอถึงเอาแต่ทำตัวแปลก ๆ กันนะ




            ว่าแล้วคนรอบข้างที่ทำตัวแปลก ๆ อีกคนก็เดินตามมาสะกิดไหล่ จากสีหน้าสดชื่นแจ่มใสนั่น เดาว่าเจ้าหล่อนคงเพิ่งเสร็จจากเล่นเกมอื่น น่าจะยังไม่ทราบว่าเพิ่งเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อครู่




“แชงแชงอยากได้ตัวไหนเป็นพิเศษมั้ยคะ เดี๋ยวพี่มินะคีบให้”




แชยองเลิกคิ้ว เธอเพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่ากำลังยืนอยู่ในโซนตู้คีบตุ๊กตา




“ได้เหรอพี่ มันยากนะ”



“ไม่มีคำว่ายากในพจนานุกรมของพี่มินะค่ะ” ได้ทีแล้วก็อวดอ้างตัวเองใหญ่โต ทำเอาแชยองหลุดขำออกมา—มันน่าสนใจที่เห็นด้านสดใสเฉกเช่นเด็ก ๆ แบบนี้จากพี่สาวข้างห้อง อย่างน้อยก็น่าจะดีต่อใจของเธอมากกว่าโหมดชอบโปรยเสน่ห์เรี่ยราดล่ะนะ




กวาดสายตามองมวลตุ๊กตาที่นอนแออัดในเครื่องครู่หนึ่ง เธอเกือบเอ่ยปฏิเสธแล้วด้วยไม่เคยมีความคิดอยากเอาตุ๊กตาตัวใหม่ไปเพิ่มฝุ่นในห้อง หากไม่ติดว่ามีบางสิ่งดึงดูดความสนใจเธอไว้ได้ตั้งแต่แว๊บแรกที่มอง




“งั้นเอาตัวนั้น”




มินะฉีกยิ้มกว้างน่ารัก หยอดเหรียญเพื่อเริ่มต้นภารกิจ—ไม่นานเกินรอเจ้าตุ๊กตาเป้าหมายก็ถูกคีบขึ้นมาหย่อนลงช่องอย่างง่ายดายราวถูกจับวาง




“ขอบคุณนะพี่” หนีบสมาชิกใหม่ไว้ข้างเอว “ทำไมพี่มินะเล่นเกมเก่งทุกอย่างเลยอ่ะ สอนฉันบ้างได้มั้ย”



“อยากให้สอนเล่นเกมไหนล่ะ”



“เอาที่พี่มั่นใจสุดก็ได้”



“โห มั่นใจทุกเกมเลยอ่ะ ทำไงดี” ถ้ามีรางวัลคนมั่นหน้ามากที่สุดในโลก มินะคิดว่าชื่อเธอคงได้รับเสนอเข้าชิงรองจากรางวัลคนขี้อ่อยแน่ ๆ รอยยิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่อเห็นคนอายุน้อยกว่ากลอกตารอบทิศสามร้อยหกสิบองศา




แต่ก่อนที่พวกเธอจะได้คุยอะไรกันมากกว่านี้ โซมีก็เดินกลับมาพอดี




มินะทำเพียงยืนนิ่ง ระหว่างมองแชยองค่อย ๆ จับแขนเพื่อนสนิทร่างสูงด้วยสีหน้ากระอักกระอวน




ถึงเธอจะไม่ได้อยู่ด้วยตอนที่โซมีผละตัวออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะเดาไม่ออกว่าเด็กสองคนนี้เพิ่งมีเรื่องกัน—และเธอก็ไม่ใช่คนประเภทนางร้ายหรือตัวร้ายที่จะรู้สึกยินดีเวลาเห็นคนที่ตัวเองชอบทะเลาะกับศัตรูหัวใจด้วย



