[Fic Jujutsu Kaisen/JJK](oc)『Can you guys let me die?!』

ตอนที่ 6 : 『Ex-fxcking-cuse me?!』V

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    23 มี.ค. 64

 

ภารกิจแรกก็อันตรายชิบหายวายวอดซะแล้ว วะซั่น

.

.

.

.

.

 

หน้าสถานพินิจเอซู

 

ท้องฟ้ามืดครึมสายฝนที่ตกลงมาไม่ได้หนักมากจนเกินไป แต่ถึงกระนั้นมันก็ทำเอาหนาวเพราะบรรยากาศที่เริ่มเย็นลง ด้านหน้าสถานพินิจที่ร่างของนักเรียนปี 1 ทั้ง 4 คนที่ยืนมองไอคำสาปที่แผ่ออกมาจากตัวอาคาร

คงต้องย้อนความกันหน่อยนะ

หวัดดีอีกครั้งในที่สุดก็เจอกันสักที เพราะยัยไรท์มันพึ่งจะเปิดอนิเมะเรื่องนี้ดูพร้อมแต่งไปด้วยหลังจากที่ขี้เกียจมานาน แล้วก็พึ่งปิดเทอมแล้วด้วยนั่นแหละ เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยแล้วกัน

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ในขณะที่พวกเราสี่คนกำลังกวาดลานหน้าวัดเพราะโกโจเซนเซแกไม่ว่างเพราะมีธุระ และแน่นอนว่าฉันแทนโรงเรียนว่าวัดเรียบร้อยเพราะมันโคตรเข้ากว่าตั้งเยอะ

แต่แล้วก็มีผู้ชายที่ดูท่าทางอ่อนน้อมเข้ามาหาก่อนจะรู้ว่าเขาชื่อว่า‘อิจิจิซัง’จากเมงุมิมารับพวกเราไปทำภารกิจที่สถานพินิจเอซูเพราะได้รับรายงานเกี่ยวกับครรภ์คำสาป ซึ่งฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร

แหม~ ตั้งใจเรียนจังเลย~

เมื่อเรามาถึงด้านหน้าสถานพินิจท้องฟ้าก็มืดครึ้มและฝนก็ตกลงปร่อยๆ แต่ก็ไม่แน่ว่าอีกไม่นานคงหนักแน่ๆ โชคดีที่เอาร่มมานะแต่ก็ยืนตากฝนกันอยู่ด้านหน้าสถาน และก็ไม่มีใครทักว่ามีร่มมั้ยด้วย

เยี่ยมจริงๆ

ในระหว่างที่อิจิจิซังกำลังอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์คร่าวๆให้ฟัง ไอ้ฉันมันก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่ก็พอจำใจความสำคัญได้ คือ 3 ชั่วโมงก่อนหน้านี้มีรายงานการพบเจอครรภ์คำสาปอย่างที่บอกไป หลังอพยคนได้ 90% สถานพินิจก็สั่งปิดลงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ และอพยคนในระยะ 500 เมตรออกไปเป็นที่เรียบร้อยในกรณีที่คำศาปออกมาด้านนอกอาคาร ที่ฉันเดาอ่ะนะ

และยูจิก็ก็เอ่ยถามอิจิจิซังเกี่ยวกับเรื่อง‘หน้าต่าง’ว่ามันคืออะไร ซึ่งฉันเองก็พยักหน้าด้วยคนเพราะเซนเซเองก็ยังไม่ได้สอนถึงตรงนี้

หรือสอนแต่ตอนนั้นตรูหลับวะ? ช่างแม่ง

“หน้าต่างคือสมาชิกของโรงเรียนไสยเวทที่มองเห็นคำสาปได้ครับ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ผู้ใช้คุณไสยหรอกนะครับ”

“โอ้ อย่างงี้นี้เอง”

“งั้นจะพูดต่อนะครับ อาคารนักโทษบล็อกที่ 2 มีนักโทษเยาวชน 5 รายถูกทิ้งเอาไว้พร้อมกับครรภ์คำสาปที่นั่น ในกรณีที่ครรภ์คำสาปเปลี่ยนร่าง คาดว่าอาจจะเป็นวิญญาณคำสาปที่ถึงขั้นระดับพิเศษครับ”เมงุมิและโนบาระขมวดคิ้วจริงจังเพราะว่าระดับพิเศษมันไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนอย่างพวกเขาต้องเจอ แต่เหมือนจะมีคนไม่เข้าใจอยู่สองคน

“นี้ๆ ตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจเรื่องระดับพิเศษเลยนะ ใช่มั้ยธาร?”

“อ่า…”

“งั้นจะอธิบายให้คนโง่ยังเข้าใจง่ายๆให้นะครับ”ผมรู้สึกเหมือนโดนหลอกด่าล่ะครับซาร่า

“ก่อนอื่นระดับ 4 - ใช้ไม้เบสบอลจัดการได้ง่ายๆครับ 

ระดับ 3 - ถ้าหากมีปืนพก ก็ยังพอวางใจได้

ระดับ 2 - ใช้กระสุนปืนลูกปรายจัดการได้ฉิวเฉียด

ระดับ 1 - ขนาดใช้รถถังก็ยังน่าห่วง

และระดับพิเศษ - คงต้องระเบิดปูพรมด้วยระเบิดลูกปรายตู้มๆเอาล่ะมั้งครับ”

“ตัวอันตรายเลยนิ!”

“เดิมทีผู้ใช้คุณไสยที่อยู่ระดับเดียวกับวิญญาณคำสาปจะเป็นคนทำภารกิจระดับนี้ ในกรณีวันนี้คงต้องเป็นโกโจเซนเซ”เมงุมิช่วยอธิบายเสริมให้ฟัง

“แล้วโกโจเซนเซไปไหนล่ะ?”

“ออกไปทำงานนอกสถานที่”

“หา?”

