Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 2 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

#เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่ 2

MINHO’S  PART


 

เปรี้ยง!

 

“เชี่ย!!

ผมสะดุ้ง ตกอกตกใจจนเผลอหลุดคำหยาบ ปล่อยตะเกียบที่คีบมาม่าพรวดแล้วรีบยกมือปิดหู ไม่ชอบฟ้าแรง ๆ แบบนี้ อยู่สูงด้วยเลยเห็นแสงผ่าฟาดชัดน่ากลัว

 

แล้วฝนก็เทตามลงมาหลังลมด้านนอกโชยพัดอยู่ไม่นาน อุตสาห์ดีใจได้เห็นฟ้าโปร่งยามเช้า ว่าจะตากชุดชั้นในให้หอมแดดบ้าง เปิดระเบียงอ้าไว้เลยผุดลุกปิดอย่างเร็ว ...ครืน~...แกร้ก~...เสียงมันลงล็อก

 

“บ้าจริง”

ปากบ่นพึมพำ มือยกขยี้หัวเกรียน ละอองน้ำพวกนั้นทำผมของผมชื้น แต่ผมก็ยังยืนยิ้มแฉ่งใส่พวกมันหน้าบานกระจก มองหยดน้ำที่ไหล่ลู่ด้วยความพอใจ ผมมีความคิดเตรียมจะบิดพลิ้วในหัวเป็นขั้นเป็นฉาก

ว่าแล้วก็เดินกลับไปยังห้องตนเอง ถอดปลั๊กโทรศัพท์มือถือที่เสียบชาร์ตบนหัวเตียงก่อนจะนั่งลงที่ที่นอนแล้วเลื่อนหาเบอร์โทรออกเมื่อคืนวาน

 

ไม่นานหลังสัญญาณขาดห้วง เสียงของผู้ใช้งานก็แว่วมา

 

[“โหล”]

 

“เออฮันบิน บ้านกูฝนตกแล้วว่ะ ออกไปเล่นเกมด้วยไม่ได้นะ” รีบบอกความจำนงกลัวว่าไอ้เพื่อนจอมฉลาดจับพิรุธได้

 

[“กูจีวอน ..แล้วมึงอยู่บ้านเหรอ ให้กูไปเล่นที่บ้านมึงแทนไหมล่ะ?”]

 

“เอ่อ..เกรงใจพี่ยูนว่ะ ไงเดี๋ยวไว้วันหลังนะ”

 

[“เออ โอเค ๆ ”]

 

ฟู่~ ..เป่าลมปากออกมาอย่างโล่งใจ โชคดีที่เป็นไอ้แฝดพี่ ผมโยนโทรศัพท์หลังวางสายไว้บนเตียงอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วเดินกลับออกมาเคาะประตูห้องข้าง ๆ

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

“พี่ซึงยุน ไปซุปเปอร์มาเกตกันเถอะครับ”

อดจะยกยิ้มกริ่มที่มุมปากไม่ได้ นี่ต่างหากที่ผมต้องการ ในหนึ่งอาทิตย์ตามที่สังเกตจะมีหนึ่งวันที่เราไม่เจอกัน พี่เขาบอกว่ากลับไปหาครอบครัว เวลากลับมาจะดึกมากจนบ้างครั้งผมก็นอนไปก่อนแล้ว เช้าอีกวันเขามักจะเพลีย อิดโรย และตื่นสายเสมอ ซึ่งวันนี้ผมจะไม่ให้เขาสายไปมากกว่านี้แล้วล่ะ

 

เขาเดินมาเปิดห้องให้ ผมยืนอิงขอบประตูห้องด้านนอกส่วนเขาพิงอยู่ด้านใน เราเยื้อง ๆ กันอยู่เล็กน้อย ซึงยุนยิ้มหวานแทรกเสียงหัวเราะในลำคอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาของเขาบวม แก้มขาวนวลดูอวบอ้วนแถมมีรอยยับเป็นริ้วผ้าห่ม

 

“ยิ้มไรไอ้น้อง”

 

“ห้ะ?” ผมชะงัดคอถอยหลัง  ..โอย ตาย นี่ผมยิ้มอยู่หรือ ไม่เห็นจะรู้สึกสักนิด

 

แต่มุมปากที่หุบลงกะทันหันนั้นก็เสริมคำถามของพี่เขาว่ามันเป็นเรื่องจริง

 

“ก็ ..ก็พี่เหมือนเด็ก” ความคิดแรกของผมที่เห็นเขาใกล้ๆ ผมวางท่าทำเสียงเข้ม หน้านิ่งอย่างเคย

 

“ไหนว่าจะไปกับเพื่อนล่ะ?” เขาถามคำถามต่อไปแล้วปิดปากหาวนอน

 

