[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 12 : Chapter 10 : Hold my Hand

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    14 ส.ค. 59



Chapter 10 : Hold my Hand




 เพียงการจับมือเล็ก ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง

ก็มีอานุภาพทำลายความหวาดกลัวได้




           


            นานเท่าไรแล้วที่เธอไม่ได้สัมผัสกับคำว่าวันหยุด




            หมายถึงวันหยุดจริง ๆ ที่เธอสามารถใช้เวลาว่างช่วงสุดสัปดาห์นอนพักผ่อนหรือออกไปเที่ยวเล่นไร้สาระตามประสาเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างที่เคย




            อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เธอไม่ได้ถูกไล่ออกจากงาน




            เนื่องจากคุณพ่อของโซมีซึ่งเป็นเจ้าของร้านมีนโยบายปิดปรับปรุงร้านทุกปี จ้างหน่วยงานภายนอกเข้ามาซ่อมแซม ปรับปรุง ตรวจเช็คสภาพอาคารร้านรวมถึงอุปกรณ์ทุกอย่างเพื่อความปลอดภัย พวกพนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเธอจึงได้รับอานิสงส์ให้หยุดพักในระหว่างนี้ไปโดยปริยาย




            กว่าจะได้เริ่มงานอีกทีก็คงเป็นสัปดาห์หน้าเลย




            และเป็นเพราะว่านาน ๆ ทีจะมีเวลาว่างเหมือนคนอื่นเขาบ้างเนี่ยแหล่ะ โซมีถึงเอ่ยปากชวนเธอไปดูหนังเรื่องดังที่เพิ่งเข้าโรงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ด้วยกันหลังเลิกคาบเรียนวันเสาร์อันน่าเบื่อหน่าย




            แชยองยกกระเป๋าขึ้นสะพาย ขณะสายตาสะดุดเข้ากับเพื่อนสาวสองคนที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าพลันนึกได้ว่าเมื่อก่อนดาฮยอนก็เคยชวนเธอไปดูหนังหลังเลิกเรียนเหมือนกัน




            เพราะงั้นถ้าคราวนี้เธอจะไม่ชวนดาฮยอนกับจื่อวี่ ก็คงจะเป็นการเสียมารยาทเกินไปสักหน่อย



            “วันนี้ฉันกับโซมีจะไปดูหนัง พวกแกจะไปด้วยกันมั้ย”



            “ดูหนัง?” ดาฮยอนทวน หน้าตาเหรอหรา “ไม่ใช่ว่าวันนี้พวกแกต้องรีบไปช่วยงานที่ร้านต่อเหรอ”



            “สัปดาห์นี้หยุดน่ะ” คนว่างงานตอบอย่างประหยัดถ้อยคำ ด้วยขี้เกียจจะเท้าความอธิบายเหตุผลให้เสียเวลา “ว่าไงตกลงจะไปมั้ย”



            “โหย ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วย ฉันติดธุระกับที่บ้านอ่ะแชยอง แกช่วยโทรขอป๊าม๊าให้หน่อยได้มะ”



            ได้ก็บ้าแล้วว้อย!




            “งั้นจื่อวี่” เมื่อรายแรกไม่สะดวกจึงเปลี่ยนเป้าหมายยังอีกคนที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาตั้งแต่เมื่อครู่  สาวไต้หวันขยับรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนส่งคำถามกลับแทน



            “ดูที่ไหน”



            “ห้างแถวนี้แหล่ะ”



“ไปกับโซมีแค่สองคนเหรอ”



            “ก็สองคนน่ะสิแต่ถ้าแกไปด้วยจะเป็นสามไง”



            “อืม งั้นไม่ไปดีกว่า ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ” รอยยิ้มเหยียดกว้างขึ้น ปรายสายตามองคนตัวเล็กอย่างล้อเลียน “ดูหนังให้สนุกนะ”



            “คงจะสนุกล่ะมั้ง ขอบใจ” ครั้นได้คำตอบก็โบกมือลาพอเป็นพิธี กระชับกระเป๋าเดินจากไปด้วยท่าทีนิ่งเฉย ไม่รู้ว่าแชยองพยายามคีพลุคคนคูลไม่หวั่นไหว หรือซื่อบื้อเกินกว่าจะเข้าใจว่ากำลังถูกล้อเลียนเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนสาวลูกครึ่งกันแน่



