[Fic Jujutsu Kaisen/JJK](oc)『Can you guys let me die?!』

ตอนที่ 4 : 『Ex-fxcking-cuse me?!』IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    11 เม.ย. 64

 

เริ่มเรียนและตี้หมูกระทะ(แม้รูปแม่งจะไปตี้กันในถังขยะก็ตาม) วะซั่น

.

.

.

.

.

 

 

วืด! วืด! วืด!

 

เด็กสาวผมสีดำปีกอีกาที่แทบจะกลืนไปกับสีของผืนป่ายามราตรี ใบหน้าคมชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดไปตลอดทางที่ตนเดิน ไม่เบสบอลเหล็กสีดำที่หวดลมไปมาเพื่อระบายความหงุดหงิดจนเกิดเสียงผ่าอากาศ

“ชิ! หุปปากดิไอ้พวกนี้นิ! รู้ว่าหาตัวตายตัวแทนแต่พวกมึงเองไม่ใช่เหรอที่เข้ามาฆ่าตัวตายเองไม่ต้องมาเรียกกูกับเพื่อนกูเลยไอ้เวร!!”เสียงออกทุ้มนิดๆของเด็กสาวตะโกนให้ลั่นป่าจนเสียงแมลงที่ดังอยู่รอบๆป่าเงียบไป

“ก็แค่นั้น…”พูดจบเธอก็ออกเดินหาของที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ที่นี้

ผ่านมาประมาณนาทีกว่าๆได้มั้งที่ฉันเดินเข้ามาในป่านี้ ตลอดทางที่เดินก็ได้ยินเสียงของพวกผีที่อยู่รอบๆตัวที่พยายามเรียกให้ฉันมาฆ่าตัวตายด้วยกันโดยสิงพวกแมลงจนเกิดเสียงดังไปทั่วป่า แต่ตอนนี้เงียบไปแล้วเหลือแค่เสียงปกติของพวกแมลงตามเดิม

สบายหูกว่าเยอะ

“แล้วไอ้วัตถุคำสาปมันอยู่ส่วนไหนของป่าฟร่ะ?”ฉันกวาดสายตาไปรอบๆแต่เพราะมันมืดเลยมองไม่ค่อยเห็นแถมยังไม่มีวี่แววของคำสาปเลยสักนิด

เงียบจนน่าสงสัย

“ฮึก! ฮือ~”

“หืม? เสียงเด็ก?”ขาวยาที่หยุดชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงแปลกปลอมต่างจากเสียงอื่นๆดังมาจากทางขวาของตนเอง

 

แซ่กๆ!

 

เสียงพุ่มไม้ที่สั่นไหวไปมาราวกับมีบางอย่างอยู่ตรงนั้น สองมือจับตั้งท่ากระชับไม้เบสบอตให้มั่น ค่อยก้าวเดินไปยังพุ่มไม้ตรงนั้นอย่างช้าๆ เพราะเธอไม่อาจมั่นใจได้ว่าตรงหน้าของเธอจะเป็นอะไร จะเป็นเด็กหรือวิญญาณสัตว์ป่า

หรือคำสาป

 

แซ่กๆ!

 

“ฮึก! ฮือ~”เสียงแหวกพุ่มไม้ปรากฏร่างของเด็กหญิงตัวน้อยเดินร้องไห้ออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ ธารลดไม้ในมือของตนเองลงอย่างเบาใจเล็กน้อยเพราะไม่ใช่อะไรที่อันตรายอย่างที่เธอคิด

“นี้หนูน้อย มาทำอะไรคนเดียวในป่าน่ะ”ร่างสูงของเด็กสาวค่อยๆเดินเข้ามาใกล้และย่อตัวลงให้อยู่เท่าๆกันกับเด็กหญิงที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด จนเธอต้องลูบหัวลูบไหลปลอบให้หยุดร้อง

“หนู ฮึก! เล่นซ่อนหากับเพื่อน ฮึก! แล้วหลงคะ ฮึก! ฮือ~ หนูอยากกลับบ้าน ฮือ~!”เมื่อพูดจบเด็กหญิงก็ร้องไห้โฮออกมา จนคนโตกว่าต้องปลอบให้หยุดร้องไห้อยู่สักพักจนเธอยอมหยุด

“โอ๋ๆ ไม่ต้องร้องนะ….เดี๋ยวพี่จะพาเธอออกไปเองนะ”

“จะจริงเหรอคะ?”

“อ่า….จริงสิ”ธารลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือออกมาเป็นสัญลักษณ์ว่าให้เด็กหญิงนั้นจับมือของเธอ

“จับมือพี่สิ เดี๋ยวพี่พาออกไปแถมในป่ามันอันตรายนะ”เธอยกยิ้มอ่อนโยนออกมาเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อกัน

“คะค่ะ!”เด็กหญิงที่เห็นว่าคนต้องหน้าตนนั้นดูเป็นมิตรเลยยอมจับมือของคนอายุมากกว่า

ทั้งสองคนออกเดินทางกลับไปยังทางเดิมที่เด็กสาวเข้ามา ีะหว่างทางไม่มีบทสนทนาอะไรขึ้นจนบรรยากาศดูอึดอัดเล็กน้อยสำหรับเด็กหญิงตัวหน้อย จนกระทั่งคนโตกว่าเป็นคนปริปากผู้ออกมา

