Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 7 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    11 ก.ย. 62

 

#เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่7

 MINHO'S  PART

 

 

 

แสงสว่างวาบเกิดขึ้นช่วงหนึ่งก่อนจะลดลง มันฉายเข้ามากระตุ้นโสตประสาทรับรู้เหมือนอยากจะแกล้งปลุก เปลือกตาหนักอึ้งที่ปิดสนิทกระตุก พยายามจะเปิดมองสิ่งเร้าที่เกิดขึ้นในยามดึก มีเสียงระหว่างบุคคลพูดคุยกันแต่ยังจับใจความไม่ได้เพราะงัวเงียจัด

 

“...ดาร่าเธอคงไม่กลับ เฮียนอนกับไอ้มินโฮมันก็ได้นะ แกเป็นแขกไม่ต้องเกรงใจ”

 

จนสุดท้ายก็หาได้ว่าใครพูดคุย  ผมหยีตามองไปที่จุดแสงลอด มองผ่านชั้นหนังสือคั่นกลางห้องที่ด้านหลังเป็นช่องโปร่ง เงาดำมือปรากฏทรวดทรงเว้าคอด เขาสวมเสื้อยืดพอดีสัดส่วนบวกกับกางเกงขาสั้นที่ชอบใส่นอน เรียวขาสวยคุ้นตา เขามีผ้าขนหนูพาดไว้รอบต้นคอ  คงอาบน้ำเรียบร้อยในขณะที่ผมหลับเป็นตาย

 

“ไม่ได้เกรงใจ” เขาว่าอย่างนั้นพร้อมหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ยังคงพูดด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมาเสมอ “ผมนอนนี่เอง ให้ตายเถอะ เฮียนอนกับน้องมันครั้งสุดท้ายตอนไหน ประถมได้มั้ง เดี๋ยวมันก็ไล่เฮียหรอก”

 

“ไอ้เด็กนี่ ฉันก็สนิทกับน้องมันน่า ..แค่อาจ..เอ่อ..อาจจะแปลกไปหน่อยถ้าให้มานอนด้วยตอนมันโตขนาดนี้” คนอีกฟากตอบกลับ

 

“นั่นไง ไปนอนเถอะ จะเช้าอยู่แล้วเนี่ย ผมง่วง”

 

“เออ ๆ ก็ได้ เฮียก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกันว่ะ”

เฮียหาวนอนเสียงดังไม่อาย เขาชอบทำตัวสบาย ๆ เหมือนอาแปะ  ก่อนที่แสงจากด้านนอกจะค่อย ๆ คืบคลานหายไปเมื่อซึงยุนผลักปิดประตูเชื่องช้าให้เสียงลงกลอนนั้นแผ่วเบาที่สุด

ผมยังตะแคงม้วนอยู่ในผ้าห่ม มองเขาเดินกลับมาหาในความมืดที่มีเพียงแค่ผมจะมองเห็นเค้าร่างของเขาได้ เขาทิ้งก้นลงบนที่นอนในพื้นที่ว่างที่เหลือน้อยนิด เอาโทรศัพท์ในมือชาร์ตไฟกับปลั๊กเหนือโต๊ะอเนกประสงค์หัวเตียงก๊อกแก๊กอย่างคนคลำทาง 

 

“เห้อ~ ไม่ไหวเลย ไม่ไหวเลย” ซึงยุนพึมพำส่ายหัว หาวนอนวอดใหญ่ เขาไม่สามารถเสียบชาร์ตได้สำเร็จ วางมันกระแทกอย่างแรงบนโต๊ะ

น่ารัก.. อดจะอมยิ้มไม่ได้เวลาเห็นเขางุ่นง่าน กลิ่นลมหายใจของเขาเจือกลิ่นยาสีฟันของผมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์น้อย ๆ เขาไปสังสรรค์ที่บาร์ของดาร่ากับกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ คงจะดื่มหนัก สนุกมาพอสมควร

 

ผมแสร้งหลับตาลงเมื่อเขาหันมามองที่ใบหน้าของผม เสี้ยววินาทีที่หัวใจของผมกระหน่ำเต้นตึกตัก คือจังหวะที่ปรอยเส้นผมชื้นน้ำของเขาลดระดับมาระรานโดนผิวหน้าผาก และริมฝีปากนิ่มหยุ่นก็บรรจงแตะลงข้างมุมปากผมด้วยความละมุนละม่อม

อ่า น่าเสียดาย ผมควรจะนอนหงาย จูบของเราจะได้เต็มจูบ

มันไม่ใช่ว่าบ่อยครั้งที่พี่เขาจะกลายเป็นโจนปล้นจูบนี่นา เสียดายจริงๆ

 

“มินโฮ มินโฮขยับไปหน่อยสิ จะนอนด้วย” ซึงยุนพูดขึ้นหลังถอนจูบกลับไป มือเย็นเฉียบเขย่าแขนผมและพยายามดันให้ถอย

 

ผมทำเป็นเพิ่งรู้สึกตัว ม้วนกลิ้งถอยให้ เท้าศอกทั้งสองข้างยันตัวครึ่งหนึ่งกับที่นอน พยายามทำให้สมบทบาทด้วยการเอียงคอสงสัยว่าเขาเข้ามาตอนไหน แต่เขาคงไม่ไหวอย่างปากว่า ไม่มีการอธิบายใด มีเพียงการทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ แทรกเข้ามาในผ้าห่ม กอดก่ายดึงร่างของผมให้นอนราบตามกันเท่านั้น

เขากอดรอบเอวผมเอาไว้หละหลวม อันที่จริงเรียกว่าพี่เขาหาที่พาดแขนเฉย ๆ ยังได้ ผมเองพลิกตะแคงตัวเข้าหาเขา พาดแขนยืดยาวไปที่แอ่งเอวเว้าเหนือสะโพกของเขาเช่นกัน

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

เช้าวันใหม่ ผมเปลือยท่อนบนออกมาจากห้องแต่งตัว ในมือหิ้วคอเสื้อเชิ้ตนักเรียนติดมาด้วย เดินผ่านส่วนของห้องนอนที่มีพี่ชายขี้เมาขดเป็นก้อนอยู่บนนั้น แหวกม่านระเบียงของห้องว่างที่ใช้นั่งเล่น เงยมองผืนฟ้าสีเทาส่งเสียงคำราม ฝนตั้งเค้าอีกแล้ว นี่แหละสาเหตุที่บ้านใหม่ไม่มีปาร์ตี้ในสวนหลังบ้านได้สักที แผนของดาร่าถูกพับเก็บจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้อยอำนวยให้ทำสิ่งใดนอกบ้านในช่วงเช้าและเย็น สำหรับผมมันไม่เป็นปัญหาหรอก ผมไม่ชอบปาร์ตี้ของดาร่าเท่าไหร่นัก เพื่อนเธอน่ะเยอะเสียเหลือเกิน

