Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 6 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่6

SEUNGYOON’S  PART


 

 

“จินอู ออกมาอย่าเพิ่งปิดไฟห้องนะ”

 

“เออ อาบน้ำก่อนนะ”

 

“อืม” ผมพึมพำรับพลางทิ้งหัวลงบนหมอนหนุน เหยียดร่างกายยืดยาวผ่อนคลายบนเตียงอุ่น โทรศัพท์มือถือถูกจับชูเหนือใบหน้าด้วยมือทั้งสองข้าง มันยังเงียบอยู่ ไม่รู้ว่ามินโฮเข้านอนไปแล้วหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็จะขอรอ เผื่อน้องจะโทรมาบอกฝันดี

 

เพลินกับการรูดปลายนิ้วดูไทม์ไลน์ของเพื่อน ๆ บนแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ก่อนที่ผมจะอัพรูปตัวเองบนเตียงนอนในอินสตราแกรมลงไปบ้าง เป็นรูปที่ถ่ายตัวเองครั้งแรกหลังปล่อยมันร้างตั้งแต่มีปัญหารุมเร้า ไม่นานบนแถบเมนูปุ่มหัวใจก็ขึ้นจุดสีชมพู ตามมาด้วยคอมเมนต์แรก

 

ผมอมยิ้มเมื่อได้อ่าน  เป็นข้อความทะเล้นๆ ตามวิถีเด็ก คิม ฮันบิน เขาล่ะ

‘Shixx.BI_   น่ารักจัง อยากมีแฟนเป็นรุ่นพี่อะคับ จะจีบแต่แบบ -..-!  @realllI_minoo’

การแท็กชื่อเพื่อนต่อท้ายเล่นเอาผมมวนช่องท้อง ใบหูใบหน้าชักจะร้อนวูบวาบ ไม่ถึงอึดใจแถบเมนูหัวใจก็แสดงจุดสีชมพูอีกครั้ง ในบรรดาคนที่มากดชื่นชอบให้นั้นคือ ซง มินโฮ ห่างหลายนาทีก่อนจะปรากฏคอมเมนต์ต่อจากฮันบิน

‘realllI_minoo โหวว ~ ดูแก้มนั่นดิ เกินไปแล้วนะ!! พี่กลับมาหาผมได้แล้ววว 0  / @ Shixx.BI_  ปั่นเก่ง เดี๋ยวเจอ

 

“ฮะฮ่าา~”

อ่านจบผมหลุดหัวเราะร่า มินโฮน่ะน่ารัก เป็นเด็กผู้ชายที่ถ้าใครมาบอกว่าเย็นชาผมคงจะยืนเถียงฉอดๆ แถมมินโฮยังกล้าหาญมากที่พิมพ์อ้อนกันอย่างนั้น เจ้ดาร่าเห็น เฮียซึงฮุนเห็นคงนึกสงสัย

ผมพลิกตัวเปลี่ยนท่าตะแคงนอนเพราะเริ่มเมื่อยแขน ประหม่าที่จะตอบกลับอยู่ไม่น้อย ริมฝีปากถูกขบกัดเบาๆ อย่างเคยตัว แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรออก มินโฮก็โทรเข้ามา

 

Rrrrrrrrr….Rrr….

ในทุกครั้งผมมักจะวางมาด ไม่อยากให้มินโฮรู้ว่ารอให้โทรหา ปล่อยให้โทรศัพท์ในมือสั่นนานหน่อย ก่อนจะกดรับสาย—

 

            “ฮัลโหล ฮะฮ่า ~ ”

แต่ก็พลาดจนได้  จากการขำคิดคักเป็นสุขใจ ผมยังรู้สึกดีกับประโยคคอมเม้นต์นั่นของมินโฮไม่หาย

 

[“ฮะฮะ~  อะไร ขำไร ผมแกล้งพูดไปงั้นแหละ”] มินโฮก็หัวเราะอย่างรู้เท่าทัน

 

“อะไรของมินโฮล่ะ พี่ยังไม่ได้บอกเลยว่าขำนาย ร้อนตัว”

 

[“หึ~ เออ ร้อนตัวเองแหละ นี่กลับเมื่อไหร่ ศุกร์นี้เจ้จัดปาร์ตี้ไรไม่รู้ที่บ้าน พี่ยังไม่เคยมาบ้านผมเลย คราวนี้จะมามั้ย เธอบอกพี่ซึงยุนยังครับ”]

 

“บอกแล้ว เธอบอกในกรุ๊ป ไม่รู้จะกลับไปทันมั้ย”

 

[“นานไปละมั้ง”]

 

“โอ๋ๆ ”  

ผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ น้ำเสียงทุ้มของคนน้องค่อนขอดท่าทางน้อยใจ พักใหญ่แล้วที่ทุกอย่างเป็นปกติ ได้กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่และสนุกกับเพื่อนสนิท ปล่อยเจ้าเด็กหัวเกรียนเคว้งคว้างอยู่ในเมือง

 

“นี่พี่ ..ผมไม่มีวันเสาร์เลย สัปดาห์นึงเหลือหกวันเองครับ”