เธอเป็นผู้ใหญ่มากพอ



ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องขัดขวาง



“นี่ไงโซมี ตุ๊กตาตัวที่เธอเคยบ่นว่าอยากได้มานานแล้วอ่ะ” โดยไม่ทันคาดคิด แชยองก็ยื่นตุ๊กตาหมาขนปุยสีน้ำตาลให้โซมีหน้าตาเฉย




ขยายความอีกนิดคือตุ๊กตาตัวที่เธอเป็นคนคีบเมื่อครู่




อห หน้าแห้งเลยค่ะ




“เธอไม่ได้คีบเองแน่เลยอ่ะ” โซมีกลับสู่สภาวะปกติ ไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้ประหนึ่งไม่เคยเกิดเรื่องบาดหมางกันมาก่อน “ขอบคุณพี่มินะมากนะคะ”




“เอ่อ ไม่เป็นไร” ฝืนยิ้มด้วยไม่อยากทำลายบรรยากาศให้ขุ่นมัวอีกครั้งสาบานได้ว่าเธอพยายามแล้ว แต่ด้วยอารมณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยมันคงกลายเป็นยิ้มแบบแปลกประหลาดแน่ ๆ




ในที่สุดมินะก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทางไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นภาพบาดตา ทางไหนก็ได้ที่จะไม่มีใครเห็นสายตาตัดพ้อของเธอยามรู้ว่าเพื่อนสนิทต่างไซส์คู่นี้แคร์กันมากเท่าไร




แค่ให้ตุ๊กตา คุยกัน หัวเราะกันอย่างเดียวก็พอไม่เห็นจำเป็นต้องกอดคอแล้วเล่นผมกันแบบนั้นเลย




            เธอเก่งมากเลยซนแชยอง




            เก่งมากที่ทำให้คน ๆ หนึ่งรู้สึกดีได้ แล้วเหยียบย่ำหัวใจของอีกคนง่ายดายโดยไม่รู้สึกอะไร




            โคตรเก่งเลย




           

---------------------------------------------------------------------------------

 

 



“เหนื่อยมั้ยพี่ ต้องมาเล่นกับพวกฉันทั้งวันเลย” แชยองโพล่งขึ้นท่ามกลางความเงียบระหว่างทางเดินกลับหอพัก




“ไม่เหนื่อยหรอก สนุกดี” มินะยิ้มบางพลางส่ายหน้าเธอจัดการกับความรู้สึกที่ก่อกวนจิตใจก่อนหน้านี้ได้ดีเหลือเชื่อ ดีจนแชยองไม่แม้แต่จะสังเกตเห็นความผิดปกติ หรือไม่เช่นนั้นคงเป็นเพราะเมื่อครู่มีอย่างอื่นน่าสนใจกว่าล่ะมั้ง




บางทีถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอก็อยากจะย้อนกลับไปตอนซ้อมละครเวทีที่คณะ อยากทำเป็นไม่เห็นข้อความที่จื่อวี่ส่งมารายงานตามข้อตกลง




หลายครั้งที่เธอเฝ้าถามตัวเองในใจ เธอมีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำจริงหรือเปล่า



ยอมโดดซ้อมงานมาเพื่อดูหนังผีที่ตัวเองไม่ชอบ



เพื่อให้ตัวเองมาเป็นส่วนเกินของคู่เด็กสิบหกเหรอ



ให้ตายเถอะขนาดว่าตอนนี้โซมีไม่อยู่แล้ว เธอยังอดคิดถึงเรื่องตอนนั้นไม่ได้เลย




“นี่ แชยอง”



“หืม ว่าไง”



“เธอชอบคนผมยาวเหรอ”




“รู้ได้ไงอ่ะ” แชยองเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจกับคำถามไม่มีที่มาที่ไปของคนข้างกายเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบในทันที มินะจึงเม้มริมฝีปากเหยียดแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ แสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย แล้วเอ่ยเสียงค่อยขณะก้มมองปลายเท้าตัวเองที่กำลังก้าวตามทาง




“ก็วันนี้ฉันเห็นเธอเล่นผมโซมีตลอดเลย”