ผมส่ายหน้าพร้อมกับดันนิ้วโป้งชี้ไปทางระเบียง “ฝนตกแล้ว ไปไม่ได้”

 

เขาสวนทันควัน “หรือไม่ก็ไม่ไป?” หมายถึงผมเลือกจะไม่ไปเองล่ะซิ  ซึงยุนยียวน ยักคิ้วใส่อย่างรู้ทัน

 

“ก็ใช่” ผมพยักหน้าให้เขาแล้วยิ้มโชว์ฟันอย่างคนปิดบังไม่เก่ง “แต่อยากไปซื้อของกับพี่ถ้าพี่ว่าง” ไม่เก่งเลยไอ้มินโฮเอ๊ย ปากเปราะบอกเขาไปเสียหมดเปลือกว่าอยากจะอยู่ด้วย

 

“อืมม...” ซึงยุนแกล้งอีกแล้ว กอดอกลอยหน้าลอยตาคิด ก่อนเราจะสบตา เขาเผยยิ้มกว้าง ดูทะเล้น ทรงดวงตาหมวย ๆ ทำมุมเป็นเส้นโค้งหมดแล้ว “งั้นทำแบบอาทิตย์ที่แล้วดีกว่ามั้ง”

 

“จริงดิ?” โห ผมชอบแบบอาทิตย์ที่แล้วโคตรๆ  “ ไปทำแบบอาทิตย์ที่แล้วได้ใช่ปะ?” ผมตาวาว พูดยาวที่สุดแล้วมั้งเช้านี้

 

“แน่นอนดิ”

 

“เยี่ยม งั้นผมจะไปแต่งตัวครับ พี่อาบน้ำนะ”

 

 “หึ~ ไอ้ลูกหมา หูตั้งแล้วนั่น นายต่างหากล่ะเด็กน้อย มินโฮยา~”

มือแดง ๆ เอื้อมยีหัวผมก่อนจะลดระดับมาแปะมือกัน แล้วแยกย้ายไปจัดการธุระส่วนตัว

 

ที่ผมตื่นเต้นเหมือนกับเด็กได้หุ่นยนต์ก็เพราะตั้งแต่เกิดและโตมาในปกครองของพี่สาว ผมไม่เคยทำงานพิเศษเลย

 

 

ผมยืนรอซึงยุนใส่รองเท้าผ้าใบหน้าประตูอพาร์ทเม้นต์ เขานั่งร้อยเชือกอยู่ บังเอิญหยิบฮู้ดดี้สีดำมาใส่เหมือนกันซะด้วย แถมกางเกงยีนส์ทรงกระบอกลีบก็ยังโทนสีอ่อนใกล้เคียงกันอีกต่างหาก

 

“ดูคัพเพิลเนอะ”

 

ผมยกยิ้มแก้มแทบแตกตอนเขาเงยหน้าพูด คิดเหมือนกันเลยแฮะ

 

“เป็นคู่ซี้พี่น้องไงครับ”

 

“ว้าว เจ๋งเป้ง ปะ เราไปกันเถอะ อย่าลืมโทรบอกเจ้ด้วย เดี๋ยวเธอรู้ทีหลังจะหาว่าพี่ใช้แรงงานเด็ก”

เขาว่าพลางลุกยืนเคียงข้าง สองมือปัดก้นกางเกง แขนเรียวคว้ากอดคอผมแบบที่เราทำบ่อย ๆ พากันออกจากที่พักมา

 

เราเข้าขากันมาก

จนในบางครั้งผมก็แอบคิดว่าถ้าผมมีน้องชาย ผมจะเป็นพี่ชายแบบซึงยุนให้ได้

 

 

ฝนแรงเอาเรื่องแต่ไม่ได้เกินไป พี่เขาขับรถเก่งด้วยผมเลยนั่งคุยกับดาร่าฆ่าเวลาสบายๆ ผมบอกเธอ เหมือนกับอาทิตย์ก่อนว่าจะไปช่วยงานที่ร้านสอนพิเศษแลกค่าขนม แน่นอนอยู่แล้วว่าเธออนุญาต เต็มใจสุดๆ

 

เรากำลังวนหาที่จอดรถที่ลานด้านหลัง ผมออกปากอาสาถือร่มด้วยส่วนสูงของผมนั้นมากกว่า ผมเอื้อมหยิบเจ้าคันใหญ่และกระเป๋าของพี่ชายมาเตรียมไว้บนตักในขณะที่ซึงยุนถอยรถเข้าซอง ..ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด  --

 

สัญญาณเตือนเงียบ รถนิ่งสนิท เครื่องยนต์ดับลง ผมส่งกระเป๋าผ้าให้เจ้าของ

 