อีกประโยคต่อกันทำแก้มผมอุ่น หัวใจเต้นตึกตักคล้ายได้ย้อนเวลากลับไปเจอความรักวัยมัธยม ผมพลิกตัวกลับมาอีกด้าน โทรศัพท์ยังคงแนบหู ฟังเสียงถอนใจของมินโฮ

 

“โทษทีนะ แต่ไม่รู้จะกลับวันไหนเลยอะ” แกล้งพูดออกไปด้วยน้ำเสียงซึมเซา

 

มินโฮเงียบ

 

นั่นทำให้ผมเงียบ ต่างกันที่ก้อนเนื้อในอกกำลังเต้นโครมๆ มันเกิดจากความตื่นเต้นระหว่างรอการโต้ตอบ ผมขบริมฝีปากตัวเองอีกครั้ง ขณะที่เสียงหายใจของมินโฮก็ลอดผ่านเข้าหูมาอีกระลอก

 

“ผมจะนอนแล้วล่ะ”

 

“อ้าว จะนอแล้วหรอ?”  เด้งตัวลุกนั่งทันที สงสัยจะแกล้งแหย่มินโฮมากไป เจ้าตัวก็ไม่ใช่คนชอบเซ้าซี้ซะด้วย “งอนรึเปล่าเนี่ย ?”

 

“แค่ง่วง ฝันดีครับพี่ซึงยุน”

 

“เดี๋ยว--”

 

ตื๊ด ตื๊ด ...

สายตัดรวดเร็ว ผมผละโทรศัพท์มือถือออกจากข้างใบหู ส่ายหน้าพร้อมยิ้มบางๆ ให้กับความ ซง มินโฮ เจ้าเด็กน่าเอ็นดูของผม

 และแม้จะรับรู้ได้ถึงความขุ่นเคืองของอีกฝ่ายแต่อดกลั้นไม่โทรกลับ เพราะตั้งใจจะกลับไปเซอร์ไพรส์ในวันรุ่งขึ้นอยู่แล้ว

 

จินอูออกมาจากห้องน้ำ นั่งลงตรงพื้นที่ว่างของเตียงนอนข้างๆ ผม มือสวยใช้ผ้าขนหนูซับน้ำที่ศีรษะ ใบหน้าหวานขาวกระจ่างใส มันจ้องมาก่อนมุมปากจะตุกยิ้มเย้าใส่

“เป็นไรหน้าแดง เด็กวันเสาร์โทรมาทำตัวไม่เบาใส่อีกหรือไง?”

 

“....”

ผมเพียงหัวเราะแก้ขัดเขินกับคำที่จินอูแซว มันคือเรื่องที่ได้เล่าให้เพื่อนฟังตั้งแต่กลับมาถึงบ้านวันแรก

มินโฮใช้วันเสาร์แรกสร้างความรู้สึกวาบหวาม แต่ไม่ล่วงเกินจนเกินไปกับร่างกายและจิตใจของผมที่เพิ่งจะหายชอกช้ำ ทำให้รู้สึกปลอดภัยแม้ว่าผมจะเปลือยเปล่าอยู่ใต้ฝักบัวอาบน้ำในอ้อมแขนของเขา บ้างมอบจูบเคล้าเรียวลิ้นแสนอ่อนโยน ชวนเคลิ้มไปกับความชื้นและเสียงดูดดึงริมฝีปากกันและกันบนเตียงนอนหลังใหญ่ของอะพาร์ตเมนต์

มันไม่เร้าร้อนเหมือนที่เคยได้รับจากชายคนไหน นุ่มนวลแต่หนักแน่นเวลาแววตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาภายในดวงตาของผม ผมจำได้แม้กระทั่งสัมผัสจากปลายนิ้วก้านใหญ่ที่ไล้ลูบเส้นผมปกหน้าก่อนจะช่วยนำมันทัดใบหูนั้นไม่เคยมีใครคิดทำให้ ในครั้งแรกที่ร่างกายของมินโฮคร่อมทับจนแนบสนิท ลมหายใจที่รินรดเพียงระยะชนของปลายจมูกกั้น ก็พาลทำหัวใจของผมพองโตอย่างมีเหตุผล

 

 “วัยผู้ใหญ่พอมาเจอเด็กๆ ก็ชื่นใจดีเนอะ ” จินอูพูดต่ออย่างเลื่อนลอย มือสวยหยิบรีโมตมาเลื่อนช่องต่างๆ ของโทรทัศน์ที่อยู่ติดผนังปลายเตียง

 

ผมหันไปวางโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะเอนหลังราบไปบนที่นอน สอดแขนรองไว้ใต้ท้ายทอย มองเพดานสีขาวที่มีแต่ใบหน้ามู่ทู่ของมินโฮที่นึกอยู่ในหัวก็พาเอายกยิ้มอีก

 

“พรุ่งนี้จะกลับไปชื่นใจต่อแล้วล่ะ คิดถึง”

 ..ผมพูดแบบหน้าไม่อายเลยจริงๆ..

