Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 9 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

  #เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่ 9

MINHO’S PART

 

 

“โจทย์คืออะไร ให้กูเลือกเลยหรอ?” >>ฮันบิน

 

“เอาแบบเห็นแล้วพี่เขานึกถึงหน้ามินโฮมันดีไหม? ฮะฮะ~”>> จีวอน

 

..ฝาแฝดคืนดีกันแล้ว...

 

“แหวะ...นี่ไงมึงถึงไม่มีเมีย .. หาอะไรสวยๆ ดีปะมินโฮ ให้เหมาะกับเขา”>> ฮันบิน

 

“ฮันบิน กูไม่มีเมียก็เพราะมึง” จีวอนสวนกลับฉุนๆ

 

ฮันบินไหวไหล่ส่งพี่ชาย ก่อนจะหันมามองผม “สวยๆ เนาะ”

 

“อืมดี” ผมตอบฮันบินกลับไป พยักหน้าเห็นด้วยงึกงัก

 

ในแต่ละสัปดาห์ผมมีวันพิเศษ เลยลืมสนใจว่าเวลาผ่านมานานเท่าใด จนเมื่อวานซึงยุนซื้อบางสิ่งใส่กล่องของขวัญให้ เขาวางมันลงบนเตียงนอนของผม คะยั้นคะยอบอกว่าเปิดเดี๋ยวนี้ เรานั่งเบียดกันบนเตียงหลังนั้น ผมเปิดฝากล่องอย่างตื่นเต้น มันคือลองแพดดิ้งสีดำคอเลกชั่นล่าสุดจากแบรด์นดัง สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะเริ่มต้นในไม่ช้า

แนบมาพร้อมกับกระดาษการ์ดกลิ่นหอมที่ผมหยิบขึ้นอ่าน ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นซึงยุนยิ้มหวานหยด แต่แทบไม่สบตาผมเลย เขาแก้มนวลแดงแจ๋  ลายมือประดิษฐ์ข้อความเอาไว้..

 ดีใจที่ได้รู้จักนาย ขอบคุณมินโฮที่อ่อนโยนและอบอุ่นกับคนอย่างพี่อยู่เสมอนะ

 

นี่ผมเพิ่งกลับจากค่ายกิจกรรมของโรงเรียน เป็นค่ายหลังจากที่เราปิดเทอมได้หนึ่งสัปดาห์ เลยออกตามหาของขวัญให้พี่ซึงยุนบ้าง และขอให้ฝาแฝดมาช่วยเลือกเช่นเคย

มินิแวนจากบ้านตระกูลคิมจอดส่งพวกเรายังถิ่นดัง วัยรุ่นเดินกันให้ขวักไขว่ สถานที่ที่ถูกเรียกกันอยู่กลายๆ ว่า สตรีทช้อปปิ้ง ฮันบินเลี้ยวเข้าร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง มีตู้กระจกใสเรียงเป็นแถวลึกเข้าไปด้านใน พื้นถูกปูด้วยหินอ่อนหรูหรา เงยมองเพดานก็เห็นระยาช่อไฟ ไม่ผิดคาดนัก ผมนึกถึงเครื่องประดับเป็นอันดับแรก เวลาอยู่บนผิวขาวอมชมพูของซึงยุนคงดูดีไม่ใช่เล่น เขาน่าจะชอบเครื่องเงินเส้นเล็กๆ นะผมว่า

 

“อืมมม...แบบนี้มะ?”

 ฮันบินหยุดยืนหน้าตู้กระจกเกือบสุดทางร้าน ตามด้วยจีวอนและผมเป็นลำดับ พนักงานเดินมายิ้มแย้ม พร้อมกับหยิบสร้อยข้อมือเส้นที่ฮันบินชี้ออกมาให้เราดู

ลักษณ์เป็นแผ่นเงินชิ้นยาว เชื่อมกับโลหะเงินที่ถักเป็นห่วงโซ่ถี่ๆ ส่วนผมดูแล้วยังไม่ชอบ ก้มมองหาต่อไปในตู้ เหมือนว่าเส้นนั้นฮันบินจะถูกใจเสียเอง แผ่นเงินสามารถฉลุชื่อได้นั้นคือสิ่งที่พนักงานแนะนำ

 

“จีวอน..พี่ครับซื้อให้ผมหน่อย”

