Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 8 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    17 ก.ย. 62

 

#เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่8

 MINHO'S  PART

 

...ใช่ ผมพร้อมแล้ว ผมโน้มต้นคอเขาให้ก้มลงมารับจูบต่ออย่างดูดดื่ม กลีบปากของเขาโดนชำเราจนเกินเสียงน่าละลาย ผมในวัยสิบเจ็ดปีกำลังเมามายพี่ชายตัวเอง

 

แต่ชั่ววินาทีหนึ่ง เมื่อเราพักจูบสุดเร่าร้อน พักฟังเสียงของลมหายใจกระชั้นถี่ ผมจึงได้จ้องมองใบหน้าและดวงตาของเขาผ่านแสงของโคมไฟหัวเตียง เกิดการตั้งคำถามในความต้องการเขามากมายจากผม ผมมันจะต่างกับคนที่เขาเคยเจอไหมนะ เพราะผมไม่อยากเหมือนพวกเขาเหล่านั้น คนที่เอาเปรียบซึงยุน

 

ใจเย็นลงเมื่อฉุดคิดถึงสิ่งเลวร้ายที่พี่ซึงยุนต้องพบ ผมวางมือทั้งสองข้างที่สะโพกเล็ก ๆ ของเขา เขาผอมมาก ตัวเล็กกว่ากันเป็นเท่าได้  ยกยิ้มส่งให้เขาที่เขินอายแต่ไม่ยอมหลบตาสักนิด จังหวะของการบดรอยแยกของแก้มก้นเข้ากับแกนกายที่พร้อมมากของผมทำให้เขาดูยั่วยวนเป็นพิเศษ สองแขนของซึงยุนกอดคล้องรอบคอผมเอาไว้

 

“พี่โอเค ถ้าเป็นมินโฮ”

ซึงยุนพูดออกมา เขาคงเห็นความกังวลผ่านสายตา

 

“มือเย็นเฉียบเลย” แต่เขาต่างหากที่แฝงเอาไว้ด้วยความกังวล มือเขาน่ะ นิ้วมือน้อยๆ ที่เกลี่ยตีนผมตรงท้ายทอยผมอยู่ มันเย็นเยียบ “ผมอยาก ..จริงๆ นะ แต่ผมกลัวว่าผมจะไม่ต่างอะไรจากคนที่เคยทำร้ายพี่”

 

คล้ายว่าการพูดออกไปจะส่งผลให้แววตาคู่นั้นที่อ่อนโยนอยู่แล้วยิ่งโอนอ่อนมากกว่าเก่า เขาปลดมือข้างหนึ่งมาประกบข้างแก้มของผมไว้ 

“มินโฮ พี่ต้องการนายไง นั่นต่างแล้ว” อีกครั้งที่ริมฝีปากของเขาบรรจบลงมาแผ่วเบาบนริมฝีปากผม

 

แล้วทุกอย่างก็เหมือนภาพที่เคลื่อนไหวช้า ผมมองเห็นแพขนตาของเขาเวลากะพริบตา ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่อบอวลอิ่มเอมแน่นในหัวใจ และเมื่อผมมั่นใจแล้วว่าซึงยุนจะไม่ต้องเจ็บปวดเพราะการกระทำต่อไปจากนี้ ผมก็ดำเนินเพลงแสนรักของผมต่อไป

เขายืนเข่าแต่ยังอยู่ในท่าคร่อม ก้นของเขายกสูงขึ้นเล็กน้อย ผมจับแกนกายตัวเองตั้ง รูดรั้งไว้รอ แล้วพี่ซึงยุนก็กดร่างกายของเขาลงมา ใบหน้าโครงสวยเชิดขึ้นน้อยๆ เสียงหวานครางกระเส่า เล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มแน่น จีบทางที่ผมฝังส่วนปลายหัวอูมปริ่มน้ำเข้าไปแน่นขนัด มันขมิบรับตามสัญชาตญาณ

 

“อื้อ~ ” ซึงยุนบีบมือกับกล้ามเนื้อบ่าของผมทั้งสองข้าง เขาดูเจ็บเมื่อครอบครองผมได้เพียงแค่ครึ่งลำเท่านั้น

 

ผมแตะจูบที่กลางหน้าอกของเขา “ถ้าไม่ไหวพี่ต้องนอนลงครับ” เสนอทางที่อาจจะทำให้เขาเจ็บน้อยลง และทำให้ทุกอย่างง่ายกว่า