“ขอบใจ”

เขารับ จับสะพายไหล่ ส่งยิ้มหวานคืน น่ามองมาก  นั่นพาเอาผมเคอะ ๆ เขิน ๆ แปลก ๆ ผมอมยิ้มแบบจำใจต้องกลั้นไว้เพราะไม่อยากจะเสียหมาดนิ่ง ๆ ที่เป็นมานาน 

 

“ผมจะกางร่มให้” ผมหลุบหลบตา  หันไปเปิดประตูก่อนจะเดิมอ้อมมารับเขาที่ฝั่งคนขับ

 

..ซ่า~ เสียงฝนคะนองห่าใหญ่..

...ใต้ร่มสีดำคันนี้มีพี่ชายและผมเดินเบียด ผมโอเคที่ซึงยุนเกาะมือบอบบางของเขาเอาไว้ที่ลำแขนของผมเพื่อลดระยะห่าง ไหล่ของเขาจะได้ไม่โดนหยดน้ำจากริมผ้าร่ม

 

 

ในร้านมีนักเรียนทยอยมานั่งล้อมโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมสีขาว มีพี่เลี้ยง หรือเรียกอีกอย่างว่าติวเตอร์คอยดูแลประกบ ช่วยแนะนำเด็ก ๆ วัยประถมเกี่ยวกับเทคนิคระบายสี วาดภาพ และแบ่งอีกกลุ่มสำหรับเด็ก ๆ มัธยมที่เตรียมจะติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย  ทุก ๆ โซนถูกกั้นด้วยชัดวางของให้ดูเป็นหมวดหมู่

 

“สวัสดีครับ” ผมกล่าวทักทาย เดินตามหลังซึงยุนเข้าร้านมา

 

“หวัดดีมินโฮ/ หวัดดีน้อง / อ้าวมีเด็กมาช่วยอีกแล้วหัวหน้า”

พี่ ๆ ตอบรับผมอย่างเป็นกันเองจากทุกซอกมุม

 

“วันนี้ฝากตัวด้วยนะครับ” ผมโค้งหลังให้พวกเขาเหมือนคราวก่อน

 

วันนี้มีถาดสีน้ำมาใหม่สองสามอัน ผมรับงานนี้เป็นงานแรกเพราะซึงยุนบอกว่ามันง่าย แค่บีบสีต่างๆ ลงไปตามช่อง แต่เกรงจะเลอะเทอะเลยต้องหาอะไรไว้เซฟตัวเอง ผมเดินมาที่ห้องอุปกรณ์หลังร้านเพื่อหยิบผ้ากันเปื้อน สวมหวงคล้องแรกที่คอ แล้วซึงยุนก็เดินเลี้ยวมาหาพอดี ผมเหลียวใบหน้าส่งยิ้มให้พี่เขา

 

“ผมจะตั้งใจทำงานนะครับ” บอกเสียงหนักแน่น

 

เขาหัวเราะน้อย ๆ “มานี่ พี่จะผูกเอี้ยมให้” กวักมือเรียกให้ผมเดินไปหาตรงช่องประตู

 

ผมหยุดอยู่ตรงหน้าเขาอย่างว่าง่าย เราเผชิญหน้ากัน ซึ่งส่วนตัวผมว่าผมก็ใกล้เขามากพอแล้วแต่ดูเหมือนจะยังไม่ใช่  ฉับพลันที่วงแขนของเขาแทรกมาขนาบเอวของผม ร่างของซึงยุนขยับจนอกเขาและผมชนกัน

 

เดาสิว่าผมเลิกลั่กแค่ไหน นั่นแหละ หูของผมร้อนวูบ ร่างกายก็ยังคงแข็งทื่อต่อไป ผมเกร็ง

“ให้ผม ...เอ่อ ...หันหลังก็ได้” ผมกระซิบบอกปากสั่นงัก  ถ้าเขาเป็นผู้หญิงอาการตอนนี้ของผมก็คงจะเรียกว่าประหม่าหรือไม่ก็หวั่นไหว

 

“อ้าว ก็นายไม่หันหลังมาเองนี่นา” เขาเงยหน้าพูดตาใส

 

ผมกระพริบตาปริบ ๆ อ้าปีกแขนนิดหน่อยเมื่อการผูกปมด้านหลังดำเนินไป เพียงชั่วอึดใจก็จริงแต่ความรู้สึกมันเนินนาน  พาเอาก้อนเนื้อในอกสะท้านสะเทือน

 

มันแปลก ผมเป็นแบบนี้บ่อย

แต่ช่างมันเถอะ อาการเหล่านี้ทำให้รู้สึกดีไม่ได้อึดอัด แค่นั้นก็พอแล้ว

 