 

ผมหัวเราะร่วนทีเดียวกับการใช้คำและบริบทของฮันบินที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับก้นเหว แม้สายตาของผมจะยังเซาะหาเครื่องเงินไม่คลาด ฮันบินคงชอบใจเอามาก และจีวอนกำลังจะเสียเงินแน่ๆ

“เท่าไหร่” จีวอนถามราคาพนักงานทันที

 

142,000 วอนค่ะ”

 

โอ้โห~

ผมสะอึกเอื๊อก เงยหน้ามองพนักงานตาปริบ เธอยังส่งยิ้มให้เราทั้งสาม ถือว่าราคาไม่เบาสำหรับนักเรียนไม่มีงานทำอย่างผม แม้ว่าจะกำเงินเก็บมาซื้อก็ตาม ชักลังเลแถมยังไม่มีสร้อยเส้นไหนน่ารักเหมาะสมกับพี่ซึงยุน อีกอย่างถ้าพี่เขารู้ว่าผมซื้อด้วยราคานี้ เขาอาจจะสวดผมมากกว่าประทับใจ

 

“เอาเส้นนี้” จีวอนหยิบบัตรเครดิตการ์ดออกมาแล้วยื่นให้พนักงาน

 

ฮันบินคล้องแขนพี่ชาย ซบหัวแอบอิงกับไหล่ “สลักชื่อด้วยครับ” มันบอกคนขายด้วยหน้าระรื่นยิ้มแย้ม “เขียนว่า H A N--

 

“เขียนว่า J I W O N ...มึงชอบเส้นไหน มินโฮ”

จีวอนเน้นเสียงห้าวห้วนตัดประโยคของน้องตัวเองอย่างคนคุมเกม แล้วหันมาถามผมด้วยสีหน้าระรื่นพอกับน้องมัน

 

“กู.. กูยังไม่เอา” ผมยิ้มแหยให้เพื่อน เกาท้ายทอยแก้เขิน ก่อนจะโค้งหัวให้พี่พนักงานอย่างสุภาพชน

 

ตัดสินใจเดินออกมาเมื่อสู้ราคาไม่ไหว ปล่อยฝาแฝดทิ้งไว้ที่ร้านรอสร้อยข้อมือที่ส่งสลักชื่อ ผมยังเตร็ดเตร่เดินเลาะมองริมทางถนนเส้นนี้ต่อไปเรื่อยเฉื่อยเพราะมีร้านขายของสวยงามมากมาย

ใช้เวลาสักพัก อาจเพราะผมหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่ทำให้พี่เขาประทับใจที่สุดผมเลยตัดสินใจเลือกไม่ได้สักอย่าง ผมแวะซื้อน้ำผลไม้ปั่นจากแฟนไชน์ร้านหนึ่งแก้คอแห้ง ระหว่างนั่งรอที่โต๊ะไม้เล็กๆ หน้าร้าน ผมก็โทรหาซึงยุน

 

เขารับสายและถามผมก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกไป

[“อยู่ไหนแล้ว กลับมาถึงโรงเรียนหรือยังน่ะ”]

 

“ฮะฮะ~” ..เขาน่ารักจัง..  “ถึงสักพักแล้ว พี่ซึงยุนทำอะไรอยู่ครับ?”

 

[“นอนเล่น เพิ่งกลับจากร้านสอนเอง มินโฮให้ไปรับไหม เฮียโทรมาหาบอกว่าอยากกินสปาเก็ตตี้ แกจะให้พี่ไปทำให้ เดี๋ยวอาบน้ำแล้วจะไปบ้านนายอยู่”]

 

“เอ่อ ไม่ต้องหรอก พี่เข้าบ้านก่อนเลย ผมอยู่กับแฝด กระเป๋าเดินทางอยู่ในรถบ้านมันน่ะ เดี๋ยวให้พวกมันไปส่งดีกว่าครับ”

 

[ “เอางั้น?” ]

 

“อาห้ะ...พี่ครับ คือ ..ที่จริงผมอยากรู้ว่าพี่ชอบสร้อยข้อมือไหมครับ?” ผมตะล่อมถาม

 

เขาหัวเราะคิกคัก คงเดาทางผมได้แล้วมั้ง [“นายอยู่ไหนมินโฮ”]

 