“เดิมที เขาไม่ใช่คนที่จะมาเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ในโรงเรียนแต่แรกอยู่แล้ว”แต่เมื่อวานฉันเห็นจารย์แกเดินชาลันล้าอยู่ในโรงเรียนอย่างกะเปิดการโลกสวย อย่างกะที่ๆแกเดินอยู่มันเป็นทุ่งวาเวนเดอร์ยังไงอย่างนั้น

 

อีกด้าน

 

“ฮัดเช้ย! สงสัยพวกเด็กๆคงคิดถึงผมแน่ๆเลย”ตรูไม่ได้คิดถึงเอ็งโว้ยยยยยย

 

กลับมาที่เดิมเถอะ

 

เหล่าเด็กปี 1 ทั้งสี่คนได้เดินเข้ามาถึงประตูทางเข้าของอาคารเป้าหมายเพื่อเตรียมที่จะเข้าไปด้านใน ระหว่างนั้นอิจิจิก็ได้กล่าวเตือนเอาไว้ว่า หน้าที่ของทั้งสี่คนคือการยืนยันว่านักโทษทั้งห้าคนที่ติดอยู่ด้านในยังมีชีวิตอยู่และช่วยเหลือออกมา และถ้าเจอระดับพิเศษละก็

มีสองตัวเลือก‘ไม่หนี’ก็‘ตาย’

ด้วยความที่ว่าภารกิจครั้งนี้มันอยู่ใกล้กับที่อยู่อาศัย อิจิจิเลยกางม่านเขตแดนเพื่อปกปิดไม่ให้ภายได้เห็นนักคุณไสย ไม่นานเมงุมิก็ได้อัญเชิญเกียวคุเคนสีขาวออกมา มันจะค่อยบอกพวกเขาเมื่อมีคำสาปเข้ามาใกล้ตรงจุดที่พวกเขาอยู่กัน

“ธาร?”ยูจิที่ลูบขนของเจ้าหมาป่าสีขาวอยู่สังเกตเห็นว่าเพื่อนสาวอีกคนที่ยืนหลับตาอยู่ข้างๆกัน 

“รอบๆนี้….มันมีอย่างอื่นอีก”

 

กึก!

 

ทุกคนหยุดชะงักเมื่อสิ้นคำพูดของเด็กสาวผมดำ ทุกสายตามองไปที่เด็กสาวดวงตาสีดำน้ำหมึกลืมขึ้นกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะชี้ไปที่ตรงกลางสนาม

“วิญญาณเจ้าที่น่ะ”

“วิญญาณเจ้าที่?”ยูจิเอ่ยถามอย่างสงสัย

“สถานที่ต่างๆล้วนจะมีวิญญาณที่อาศัยอยู่ 1-2 ตนขึ้นไปเรียกว่าวิญญาณเจ้าที่หรือไม่ก็ผีเจ้าที่ บ้างครั้งก็จะเป็นเทพารักษ์ที่อยู่ตรงจุดนั้นไม่ก็ถูกอัญเชิญมาให้อยู่คุ้มครองสถานที่นั้นๆ ที่บ้านเกิดฉันจะเรียกพวกเขาว่าเจ้าที่เจ้าทาง ถ้าใจดีก็อาจจะชวนพวกวิญญาณเร่ร่อนมาอยู่เป็นบริวารของพวกเขา”

“พวกเขาอยู่ทุกๆที่เลยงั้นเหรอ?”เมงุมิเอ่ยถามธารอย่างสงสัย เพราะเขาไม่สามารถมองเห็นวิญญาณหรือผีแม้กระทั้งเทพารักษ์อย่างที่เด็กสาวทำได้ และเมื่อได้ฟังที่เธออธิบายมามันทำให้เขาสงสัย

“ถ้าพวกเทพารักษ์ล่ะก็ ไม่ เจอเป็นครั้งคราวไป ส่วนมากที่ฉันเจอจะเป็นพวกผีหวงที่ไม่ก็เคยตายตรงนั้นแล้วไปไหนไม่ได้ก็จะอยู่ตรงนั้น”เพราะความเชื่อที่แตกต่างกันของไทยและญี่ปุ่น ในสมัยที่เธอยังอาศัยอยู่ที่ไทยเธอเจอพวกเจ้าที่เจ้าทางต่างๆไม่ว่าจะเป็น เจ้าแม่ตะเคียง เทพารักษ์ประจำต้นไทร ตาย่าจากศาลตาย่า แต่พอเป็นที่นี้เธอเจอแค่ไม่กี่อย่างอาจเพราะไม่มีความรู้เรื่องภูติผีของญี่ปุ่นเท่าไร

“นอกจากนี้….”ธารเบี่ยงสายตาจากเมงุมิ มองตรงไปยังตัวของอาคารที่พวกเขากำลังจะเข้าไปกัน

“ฉันยังรู้สึกได้ถึงวิญญาณที่ไม่ใช่วิญญาณคำสาปอยู่ด้านใน”

“อันตรายมั้ย?”คราวนี้โนบาระเอ่ยถามอย่างกังวล เพราะถึงแม้เธอจะเป็นผู้ใช้คุณไสยก็เถอะ

แต่ถ้าให้เธอไปสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นก็ไม่เอาด้วยนะ

“ไม่ เขาบอกว่าคนที่ติดอยู่ด้านในยังมีชีวิตกันอยู่”

“?!! พวกเขาบอกเธองั้นเหรอ?”

“ใช่”

“งั้นคงต้องรีบเข้าไปช่วย”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“เดี๋ยว!”เมื่อเข้ามายังตัวอาคารได้แล้วแต่แล้วพวกเราก็หยุดชะงักลงเมื่อเห็นภายในอาคาร

“นี้มันอะไรเนี่ย?”โนบาระอุทานออกมาเมื่อเห็นชั้นของอาคารที่คงมีไม่ต่ำกว่า 10 ชั้น โครงสร้างอาคารที่ดูสับสนมากกว่าที่เห็นจากแผนที่ รูปร่างของอาคารที่บิดเบียวจนแทบจะมองเพดานไม่เห็นทำเอาฉันแอบเหงื่อตก

“มะ มันยังไงกันเนี่ย? ที่นี่มันเป็นอาคารสองชั้นนิ?”

“จะ ใจเย็นๆ บ้านสองส่วนไง”

“ฉันว่าคนที่ควรใจเย็นมันเธอนะ”ฉันทำหน้าปลาตายใส่โนบาระที่ดูจะรนๆ รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้สำหรับมือใหม่มันน่าตกใจ แต่อย่างน้อยสติต้องมาก่อน

ดั่งคำสอนที่ว่าสติมาปัญญาเกิด สติเตลิดก็ชิบ is gone

มันใช่เหรอวะ ช่างแม่ง

“ประตูล่ะ?!”

“เอ๋?”x2

“ประตูมัน is goneไปแล้วล่ะ”ฉันที่อยู่ท้ายขบวน(?)ยกนิ้วโปงชี้ไปทางที่พวกเรามา และบู้ม! ประตูหายไปเป็นที่เรียบร้อย

คงจะชิบ is goneกันพอสมควรในกรณีที่คำสาประดับพิเศษมันตามเรามา

“ทำไงดี? เอ้า ทำไงดี?”