อย่านึกว่าเธอไม่ได้สังเกตนะ




ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังจากดูหนังเสร็จ ทั้งระหว่างกินข้าวและเล่นเกมอันที่จริง เรียกได้ว่าแทบทุกจังหวะของชีวิตเลยมั้งที่แชยองเอาแต่วอแววุ่นวายกับผมยาวหนาของเพื่อนสนิทอย่างมากเกินกว่าความจำเป็น




ทั้งหมดล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของเธอมาตลอดนั่นแหล่ะ




“อ่อ จะว่างั้นก็ได้มั้ง”



“...”



“ฉันชอบความรู้สึกตอนจับผมยาว ๆ น่ะ แต่ผมตัวเองไม่ยาวพอเลยไปเล่นของคนอื่นแทนไง” ว่าพลางกลั้วหัวเราะในลำคอ “มันดูออกง่ายมากขนาดนั้นเลยเหรอ”



“ช่างเถอะ แค่สงสัยน่ะ” มินะรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทั้งที่ยังก้มหน้าจดจ่อสายตายังปลายเท้า เธอจึงไม่รู้ว่าคนข้างกายมีปฏิกิริยาอย่างใดต่อท่าทีนี้




คำตอบของแชยองทำให้เธอโล่งใจขึ้นนิดนึง ย้ำว่านิดเดียว



อย่างน้อยก็ยังดีที่มันไม่ใช่การทำโดยไม่รู้ตัวหรือมาจากสัญชาติญาณอะไรเทือกนั้นไม่งั้นเธอคงต้องกลับไปนั่งนอยด์น้อยใจตอกย้ำความเป็นคนนอกของตัวเองอีกแน่



แต่กระนั้นบางสิ่งก็ยังรบกวนจิตใจจนคิ้วขมวด




ผมฉันยาวไม่พอเหรอ”




“ว่าไงนะ”




“ฉันถามว่า” เจ้าของผมสีสว่างยาวประบ่าเงยหน้าขึ้น ไม่อาจซ่อนความขุ่นเคืองข้างในแววตาได้ “แล้วผมฉันยังยาวไม่พอเหรอ เธอถึงไม่เคยเล่นบ้างเลย”




“...”



“...”



แชยองขยับรอยยิ้มมุมปาก



“นี่แค่น้อยใจหรือหึงอ่ะ” สิ้นประโยค มินะก็เบิกตากว้าง อยากจะยกมือขึ้นมาหยิกแก้มแล้วเลยไปตบบ้องหูเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง หรือเมื่อครู่ไม่ได้หูฝาดไปเอง




“ฮะเฮ้” เสียงแหบแตกยิ่งกว่าแครกเกอร์โดนเหยียบ ก่อนจะหลุดหายไปในลำคอเสียดื้อ ๆ เฉกเช่นคนลืมวิธีพูดภาษาเกาหลีกะทันหัน




ทำไมกัน



“ฉัน





“ล้อเล่น” ทุกสิ่งพังทลายลงในพริบตา ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แชยองฉีกยิ้มกว้าง มองเธอด้วยแววตาสดใสก่อนจะเปลี่ยนไปพูดเรื่องข้าวเย็นวันนี้แทน



โดยไม่รู้สึกตัวเลยว่าเพิ่งสร้างปัญหาให้ใครบางคนมากขนาดไหน




ล้อเล่นงั้นเหรอ



ถึงจะไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย



แต่อย่าเอาความรู้สึกคนอื่นมาล้อเล่นแบบนี้ได้มั้ยล่ะ





ยัยเด็กนิสัยไม่ดี






 

******************************************************************************

อะไรนะคะ อ่อ ล่าสุดมินะอยากเดตกับจองยอน อะไรๆก็จองยอน

ส่วนแชยองก็อยากเดตกับโมโมะ

รู้เลยนะคะ


เอฟรี่น๊ายอินหม่ายดรีม ไอซียูว ไอฟี๊วยูววววว /เปิดเพลงตีมไททานิค 


สุดท้ายนี้ฝากถึงมิแชงชิปเปอร์ทุกคลนะคะ


 

