Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 3 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

#เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่3

 MINHO'S  PART

 

 

แสงไฟส่องสลัวไม่ค่อยทั่วถึง เป็นเอกลักษณ์

เสื้อกั๊กทับบนเชิ้ตสีขาว โบว์หูกระต่ายสีดำที่สายของมันซ่อนอยู่ใต้ปก

...ร้าน และเครื่องแบบของลูกน้องในบาร์ดาร่าที่เห็นประจำ เบื้องหน้าคือเก้าอี้ที่กำลังถูกขยับจัดเข้ากับโต๊ะโดยพวกพี่พนักงาน อีกไม่กี่ชั่วโมงสถานบันเทิง แหล่งเที่ยวกลางคืนย่านนี้จะถึงเวลาเปิดทำการ

 

ก้นแก้วน้ำเปล่าละลาย เลอะเป็นวงบนพื้นกระจกของโต๊ะเตี้ย โต๊ะชุดนี้กว้างเพียงสองคนนั่ง  ตั้งใกล้ประตูเข้าออก ผมและดาร่าคุยกันมาสักพักหนึ่ง อีกประเดี๋ยวก็ต้องกลับ เธอไม่ชอบให้ผมเข้ามานัก มันคือแหล่งอโคจร อีกทั้งตัวเลขอายุที่น้อยเกินกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าการโดนปฏิเสธความรู้สึกพร้อมกับประโยคที่ผมไม่อาจเข้าใจนั้นกลายเป็นแรงถีบ ผมอยู่ไม่ติดอะพาร์ตเมนต์เลยหลังจากวันนั้น

 

“หื้ม? ดูแล? นี่เจ้เคยพูดด้วยเหรอ?”  เธออยู่เก้าอี้ตรงข้าม ในชุดเดรสกระโปรงบานสีเดียวกับกลีบดอกจัสมิน เธอเพิ่งจะเปลี่ยนท่านั่งไขว่ห้าง ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง กระพริบตาปริบ ๆ เอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

“ใช่!” ผมยืนยันถึงคำพูดที่เธอเคยฝากไว้

 

“เอ่อ~..” ดาร่าเหลือบตามองขึ้นบน หัวคิ้วเธอขมวดย่น ปลายนิ้วกระจุ๋มกระจิ๋มเคาะเบา ๆ ที่ปลายคางแหลม เธอครุ่นคิดต่อสักครู่  “อ๋อ!!” ก่อนจะวกสายตามาจับจ้องผม

 

ผมกระตือรือร้นเลยทีเดียว ยืดหลังตรงและตั้งตารอฟัง แม้ว่าวันนี้จะดูขี้แพ้ไปสักหน่อย แต่ทนไม่ไหวแล้วหากต้องค้างคาใจเรื่องพี่ซึงยุน

“....”

 

“ไม่มีอะไรมินโฮยา” มือสวยโบกปัดไปมา “พี่แค่เห็นซึงยุนมันเศร้า มันเลิกกับแฟนน่ะ”

 

..หากเป็นเพียงชั่ววูบเดียวเท่านั้นเองที่ผมรู้สึกมีชีวิตชีวา..

 

“....”

 

 “...ตอนเลิกกันแรก ๆ เห็นก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่พักหลังมันดูไม่มีความสุข เก็บตัว มาเมาที่บาร์บ่อย พี่เป็นห่วงเลยสั่งให้มินโฮช่วยดูแลกัน มันแบบ ..จะว่าไงดี เหมือนคนซึมเศร้าเข้าทุกวัน อาจจะลืมไอ้เวรนั่นไม่ได้มั้ง” พี่สาวหัวเราะเคล้าไปกับคำพูด คล้ายว่ามันเป็นเรื่องน่าขำหนักหนา  

 

“....”

 

ผิดกัน ความรู้สึกของคนฟังมันสวนทางขนัด เหมือนตัวของผมจะลีบเล็กลงอย่างไร้สาเหตุ ก้อนเนื้อในหน้าอกซ้ายกระตุกแรงก่อนจะทิ้งความปวดหน่วงเอาไว้ทั่วร่างกาย

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

 

ฮบ : งั้นสรุป สกปรก เปื้อน คือ?