 

แต่...เขาปฏิเสธ เขาต้องการจะทำมันให้ผม  เขาขบงับริมฝีปากตัวเอง ในดวงตาของเขาฉ่ำวาวน้ำไปหมด คืนนี้ซึงยุนทรงเสน่ห์ที่สุด ชั้นเชิงของเขาสุดจะบรรยาย

ผมเด้งสะโพกตัวเองขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วย การสอดใส่สำเร็จมิดท่อนเขาก็ฟุบซบกอดผมไว้ เรากลับมาร้อนรุ่มเมื่อความต้องการพลุกพล่านทั่วร่างกาย

“ไหนบอกจะหลั่งล่ะ ยังไม่หลั่งเหรอ” เขากระซิบถาม รินรดลมหายใจข้างลำคอ

 

“คงต้องขย่มตัวให้ผมสักสองสามครั้งครับ”  ผมตอบอย่างหมายมาด

 

ซึงยุนเริ่มทันที ร่างกายของเขากำลังโยกขยับช้าๆ ก่อนจะขย่มตัวรูดรั้งแกนกายของผมที่โดนอ้อมล้อมไว้ข้างใน ผมประคองเอวและลูบสะโพกของพี่เขาตลอด ห่วงและหวงร่างอ้อนแอ้นที่ผมเฝ้าดูแลพอๆ กับหื่นกระหายอยากจะชิมเขา ที่นอนที่ยวบเป็นจังหวะ ผมและซึงยุนที่ทำมุมฉากกันเช่นนี้คงเป็นภาพตรึงใจผมไปตลอดชีวิต

 

ทุกอย่างที่เขายอมให้ช่างแสนดี

คนแรกของผมเป็นเขา คัง ซึงยุน

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

สายลมโชยกลิ่นดินชื้นหอมสดชื่น  แดดอ่อนๆ ยามสายที่สะท้อนกับกระดาษบรูฟบนกระดานวาดภาพของผมนั้นไม่มากจนเกินไป ซึงยุนนั่งอยู่ข้างผมด้วย เราใส่เสื้อสเวตเตอร์สีดำสีเดียวกัน เขาชันเข่าทั้งสองข้าง เพื่อเป็นฐานวางสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มโปรด กำลังขมักเขม่นมากกว่าผมคนเรียนพิเศษ เขามักจะชวนผมมาทำการบ้านที่นี่ในวันเสาร์เป็นประจำ

 

การบ้าน ที่หมายถึง งานที่ได้รับมอบหมายจากคุณครูนะ

 

“มุมนี้เวลาแดดออกแสงดีเลยนายว่าไหม”

 

“อาห้ะ สวยเลย”

ผมไม่รู้ว่าแม่น้ำที่มีสะพานพาดผ่าน และตึกรามบ้านช่องในฝั่งตรงข้ามสวยขนาดนั้นไหม แต่ไอ้ที่ผมชมว่าสวยคือคนที่ผมยังไม่อาจละสายตา

 

“หยุดมองพี่แล้วทำงานดีไหม”

เขาไม่ได้เงยมองมาหรอก ง่วนอยู่กับกับปากกาหมึกซึมและเส้นร่างที่เป็นเอกลักษณ์ในงานวาด ซึงยุนคงเห็นเค้าลางจากหางตา เสียงหัวเราะน้อยๆ เพราะจับคนถ้ำมองอย่างผมได้นั้นทำให้ผมหัวเราะตาม

 

ผมทำตามที่เขาแนะนำ คือรีบจัดการงานของตัวเองให้เสร็จ เอาจริงๆ เดือนนี้คอสเรียนเสริมกำลังจะหมด ผมคงจะต่อคอสต่อไปในอีกไม่นาน ผมไม่รู้หรอกว่าผมหลงรักการวาดภาพ สีสันและเสน่ห์ของสีน้ำ กลิ่นของดินสอถมดำ หรือการลับดินสอด้วยคัตเตอรให้แหลมเปรี๊ยบเอาตอนไหน หรือผมหลงรักคนที่นำมันมาให้รู้จักก็ยังไม่แน่ใจ

 

ผมใช้เวลานานกว่าเขา เพราะไม่ถนัดการมองแล้ววาดจากภาพจริง ยื่นกระดานที่หนีบงานให้เขาตรวจ เขาติบ้างแต่ส่วนมากเขามักจะอวย ดึงดินสอของผมไปแก้เส้นที่บิดเบี้ยวให้ และให้คะแนน เขาให้ผมB+