แต่ตอนนี้เหมือนสติสองคนนั้นคงจะ is gone เรียบร้อย=_=

“ไม่ต้องห่วง เจ้านี้จำกลิ่นทางออกได้”

“งั้นก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องทางออกสินะ”ฉันถามเมงุมิ

“อืม”

“ตายแล้วแหม~!”x2

“กู๊ดบอย! เนื้อแท่ง! ไปเอาเนื้อแท่งมาให้หมดโหลเลย!”โนบาระและยูจิเข้าไปลูบหัวและเอ่ยชมเจ้าเกียวคุเคนของเมงุมิกันยกใหญ่

“ตรึงเครียดกันหน่อย!”

หมอครับ รอบตัวผมมันไม่มีคนสติดีครับ….

เฮ้อ~ มื้อนี้มันสิได้ช่วยคนบ่นี่

ธารสถานะ : กุมขมับ, ต้องการยาพาราสักกระปุก

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

บรรยายกาศวังเวงดีแท้

หลังจากที่อวยเจ้าเกียวคุเคนกันอยู่นาน ในที่สุดพวกเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปตามทางที่เจ้าหมาป่าสีขาวดมกลิ่นได้ ระหว่างทางฉันเองก็สัมผัสได้ถึงวิญญารที่อยู่ด้านในอยู่ประปราย มันไม่ได้ปรากฏแบบให้เห็นเลย แต่ปรากฏแบบแค่ชั่ววูบพอให้เห็นเป็นเงารางๆเหมือนแค่มาชี้ทางให้เห็นแค่นั้นแล้วหายไป 

ตลอดทั้งทางไม่มีใครเอ่ยบทสนทนาอะไรบรรยากาศมันเลยดูวังเวงแอบตึงเครียดนิดๆด้วย แต่ผีพวกนี้ก็แวบมาให้เห็นคนแอบลายตาแฮะ มันเลยอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วขึ้นมานวดตา

“เป็นอะไรหรือเปล่าธาร?”เมงุมิถามฉันที่อยู่ฝั่งขวาของเกียวคุเคนเพราะฉันสามารถนำทางได้เหมือนกับเจ้านี้

“เปล่า แค่ลายตานิดหน่อยน่ะ-?!”ธารชะงักไปดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังกำแพงด้านข้าง จนพวกเขาสงสัยในการกระทำของเธอ

“มะ มีอะไรงั้นเหรอ”ยูจิเอ่ยถามอย่างสงสัยและแอบกลัวๆนิดๆกับท่าทีที่นิ่งไปชั่วขณะของเธอ

“….ทางนี้”ธารออกตัววิ่งไปตามทางเช่นเดียวกับเกียวคุเคนที่วิ่งตามเด็กสาวไป ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจที่จะวิ่งตามเธอไป แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรแต่ก็ควรตามเธอไป

ทั้งสามคนวิ่งจนถึงทางออกจากเส้นทางที่พวกเขาเดินกันก่อนหน้านี้ มันดูคล้ายกับห้องโถงกว้างๆแบ่งออกเป็นสองระดับ ดูคล้ายกับว่าตรงนี้เคยเป็นบ่อน้ำมาก่อนดูจากรอบๆที่มีท่อระบายน้ำและน้ำขังหลายจุด แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของทั้งสี่คนที่สุด

คือธารที่ยืนอยู่ตรงหน้าศพของนักโทษทั้ง 3 คน ในสภาพสยดสยอง

“พวกเขาพึ่งตายเมื่อไม่นานมานี้”ฉันพูดขึ้นเมื่อหางตาเห็นยูจิที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน

ตอนนั้นที่ฉันนวดตาอยู่ จู่ๆก็มีวิญญาณดวง 3 ดวงปรากฏเป็นวิญญาณที่สดใหม่เหมือนพึ่งตาย ปรากฏออกมาได้ชัดจนเห็นชุดที่ใส่ว่ามันเป็นชุดของนักโทษที่นี้

มันหมายความว่าพวกเขาตายแล้ว

พวกเขาชี้ทางให้ฉันมาตามทางจนมาเจอศพของพวกเขา บอกเลยว่าสยองยิ่งว่าที่เคยเจอมา โกโจเซนเซยเองก็เคยบอกอยู่ว่าคนที่โดนคำสาปโจมตี สภาพศพคือเละจนบางครั้งก็ไม่อาจจะระบุบได้ว่าเป็นคน

แต่นี้….มันสยองเกินไปแล้ว

ฉันถอยหลังออกมายืนหากๆข้างๆเกียวคุเคน พยายามสอดส่องสายตาไปรอบๆเผื่อว่าจะเห็นวิญญาณของอีกสองคนที่เหลือว่าตายหรือยัง หรือไม่ก็พวกวิญญาณที่อยู่ที่นี้ว่าออกมาปรากฏตัวอยู่ที่ไหน

เงียบไปเลยแฮะ ไม่เห็นเลยว่าอยู่ตรงไหน

“เราต้องยืนยันว่าอีกสองคนยังมีชีวิตมั้ย ทิ้งศพนี้เอาไว้ซะ”เมงุมิเดินไปกระชากฮู้ดของยูจิทันทีที่ยูจิบอกว่าจะเอาหนึ่งศพพวกนี้กลับไปด้วย

“อย่ามาพูดล้อเล่นนะ! พอหันกลับไปทางออกมันก็หายไปแล้วนิ ไม่มีเวลาเยอะให้กลับมาทีหลังนะ!”

“ฉันไม่ได้บอกว่าให้เอาไว้ทีหลัง ฉันบอกว่าให้ทิ้งไว้ไง!”

เห้ยๆๆๆ ไม่ใช่ว่าจะวางมวยกันตรงนี้ใช่มั้ย?

ฉันที่ยืนดูทั้งสองคนเริ่มโต้เถียงกันเรื่องจะทิ้งศพไว้ที่นี้หรือเอากลับไปอย่างเหนื่อยใจ จริงๆแค่ดึงป้ายชื่อออกมาก็ได้แท้ๆ

นั่นๆกระชากคอเสื้อกันแล้ว

“ให้ตายเถอะ มันใช่เวลามีทะเลาะกันมั้-”

 

ตู้ม!