ข้ออ้างมั้ง:

ฮบ: คิดงั้นหรอ?  ไม่เห็นจำเป็นต้องว่าตัวเองให้ดูแย่

จว: เขาคงหมายถึงเคยผ่านมือคนอื่นมากแล้วงี้ปะ อย่าด่านะ

ไอ้เลว จีวอน ;( :

ฮบ: ถ้างั้น ..มึงแคร์ไหมมินโฮ

อะไร? เรื่อง?:

จว:ที่พี่เขาไม่เวอร์จิ้น

ไม่:

ฮบ: เจ๋ง งั้นก็ลองดูใหม่ดิ จนกว่าเค้าจะรับความรู้สึก ไม่เห็นเสียหาย

ฮบ: ถ้าชอบจริง ๆ ก็เลิกนอยด์ กลับไปคุยกับพี่เขาเหอะ

จว: เออ อันนี้ไหว้ ไม่คุยมาสองสามวันสภาพมึงไม่ได้ละ

จว: เดี๋ยวประสาทแดกตายก่อนจะมีแฟนน่ารักนะจ้ะ 

แล้วถ้ามันไม่ใช่ข้ออ้างล่ะ? :

… :

จว: เอ้า ไอ้หอก อะไรของมึง คิดเยอะหลายตลบ

ฮบ: รู้ชื่อแฟนเก่ามั้ยอะ? จะลองให้คนของป๊าช่วยดูให้ เผื่อปัญหามาจากมัน

อิม แจบอม ฝากด้วย ฮันบินนา :

จว: มีเป็นพันเลยมั้งชื่อนี้

ฮบ: กูหาให้เพื่อนกูได้ก็แล้วกัน :P

จว: อย่าเก๋ามากน้องชาย เปิดประตูห้องให้พี่ซิ ถึงละ <3

จีวอน กูเกลียด<3 ของมึงมาก lol :

 

……

แชทกลุ่มทำให้ยิ้มได้บ้าง ฮันบินเป็นความหวังริบหรี่สำหรับวัน ถ้าทบทวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องที่ดาร่าคาดเดา มันดูจะยังไม่เข้าเค้ากับคำที่ซึงยุนใช้ปฏิเสธ

 

ผมอยู่เบาะแถวสุดท้ายริมหน้าต่างรถ ทอดสายดูวิวเมืองพร่ามั่วด้วยสายฝนพรำ แม้จะพริบพราวสวยแต่ส่วนตัวผมว่ามันชวนเหงา เปล่าเปลี่ยวและเคว้งคว้าง ผมเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋ากางเกงยีนพอดีกับช่วงที่รถโดยสารเลี้ยวเข้าถนนเส้นที่ตั้งของอะพาร์ตเม้นต์ เพียงแค่เห็นตึกสูงนั่นลิบ ๆ ผมก็พ่นลมหายใจทิ้งรดกระจก

 

กล่องลิฟต์เคลื่อนขึ้นเรื่อย ๆ ผมชักประหม่า เหงื่อซึมทั้งที่ตอนลงรถมาอากาศเย็นเยียบ ในหัวเอาแต่คิดว่าถ้าเจอหน้าซึงยุนควรแสดงออกเช่นไร อย่างเดิมดีไหม ไม่คุยกันแล้วหนีหายเข้าห้องนอนไป

แต่อย่างจีวอนบ่น แค่สองสามวันผมก็แย่ ผมอยากคุยกับเขามาก เคยชินอย่างขาดไม่ได้ อยากมองรอยยิ้มสวย ๆ แม้มันยังเป็นข้อครหาถึงความจริงใจในการมอบให้ผมก็ตามที

 

สองเท้าก้าวเฉื่อยตามทางเดินของชั้น ก่อนจะหยุดหน้าประตูห้อง ผมลดฮู้ดดี้สีดำบนหัวลง ก้มหน้าหลับตาเพื่อสงบอารมณ์ว้าวุ่น ริมปากเม้นแน่น ถ่ายถอนลมหายใจหนักอีกหนึ่งครั้งก่อนที่ผมจะกดรหัสประตูและรูดการ์ดให้มือ ตี๊ด! …ระบบไฟฟ้าส่งเสียงแทนคำอนุญาตให้เข้าไปด้านใน

 

ไฟหน้าชั้นวางรองเท้าเปิดอัตโนมัติ ผมยันมือกับชั้นวางกันเซล้ม ยกเท้าถอดผ้าใบทีละข้าง ทุลักทุเลตัวก็เอียงซ้ายเอียงขวา