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

ลูกศรของป้ายในโรงเรียนชี้ทางให้ผมขับตามจนเข้ามาถึงลานจอดหน้าตึกหนึ่ง ผมลงรถพร้อมกับร่มคันใหญ่ที่ถือติดมือลงมาด้วย ฝนชอบตั้งเค้าและตกในช่วงเด็กๆ เลิกเรียนเสมอ

 

แหงนมองพร้อมกับหยีตาเพื่อจับภาพมุมสูง ตัวหนังสือบอกชื่ออาคารคือตัว A หันซ้ายหันขวาก็ยังไม่เจอใคร นักเรียนน่าจะเรียนหนังสือกันอยู่ด้านบน

และโดยไม่บอกใคร ผมจึงต้องเดินลัดใต้ตึกเพื่อหาตึกตัว D เอง ซานดาร่าเธอบอกมาเพียงแค่นั้น พ้นจากตึกแรกมันถูกคั่นด้วยลานอเนกประสงค์คอนกรีต มีนักเรียนอยู่จำนวนหนึ่งกำลังเล่นบาสเกตบอล

ผมยิ้มๆในหัวนึกกลับไปในช่วงวัยรุ่น มันทั้งสนุก โลดโผน เต็มไปด้วยเรี่ยวแรง กำลังความคิดที่เปี่ยมมั่น

อีกอาคารต่อมา หน้าตึกเป็นตัวซี ผมยังคงเหลียวซ้ายขวาตลอดทางที่เดินเผื่อว่าจะเจอใครที่เขาพร้อมจะให้ถาม แต่ก็คิดว่ามันคงไม่ยากเกินไปที่จะหาเองเพราะตึกเรียงตัวกับเป็นแนวเดียว

ระยะทางเพิ่มขึ้น ผมผ่านโดมสระว่ายน้ำและดูเหมือนกับว่าเจอโรงยิมอยู่ถัดไปด้านข้าง ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่เลยเดินอย่างขันแข็งเพื่อไปนั่งรอมินโฮใต้ตึกเรียน

 

ยังมีความกังวลเล็กน้อยว่ามินโฮจะแสดงสีหน้าอย่างไรตอนเจอกัน จะดีใจหรือทำแง่งอนกันต่อนะ

อ่า แค่คิดถึงอีกฝ่ายผมก็ไม่ไหวจะเดินยิ้มแย้มเสียแล้ว เด็กบ้านซงคนนี้ครองพื้นที่ในหัวของผมเต็มไปหมด

หัวที่หมายถึงความคิดนะน่ะ ยังไม่ใช่หัวใจ

 

 

 

“ครู~”

เสียงแหลมสุดคุ้นชวนให้หลุดจากภวังค์คิดถึง ผมลอกแล่กมองหาจากตึกตัวD เบื้องหน้าที่อยู่ไม่ไกลมากแล้ว ละเพราะคิดว่าจำไม่ผิดว่าเป็นเสียงของแชยองเลยรีบเดินจ้ำเท้าให้ไว

 

“ครูคะ”

แต่คาดเดาเสียงผิดทิศ  ..กึก กึก กึก ..ส้นรองเท้าเสียดกับพื้นไม่ใช่เสียงจากผม เป็นเสียงจากด้านหลังนี่เอง  ข้อมือผมโดนรั้งไว้ ทันทีที่หันกลับก็เจอกับเธอจริงๆ 

 

“ครูซึงยุน!!” ทักทายอย่างเป็นกันเองอีกหน โค้งหัวลงน้อยๆ ก่อนจะปล่อยมือ แววตาของเธอเงาวาว เธอดูกระตือรือร้น สดใสเหมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน แชยองส่งยิ้มหวานมาให้ “กลับมาแล้วเหรอคะเนี่ย แล้วนี่มาทำอะไรอะ มาหามินโฮหรือเปล่าคะ มินโฮเพิ่งเข้าไปเรียนต่อในยิมเองคะ ให้หนูพาไปมั้ย”

 

แล้วเธอก็คล้องแขนของผมกะทันหัน ผมอึกอัก พูดไม่ทันด้วยซ้ำ แต่ด้วยแรงที่มากกว่างกลายเป็นผมที่เหนี่ยวรั้งร่างของเธอ เธองุนงง แต่ก็ยอมคลายแขนออกไป

 

“เอ่อ ..หวัดดีแชยอง” ผมเพิ่งมีช่วงอ้าปากทักเธอเนี่ย “คือมารับมินโฮแต่รอได้น่ะ กะจะมาให้แปลกใจเล่น” พูดไปก็เกาท้ายทอยไปแก้เขิน

 

แต่แชยองนิ่งไป ดูทึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

“รับ  ...อ๋า เข้าใจแล้วค่ะ งั้นหนูพาครูไปนั่งรอใต้ตึกนะคะ จะได้ไม่เมื่อย เพิ่งต้นชั่วโมงสุดท้ายน่ะค่ะ”

 

“....”