 

ธารที่กำลังจะเอ่ยปากให้ทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันก็เงียบไป พร้อมกับร่างของเธอและส่วนหัวของเกียวคุเคนที่กระแทกกับกำแพงกันไปคนละทางอย่างแรง ด้วยฝีมือของคำสาปที่รูปร่างเหมือนคนแต่กับไม่ใช่

ระ เร็วมาก

“อัก!”ร่างของเด็กสาวกระอักเลือดออกมาจากแรงกระแทก เลือดที่ไหลอาบใบหน้าเพราะหัวของเธอก็กระแทกกับกำแพงแรงมาก หน้าอกของเธอรู้สึกจุกแน่นและหายใจไม่สะดวก เพราะไอ้เจ้าคำสาปนั่นน่าจะเอามือปัดมาตรงอกของเธอพอดี กระดูซี่โครงคงจะกดทับปอด

สายตาที่เริ่มพร่าเลือนเพราะสติที่เริ่มจะดับลง มองไปยังทั้งสามคนที่เหมือนจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทั้งเธอและเกียวคุเคนนั้นโดยโจมตี และก่อนที่สติของเธอจะดับลง เธอได้ยินเสียงกู่ร้องอย่างตกใจของยูจิ

“ธาร!!”

และสติของเธอก็ดับไป

“ฟุชิงุโระ! พาธารกับคุงิซากิหนีไปจากที่นี่ซะ! ฉันจะรั้งมันเอาไว้จนกว่าพวกนายสามคนจะออกไป ถ้าออกไปแล้วจะเป็นอะไรก็ช่วยส่งสัญญาณมาที แล้วจากนั้น….ฉันจะเปลี่ยนตัวกับสุคุนะ”ยูจิที่พึ่งเสียมือซ้ายไปเอ่ยบอกแผนกับฟุชิงุโระ ดวงตาจดจ้องไปที่ร่างของเด็กสาวอีกคนที่ยู่ด้านหลังของระดับพิเศษ

ถ้าไม่รีบพาออกไปล่ะก็!

“จะไปทำได้ยังไง! เธออยู่ด้านหลังมัน! แล้วจะสู้กับระดับพิเศษด้วยแขนข้างเดียวแบบนั้นหรือไง!”ฟุชิงุโระกล่าวอย่างกังวลกับแผนที่อิตาโดริบอกมา มันเอาตัวเองไปเสี่ยงชัดๆถึงจะสามารถควบคุมสุคุนะได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะควบคุมได้ตลอดไป

ตอนนี้สิ่งที่เข้าห่วงรองลงมาคือธาร ที่ตอนนี้หมดสติไปแล้วจากการโจมตีของคำสาปนั้น ถ้าเกิดไม่รีบพาตัวไปส่งอิเรริซังล่ะก็ เธอได้ตายเพราะเสียเลือดแน่ๆ แต่ปัญหาคือเธอดันอยู่ด้านหลังของวิญญาณคำสาปนี้ดังนั้นเขาเลยไม่สามารถที่จะพาเธอออกไปได้แน่ๆ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“ฉันมันหลงตัวเอง…คิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง”

ยูจิเอ่ยอย่างสิ้นหวัง ทำไมเขาถึงได้มั่นใจในตัวเองนักหนาเพียงเพราะเขาคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งงั้นเหรอ? คิดว่าเพราะตัวเองนั่นแข็งแกร่งพอที่จะเลือกเวลาตายของตัวเองได้ เพราะแข็งแกร่งจึงสามารถปกป้องคนอื่นได้งั้นเหรอ

ไม่ เขามันหลงตัวเองคิดว่าแข็งแกร่ง แค่เจอเจ้าวิญญาณคำสาปตรงหน้าสาดพลังใส่เขาก็ทรมานแล้ว คิดว่าแค่ลำพังก็ตัวเขาเองก็สามารถต้านท้านมันได้ ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องไสยเวทอะไรเลยแท้ๆ

หึ ตลกดีนะ อุสาคิดว่าจะสามารถช่วยใครเอาไว้ได้แท้ๆ แต่ดูสภาพของธารสิหัวแตกจนเลือดอาบหน้าน่าจะหนักกว่าตอนที่โรงเรียน ไหนจะรอยแตกที่กำแพงนั้นอีกหลังของเธอคงหักไปแล้วมั้ง เมื่อนึกแบบนั้นทำเอาเขาเผลอคิดขึ้นมาชั่วขณะ

เราเป็นคนลากเธอเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า?

ถ้าเกิดตอนนั้นเราไม่เก็บนิ้วขึ้นมาล่ะก็

ถ้าไม่กินมันเข้าไป….

ถ้าตอนนั้น…ถ้าตอนนั้น

อยากหนี อยากจะหนีไปจากตรงนี้

เรายังไม่อยากตาย

เรามัน….อ่อนแอชะมัด

แค่เพื่อนคนเดียว….ยังช่วยไม่ได้เลย

อย่ามายุ่งกับเพื่อนฉัน!!

“?!!”

 

เปรี้ยง!!

 

ไม้เบสบอลที่ฟาดไปที่ข้อพับของคำสาปตรงหน้าจนเกิดเสียงดังสนั่น เป็นสิ่งที่ดึงสติของเขา ฝุ่นที่เกิดขึ้นเริ่มจางลงจนทำให้เขาเห็นคนที่ฟาดไม้เบสบอลใส่มัน

คือคนที่ควรจะออกไปแล้ว

“ธะ…ธาร”เขามองสภาพของเธอสะบัดสะบ่อนอย่างตะลึง ไม่ใช่ว่าเธอถูกฟุชิงุโระพาออกไปแล้วงั้นเหรอ?!

 

หลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงระเบิดของอะไรสักอย่าง พอตื่นก็เห็นร่างเมงุมิที่กำลังพยุงฉันอยู่แล้วไม่เห็นยูจิเลยถามเขาไป ก็รู้ว่าหมอนั้นเอาตัวเข้าเสี่ยงถ่วงเวลาให้พวกเราหนีออกไป

เรื่องไรจะยอมวะ

ฉันบอกให้เมงุมิปล่อยฉันไว้แล้วไปช่วยโนบาระเพราะฉันจะไปช่วยยูจิ หมอนั้นก็ค้านที่จะปล่อยฉันไว้เพราะสภาพฉันเองถ้าไม่รีบพาไปหาหมอล่ะก็….