“ตอบผมก่อนดิ”

หน้าผมคงบานเพราะยิ้มแป้น ขนาดป้าขายน้ำที่บังเอิญมองมาเขายังยิ้มส่งให้  

 

[“อยากได้กระเป๋าตัง” ] ซึงยูนตอบ

 

“จริงหรอ?”  มันดูง่ายดาย ควรจะโทรหาเขาตั้งแต่แรก ผมคิดว่าเขาอาจจะตอบเหมือนคนอื่นๆ ที่ผมเคยคบมา ว่าเอาอะไรก็ได้ที่เราอยากจะซื้อให้ ซึ่งนั้นอาจทำให้มันยากขึ้นไปอีก  “นี่ผมเดินวนๆ ไม่รู้จะซื้ออะไรอยู่ตั้งนาน เมื่อกี๊เข้าร้านเครื่องประดับ เส้นนึงแสนกว่าวอน ซื้อไปกลัวพี่จะฆ่าผม”

 

“พี่ฆ่านายแน่!!” เขากดเสียงดุ ทำเป็นขู่  “...เด็กซื่อเอ๊ย นายเลยโทรถามเลยใช่ไหม?” ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเชิงเอ็นดู

 

“อ..อืม”

ผมอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะหลุดขำเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของเขา เขาทั้งแสนดี เข้าอกเข้าใจผมแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนพูดมากแถมยังเงอะงะและเด็ก เราคุยกันต่ออีกไม่นาน เมื่อรู้สีที่เขาชอบ ผมก็วางสาย รับน้ำปั่นจากคุณป้าที่เดินออกจากเค้าเตอร์ชงมาเสริ์ฟน้ำ ไม่ลืมที่จะถามหาร้านขายกระเป๋าในย่านนี้กับเธอเพื่อประหยัดเวลา

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

เข้าเขตรั้วบ้านก็เจอเฮีย เขายืนสูบบุหรี่อยู่หน้าลานหญ้า ผมหยุดกระเป๋าลาก โค้งหัวลงเล็กน้อยเป็นการทักทาย เขารีบสูดแรงรอบสุดท้ายก่อนจะทิ้งมันลงบนพื้นอิฐทางเดิน ขยี้ให้ดับด้วยรองเท้า

“กลับมาแล้วเหรอวะ พี่แกมาทำสปาเกตตี้ให้กินแหนะ”  เฮียถามไถ่ ก้าวเข้ามาหาผมก่อนจะกอดคอพาเดินเข้าบ้าน

 

ผมถอดรองเท้าเอาขึ้นวางบนชั้นอย่างรู้สึกเป็นสุข หัวใจเต้นกระหน่ำ ไม่ได้เจอครอบครัวมาตั้งห้าวัน  ได้กลิ่นอาหารหลากหลาย ได้ยินเสียงดาร่าและซึงยุนกำลังคุยกัน ผมลากกระเป๋าตามหลังว่าที่พี่เขยเข้ามาติดๆ เฮียเลี้ยวเข้าห้องนั่งเล่นไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวีที่ประจำ ผมลากกระเป๋าต่อไปยังหน้าทางบันได และไม่ลืมที่จะแวะชะโงกหน้าหน้าช่องประตูครัว

 

“กลับมาแล้วครับ”

 

พี่ชายและพี่สาวที่ง่วนอยู่กับการชิมน้ำซอสหน้าเตาหันมองที่ผมเป็นตาเดียว ผมเห็นรอยยิ้มของดาร่า และรอยยิ้มตาหยีแสนดีของซึงยุน

 

“มาแล้วหนุ่มหล่อ ไปเก็บของเร็ว มารอกินข้าวกัน”  ดาร่าเอ่ยชักชวน มือเธอสะบัดโบกไล่ให้ขึ้นห้องไป

 

“โอเคครับ กับข้าวเจ้หอมจัง” ผมยกยอเธอ ก่อนที่สายตาจะเสมองที่พี่ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอ “ยืมตัวพี่ยูนหน่อยได้ไหมครับ”

 

“ย่า!! นายน่ะติดเขาแจเลยมินโฮยา” เจ้เอาทัพพีชี้หน้าผม “อีกหน่อยถ้าเขามีแฟนแล้วนายงอแงเจ้จะหัวเราะให้ ชิ้~”