“บ้านเธออยู่ตรงไหนเหรอ? พี่จะได้ไปส่งถูก”

“บ้านของหนูอยู่ใกล้ๆทางที่มีแทปสีเหลืองกั้นเอาไว้ค่ะ”

“บังเอิญจัง….เพื่อนพี่เองก็อยู่ทางนั้นพอดี…”

“เหรอคะ-โอ้ย! พี่คะหนูเจ็บ”เด็กหญิงหลุดร้องออกมาเมื่อมือที่ถูกกอบกุมเอาไว้โดนคนตรงหน้าของเธอก็บีบมือของเธอแน่น

“แต่ว่านะหนูน้อย….”เด็กหญิงเงยหน้ามองคนสูงกว่าอย่างหวาดกลัวเมื่อน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้น เปลี่ยนจากอ่อนโยนมาเป็นเย็นยะเยือกและกดดัน ใบหน้าค่อยๆหันหลังมามองเธอด้วยดวงตาสีน้ำหมึกที่สะท้อนสีหน้าอันหวาดกลัวของเธอออกมา

พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนเหรอว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าน่ะ…

 

วืด! ตุบ!

 

ร่างของเด็กหญิงถูกเหวี้ยงอย่างแรงจนตัวลอยปลิ้วมากระแทกต้นไม้อย่างแรง แรงกระแทกนั่นแรงเกินกว่าที่เด็กตัวนิดเดียวแบบเธอจะรับไหว แขนเล็กๆค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นอย่างเจ็บปวดจนน้ำตาที่หายไปกลับไหลออกมาอีกครั้ง

เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆก้าวเดินเข้ามาใกล้เธออย่างช้าแต่หนักแน่น ใบหน้าเปือนค่อยๆเงยมองคนที่ยืนค้ำหัวของเธออยู่อย่างหวาดกลัว

จากมุมมองของเด็กหญิงใบน้านิ่งสนิทดูไร้สิ่งอารมณ์ ดวงตาคมหรี่มองเธอด้วยสายตานิ่งเรียบแต่เหมือนกลับแฝงไปด้วยความหงุดหงิดและความเย็นยะเยือก มือเรียวข้างที่ว่างลงมือจึกและกระชากผมของเด็กหญิงจนเธอหวีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและหวาดกลัว

“กรี๊ดดดดด!”

ตอแหลเก่งเนอะแกเนี่ย?

“พะพะพี่พูด ฮึก! เรื่องอะไรกัน กรี๊ด! ได้โปรดปล่อยหนูไปเถอะหนูเจ็บ ฮือ~!”

“แหม~บีบน้ำตาเก่งเนอะ ดูจากดาวอังคารยังรู้เล๊ย~ว่าแม่ง‘โคตรตอแหล’ นี้พวก‘คำสาป’มันตอแหลเก่งทุกตัวเลยหรือเปล่าวะ~”

“พะพะพี่พูดอะไรคำสาปมันคืออะไร-โอ้ย! ปล่อยหนูไปเถอะหนูไม่ใช่คำสาปสักหน่อย-อัก!”เธอไม่สนใจสิ่งที่เด็กในมือของเธอพูดกลับกระชากและกระแทกหน้าของเด็กในมือลงบนพื้น

“รู้ไหมว่ายิ่งพูดมันไม่ได้ช่วยให้แกรอดหรอก….รู้มั้ยเป๊าะตรงไหน”มือกระชากให้หน้าของเด็กหญิงให้เงยหน้ามามองเธออย่างไม่ใยดี

ตรงที่เด็กที่ไหนจะออกมาเล่นซ่อนหากลางป่าใกล้ๆภูเขาที่แม่งไม่มีบ้านสักหลังนั่นแหละ

 

พลั่ก! เปรี้ยง!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“แล้วเธอก็เลยฟาดเจ้าคำสาปนั่นกลับต้นไม้แล้วก็ปัดเป่ามันทันที?”

“yep เพราะมันดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คน”

“โหดแท้…อ้า! คุริซากิชิ้นนั้นฉันจองนะ!!”

“ใครเร็วใครได้ยะ!”ฉันมองยูจิที่กำลังพยายามแย่งซูชิกันพลางยกน้ำส้มขึ้นดื่มรับชมสงครามการแย่งซูซิ ที่สุดท้ายก็จบที่มันเข้าปากโนบาระเรียบบร้อยจนยูจิร้องลั่น

ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้สองคนนี้

“…เมงุมิช่วยหยิบจานไข่หวานให้หน่อยได้มั้ย?”