ผมนั่งคนเดียวในโต๊ะสำหรับวางอุปกรณ์ หันหลังให้กับเด็ก ๆ ที่เริ่มสายก็เริ่มจะยัวเยียคึกคัก ส่วนพี่ซึงยุนไปประจำเค้าเตอร์รับลูกค้าอยู่ด้านหน้า

 

เป็นเวลาหลายชั่วโมง เติมสีใส่ถาด ล้างพู่กัน เหลาดินสอ ตัดกระดาษ และเช็ดถาดสีที่ใช้งานไปแล้วให้สะอาด ผมเมื่อย เลยลุกยืนบิดร่างกายซ้ายทีขวาที เดินไปทางหน้าร้านก็ยังคงเห็นแผ่นหลังแคบของซึงยุนตั้งตัวตรงทำงานอยู่

 

เท่จัง ทำงานก็เก่ง แถมทำได้หลายอย่างอีก ผมเริ่มสนใจศิลปะมากขึ้นในช่วงนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่เขา

 

ผมย่องหวังเข้าประชิด ต้องการจะแกล้งเขาให้สะดุ้งตกใจ หนึ่งก้าว สองก้าว ...เดินเงียบๆ พลางตัวใหญ่ ๆ ของตนเองด้วยเสียงที่ดังเซ็งแซ่ของเด็กๆ

 

แต่...

หมับ! ~

แขนผมโดนจับ เหนี่ยวดึงจากด้านหลังตัวเองอีกที

 

“เฮ้ย!!” กลายเป็นผมเนี่ยที่สะดุ้งเสียไหล่ยก หันขวับไปตามแรงฉุด ดวงตาเบิกโพลง

 

“มินโฮ~” เสียงใสเอ่ยทักทาย

 

ผมถอนหายใจ แล้วยิ้มบางๆ ให้เธอ “แชยอง ตกใจหมด”

 

เธอเป็นเพื่อนจากสายชั้นเดียวกันที่โรงเรียน เป็นผู้หญิงเสน่ห์แรงคนหนึ่ง แชยองมีเรือนผมสีน้ำตาลอุ่น หุ่นอ้อนแอ้น และมีใบหน้าที่สวยครบเครื่อง ผมชอบดวงตาของเธอนะ กลมโตดี

 

“นายเรียนที่นี่ด้วยหรอ?” เธอถามเหมือนตื่นเต้นมากที่เห็นผม

 

“เปล่าหรอก มาช่วยงานพี่ นี่ร้านพี่ชาย” ผมตอบเธอ พร้อมกับปลดมือของเธอออกจากแขนด้วยความสุภาพ “เธอล่ะ?”

 

“ฉันมาเรียนอาทิตย์นี้อาทิตย์แรก เสียดายอ่า คิดว่านายเรียนด้วย จะได้มีเพื่อนไปนั่งที่โต๊ะ” เธอทำหน้าบู้ ย่นจมูก

 

“คิดอยู่” ผมหมายถึง ก็คิดอยู่บ้างว่าอยากจะเรียนเพื่อติวเข้ามหาวิทยาลัยแต่ยังไม่ได้ปรึกษากับเพื่อนเลย

 

“แล้วนี่นายจะไปไหน?”

 

“.....” ผมเหลียวหลังมองซึงยุนแทนคำตอบ

 

“กินข้าวด้วยกันไหม ข้าวกลางวัน ไม่อยากกินคนเดียวน่ะ” เธอพูดอีก

 

“เดี๋ยวถามพี่ก่อนนะ”

 

แชยองพยักหน้ารับหงึกหงัก เดินกลับไปทางโต๊ะที่เธอจากมาเพื่อหยิบกระเป๋าเงิน ผมหยุดยืนอยู่หลังซึงยุนได้อย่างที่ตั้งใจ เขารู้สึกตัวเมื่อผมวางมือลูบเบาๆ กับบ่าของเขา ซึงยุนเงยหน้าช้อนตามองแทนคำถามว่าผมต้องการอะไร

 

“กินข้าว” ผมบอก

 

“กินก่อนเลย ยังไม่หิว”

 

“เมื่อเช้าก็ไม่กิน”

 

“ก็กินกาแฟร้อนที่นายซื้อให้ไง”

 

“อิ่มท้องหรือไงพี่” เอาไงดีวะ ผมมุ่นคิ้ว ที่จริงผมอยากกินข้าวกับพี่ชายของผม แต่ก็เห็นใจแชยอง  งั้นเดี๋ยวซื้อขึ้นมาฝาก อยากกินไร?”