เธอทำงอนไปอย่างนั้น ว่าเสร็จเธอก็บอกให้ซึงยุนล้างมือและขึ้นบ้านไปกับผม  

 

ผมเป็นคนเปิดและปิดประตูห้อง ผายมือให้ซึงยุนเดิมเข้าไปก่อนตัวเอง ซึงยุนนั่งลงมุมหนึ่งของห้องว่างที่ถูกกั้นจากห้องนอนด้วยชั้นหนังสือ มันมีหมอนอยู่หลายใบ เขาเลยเอนหลังแผ่เรือนร่างราบกับพื้นพรม  เขายื่นแขนขึ้นเป็นท่าขอให้ผมทิ้งตัวหา ผมได้แต่ส่งยิ้มเอียงอายในขณะที่ถอดสูทนักเรียนสีดำ ถอดเข็มขัด และเปลือยท่อนบนด้วยการถอดเชิ้ต

ผมล้มตัวทับร่างผอมบางตามการออดอ้อน เท้าศอกทาบแขนบนกองหมอนข้างกรอบหน้าของเขา จ้องดวงตาวิบวาวของซึงยุนที่ก็จ้องมองมาที่ผม ก่อนจะหักห้ามใจตัวเองไม่ไหว ผมก้มไซร้ปลายจมูก กดริมฝีปากจูบข้างลำคอซึงยุนที่ยินยอมเชิดปลายคางเผยพื้นที่ให้ผมสูดกลิ่นกาย

 

“ผมคิดถึงโคตร”

เสียงพร่าแถมยังอู้อี้ เมื่อกระซิบผ่านผิวโดยไม่ยอมถอนใบหน้าออกมาพูดดีดี การตอบรับของซึงยุนที่ผมรับรู้ได้ในตอนนี้คือมือข้างหนึ่งของเขากำลังลูบศีรษะผมแผ่วเบาชวนให้เคลิ้ม  

 

ผมคลอเคลียอยู่อย่างนั้น และทิ้งจูบเอาไว้ทั่วลำคอ ก่อนจะจรดจบลงที่แก้มซ้ายนุ่มนิ่ม เราจ้องตากันอีกครั้ง  พี่เขายิ้มปริ่ม

“นายพูดทุกวัน”

เขาแซว ห้าวันผมโทรหาครบไม่เคยขาด และบอกคิดถึงทุกครั้งก่อนจะวางสาย

 

“หึ~ ก็ตามนั่น ...ซื้อเป๋าตังมาให้นะครับ ดีใจที่ได้รู้จักพี่เหมือนกันนะ” ว่าพลางส่งจุมพิตแนบริมฝีปากของเขาจุ๊บ~ ..แล้วผละห่างเล็กน้อยเท่านั้น.. “นอนนี่นะ วันนี้ผมล้ามาก ไม่ลวนลามแน่ รับปากเลย”

 

“หรอ! แววตาของเขาตอนขานรับดูเจ้าเล่ห์ฉับพลัน มือเขาตรึงท้ายทอยของผมแน่น ก่อนจะกดให้ใบหน้าของผมขยับเข้าใกล้จนปลายจมูกชน ปากแดงฉ่ำยู่ยื่นมาจูบปากของผมเสียงดังจุ๊บ~ เช่นกัน  “ไม่ลวนลามงั้นพี่กลับดีกว่า เสียเที่ยวเลย”

 

“ห..ห้ะ! ..บ้าแล้ว เดี๋ยวเหอะ!!

ผมถึงกับอุทานอย่างอึกอัก ผงะหน้าหัวเราะร่า สิ่งหนึ่งตั้งแต่เรารู้จักกันมาคือซึงยุนแสบขึ้นเรื่อยๆ  เขาหัวเราะคิกจนตาปิด ดูชอบใจมากที่ผมโดนต้อนเสียจนมุม ผมหอมแก้มของเขาข้างที่ยังไม่โดนฟัดอย่างเด็กสิ้นมาด ก่อนจะพลิกให้เขาขึ้นมานอนหนุนบนตัวเอง

 