 

เดินกลับมาหวังจะไปแต่งตัวในห้องแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่พี่ซึงยุนตื่นแล้ว ตาตุ่ยนิดหน่อยคงเพราะนอนน้อยไป เขาดึงผ้าห่มของผมคลุมทับช่วงหน้าอก แขนนวลอมชมพูอยู่ด้านนอกทั้งสองข้าง คิ้วสวยยักยกทักทาย

“นายเดินไปเปิดม่านห้องนู้น”

 

ผมพยักหน้าอยู่ปลายเท้าเขานี่เอง และเริ่มใส่เสื้อเชิ้ตจากแขนทีละข้างโดยไม่พูดอะไร

 

“เพื่อ?”

เขาหัวเราะเยาะเคล้าไปกับคำถาม แก้มก้อนกลมที่อ้วนขึ้นจากการฉีกยิ้มมันระเรือสีจากริ้วเลือดฝาด เขารู้ รู้ว่าทำไมผมต้องเดินเลยไปเปิดม่านของห้องอีกส่วน ทั้งที่เดินมาเปิดม่านข้างเตียงก็ย่นระยะได้ประมาณหนึ่ง

 

“ไม่ต้องไปส่งโรงเรียนก็ได้ นอนไปไม่กี่ชั่วโมงเองครับ” แต่แทนที่จะตอบเอาใจว่าเป็นห่วง กลัวแสงสว่างด้านนอกจะรบกวนการนอนหลับ ผมกลับตอบอ้อมค้อมตามนิสัย

เขาส่ายหัวเนืองๆ ลุกนั่งยีทรงผมตัวเองจนชี้ฟู ..น่ารักจริงๆ นะเขาน่ะ ผมมือค้างอยู่กับกระดุมเม็ดที่สองที่กำลังกลัด ส่งยิ้มกว้างให้กับการขยับร่างกายของเขา และการหยุดมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียด้วย

 

“เห้อ มินโฮของฉัน”

ของเขา ผมเป็นของเขา  รู้สึกดีเป็นบ้า    

 

“อ..อะไร”

ถามกลับหวนถ้วนดึงมาดสักหน่อย แม้ว่าตอนนี้ผมอาจจะคล้ายหมาที่ลิ้นห้อยแฮ่ก ๆ  นัยต์ตาเป็นรูปหัวใจเวลามองเขา

 

“นี่ถ้าไม่รู้สึกตัว นายคงปล่อยพี่นอนยาวเลยใช่ไหม”

 

“....”

แน่นอนสิ เขารู้ทั้งหมดในความคิดของผม ผมเพยิกหน้าแทนการเปิดปากตอบ และเริ่มติดกระดุมต่อ สายตาเหลือบมองร่องกระดุมสลับกับใบหน้าอิ่มสวยของเขาอยู่ตลอด รอดูว่าพี่ซึงยุนจะทิ้งหัวลงนอน หรือลุกไปเข้าห้องน้ำ

 

“มานี่สิ เดี๋ยวช่วย”  ทันใดนั้นเขากวักมือ

 

อีกนิดเดียว คัง ซึงยุน จะกลายเป็นฆาตกรฆ่าผม เพราะเขาทำหัวใจของผมเต้นผิดรวนจวนจะพาล้มทั้งยืนอยู่แล้ว ผมหยัดยิ้มมุมปากอย่างพึงใจปรารถนาที่เขาจะช่วย เดินไปหาเขาใกล้ๆ ที่ข้างเตียง และปล่อยให้เขายืนเข่าบนนั้น ติดกระดุมให้ผม  ถึงจะเขินจนหูร้อนตัวอุ่น แต่ชอบเวลาเขาออกนอกแผนที่เรามักจะทำให้กันเฉพาะในวันเสาร์เท่านั้นใจแทบขาด

 

“อะ เสร็จแล้ว”

เขาพูดตอนมือซ้ายของเขาจับชายเสื้อด้านหนึ่ง มือขวาจับอีกข้าง กำลังจะใส่กระดุมรังสุดท้ายให้ผม ดวงตาสีอ่อนช้อนมองใบหน้าของผมด้วยความขี้เล่น อ๋า ~ นี่เขาตั้งใจจะแกล้งทำให้ผมเคอะเขินต่อหน้าเขานี่เอง

 

ได้ดิ! ผมจะทำกลับบ้าง เขากล้าดียังไง

ผมจับข้อมือผอมไว้ตอนที่เขาจะละออก จ้องลึกในดวงตาซุกซนของเขาแล้วแสยะยิ้มที่คิดว่าร้ายกาจใส่

 

“อะไรอีก” ซึงยุนเสียงอ่อน

 

“ยังไม่เสร็จ พี่ต้องยัดชายเสื้อเข้าในกางเกงด้วยครับ”

 

“....”

พี่เขาอ้าปากหวอ ชะงัดศีรษะถอยไปด้านหลังเล็กน้อย ดวงตาที่ซุกซนวาวโต เขาส่ายหน้ายอมแพ้เมื่อรู้ว่าผมจะไม่ยอมปล่อยไปแน่หากไม่ทำ พี่ซึงยุนค่อย ๆ สอดมือเรียวสวยดันชายผ้าเข้าไปในกางเกงของผม ครั้งแรกที่ล้วงเข้ามา เขาเริ่มจากด้านหน้าตรงส่วนของเป้ากางเกง เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้ปลายนิ้วเล็ก ๆ โดนแท่งสงวน..

 

“อะ..ฮะ~ พี่ครับ”

แต่ก็เฉียดและรูดขึ้นมาตามท่อนความยาวจนได้ ผมง้อตัวนิดหน่อยเพราะไม่ได้เตรียมตั้งรับ  ถลึงตาปรามการกระทำที่ค่อนข้างวาบหวิว เม้มปากแน่นกับความรู้สึกเสียววูบในช่องท้อง พี่เขาหัวเราะคิกคัก โดยไม่รีรอที่จะยัดฝ่ามือเข้าออกอีกหลายหน

 

สรุปนี่ผมแกล้งเขากลับสำเร็จไหมนะ ?