 

“เอาแค่นี้พอ อาทิตย์หน้าค่อยมาใหม่ มุมอื่นๆ บ้าง” ซึงยุนส่งกระดานขนาดเอสี่คืนมา

 

“เค พี่หิวไหม ผมเลี้ยงข้าว” ผมยัดกระดานใส่กระเป๋าสะพายไหล่ใบใหญ่ของผมที่วางอยู่บนผืนหญ้าสีเขียวอ่อน

 

“โห มีน้องเป็นเด็กบ้านรวยนี่ดีจังวะ” เขาแซวผม กอดเข่าเอียงคอมองน่าเอ็นดู หยอกเย้ากระแซะไหล่แคบของเขาเข้ากับแขนของผมเบาๆ

 

ผมไม่วายจะยกมือลูบหัวเขาปรอยๆ ส่งยิ้มคืนกลับไป “มีแฟนเป็นติวเตอร์ก็ดีเหมือนกันนะครับ”

 

“โว้ว~ ซงมินโฮจอมมั่วมาอีกแล้ว ฮะฮะ~”

เขาล้อกลบเกลื่อนใบหน้าของตัวเองที่กำลังระเรื่อสีจากเลือดฝาด เขาเขินอายกับการโผงผางเช่นนี้ของผมเสมอ แล้วรอยยิ้มที่ผมรอก็เปิดเผย รอยยิ้มแสนหวานที่ผมเห็นเป็นพ่ายแพ้ ดวงตาของเขาหายไปแล้ว แก้มเขายกเป็นก้อน ริมฝีปากก็ฉีกกว้างโชว์ฟันซี่เล็กๆ น่ารักให้ผมดู

 

เราไม่มีอาหารร้านโปรด เรามักจะกินอะไรที่อยากกิน หรือมีโปรโมชั่นคู่ วันนี้คงเป็นร้านอาหารเกาหลีพื้นๆ ธรรมดา เมื่อเราตัดสินใจว่าจะขับรถเล่นไปแถวร้านแถบชานเมือง

 

ผมนั่งในตำแหน่งข้างคนขับ มีเพลงเปิดฟังสบาย พี่เขาขับรถไปตามถนนเลียบเมือง ผมกำลังโทรหาดาร่าด้วย วันนี้ว่าจะเข้าไปเอาเงินรายสัปดาห์จากเจ้ที่บาร์

 

“โทรหาใคร?” พี่ซึงยุนถาม

 

“ไม่ต้องหึง โทรหาเจ้ครับ” ผมกวนประสาทเขา

 

เขาส่ายหน้าแสร้งระอา  ส่วนปลายสายของผมเธอก็รับสายพอดี

 

[“ฮัลโหล”] เสียงดาร่ายานคาง เธอคงเพิ่งตื่น งานเธอเป็นงานตอนกลางคืนนี่นา

 

“เจ้ ค่ำๆ ไปเอาตังค์นะครับ”

 

[“อ้าว แล้วนี่มินโฮอยู่ไหนล่ะ เข้ามาที่บ้านเฮียตอนนี้ก็ได้นะจ๊ะ”]

 

“มาหาร้านอาหารอร่อยๆ นอกเมืองกินครับ”

 

“แหนะๆ มีเดตหรอเนี่ย ซึงยุนรู้นายโดนล้อแน่”

 

“เดตอะไรล่ะ ผมอยู่กับพี่ชายผมเนี่ย ฮะฮะ~”

ผมหัวเราะและอวดเธอไป เธอหัวเราะตอบมาแล้วก็พูดทำนองว่าว่าแล้วเชียวชำเลืองมองคนขับก็เห็นว่าเขากำลังอมยิ้มเช่นกัน

 

ในตอนคล้อยบ่ายรถยนต์ของเราจอดสนิทหน้าร้านอาหารที่เงียบเหงา เข้ามาด้านในที่ร้านจัดในสไตล์เก่า ซึงยุนดูจะชอบเขายกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพบรรยากาศรอบๆ เรานั่งมุมหนึ่งติดผนัง บนเบาะนุ่มทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีโต๊ะไม้เตี้ยและใบเมนูกั้นผมและพี่เขาไว้

“สั่งเต็มที่” ผมบอก  

 

“อืมมม ...เอาแบบเป็นเซตดีไหม อยากลองดู” เขายื่นเมนูมาให้ผมช่วยดู ปลายนิ้วแดงๆ จิ้มไปที่อาหารแบบเข้าชุด