แต่เดาว่าคงเป็นอย่างหลังมากกว่า



            เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอคนซื่อบื้อมากขนาดนี้



            อีกหน่อยคงเข้าใกล้คำว่า โง่ แล้วมั้ง



            นึกแล้วก็ชักสงสารคนที่หลวมตัวมาชอบยัยเพื่อนโง่ของเธอจริง ๆ 




            จะว่าไปก็ไม่ได้มีแค่โซมีคนเดียวนี่เนอะ




            “ทำอะไรอยู่น่ะ” ได้ยินเสียงใส ๆ ของดาฮยอนดังขึ้นอย่างแปลกใจ “ปกติแกไม่ใช่คนเดินไปเล่นโทรศัพท์ไปด้วยนี่นามีอะไรน่าสนใจงั้นเหรอ”



            “ไม่มีอะไรหรอก” จื่อวี่ละสายตาจากโทรศัพท์มือถือ ก่อนหย่อนมันลงกระเป๋า




“ก็แค่ส่งข้อความหาเพื่อนนิดหน่อยน่ะ”




            แค่คิดถึงผลที่น่าจะตามมาก็น่าสนุกแล้ว




 

---------------------------------------------------------------------------------

 

           



ท่ามกลางจิตใจที่ลึกลับซับซ้อนอันยากแท้หยั่งถึงของมนุษย์




สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถจัดการได้ง่ายดาย คงเป็นความคิดชั่ววูบ




ความคิดชั่ววูบที่ทำให้มนุษย์เรากลายเป็นคนไร้เหตุผล สติสัมปชัญญะพร่าเลือน ไม่สนใจสิ่งใด




และความคิดชั่ววูบนั้นก็พาเธอมายืนด้อม ๆ มอง ๆ แอบหลังต้นเสาในจุดที่เธอสามารถลอบมองพื้นที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของโรงภาพยนตร์ชื่อดังได้ถนัดตามากที่สุด ท่าทางลับล่อประหนึ่งโจรมุมเสากำลังวางแผนปล้นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอะไรเทือกนั้น




อดคิดไม่ได้ว่าหากมีคนบังเอิญมาเห็น เขาจะจับเธอส่งตำรวจมั้ย




ทำไมยังไม่มานะ




มินะยกโทรศัพท์ขึ้นเช็คเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่เธอใส่เกียร์หมาตรงดิ่งจากห้องซ้อมที่มหาวิทยาลัยมายังห้างสรรพสินค้าชื่อดังซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก




ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้เด็กสองคนนั้นก็น่าจะมาถึงแล้วสิ




ทันใดนั้นภาพเด็กสาวในชุดมัธยมปลายไม่ค่อยเรียบร้อยสองคนเดินเคียงคู่กันก็ปรากฏสู่สายตาแหลมคมเสียยิ่งกว่าดื่มวีต้าเบอร์รี่พรุนสกัดเข้มข้นทุกคืน มินะรีบก้าวขาแสร้งทำทีเดินตัดหน้า เรียกร้องความสนใจจากเป้าหมาย




“พี่มินะ?




“อ้าว แชงแชง บังเอิญจังเลย มาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย” เริ่มต้นบทสนทนาตอแหลที่สุดในโลก โปรยยิ้มหวานเจี๊ยบถามในสิ่งที่รู้ดีแก่ใจ “วันนี้ไม่ต้องไปทำงานเหรอคะ”



“ตอนนี้เป็นช่วงหยุดน่ะ พวกฉันเลยมาดูหนังกัน”



“ดูหนังเหรอคะ บังเอิญอีกแล้ว พี่มินะก็มาดูหนังเหมือนกันแชงแชงตั้งใจจะดูเรื่องอะไรเอ่ย”



“เรื่องนั้นค่ะ” เด็กลูกครึ่งที่เธอพยายามเมินรีบชิงส่งเสียงเพื่อให้รู้ว่ายังมีตัวตน นิ้วเรียวตวัดไปทางโปสเตอร์ที่ประดับหราเด่นเป็นสง่า พร้อมออกเสียงชื่อเรื่องคลอตามไปด้วย




“วิญญาณหลอนอาฆาตสับแหลกกระซวกไส้”




อห แค่ชื่อก็จินตนาการเนื้อเรื่องได้แล้วค่ะ



หนังบ้าอะไรวะเนี่ย!