 

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

 

วันศุกร์ ^^

 

[แม่พี่ฝากเพื่อนเอากิมจิ น้ำต๊อก แล้วก็พวกผักสลัดกับผัดสวนครัวมาให้อีกแล้ว เดี๋ยวเย็นนี้เราทำกับข้าวกินกันดีกว่า นี่มินโฮจะกินข้าวรึยัง?]

 

“เยี่ยมเลย เอ่อ ผมกำลังจะกินล่ะครับ เจอกันตอนเรียนพิเศษนะ”

เขาตอบตกลงง่ายดาย แล้วสายก็ตัดไป ทิ้งไว้เพียงจังหวะหัวใจของผมที่เต้นแรง ผมไม่รู้ว่าอีกนานไหมกว่าเราจะทำให้ทุกวันกลายเป็นอย่างวันเสาร์ได้ กว่าสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเราจะผันเปลี่ยนเป็นมากกว่าพี่และน้องชาย พี่ซึงยูนยังยืนยันที่จะทุ่มเทเวลาให้ครอบครัว การงาน เพื่อนฝูง และพักหัวใจตัวเอง ผมก็ยังยืนยันกับเขาว่าผมไม่ได้เร่งรัด สามารถรอเขาได้

และไม่สน ว่าสุดท้ายผมจะเป็นคนที่เขาเลือกแบบที่ใจต้องการหรือไม่

 

“เฮ้!! แชยอง ลิซ่า จีซูยา~ มานั่งด้วยกันสิ”

จีวอนโบกมือเรียกพวกสาว ๆ กลุ่มแชยอง  นั่นทำให้รอยยิ้มของผมหุบลง

“จีซูนี่แม่ง เธอโคตรสวยเลยว่าไหม”

ก่อนมันจะพูดอะไรที่ผมคิดว่าไม่ควรพูดออกมา

 

มันก้มตักข้าวเข้าปากด้วยอารมณ์ค่อนไปทางสุนทรี เดี๋ยวอีกสักพักพวกนางฟ้าห้องต้นก็จะมานั่งกินข้าวกลางวันกับเราเหมือนที่ช่วงนี้เกิดขึ้นบ่อย  

ผมสนใจมันน้อยกว่าน้องชายแฝดของมัน ฮันบินมีใบหน้าเรียบเฉย รอบตัวมันเหมือนมีควันสีม่วงแผ่กระจายอย่างในการ์นตูนอะนิเมชั่นของญี่ปุ่นที่แทนสภาวะขุ่นหมองและโกรธ ในคราวเดียวกันยังรับรู้ได้ถึงความน้อยใจ

มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แฝดสองคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด พวกเขามีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น แต่แปลกตาสำหรับผมไม่น้อย ที่แววตาของฮันบินแสดงออกถึงความก้าวร้าวได้มากขนาดนั้น ฮันบินเป็นฝ่ายโดนหวงมาตลอด ใครใกล้ไม่เว้นแม้แต่ผม พี่ชายมันจะขู่ฟ่อเหมือนหมาไม่ต่าง

หากแต่สัปดาห์นี้เป็นฮันบินที่เริ่มมีอาการ ไม่มองหน้าผมและจีวอนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ปกติจะชวนคุย นี่เงียบเชียบจนผมแอบหวั่น ๆ ถ้ามันไม่พอใจแล้วขว้างอะไรใส่จีวอนผมคงสบายใจกว่ามาก

 

“น้ำเย็น ๆ ไหม” ผมถามฮันบิน ตอนสบตากับดวงตาคู่ดุที่เงยมองกลับมา ผมรับรู้ได้ถึงความชื้นข้างขมับของตนเอง เหงื่อผมแตกพลั่ก

 

“ไปซื้อด้วยกัน”

ฮันบินลุกในขณะที่พวกผู้หญิงนั่งลงจับจองพื้นที่ว่างในโต๊ะต่อกับเราสามคน จีซู เธอนั่งในแถวเดียวกันกับผมและจีวอน เธอก็ดูจะชอบเล่น พูดคุยกับจีวอนอยู่เหมือนกัน

 

ผมกลืนน้ำเอื๊อก ตอนจีวอนเงยหน้ามาพูดส่ง ๆ กับแฝดคนน้องว่าซื้อน้ำมาฝากด้วย ผมกลัวว่าจานข้าวจะปลิวไปกระแทกหน้ามัน  ...แต่นั่นแหละ ฮันบินเปลี่ยนไป มันแน่นิ่งกับทุกการกระทำและคำพูดของพี่แฝด

 

ฮันบินดึงแขนเสื้อสูทผมก่อนจะออกเดินนำละลิ่ว  ผมเดินตามงก ๆ จนถึงตู้กดน้ำ ควานหาเหรียญในกระเป๋ากางเกงให้ฮันบินที่แบมือขอไม่พูดไม่จา ให้ผมเป็นคนเดียวในกลุ่มที่พูดน้อยไม่ได้หรือไงกันนะ

เอียงพิงร่างเข้ากับข้างตู้น้ำสังเกตสังการเพื่อน ตากับหางคิ้วลู่ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าฮันบินก็แอบจะซึมเสากับการที่จีวอนปันสายตามองผู้หญิงอื่น ทิ้งขว้างความรู้สึกของมัน ไม่ใช่มีเพียงแต่อารมณ์ที่คุกรุ่นอย่างเดียวเท่านั้น

ขวดน้ำทยอยกลิ้งออกมาทีละขวด ผมถือให้สองขวด ฮันบินถือของตัวเอง เราสบตากันอย่างตั้งใจ สายตาแบบที่ผมไม่ค่อยชื่นชอบถูกส่งมาอีกครั้ง

 

“คืนนี้ขอไปค้างที่บ้านนะ กูไม่อยากคุยกับมัน”

 

“ห้ะ!

เดี๋ยวสิ!! ผมช็อกตาแตก ความคิดที่คิดอยากปลอบกระจายแตกไปกับอากาศครึ้ม มันทิ้งทวนไว้เท่านั้นก่อนเดินจากไปดื้อ ๆ การไม่รอคำตอบของฮันบินบอกเป็นนัยอยู่แล้วว่าห้ามปฏิเสธ ผมหัวเสียน้อย ๆ มึนงงไปชั่วขณะ ไม่ใช่ไม่อยากแบ่งเบาความไม่สบายใจของเพื่อนสนิท แต่มันคือคืนวันศุกร์ที่ต่อด้วยชั่วโมงแรกของเช้าวันเสาร์ วันเสาร์ของผมกับพี่ซึงยุนเชียวนะ

 

เห้อ~ กลุ้มใจ ผมอยากแหกปากว้าก คิม จีวอน จริง ๆ

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

 

 “ตอนเรามีปัญหาฮันบินยื่นมือเข้ามาช่วยเต็มที จัดการเรียบร้อย นายอย่าทำหน้าง้อใส่เขา เพราะนายจะดูงี่เง่า ใจแคบ แล้วก็เด็ก มินโฮยา นายเป็นเด็กจิตใจดีจะตายนี่นา หื้ม?”

