[ inazuma eleven ares x oc ] ฝากดาวบนฟ้าไปบอกรักเธอ♥

ตอนที่ 26 : +:⭐:+ดาวดวงที่ 25 +:⭐:+ : จูบแรก..รึปล่าวนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ต.ค. 62







" นอนไม่หลับอ้ะ "


แสงแดดยามเย็นกระทบผิวขาวนวลของคู่หนุ่มสาวที่นอนทับกันกลางสนาม สายลมพัดเอากลิ่นดอกไม้แถวนั้นลอยฟุ้งทั่วอากาศ ตาทั้งคู่เบิกกว้างในขณะที่ริมฝีปากของทั้งสองยังคงประกบกัน เวลาที่มักจะผ่านไปไว ตอนนี้กลับเดินช้าลง

!!!

ฟึบ ฟึบ

ไม่นานร่างกายของทั้งคู่ก็ผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ ใบหน้าแดงระเรื่อเริ่มเด่นชัด

เมื่อกี้...ฉันกับ...คิรินะคุง

เพิ่งจะ... จูบ ไปงั้นหรอ!!???

“...ผมว่าเรากลับกันเถอะ”เสียงทุ้มที่ฟังดูสั่นของคิรินะคุงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“อือ”ฉันค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นช้าๆ แต่เหมือนกับมีอะไรบางอย่างดูดพลังไปหมด ทำให้ขาที่กำลังพยุงร่างกายอยู่นั้น จู่ๆก็ล้มฟุบลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

หวืด ฟุบ

“ชินะ!!!”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของคิรินะคุงดังขึ้นอักครั้ง และยังคงก้องอยู่ภายในหัวของฉันไปมา

“เป็นอะไรรึปล่าว!!

“อ่า..ไม่--

!!

(///-///)

ควับ

สบตากัน..สะแล้ว ว่าแต่ทำไมฉันต้องหลบสายตาเขาด้วยละ

“ยะ..ยืนไหวมั้ย”คิรินะคุงยืนมืออกมาช่วยพยุงฉัน แต่ใบหน้าของเขายังคงหันไปทางอื่น ทำให้ฉันแอบเห็นว่าตรงใบหูของเขาแดงขึ้นเรื่อยๆ

“อะ..อือ”ฉันเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายอย่างสั่นๆ ณ ตรงนี้บอกเลยว่าร่างกายมันสั่นสุดๆ แถมใจเต้นแรงมาก แรงขนาดที่จะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจได้เลย

 

“....”

ระหว่างทางกลับ ฉันกับคิรินะคุงก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงแสงยามเย็นที่ยังคงส่องสว่างไสวภายใต้ความเงียบ แอบมีบางครั้งที่ฉันเหลือบมองไปที่เขา ใบหน้าด้านข้างของเขายิ่งมองแล้วรู้สึกหลงใหลชะมัด หยุดมองไม่ได้เลย... ตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่นะ

 

“กลับมาแล้วหรอทั้งสอง! คือว่านะอะเร๊ะ? เป็นอะไรกันอ้ะ?

เงียบ

คำถามที่อยากได้คำตอบของอาสึโตะนั้น ไม่มีใครตอบเขาเลยสักคน มีแต่ความเงียบที่เป็นคำตอบในตอนนี้

“ปล่าว...ฉันไปพักก่อนนะ”ฉันพูดขึ้นลอยๆก่อนจะรีบสาวเท้ากลับห้องอย่างเร็ว เพราะถ้าขืนอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้ฉันได้ล้มทั้งยืนอีกรอบแน่ๆ

“...”สายตาสีฟ้าอมม่วงของชายหนุ่มมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่เดินจากไปอย่างว่างเปล่า ก่อนที่จะตัวขอกลับห้องบ้างทำให้พวกอาสึโตะที่อยู่แถวนั้นถึงกับมองหน้ากันอย่างสงสัย

แอ๊ด ปึ้ง

อ่า...มองหน้าเขาไม่ติดแล้วเนี่ย ทำไงดีละทีนี้ ฉันกรี้ดร้องโวยวายในใจทนทีที่ก้าวมาในห้อง จะไม่ให้กรี้ดร้องได้ไงในเมื่อ ฉันกับคิรินะคุงเพิ่งจะ...