 

“อะไรที่มินโฮกินสั่งมาเผื่อพี่ก็ได้ แล้วนายจะไปกับใคร ลงไปคนเดียวได้ใช่เปล่า?”

 

 “ 17 ขวบ ไม่ใช่ 3 ขวบ”

 

ประโยคนั้นทำเขาหัวเราะร่า ผมคลายหัวคิ้วที่ย่น หลุดขำตามความสดใสที่พรั่งพรูออกมาจากซึงยุน   แก้มเขายกเป็นก้อน น่าเอ็นดู ผมส่งมือเกลี่ยมันแผ่วเบาเหมือนที่ชอบแตะแก้มของพี่สาว ใบหน้าสวยสมยอมเอียงให้ลูบไล้  เราสบตากันอีกแล้ว และครั้งนี้ผมไม่หลบ

 

มันน่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมไม่ยอมหลบ


รอบตัวเหมือนโดนเบลอออกไปจากที่ของเรา


ชั่ววินาทีนั้นผมไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียง


ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับใจที่กำลังเต้นโครมคราม

 

 

“มินโฮ” แชยองเรียก

 

แล้วเวลาก็เดินต่อ..

 

ผมละมือจากแก้มของพี่ชาย ซึงยุนชะโงกมองคนที่เรียกผม ก่อนที่ผมจะถอยไปยืนข้างเธอ ซึงยุนจ้องหน้าผม อีกหนที่ผมรู้ว่านั่นแทนคำถาม

 

“เพื่อนที่โรงเรียน” ผมบอกทันที

 

“อ๋อ แชยองเป็นเพื่อนที่โรงเรียนเดียวกับมินโฮเหรอ อ่า ดีจัง” เขายิ้มด้วยความเป็นกันเอง

 

“หนูก็ดีใจค่ะ ไม่มีเพื่อน ๆ มาด้วย เจอมินโฮก็ดี เรากำลังจะลงไปทานข้าว ครูไปด้วยกันไหมคะ? ”

 

นั่นสิ ผมมองหน้าซึงยุนตาละห้อย อยากให้พี่ไปด้วย

 

“ครูฝากมินโฮซื้อแล้ว ไปกินกันเถอะ แล้วรีบขึ้นมาเรียนต่อนะ”

 

แห้วแฮะ เขาไม่ใจอ่อนเลย

 

“โอเคค่ะครู ..ไปกัน มินโฮ” เธอดันแขนผมให้เดิน

 

“เดี๋ยวมา” ผมบอกซึงยุน

 

แล้วก็เดินออกจากที่เรียนกพิเศษ ลงมาและข้ามถนนไปหาข้าวกลางวัน เมื่อเลือกร้านได้ผมตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่ใช่ว่าหิวแต่กลัวพี่เขาจะรอจนท้องกิ่ว กับแชยองผมพยายามพูดกับเธอให้มากหน่อย ระแวงเธอจะกล่าวหาว่าผมหยิ่งเพราะพูดน้อย ผมถามเธอเรื่องเรียนพิเศษไว้คร่าว ๆ เธอคุยสนุกด้วยเลยกะจะมาลงเรียนกับเธอ อีกอย่างจะได้หาเรื่องมาร้านได้ทุกเย็น

 

อา...ความคิดบรรเจิด เยี่ยมที่สุดเลยผม

 

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

 

 

..6 สัปดาห์..

 

 

“แล้วมินโฮตั้งใจเรียนหรือเปล่าซึงยุน ไอ้เจ้าเด็กแฝดล่ะเป็นไงบ้าง?”

 

“ตั้งใจเรียนกันดีครับเจ้ มินโฮมีพรสวรรค์นะ มาถูกทางแล้วล่ะ ไม่มีปัญหาอะไร” ทั้งที่วุ่นวายอยู่แถวตู้เย็นแต่เขาก็ยังตอบ

 

“ยังไงก็คงต้องฝากมินโฮไว้กับซึงยุนอีกสักพักนะ ได้บ้านแล้วแต่ดาร่าสั่งปรับปรุงใหม่ทั้งหลัง กระเป๋าเงินเฮียสั่นผับ ๆ ”

 

“สบายมากเฮีย ผมชักติดมินโฮมันแล้วด้วย ...ไง นายน่ะติดพี่บ้างยัง เอ๋? มองพี่แล้วหน้าบึ้งเพราะปลุกเช้าไปหรือไง ” เขาเอียงคอถาม แต่เดาว่าไม่ได้รอคำตอบเท่าไหร่ เหมือนแซวกันเล่นมากกว่า

 

“.....”