“โห ขนาดนี้ต้องเรียกว่าพรหมลิขิตแล้วอ่ะ ฉันก็ตั้งใจมาดูเรื่องนี้เหมือนกันเลยงะ งั้นพวกเราดูด้วยกันดีกว่าเนอะ” บังคับตัวเองไม่ให้เผลอหลุดความอ่อนแอผ่านทางน้ำเสียง แม้ว่าตอนนี้ขาจะสั่นพั่บ ๆ เป็นคนทรงเจ้า เคียงคู่กับเหงื่อกาฬที่ไหลซิก ๆ ยิ่งกว่าน้ำตกไนแองการ่า



“พี่มินะก็ชอบดูหนังผีเหรอ ฉันไม่เห็นรู้มาก่อนเลย”




“อ้อ พี่มินะคงไม่เคยบอกแชงแชงใช่มั้ยคะพี่มินะเนี่ย เติบโตมากับพวกหนังผีหนังสยองขวัญอะไรงี้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่เปิดให้ดูตั้งแต่เด็ก ชอบมากเลย”




โกหกน่ะ



ที่จริงคือเคยดูหนังสยองขวัญที่บ้านเพื่อนครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายตอนอยู่มัธยมต้น แล้วก็เป็นลมคาโซฟาตั้งแต่ฉากแรกที่ยัยผีหน้าเละโผล่ออกมาทักทายนั่นแหล่ะ สิริรวมเวลาดูยังไม่ถึงหนึ่งในสามของเรื่องทั้งหมดด้วยซ้ำ



ขนาดว่าตอนนั้นดูจากโทรทัศน์จอเล็กนะ



ไม่อยากนึกถึงการดูในโรงภาพยนตร์ขนาดยักษ์ที่มาพร้อมทั้งแสงสีเสียงกระหึ่มรอบทิศทาง




แต่จะปล่อยให้แชยองมีเวลาอยู่กับโซมีสองต่อสองเธอก็ไม่ยอมเหมือนกัน




“งั้นไปซื้อตั๋วกันเถอะ” โซมีรีบเดินนำหน้าอย่างต้องการตัดบท โดยไม่ลืมลากแชยองตามไปด้วย ปล่อยให้หญิงสาวผู้อ้างตัวว่าเติบโตมากับหนังสยองขวัญค่อย ๆ ลากร่างกายอันห่อเหี่ยวหมดพลังใจของตนตามหลังไป




แม่คะ หนูอยากร้องไห้


 

 

---------------------------------------------------------------------------------

 



            เฮอะ ก็ไม่เห็นว่าจะน่ากลัวเท่าไรเลย




            “พี่มินะหลับตาทำไมอ่ะ หนังเพิ่งเริ่มเองนะ ง่วงแล้วเหรอ”



            “...”




            เท่านั้นแหล่ะ คนหลับตาเตรียมตัวเตรียมใจตั้งแต่หนังยังไม่ทันฉายก็จำต้องยอมกลับสู่สภาพความเป็นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความมืดและแสงไฟสลัวจากหน้าจอฉายขนาดใหญ่พอให้เห็นสีหน้าสดใสระคนแปลกใจของเด็กสาวข้างกาย




            “อ้อ พอดีเมื่อคืนซ้อมบทดึกไปหน่อย” นาทีนี้ไม่มีอารมณ์แม้แต่จะใช้โหมดเสียงสองอ่อยเด็ก จึงกระซิบกลับด้วยเสียงปกติอย่างอ่อนล้า “เธอตั้งใจดูเหอะ ไม่ต้องสนใจฉันหรอก”




            คล้อยหลังจากที่แชยองหันไปจดจ่อกับภาพความเคลื่อนไหวด้านหน้า มินะก็ได้โอกาสรวบรวมลมหายใจตั้งสติกับตัวเองอีกครั้ง




            มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า



          กะอีแค่หนังสยองขวัญและในฐานะนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ดี เธอควรศึกษาภาพยนตร์หลากหลายแนวเพื่อนำเอาไปประยุกต์ใช้ต่อการทำงานอื่นในภายภาคหน้าด้วย



            เป็นไงเป็นกัน!




            ครั้นสร้างแรงฮึดให้ตัวเองเสร็จสรรพ เธอก็ตวัดสายตามองภาพตรงหน้าอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เงินทุกวอนที่จ่ายค่าตั๋วเสียไปโดยไร้ความหมาย




            เป็นจังหวะเดียวกับที่ผีฆาตกรโผล่มาพร้อมกับซาวด์เสียงระทึกขวัญ เอาค้อนฟาดหัวเหยื่อผู้โชคร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว




            หมายถึงเธอเนี่ยไม่ทันตั้งตัว!