 

“โอเค น่ากินดี” ผมพยักหน้างึกงักเห็นด้วย

 

คุณป้าเจ้าของร้านเดินออกมารับรายการสั่งจากเรา โดยมีคุณลุงแฟนของเธอมาเสิร์ฟน้ำเปล่า ผมสั่งเมนูที่เขาเขียนว่ายอดฮิต ส่วนซึงยุนก็ตามที่เขาเกริ่นมา

ไม่นานอาหารก็มาวางเต็มโต๊ะ ผมกับซึงยุนแบ่งกันกินเสียแก้มยุ้ย  ตะเกียบที่คีบส่งกับข้าวป้อนสลับให้กันทำให้ผมมีความสุข เจริญอาหารมากจริงๆ

ผมยังจำอาหารมื้อแรกๆ ที่กินพร้อมกับผู้ชายคนนี้ได้ ซึงยุนยังเหมือนเดิมเมื่อเขาอิ่ม เขาเท้ามือเอนกายไปด้านหลัง อวดพุงน้อยๆ ให้ผมเห็น

“พุงออก” ผมชี้แล้วหัวเราะ

 

“ย่า!! ไม่มีพุงซักหน่อย” ถึงจะถลึงตาทำดุ แต่เขาก็รีบดีดตัวกลับมานั่งตรง 

 

ผมไหวใส่เขาไม่แก้ต่าง เราเช็กบิลก่อนจะกลับออกมาขึ้นรถอีกครั้ง ซึงยุนซื้ออาหารเซตเดียวกับที่เขาสั่งกลับบ้านด้วยสามชุด ผมเข้าใจว่าคงฝากเจ้กับเฮีย และอีกชุดเป็นของเขา

แต่แล้วรถกลับมุ่งหน้าออกไปไม่ได้เข้าเมือง ด้วยความที่ผมพูดน้อยและเอาแต่คิดเองตอนนี้เลยแปลกใจไปหมด ฝนเริ่มตกเป็นเส้นฟุ้ง มันวิ่งลู่ไปกับกระจกรถของเราตามความเร็วที่ซึงยุนเป็นคนกำหนด

ผมหันมองหน้าเขา ไม่ต้องถามให้มากความ เราสบตากันก่อนเขาจะยกยิ้มบางๆ

“พี่คิดถึงแม่กับพ่อน่ะ”

 

ชิบ! ผมตาวาวโต ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ประโยคนั้นบอกเป็นนัยว่าจุดหมายของเราจะเป็นที่ไหน ผมคลี่ยิ้มตาม  หัวใจเต้นแรงทีเดียว

“พาไปจริงดิ”

 

“ใช่ ฮะฮะ~ เย็นนี้มินโฮคงไม่ได้รีบไปไหนใช่ไหม”

 

“ครับ ตื่นเต้นเลยเนี่ย” ผมทาบมือตัวเองกับอกซ้าย

 

“ถ้านายเป็นแฟนพี่ พี่คงจะพูดได้ว่านายเป็นแฟนคนแรกที่พี่จะพาไปเจอครอบครัว”

เขาทำเป็นเล่นหูเล่นตา แหย่ผมอีกแล้ว

 

“ได้พูดงั้นแน่  ไม่นานนักหรอกครับ”

ผมย้อนกลับไป ยักคิ้วหลิ่วตา ยังไงผมก็จะได้เป็นอยู่หรอก รอให้เขาเปิดใจหน่อย

 

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเราก็ถึง บ้านซึงยุนหลังใหญ่มาก พื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา แม้ทางจะลึกไปสักหน่อย ผมเอี้ยวตัวไปหยิบถุงอาหารเซตที่เบาะหลัง ก่อนจะเปิดประตูลงมายืนหน้าแปลงผักสวนครัว

ซึงยุนอ้าแขนข้างหนึ่งรอผมเมื่อเขาลงมาจากประตูอีกฝั่ง ผมเดินเข้าไปให้เขากอดคอเอาไว้ ตอนที่เราหยุดยืนหน้าประตูบ้าน ก่อนที่มือจะเคาะเรียก คนด้านในก็เปิดออกมาต้อนรับ

คุณแม่ของพี่อยู่ในชุดกระโปรงสำหรับคนมีอายุหน่อย เธอทำให้ผมยิ้มทั้งที่ยังไม่เอ่ยปากพูดอะไร ก็เธอกับลูกชายหน้าตาพิมพ์เดียวกันเป๊ะ

 

“หวัดดีจ้ะ ..หนุ่มหล่อนี่ใครล่ะเนี่ย อย่าบอกนะว่าเด็กบ้านซง?”