ผมพอรู้อยู่ เลยพยักหน้าและขอให้เธอช่วยเดินไปเป็นเพื่อน เธอให้ผมนั่งลงที่โต๊ะตัวใหญ่ใต้ตึก ลมเย็นๆ พัดเอากลิ่นคล้ายดินชื้นเข้าจมูก ผมผินหน้ามองออกไปนอกอาคารในทางที่เพิ่งเดินจาก และเห็นก้อนเมฆสีทะมึนพร้อมมากที่ฝนจะตก

 

“ขอบใจนะ แชยองอา” ก่อนจะหันมามองเธอที่ยังยืนอยู่

 

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูขึ้นห้องเรียนก่อนนะคะ” น้ำเสียงเธอเปลี่ยนไป เช่นกันกับแววตาสดใสกลับหม่นลง ส่งผลให้หน้าเธอดูหงุดหงิดพิกล

 

“อืม เออตอนเย็นกลับด้วยกันได้นะ คุณพ่อมารับหรือเปล่า?” ผมถามเพราะแชยองมักมีรถครอบครัวมารับส่ง แต่พักหลังที่ไปเรียนพิเศษพร้อมมินโฮกับเด็กแฝด แชยองจะนั่งรถประจำทางมากับเพื่อนๆ

 

“เปล่าค่ะ งั้นหนูรบกวนด้วยนะคะ วันนี้มินโฮชวนไปเดินเล่นที่เกมเซ็นเตอร์น่ะค่ะ หนูเลยอยากจะชวนไปนั่งเล่นต่อที่ริมแม่น้ำฮัน แต่ครูมารับมินโฮแบบนี้ยังไงมินโฮก็ไม่ไปเกมเซ็นเตอร์แล้วแน่นอน ขอบคุณนะคะ แล้วจะรีบลงมาค่ะ”

คราวนี้เธอโค้งหัวให้ผมจนกลุ่มผมหางม้าของเธอเหวี่ยงสยาย  สะบัดตัวหมุนกระโปรงเพยิกเดินขึ้นบันไดไป  

 

ส่วนผมหน้าเจื่อนหน่อยๆ  ถ้าไม่คิดมากเธอก็แค่บอกเฉยๆ ว่ามีแพลนอะไร แต่ถ้าคิดมากก็เหมือนกับว่าเธอแดกดันที่ผมมาขัดจังหวะ

 

 

 

เลยเวลาที่มินโฮเลิกเรียนและมักจะโทรหาผมมาแล้วประมาณสิบห้านาที เด็กก็เต็มใต้อาคาร ไม่มีโต๊ะไหนว่างรวมทั้งโต๊ะที่ผมนั่งก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งมาขอนั่งด้วยเพราะต้องรอฝนซา  อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ จากแขนสเวตเตอร์ที่ผมดึงขึ้นไว้เพียงข้อศอก ตอนนี้ต้องดึงลงมาจนถึงข้อมือ กางเกงยีนที่ใส่ผมรู้สึกได้ว่าเริ่มจะชื้นจากละอองน้ำที่มากับกระแสลมเป็นช่วงๆ

 

แชยองเธอก็นั่งอยู่ข้างผมแล้ว แต่เธออยู่กับเพื่อนผู้หญิงผมทองของเธอและเอาแต่กดมือถือ ผมไม่ถือหรอก ดีด้วยซ้ำเพราะในฐานะลูกศิษย์กับครูสอนพิเศษ ผมก็ไม่รู้จะชวนเธอคุยเรื่องอะไรนอกจากเรื่องเรียน

 

ม่านฝนคะนองทำให้นอกอาคารแทบมองไม่เห็นทางเดิน ผมชะเง้อคอทุกครั้งที่เห็นว่ามีร่มคันใหญ่ของโรงเรียนพาเด็กๆ เดินออกไปหรือกลับมาที่อาคาร

 

“ไอ้พวกที่เรียนในยิมได้ร่มละ”

 

“เออดีแล้ว กูอยากกลับบ้านละ”

 

เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งตรงข้ามผมหันไปพูดกับเพื่อนหลังจากเงยหน้าจากจอมือถือ คงรอเพื่อนต่างห้องอยู่เหมือนกัน ผมกับแชยองมองไปที่พวกเขาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายก่อนเธอจะหันมองผม แล้วยิ้มนิดหน่อย

“มินโฮก็เพิ่งส่งข้อความมาบอกค่ะว่ากำลังจะเดินมาหา แต่หนูไม่ได้บอกว่าครูอยู่ด้วยหรอกนะคะ ไม่ต้องห่วง หึ~”

 

เฮ้ย! บ้าจริง! เธอกลอกตาและเหยียดมุมปากใส่ผม ก่อนเธอจะหันไปคุยกับเพื่อนของเธอ

นั่นทำให้ผมช็อกนะ แล้วก็ชักไม่สบอารมณ์แล้วด้วย

 

ร่มสีแดงคันใหญ่ไม่ปล่อยให้ผมรอเด็กจากโรงยิมนานนัก มินโฮและเด็กแฝดยังอยู่ในชุดเสื้อผ้ากางเกงวอร์ม พวกเขามาถึงแล้วแต่ยังไม่เห็นผม เดินหลบฝนเข้ามายืนอยู่ตรงซอกทางบันไดอาจจะรอจีวอนที่ผมเห็นเขาแยกไปเข้าห้องน้ำ มินโฮกำลังขยี้ทรงผมสั้นของตัวเอง อีกมือก็ส่งไปขยี้ผมฮันบินจนหัวยุ่ง ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนจะลุกเดินออกไปหาพวกเขาเงียบๆ