            “!!!!!




            เริ่มฉายไม่ทันถึงสิบนาทีก็ใส่ฉากแบบนี้แล้วเหรอ




          นังผีไร้จิตสำนึก!




            มินะกลืนน้ำลายขณะที่ร่างเย็นวาบทั่วทั้งกาย อย่างน้อยก็ขอบคุณตัวเองที่ยังแต่สะดุ้งเฉย ๆ ไม่ตื่นตระหนกจนเผลอกรีดร้องหรือร้ายหน่อยคือสบถคำหยาบคายออกมากลางโรงหนังให้เสียภาพลักษณ์คนเรียบร้อยที่สั่งสมมานาน




            “พะพี่มินะ” คนถูกเรียกรีบหันหน้าตามเสียงสั่น ๆ ของแชยองทันที ด้วยเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่เธอจะพักสายตาจากความโหดร้ายเบื้องหน้า



            “อะไรเหรอ”



            “พี่บีบแขนฉันอยู่นะ รู้ตัวหรือเปล่า”



            อุ่ย




            “ขอโทษที” มินะยิ้มเก้อ รีบปล่อยมือที่เกร็งแน่นจากท่อนแขนบอบบางของเด็กสาวผู้โชคร้าย “เมื่อกี้แค่ตกใจนิดนึง ไม่มีอะไร”



            “พี่โอเคแน่นะ”



            “อื้อ โอเคสิ สบายมาก”




            แชยองยังคงเลิกคิ้ว หรี่ตามองอย่างไม่เชื่อถือ กระทั่งมินะต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแสร้งทำทีสนใจเนื้อเรื่องที่กำลังดำเนินอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ต่อจากฉากน่ากลัวเมื่อครู่ถึงแม้มันจะเป็นหนังที่เธออยากดูมานาน แต่น่าแปลกที่เวลานี้มันไม่อาจดึงดูดความสนใจได้มากเท่าผู้หญิงที่ตกใจจนเผลอบีบแขนของเธอเสียเต็มแรงจนแทบหักคามือ




            เธอไม่ใช่คนโง่อย่างน้อยก็ไม่โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่านี่คืออาการของคนกลัวหนังสยองขวัญ




            และเป็นความกลัวที่ค่อนข้างมากเกินกว่าปกติด้วย




            ทั้งท่าทางประหม่า หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม การเม้มริมฝีปากบ่อยครั้ง สายตาล่อกแล่ก รวมถึงมือไม้ที่กุมกันแน่นอย่างอยู่ไม่สุขนั่นเธอเห็นมันทั้งหมดนั่นแหล่ะ




            แค่สงสัยว่าทำไมมินะไม่บอกเธอตั้งแต่แรกดึงดันจะเข้าโรงตามมาดูด้วยกันทำไม ในเมื่อยังมีหนังน่าสนใจอีกนับสิบเรื่องในเวลานี้ หรือเพราะบังเอิญเจอพวกเธอเลยนึกอยากได้เพื่อนดูหนังขึ้นมา




            ไม่เห็นเข้าใจเลย




            แต่คิดมากไปก็ใช่ว่าจะหาคำตอบได้ แชยองพยายามไล่สิ่งรบกวนทุกอย่างออกจากหัวแล้วมุ่งความสนใจกับเหล่าผู้รอดชีวิตในเรื่องที่กำลังกระเสือกกระสนเอาตัวรอดท่ามกลางเมืองร้างย่านชนบทตามสูตรสำเร็จหนังสยองขวัญ




            อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คงเป็นฉากการปรากฏตัวของผีวายร้ายกระทันหันแบบไม่มีส่งสัญญาณให้คนดูเตรียมใจล่วงหน้า




            เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไง




            ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความตกใจของมินะทำงานดีจนน่าเหลือเชื่อ และเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน สำหรับคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อโดนคว้าแขนไปบีบแน่นถึงสองครั้งสองคราว แชยองทำหน้าเหยเกโดยอัตโนมัติเมื่อความเจ็บแล่นปราดทั่วแขน



            น้ำตางี้แทบเล็ด



ก็เข้าใจนะว่าตกใจมากเกินไปหน่อย



          แต่ถ้าพี่จะกลัวแล้วแรงเยอะขนาดนี้ แขนน้องต้องหักแน่ ๆ ค่ะ




            “พี่มินะพี่จะฆ่าฉันเหรอ” กัดฟันแน่นข่มความเจ็บ รีบกระซิบบอกคนข้างกาย เนื่องจากกลัวว่าหากช้ากว่านี้แขนตัวเองจะได้หักจริง ๆ