“ได้…อ่ะนี่ แล้วตอนนั้นเธอรู้ได้ไงนะว่าเด็กคนนั้นเป็นคำสาปที่ปลอมตัวมาน่ะ”เมงุมิที่ยิ่นจานไข่หวานให้ฉันก่อนจะเอ่ยถามเกี่ยวกับบททดสอบที่โกโจเซนเซ(ที่ตอนนี้หายหัวไปไหนไม่รู้)ส่งให้ฉันไปทำ

“ตั้งแต่เด็กคนนั้นออกมานั่นแหละ นายลงคิดดูนะว่าเด็กที่ไหนจะออกมาเล็กซ่อนหากันกลางป่าที่มันมีแต่คนมาฆ่าตัวตายกัน เป็นฉันก็ไม่กล้าถึงจะชินก็เถอะแถมพวกวิญญาณเองก็เตือนฉันว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนด้วย”วางแบบนั่นก็จกซูชิไข่หวานเข้าปาก

อืม…ฉันคงต้องเล่าย้อนให้ฟังถึงแม้พวกเธอจะอ่านมาแล้วก็เถอะ แต่เดี๋ยวมันแม่งมีบางคนมาบอกว่าแม่งทารุณเด็กอีกจากการกระทำของฉัน ฉันยังอยากอยู่กับพวกเธอนะยังไม่อยากบินไปสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น

ถ้าเล่าแบบเข้าใจง่ายก็คือเด็กผู้หญิงคนนั้นที่พวกเธออ่านกันไปเป็นคนสาป(ถึงจะรู้จากคำเฉลยก็เถอะ) ที่สามารถปลอมตัวได้มันใช้ร่างนั่นแหละพยายามมาหลอกฉัน แต่ฉันดันรู้เพราะเด็กที่ไหนมันออกมาเล่นตอนนี้ฟร่ะ แต่ก็เดาไว้ก่อนจนมันมาเป๊าะแตกตรงที่บอกที่อยู่นั่นแหละ

บ้านอยู่ใกล้ๆทางเข้า แต่ไอ้ทางเข้าที่ฉันมาแม่งไม่มีเชี้ยอะไรเลยนอกจากถนนเนี่ยนะ

ตอแหลลลลลล! ดูจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าแม่งแหลลลลล!

มั๊น~ก็เลยเป็นแบบที่เห็นคือฉันเหวี้ยงมันกระแทกต้นไม้ แต่เหมือนจะแรงไปหน่อยเพราะยังหงุดหงิดเสาไฟฟ้าอยู่ ขนาดฉันจึกหัวแล้วมันยังแหลต่อได้ จนสุดท้ายก็โดนฉันเหวี้ยงอีกทีตามด้วยฟาดไม้เบสบอลใส่ แต่มันก็ไหวตัวทันยอมเผยร่างจริงออกมา กว่าจะจัดการได้ก็เอาเรื่องเพราะมันมืด

แต่สุดท้ายฉันก็จัดการมันได้พร้อมกับได้วัตถุคำสาปมาอีก 1 ea จะไม่ขออธิบายถึงมันเพราะอิไรท์มันไม่รู้จะเอาอะไรดีมาเป็นวัตถุคำสาป เอาเป็นว่าพอทุกอย่างเรียบร้อยฉันก็ออกมาพร้อมกับยื่นให้เซนเซแก แล้วเราสี่คนก็มาอยู่ที่นี้อย่างที่เห็น

“….ก็จริงอย่างที่เธอว่านั่นแหละ”

“อืม…พรุ่งนี้เราต้องไปไหนอีกมั้ย?”ฉันถามเมงุมิเพราะโกโจเซนเซไม่ได้บอกออะไรไว้กับฉันเลยสักอย่างก่อนจะหายไป

“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้อยู่แต่ที่โรงเรียนน่ะ อาจจะเรียนทฤษฎีหรือฝึกซ้อมกันมันก็แล้วแต่เซนเซเขาว่าจะเอาแบบไหน แต่ส่วนมากเขาจะติดภารกิจซะมากกว่านั่นแหละ”

“อ๋อ งี้เอง”ฉันพยักหน้ารับก่อนจะก้มกินซูชิในจานตัวเองต่อเช่นเดียวกับเมงุมิ โดยไม่สนยูจิและโนบาระที่ยังเถียงกันอยู่

ง่วงแล้วแฮะ…อยากกลับห้องว่ะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

โรงเรียนจูจุทสึ ณ หอพักนักเรียนปี 1 เวลา 06:40 am.

 

เสียงร้องของนกทั้งเล็กใหญ่บนภูเขาราวกับนาฬิกาปลุกธรรมชาติ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าเริ่มตื่นจากห้วงนิทราเพื่อออกมากินดังเช่นทุกวัน นกกระจิ๊บสองตัวที่บินลงมาเกาะบนกิ้งไม้บนต้นไม้หน้าห้องๆหนึ่งของหอพัก

แสงแดดอ่อนๆที่ส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านสีฟ้าน้ำทะเล ส่องแสงให้ความส่วงแก่ห้องนั่นจนเห็นข้าวของต่างๆที่ถูกจักเรียงแบบเป็นระเบียบและเรียบง่าย เยื่องออกมานิดหน่อยจะเห็นปลายเตียงที่โผล่พ้นหน้าต่างออกมา

ร่างของเด็กสาวที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มลายต้าวอ้วงก็อตซิล่าสีน้ำเงินอย่างสบายๆ เพราะอากาศบนภูเขานั้นช่างเย็นสบายสำหรับเธอจนไม่อยากตื่นจากห้วงนิทรา และคงจะยังไม่ตื่นอีกนานเพราะไม่มีอะไรมาสามารถปลุกเธอได้

เว้นแต่….กระทะกับตะหลิวลอยได้ที่อยู่ข้างหูเธออ่ะนะ

 

เปร้งๆๆๆๆๆ!!