 

มินโฮกำลังโม้อะไรกับฮันบินสักอย่าง พอผมใกล้เขามากๆ ดวงตาคู่คมจึงสะดุดและจ้องมา ผมยิ้มหวาน ผมรู้ว่ามินโฮชอบ มือหนึ่งยกโบกทักทาย

 

มีคำตอบสำหรับเรื่องที่ผมคิดไว้ตั้งแต่ตอนต้น ว่ามินโฮจะแสดงออกกับผมเช่นไร ตอนนี้ผมคลายความกังวลและอารมณ์ขุ่นๆ ที่แชยองฝากไว้จนหมดสิ้น สีหน้าน้องเขาตื่นตะหนกตกใจ ตาดุๆ นั้นกลมโตแววระยับ ก่อนจะเผยรอยยิ้มแป้นแล้นโชว์ฟันซี่สวยให้กับผม

 

“พี่ซึงยุน!!” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยเรียกดังลั่นแข็งกับเสียงของฝน มินโฮอ้าแขนทั้งสองข้างเดินฉับมาหา “นิสัยนะ..” เขาพูดติดตลกก่อนจะรวบกอดผมไว้ทั้งตัว รัดเสียแน่น ใบหน้าผมเกยกับไหล่หนา ร่างโดนโยกเยกไปมา “คิดถึงจะบ้าแล้ว~” ริมปากยักแอบซุกเข้าหาข้างลำคอของผม ก่อนจะพึมพำบอกกล่าวเสียงอู้อี้

 

หน้าผมคงบานมากตอนยิ้มให้กับความน่ารักของน้อง ตาที่ตีบอยู่แล้วคงหยีน่าดูละมั้ง แก้มก็คงจะเจือสีระเรื่อเช่นกันเพราะฮันบินที่มองเราอยู่นั้นชี้มาที่แก้มผมสลับกับกรอบหุ้มโทรศัพท์มือถือสีแดงของน้องมัน

 

 เห้ออ....อายชะมัด ><

 

ผมตบหลังมินโฮเบาๆ มินโฮจึงยอมปล่อย เรามองตากันนิดหน่อยก่อนที่มินโฮจะเป็นคนเสตามองไปทางอื่น มือใหญ่ยกยีหัวตัวเองเกกัง ชวนผมหัวเราะเยาะ

 

“ไม่เจอแป๊บเดียวโตขึ้นเยอะเลยเนอะ” ผมแซว

 

“แป๊บเดียวอะไรล่ะ!!” มินโฮถลึงตา ตวัดเสียงน้อยๆ แล้วขำกลบ “กลับบ้านผมนะ” มือหนาช้อนจับข้อมือผมเอาไว้

ผมพยักหน้าและบอกไปว่าผมตั้งใจจะมารับกลับบ้านด้วยกันนี่แหละ

 

แชยองเดินตามมาทีหลัง มินโฮเอ่ยขอโทษทันทีที่ไม่สามารถพาไปเกมเซนเตอร์ได้ เธออาจจะเคืองผมน้อยกว่านี้ถ้ามินโฮไม่ปฏิเสธเรื่องให้เธอกลับรถของเรา ไปฝากฝังให้แฝดที่มีคนรถมารับเป็นคนไปส่งเธอที่บ้าน

 

หนุ่มๆ วิ่งขึ้นไปเอากระเป๋าเป้และเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อตกลงกันได้ ทิ้งผมกับแชยองไว้ในบรรยากาศมาคุ ผมก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว และไม่อยากจะมีปัญหาเรื่องมินโฮนักหรอก แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่น่าจะพูดคุยด้วยในตอนที่กอดอกปั้นหน้าตึงเหมือนกัน

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

“หนาวรึเปล่า?”

มินโฮถามแล้วหรี่ช่องเครื่องปรับอากาศของห้องโดยสารแห่งนี้ทันที น้องเขาเหลือบมองผมในจังหวะเดียวกับที่ผมมองเขา เราคลี่ยิ้มให้กันบางๆ

 

“ขอบใจน้องชาย”

 

“อืม” มินโฮตอบด้วยน้ำเสียงยินดี

 

ผมขับรถไม่เร็วมากเพราะถนนลื่น อันตราย จนเลี้ยวเข้ามาในซอยที่เพิ่งเข้ามาเมื่อเช้า มินโฮมองด้านนอกกระจกรถก่อนจะหันมาถาม

“เคยเข้ามาแล้วเหรอ เมื่อเช้าแวะมาที่นี่ก่อนหรือยังไง?”

 

“อือ ก็มาหาเจ้กับเฮีย เย็นก็ออกไปรับนายนี่ไง”

 

“ฮะฮะ~ แล้วเห็นห้องผมยัง เฮียขยายห้องของผมออกไปอีกนะ เพราะเตียงของผมน่ะใหญ่เบ้อเริ่มเลย”

 

ผมหัวเราะร่วนตอนเหลือบเห็นว่ามินโฮวาดมือประกอบคำว่าใหญ่เบ้อเริ่ม ไอ้เด็กหล่อมันน่ารักจริงๆ “บ้าเหรอ จะเข้าห้องคนอื่นเขาทั้งที่เขาไม่อยู่ได้ไง”

 

“งั้นคืนนี้ลองนอนเตียงผมนะ”

 

“หื้ม? มั่วแล่ว ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย”

 

“เกี่ยวกับความคิดถึงของผมไงครับ”

 

“.....”