 

 

ก๊อบ แก๊บ ก๊อบ แก๊บ ~

มีเสียงจากภายในตัวบ้าน ยังไม่ทันจะเดินไปพ้นบริเวณเจ้าของห้องก็เดินเลี้ยวมาจากฝั่งห้องครัวพร้อมกับถุงขยะสีดำหนึ่งใบ เขาชะงัดยืนนิ่งจ้องมา ผมเองก็เช่นกัน

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนยังใสแจ๋ว แต่เปลือกตาเขาดูบวมเหมือนคนร้องไห้ ผมหวังว่านั่นจะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผมนะ

ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเบา ๆ ก็คลาย ผมก็เผลอเม้มปากตัวเองตาม เขาสวมสเวตเตอร์กันหนาว แต่เหงื่อเม็ดน้อยกลับซึมตามใบหน้าและเหนือริมฝีปาก

 

“โทรไปหาแต่เห็นไม่รับสาย มีกับข้าวเหลือบนโต๊ะอาหาร พี่กินแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้รอนะ นายกลับดึกน่ะ” พี่เขาว่าจบก็เตรียมจะเดินเลี่ยงไปหาประตูด้านหลังผม  สีหน้าสลดหงอย ๆ แบบนั้นทำหัวใจผมปวดหนึบหนับ มันวูบโหวงในช่องท้อง ไม่ค่อยดีเลย

ผมขยับตัวขวางไว้ ประชิดร่างเขา จับมือแดง ๆ ของเขา “ช่วย” แล้วปลดถุงขยะมาถือเอง

 

ทว่าคำเดียวจากผม สีหน้าซึงยุนก็เปลี่ยนไป เขาค่อย ๆ คลี่ยิ้ม ก่อนจะกลายเป็นรอยยิ้มฉีกกว้างโชว์ฟัน ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเล็กน้อยทำให้ใบหน้ากลมนั้นคล้ายว่าช้อนมองกันอย่างไรอย่างนั้น

 

ผมเคยบอกไปหรือยังนะ ว่าผมแพ้สายตาเขา

แบบว่า... ไม่สามารถทนสบตานาน ๆ ผมเสียอาการรีบเบี่ยงหันหนี ไม่รู้ว่าจะถอยออกจากประตูหรือทำอย่างไรต่อดี

 

..เสียงหวานหัวเราะคิกชวนให้เซสายตามองเขาใหม่..

 “ไร?” ถามโทนเสียงเข้มขรึม

 

“หายงอนแล้วหรอ? ไอ้เด็กบ้า”

 

“ใคร?” ผมทำไขสือ ถดคอถอยหลังนิดหน่อย

 

“นายแหละ” เขาดี๊ด๊า เคาะปลายนิ้วชี้ลงบนสันจมูกผม เหมือนจะคาดโทษกัน

 

โอ่ย...ตายเลย ผมอั้นยิ้มหน้าอ้วนไปหมดแล้วมั้ง

“ผม..”

 

“...”

 

“อยากไปทิ้งขยะละ หนัก”  

หันหน้ากลับไปทางประตูอีกหน สวมสลีปเปอร์แถวนั้นลวก ๆ พี่ซึงยุนก็เอื้อมแขนมาหมุนลูกบิดให้ ผมเกร็งตอนมือบอบบางอีกข้างลูบแผ่วอยู่กลางแผ่นหลัง เราออกมายืนข้างกัน ก่อนจะออกเดินพี่เขาก็ยกแขนพาดบ่าของผมเหมือนที่ทำประจำ   

“เฮ้อ~ โล่งใจ คิดถึงมินโฮเด็กพูดมากชะมัด” เขาเอียงศีรษะถูกต้นแขนอ้อน

 

ผมกระชับถุงดำในมือข้างที่ห่างจากเขา รู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงเริ่มจะกลับมาเยอะดั่งเก่า ไม่วายหลุดหัวเราะออกมาอย่างสิ้นมาด

“เกิดมาไม่เคยได้ยินใครบอกผมพูดมากเลยสักคน พี่เพี้ยนแล้ว”

 