            มินะสะดุ้งโหยง ก้มลงมองมือข้างขวาที่กำแขนซ้ายของแชยองไว้แน่น สลับกับเงยหน้าสบตาผู้ถูกประทุษร้ายที่คล้ายจะตายตรงนี้ให้ได้ เธอแสร้งหัวเราะเบา ๆ ก่อนปล่อยมือหลังก่อปัญหาเดิมสองครั้งในเวลาไม่ห่างกัน



            ไม่ได้ตั้งใจนะก็คนมันตกใจนี่นา



            “ขอโทษ” เอ่ยจบก็ค้างเพียงเท่านั้น ด้วยไม่รู้จะสรรหาข้ออ้างใดมาพูดแก้ต่างอีก “คือฉัน



            “เลิกเก๊กเหอะ ฉันรู้แล้วว่าพี่กลัว”



            “...”



            “แรงเยอะนะเนี่ย” แชยองว่าพลางสะบัดแขนเล็กน้อย ให้รู้ว่ามันยังพอใช้การได้ “ดีนะแขนไม่หักถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”




            ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ มินะคงหยอดกลับว่า งั้นพี่มินะจะขอรับผิดดูแลแชงแชงตลอดชีวิตเลยค่ะ ประมาณนั้นแต่เพราะนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ และเธอก็สลด สำนึกผิดเกินกว่าจะเล่นมุขเสี่ยว จึงทำได้เพียงรูดซิปปิดปากเงียบประหนึ่งลืมวิธีพูดภาษาเกาหลี




            พอเธอเงียบ แชยองก็เงียบ



            ไม่น่าผลีผลามตามเข้ามาดูตั้งแต่แรกเลย




            ก่อนที่เธอจะได้ก่นด่าตัวเองในใจมากกว่านี้ มือข้างขวาเจ้าปัญหาก็ถูกคว้าหมับอย่างไม่ทันตั้งตัว




            “เอามือมานี่เลย”



            “เธอจะทำอะไร” ถามกลับเสียงสั่น ทั้งตกใจและเขินกับการกระทำอันไม่มีที่มาที่ไปหัวใจยิ่งเต้นแรงกลบเสียงดังของลำโพง เมื่อคนอายุน้อยกว่าดึงมือเธอไปแล้วประสานนิ้วแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง



            นั่งงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกสักพัก แชยองก็ทำให้เธอหัวใจแทบวายอยู่ตรงนั้นด้วยการยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบ




“ฉันไม่ปล่อยให้พี่ทำร้ายฉันอยู่ฝ่ายเดียวหรอกเอาสิ บีบมาบีบกลับไม่โกงด้วย”




ก็ไม่จำเป็นต้องประสานมือแล้วยื่นหน้าใกล้ขนาดนี้ได้มั้ยล่ะ




แม้จะเริ่มสัมผัสถึงความเห่อร้อนบนแก้มทั้งสองข้าง กระนั้นเธอกลับไม่หลุบสายตาหรือหลบหน้าแต่อย่างใด ตรึงไว้กับสายตากลมแป๋วของลูกแมวน้อย เฉกเช่นว่ากำลังเล่นเกมใครหลบตาก่อนเป็นฝ่ายแพ้




“มองทำไมเล่า ดูหนังได้แล้วน่า” แชยองมุ่ยหน้าโวยวายเล็ก ๆ ก่อนจะรีบหันกลับไปดูหนังต่ออย่างขัดเขิน



แน่นอนล่ะเธอไม่ได้คิดไปเอง



เพราะรอยแดงจาง ๆ บนใบหน้านั่นเป็นหลักฐานชิ้นดีที่จะทำให้แชยองดิ้นไม่หลุดเลย




            มินะอมยิ้ม ลืมเลือนความหวาดกลัวต่อภาพโหดร้ายเบื้องหน้าจนสิ้นเพราะมีความรู้สึกอื่นมาแทนที่ให้อบอุ่นหัวใจ



            กระชับสองมือที่สอดประสานพอให้มั่นใจว่ามันจะไม่มีทางหลุดง่าย ๆ




            บางทีหนังสยองขวัญอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้เนอะ



 

 



****************************************************************************

ถ้าคุณคนอ่านกำลังสับสนมึนงง

เราให้โอกาสคุณกลับไปอ่านตอนที่เจ็ดอีกรอบค่ะ

แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็รออ่านตอนต่อไปค่ะ 55555555555555555555