แต่แล้วไงใครแคร์

เพราะงั้นมันเลยมาลงเอยที่ตรงจุดนี้ ตรงที่ฉันใช้ไม้เบสบอลที่บิดเบียวเพราะแรงกระแทกตีไปที่ข้อพับของมัน เท่าที่แรงของฉันตีได้แต่มันก็ป้องกันได้ทำเอาไม่สบอารมณ์

อึก! แน่นหน้าอักชะมัด

ร่างของฉันเริ่มเซเล็กน้อยเพราะกระดูกที่กดทับปอดและร่างกายที่ประท้วงว่ามันเจ็บ ถ้าฉันขยับตัวเองแบบตอนวิ่งมาฟาดเจ้านี้ คงได้มีกระดูกแทงปอดแน่นๆ

 

หมับ! ตึงงง!!

 

“อัก!! อะ…ไอ้ บ-บัดซบ….เอ้ย-อัก!”มันคว้าจับที่แขนของฉันก่อนจะออกแรงเหวี่ยงตัวฉันลงกับพื้นจนเกิดหลุม มันไม่ปล่อยให้ฉันได้ลุกขึ้นก็พุ่งมาบีบลำคอของฉันแน่นจนหายใจไม่ออก

“อึก! อ้าก!”หะ หายใจไม่ออก

ร่างกายถูกยกขึ้นสูงจนเท้าไม่แตะพื้น ฉันพยายามดิ้นให้หลุดพยายามง้างมือมันออกจากคอแต่ก็ไม่เป็นผลอะไร ร่างกายที่เริ่มขาดออกซิเจนทำให้ฉันคิดอะไรไม่ออก ดวงตาเริ่มพร่าเลือนอีกครั้ง คล้ายสติกำลังจะดับ

ไม่ จะมาหลับตอนนี้ไม่ได้

 

บรู๊บบบบบบบบบบ!

 

“เป็นไอ้เด็กเวรที่น่าโมโหถึงที่สุดจริงๆ….แล้วนั้นแกคิดจะทำอะไร?”เมื่อสิ้นเสียงหอนของเกียวคุเคน​ น้ำเสียงแหบทุ้มที่ฉันจำได้ดีดังขึ้นในสติที่ใกล้จะดับลงของฉัน มันแฝงไปด้วยความหงุดหงิดอะไรสักอย่างที่ฉันเองก็ไม่รุ้ว่าเพราะอะไร

 

ฉับ!

 

แต่แล้วฉันก็รู้สึกว่าแรงรัดที่มันหายไป เมื่อไม่มีอะไรมารัดคอฉันก็ไอค่อกแค่กและกอบโกยอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด แต่ก็ต้องเอามือกุมอกเพราะความรู้สึกเจ็บแปรบและแน่น ร่างกายสั่นไปหมดหัวเริ่มหนักอึ้งจนขาวโผล่น ชายโครงรู้สึกเจ็บคิดว่าถ้าขยับไปมากกว่านี้กระดูกคงได้แทงทะลุออกมาชมโลกแน่ๆ กับแขนข้างที่โดนไอ้คำสาปเวรนั้นเหวี่ยง

หัวไหล่หลุดแน่ๆ

“สภาพดูไม่ได้เลยนะ แม่นางน้อย”ฉันเงยหน้าขึ้นก็เจอเขากับดวงตาสีแดงสดเล็กๆที่แก้มแล้วรอยสักสีดำที่คุ้มตา นั้นทำให้ฉันพึ่งสังเกตว่าฉันถูกหมอนี้อุ้มเอาไว้อยู่

“สุ….คุนะ….”แปลกแฮะทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฉันจะไม่เป็นอะไรถ้าหมอนี้อยู่ด้วย ราวกับว่าฉันปลอดภัยแล้วทั้งๆที่ตาแก่นี้ก็เป็นตัวโคตรอัตรายแท้ๆ

นึกไม่ออกเลย…แฮะ….

ก่อนที่สติของฉันจะดับไปอย่างสมบูรญ์

สุคุนะมองร่างของเด็กสาวที่หมดสติเอนซบกับไหล่ของตนไปอย่างไร้กังวล ดวงตาสีแดงเลือดมองสำรวจตั้งแต่ใบหน้าทรมานที่อาบไปด้วบเลือดจากขมับ ลำคอขึ้นรอยช้ำรอบลำคอไล่ลงมาเรื่อยๆจนหยุดที่แผ่นอกที่ขยับขึ้นลงอย่างติดขัด

กระดูกคงหักจนกดทับปอด

ชายโครงที่น่าจะช้ำ กับหัวไหล่ซ้ายที่หลุด

แต่สภาพโดยรวมก็ถือว่าสาหัสมาก ถ้าไม่รีบพาไปให้ถึงมือหมอคงไม่มีทางรอดแน่ๆ

ไหนจะแผลที่หัวอีกเลือกมันยังไหลออกมาไม่หยุดเลยสักนิด

“ชิ! เสียของ…”สุคุนะแม้จะพึมพำอย่างไม่ชอบใจ แต่ก็โน้มใบหน้าเข้าค่อยๆไล่เลียหยาดโลหิตของเด็กสาวจนหมด และจรดริมฝีปากของตนที่บาดแผลของเธออย่างแผ่วเบาจนเลือดหยุดไหล 

“เดี๋ยวก็เข้าตาเจ้าหมดหรอก”แขนข้างที่อุ้มเธอฟื้นคืนนิ้วมือแล้วแตะลงที่ขาของเด็กสาว ใบหน้าที่ทรมานก็หายไป คิ้วที่ขมวดกันก็คล้ายลงจนกลับเป็นเหมือนเดิม

วิญญาณคำสาปที่พึ่งรักษามือซ้ายของมัน มองราชาคำสาปตรงหน้าอย่างหวาดกลัวจนกระโดดถอยไปตั้งหลัก การเคลื่อนไหวเมื่อกี้นี้ของราชาคำสาปนั้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีมือที่กำลังบีบคอของเด็กสาวก็ขาดสะบั้น และร่างของเธอก็เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของสุคุนะแทน แต่แล้วไงมันรวบรวมพลังของตนโจมตีพลังใส่สุคุนะทันที

“โง่เง่า…”

 

ตู้มมมมมมมมม!!

 

“ไอ้โง่ เดี๋ยวฝุ่นมันก็ทำลูกแก้วข้าสกปรกหมด โอ๋ะ? เผลอรักษามือข้างนี้ไปด้วยเลยแฮะ”สุคุนะเอ่ยพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็เปลี่ยนเป็นอุทานเล็กน้อยเพราะตนนั้นเผลอรักษามือซ้ายที่หายไปของเจ้าเด็กเวร

วิญญาณคำสาปอ้าปากค้างอย่างตะลึงเมื่อเห็นว่าพลังของตนทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้เลย แถมเจ้าตัวก็ยังรับมันได้อย่างสบายๆด้วยท่าทีชิวร์ๆอีก 

“เฮ้ย แกสนใจจะไปฆ่าคนข้างนอกด้วยกันมั้ย หืม…ไม่ชอบเดินเล่นงั้นเหรอ? เอาเถอะ เพราะเดิมทีวิญญาณคำสาปจะหยุดอยู่ในที่ๆเกิดออกมา ไม่เป็นไรๆ ถ้างั้น…”

 

ฟิ้ว~ ตึง!!