 

“ไม่  พี่เข้าใจผมผิดนะ” ผมโต้กลับตอนดึงเข็มขัดนิรภัยรัดตัวเอง “ผมไม่ค่อยพอใจจีวอนน่ะ”

 

“อ้าวเหรอ” พี่เขาก็ง่วนอยู่กับการสตาร์ทรถ ปรับช่องของแอร์ให้โดนผม “ทำไมล่ะ สรุปแล้วแฝดเขาทะเลาะอะไรกัน”

 

ผมถอนหายใจเห้อใหญ่ก่อนเล่า

“จีวอนดูท่าอยากจะจีบจีซูครับ เธอเป็นเพื่อนกับแชยอง แต่มันไม่แคร์ความรู้สึกฮันบินเท่าไหร่เวลามีเธอ ฮันบินไม่มีสิทธิ์ห้ามจีวอนเรื่องนี้เลย แต่จีวอนห้ามมันมีแฟนมาตลอด แล้วนี่ก็ทำตัวเงอะงะ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ฮันบินอาการออกขนาดนั้น ดูดิ”

พี่ซึงยุนพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อสายตาของเรามองทะลุกระจกหน้ารถไปยังจุดเดียวกัน ฮันบินยืนซื้อฮอตด็อกชุปเกล็ดขนมปังทอดอยู่ร้านแฟรนไชส์ย่อม ๆ ร้านหนึ่งหน้าตลาด มีจีวอนยืนประกบเยื้องหลัง โดยที่ทั้งคู่ไม่พูดกันสักคำ 

“อ่าแย่เนอะ ..แล้วสรุปจะไปอะพาร์ตเมนต์หมดเลยใช่ไหมเนี่ย ?”  พี่เขาละสายตาจากฮันบิน หันมองหน้าผม

 

“อืม” ตอบอ้อมแอ้ม ใจก็เกรงใจพี่เขาด้วย ไอ้จีวอนที่รู้ว่าฮันบินจะไปมันขอไปด้วย ผมจะห้ามก็กะไรอยู่

 

“ถ้าเป็นจีวอน.. พี่ว่าฮันบินมีสิทธิ์จะพูดว่าไม่พอใจเต็มที่เลยนะ คิดว่าจีวอนจะยอมให้ด้วย แต่ติดที่ว่า..”

 

พี่เขาเงียบไปชั่วอึดใจ ผมยิ้มเหือดแห้ง แล้วเราก็พูด ...

มันไม่พูด/ฮันบินไม่พูด

ต่างพูดด้วยความพร้อมเพียง ด้วยความคิดเดียวกันเป๊ะ มันเป็นเพราะฮันบินไม่ยอมเผยความรู้สึกตัน ๆ ของมันออกมาผ่านปากช่างเจรจาบ้างเลย

 

“เป็นท้อเลยครับผมน่ะ” ผมยักไหล่ ว่าต่อกวน ๆ

 

“ฮะฮะ~ เอาน่าๆ ..อีกอย่างนะ” พี่เขากำลังจะแสดงความคิดเห็นต่อไปเช่นกัน ปลายเล็บสีชมพูอ่อนที่เกาะอยู่กับพวงมาลัยรถยนต์เคาะไล่ไปตามลำดับนิ้ว “นายคิดว่าจีวอนไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าน้องชายตัวเองที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กยันโตโกรธอยู่?”

 

“มันไม่ค่อยรู้อะไร?” ผมตอบในมุมของผมที่แม้ไม่ได้เกิดพร้อมพวกมันแต่ก็อยู่ด้วยกันมาหลายปี

 

“ไม่รู้สินะ พี่ว่าเขารู้นะ หรือเขาอาจตั้งใจเลยก็ได้”

 

“ตั้งใจคุยกับจีซูน่ะเหรอครับ เพื่อ? มีแต่จะพาฮันบินยัวะ”

 

“นั่นแหละ ก็แค่อยากรู้ว่าจะ ยัวะ บ้างหรือเปล่าไง”

 

ผมยกมือเกาหัวแกร่ก ๆ คงคิ้วผูกเป็นโบว์ ซึงยุนถึงหัวเราะร่าใส่ ส่งมือมายีทรงผมสั้นของผมอย่างเอ็นดู  ดูซับซ้อน ผมไม่รู้ว่าพี่ซึงยุนมองในมุมผู้ใหญ่กว่าแล้วเห็นสิ่งใดระหว่างเพื่อนของผมทั้งสองคนกันแน่ 

 

แต่ก็ไม่ได้มีเวลาถามยืดเยื้อ ฮันบินและจีวอนเดินตามกันกลับมาขึ้นรถในเวลาไม่นานนัก เราก็ตีรถกลับจากตลาดทันที จากที่อยากจะใช้ห้องครัวที่บ้าน ผมเลือกที่จะเปลี่ยนแผนมาเป็นห้องครัวของอะพาร์ตเมนต์ อย่างน้อย ๆ ถ้าเป็นที่พักของซึงยุน แฝดอาจจะเกรงใจไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวในเวลากลางคืนของเรา

นี่เป็นแผนของผม โดยที่ซึงยุนก็ตามใจไม่ขัด

 

เราจัดโต๊ะกินข้าวพร้อมกันช่วงหัวค่ำ ซึงยุนเป็นพ่อครัวคัง ปรุงอาหารรสเลิศให้ทานกันอิ่มแปล้  เราทั้งสี่คนช่วยกันล้างจานและเก็บทำความสะอาดโต๊ะอาหาร ก่อนจะออกมานอนเอกเขนกดูโทรทัศน์ในห้องโทรทัศน์ด้วยกัน 

 

ผมกับเจ้าของบ้านครองโซฟา ซึงยุนเอนตัวนอนหนุนตักของผม เมื่อเขาขยับได้ที ผมก็วางแขนข้างหนึ่งพาดกอดช่วงหน้าอกของเขาเอาไว้ และแอบมองหน้าจอมือถือที่ถูกชูเหนือใบหน้าของเขา