ติด ติดเหมือนโดนเล่นของใส่เลยผมน่ะ แต่ไม่ตอบหรอก ไม่หัวเราะตาม  เหอะ~ ..แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับการตื่นนอนก่อนนาฬิกาจะปลุกด้วย  แกร๊ง~ ผมเคาะช้อนกับจานข้าวดัง ๆ หลังตักข้าวช้อนสุดท้ายใส่ถ้วยตัวเองแล้วเวียนส่งข้าวถ้วยกลางให้คนในโต๊ะต่อ

 

 

ผมเคยเห็นฮันบินใส่บ๊อกเซอร์บ่อย ๆ เวลามาค้างที่บ้านหลังเก่า ฮันบินมันเป็นคนตัวผอมสูง พอใส่แล้วก็จะดูสั้นกว่าปกติอยู่หน่อย จีวอนชอบด่ามันตลอดว่าอย่าใส่เดินเพ่นพ่านเพราะดูอ่อยเหยื่อ บางครั้งลามมาด่าผมด้วยว่ามองขาน้องชายมัน

 

ผมไม่เคยเข้าใจที่จีวอนพูด แบบ ... ไม่เก็ทเลยว่ามันอ่อยตรงไหนวะ แล้วผมก็ไม่เคยมองขาฮันบินแบบที่มันด่าด้วย มันไม่ได้น่ามองขนาดนั้นสักหน่อย

 

จนผมเจอซึงยุนเวอร์ชั่นตื่นสายแถมเฮียซึงฮุนกับเจ้มาเยี่ยม ผมถึงได้เข้าใจ

หัวเข่าอมชมพู เเละผิวน้ำนมของเขาชวนหงุดหงิดชะมัด..

 

มื้อนี้เรากินข้าวกันที่โต๊ะอาหารในครัว ผมนั่งหัวโต๊ะ เฮียกับเจ้นั่งซ้ายมือ เจ้าของห้องแสนใจดีเดินไปเดินมาเตรียมขนมหวานไปวางรอที่บาร์  ถึงจะสวมผ้ากันเปื้อนยาวปิดต้นขาด้านหน้าแต่นั่นยิ่งชวนให้มอง เพราะสีโอโรสขลับความน่ารักนุ่มนิ่มของเขา เมื่อทุกอย่างสมบูรณ์ เขาเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ขวามือผม หน้าตาระรื่นเชียว

 

ผมจิ๊ปาก เขาควรจะรู้ว่ามันโป๊นะ

 

“โอ มีแต่ของกินอร่อย ๆ รู้งี้มากินข้าวเช้าที่นี่บ่อย ๆ ดีกว่า ไอ้ซึงยุนนี่มันทำกับข้าวเก่งจริง ๆ ” เฮียชมหลังตักกับข้าวนั่นนี้บนโต๊ะชิม

 

“นี่คุณ ฉันก็ทำอร่อยนะคะ” ดาร่าแง่งอนขำ ๆ ตามประสาผู้หญิงอารมณ์ดี

 

“งั้นถามเจ้านี่ดีกว่า ไอ้มินโฮ ฝีมือใครอร่อยกว่ากัน” เฮียตบไหล่ผมปั้ก ๆ

 

ผมไม่สน ตายังจ้องพี่ซึงยุนเขม่ง ทั้งโต๊ะเงียบรอฟังคำตอบถึงเรื่องรสชาติ แต่ลำดับแรกผมว่าต้องจัดการเขาก่อน

 

“พี่ซึงยุน”  ไม่ยิ้มให้หรอกแม้ว่าเขาจะยิ้มหน้าแป้นแล้นใส่ ผมหน้าบูดด้วยซ้ำ

 

“อ้าว มินโฮ~” ดาร่างอแง

 

“ไม่ใช่ครับเจ้”  

หันไปส่ายศีรษะใส่พี่สาว ผมไม่ได้หมายถึงอาหาร ก่อนจะสะบัดหน้ากลับมามองซึงยุนที่นั่งทำตาแป๋วแหวว  

“ไปใส่กางเกงขายาวไป เกงขาสั้นมาก”


ซึงยุนเบิกตากว้างกว่าเก่า ดูจะอึ้งทีเดียวกับประโยคที่ได้ยิน เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแบบไม่อยากเชื่อ

“พี่..พี่หรอ?”

 

ผมก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าวันหนึ่งผมจะรู้สึกหวงพี่ชายแบบที่จีวอนหวงฮันบินได้

“ครับ พี่แหละ ไปเปลี่ยนกางเกง”

 

“อ..เออ ๆ ” เขาลุกไปแม้ว่าจะอึกอักอยู่เล็กน้อย

 

ผมมองเขาจนเดินหายเข้าไปในอีกส่วนของบ้าน พอหันกลับมาดูอาการคนในโต๊ะอาหารก็ต้องหรี่ตามองเฮีย แกมองตามซึงยุนอยู่ได้

 

“อย่ามองขาเขา!