 

“ตื่นๆๆ ตื่นได้แล้วหนูธาร!!”เสียงทุ้มที่ถูกดัดให้แหลมของมิซึกำลังพยายามปลุกเด็กสาวให้ตื่นขึ้นมา

“โอ้ยยยยย! เจ้หนูจะน๊อนน!”เด็กสาวที่เมื่อได้ยินเสียงแสบแก้วหูก็ผลุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วหันไปมองตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตื่นจากฝันของตนอย่างเสีย

“ไม่ได้! นี้มันจะ7โมงแล้วนะ!”

“แต่มันเริ่มเรียน 9 โมงนะเจ้!!”

“ยังไงก็ต้องตื่นมาหาอะไรกินมั้ย! จะลุกไม่ลุกเจ้จะลากออกมาเอง!”

“ลุกก็ลุก!”ร่างสูงของเด็กสาวสะบัดผ้าห่มออกและลุกออกจากเตียง ขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดจากการโดนรบกวนตอนเช้า หยิบบราสปอตมาใส่,ผ้าขนหนูผืนเล็ก,แปรงสีฟันกับยาสีฟันเตรียมออกไปจากห้อง

หลังจากเมื่อวานที่เราไปกินซูชิกันกลับมาฉันก็อาบน้ำนอนไปเลย แต่พอกำลังหลับสบายๆก็ดันที่มารมาขัดการนอน จนต้องจำใจลุกจากเตียงอย่างช่วยไม่ได้

นี่ผีหรือแม่วะถามจริง?

ด้วยความเป็นที่โรงเรียนนี้ให้อารมณ์แบบโรงเรียนประจำห้องพักเป็นแค่อาคารชั้นเดียวและก็ไม่ได้แบ่งชายหญิง และไม่มีห้องน้ำในตัวเลยมีห้องอาบน้ำ,ห้องน้ำแยกชายหญิง เช่นเดียวกับห้องอาบน้ำที่ให้อารมณ์แบบโรงอาบน้ำ นอกจากนี้ยังมีห้องนั่งเล่นรวมด้วย อ๋อ แล้วก็มีห้องครัวด้วยเหมือนกัน

โรงเรียนนี้มันดีจังวะ=_=

“โอ๊ะ! อรุณสวัสดิ์ธาร”ยูจิที่กำลังจะเดินไปห้องน้ำเหมือนกันเอ่ยทักพอดีกับที่ฉันกำลังจะออกจากห้อง

“อือ….อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้าจังนะนายน่ะ”

“ปกติฉันตื่นเวลานี่น่ะ เธอก็ด้วยนะตื่นเช้าเหมือนกันนิ?”

“เรียกว่าจำใจตื่นดีกว่า…”ฉันทำหน้าเจยๆออกมากับการปลุกสนั่นของเจ้มิซึ

“นายกำลังจะไปแปลงฟันใช่ป่ะ?”

“อื้ม ไปด้วยกันมั้ย?”

“เอาสิ….โอ๊ะ”ฉันที่ตอบตกลงก็เหลือบไปเห็นเมงุมิเดินมาสมทบด้วยตามมาด้วยโนบาระสภาพพึ่งตื่นหัวยุ่งเหมือนฉันอีกคนเปิดประตูออกมา(ห้องฉันกับโนบาระอยู่ข้างๆกัน)

“อรุณสวัสดิ์นะฟุชิงุโระ,คุริซากิ/อรุณสวัสดิ์เมงุมิ,โนบาระ”

“อ่า…อรุณสวัสดิ์/…อรุณสวัสดิ์”

“นี้ธารเสียงอะไรในห้องเธอน่ะ ทำเอาฉันตื่นจากฝันเลย”โนบาระเอ่ยถามฉันอย่างหัวเสียเล็กน้อยซึ่งไม่แปลกที่เธอจะได้ยินเพราะห้องเราติดกัน

“เจ้มิซึน่ะ ขอโทษแล้วกัน”

“ห๊ะ?/ห๊ะ?/ห๊ะ?”ทั้งสามคนเอียงหัวเล็กน้อยอย่างสงสัยว่าคือใคร แต่ก็ต้องนิ่งไปเมื่อฉันบอกว่าคือใคร

“ผีกระเทยที่เอาติดมาด้วยจากอพาท์เม้นท์เก่าที่เซ็นไดน่ะ”

“…./…./….”