“งั้นมั้ง ฮะฮ่า~” พี่เขายังเอียงหัวซบไหล่ผมไม่ห่าง มือของแขนข้างที่พาดอยู่กระชับกอดตัวผมจนร่างกายเราเกยกันไปเกยกันมา

 

“ผมขอโทษ ...ผมก็คิดถึง”

ผมเอียงศีรษะถูกับศีรษะของเขาจนหัวซึงยุนฟู เก็บอาการไม่ไหวเวลาใกล้ชิด  ตระหนักมาตลอดว่าแค่เพียงความผูกพันธุ์ไม่น่าจะทำให้ผมเป็นหนักเท่านี้ ยกเว้นแต่ว่ามันจะมีความรู้สึกดี ๆ ซ่อนอยู่มากเกินอธิบาย

 

อาจจะเรียกด้วยคำนิยามง่ายๆว่าชอบ พี่เขาแล้วมั้ง

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

Rrrrrrr…--

Missed call / 02:04 AM

Rrrrrrrr –

Missed call / 02:05 AM

เวลาวิกาลที่ไม่ควรมีสายเรียกเข้า ด้วยความง่วงจัดบวกกับฤทธิ์ของเบียร์หลายกระป๋องที่กินเล่นกับพี่ซึงยุนก่อนแยกย้ายเข้านอนผมเลยไม่สนใจเปิดตามองจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอน เพียงแค่กดตัดสายแก้รำคาญ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

แต่แล้วหูของผมก็ได้ยินเสียง ผมลุกนั่งพิงเตียงพยายามรวบรวมสติกลัวว่าจะละเมอฝัน

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

ตาสว่างไม่ต่างจากสร่างเมา เสียงเคาะไม่ได้มาจากประตูหลัก แต่มาจากประตูแฝดที่เชื่อมสองห้องไว้คู่กัน เร็วเท่าความคิด ผมสะบัดผ้าห่มออกจากตัว หัวใจเต้นโครมครามเพราะเป็นห่วงคนอีกฟากทั้งที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไร เท้าก้าวเหยียบพื้นได้ก็รีบจ้ำไปยังประตูข้างชุดทีวี

 

ใช้กุญแจที่แขวนอยู่ข้างกำแพงไข้ เปิดพรวดก็เห็นพี่ซึงยุนยืนกอดผ้าห่มรออยู่แล้ว

 

“เป็นไร!! เป็นไรไหมครับ?”

ผมจับต้นแขนเขาทั้งสองข้างแล้วพลิกร่างน้อยซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจดู ใจสั่นมาก ตื่นตระหนก ประตูบานนี้มีข้อตกลงคือไม่ให้เปิดใช้

 

“เปล่า ฝันไม่ดีเฉย ๆ ” เสียงเขาดูเหนื่อย ๆ

และทั้งที่อุ้มผ้าห่มผืนโตแต่ก็ทิ้งหัวเข้ามาซุกซบหน้าอกผมทั้งอย่างนั้น ไม่มีเวลาให้ขวยเขินหรือเก็บอาการ แขนทั้งสองข้างยกโอบล้อมร่างเขาแทนการปลอมขวัญ ผมอิงศีรษะแนบบนกลุ่มผมหอมฟุ้งหวังว่าเขาจะรู้สึกอุ่นใจ

“ตกใจหมดเลยครับ” ผมพูด

 

“พี่โทรหามินโฮตัดสาย พี่เลยเคาะประตู ขอโทษที่ปลุกนะ” เสียงเขาอู้อี้

 

...น่ารักชิบหาย...

 

“ไม่เป็นไร” ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม

 

ซึงยุนขยับตัวนิดหน่อยก่อนที่ผมจะคลายแรงกอดให้เขา แต่ไม่ใช่ปล่อย ผมเพียงลดมือต่ำลงมากอดรอบเอว ผ้าห่มเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ตัวเราทิ้งระยะ

 

“มินโฮไปนอนเป็นเพื่อนหน่อยดิ ได้ไหม คืนนึง”

...หูย อ้อนปะเนี่ย ไหนห้ามผมคิดเยอะ มาทำอย่างนี้ใครเขาจะคิดน้อยได้กัน.. เขาทำผมยิ้มไม่หยุดหย่อน ผมกลั้วขำก่อนจะพูดแซว

“ฮะฮะ~ ให้พูดใหม่ หอบผ้าหอบผ่อนมาตรงนี้ ก็ต้องมานอนห้องผมแล้วไหม?”