ผมคว่ำปากแม้ว่าหน้าจะมองตรงไปยังถนน แสร้งว่าเลี่ยนเอียนต่อคำพูดแสนหวาน อดจะอมยิ้มจนแก้มอ้วนไม่ได้ นั่นเรียกเสียงหัวเราะของมินโฮให้ทุ้มรถยนต์ มือหนาเอื้อมมาลูบกลุ่มผมของผมเบาๆ ด้วยสายตาที่จ้องมาช่างอบอุ่น มินโฮดีใจต่อชะมัด

.

.

.

 

“กลับมาแล้วคร้าบบบ!!

 

“....”

ตามหลังมินโฮเข้ามายังรู้สึกแปลกใจ ตอนอยู่อะพาร์ตเมนต์ด้วยกันอาจเพราะถึงบ้านพร้อมกันบ่อยเลยไม่เคยได้ยินมินโฮขานเสียมั้ง

เราเดินผ่านหลังโซฟาที่เจ้าของบ้านอีกสองคนนั่งเล่นกันอยู่ พวกเขาหันมามองเป็นตาเดียวพร้อมกับยิ้มกว้าง ดาร่าเอามือกุมหน้าอกไว้

“โอ่ย ดูหน้ามันสิคุณ ซึงยุนไปรับเลยดี๊ด๊าสินะ” เฮียพูด

 

“ฉันตกใจเลยคุณ จู่ๆ น้องตะโกนเนี่ย คิดว่าผีหลอก” เจ้ร่วมวง ก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปดูทีวีกันชื่นมื่น

 

ผมเม้มปาก กลอกตาลอกแล่กทีเดียว มินโฮเหลียวหลังมามองก่อนจะยิ้มให้ แขนแกร่งคว้าไหล่ดึงผมไปโอบไว้ข้างกาย แล้วพาเดินขึ้นมาอีกชั้น

 

 

“โห~ ห้องใหญ่มากเลยนะเนี่ยมินโฮ”

ผมเข้ามายืนอยู่ในส่วนของห้องนอน ห้องมินโฮแบ่งเป็นสองโซนถูกกั้นด้วยตู้เก็บตำตาราเรียนเก่ากับของสะสม ที่ที่มินโฮหายเข้าไปวางกระเป๋าเป็นห้องที่ปูพรมมีพื้นที่เผื่อไว้นั่งเล่นนอนเล่น ดูโทรทัศน์หรือนอนอ่านหนังสือ

 

มองสำรวจได้ไม่ถึงนาทีแรงกระโจนเข้ากอดผมจากทางข้างด้านหลังก็ดันผมปลิวมาใส่เตียงนอนหลังใหญ่ มันยวบลงเหมือนจะฝังผมเพราะมีมินโฮแนบทับอยู่ด้านบน

 

มินโฮเปิดโอกาสเพียงน้อยนิดให้ผมพลิกนอนหงายมาเผชิญหน้า แขนของผมโอบรอบท้ายท้ายคนน้องด้วยไม่รู้จะเอามือไปวางที่ตรงไหน ใบหน้ามินโฮอยู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงของลมหายใจ

 

ปลายจมูกโด่งค่อยๆ โน้มลงมากดหอมที่ข้างแก้มพร้อมกับริมปากนุ่มหยุ่น ผมหลับตาลงตอนได้รับสัมผัสนั้นเท่ากันทั้งสองข้างแก้ม

 

“ยังสวมชุดนักเรียนอยู่เลยมินโฮยา” เสียงผมเริ่มจะพร่า

 

“ห้ามหอมพี่ตอนใส่ชุดนักเรียนหรือไง ผมตั้งใจจะทำมากกว่านั้นด้วยซ้ำ” เสียงมินโฮก็พร่าแหบอย่างเสน่ห์หา

 

ผมแตะปลายนิ้วชี้ข้างกรอบหน้าหล่อ ลูบไล้แผ่วเบาอย่างต้องใจ “ดูไม่เหมาะไง” เพียงอ้างความเหมาะสมพอเป็นพิธีเท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร

 

“งั้นก็ถอดให้ผม พี่ติดค้างวันเสาร์อยู่หลายวันเลยล่ะ”

ฉับพลันน้องเขาพลิกตัวลงนอนบนเตียงโดยดึงตัวผมขึ้นทับบนร่างกายกำยำของเขา ผมเหยียดยาวอยู่บนมินโฮ หัวเราะเอิ๊กอ้ากชอบใจกับการกระทำนั้น

 