 

“จงตาย…อยู่ที่นี้ซะ!”ร่างของวิญญาณคำสาปกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดรอยร้าวเหมือนกับหลุดที่อยู่ไม่ไกล

 

“เฮ้ย เป็นอะไรไป คงไม่คิดว่าจะจบแค่นี้ใช่มั้ย?….ใช่แล้ว เอ้า สู้เขานะสู้เขา”เมื่อวิญญาณคำสาปพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ก็สุคุนะเอาเท้ากระทืบแค่ครั้งเดียวสะพานคอนกรีตที่รองรับน้ำหนักของทั้งคู่ก็พังลงจนร่างของทั้งสามลอยอยู่กลางอากาศ

แต่แล้วมันก็ยกยิ้มขึ้นและคว้าเข้าที่ขาของเด็กสาวที่สุคุนะอุ้มอยู่และเหวี่ยงออกไป

แต่ไม่รู้เลยว่ามันน่ะได้ชะตาขาดแล้ว

 

ฉับ!

 

“ถึงจะเป็นวิญญาณคำสาป แต่ยังไงก็เสียดายแขนสินะ”ร่างของเด็กสาวหายกลับไปอยู่บนแขนของสุคุนะที่นั่งอยู่บนหนึ่งในแผ่นคอนกรีตที่ลอยเคว้งอีกครั้ง พร้อมกับแขนขวาของมันที่ขาดหายไปอยู่กับเขา 

สุคุนะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมาราวกับเยาะเย้ยเจ้าวิญญาณคำสาป เพราะฝีมือที่ต่างชั้นกันอย่างชัดเจน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“เฮ้ยแกรู้รีเปล่า? เห็นว่าพวกเราถูกจัดเป็นระดับพิเศษเหมือนกันด้วยล่ะ ข้ากับแกเชียวนะ?”ร่างของวิญญาณที่ถูกแยกชิ้นส่วนและฝังลงกับเสาคอนกรีต มันพยายามดิ้นออกมาให้หลุดและฟื้นฟูร่างกายของตนจนสำเร็จ จ้องมองร่างสุคุนะที่กำลังอุ้มเด็กสาวอยู่ การโจมตีของมันไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลยแม้ว่าจะอุ้มเด็กสาวอยู่ด้วยแขนข้างหนึ่ง

“เยี่ยมมากเจ้าระดับพิเศษ สู้เขาๆ”วิญญาณคำสาปกระโดดลงมาจากเสาคอนกรีตหยุดอยู่ตรงหน้าของสุคุนะ มันยกยิ้มราวกับคิดว่านตรงหน้าของแปลกใจเป็นแน่

แต่มันคิดผิด

“ดูดีใจจังนะ ข้าชมให้เอามั้ย? แต่วิญญาณคำสาปมันต่างกับมนุษย์ การรักษาด้วยพลังไสยเวทไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ทั้งแกทั้งไอ้หนูนี้…ไม่ได้เข้าใจกันสักนิดว่าคำสาปมันคืออะไร นี้เป็นโอกาสดี งั้นข้าจะสอนให้รู้เอง….ว่าไสยเวทที่แท้จริงน่ะ..”สุคุนะค่อยๆวางร่างของเด็กสาวลงนอนข้างๆตน ก่อนจะประกบมือเข้าด้วยกัน

“กางอาณาเขต…อารามสงฆ์ซ่อนมาร”

 

อีกด้านนึง

 

หลังจากที่ส่งคุริซากิให้กับอิจิจิซังเรียบร้อยแล้ว เขาตัดสินใจที่จะอยู่รออิตาโดริกับธารออกมา เขาเป็นห่วงทั้งคู่โดยเฉพาะคนที่ฝืนตัวเองจะไปช่วยอีกคนให้ได้

“เม-เมงุมิ”เด็กสาวที่เริ่มฟื้นสติขึ้นมาเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังพยุงตันเองอยู่

“ธาร! อดทนเอาไว้เดี๋ยวเราไปตามคุริซากิแล้วออกไปจากที่นี้กัน”

“ยูจิล่ะ….”

“หมอนั่นกำลังถ่วงเวลาให้พวกเราอยู่ ดังนั้นเราต้องรีบออกไป”

“…..ปล่อยฉันไว้นี้”

“ว่าไงนะ?”

 

พรึบ!

 

ธารขืนตัวเองออกจาเขาแล้วก้าวถอยหลังอย่างลุลักลุเลเพราะความรู้สึกปวดร้าวที่หลัง แต่กระนั่นเธอก็ไม่สนใจหยิบไม้เบสบอลที่บิดเบียวไปเพราะแรงกระแทก และเดินไปอีกทาง

“นั้นเธอคิดจะทำอะไรน่ะ! เธอบาดเจ็บอยู่นะ!”เมงุมิพยายามรั้งอีกคนแต่เธอก็ไม่ฟังที่เขาพูด

“ฉันจะไปช่วยไอ้เจ้าบ้านั้น”

“เธอกับหมอนั้นมันบ้าไปแล้วแน่ๆ ด้วยสภาพแบบนั้นเนี่ยนะ?!”ธารหยุดชะงักลงไปแต่ก็ไม่ได้มีท่าทางที่จะหันกลับมา

“ไม่ต้องห่วง….ฉันน่ะนะไม่ตายง่ายๆหรอกน่า”เธอหันมามองเขาแค่นั้นก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปยังทางที่อิตาโดริอยู่

 

สภาพแบบนั้นถ้าไม่รีบรักษามันจะแย่เอา

เมงุมิเฝ้ารอทั้งคู่อยู่ข้างนอกมาได้สักพักแล้วหลังจากที่รถของคุณอิจิจิได้แล่นออกไปแล้ว ก่อนที่เข้าจะรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากอาณาเขตกำเนิดที่หายไป หมายความว่าระดับพิเศษได้ถูกกำจัดเรียบร้อยแล้ว นั้นทำให้เขาโล่งอกได้ระดับหนึ่งเหลือเพียงแค่รออิตาโดริกับธารออกมาด้านนอกได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น

แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากด้านหลัง

“เสียใจด้วย ไอ้เจ้าเด็กนั่นมันไม่กลับมาแล้วล่ะ”น้ำเสียงแหบทุ้มที่ถึงแม้จะได้ยินแค่ครั้งเดียวแต่เขากับจำมันได้ขึ้นใจ

สุคุนะ…

“อย่ากลัวขนาดนั้นสิ ตอนนี้ข้ากำลังอารมณ์ดีมาคุยกันหน่อยมั้ย?”สุคุนะเดินขึ้นมาหยนุดอยู่ตรงหน้าของเมงุมิ แต่แล้วเมงุมิก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นคนที่อยู่กับราชาคำสาป

คือร่างเพื่อนร่วมชั้นสาวอีกคนหนึ่งกำลังนอนหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของสุคุนะ สภาพสบัดสะบ่อนกว่าตอนที่เจอกันครั้งล่าสุด รอบช้ำที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาทำเอาเขากังวล ไหนจะใบหน้าที่เริ่มซีดลงเพราะอากาศข้างนอกนั้นต้ำลง

“ส่งธารคือมาซะ….”เมงุมิกดเสียงลงเพื่อข่มความกลัวของตนเองและเอ่ยปากสั่งให้สุคุนะคืนเพื่อนของเขามา

“ใจเย็นไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นก็ได้….เอาไปสิ”สุคุนะเหลือบมองร่างของเด็ฏสาวที่ริมฝีปากเริ่มไร้สีและร่างกายที่สั่นเทา แต่เขาก็ไม่ได้สนอะไรมากก่อนจะโยนร่างของเธอได้แก่เมงุมิ

 

พรึบ!

 

“?!!”เมงุมิรีบรับร่างของธารเอาไว้ในอ้อมแขน มองสำรวจอาการโดยรอบดูเหมือนจะถูกรักษาไปแล้วระดับนึงแต่ถึงกระนั้น

ลมหายใจของเธอกลับแผ่วเบา

“ยัยเด็กนั้นไม่ตายง่ายๆหรอกน่า….เอาล่ะเรามาคุยกันหน่อยดีกว่า”

“….ก็ได้”เมงุมินำร่างของธารไปนอนพิงกับต้นไม้ข้างๆและกดเบอร์บอกให้คุณอิจิจิเรียกรถพยาบาลมารับเด็กสาวออกไป

“แล้วจะคุยเรื่องอะไรล่ะ”เมงุมิเดินกลับมาเผชิญหน้ากับราชาอีกครั้ง สุคุนะยกยิ้มอย่าอารมณ์ดี

“แค่จะคุยเรื่อง…หนี้ที่กล้ามาใช้ประโยชน์จากข้าโดยไม่มีข้อผูกมัดอะไร ดูเหมือนมันจะติดปัญหาในการสลับตัวกับข้านิดหน่อย แต่ว่านั่นแหละ….มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น”

 

แคว่กกก!

 

สุคุนะยกมือขึ้นฉีกกระชากเสื้อท่อนบนออกราวกับว่ามันเป็นกระดาษ เมงุมิทำหน้าเจือยๆนิดๆเพราะรกับว่าตนเคยเห็นภาพนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง มือขวาของสุคุนะยกขึ้นระดับอกจนเมงุมิสงสัย

เจ้านั้นคิดจะทำอะไร

“เพราะงั้น….ข้าเลยคิดสิ่งที่ข้าจะทำในตอนนี้”

 

ฉึกกก!!

 

“หึหึหึ ฮาฮ่าฮาฮ่า!!”เสียงหัวเราะวิปริตดังขึ้นราวกับสะใจในอะไรสักอย่างแม้ว่าเลือกจะไหลออกจาริมฝีปากมากหลายขนาดไหน ผิดกับเมงุมิที่เบิกตากว้างกับการกระทำของสุคุนะ

“จะ จะทำอะไรน่ะ!”

และแล้วเขาก็ได้คำตอบ หัวใจถูกขวักออกมาจากอกพร้อมๆกับหยาดโลหิตที่ไหลออกมาราวกับน้ำพุ เมงุมิรู้สึกว่าตัวของตนเองเย็นเฉียบเมื่อเห็ฯว่าหัวใจยังคงเต้นตุบๆอยู่ก่อนจะนิ่งไป

“จับไอ้หนูนี้เป็นตัวประกันยังไงล่ะ”

“ตัวประกัน?”

“ก็นะ ถึงไม่ต้องมีมันข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่ไอ้หนูนี้ไม่เป็นแบบนั้น….การสลับตัวกับข้าเท่ากับมันตาย”สุคุนะโยนหัวใจทิ้งไปราวกับของไร้ค่าก่อนจะหยิบนิ้วอีกชิ้นหนึ่งของตนขึ้นมากิน

“เอาล่า เท่านี้ข้าก็ได้เป็นอิสระแล้ว….”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

อิตาโดริตายแล้ว…ต่อหน้าเขา

จากการที่เขาเข้าต่อสู้กับสุคุนะทำให้เขาเห็นได้ถึงความต่างชั้นของพลังและความเร็ว การเขาต้องสู้กับสุคุนะทำให้เขานั้นเสียโอโรจิไป แต่ในวินาทีสุดท้ายเขาตัดสินใจที่จะพูดคุยกับอิตาโดริที่อยู่ด้านในสุคุนะ จนเจ้าตัวนั้นออกมาแทนที่สุคุนะ

แต่อย่างที่สุคุนะได้เคยพูดเอาไว้ ว่าถ้าสลับอีกครั้งอิตาโดริจะตาย

นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไม….เขาถึงได้นอนอยู่ตรงหน้าของเขา

ขอให้อายุยืนๆงั้นเหรอ….

เมงุมิเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีคลึ้มเพื่อสะกดความอ่อนแอของตนเอง เขายืนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งอิจิจิซังเดินทางมาถึงพยามรถพยาบาล เขาถูกปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนะนำตัวส่งอิเอริซังอีกที

พร้อมกับธารที่ยังคงนอนหมดสติ

ธารกำลังถูกนำขึ้นรถพยาบาลที่เป็นหนึ่งในความดูแลของจูจุทสึ แน่นอนว่าเขาเองเช่นกันแต่เข้าจะขึ้นรถของอิจิจิซังไปแทนเพราะยังคงมีสติอยู่

แต่แล้ว….