แขนเรียวกอดก่ายหละหลวมพอดีกับช่วงบ่า ศีรษะกลมซบนิ่งกับหน้าอกของผม ผมประคองกอดเขาเอาไว้หลวมๆ ด้วยสองแขนไม่ต่างกัน มือข้างหนึ่งรัดรอบเอวเว้า มืออีกข้างก็จุ้นจ้านล้วงเข้าไปในกางเกงยีน คลึงนวดก้นของเขาที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีทีท่าปฏิเสธการรุกล้ำ มันกลายเป็นเหมือนสิ่งที่เราทำกันจนคุ้นชินไปแล้ว

“อื้อ~” ซึงยุนหลุดเสียงครางฮึมฮัมเบาๆ “...นอนนี่อยู่แล้วแหละ ขี้เกียจขับรถกลับ วันนี้พี่ก็เหนื่อยๆ ได้กอดนายค่อยดีหน่อย” เขาพูดต่อ

 

“ปิดเทอมเด็กๆ เยอะสินะครับ ...กอดพี่ก็ดีเหมือนกัน อีกสิบนาทีนะ”

 

“โอเค”  ซึงยุนขยับตัวดุกดิกถูหัวหาตำแหน่งซุกอีกรอบ เขารู้ความหมายว่าอีกสิบนาทีเราถึงจะยอมปล่อยกอดและลุกขึ้นทำอย่างอื่นได้

 

ผมเองก็หลับตาพักผ่อน หยุดมือซุกซนที่ก้นของเขาเปลี่ยนมาโอบกอดร่างเขาอย่างจริงจัง มันอาจจะเป็นข้อความที่ฟังแล้วดูธรรมดาสำหรับใครๆ แต่การบอกว่าพวกเราทั้งคู่ดีใจที่ได้รู้จักกันนั้นเป็นเรื่องจริงและมีความหมายมาก

 

มันหมายถึงการมีอยู่ต่อไปของเขา

และการได้เจอกับความรักที่ชื่อว่าซึงยุนของผม  

 

 


#เบาหน่อยมินโฮ

 

“เอาล่ะ ครูตรวจข้อสอบพวกเราแล้วนะ”

 

พี่คนหนึ่งที่เป็นครูติวกลุ่มของเราพูด เขาเดินมาพร้อมกับชีทแบบทดสอบที่ผมและเพื่อนๆ เพิ่งทำไป เขายืนอยู่ที่หัวโต๊ะ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

ผมเท้าศอกบนโต๊ะข้างหนึ่ง กัดเล็บนิ้วมือพลางจ้องไปที่เขาด้วยความกังวล ตลอดมาผมมักจะทำทุกอย่างได้ผลลัพธ์กลางๆ ไม่ได้คะแนนสูงจนดูฉลาด แต่ก็พอมีไหวพริบที่จะเอาตัวรอดให้ผ่านตัวเลขที่คุณครูตัดเกณฑ์

แต่คราวนี้ซึงยุนไม่ยอม เขาบอกว่าคะแนนที่ผมได้ต้องเกินครึ่งมาอย่างน้อยยี่สิบคะแนน มันไม่ได้ผูกมัด ไม่มีบทลงโทษ หากผมได้น้อยก็แค่ทำในครั้งต่อไปให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ตอนเจรจากับพี่ซึงยุน เขารับปากผมว่าเขามีรางวัลให้ ผมชอบรางวัลจากเขา ผมเลยพยายามตั้งแต่ครั้งนี้

 

ซึงยุนกลับเข้าร้านสอนพิเศษมาพอดีกับตอนลูกน้องของเขาบอกคะแนนของแฝดที่นั่งอยู่ข้างกัน พี่เขาเดินมาหยุดยืนเอาไหล่พิงชั้นวางของอยู่ด้านหลังครูติวเตอร์ เคี้ยวชานมไข่มุกหนุบหนับจนแก้มตุ่ย เขายักคิ้วส่งมาให้ผม ผมยิ้มแห้งส่งกลับไป ลุ้นจนรู้สึกได้ว่าเหงื่อซึมตามแผ่นหลัง

 

“แชยอง ก็เจ๋งมากเลยนะเนี่ย เธอได้ 91/100 แหนะ”

แชยองได้ข้อสอบคืนก่อนผม ครูยื่นกระดาษให้เธอก่อนจะอ่านชื่อของผมต่อ

 

“มินโฮ...”

 

“....”