“โอ้ยยยยยยย จะนึกทำไมอยู่เนี่ยยยยยยยย”

แบบนี้...จะมองหน้าเขาติดมั้ยนะ

 

เช้าวันต่อมา

“อรุณสวัสดิ์ ชินะจัง ~

“อ่า...อรุณสวัสดิ์จ้ะ ยูเมะจัง”เสียงเจื้อยแจ้วแสนแสบหูและคุ้นเคยของยูเมะดังตามหลังฉันมา ทำเอาโสนประสาทของฉันเกือบจะพัง แต่ก็ต้องฝืนยิ้มไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตั---

“ชินะจังทำหน้าดูโทรมแบบนี้ละ??

ไม่ทันละ อ่า~...คำถามมาแบบนี้จะตอบไปไงดีละ ว่าจบก็ภาพเมื่อวานก็แวบเข้ามาในหัวอีกรอบ

“แค่อดนอนนะ”

“โธ่~ รักษาสุขภาพหน่อยสิ ถ้าเธอไม่รักษาสุขภาพละก็ฉันก็ไม่มีตุ๊กตาสุดนุ่มนิม ให้กอดแล้วนะสิ”ฉันเป็นคนนะยูเมะจัง ยูเมะเริ่มเทศนาฉันยกใหญ่ แต่ในน้ำเสียงของเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ก็ซึ้งอยู่นะที่เป็นห่วง แต่เหตุผลมันดูไม่น่าเป็นห่วงเลยนี้สิ

“อ้ะแหะๆ”

ครืด

“อรุณสวัสดิ์”

“อ่อ! อรุณสวัสดิ์” มีคนมาซะแล้วสิ รีบกลับที่นั่งดีกว่า “ฮิอุระคุง”

หือ?

“อะ...อรุณสวัสดิ์ ชิ--!!

ฟึบ ตึก ตึก ตึก

???

“เดี๋ยวสิชินะจัง!!! ไปไหนของเขากันนะ”

นี้ฉันวิ่งออกมาทำไมเนี่ย คำถามสุดงงที่พุดขึ้นมาหลังจากที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองวิ่งออกนอกห้องมาแบบไม่รู้ตัว ฉันยืนหอบข้างกำแพงตรงทางบันได ใบหน้าที่เริ่มรู้สึกร้อนผ่าว อุณหภูมิร่างกายที่ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นไหลเข้ามาไม่หยุด... จะหยุดความรู้สึกนี้ยังไงดีนะ

หลังจากที่ตั้งสติได้ฉันก็กลับมาที่ห้องอีกครั้ง ยูเมะที่เห็นฉันวิ่งออกไปแบบไม่ทันตั้งตัวก็รีบเข้ามาถามไถความจริง ซึ่งฉันก็แก้ตัวน้ำขุ่นๆไปว่า ไปเข้าห้องน้ำมา ในขณะที่กำลังปลอบเพื่อน(รึเปล่า) ฉันพยายามที่จะเข้าไปคุยกับคิรินะคุงอย่างปกติ แต่มันก็โดนขัดจังหวะโดยอาจารย์ที่เข้ามาสอน ทำให้เราไม่ได้คุยกันเลย...

 

เวลาผ่านไปครึ่งวัน คิรินะคุงเขามักจะเดินเขามาทักหรือไม่ก็จะพูดถึงเรื่องนั้น แทนที่ฉันจะอยู่เคลียร์เรื่องราว แต่ร่างกายฉันมันดันทำตรงข้ามสะนี้ ที่ตรงข้ามนี้หมายถึงเวลาเจอเขาแทนจะเดินเข้าไปคุย แต่มันดันวิ่งหนีไม่ก็หลบเข้าไปในซอก หรือที่หนักสุดคือ เขาไปคุยกับคนอื่นเพื่อเมินเขา

--นะ”

นี้เราไหวมั้ยเนี่ย

“ชินะ--

ทำไมใจเราไม่นิ่งเลยนะ

“ชินะจัง!!!

“หา..หืม? อะไรหรอยูเมะ?