“คนไข้หัวใจหยุดเต้น! รีบเอาAED(เครื่องปั้มหัวใจ)มาเร็ว!!”ราวกับตัวของเมงุมิเย็นลงอีกครั้งพร้อมกับความใจหายเมื่อได้ยินหนึ่งในทีมแพทย์ที่มากับรถพยาบาลตะโกนกู่ร้องออกมา เขาที่กำลังจะก้าวขึ้นรถชะงักดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังด้านในรถพยาบาลที่มีเครื่องตรวจจับคลื่นหัวใจ

มันกลายเป็นเส้นตรง

นี้เขา….จะเสียเพื่อนถึงสองคนในวันเดียวกันงั้นเหรอ?

เขามองทีมแพทย์จำเป็นที่จะต้องตัดเสื้อของเธอออกเพื่อทำCPRก่อนจะใช้เครื่องปั้มหัวใจ เขาอยากที่จะเข้าไปดูแต่ก็ถูกอิจิจิซังบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะเธออยู่ในมือของทีมแพทย์เรียบร้อยแล้ว

 

“เคลียร์!!”เสียงกระตุ้นหัวใจของเด็กสาวดังขึ้นพร้อมกับร่าวกายที่กระตุกเพราะกระแสไฟฟ้า ร่างของเธอถูกนำส่งเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ทั้งหมอและพยาบทลพยายามที่จะยื้อชีวิตของเด็กคนนี้ให้กลับมาอีกครั้ง

“ชีพจรยังไม่กลับมาเต้นเลยครับ!!”

“อีกครั้ง คราวนี้เพิ่มกระแสไปขึ้น!!”

“ค่ะ!”

ด้านนอกโกโจที่ได้รับข่าวว่านักเรียนของเขาทั้งสี่คนได้รับภารกิจเกิดตัวจนบาดเจ็บไป 2 เสียชีวิตอีก 1

และอีกหนึ่งที่แพทย์พยายาลยื้อชีวิตของเธอจากความตาย

เขากังวล หนักมากเขายังไม่อยากเสียนักเรียนไปอีกคนหนึ่ง เขานั่งกุมมือที่เย็นอยู่หน้าของฉุกเฉินมาได้สักพักแล้ว เขาได้ยินเสียงหมอที่พยายามยื้อชีวิตเธอ

ขอล่ะ…

 

เอี้ยด~

 

เสียงประตูห้องฉุกเฉินที่เปิดออก ทำให้เขาหวังว่าจะเป็นข่าวดีแต่ว่า…..

มันไม่ใช่

ร่างของเด็กสาวในความดูแลของเขาที่ถูกเข็นออกมาด้านนอกห้องและถูกผ้าที่ข่าวคลุมปิดหน้าเอาไว้พร้อมกับหมอที่เดินออกมาพร้อมบอกกับบุรุษพยาบาลที่กำลังจะเข็นรถของเธอออกไป

มันทำเอาหัวใจเขา…คล้ายจะตกลงไปที่ตาตุม

ระบุบเวลาเสียชีวิตของเด็กคนนี้ แล้วเอาไปให้อิเอริซังกับเด็กอีกคนก่อนหน้านี้

“ครับ”บุรุษพยาบาลเข็นรถของเธอผ่านหน้าของเขาไป โกโจมองร่างไร้ลมหายใจของลูกศิษย์ตนค่อยๆลับหายไปกับผู้ป่วยคนอื่นๆ และคำของหมอหนุ่มก็ไม่ได้ทำให้เขานั้นหลุดออกจากผวัง

“เสียใจเรื่องลูกศิษย์ของคุณด้วยนะครับ หมอทำสุดความสามารถแล้ว”

 

--------------------------------------------------------------

ไม่มีไรมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

111 ความคิดเห็น

  1. #98 Hiroyosha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 04:49
    เอาจริงนะ ลากนางเอกเข้า รร งี้ เคลียร์กับผปค.นางเอกยัง พาลูกเขามาเสี่ยงตายอ่ะ(หรือครอบครัวน้องก้ไม่ทำดา?)
    #98
    0
  2. #76 Sari-Sama (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 18:39
    เอ๊ะ เอ๊ะ!!??? แล้วน้องจะฟื้นล่ะทีนี้!? ---หรือคราวนี้จะเป็นวิญญาณไล่ปราบคำสาปแทน!?
    #76
    0
  3. #74 SParnzaza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 23:33

    อะแฮ่ม.......แงงงงงงงงงงงงงง น้องงงงงงงง
    #74
    0
  4. #73 Marius Yo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 22:20
    น้องจะฟื้นยังไงคะเนี่ย(;-;
    #73
    0
  5. #72 Jasper184 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 21:17

    วะซั่น รอต่อไปน่าาาาาา
    #72
    0
  6. #71 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 20:29
    เอร้ะ……………
    #71
    0
  7. #70 moomun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 18:31
    น้องยังไม่ตายหรอก!เชื่อสิ!!!ಥ‿ಥป.ล.รอตอนต่อไปนะคะ!~
    #70
    0
  8. #69 khawfang2447 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 18:15
    รอออออออออออออ
    #69
    0
  9. #68 phung5552 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 23:24
    รอค่าาาาาา
    #68
    0
  10. #66 cherryzeed2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:18
    อห.---จะเศร้าก็รู้สึกเศร้าไม่ถูก เพราะนึกถึงเนื้อเรื่องที่ผ่านๆมา--//คุณยมคะ ชุดสีชมพูที่ใส่ไปปาร์ตี้ถูกใจหรือเปล่า--รู้นะคะว่าแอบใส่น่ะ555555😂//
    #66
    10
    • #66-7 THARA I.N.K.(จากตอนที่ 6)
      27 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:29
      ขอบคุณที่ยังตามนะคะ//กอดตอบ
      #66-7
    • #66-10 กินไก่บนโอ่ง(จากตอนที่ 6)
      24 มีนาคม 2564 / 00:25
      คุณยมใส่ชุดปาร์ตี้นี้จากเรื่องอะไรหรอคะ น่าสนใจมากเลย
      #66-10
  11. #65 นุ้งชื่อมิกุ;-; (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:35
    รอมาตั้งนาน ได้แค่สปอยวะซั่น
    #65
    0
  12. #64 Jasper184 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:32

    ชิบหาย วายวอด วะสั้น555+สปอยล่ะ
    #64
    0
  13. #63 RAPMONYA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:29
    รอ นะ จ๊ะ
    #63
    0
  14. #62 crysis01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:26
    ชั่นชิบหาย
    #62
    0