ส่วนโซมีก็ยังมีชีวิตอยู่นะคะ นั่งอีกข้างของแชยองแหล่ะ โถ สงสาร

เดี๋ยวตอนหน้ามีบทบาทมากกว่านี้แน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วงเลย

 

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่าน

และ #300DaysWithTWICE ค่ะ /ทำหน้าภูมิใจเหมือนคุณแม่ที่เห็นลูกสาวเติบโต

 

#FicSweetest

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #381 Mimi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:00

    กรี๊ดดดด เค้าจับมือกันแล้วค่ะแม่

    #381
    0
  2. #191 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 09:55
    โอ้ยยยยยไรท์คะ ฮืออออออออออออออไม่ไหวแล้ววกสกนกสกากาก น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก เขินมาก อยากได้แชงแชงเป็นของตัวเองฮือ
    #191
    0
  3. #177 toto-ru (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 00:49
    แอรํยยยยยยย เขิลลลล
    บีบมาบีบกลับไม่โกง นี่ถ้าไม่ใช่มินะ จะคิดว่าพากันบีบอย่างอื่นแล้วเนี๊ย 5555555
    ชอบสำนวนไรท์มากคร้า อ่านไปคำไป โอ๊ยยย สนุกอะ 
    ชอบบบบบบ
    #177
    0
  4. #176 Minasang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:46
    น้องแชงคนแมนแสนซื่อ555555

    น่าร้ากกกก มินะไม่นิ่มนะคะฮริ้งงงงง

    ขอบคุณไรท์มากค่า
    #176
    0
  5. #175 spongify (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:21
    แชงเอ๊ยยดูอาการคนกลัวออกทำไมดูอาการคนอ้อยไม่ออกละฮึ 5555
    ตอนคว้ามือไปจับเขินแทนพี่นิ่มเลยย ถึงจะซื่อบื้อไปหน่อยแต่อบอุ่นนะ ><
    #175
    0
  6. #173 aonnazzzzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 18:53
    กรี๊ดดดดดดดความซื่อของแชงนี่มีทั้งข้อดีและข้อเสียเลย55555

    ตอนหน้าซมจะมีบทบาท ฮืือ?อะไรยังไงน้าา ขอให้ไม่ดราม่าT^T
    #173
    0
  7. #172 khunlung_s (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:12
    โซมีซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ใช่มั้ยคะ ซุ่มได้เงียบมาก...5555555555555
    #172
    0
  8. #171 dekaounn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 12:00
    โอยยย บีบมาบีบกลับไม่โกงงค่าาาาา
    #171
    0
  9. #170 Mild_HSYNH19 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 10:25
    หวานกันจังนะมิแชง ถถถถ โซมมันยังจำเป็นอยู่มั้ยค่ะตอบหรือมั่วดูหนังอยู่
    พี่มินะนี่หาได้ที่ไหนค่ะเค้าอยากได้บ้างงง 
    #170
    0
  10. #168 Ktwiceonce (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 07:33
    ฮือ เขินมากเลยค่ะะะะะะะะะ
    #168
    0
  11. #167 Once-mina- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 07:17
    เขิลลลลล. อบอุ่นละมุนอะไรเบอร์นั้นคะเเชงเเชง.
    #167
    0
  12. #166 #171717 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 06:53
    อ๋อ.. ที่มินะรีบออกมาจากห้องซ้อมเพราะจื่อส่งแมสเซจมานี่เอง ร้าย! แชยองนี่ก็ยังคงเป็นแชยอง บื้อเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ55555 โดนเพื่อนล้อเรื่องเด็กหรั่งแล้วยังไม่รู้ตัวอี๊กก
    #166
    0
  13. #165 ThisNoName-AoA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 06:52
    ตื่นมาก็เจอของดี ทำไมตอนนี้โซมี ดูเป็นอากาศไปเลย 5?55555
    #165
    0
  14. #164 CLOSEDSWAG (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 03:01
    ฮือออออ เขินจังเลยยยยย แชยองมันร้ายนะคะะะะะ 555555 แต่ร้ายกว่านะจะเป็นจื่อมากกว่าอ่ะค่ะ ตัวเสี้ยมเลย 5555 เอาแล้วววว ตอนหน้าโซมีมีบทบาทแล้วจะเกิดศึกอะไรรึป่าวคะะะะ ฮืออออ
    #164
    0