แพขนตาหนาของมินโฮกระพือเชื่องช้าตอนดวงตาเยิ้มหยดนั้นจ้องมาที่ผม ผมใช้นิ้วโป้งลูบผ่านไรขนคิ้วทรงสวยข้างหนึ่งก่อนจะเลื่อนมือมาประคองแก้มน้องไว้แล้วก้มส่งริมฝีปากแนบลงบนริมฝีปากของมินโฮ ค่อยๆ ละเลียบขบเม้มจากภายนอกก่อนจะเปิดช่องปากน้อยๆ ให้มินโฮสอดลิ้นเข้ามาเคล้าคลึง ผมเอียงหน้าเล็กน้อยให้จูบนั้นแนบสนิทยิ่งขึ้น เสียงเฉอะแฉะตอนมินโฮดูดริมปากของผมครั้งแล้วครั้งเล่านั้นน่าละอายอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเกิดจากความสมยอมของเรานั่นผมว่าไม่เป็นไร

เป็นจูบเนินนาน ลิ้นของเราพัวพันกันถึงรส เมื่อผละมองตากันอีกครั้งมินโฮถึงกับปาดนิ้วบนริมฝีปากผมเพื่อเช็ดน้ำใสๆ ให้

“ให้ถอนเสื้อ” น้องพูด

 

ผมกระตุกยิ้ม “กอดไว้ใกล้อย่างนี้จะถอดออกได้ไง หนุ่มน้อย”

 

มินโฮจึงยอมคลายวงแขนเพียงข้างเดียวของเขาที่พาดกอดบั้นท้ายผมเพื่อให้ผมยันตัวนั่งได้  แต่นั้นดูล่อแหลมกว่าตอนนอนแนบเสียอีกเพราะผมกำลังคร่อมทับช่วงกลางตำแหน่งอ่อนไหวของมินโฮไว้

 

ทั้งที่ก็ผ่านรักมาหลายรูปแบบ แต่ผมกลับทำตัวไม่ถูก นั่งหน้าร้อนผาว วางมือทิ้งไว้บนหน้าท้องมินโฮนิ่ง

 

“ถอดเลยครับ”

 

“....”

อ่า เด็กนี้เอาแต่ใจ ผมลังเลอีก ไม่รู้จะเริ่มแกะหรือถอดอะไรก่อนระหว่างเนกไทกับกระดุมเสื้อเชิ้ตนักเรียน เมื่อคิดไม่ตกก็เผลองับริมฝีปากตัวเอง

 

“อย่าทำหน้ายั่วดิ”

มือใหญ่ใช้ช่วงที่ผมครุ่นคิดตะปบเข้าที่สะโพกอ้อนแอ้นของผม มินโฮเด้งส่วนกลางตัวที่กำลังแข็งขืนเบียดกับก้นผม ผมเบิกตาโพลง สะดุ้งผวา

“มินโฮ~” เสียงเล็กเสียงน้อยเรียกน้องเพราะเคอะเขิน

 

“โทษที” เขาเลื่อนมือมาลูบขึ้นลูบลงที่เอวเว้า คล้ายว่าปลอบกันอย่างไรอย่างนั้น  “เฮ่~ ผมไม่ได้จะทำให้กลัวนะครับ แค่อยากให้เขยิบขึ้นมาหน่อย ตรงนั้นไม่ค่อยปลอดภัยกับพี่น่ะ” มินโฮพูดออกมาได้เดียงสาทั้งทีท่าทางของเราย้อนแย้ง

 

ดูเหมือนกับว่าน้องไม่ได้คิดจะล่วงเกินไปไกล เขาจับสะโพกและเด้งส่วนนั้นเพื่อให้ผมขยับขึ้นเหนือจุดไวสัมผัสจริงๆ

 

จิตใจที่ดีของเขาทำผมใจอ่อนยวบยาบ ความรู้สึกมันฟูฟ่องเหมือนฟองโค้กที่แตกซ่าไปทั้งตัว เขาให้เกียรติผมแม้ว่าใครจะทำลายมันมามากขนาดไหนก็ตาม

 

“มินโฮยา พี่ชอบนายจัง”

ว่าจบผมก็ก้มลงส่งจุมพิตบนหน้าผาก ปลายจมูกโด่ง แก้มซ้ายและขวา บรรจบแนบแน่นสุดท้ายที่ริมปากหยักแทนรางวัล

..จ๊วบ~ ...

ก่อนจะกลับมานั่งหยัดตรง ช่วยปลดเนกไทและปลดกระดุมเสื้อนักเรียนตามที่น้องสั่ง

 

มินโฮเปลือยท่อนบนเรียบร้อยเขาก็พลิกให้ผมลงมานอนหนุนอยู่ในวงแขน กลิ่นกายสะอาดสะอ้านทำผมซุกตัวเข้าสีข้างน้องแล้ววาดแขนพาดหน้าอกแกร่งเอาไว้คล้ายแสดงความเป็นเจ้าของ

 

จุมพิตอย่าถือสิทธิจากมินโฮแนบลงแผ่วเบากลางกลุ่มผมของผม แขนของน้องทั้งสองข้างที่รัดผมไว้กระชับรัดผมแน่นขึ้นจนตัวผมเกย ขาผมยกก่ายขาเขาเหมือนว่าเจอหมอนข้างคู่ใจ

 

“ผมก็ชอบพี่”  เขาบอกด้วยเสียงพร่าแหบอีกครั้ง

 