ผมขู่เสียงห้าว รู้ว่ามันประหลาด อย่างที่ผมว่าจีวอนเพื่อนผม แต่ก็ไม่อยากให้มองจริง ๆ นี่นา  ..เฮียโบกมือหยอย ๆ ปฏิเสธ เขากับดาร่าดูจะอึ้งไม่แพ้กัน

 

 

 

ผมขึ้นนั่งห้อยขาแกว่งไปมาบนโต๊ะอาหารเพื่อมองดูซึงยุนล้างจาน ปล่อยให้แขกไปนั่ง ๆ นอน ๆ ที่ห้องนั่งเล่น  เดี๋ยวเราคงได้ออกไปดูบ้านหลังใหม่ของผม เฮียฮุนเปรยไว้ว่ามันอยู่ในละแวกใกล้ ๆ อพาร์ทเม้นต์นี่เอง

 

“ช่วยไหม?” ผมถามเขา

 

“จะเสร็จอยู่แล้ว” เขาตอบ แล้วเอี้ยวใบหน้ามาด้านหลังนิดหน่อย “กางเกงพี่เมื่อกี๊มันน่าเกลียดเหรอ”

 

ผมหัวเราะเขา “เปล่า มันเซ็กซี่ ห้ามน่ารักครับ คนเยอะ”

 

“ไอ้เด็กบ้า” เขาปาฟองที่ขัดจานใส่ผม แล้วหันกลับไปทันที

 

“ฮะฮะ~ เขินหรอ?” ผมแค่หยอก ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไร

 

แต่เขาก็นะ  มักส่งคำตอบที่จริงใจคืนผมเสมอ “อืม~” ซึงยุนฮึมฮัมในลำคอ

 

กลายเป็นผมหน้าดำหน้าแดงเพราะรู้สึกขวยเขินด้วยอีกคน ขอบคุณที่เขายังคงหันหลัง

 

“ปลดเชือกผ้ากั้นเปื้อนให้พี่หน่อยสิ” เพราะว่าเขากำลังล้างมือ

 

“ครับ”

ผมกระโดดเบา ๆ ลงจากโต๊ะ กระเถิบตัวเดินไปประชิดแผ่นหลังซึงยุน  มือผมป้วนเปี้ยนอยู่ที่ปมโบว์สีโอโรส แต่แล้วเมื่อก๊อกน้ำปิดลง ผมก็เปลี่ยนตำแหน่งจับ

 

“ม..มินโฮ..”

 

“...”

ผมตะปมสะโพก เล็กๆ ของเขาแทนแล้วจับให้หมุนมาหา สูดหายใจเขาลึกก่อนจะสบตากับเขาตรงๆ ร่างของเราห่างเพียงคืบ

ผมลูบมือเบา ๆ ตามสัดส่วนที่เว้าโค้งของร่างบอบบางตรงหน้า เขาจะดุผมก็ได้ แต่ซึงยุนกลับยินยอม นัยต์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องผม และริมฝีปากอวบอิ่มนั่นคลี่ยิ้มบาง ๆ

 

“ผม...แค่อยากปลดจากด้านหน้า” 



“ก็เอาสิ”

ซึงยุนขยับแขนขึ้น เว้นช่องให้แขนของผมสอดขนาบ

ผมอ้อมแขนจับปมเชือกผ้าด้านหลัง เหมือนว่าตอนนี้เรากอดกันไว้ ผมถือวิสาสะวางคางแนบบนไหล่ของเขา

 

“.....”

  

“....”

 

มันคือช่วงเวลาไม่นานที่ผมแก้มัด ผมผละออกมานิดน้อย ดึงหวงที่คล้องคอเขาออกทางศีรษะก่อนจะปล่อยมันให้ตกลงพื้นไป มือกลับมาจับเอวเขาอีกครั้ง ซึงยุนมองหน้าผมไม่คลาดสายตา ผมก็ด้วย ผมกล้าขึ้นเยอะ

 

“ผมรู้สึกแปลก ๆ กับพี่ตลอดเลย” ผมบอกด้วยเสียงพร่าเเหบ

 

เขาพยักหน้า “พี่รู้” เขาก็ตอบกลับอย่างนุ่มนวล

 

“รู้เหรอ ..คือ ..มันเป็นความรู้สึกที่ดี”

 

“พี่ก็ด้วย”

 

ผมฉีกยิ้มกว้าง

 

แต่ซึงยุนกลับหุบยิ้มลง ผมงงมาก และไม่เข้าใจว่าทำไมปลายจมูกรั้นของเขาแดง ดวงตาเงาวาวเหมือนมีน้ำขัง มือสวยที่ยังชื้นอยู่นั้นเอื้อมกอบกุมแก้มของผมทั้งสองข้าง

 

“แต่ห้ามมากไปกว่านี้”


ถึงจะเสียงสั่นแต่มันเป็นคำสั่งเด็ดขาด หน้าอกซ้ายของผมโหวงเหวง ผมเสียศูนย์

 

“ทำไม?”