 เขาทิ้งช่วงไปหนึ่งอึดใจ ผมมองหน้าของเขาสลับกับซึงยุน หัวใจเต้นตุ้บหนักๆ

 

71/100 ไม่เลวเล--

 

“เยส!!

ถึงกับกำมือดึงเข้าหาตัวเองร้องเฮ้ลั่น เพื่อนอีกสามคนมองมาอย่างตกใจ ผมแอบเห็นว่าก่อนที่ซึงยุนจะเดินออกจากตรงนี้ เขายิ้มกว้างพร้อมหัวเราะชอบใจ

 

“ดีใจไรขนาดนั้น อันนี้ทดสอบไม่ใช่สอบจริง”  จีวอนถามแกมล้อ

 

“นายทำได้ดีเลยน้า มินโฮยา” แชยองชมผมอย่างสุภาพ

 

“หุบยิ้มหน่อย ปากจะฉีกถึงรูหูแล้ว ...รางวัลมันแสนดีไง”

และนั่นคือคำพูดจากฮันบิน คนอื่นอาจฉงน ฮันบินมักจะรู้เท่าทันอยู่เสมอ ผมเพยิดหน้าส่งให้มัน คล้ายว่าต่างรู้กัน

 

ผมขอแยกกับเพื่อนเมื่อถึงเวลาพัก โดยมีฮันบินสมรู้ร่วมคิด ผมอาจมีเวลานานหน่อยที่จะอยู่กับซึงยุน เขาเดินหายไปทางห้องเก็บของหลังร้าน ประตูแง้มไว้เล็กน้อยตอนผมเดินไปถึง ผมพาตัวเองเข้าไป เขานั่งอยู่บนโต๊ะที่มีอุปกรณ์เก่าๆ ตั้งเรียงไว้  

 

“ล็อกประตูด้วย” เขาใช้แก้วชานมในมือชี้ประตู ก่อนจะวางมันลงข้างตัว

 

“รู้น่า”

ผมลงกลอนเรียบร้อย และเดินไปหาพี่เขา แทรกตัวเขาไปยืนระหว่างกลางขาเรียวสวย อ้อมแขนทั้งสองรัดรอบเอวคอดเมื่อแขนซึงยุนยกวาดโอบรอบต้นคอของผมเอาไว้ ใบหน้าของเราอยู่ในระยะประชิดเพียงลมหายใจที่รินรดปลายจมูกกัน

“ผมทำได้นะ”

 

“พี่รู้น่า” เขาหยอกย้อนได้น่ารักที่สุด

 

ผมปรับองศาของใบหน้า ค่อยๆ หรี่เปลือกตา เขาเองก็เช่นกัน เราทำเพื่อให้ริมฝีปากของเขาพอดีในตอนที่ประกบจูบ ผมเริ่มดูดดึงกลีบปากของเขาเบาๆ ก่อนที่เขาจะเผยอช่องน้อยๆ ให้ผมสอดลิ้นเข้าไปด้านใน ปลายลิ้นเย็นๆ แตะเคล้ากับลิ้นของผม เสียงเวลาเราดูดดึงกลีบริมปากทั้งล่างและบนช่างหวานซึ้ง  เราต้อนเรียวลิ้นกวาดชิมกันอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ

 

“อื้ออ~”

เขาผละริมฝีปากเพียงสลับเอียงใบหน้าไปอีกข้าง ก่อนที่จะยอมให้ผมบดจูบดังเก่า มือที่จับเอวเลื่อนขึ้นเข้าไปในสาบเสื้อ ลามไล้ทั่วแผ่นหลังผอม  เขาแอ่นเรือนร่างเบียดร่างของผมจนไม่มีช่องเหลือ

 

“อื้มม~” ผมผงะใบหน้าออกเสียเอง มองดวงตาหวานฉ่ำของซึงยุนก็พบเข้ากับความหงุดหงิดขัดอารมณ์ มันทำให้ผมได้ทีหัวเราะเยาะ “ฮะฮะ~ นี่ไม่ใช่รางวัลที่บอกว่าจะให้สักหน่อยนี่ครับ”

 

“หึ ~ ” 

ซึงยุนยกยิ้มมุมปาก เขากระโดดลงจากโต๊ะ สองมือเรียวดันไหล่ของผมให้เป็นฝ่ายพลิกตัวไปพิงโต๊ะแทน  เขาคุกเข่าลง ในจังหวะที่สายตาและใบหน้าหวานแหงนขึ้นมอง หัวใจผมเต้นระรัว 