ทั้งสองคนพร้อมใจกันมองเข้าไปด้านในห้องของเพื่อนสาวผมสีดำ ด้านในไม่ได้ตกแต่งมากมายออกไปทางเรียบง่าย ก่อนจะเห็นกระทะลอยได้แล้วล่วงลงพื้นเสียงดังจนเธอต้องหันไปมองดู แล้วเอ่ยว่าไม่เป็นไรพวกเขารู้เรื่องนี้แล้ว

“โทษที เจ้แกขี้อายน่ะ….ป่ะ ไปแปรงฟันกันได้แล้ว”เธอปิดประตูลงพร้อมกับเอ่ยชวนทุกคนไปล้างหน้าแปลงฟันได้แล้ว แม้นี้จะยังเช้าก็เถอะแต่พอรู้ว่าเพื่อนคนนี้มีผีอยู่ในห้องทำเอากลับไปนอนไม่ลง

ไหนๆก็ตื่นกันมาพร้อมหน้ากันแล้วพวกเราสี่คนตัดสินใจจะไปแปรงฟันร่วมกันที่ก๊อกน้ำตรงทางเดินแทน ฉันคิดในใจอย่างนึกขันเล็กน้อยที่พวกเราเรียงตามส่วนสูงกันเลย โดยเรียงจากสูงสุดคือเมงุมิ ไล่ลงมาก็ยูจิและฉันกับโนบาระ

โดยความที่คนญี่ปุ่นไม่นิยมอาบน้ำกันตอนเช้าแถมอากาศบนภูเขาเองก็เย็นสบาย ตอนแรกที่ย้ายมาใหม่ๆด้วยความเคยชินเลยอาบน้ำตอนเช้า แต่ตอนนี้ชินแล้วแถมวันนี้ถ้ามีฝึกแบบพละค่อยมาอาบเอาแล้วกัน

“ได้แล้วๆ!”ยูจิที่ยกถาดข้าวมาให้กับเมงุมิและโนบาระส่วนฉันก็ยกของทั้งยูจิแล้วฉันมาทานกันที่ห้องนั่งเล่นของหอพัก เพราะพวกเราตื่นเช้ากันแถมยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องไปเรียน ฉันกับยูจิเลยอาสาที่จะทำข้าวเช้าให้กับทุกคนได้ทานกัน

“อื้ม! อร่อยแฮะ”โนบาระเอ่ยชมเมื่อได้ลองชิมน้ำซุปที่มีเครื่องทุกอย่างเหมือนซุปมิโซะแต่น้ำกลับใส สมทบด้วยเมงุมิที่พยักหน้าเห็นด้วยเมื่อได้กินเนื้อหมูที่กลมๆเท่ากับลูกชิ้น

“เขาเรียกว่าแกงจืดน่ะ….”เธอว่าพร้อมตักปลาซาบะเข้าปากไป

“ไม่เคยได้ยินเลยแฮะ”โนบาระเอ่ยอย่างสงสัย

“ธารบอกว่ามันเป็นแกงแบบไทยๆน่ะ”ยูจิพูดพลางยิ้มไปด้วยตอนที่เขาเข้าไปช่วยเพื่อนสาว บังเอิญว่าเครื่องสำหรับทำซุปมิโซะดันหมดเธอเลยกลับไปที่ห้องเพื่อไปเอาของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์เอเชียเมื่อวาน เห็นเรียกว่าคนอร์เป็นก้อนสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลนี่แหละ ถึงน้ำจะออกมาสีใสๆก็เถอะแต่กลิ่นและรสชาติหอมอร่อยมากๆเลย

สงสัยสักวันเขาคงต้องขอสูตรจากเธอซะแล้ว

“กินอะไรกันอยู่เหรอครับทุกคน”โกโจที่เดินเข้ามาหาพวกปีหนึ่งที่กำลังนั่งทานข้าวเช้ากันอยู่เอร็ดอร่อย สักพักเขาก็ได้กลิ่นหอมๆมาจากน้ำซุปสีใสๆในถ้วยของแต่ละคน

“ปลาซาบะย่างกับแกงจืดน่ะ”ยูจิอธิบายให้แกโกโจพลางยกถ้วยซุปให้เขาดู

“แกงจืดเหรอ?”

“ครับ ธารเป็นคนทำน่ะครับ”เมงุมิว่าพร้อมชี้ตะเกียบมาที่เด็กสาวตรงข้ามเขา ที่ยังคงสีหน้านิ่งๆอาจจะอึนๆนิดหน่อยเพราะตื่นเช้าแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ดี

“ว้าว~ อาหารไทยสินะครับกลิ่นหอมน่าทานดีจังเลยนะ”

“ถ้าจะทานก็ยังมีอยู่ในหม้อค่ะ”เธอชี้ไปยังห้องครัวเพราะเธอทำเอาไว้เยอะกะจะเอามาอุ่นกินตอนเที่ยงด้วย

สุดท้ายโกโจก็เขาร่วมวงทานข้าวเช้าด้วยกัน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ลมเย็นดีแฮะ”มือที่มาเชือกคาดเอาไว้ยกขึ้นบดบังแสงอาทิตร์เมื่อดวงตาสีดำที่สะท้อนภาพท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนสี เลือนผมสีดำปีกอีกาในส่วนที่ไม่สามารถรวบได้พริ้วไหวไปตามลมที่พัดผ่านตัวเธอ เป็นสัญญาณว่าใกล้จะหน้าร้อนแล้ว

รู้ตัวอีกทีนี้ก็ล่วงเลยมาได้อาทิตร์กว่าๆแล้วที่ฉันได้มาอยู่ยังโรงเรียนแห่งนี้พร้อมๆไปกลับยูจิและโนบาระ วันนี้โกโจเซนเซให้พวกเราออกมาฝึกกันเองโดยจะสลับกันฝึกเป็นคู่ๆไป