“แชทกับใคร”

 

“กรุ๊ปที่โรงเรียนสอนพิเศษไง เดี๋ยวอีกพักพี่เข้าไปทำงานในห้องนะ”

 

“อ๋อครับ ผมจะอยู่กับเพื่อนก่อนนะ”

จบประโยค ดวงตาเรียวรีเหลือบขึ้นมองผม ริมฝีปากอิ่มเม้มน้อย ๆ ดูอยากพูดแต่เขาขาดความมั่นใจ ผมส่งปลายนิ้วจากมือข้างที่วางบนอก ไล้เกลี่ยที่ปลายคางของเขา

“อะไรครับ” ผมถามเบา ๆ

 

“แล้ว...” เสียงของเขาหายไปหลังจากนี้ มีเพียงปากที่ขยับเน้นช้าถามเป็นคำ นอน’ ‘ห้อง พี่ ใช่ไหม

 

กริยานั้นชวนเอาหัวใจผมสูบฉีดเลือดเป็นจังหวะหนัก หยัดยิ้มมุมปากอย่างยากจะเก็บซ่อนอาการไว้ ถ้าอยู่กันสองคนผมคงจะก้มจูบปากของเขาให้ช้ำก่อนที่เขาจะพูดมันจบด้วยซ้ำ

 

“แน่นอน” ผมตอบ

 

“....”

พี่ซึงยุนเพียงยิ้มหวาน แก้มขาวนวลเนียนแดงเปล่งปลั่ง ผมนั่งมองหน้าเขาได้พักใหญ่ก่อนที่เขาจะขอตัวเดินหายเข้าไปเคลียร์งานในห้องนอน

 

สถานการณ์ในห้องทีวีก็ดูตึง ๆ หย่อน ๆ ชอบกล แฝดสองคนอยู่บนพื้นพรม ยังไม่มีการปะทะคารม คงเพราะจีวอนยอมนอนห่างจากฮันบินหนึ่งช่วงของโต๊ะกระจกกั้น และซีรี่ย์เรื่องดังก็กำลังเข้มข้น

 

 

ผมผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีคือฮันบินลุกมานั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้ว

“มินโฮ ตื่นเถอะไปนอนกัน” มันงัวเงียขยี้เปลือกตา

 

“กูไม่ได้นอนด้วยนะฮันบิน” ผมเองก็ลุกนั่งบนโซฟา ขยี้ตาปรอย ๆ ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เหลือบมองเวลาจากนาฬิกาเรือนติดผนัง ผมว่าถึงเวลาที่จะระเริงไปกับการบอกความรู้สึกของผมให้ซึงยุนได้ฟังแล้ว “จะตีหนึ่งแล้ว” บอกเพื่อนไปก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มไป

 

“ไม่ได้ กูไม่นอนกับมัน!

ฮันบินคล้ายออกคำสั่งเอาแต่ใจ มันหงุดหงิดงุ่นง่านเสียเต็มประดา ผมถึงกับสูดหายใจเข้าลึก เสสายตามองจีวอนนอนอ้าปากหวอ อยากจะปลุกมันขึ้นมาให้ช่วยพูดกับน้องชายหรือตีกันสักป้าบ บรรเทาความรุ่มร้อนในใจ  ในพริบตาเดียวกันปลายเท้าของฮันบินก็ลอดผ่านใต้โต๊ะ ถีบเขาที่ต้นแขนปลุกพี่ชายของมันอย่างไม่ออมแรง

 

“โอ๊ย!! ไอ้เด็กเวร เจ็บนะเว่ย” จีวอนลุกยืนพรวด ฮึดฮัดใหญ่ มือมันจับที่หัวไหล่ดูเจ็บจริงๆ

 

ฮันบินก็ลุกยืน ใบหน้าหวานจากที่นิ่งมาทั้งวันตอนนี้มู่ทู่ มันเลิกคิ้วเดาะดิ้นกับกระพุ้งแก้มดังเปาะ ผมเป็นคนกลางที่นั่งหัวโดอยู่ก็จริงแต่ก็คงไม่ต่างจากอากาศเท่าไหร่

ปะทะแน่ ผมว่างานนี้มีทุบกันบ้างล่ะ 

 

“มึงเป็นไร!! ทั้งวันละ ไรนักหนา แล้วกูเป็นพี่มึงนะ ถีบแบบนี้เลยอ๋อ”

จีวอนขึ้นเสียง คำพูดของซึงยุนบนรถเมื่อเย็นลอยเข้ามาในหัวของผม มันรู้ มันรู้ว่าฮันบินโกรธนี่หว่า แล้วทำไมถึงตีมึน

 

“เออ กูถีบได้มากกว่านี้ด้วยอยากเจอปะล่ะ เป็นไรก็เรื่องของกู กลับไปได้แล้ว กูยอมมึงมามากแล้วนะจีวอน!!” ฮันบินชี้หน้าเถียงฉอด ๆ

 

“เห้ย พอเหอะน่าๆ ”

ผมยังคงนั่ง กางแขนดันพวกมันให้ออกห่างกันหน่อย ห้ามเป็นพอพิธีเท่านั้น ใจอยากให้พวกมันตีกันเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันจะง่ายขึ้นหลังใครสักคนบาดเจ็บหรือยอมอ่อนแอให้เห็น

 

แต่แล้วเสียงประตูก็ดังขึ้น ผมหันกลับไปมองทางด้านหลังโซฟา พบว่าซึงยุนกำลังเดินดุ่มมาทางนี้พร้อมกับแก้วน้ำชาสีขาวขุ่น เขาเหมือนสะกดให้เราสามคนสงบลงชั่วขณะหนึ่ง เขาหยุดยืนอยู่ที่ด้านหลังของผม

 

“เอาล่ะ” คนโตที่สุดเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง บรรยากาศเปลี่ยนไปเหมือนว่าโดนดุแต่ก็เปล่า มันทรงพลังเพราะมาพร้อมกับวุฒิภาวะที่มากกว่าพวกผมสามคน “นายจะไม่นอนกับพี่ชายนายใช่ไหม ฮันบิน”

ฮันบินโดนถามคนแรก มันพยักหน้าให้เขา

 

“งั้นจีวอนไปนอนห้องพี่” เขาหันไปพูดกับจีวอน

 

“เอ้า” ผมเองที่ออกเสียง เหลียวคอเงยมองเขาอย่างุนงง

 