 

เขาสูดหายใจเฮือกหนึ่ง.. “นี่มันบ้ามากนายรู้ใช่ไหม นายเพิ่งสิบเจ็ด” หลุดยิ้มกว้างเมื่อพูดถึงอายุ ก่อนจะเม้มริมฝีปากเอาไว้

 

“อย่าบ่ายเบี่ยงนอกเรื่องน่า พี่ตกลงแล้ว ผมเลือกที่นี่ ตอนนี้” ผมทวนเรื่องที่ซึงยุนรับปาก ลูบศีรษะของเขาเบาๆ อยากให้ผ่อนคลาย “พี่โอเคไหม?” แต่ผมก็ยังถามเขานะ ไม่อยากบังคับจิตใจ

 

“มาเถอะ เริ่มกันเลย” เขาพูด

 

เขาก้มหน้า  ในระดับที่พี่ซึงยุนคุกเข่า  ริมปากของเขาจะพอดีกับซิปกางเกงผม เขาจูบลงตรงกลางที่ปูดนูน และรูดซิป ห้องมันเงียบมาก ผมใจเต้นแรงมากตอนได้ยินเสียงซิปไหลลง ในช่องท้องก็กำล้งมวน

มือเย็นๆ ของซึงยุนแหวกขอบกางเกงชั้นใน จับแกนกายของผมให้พ้นออกมา ลิ้นสีชมพูจัดค่อยๆ ตวัดเลียหนึ่งครั้งที่ส่วนปลายท่อน แค่นั้นขาแข้งผมก็เกร็งจัด ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะค่อยๆ อ้ากว้าง ครอบส่วนปลายรูดรั้งสองสามทีก่อนจะอมเข้ามาจนสุดท่อนลำ ผมเชิดหน้าซี๊ดปาก หลับตาพริ้ม เขารูดปากเชื่องช้า หัวพงกเข้าและออกแบบที่ผมชอบ มือก็ไม่ได้อยู่เฉย ซึงยุนชักรูดมันพร้อมกันด้วย

 

พี่เขาทำสักพัก ผมเหมือนจะหลุดลอยไปไกลใกล้ถึงฝั่งฝัน เป๊าะ~...เสียงดูดแรงที่ส่วนปลายอูมอีกครั้งแล้วถอนปากออกมา น้ำคัดหลั่งใส่ๆ เคลือบเงาท่อนในมือเขา ผมก้มมองลิ้นน้อยๆ ที่แล่บเลียถี่ๆ มันทำให้เสียวซ่านไปทั้งร่ากายก่อนจะกระตุกเกร็ง

 

“อ้าา~ พี่ครับ.. ”

รีบจับแกนกายของตัวเองกุมปิดทางน้ำรัก มันหลั่งเลอะเต็มมือผม ดีที่ไม่เปื้อนใบหน้าสวยๆ ของซึงยุน  ซึงยุนลุกขึ้นหยิบกล่องกระดาษทิชชู่ที่ตั้งไม่ไกลจากแก้วชานม เขาช่วยซับน้ำจากปลายท่อนลำของผม รวมถึงเช็ดฝ่ามือของผมอย่างใจดี เราสบตากันแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม เขาแก้มแดงระเรื่อและเดาว่าผมก็คง ...

 

“นายขี้อายจังมินโฮ”

 

...คงแก้มแดงไม่ต่างกัน...

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

ไม่ได้เจอกันนานเลย ฝากคอมเม้นต์ เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #52 มินิมอลเรียล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 18:32
    กริ๊ดดดดด เป็นรางวัลที่สมกับคะแนน 71/100 เลยอ่ะมินโฮ
    #52
    0
  2. #51 minyoon lovely (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:19

    บ้าไปแล้วววว ทึ่งหัวอย่างบ้าคลั้ง ถึงจะนานๆมาทีแต่ก็เหมือนน้ำทิพย์ชะโลมใจ ขอบคุณไรท์นะคะ ??’?

    #51
    0
  3. #50 fairytaily8n (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:19
    รางวัลจากพี่ซึงยุนมันแบบบบบฮืออออ มิโฮน่ารักมากชอบรูปปกค่ะ
    #50
    0