 

“แล้ว ...นอนด้วยได้หรอ?”

ซึงยุนทิ่มปลายค้างลงมาปักที่หน้าอก ใบหน้าขาวหมวยแหงนขึ้นมองกันแล้วส่งยิ้มหวาน แพขนตาขยับขึ้นลงเชื่องช้า เขายังคงมีอาการเมานั่นแหละผมว่า

 

“ก็ก้าวข้ามมาซิครับ ประตูบานนี้ผมเปิดให้แล้วไง” ผมพูดเสียงทุ้มนุ่มเพราะเอ็นดู ถ้าพี่เขาเข้าใจรูปประโยคเขาจะรู้ว่ามันมีความหมาย

 

“....”

ซึงยุนนิ่งงันอยู่คาอกชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะกลับไปยืนตรง ผมก็ผละแขนออกจากร่างกายเขา หัวใจเริ่มตีจังหวะถี่เพราะลุ้นว่าเขาจะปฏิเสธการเชื้อเชิญครั้งนี้ไหม เราสบตาก่อนจะหลุบมองต่ำที่ปลายเท้าพร้อมกัน

ไม่มีอะไรกั้นเราไว้แล้วในคืนใหม่คืนนี้ มีเพียงแค่ธรณีประตูเตี้ย ๆ

 

“มาสิ” ผมเรียกหา พยักหน้าให้เขาคล้อยตาม

 

มือแดง ๆ ข้างหนึ่งละจากผ้านวมที่กอดอุ้ม ยื่นมาแตะข้างแก้มซ้ายของผม

 

“ใช่นายเปิดมันแล้ว เก่งจัง”

 

นั่นถือเป็นความนัยที่ตอบกลับมาอย่างดีเลยไม่ใช่หรือ?

ผมจับมือข้างนั้นออกจากแก้มเเล้วกุมเอาไว้ ก่อนจะแทรกนิ้วระหว่างข้อนิ้วของเขาเพื่อประสาน ผมก้าวถอยหนึ่งก้าว เพื่อดึงให้ซึงยุนก้าวตาม  

 

จนถึงเตียง ผมปล่อยเขานั่งลง ซึงยุนตั้งผ้าห่มของตัวเองไว้ที่พื้นพรม และกระเถิบตัวเข้าไปในผ้าห่มของผม

 

ผมขึ้นเตียงบ้าง เราอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาผืนนี้ด้วยกัน ต่างทิ้งหัวลงบนหมอนนิ่ม นอนตะแคงหันเข้าหาเพราะยังไม่มีใครละสายตาจากกันได้

 

แก้วตาแสนสวยที่ผมหลง ไรผมตามกรอบหน้าโครงงาม ผมลูบเส้นผมปกหน้าผากของเขาอย่างนุ่มนวล เขาหลับตาพริ้มคล้ายยิมยอมให้กล่อมนอน

 

สุดท้ายก็ไม่มีใครต้านแรงดึงดูดได้ ผมพาดแขนข้างหนึ่งวางบนสะโพกเขาแล้วกระชับร่างของเราให้แนบสนิท ศีรษะของซึงยุนจึงซุกเคียงอกผมอีกครั้งด้วยความจำนน แขนอีกข้างผมสอดเข้าใต้ท้ายทอยขาว ให้เขาได้หนุนไปพร้อมกับหมอน

 

“ฝันดีครับ” ผมอวยพร เเละไม่คิดจะล่วงเกินเขาไปมากกว่านี้ ผมพอใจเเล้ว

 

ซึงยุนพยักหน้า “ช่วยดักฝันพวกร้ายนั้นให้พี่นะ มินโฮยา”

 

“ครับ” ผมรับปากสั้น ๆ

 

ในเช้าอีกวันที่แสงแดดส่องผ่านม่าน ตอนที่ลืมตาตื่นมามีเขาอยู่ในอ้อมกอด ผมแยกแทบไม่ออกว่ากลายเป็นผมเองที่ฝันดีอยู่หรือเปล่า แก้มนวลเนียนของคนที่หลับปุ๋ยนั่นไม่ใช่ปุยเมฆหรอกใช่ไหม เปลือกตาสีมุขแบบนั้นไม่ใช่สายรุ้งกินน้ำได้อย่างไร แล้วทำไมริมฝีปากที่เผยอหายใจถึงอิ่มฉ่ำคล้ายผลลูกพีชได้ขนาดนั้น