“โธ่~ ได้ฟังที่ฉันพูดอยู่ไหมเนี่ย?”ดูเหมือนจะจมไปในความคิดนานไปหน่อย ทำให้ฉันไม่ได้ยินเสียงของยูเมะจังที่เรียกอยู่ และก็ไม่ได้ฟังอะไรที่เธอพูดด้วย ฉันหัวเราะแห้งกลบเกลื่อนอีกฝ่าย ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิดหนักต่ออีกรอบ

“เกิดอะไรขึ้นหรอ?”จู่ๆคนร่วมสนทนาก็เพิ่มมาอีกหนึ่ง ยูโตะมองหน้าฉันกับยูเมะสลับกันไปมาด้วยสายตานิ่งๆ

“ชินะจังเหมอตอนที่ฉันกำลังเม้าท์นะสิ”

“เขาไม่อยากฟังเธอพูดรึเปล่า”

“เงียบไปเลยนายนะ!!!”พอยูเมะอธิบายสถานการณ์ให้ผู้มาใหม่ฟัง ก็โดนยูโตะสวนกลับกวนๆ ทำให้ยูเมะเข้าไปตีแขนฝ่ายชายแบบรัวๆ

“โอ้ยๆ!! แล้วชินะ เธอเป็นอะไรเปล่าไม่สบายหรอ”นี้นายจะเมินไปง่ายๆแบบนี้เลยหรอยูโตะ

“อ่า...ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น”

“จริงหรอเนี่ย!! ฉันว่าไปห้องพยาบาลมั้ย!?”ยูเมะที่เลิกตบตีกับยูโตะแล้ว ก็หันมาสนใจฉันอีกครั้ง

“ไม่ต้องหรอก พักสักนิดเดี๋ยวก็หาย”

“ไปห้องพยาบาลดีกว่าน่า~!!”ยูเมะยังดึงดันจะให้ฉันไปห้องพยาบาลให้ได้ แต่ใจจริงฉันไม่ได้อยากไปเลยสักนิด ฉันเลยเลือกที่จะส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากยูโตะ แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าให้ ตัดพ้องี้หรอ...

“เอางั้นก็ได้จ้ะ ยูเมะ”สุดท้ายฉันก็ต้องยอม เพราะถ้ายังไม่ยอกไปห้องพยายามตามที่ยูเมะบอกละก็เรื่องไม่จบง่ายๆแน่

“งั้นฉันไปเก็บของให้นะ ชินะจังล่วงหน้าไปก่อนเลย!!

“อือ”

ฉันค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆ ขาเรียวยาวพาร่างสังขารของตนเดินผ่านสนามบาสไปอย่างเหมอๆ ในขณะที่ในหัวคิดเรื่องต่างๆนาๆอย่างเพลินๆ จู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น

“ระวัง!! ชินะ!!!

“หือ?

เสียงตะโกนจากเพื่อนชายผมฟ้าดังพร้อมๆกับลูกบาสลอยเข้ามาหาตัวฉันด้วยความเร็วแสง แต่ดูเหมือนเขาจะเตือนฉันช้าไปสิบวินะ

โป้ก

“กรี้ดดดดดด ชินะจางงงงงง!!!!!

เสียงตะโกนด้วยความตกใจของยูเมะ ทำให้ฉันกระพริบตาพริ้มๆ ก่อนที่สติจะตัดขาดจากโลกภายนอกไปทั้งๆอย่างนั้น

 

“อืม...”

“ชินะ ตื่นแล้วหรอครับ”แขนสองข้างค่อยๆยันตัวเองจากเตียงนอน กลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆที่ทำเอารู้สึกเหมือนอยู่ในโรงพยาบาล

“ที่นี้...”

“ห้องพยาบาลครับ พอจะจำเรื่องราวได้รึปล่าว”น้ำเสียงที่ดูคุ้นเคยของคิรินะคุงดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะมานั่งลงที่ข้างๆเตียงที่ฉันนอนอยู่อย่างเงียบๆ

“...” ฉันค้างไปแปปหนึ่ง สมองสุดฉลาดเริ่มประมวลเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “อ่อ ฉันโดนลูกบาสอัดใส่หัวนี้น่า แล้วหลังจากนั้น...”

“สลบไปนะ”เขาพูดต่อจากฉัน พลางค่อยๆรินน้ำใส่แก้ว

“สลบไปงั้นหรอ” ถึงกับสลบไปเลยหรอเนี่ย...ห้ะ? “เดี๋ยวนะฉันสลบไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย!?