“วันนี้ก็ขอฝากด้วยนะธาร!”ยูจิเอ่ยอย่างกระตือรือร้นที่ได้คู่ฝึกเป็นเด็กสาวชาวไทยเพียงหนึ่งเดียวของสายชั้น

ขอย้ำอีกครั้งว่าตรูเห็นหูกับหางหมาจากหมอนี้อีกแล้ว==

ฉันหรี่ตามองความสดใสที่ยูจิปล่อยออกมา ยูจิดูเป็นคนที่ดูสดใสอย่างกะพระอาทิตร์ที่อยู่ข้างบนซะอีก จากการที่อยู่ด้วยกันมาประมาณอาทิตร์กว่าๆได้ก็พอรู้ว่าหมอนี้มันเวลายิ้มแล้ว

มันจ้าซะเหลือเกิน….พร้อมน่ะยูจิ”ประโยคแรกฉันพูดเป็นภาษาไทย ก่อนที่จะเปลี่ยนกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นพลางตั้งการ์ดพร้อม

“พร้อม!…เอาล่ะนะ”ยูจิกระโดดวอมเล็กน้อยแล้วตั้งท่าเช่นเดียวกับฉัน

ร่างของเด็กหนุ่มผุ่งตัวเข้าใส่เด็กสาวออกหมัดขวาใส่เธอเมื่ออยู่ในระยะ เธอยกแขนขึ้นกันในขณะเดียวกันก็ใช้เท้าซ้ายถีบยันไปตรงกลางลำตัวของเด็กหนุ่มเป็นท่า‘มอญยันหลัก’จนเขาถอยหลังไปเล็กน้อย ธารเป็นฝ่ายรุกกเข้าไปออกหมัดขวาและซ้ายเข้าที่ลำตัวของยูจิแต่เขาก็ป้องกันเอาไว้ได้ก่อนจะยกขาซ้ายขึ้นเตะลำตัวของเธอ แต่ธารก็ใช้ท่า‘ปักลูกทอย’ป้องกันเอาไว้ได้

ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างสูสี จนกระทั่งตัวของยูจิก็ถูกท่า‘จระเข้ฟาดหาง’เตะเข้าที่ก้านคอแต่เจ้าตัวก็ป้องกันได้ แต่ก็ต้องมาเสียท่าให้กับท่า‘เอราวัณเสยงา’ที่เสยขึ้นมาจนไม่ทันตั้งตัวเมื่อเธอกลับมาตั้งท่าได้จนล้มลงไปกับพื้น

“จะเจ็บ….”

“โทษทีแล้วกัน ลุกไหวมั้ย?”ฉันยื่นมือไปช่วยยูจิให้ลุกขึ้น

“อืม ไหวอยู่ๆ แต่ฉันก็แพ้เธออีกแล้วอ่ะ”ยูจิที่ลุกขึ้นตามแรงดึงของฉันพูดพลางยู่ปากเล็กน้อย

จริงๆทั้งฉันแล้วก็ยูจิเราผลัดกันแพ้ชนะกันไปมาได้สักพักแล้วล่ะ ฉันชนะเขามาได้ 3:2 แล้วถึงแม้จะทำได้ไม่เท่าที่ควรเพราะไม่ได้ต่อยมวยไทยมานานเป็นปีแล้ว แถมแรงของยูจิก็เยอะกว่าฉันมากเพราะเป็นผู้ชาย

เอาจริงๆก็มีคนเคยบอกฉันว่าแรงฉันมันเยอะพอๆกับผู้ชายก็เถอะนะ

“โฮ้ย! ซ้อมเสร็จกันแล้วเหรอพวกนาย!”เสียงของโนบาระที่ตะโกนดังมาจากตึกที่อยู่หากจากจุดที่พวกเราอยู่กัน สงสัยคงฝึกกับเมงุมิเสร็จแล้ว

“เสร็จแล้วล่ะ! ไปกันเถอะธาร”ยูจิเป็นคนตะโกนตอบกลับไปแล้วหันมาบอกกับฉัน ฉันก็พยักหน้ากลับไป ทั้งฉันและยูจิ,เมงุมิแล้วก็โนบาระต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำล้างตัวเพราะตามตัวก็มีแต่ฝุ่นและดินจากการซ้อมกัน ฉันและโนบาระต่างก็แช่น้ำร้อนอย่างผ่อนคลายและพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการฝึกกัน แถมเจ้าหล่อนเองก็บอกว่าจะไปช๊อปปิ๊งซื้อของมาประดับห้อง ฉันเองก็คิดว้าจะไปซื้อของใช้ที่ใกล้จะหมดแล้วเหมือนกันเลยตกลงว่าจะไปพร้อมกัน

อ่า…แช่น้ำร้อนตอนฝึกมาเหนื่อยๆนี้มันดีจริงๆ

“นี้อิตาโดริ ธารหายไปไหนน่ะ?”โนบาระที่พึ่งแช่น้ำร้อนเสร็จเอ่ยถามคนผมสีชมพูพีชถึงเด็กสาวที่ออกมาก่อนเธอเพราะจะออกมาเตรียมอาหารให้แกพวกเธอ

“เห็นว่ามีพัสดุมาส่งน่ะเลยออกไปเอา”

“เหรอ แล้วเธอได้บอกหรือเปล่าว่าจะทำอะไรกินอ่ะ?”