เธอไล่สายตาแสนอ่อนโยนของเธอมองใบหน้าของผม ก่อนจะวกสายตากลับไปถามซึงยุน

 

พี่ของผมพยักหน้า

 

“ตายๆ หล่อขนาดนี้เชียวนะ” เธอชมไม่ขาดปาก

 

ผมเหลอหลา ก้มหัวโค้งลงเล็กน้อยให้กับเธอ “ส.. สวัสดีครับ ผม ซง มินโฮ” งงที่เธอทักเหมือนรู้จักผมแล้ว

 

“รู้อยู่จ้ะ ... มา เข้ามากันเถอะ พ่อก็รออยู่ ..ละอองฝนจะพากันเป็นหวัดทั้งพี่ทั้งน้องนะ”

เธอตอบเหมือนซึงยุนตอนเจอผมครั้งแรกเลย ซึงยุนน่ารัก ขี้เล่น เหมือนคุณแม่นี่เอง

 

ผมนั่งคุยกับครอบครัวของซึงยุนอยู่พักใหญ่ในห้องรับแขก ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และเพื่อนสนิทที่โยนจักรยานทิ้งหน้าบ้าน วิ่งพรวดเข้ามากลางวง พี่จินอูอะไรนั่นชอบยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ซึงยุนตลอด ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่าผมเป็นใคร อยู่ในฐานะใด  ผมรู้สึกว่าซึงยุนโชคดีมากที่ไม่มีใครทักท้วงหรือขัดขวางเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา พวกเขาเปรยออกมากลายๆ ว่าแล้วแต่ซึงยุนตัดสินใจ

ฉะนั้น ด่านหนักคงเหลือด่านเดียว คือซานดาร่า พี่สาวของผม

 

ผมทิ้งช่วงเวลาที่ยังไม่มาถึงไว้ตรงนั้นในชั้นล่าง ก่อนซึงยุนจะพาผมปลีกตัวขึ้นมาชมห้องนอนของเขา ที่นอนของเขาเป็นสีขาว ตัดกับสีของพื้นปาเก้ไม้ที่เคลือบเงา เราประสานมือกันเดินออกมายังระเบียงชานไม้ที่ยืนออกมาจากห้องนอน  พื้นยังมีน้ำเฉอะแฉะจากสายฝน มองวิวไร่ของเขา ภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่ไม่ใกล้ไกล

 

 “พ้นหน้าฝนพาผมมาอีกนะ วิวตรงนี้สวยมาก ถ้าได้สเกตช์ธรรมชาติบ้างคงดี” ผมชวนคุย

 

เขายกยิ้มทั้งที่สายตาทอดมองไปเบื้องหน้า “มุมโปรดของพี่เลยล่ะ”

 

“ส่วนพี่น่ะคนโปรดของผมนะ”

ผมกระแซะไหล่พี่เขา พูดออกไปอย่างเคอะเขิน คงเพราะความเงียบทำให้เราได้ยินเสียงหัวใจตัวเองตอนนี้ได้ดีมากขึ้น

 

“หึ~ นายนี่นะ หยอดพี่ทั้งวันไม่เบื่อหรือไงห้ะ?”

 

“....”

เราหันมองกันแล้วหัวเราะออกมา ก่อนผมจะดึงเขาให้มาอยู่ในอ้อมแขน ดันหลังของเขาติดราวระเบียง เมื่อระยะห่างถูกปัดตกไป ใบหน้าของเราก็ค่อยๆ เอียงปรับ โน้มเข้าหากัน ก่อนริมฝีปากอิ่มอวบจะโดนผมประกบปากทาบทับ ผมสอดปลายลิ้นเข้าไปคลอเคลียกับปลายลิ้นเล็กแสนขี้อายของเขา เราจูบกันจนเมฆฝนเคลื่อนหายไป แสงแดดรำไรสีทองทอประกายต้องกับผิวหน้าละเอียดลออของพี่ซึงยุน 

 

“อื้มม”  