“ชั่วโมงหนึ่งได้ละมั้งครับ”...ห้ะ!! 1 ชั่วโมง!!

“นานขนาดนั้นเชี่ยว” ช็อคเลยที่นี้ “จริงสิห้องเรียน!!” จู่ๆเหมือนร่างกายจะขยับไปเอง ฉันรีบลุกจากที่นอนแต่ก็ถูกค่อนข้างๆดันตัวไว้ไม่ให้ลุก ว่าแต่..ฉันกลายเป็นคนรักเรียนตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย

“อ่า! อย่าเพิ่งขยับสิ หัวหน้าห้องเขาลาให้ชินะเรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นนอนพักต่ออีกหน่อยเถอะครับ”ฉันที่ได้ยินแบบนั้น ก็ปล่อยให้ร่างกายถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงลงที่นอนอย่างแรง พร้อมถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ

“งั้นหรอ...”

อ้าว...บรรยากาศเงียบสะแล้ว พอจบบทสนทนา ฉันก็มองไปรอบๆห้องก่อนจะสังเกตอะไรบางอย่างได้

“อาจารย์พยาบาลเขาไปไหนหรอ?

“ไปเอาของที่ยามนะครับ เขาเลยให้ผมอยู่เฝ้าห้อง”

“อย่างนี้นี่เอง”

“....”

เงียบอีกรอบ โอ้ยยยยย ฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้อ่า ต้องหาเรื่องคุยแล้วสิ

“คือว่า...”

“เรื่องเมื่อตอนนั้น”

อะไร? จะเป็นฝ่ายเปิดหรอ? เดี๋ยวสิฉันยังไม่พร้อมฟังนะ

“ขอโทษด้วยนะครับ” ...เอ๊ะ!! ถึงกับโค้งขอโทษเลยหรอ

“มะ...ไม่ต้องก้มหัวขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่คิดมากหรอก”คิดมากๆเลยต่างหาก

“ไม่ครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ ตอนนั้นผมน่าจะระวังมากกว่านี้”

“ไม่หรอกๆ มันก็แค่อุบัติเหตุที่คิรินะคุงไม่ได้ตั้งใจเท่านั้นเอง เพราะงั้นอย่าคิดมากเลยนะ”

“แต่นั้นมัน...”ดูเหมือนคำปลอบและแก้ตัวของฉันจะไม่ทำให้เขาหายกังวลสักเท่าไร แถมดูเหมือนจะคิดหนักกว่าเดิมด้วย มีอะไรที่ฉันจะทำได้บ้างนะ โอ้ยยยไม่รู้ด้วยแล้ววววว

“อะ...อันที่จริงนั้นไม่ใช่จูบแรกของฉันหรอกนะ!!!

“..ครับ!?

อ้ากกกกก นี้ฉันพูดอะไรเนี่ยยยยยยยยยยย อยากจะโดดออกหน้าต่างไปตอนนี้จังโว้ย

“มะ...หมายได้หมายความว่างั้นนะ!!! คือแบบว่า--!!!”สมองของฉันที่เริ่มประมวลไม่ทันกับเหตุการณ์ขายหน้า ตอนนี้มันเริ่มมีควั่นออกจากหัวที่ละนิด สติหลุดไปแล้วค่า

“ฟุเนี๊ยวววววววววว!!!”ฉันร้องอุทานออกมาอย่างไม่รุ้ตัวพร้อมมุดตัวเองในผ้าห่มทันที ไปแล้วสตงสติ

“ฟุเนี๊ยว?

“ช่วมลืมเรื่องที่พูดไปเมื่อกี้ด้วยนะ!!!”ฉันยังคงเอาหน้าซุกผ้าห่ม พยายามที่จะซ่อนใบหน้าอายๆเอาไว้ แต่ทำไมฉันพูดเสียงสั่นเนี่ย

“ขะ...เข้าใจแล้วครับ เพราะงั้นช่วยออกมาจากผ้าห่มได้มั้ยครับ?”คำพูดของคิรินะคุง ทำให้ฉันต้องแอบโพล่หน้าออกมาเล็กน้อย

“สัญญานะ”

“ครับ สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”คิรินะคุงยื่นนิ้วก้อยมาทางฉัน สายตาสีฟ้าครามจ้องไปยังนิ้ว ก่อนจะหันมาสบตากับคนตรงหน้า