“ส่วนนายไปนอนเป็นเพื่อนฮันบินมินโฮ ..แยกได้” 

 

แล้วซึงยุนก็เดินไปที่ห้องครัวโดนปล่อยให้ผมทั้งสามคนค้างอยู่กับที่ พวกเราเริ่มลังเล และผมก็คงไม่ยอมแน่ถ้าจีวอนจะนอนกับซึงยุนคืนนี้

 

อ่า วุ่นวายชิบหายเลยเอาจริง ๆ

 

ผมเม้มปาก ช่างใจที่จะพูด พร้อมลมหายใจที่ถ่ายถอนอย่างหน่าย ส่วนหนึ่งเพราะว่า ฮันบิน จีวอน เคยช่วยเหลือเรื่องใหญ่เอาไว้ การจะบอกว่าไม่ยอมตกลงตามเงื่อนไขเพราะหวงซึงยุนมากไปเป็นเรื่องที่พูดยาก

 

“อ้าว ยืนนิ่งกันทำไมล่ะ มาสิจีวอน นอนกับพี่” ซึงยุนเป็นคนเปลี่ยนจุดนำสายตาของเรา ให้มองกับไปที่เขาหน้าบาร์เครื่องดื่มอีกครั้ง

 

“มันชอบรุ่มร่าม พี่นอนกับมันไม่ได้หรอก” ฮันบินโพลงออกมา สีหน้าเกรี้ยวกราดไม่แสดงต่อพี่ชายของผม

 

“แล้วทำไงอะ” ซึงยุนถาม เขาหย่อนก้นนั่งลงหมิ่นเหม่ที่เก้าอี้ขายาวของบาร์

 

“ผมนอนกับพี่เอง” หมายถึงมันเองจะนอนกับซึงยุน

 

ไม่ทันขาดคำดี ผมรวบรวมความเห็นแก่ตัว ลุกขึ้นยืนระหว่างกลางพี่น้องแฝด พูดออกไปบ้าง “แต่วันนี้วันเสาร์”

 

แล้วทุกสายตาก็จ้องมา ผมหน้าหงอย ยิ้มเจื่อน ผมรู้สึกไม่ดีกับเพื่อน ๆ  แต่วันเสาร์ก็มีแค่อาทิตย์ละวันเอง

 

“เออ” จีวอนเหมือนเพิ่งนึกออก

 

ผมมองหน้าฮันบิน มันก็เหมือนเพิ่งนึกได้เหมือนกันว่าวันนี้มันวันของผม

 

“ขอโทษ...โทษทีนะครับ” เป็นฮันบินพูดกับผม ด้วยสีหน้าค่อนไปทางตื่นและสลดลง ไม่ลืมหันไปบอกกับซึงยุนด้วย

 

ซึงยุนส่ายหน้ายิ้มๆ เป็นการบอกโดยนัยว่านั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา “งั้นสรุปพวกนายจะนอนด้วยกันได้หรือยัง ห้ามนอนข้างนอกนี่ เพราะตอนดึกกว่านี้มันจะหนาวกว่านี้แน่ ฝนตกหนักแล้วด้วย พี่คงให้ใครกลับไม่ได้”

 

ซึงยุนพูดดักทางไว้หมด ผมยิ้มออกเมื่อฮันบินยอมใจอ่อน ถึงจะไม่มีการชวนให้พี่ชายนอนด้วยกันที่ห้องเก่าของผม แต่มันก็ไม่ได้ส่งเสียงกรนด่าเมื่อจีวอนเดินตามเข้าไป

 

ประตูห้องนั้นปิดลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ซึงยุนเดินมายืนอยู่ข้างผม ยกแขนข้างหนึ่งพาดบ่าผม ผมกวาดแขนและมือของตัวเองประคองทาบที่แผ่นหลังเหนือก้นงอนของเขา แล้วเราก็พากันเดินเข้าห้องนอนของเรา  

 

ในห้องนอนมีโคมไฟที่ข้างเตียงและไฟห้องน้ำเท่านั้นที่เปิดอยู่ พี่ซึงยุนนั่งลงริมเตียง เขามองผมที่ยังยืนอยู่หน้าประตู

“เอาไงเรา” เขาส่งยิ้มหวาน แสงไฟสีสมสลัวขลับความน่าลุ่มหลงในตัวเขาให้มากขึ้น เขาไขว้ห้าง แล้วกางเกงขาสั้นก็ร่นลงเผยขาอ่อนเกือบถึงจงอยก้น  “อยากบอกอะไรกับพี่ไหม หรือจะนอน” ดูแพรวพราว มีเสน่ห์มากตอนคำเชิญชวนที่ดูไม่เป็นทางการถูกเอ่ยออกมา ทั้งทางวาจาและร่างกาย

 

“นอนก็บ้าแล้วครับ”

ทุกอย่างกำลังจะเริ่ม แม้จะช้าไปสักหน่อย ผมก้าวเข้าไปใกล้พี่ซึงยุน ก่อนจะโถมตัวทับเขาให้เอนหลังราบไปบนเตียงหลังใหญ่  มองแก้วตาของเขาที่แววตาต้องกับแสงไฟ และมอบจูบบนริมฝีปากที่ยังไม่หุบยิ้มนั่น

 

“อือ~”

เขาครางเพราะคงตกใจน้อยๆ แต่ทันทีที่รับไหว ริมฝีปากอิ่มฉ่ำก็เผยอออกเปิดช่องให้ผมสอดลิ้นเข้าไปเคล้าเกี่ยวกันด้านใน ผมดันข้อมือของเขาทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ดูดดึงกลีบปากอวบอิ่มทั้งบนล่างหนุบหนับเสียงไม่เบา เอียงใบหน้าสลับ ให้จูบของเราพอดีกันอยู่เสมอ

 

“อืม~ มินโฮ อะ..อื้ม~”

 

“ฮืม~”

ผมเว้นช่วงให้เขาพูดได้ไม่นาน ผมต้องการเขามากขึ้นทุกครั้ง ผมปิดริมฝีปากทาบทับลงไปซ้ำ มันเนินนานทีเดียวที่ลิ้นของเราพัวพันชิมรสซึ่งกันและกัน จนรู้สึกว่าความร้อนในตัวจาง ร่างกายของเขาปลวกเปียกอยู่ใต้ร่างของผม  ผมจึงยอมพักหายใจ