เสียงหวานครางฮึมฮัมเมื่อผมยอมถอนจูบ ริมฝีปากของพี่ซึงยุนวาววับเพราะน้ำสีใสที่แลกลิ้น ผมใช้นิ้วโป้งปาดเบาๆ ที่มุมปากของเขา เราชนหน้าผากเข้าหา สบสายตาแล้วหลุดยิ้มออกมาด้วยกัน ผมกระชับวงแขนกับรอบเอวของเขาให้แน่นขึ้นอีกครั้ง

 

“เตียงนอนที่นี่มันนุ่มไหมครับพี่” ถามเสียงพร่าไปหมด ถามอยากมีเลศนัย แต่อ้อมค้อมตามนิสัยนั่นแหละ

 

“ประเด็นคือนายไม่มีถุงยาง มินโฮยา พี่ขี้เกียจอาบน้ำใหม่” และซึงยุนก็ยังเป็นคนที่ตรงประเด็นเสมอ

 

ผมหัวเราะร่วน ถึงกับผละใบหน้าขำอย่างเสียอาการ ...ก่อนจะรีบดึงหน้าจริงจัง จ้องตาของเขานิ่งๆ “มี”

 

ซึงยุนร้องโอ๊ะปากจู๋ แก้มใสแดงก่ำ เขาดูตกใจ “ถามจริง? ไม่ใช่ว่าหมดเมื่อเช้า?”

 

“เหลือสองชิ้น ในกระเป๋าตังค์ ..สรุปที่นอนที่นี่นุ่มไหมครับ พี่ซึงยุน” ผมกระดกยิ้มมุมปาก

 

ซึงยุนส่ายหน้า เขาสิ้นท่าอยู่คาอ้อมกอด มือเรียวเลื่อนมาตบโปะๆ ที่ข้างแก้มซ้ายของผม

“ก็คงนิ่มกว่าโต๊ะกินข้าวที่บ้านนายแหละมินโฮ”

 

เยี่ยม ผมเลยช้อนอุ้มพี่ซึงยุนมาวางลงบนที่นอน ช่วยกันเปลือยเปล่าร่างกายให้ต้องกับแสงอาทิตย์ยามเย็น ให้จังหวะกระแทกกระทั้นเข้าหาตัวเขาเคล้าไปกับสายลมที่พัดชายผ้าม่านสีขาวนวล ร่างกายของคนที่ผมโถมทับเคลิบเคลิ้ม เขาตาปรือไปกับการสอดใส่เนิบนาบที่ผมตั้งใจมอบให้ เรียวขายาวเกาะเกี่ยวอยู่ที่สะโพกของผม ผ้าปูที่นอนเริ่มจะยับย่น

 

“อ้า~ มินโฮยา..”

 

“ซึงยุนนา~”

ผมเรียกหาเขาอย่างหลงใหลเช่นกัน ทั้งที่เขาจะอยู่ใต้อาณัติผมต่อไปจนกว่าผมจะเสร็จ ป้อนจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กับพี่ชาย เพื่อปิดเสียงครางห้าวของตนเอง

 

#เบาหน่อยมินโฮ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #49 Plhrmn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:52
    แงน่ารักกกกกกกกกกก
    #49
    0
  2. #42 tnk_ikn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:56
    อหหหหห ร้ายทั้งพี่ทั้งน้อง แล้วบนโต๊ะกินข้าวเลยนะ><
    #42
    0
  3. #40 Yooonnyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 20:36

    เขินนนนนน

    #40
    0
  4. #39 fairytaily8n (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:49
    เขินมากกกฮืออออ น่ารักที่สุดพี่น้องคู่นี้ (พี่น้องท้องชนกัน) ขออีกค่ะไรท์ๆๆๆๆมาอี๊กกก😂
    #39
    0
  5. #38 Minyoon lovely (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 14:29

    เขินนน ยิ้มแก้มจะแตกแล้วค่ะ ชอบบบบบบ อิจฉาซงมินโฮที่มีพี่ซึงยูนเป็นของตัวเอง ที่จริงก็อิจฉาความน่ารักของทั้งคู่เลย สารภาพบาปว่าแรกๆอ่านไปก็กังวลไปกับช่องว่างระหว่างวัย แบบมินโฮยังเด็กมาก มีบ้างแหละอารมณ์ที่จะชอบคนโตกว่า รู้สึกถึงความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ แต่ๆๆๆพอลองปล่อยใจอินไปกับตัวละครอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบัน อะมันได้ มินโฮโครตมั่นคงต่อซึงยูน ไหนจะคนรอบข้างที่เข้าใจด้วยอีก มันดีออออ

    #38
    0