“ถ้ายังไม่ลืมมันละก็ ฉันจะเลิกเป็นเพื่อนกับคิรินะคุงนะ”

“คะ..ครับ ผมจะลืมมันครับ”พอเขายังคงยืนยันที่จะลืมเรื่องนี้ให้ฉันก็คลานออกมาพร้อมยื่นนิ้วก้อยเกี้ยวกับนิ้วก้อยของคิรินะคุง เราทั้งสองต่างหัวเราะให้กันและกัน

“แต่เรื่องที่ชินะร้องเมี้ยวออกมาผมไม่ลืมนะครับ” ...หือ??

“เรื่องนั้นก็ต้องลืม!!

“ไม่เอาครับ”

“ลืมๆไปสะ!!!

“เอ๋~ น่ารักออกครับ”

“ไม่น่ารักสักนิด!!

“ฮ่าๆๆๆ”

“อย่ามาหัวเราะนะคนบ้า!!

และฉันก็วิ่งไล่คิรินะคุงอยู่แบบนั้น ช่วงเวลาสนุกกลับมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนมันจะอยู่ได้ไม่นานก็ถึงเวลาโรงเรียนเลิก พวกเราสองคนก็เตรียมตัวกลับบ้านด้วยกัน แต่ก่อนจะกลับฉันแอบแวะไปที่ห้องสภาก่อน เพราะหนึ่งในสภาบอกข่าวกับฉันว่า มีจดหมายจากใครสักคนส่งมาถึงฉัน ทำให้ฉันต้องไปเอามันมาก่อนจะกลับ

“ขออนุญาตค่า~”ฉันเปิดประตูพร้อมเอ่ยขออนุญาตอย่างสบายๆ

“ไม่มีใครอยู่เลยนะครับ”คิรินะคุงเดินตามหลังฉันเข้ามาพร้อมมองไปทั่วๆห้องอย่างสนอกสนใจ

“นั้นสิ~ สงสัยออกไปตรวจตรากันละมั้ง”

“ไหนๆดูสิ” ฉันเดินตรงไปตรงที่นั่งประจำของฉันซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง ก่อนจะให้สายตากวาดมองข้าวของบนโต๊ะอย่างละเอียด จนไปสะดุดเจอกับซองจดหมายฉบับหนึ่งที่วางไว้ “อ้ะๆเจอแล้ว”ทันทีที่เจอ ฉันทำการเปิดอ่านจดหมาย ณ ตรงนั้นทันที สายตาเริ่มกวาดมองเนื้อหาในจดหมาย ผู้ส่งก็คือ...คุณพ่อหรอ   อืม..มันเขียนไว้ว่า...

!?

“เป็นอะไรไปหรอครับ?

“แย่แล้วละคิรินะคุง”น้ำเสียงสั่นๆเอ่ยด้วยความตกใจ รอยยิ้มที่ฝืนๆเผยออกมาให้เห็น ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย


 

“ฉันว่าฉันคงไม่ได้ไปงานแข่งฟุตบอลไรมงกับเซอุสแล้วละ”




"ช่วง คุย.หลัง.อ่าน"

“อะเร๊ะ ในจดหมายมันเขียนไว้ว่ายังไงนะอยากรู้จัง ถ้าอยากรู้ละก็...รอสัปดาห์นะจ้ะ วะฮ่าๆๆๆ .หัวเราะชั่วร้าย”

“สนุกจังเลยเวลาตัดจบแบบเดี๋ยวๆใจเย็นก่อนนะทุกคนนนนนน!!! .เจอพวกรีดที่ต่างถืออาวุธมาครบรส”

“แง~!!! อย่าเพิ่งฆ่าไรท์นะทุกคนนนนนนนน!!! .อ้อนวอน+คุกเข่าพร้อมกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์”

“งะ..งั้นมาเริ่มรายการดีกว่านะ แล้วค่อยฆ่าไรท์นะจ้ะ .เช็ดเหงื่อ”

“อะแฮ่ม! สำหรับแขกในวันนี้ก็คือ...ยูโตะคูงจ้า .จุดพลุ”