ว่าแต่แชยองตอนนี้นิสัยเสียเนาะ 55555555555555555555555555555555555

เจ้าแม่พุชแอนด์พูลที่แท้จริม


#FicSweetest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #382 Mimi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:11

    จะตีน้องแชงทำไมทำกับพี่มินะแบบเน้

    #382
    0
  2. #194 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 20:41
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยอึดอัดดดดดดดดดด เขินแรงมากตอนแชงถามว่าน้อยใจหรือหึง แต่วืดตอนบอกล้อเล่น แชงแชง!!!ทำไมคะ ทำไมถึงpush and pullขนาดนี้ อึดอัดมากอยากอ่านต่อ55555555ไรท์คะ รีบมาต่อนะคะ ยังคงชอบฟิคเรื่องนี้ที่สุดเสมอค่ะ5555อันดับ1ในใจเลย
    #194
    0
  3. #193 apolloxx17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 12:05
    ขัดใจจจจจจจจจ อึดอั๊ดดดดดดดดด!! น้องแชยองโว้ยยยยยยย พี่อึดอัดมากมากเลยข่าาาาาาา นิสัยเสียยยยยยยยยย ทำไมต้องเล่นกับความรุ็สึกพี่เค้าแบบนั้นนนนนนน หน่วงที่แท้จริงค่าาาา ??
    #193
    0
  4. #192 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:17
    ฮืออออออ สงสารมินะอะ ไนใจกับที่แสดงออกมานี่คนละอย่างเลย ในใจพี่มินะโคตเจ็บปวดเลยอะ เรารุสึกได้ ?? แชงอย่าล้อเล่นกะพี่มินะ .
    #192
    0
  5. #190 OokingkongoO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 09:47
    แชงแชง...อย่าแกล้งพี่เขาซิลูกกกก 5555555 มินะต้องอดทนและสู้ต่อไปนะ เฮ้
    #190
    0
  6. #189 qirlcrush (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 08:26
    โอ้ยขัดใจอะไรเบอร์นี้คะฮือออออ แชยองทำไมหนูทำกับพี่เค้าแบบนี้ล่ะลูก.. ทำไมเป็นคนซื่อบื้อไม่รู้อิโหน่อิเหน่เบอร์แรงแบบนี้ ทำไมคะทำไมมมมม! ฮือ มินะสู้ๆนะคะ แต่งอนน้องเพิ่มอีกนิดก็ดีนะเพื่อน้องเค้าจะจับสังเกตได้แล้วตามง้องี้ ตอนนี้เป็นตอนที่จะฟินก็ฟินไม่สุดอะ มีความหน่วงมากจนแบบ ฮือออออ จะฟินหรือจะหน่วงดี ยังรอเรื่องนี้เสมอนะคะไรท์
    #189
    0
  7. #188 khunlung_s (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 03:12
    มินะน่าจะลองงอนอีกซักทีนะคะ รอบนี้เอาซักอาทิตย์กว่าไปเลย -*-
    แชงแม่งแบบขัดใจอ่ะ!!
    อ่านแล้วอยากยันซักที นี่ซื่อบื้อหรือโง่!! -*- 5555555 #โคตรอิน
    #188
    0
  8. #187 #171717 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 02:38
    ตีกัน ตีกัน ตีกัน /ปรบมือเปาะแปะเชียร์มินะโซมี
    ตอนนี้น้องแชงนี่นิสัยไม่ดีเลย ทำร้ายจิตใจคนถึงสองคนได้ในวันเดียว อื้อหือ ร้ายจีจี นี่มันเจ้าแม่ทฤษฏีpush&pullที่แท้จริง
    #187
    0
  9. #186 minari0324 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 01:27
    มันน่าจับแชงมาหยิกแก้มซะให้เข็ด..หมั่นเขี้ยว