“พี่รู้ครับ” ผมตอบ เราทิ้งให้ห้องเงียบ และผล็อยหลับไปในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

 

“มินโฮ ซึงยุน กินข้าวกัน”ดาร่าเรียก

 

ผมอาบน้ำแล้ว กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียง กดมือถือเล่นรอมินโฮที่เพิ่งตื่นแล้วลากตัวเองเข้าห้องน้ำไป “เดี๋ยวลงไปครับเจ้” ผมเลยต้องเป็นคนตอบเธอ

 

มินโฮอาบน้ำเร็ว แวบเดียวเจ้าตัวก็ออกมาเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงนอนใส่ เอาเสื้อสวมหัว เอาผ้าเช็ดตัวแขวนผึ่งข้างผนังก่อนจะทิ้งแรงนั่งลงหมิ่นเหม่บนเตียง

 

“ปะ หิวข้าว” น้องส่งมือมาเขย่าแขน

 

ผมอมยิ้ม วางโทรศัพท์แล้วลุกตามแรงฉุนของมินโฮ เราเดินช้าๆ ระหว่างที่เดินออกมาจากห้องนอนผมนึกอะไรออกจึงถาม

“มินโฮไม่ได้เดทกับแชยองใช่ปะ?”

 

“ห้ะ! ไม่” เจ้าตัวปฏิเสธเสียแข็ง ถดคอถอยแบบฉงนขั้นสุด “ทำไมถึงถาม”

 

“ก็วันนี้เธอดูไม่พอใจอะดิ เธอบอกว่ากะจะชวนมินโฮไปนั่งเล่นริมแม่ต่อด้วยนะ แต่พี่ดันมารับ”  

เราเดินคู่กันลงบันไดตอนที่ผมเล่าเรื่องให้ฟังสั้นๆ มินโฮหน้ามุ่ย คิ้วขมวดเล็กน้อย น้องเขาส่ายหน้า

“ผมไม่มั่นใจนะ แฝดเคยพูดทำนองว่าเธอชอบผม แต่ผมไม่ได้คิดไรเลย เธอคือเพื่อนคนหนึ่งแค่นั้น”

 

“....”

ผมพยักหน้าเข้าใจ เราหยุดยืนที่ตีนบันไดมีเพียงฝาผนังของช่องประตูครัวกั้นเสียงไม่ให้ดังไปถึงดาร่าและเฮียซึงฮุน  ผมเห็นว่ามินโฮเหมือนต้องการจะพูดอะไรต่อแต่ยังก้มหน้ามองพื้น

 

“นายอยากบอกอะไรอีกมั้ย?” ผมช้อนคางมินโฮให้เงยหน้าขึ้นมาแล้วส่งยิ้มให้ อีกนัยหนึ่งเพื่อให้มินโฮมีความกล้าและมั่นใจ “มองพี่ดิ เวลาจะพูดน่ะ”

 

มินโฮยิ้มน้อยๆ “ผมพูดไปบ่อยแล้ว กลัวพูดอีกพี่จะรำคาญ”

 

“ลองพูดก่อน”

 

“ผมรู้สึกดีกับพี่แค่คนเดียว แล้วก็..ยังไม่เปลี่ยนใจ” มินโฮไหวไหล่

 

ผมลอบขำในลำคอ ส่ายหน้าเนือยๆ “นั่นทำให้พี่สบายใจมากเลยนะมินโฮ”

 

มินโฮพยักหน้าครั้งหนึ่ง

“นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการเหมือนกันครับ พี่ซึงยุน”

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

ฝากคอมเม้นต์ ติดแท็กเป็นกำลังใจด้วยนะคะะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #47 Plhrmn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:29
    อุแง เจ้ามินโฮ
    #47
    0
  2. #33 icevalentine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 19:14
    คบเด็กนี่มันกระชุ่มกระชวยจริงๆน้าา อิอิ
    #33
    0
  3. #32 Gamairu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 11:34
    ตามชื่อเรื่องเลย เบาหน่อยมินโฮ พี่ยูนหลงมาก ไม่ไหวแล้ว
    #32
    0
  4. #31 Lalita (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:39

    มินโฮน่ารักจังพี่ซึงยูนหลงน้องแย่แล้วทำตัวน่ารักบ่อยๆแบบนี้

    #31
    0
  5. #30 PHMBieber (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 00:38
    น่ารักมากกกแงงงงง
    #30
    0
  6. #29 Minyoon lovely (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:15

    เด็กมันร้ายย แต่พี่ซึงยูนร้ายกว่าทำเด็กหลงได้ขนาดนี้^^ ผ่านเรื่องราวร้ายๆมาด้วยกันได้แล้วก็จะออกแนวคนอ่านอิจฉาความน่ารักที่เขามีให้กัน ฮอลล อยากมีน้องมินโฮเป็นของตัวเองบ้างติดแค่ไม่ได้ชื่อพี่ซึงยูน

    #29
    0
  7. #28 tnk_ikn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:41
    มินโฮน่ะ เหมือนจะไปไหนไม่รอดแล้ว รักพี่เค้ามากกกกกกกก
    #28
    0