“ก็ไม่นะ โอะ! มานู้นแล้ว”ยูจิชี้ไปยังเด็กสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องพัสดุขนาดกลาง

เธอวางมันลงบนโต๊ะกินข้าวพลางเดินไปหยิบมีดในครัวมากรีดแทปสีเหลืองบนกล่องออก ท่ามกลางความสงสัยของทั้งสองคนก่อนจะตามด้วยเมงุมิที่พึ่งเดินมาสมทบ จนกระทั่งเธอหยิบของข้างในออกมาวางข้างนอก มันดูคล้ายๆกับเตาย่างทรงวงกลมสีทองแต่มีช่องว่างรอบๆ ตัวของเตาอยู่ติดกับตัวของเตาไฟฟ้าที่อถมมาด้วย

“อะไรล่ะนั่น?”ชี้มาที่ของที่วางอยู่บนโต๊ะ

เตาหมูกระทะ

“เตา…หมูกระ…ทะ?”โนบาระออกเสียงตามเธอแต่ก็เปล่งๆเล็กน้อย

“มันคล้ายๆกับเนื้อย่างนั่นแหละ ยูจิมาช่วยฉันหัดเนื้อกับผักหน่อย ส่วนโนบาระกับเมงุมิฝากเปิดเตาให้หน่อย”ธารเอ่ยจัดแจงหน้าที่พลางเดินเข้าไปยังห้องครัวพร้อมกับยูจิที่ถึงแม้จะยังงงๆแต่ก็เดินตามมา

วันนี้พัสดุที่คุณเจ้าของอพารท์เม้นส่งมาจากเซ็นไดมาถึง เพราะความอัดอั้นมานานทำให้ฉันลงทุนสั่งเจ้านี้มาจากไทยแถมรอมาเป็นเวลานานมากๆ

เตาหมูกระทะ

ใช่ แน่นอนว่าฉันโหยหามันมานานแรมปี อยู่ญี่ปุ่นมาตั้งแต่ 8 ขวบจนตอนนี้โตเป็นควายแล้วมันยังโหยหาอยากจะกลับไปกิน(แดก)มัน เพราะนานๆครั้งเองที่ฉันกับพ่อแม่จะกลับไทยไปเยี่ยมปู่ย่า ที่ตอนนี้พวกท่านเสียไปแล้วเลยไม่ค่อยได้กลับไทยแถมเพื่อนๆเองก็ลืมฉันไปแล้วเหมือนกัน แถมไหนๆก็ได้เพื่อนใหม่มาแล้ว

เปิดตี้หมูทะแม่ง//เช็ดน้ำลาย

“หั่นเท่านี้พอได้มั้ย?”ยูจิที่กำลังหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กเอ่ยถามฉันที่กำลังหั่นผักที่ซื้อมาเมื่อวานอยู่

“อ่า แค่นั้นก็ได้แล้วล่ะ เอาออกไปไว้ข้างนอก-โอ้ย!”แค่เผลอหันไปมองยูจิแค่แปปเดียว มือที่หั่นผักอยู่ดันไปเผลอไปโดนนิ้วเข้าจนได้เลือด นิ้วชี้ข้างซ้ายที่เป็นรอยบาดดูถ้าจะบาดลึกอยู่พอสมควรเพราะเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลมันเยอะจนอาบน้ำฉันไปหมด

“?!! เป็นอะไรหรือเปล่า!”ยูจิที่เมื่อได้ยินเสียงของคนข้างๆก็รีบวางมีดในมือแล้วปรี่เข้ามาหา

“เปล่าๆ แค่มีดบาดน่ะ”แม้จะโดนมีดบาดแต่เพื่อนสาวคนนี้ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออก ยูจิถือวิสาสะยกมือของเธอขึ้นมาดูแผล

“ลึกอยู่เหมือนกันนะ”

“ไม่เป็นไร ไม่ได้เจ็บมาก”เธอหันมองไปรอบๆเพื่อที่จะหาทิชชูมากดแผล

“ยูจินายเห็นทิชชูหรือเปล่า-”

 

งับ!

 

“….”ฉันเบิกกว้างเมื่อนิ้วชี้ข้างที่มีแผลอันถูกคนตรงหน้าอมเข้าปากไปซะแล้ว

ดวงตาสีน้ำหมึกที่กำลังสะท้อนภาพของคนตรงหน้าที่หลับตาอยู่ ก่อนจะค่อยๆปรากฏลวดลายสีดำที่ใบหน้าที่ข้อมือหนาของคนสูงกว่าแค่ไม่กี่เซน รอยแผลเป็นใต้ตาทั้งสองข้างๆค่อยเปิดออกมองใบหน้านิ่งค้างของเด็กสาว 

สุคุนะ…แล้วยูจิล่ะ?!