“แวะมาอีกรอบครับ~

“อะแหะๆวันนี้ไรท์ก็ขอสัมภาษณ์หน่อยนะคะ พอดีเงินเดือนไม่ออกอ้ะ เลยเอาตัวน้องมาก่อนละกัน”

“ได้ครับ”

“ไม่มีอะไรมากหรอกแค่...ช่วยอัพเดตสถานะระหว่างน้องยูโตะกับน้องยูเมะจังหน่อยสิ .เปิดรูปทั้งสองคนตอนไปเที่ยวสวยสนุก”


#pinterest //ขอขอบคุณทีมงานสำหรับรูปภาพงามๆนี้

“อืม..สถานะหรอครับ ว่าแต่ไปเอารูปนั้นมาจากไหนนะครับ .ชี้ไปที่รูป”

“อย่าใส่ใจเริ่มจิ้บๆแค่นี้เลยนะ แล้วว่าไงละ?? .ยื่นไมค์”

“ก็...คงบอกได้แค่ว่า เกินเพื่อนแล้วครับ.ยิ้มอย่างมีเลห์นัย”

“กรี้ดดดดด .เหล่าทีมงานหญิง”

“จริงหรอคะเนี่ย!!! ได้สกู้ปเด็ดมาแล้วครับท่านผู้ชม!!! หืมเดี๋ยวนะ?//ปกติแล้วมันต้องมีมุกต่อสิ..(คิดในใจ)//”

“ที่ว่าเกินเพื่อนนี้หมายถึงเพื่อนสนิทหรอคะ?

“ว้าว~ สมกับเป็นไรท์รู้ด้วยหรอครับเนี่ย .ยกนิ้วโป้ง”

“แสดงว่าคิดกับน้องเขาแค่เล่นๆหรอคะ .เอียงคอ”

“ก็...ประมาณนั้น .หยักไหล่”

ตึ้ง ยูเมะปรากฏกาย

“ยูเมะ!? มาทำอะไรที่นี้นะ .ลุกจากเก้าอี้+ทำหน้าตกใจ”

“ฉันคงคาดหวังนายมากเกินไปสินะ .ร้องไห้”

“เข้าใจผิดแล้วยูเม--

“เงียบไปเลย!! งั้นแสดงว่าที่ผ่านมามีแค่ฉันที่คิดไปคนเดียวงั้นหรอ!! นายมันเลวที่สุด!! .หนีออกจากกองถ่าย”

“เดี๋ยวสิ--!! มันไม่ใช่แบบนั้นนะ .วิ่งตามไปคว้าแขน”

“ปล่อยฉัน!! นายมันเลวที่สุด!! คิดว่าฉันไม่มีหัวใจรึไง!! .เริ่มโวยวาย”

“เรื่องนี้ไรท์ขอไม่ยุ่ง .หลบมุมมืด”

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

“แล้วมันหมายความว่าไงละ!! .ตะคอก/ยูโตะเงียบ”

“เห็นมะ นายก็ให้คำตอบฉันไม่ได้!! ฉันว่าเราพอเถอะหลังจากนี้ก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้านะ!! .สะบัดมือเตรียมเดินออกไป/โดนยูโตะคว้ามากอด”

“ปล่อยนะยะ!! .ดิ้นอยุ่อ้อมกอด”

“ไม่...ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกแล้ว!! .ยูเมะชะงัก/เงยหน้ามองยูโตะ”

ทั้งสองสบตา

“ฉันนะ...กับเธอแล้ว...ฉัน..”

.

 

.


.


“ใครที่อยากรู้เรื่องราวของยูโตะคุงกับยูเมะจัง ก็รอช่วงตอนพิเศษที่จะถึงนะจ้ะ ส่วนตอนนี้แค่เป็นน้ำจิ้มไว้ เพราะงั้นพบกันใหม่ตอนหน้านะจ้ะทุกคน See you next week .วิ่งออกกองถ่ายด้วยความเร็วแสง





ปล.อย่าเป็นนักอ่านเงากันนะ!!! ช่วยกันเม้นท์ด้วยเด้ออออออ


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #63 Shino2548 (@Shino2548) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 16:13
    อัพค่ะ อัพ กำลังฟินเลย
    #63
    0
  2. #62 Natsu484-- (@Natsu484--) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 21:15

    ค้างอ่ะ----
    #62
    0