หน้าอกเล็กกระเพื่อมหอบน้อยๆ ดันอกผม ทรงดวงตาหมวยที่หลับเคลิ้มเปิดมองผมเชื่องช้า แต่แววตาของเขานั่นคลอนไหว หัวใจของกระตุกวูบเมื่อได้เห็นมัน

 

“อย่าตรึงข้อมือนานไป” เขาพูดเสียงพร่า  กรอบหน้าเขาเริ่มมีเหงื่อซึม

 

ผมชะงัดและปล่อยข้อมือของเขาให้เป็นอิสระทันที เปลี่ยนเป็นวางหน้าแขนเท้าที่นอนข้างใบหูของเขา  “กลัวหรอ ผมขอโทษ”  ไม่วายก้มหอมแก้มนุ่มแทนการปลอบประโลม มันคือความผิดของผม ผมร้อนรุ่มเวลาอยู่ใกล้กับพี่ซึงยุน ผมมักจะห้ามสัญชาตญาณดิบในตัวไม่ค่อยได้

 

“ไม่ต้องขอโทษ ไม่เป็นไร แต่พี่ต้องยึดนายเป็นหลัก ไม่งั้นจมหายไปในที่นอนพอดี” พี่ซึงยุนใจดีสู้ เพียงไม่อยากให้ผมเสียความมั่นใจ ผมดูออก

 

“ผมจะใจเย็นกว่านี้ พอก่อนดีไหมครับ”

แม้ว่าผมจะไม่อยากพอเลยสักนิด แต่อย่างที่เคยบอกไปแล้ว ผมอยากให้มันเป็นไปโดยธรรมชาติที่สุด ไม่ฝืนความรู้สึกของเขาที่สุด

 

“อย่า”

เขาคล้องแขนรอบต้นคอผม ส่ายหัวดุกดิกน่ารัก แล้วดึงผมลงไปรับจุมพิตจากริมฝีปากของเขา มันค่อนข้างแนบแน่น จนผมคลายกังวลได้บ้าง เราผละจากกันเพียงช่องว่างของปลายจมูกชน

“บอกเองว่าจะไม่ยอมนอนนี่ ยกเลิกกลางคันไม่ได้นะ” ซึงยุนเว้าวอน

 

ผมส่ายหน้าอย่างไม่จริงจังนัก สิ้นท่าให้กับซึงยุน ผมชอบเวลาเขาอ้อน แล้วผมก็แพ้หัวใจตัวเอง ผมอาจจะยังเด็ก อาจไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษมากพอในคืนนี้ ผมมีความต้องการของผม หากเขายินยอมและวอนขอ ผมจะสนองด้วยความต้องการของผมที่มี

“งั้นทำแบบอาทิตย์ก่อนได้อยู่ใช่ไหมครับ”

มันมากขึ้นทุกครั้งก็จริงแต่มันก็มีจุดลิมิตของมัน หลายเดือนผ่านมาผมแตะจุดที่ผมว่าสูงสุดของเราแล้ว ผมไม่เคยขอเขาเกินไปกว่านั้น

 

เขาพยักหน้าครั้งหนึ่งแทนคำอนุมัติ

 

เเล้วแผ่นเพลงในจิตนาการของผมก็บรรเลงต่อไปเป็นเพลงรัก ถ่ายทอดความรู้สึก ลุ่มหลง ตกหลุมรัก และอีกมากมายบนเรือนร่างของซึงยุน ไม่มีเสียงในภาพแห่งความเป็นจริง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ที่รินรดกัน

ข้างลำคอของเขาหอมสบู่อาบน้ำ เรือนบ่าไหล่ต่ำลงไปถึงแอ่งชีพจรนั้นขาวสะอาดสะอ้าน ผมทั้งสูดดมและจูบ ขมฟันอย่างมันเขี้ยวแต่เพียงแผ่วเบาให้เขารู้สึกผ่อนคลายไปพร้อมกับผมเท่านั้น เรียวขาของเขาแยกออก ก่อนมันจะตั้งชันเมื่อผมดันร่างกายส่วนกลางลำตัวเขยื้อนขยับถูเข้ากับส่วนอ่อนไหวท่อนน้อยของเขา มีเนื้อผ้าบาง ๆ ของกางเกงบ็อกเซอร์ที่ทำให้แท่งเนื้อคับพองของเรายังไม่โดนกัน

 

เราลุกขึ้นนั่ง และต่างถอดเสื้อผ้าของเราออกโยนลงกระจัดกระจาย เราโถมใส่กันอีกครั้ง ผมพิงหลังเข้ากับผนังหัวเตียง โดยดึงเขาขึ้นมานั่งคร่อมทับเอาไว้ เขาเริ่มป้อนจูบให้ผมใหม่ อ่อนโยนนุ่มนวลเหมือนเรือนร่างอ้อนแอ้นของเขา ผมลูบมือบีบนวดหน้าอกและยอดอกผอม อีกมือก็สาละวนที่ก้นก้อนกลม

 

“ฮือ~”

ผมหายใจแรง สลับใบหน้าเอียงตรงข้ามเพื่อรับจูบและเรียวลิ้นช่ำชองจากเขา กระหายมากแม้มันจะไม่สามารถมากไปกว่าการเล้าโลมกันภายนอกได้ แกนกายของผมแข็งคัด ไม่ต่างกับของเขาที่ทิ่มหัวทู่อยู่ตรงหน้าท้องของผมนี่เอง

 

พี่ซึงยุนขย่มตัวเบา ๆ  ร่ายกายของเรากำลังยวบขึ้นยวบลงในจังหวะพร้อมเพียง ผมดึงเอวของเขาให้ชะงัดถอยเล็กน้อย เราจึงผละริมฝีปากจากกัน  ไม่รีรอให้ทิ้งช่วงนาน ผมก้มดูดดุนยอดอกสีชมพูหวานของคนตรงหน้าอย่างเอาใจ มือที่ประคองก้น ผมเลื่อนมันมารั้งรูดแกนกายของเขาให้ เขาเชิดใบหน้าหลับตาพริ้มแหงนขึ้นมองเพดาน ตัวแอ่นโค้งสู้ปากของผมดั่งยอมมอบเรือนร่างให้เป็นที่เรียบร้อย

 

“อ้า~ อ๊ะ ..อ้า มินโฮยา มิน...อื้อ~”

น้ำเหนียวใสเยิ้มอยู่ในอุ้งมือของผม รูดขึ้นรูดลงปากก็เม้มยอดอกชูชัดไม่ห่าง ละเลียบเลียให้เขาอย่างปั่นอารมณ์เร้า เขาครางดังแบบนี้เดียวก็คงจะถึงตาผม