ดวงตาสีแดงเลือดค่อยๆเปิดออกสบตาตาเข้ากับดวงเนตาสีดำใสที่สะท้อนภาพของตน ก่อนจะผละออกจากนิ้วแล้วค่อยๆโลมเลียเลือดที่ไหลเป็นทางยาวของเด็กสาว ราวกับว่ามันเป็นน้ำผึ้งเดือนห้าจนไม่เหลืออะไรนอกจากคราบน้ำลายของคนตรงหน้า และริมฝีปากหนาที่กลับไปดูดดึงปลายนิ้วเรียวของเธอจนเลือดหยุดไหล

แต่เหมือนมันจะไม่พอสำหรับเขา ฟันเขี้ยวแหลมกัดลงบนแผลเก่าอย่างแรงจนหยาดเลือดไหลออกมามากกว่าเดิม เหมือนได้สติกลับมาเมื่อความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วดึงสติเธอกลับมา ธารพยายามดันหน้าของอีกฝ่ายๆพร้อมๆกับดึงนิ้วของตนออกจากสัมผัสเปียกแฉะนี้ แต่ก็โดนฝ่ามือหนาจับเอาไว้

“โอ้ย! ปล่อยนะเห้ย!”ธารพยายามสบัดการจำกุมนี้ออกไป แต่เหมือนยิ่งทำสุคุนะก็บีบข้อมือของเธอจนนิ้วหน้า สุคุนะยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะยอมผละออกจากนิ้วของเด็กสาวที่ตอนนี้ดูซีดลงเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เธอ

“หวานดีนิแม่นางน้อย”เสียงทุ้มแหบของสุคุนะที่อยู่ใกล้ใบหน้าของเด็กสาวจนต้องย่นคอและหันหน้าหนี แต่ก็โดนจับล็อกใบหน้าเอาไว้จนไม่สามารถหันหนีได้

ดวงตาสีแดงเลือดของสุคุนะจ้องลงไปยังดวงเนตรสีน้ำหมึกอย่างเชยชม ดวงตาสีดำใสจนเหมือนดั่งกระจกเงาคู่งามอย่างสนอกสนใจตั้งแต่แรกเห็น ริมฝีปากเหยียดแสยะยิ้มออกมาโชว์ฟันเขี้ยวและเสียงหัวเราะชวนขนลุก

“ดวงตาของเจ้าก็ยังน่า‘ควักออกมา’เชยชมจริงๆ หึหึหึ”

“….ห๊ะ?”

“อึก! ไอ้เด็กเวรนี้-ฉันขอโทษๆๆๆ!!”ท่าทางของสุคุนะที่ชะงักไปก่อนจะที่ลวดลายจะหายไปพร้อมกลับน้ำเสียงและดวงตาที่กลับมาเป็นดั่งเดิม ยูจิเอ่ยขอโทษเธอที่ตนออกมาห้ามสุคุนะไม่ทันแถมเธอยังโดนสุคุนะกัดที่นิ้วจนได้แผลเพิ่ม

ฉันที่ยังคงสมองของตัวเองที่ไม่ต่างไปจากคอมพิวเตอร์ที่กำลังเออเรอ์ชั่วขณะ ไม่สามารถประมวลผลออกมาเป็นคำพูดได้เลยได้แค่ยังเอ่อออพยักหน้ารับแล้วบอกยูจิว่าไม่เป็นไร พร้อมกับในหัวที่มีแต่คำว่า…..

อะไรว่ะครับเนี๊ยยยยยยยย!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

บันทึกปี 2018 เดือนกรกฎาคม โตเกียวตะวันออก สถานพินิจเอซู

บนท้องฟ้าเหนือสนามกีฬา ‘วิญญาณแค้นสมมติระดับพิเศษ(ชื่อเรียกยังไม่แน่นอน)’ มีคนธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้ใช้คุณไสยหลายคนสามารถมองเห็น‘ครรภ์คำสาป’ได้ด้วยตาเปล่า 

ทันทีที่ได้รับรายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน นักเรียนปี 1 ทั้ง 4 คนถูกส่งตัวไป

‘1 ในนั้นเสียชีวิต’

‘และอีก 1 หัวใจหยุดเต้นระหว่างนำตัวส่งไปรักษาและยังไม่มีทีท่าว่าหัวใจจะกลับมาเต้นอีกครั้ง’

 

--------------------------------------------------------------

เว็บรวมท่าต่างๆของมวยไทยที่ใช้ในตอนนี้ และในอนาคตข้างหน้านี้

https://suthatzana55.wordpress.com/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/

ไม่มีไรมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #77 CHECK224 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 19:53
    แปรงฟันแบบนี้นะคะเตง
    #77
    0
  2. #58 Duan_1211 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:29
    หัวใจหยุดเต้น!!! ห่วงน้องโว้ยย
    #58
    0
  3. #57 littlefoolmoon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:40
    กฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์ครอบคลุมถึงราชาคำสาปไหมคะ
    #57
    0
  4. #56 Jasper184 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:24

    เกิดอะไรขึ้นอ่ะ น้องเดียวก็ฟื้นแต่จะมีเงื่อนไขอะไรไหมน่ะ
    #56
    0
  5. #55 จอมมารเหมียว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:42
    เอิ่ม...;-; เดาว่าหัวใจหยุดเต้นเพราะว่าเห็นซิกแพคที่โดนฉีกเสื้อออกแน่เลย งุงิๆ
    #55
    0
  6. #54 Marius Yo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:36
    อย่าหยุดเต้นนานเกินนะ(;-;
    #54
    0