    ทำกับมินะแบบนี้ได้ไง...ทำไมต้องเอาตุ๊กตาไปให้โซมีต่อหน้ามินะด้วย..งอล

    อุ๊ย!! อินเนอร์มาเต็ม เพราะไร้ท์คนเดียวเลยเนี่ย

    ขอบคุณไร้ท์ที่พยายามอัพให้อ่านนะคะ ฟินก่อนนอน
    #186
    0
  10. #185 kumyoon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 01:27
    ช่วงนี้เรือพังแบบสุด และมั้วมาก55555555 ตอนนี้สงสารพี่มินะสุด TT ยัยน้องแชงใจร้ายเกินไปแล้ว ซื่อบื้อมากกกก
    #185
    0
  11. #184 aonnuch_zz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:03
    ช่วงนี้เรือล่ม ไรท์ก็ต่อเรือเยอะๆบ่อยๆนะคะ55555555555
    #184
    0
  12. #183 toto-ru (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:00
    เกลียดดดดดดดดดดดด เด็กมันร้ายอ่ะ เด็กมันร้ายยยยยยยยย ซนแชยองอย่ามาเล่นแบบนี้นะ
    นี้กำลังแกล้งป่วนหัวใจพี่นิ่มเค้าใช่ไหมคะ

    แต่หน่วงจังค่ะ ตอนแชงเอาตุ๊กตาหมาให้โซมี อห.อยากจะตะโกนว่า ชชชชชช ทำแบบนี้ทำร้ายสองคนเลยนะ 
    แล้วยังจะมา ถามว่านิ่มหึงไหมอีก push&pull จริงๆ 
    ปล.อยากให้มินะเอาคืนบ้างค่ะ เอาให้แชงหึงบ้าง หมั่นใส้ 
    #183
    0
  13. #182 มินะของบ่าว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:28
    ชอบเรือล่มจังค่ะ5555555

    อ่านแล้วหน่วงหัวจึยยยย รอต่อนะคะ ฮริ้งงง
    #182
    0
  14. #181 29chaeng (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:28
    กรี้ดดด พี่มินะสู้ๆ น้องแชงนี่แกล้งไม่รู้ หรือหนูซื่อจริงๆคะ สงสารพี่มินะมั่งTT

    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ชอบสำนวน วิธีเล่าเรื่องของไรท์มากๆเลยค่ะ <3
    #181
    0
  15. #180 JKhun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:51
    ผลักแล้วก็ดึงที่แท้จริง รอฟิคเรื่องนี้มานานแล้ว แถมรู้สึก อห(โอ้โห) เจ็บแทนพี่มินะ อยากให้แชยองชอบหรือรู้สึกเริ่มชอบกับพี่มินะได้แล้ว นี่สะเทือนใจแทนพี่มินะมากๆ เป็นกำลังใจให้พี่มินะ และไรท์นะคะ 😘✌
    #180
    0
  16. #179 JKhun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:50
    ผลักแล้วก็ดึงที่แท้จริง รอฟิคเรื่องนี้มานานแล้ว แถมรู้สึก อห(โอ้โห) เจ็บแทนพี่มินะ อยากให้แชยองชอบหรือรู้สึกเริ่มชอบกับพี่มินะได้แล้ว นี่สะเทือนใจแทนพี่มินะมากๆ เป็นกำลังใจให้พี่มินะ และไรท์นะคะ 😘✌
    #179
    0
  17. #178 JKhun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:50
    ผลักแล้วก็ดึงที่แท้จริง รอฟิคเรื่องนี้มานานแล้ว แถมรู้สึก อห(โอ้โห) เจ็บแทนพี่มินะ อยากให้แชยองชอบหรือรู้สึกเริ่มชอบกับพี่มินะได้แล้ว นี่สะเทือนใจแทนพี่มินะมากๆ เป็นกำลังใจให้พี่มินะ และไรท์นะคะ 😘✌
    #178
    0