เสียงรูดรั้งเริ่มดังเฉอะแฉะ ผมระรัวมือ และเงยมองใบหน้าของเขาช่วงใกล้จะหลั่ง เขาก้มลงมองหน้าผมเหมือนกัน จังหวะนั้นน้ำสีขุ่นก็แตกไหลออกมาเลอะมือ ผมรูดช้าลง เขาหอบทีเดียว ก่อนจะฝังปลายจมูกหอมแก้มผม แล้วฟุบใบหน้าลงที่บ่ากว้าง

“ผมชอบพี่”

บอกด้วยภาษาจากวาจา มือที่เขาหลั่งใส่ ผมสอดเข้าไปละเลงน้ำทิ้งไว้ระหว่างรอยแยกของแก้มก้น เพียงทำเผื่อไว้ ไม่ได้คิดถึงเรื่องสอดใส่เข้าไปในตัวเขาแต่อย่างใด

 

“พี่ก็ชอบนาย มินโฮ”

เขาตอบกลับมาเสียงระทวย ผมรู้สึกถึงริมฝีปากของเขาที่ประทับจูบเบา ๆ ตรงที่เขาฟุบหน้าอยู่ ก่อนที่ตัวพี่ซึงยุนจะเลื่อนต่ำลงคลอเคลียกับลำตัวของผม เขาแวะกวัดลิ้นเเล่บเลียที่ยอดอกสีเข้ม ทั้งสองข้างถูกปรนนิบัติด้วยปลายลิ้นเล็กอย่างเท่าเทียม

ผมเอนตัวนอนราบลงกับที่นอน ลูบมือไปกับศีรษะของซึงยุนที่ต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านร่องกลางหน้าท้อง อีกรอยจูบที่ท้องน้อยใต้สะดือ และหยุดหมอบอยู่กลางหว่างขาของผม เขาเงยหน้ามอง มีรอยยิ้มเคอะเขิน ผมจะต่างอะไร ผมก็ขี้อาย แต่ชอบสัมผัสเวลาลิ้นของซึงยุนแตะชิมบนส่วนปลาย เขาจับท่อนเนื้อของผมเอาไว้ในมือ รูดเบา ๆ ทั้งที่เรายังสบสายตา

 

“เริ่มเลยสิครับ” ผมบอกเขา

 

แล้วเขาก็เริ่ม เขาจูบที่ส่วนหัวอูมก่อนจะลากลิ้นตามท่อนลำยาว จากส่วนโคนเอ็นขึ้นมาครอบปากที่ส่วนปลาย เขาอมลงไปถึงครึ่งแท่ง ขาผมก็เกร็งสั่น ก่อนจะรูดปากขึ้น ดูดดื่มน้ำใสจากส่วนปลายกระบอกแล้วถอนปากออก ผมเสียววาบ ท้องไส้ปั่นป่วน

 

เขาทำมันซ้ำ ๆ ดูดอมครอบครองแท่งเนื้อของผมอยู่นานสองนาน ผมก็เกร็งตัว เด้งส่วนนั้นสู้  วันนี้ค่อนข้างลื่นไหลทีเดียว ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่เราทำแบบนี้ให้กัน ซึงยุนยังตัวสั่นอยู่เลย

 

เขาบอกว่าเขากลัวสัมผัสจากความทรงจำเก่า เขากลัวว่าผมจะทำให้นึกถึง แต่สุดท้ายแล้ว ผมกลับลบภาพอันปวดร้าวทิ้งไปได้ด้วยการกระทำในแบบของผม หลังจากนั้นการหลั่งนอกก็เป็นเรื่องที่เราโหยหาในวันเสาร์ร่ำไป

 

“ฮืม” ผมครางฮึมฮัม เมื่อใกล้จะหลั่งตามเขา

 

แต่จู่ ๆ ปากของเขาก็หลุดออก ผมผงกหัวมองแท่งเนื้อที่มันเงาชุ่มฉ่ำ และมองดวงตาของคนที่จับมัน

 

“จะหลั่งเหรอ”เขาถาม

 

เอ๋ เขากลัวผมหลั่งในปากเขาหรือ “ครับ เดี๋ยวผมบอก พี่กลัวเลอะเหรอ”

 

“...” เขาส่ายหน้า

ผมใจเต้นแรงเมื่อเขาเม้มริมฝีปากเหมือนคิดอะไรอีกแล้ว สายตาของเขาเสมองเจ้ามินโฮน้อยในมือตนเองก่อนจะจ้องกลับมา

“อยากหลั่งในไหม”

 

“หมาย..หมายถึงในไหนครับ” คำถามงก ๆ เงิน ๆ ถูกพ่นออกมาจากปากเด็กอายุสิบเจ็ดหวังสูงอย่างผม

 

  เขางับปากตัวเองก่อนจะพูดอ้อมแอ้ม “ในตัวพี่..”

 

เป็นเสียงที่เบามาก เขาคงอายมากที่ต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน ผมลุกนั่งพิงหัวเตียงอย่างรวดเร็ว และดึงแขนผอม พาตัวเขาขึ้นมาคร่อมทับอยู่บนตัก ทับแท่งเอ็นอุ่นที่พร้อมแล้วสำหรับขั้นที่สูงกว่าเดิม

 

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

สภาพผมตอนเขียนเสร็จ


ฝากคอมเม้นต์ ติดแฮชแทกเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #48 Plhrmn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:46
    ;-;-;-;;
    #48
    0
  2. #41 tnk_ikn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:43
    อหหหหหห พี่ซึงยุนร้ายมากกกก ฮืออออ
    #41
    0
  3. #37 Minyoon lovely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:46

    เดี๋ยววววไรท์จะตัดฉับแบบนี้ไม่ด้ายยยยยไม่แค่มินโฮหวังสูงคนอ่านก็หวังฉากคัทมากเช่นกันค่ะ พลีสสส

    #37
    0
  4. #36 fairytaily8n (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 20:22
    อยากได้ตอนต่อไปพรุ่งนี้เลยฮืออ ไรท์วางระเบิดง่า
    #36
    0
  5. #35 zh2incle______ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 18:46
    ต้องมีต่อแล้วค่ะไรท์ กรั่กๆๆๆๆๆ
    #35
    0
  6. #34 มินิมอลเรียล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 16:59
    อยากอ่านสภาพหลังจากขึ้นทับค่ะไรท์ 😌😌😌😌
    #34
    0