 

#เบาหน่อยมินโฮ


 

บ้านจั่วหลังคามุงสามเหลี่ยม สองชั้น มีสวนและรั้วเตี้ยน่ารัก หลังบ้านก็ยังเป็นสวนหย่อมและลานหญ้าเผื่อตั้งเตาบาร์บีคิวหรือใช้ตั้งโต๊ะเวลาดาร่าพาเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้

 

“ชอบไหมมินโฮ” เฮียซึงฮุนถาม

 

“สวยดี” ผมตอบ 

เรากำลังเดินขึ้นบันไดเพื่อไปดูห้องนอนชั้นบน มีห้องนอนสองห้อง ระเบียงทั้งด้านหน้าเเละท้ายของตัวบ้านยื่นออกไปเป็นนอกชาน สามารถเปิดรับลมได้ ตรงกลางยังเป็นโถงกว้าง ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร  ผมกับเฮียเรายืนอยู่ตรงนั้น กำลังมองดูรอบตัว

 

“พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ย้ายเข้าอยู่ได้แล้วล่ะ เจ้กับเฮียอาจจะมานอนเป็นเพื่อนบ้างแต่คงไม่บ่อยนะ”

 

“ครับ”

 

“ไปดูห้องนอนตัวเองสิ นั่นของนาย” ร่างโปรงในชุดสูทสีสันสดใสชี้นิ้วไปที่ห้องหนึ่ง

 

ผมโค้งหัวลงและเดินไปยังห้องนั้น ของของผมที่ก่อนหน้านี้ดาร่าขนไปเก็บไว้ที่บ้านเฮียถูกนำกลับมาจัดเข้ามุมเข้าชั้นจนเนี๊ยบ

โต๊ะหนังสือ โต๊ะคอมพ์ที่ปลายเตียง ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของสะสมและตำเรียนของปีเก่า ๆ ก็อยู่ครบ ผมเดินไปเปิดดูห้องน้ำ และกลับออกมาทิ้งตัวบนที่นอน

 

ก็นิ่มดีแต่ผมรู้สึกว่ามันแคบไปหน่อย

 

“เฮีย เฮียครับ มานี่หน่อยดิ”ผมตะโกนเรียก

 

ซึงฮุนโผล่เข้ามาในห้อง แกชอบเท้าสะเอวเป็นอาแปะ “ไรเหรอ?”

 

“เตียงเปลี่ยนได้เปล่า?”

 

“ใหญ่ไปเหรอ ปกตินอนเตียงเดี่ยวใช่ไหม เปลี่ยนได้ เงินเยอะแยะ ฮะฮะ~”

 

“เอาเตียงใหญ่” ผมบอก

 

เฮียซึงฮุนเลิกคิ้ว ตีสีหน้างุนงง

“มีสาว ๆ รึเปล่าเนี่ย มาแปลกว่ะ?”

 

“มั่ว เผื่อพี่ยุนมาค้างครับ เอาเตียงใหญ่แบบที่อะพาร์ตเม้นต์”

 

“อ๋อ ก็ให้มันนอนห้องข้าง ๆ ก็ได้ คงไม่มาชนกันกับเจ้แกหรอกมั้ง”

 

“ผมของเตียงใหญ่ ๆ ตามนั้นแหละ”

ยืนยันเสียงแข็ง ก่อนที่เราจะลงจากบ้านและขับรถออกมา วันนี้วันครอบครัว เจ้กับเฮียจะพาไปกินข้าว ซึ่งพี่สาวผมเธอทำเล็บรออยู่ที่ห้างแล้ว

 

วันนี้ซึงยุนก็คงไม่กลับบ้าน เขาบอกว่ามีธุระอีกแล้ว นี่เขาปิดเครื่องด้วย ผมหยิบโทรศัพท์มาเตรียมจะพิมพ์ข้อความเเชททิ้งไว้

 

พี่ซึงยุน ดาร่าทำบ้านให้เสร็จแล้วครับ ผมสั่งเตียงใหญ่ ๆ เผื่อวันไหนพี่ฝันร้า..

 

Rrrrrrrrrrr..