 

“เพราะนายคือน้องชายพี่ อีกอย่างพี่...สกปรก”

 

“.....”

 

“มินโฮยา~ ความรู้สึกดีที่มากไปกว่าตอนนี้จะทำให้นายเปื้อน”

 

“อย่าพูดอะไรยาก ๆ ผมไม่เข้าใจ” ผมหน้ามุ่ย

 

“สักวันก็จะเข้าใจ”

เขาเป็นคนเดินจากไป ถอนมือทิ้ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเรียกสติกลับมาและเดินตามเขาไปยังห้องนั่งเล่น เท้าต้องชะงัดเมื่อเห็นเขาเดินฉีกยิ้ม หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปกับเฮียฮุนและดาร่า ตบเบาะโซฟาเรียกผมด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใสเหมือนกับทุกๆ วัน

 

สับสนไปหมดแล้ว

ผมเดินกลับเข้าห้องนอนโดนไม่สนหน้าผู้ใหญ่ ทิ้งก้นเต็มแรงลงบนเตียง พยามยามสงบอารมณ์ขุ่น เงยมองเพดานพร้อมเดาะลิ้มกับกระพุ้งแก้ม มันเกิดคำถามขึ้นมากมายในใจ เขากำลังปิดปังอะไร พูดถึงอะไรทำไมถึงบอกว่าตัวเองสกปรก ผมตัดภาพรอยยิ้มแรกของเขาที่คิดว่าจริงใจทิ้งไป เขาก็ยิ้มเหมือนกันหมด มีรอยยิ้มครั้งไหนบ้างที่มันจริง เพราะครั้งนี้น่ะ แม่งโคตรปลอม





#เบาหน่อยมินโฮ


     ตอนที่สองมาแล้ว ยังไงเราฝากคอมเม้นต์หรือติดแฮชแท็กเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ รออ่านอยู่น้าา ต่อกำลังใจให้กันเนอะๆๆ ><


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #43 Plhrmn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:02
    อะไรทำให้น้องยูนพูดอย่างนั้นน
    #43
    0
  2. #11 icevalentine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:18

    คืออะไรสกปรกอะไรมาเคลียร์ด่วนนนนนนนนนนนนนนนน แหมมมตอนนี้นี่แบบ เบาหน่อยมินโฮ หวงพี่เขาออกนอกหน้าเลย

    #11
    0
  3. #10 Lalita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:01

    ชอบตอนมินโฮดุให้ยูนไปเปลี่ยนกางเกงคือน่ารักแบบหวงเค้าอ่ะเนอะ แต่ตอนท้ายคือหน่วงอ่ะไม่รู้ว่ายูนทำอะไรแต่ไม่อยากให้มินโฮยอมแพ้เลยต่างก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน

    #10
    0
  4. #9 Lalita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:58

    ไม่รู้ว่ายูนกำลังทำอะไรแต่ไม่อยากให้มินโฮยอมแพ้เลยมั่นใจมากว่าทั้งคู่ใจตรงกัน

    #9
    0
  5. #8 NKrose (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 23:24

    ตั้งแต่ต้นเรื่องคือมินโฮชมซึงยูนยิ้มสวยไปกี่ครั้งแล้ว คิคิ-.,-
    น้องมิคือหลงพี่เค้ามาก ตอนปลดผ้ากันเปื้อนคือเขินมาก ตื่นเต้นเบาๆ เด็กมิร้ายนะคะ แต่กำลังเขินอยู่ดีๆก็ตัดฉับ เหมือนตกจากตึก10ชั้น
    ทำไมยูนนี่ต้องว่าตัวเองสกปรก แงงง
    TTT_TTT เจ็บปวด
    ฝากน้องมิหาคำตอบให้ทีนะ
    #8
    0
  6. #7 Minyoon lovely (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:56

    คือที่ชอบหายไปแล้วกลับมาเพลียน่ะหรอ:(

    #7
    0
  7. #6 PHMBieber (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:22
    ซึงยูนเป็นไรไม่รู้แต่ที่รู้ๆเขินมินโฮตอนหวงซึงยูนมากฮืออออ
    #6
    0
  8. #5 มินิมอลเรียล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 20:50
    ซึงยูนต้องมีอดีตอะไรแน่ๆ 😐
    #5
    0