จอมือถือเปลี่ยนหน้าจอกะทันหัน มันขึ้นเบอร์คนที่โทรเข้ามาผมไม่ได้รีบจะส่งข้อความ เลยกดรับสายเพื่อนก่อน

 

“ฮันบินว่า?” ผมรับ

 

“อิม แจบอม!! ..อิม แจบอม!! ใช่ไหม?” เสียงปลายสายดูร้อนรน ฮันบินอ่านง่าย ถ้ามันพูดซ้ำแปลว่ามันสติแตก

 

“ใช่” ผมใจหวิวและเริ่มเครียด เพลงฟังสบายในรถเฮียไม่ช่วงให้ผมรู้สึกผ่อนคลายอีกต่อไป

 

“อยู่ไหน มานี่!! มานี่เดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวนี้!! ไม่ต้องบอกใคร มานี่!!

 

“ฮันบิน!!” ผมเค้นเสียงไม่ใช่เพราะอยากดุ แต่สติหลุดเพราะมันดูรนเกิดเหตุ

 

“โรงแรมป๊าใหญ่ มาเลยนะ!!! เข้าใจไหม!! ...ลุงการ์ดถ่วงเวลาเปิดห้องหมายเลข474ให้ผมหน่อย ...เออ!! นานที่สุดเท่าที่จะทำได้อะลุง นี่เป็นคำสั่ง!!! ...มินโฮแค่นี้นะ รีบมาหน่อย เขาอยู่นี่ๆ”

 

ติ๊ด—

 

มือผมยังค้างอยู่ข้างหู หายใจแรงเพราะหัวใจกำลังเต้นระรัว มีช่วงที่สลับคุยทั้งกับผมและคนอารักขาเสียงดังให้แซด ผมมือเท้าเย็นเฉียบ เหงื่อเต็มหลัง กลัวและใจเสียสุดขีดกับคำว่า เขาอยู่นี่ ..ผมกลัว กลัวจะเป็นพี่ซึงยุนของผม กลัวจะเป็นเรื่องไม่ดี ผมไม่ได้เตรียมใจรับอะไรมาเลยนี่

 





#เบาหน่อยมินโฮ


 

เดือนละตอนก็จริงแต่มาแล้วนะ 55555 เข้มข้นขึ้นอีกนิดแล้วจะเป็นยังไงต่อไปฝากติดตามกันด้วยน้า ขอบคุณทุกๆสตรีมทุกคอมเม้นต์เลยนะคะ เหนี่ยวแน่นมากทั้งแท็กแล้วก็ในฟิก เราก็มีแรงเขียน ฮึ้บมาก ๆ เลย เดือนนี้ปิดเทอม อาจจะลงมากกว่าหนึ่งแน่นอนค่ะ มาติดตามความพี่ยุนกับน้องมินโฮไปด้วยกันนะคะ  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #44 Plhrmn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:12
    โอ้ยยยเขาที่ว่าคือซึงยูนใช่มั้ยย
    #44
    0
  2. #17 MNBF (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 18:10
    เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้วววววว มินโฮจะไปเจอกับอะไรนะ
    #17
    0
  3. #16 Lalita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 10:09

    เกิดอะไรขึ้นกับซึงยูนมินโฮจะตามไปช่วยทันไหม

    #16
    0
  4. #15 speamz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 11:47
    แจบอม ย้ายเรือ //ผิดๆ
    #15
    0
  5. #14 NKrose (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 03:36
    ไม่ใช่แบบที่คิดใช่มั้ยอ่ะ ยุนยุนของเจ้TTTT_TTTT มินโฮไปช่วยยูนที แงงงงงงงงง
    อิม แจบอม ฮู อาร์ ยูว??
    มิโนวิ่งสิวิ่งงงง😭😭😭
    ..
    ตอนต้นๆนี่คงต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นเบาหน่อยซึงยูน อ้อนขนาดนี้มินโฮคือไปไหนไม่รอดแล้ว> #14
    0
  6. #13 Yxxn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:10

    อะไรยังไง อิมแจบอม!! มิโนไปช่วยยูนที

    #13
    0
  7. #12 PHMBieber (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 14:21
    ลุ้นตามมินโฮเลยอ่ะฮือออออ รอนะคะไรท์ ㅠㅠㅠㅠ
    #12
    0